Visit: August 24, 2019

🇬🇧 CORE by Clare Smyth - คอร์ บาย แคล สมิธ

🧑🏻‍🍳 Chef Clare Smyth

92 Kensington Park Rd, London W11 2PN สหราชอาณาจักร

Tel: +442039375086

Cuisine

🍴 Creative, Modern Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น

Country

England

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

4/5
          
🎗 ในปี 2012 หลังจาก Gordon Ramsay เชฟเซเลปชื่อดังก้องโลกยุติบทบาทการทำร้านอาหารด้วยตัวเองมาจัดรายการโทรทัศน์ ก็ได้มอบหมายให้ Clare Smyth เชฟมือขวาของเขามาสืบต่อตำแหน่ง Chef de Cuisine หรือหัวหน้าเชฟประจำ Restaurant Gordon Ramsay ร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน และเป็นร้านอาหารที่ดีที่สุดในเครือ Gordon Ramsay Group ทำให้ Clare Smyth กลายเป็นเชฟหญิงคนแรกในสหราชอาณาจักรที่ได้รับและรักษารางวัล 3 ดาวมิชลิน

🎗 ช่วงปลายปี 2017 หลังจากอยู่ใต้ร่มเงาของ Gordon Ramsay มาเป็นเวลา 12 ปี Clare Smyth ได้ตัดสินใจออกมาเปิดร้านอาหารของตัวเองในชื่อว่า CORE by Clare Smyth บริเวณย่าน Notting Hill ของกรุงลอนดอน และคว้ารางวัล 2 ดาวมิชลินทันทีภายในปีแรกที่เปิดร้าน นอกจากนี้ยังพ่วงตำแหน่ง 2018 World’s Best Female Chef หรือเชฟหญิงที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2018 ติดมือมาอีกด้วย

🎗 ด้วยความที่มีหัวหน้าเชฟเป็นผู้หญิง อาหารที่นี่แต่ละคอร์สจึงมีความสวยงาม และรายละเอียดการตกแต่งจานค่อนข้างสูง ในด้านรสชาติถือว่าใช้ได้สมกับรางวัล 2 ดาวมิชลิน แต่ยังห่างไกลกับร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินอยู่มาก หากต้องการดาวดวงที่สามเหมือนตอนอยู่ที่ Restaurant Gordon Ramsay อาจจะต้องพัฒนารสชาติและสร้างอัตลักษณ์อาหารของตัวเองอีกมากเลยทีเดียว

Price :

130 £/p

Parking :

จอดหน้าร้าน

Operating Time :

12.0-22.00 ปิดอาทิตย์-จันทร์

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ร้านอาหารระดับ 2 ดาวมิชลิน ราคาไม่แพง

อาหาร :

16

ราคา :

4/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

/5

Map

📝 TASTING MENU (£115 /p + VAT 12.5%)

          
Cheese and onion gougères

Jellied eel, toasted seaweed and malt vinegar

Crispy smoked duck wing, burnt orange and spices

Foie gras parfait and Madeira

Isle of Mull scallop tartare
sea vegetable consommé

‘Potato and roe’
dulse beurre blanc, herring and trout roe

Skate
Morecambe bay shrimps, Swiss chard, brown butter

‘Lamb carrot’
braised lamb, sheep’s milk yoghurt

Duck and red grapes
thyme, honey, Timut pepper

‘Core apple’

Pear and verbena
poire Williams sorbet

Warm chocolate tart

“Sauternes and Banyuls”

🇬🇧 CORE by Clare Smyth – คอร์ บาย แคล สมิธ

2 Michelin Star – 2 ดาวมิชลิน

2018 World’s Best Female Chef – เชฟหญิงที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2018

The Final Table Judge – กรรมการรายการไฟนอลเทเบิ้ล ฉายบนเน็ทฟลิกซ์ปี 2018

Amuse bouche

สำหรับอมูสบูช มีทั้งหมดสี่อย่างนำเสิร์ฟพร้อมกันคือ
– Cheese and onion gougères
– Jellied eel, toasted seaweed and malt vinegar
– Crispy smoked duck wing, burnt orange and spices
– Foie gras parfait and Madeira

Cheese and onion gougères

กูแจร์คือขนมปังชูกแบบฝรั่งเศส สอดไส้ชีสพาเมซานและหอมใหญ่ เสิร์ฟมาแบบอุ่นๆ มีความเนียนและเข้ากันได้ดีของชีสและหอมใหญ่ (17/20)

Jellied eel, toasted seaweed and malt vinegar

อันถัดมาคือแผ่นกรอบทำจากสาหร่ายทอด ทอปด้วยปลาไหลที่นำไปทำเป็นเจลลี่ ขนาบข้างด้วยน้ำส้มสายชูมอลต์หมัก คำนี้ให้กลิ่นอายของทะเลสุดๆ (16/20)

Crispy smoked duck wing, burnt orange and spices

อันนี้คือปีกเป็ดรมควันหนังกรอบ ปรุงกับผิวส้มไหม้และเครื่องเทศ คำนี้ให้ชวนให้นึกถึงเมนูเป็ดซอสส้มแบบฝรั่งเศสแต่นำมาย่อส่วนให้ทานคำเดียว (14/20)

Foie gras parfait and Madeira

มาถึงคำที่อร่อยที่สุดในสี่อย่างคือพาเฟท์ฟัวกราส์ อาหารคลาสสิคที่เขฟนำมาจัดรูปแบบและนำเสนอออกมาให้ทานเป็นคำเดียว มีส่วนประกอบคือพาเฟท์ขนมปังกรอบฟัวกราส์ทำออกมาหอม เนื้อสัมผัสเนียนมากๆ ทานกับมาดีราหรือซอสไวน์แบบโปรตุเกสรสหวานเค็มตัดกันได้ดี (18/20)

Sourdough (Complimentary)

ขนมปังและเนย รสชาติค่อนข้างธรรมดา อันนี้ควรปรับปรุงเลย เพราะร้านระดับนี้ควรมีขนมปังชั้นเยี่ยมให้ลูกค้าเลือกมากกว่านี้ (13/20)

Isle of Mull scallop tartare
sea vegetable consommé

สำหรับคอร์สแรกคือทาทาร์หอยเชลล์จากไอล์ออฟมัล ทางตะวันตกของประเทศสกอตแลนด์ แต่ละชิ้นหั่นมาขนาดเท่ากันพอดี มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์มาก แตกต่างจากหอยเชลล์โฮตาเตะจากฮอกไกโดที่บ้านเรานิยมใช้ชัดเจน โดยหอยเชลล์จากไอล์ออฟมันจะมีเนื้อสัมผัสเฟิร์มกว่าและมีรสหวานเบากว่าหอยเชลล์โฮตาเตะ น้ำใสๆที่เห็นคือคอนซอมเม่หรือซุปใสทำจากผักทะเลหลายชนิด ตัวซุปจะมีกลิ่นอายของทะเลอ่อนๆ รสชาติไม่แรงเพื่อไม่ให้บดบังรสชาติความหวานธรรมชาติของหอยเชลล์

คอร์สนี้แม้ว่าจะมีความสวยงาม แต่ในแง่รสชาติยังไม่ว้าวเท่าที่ควร เพราะความอร่อยอยู่ที่หอยเชลล์เพียงอย่างเดียว (15/20)

‘Potato and roe’
dulse beurre blanc, herring and trout roe

สำหรับคอร์สถัดมาเป็นอีกจานที่สร้างชื่อเสียงให้กับร้านคือมันฝรั่งและไข่ปลา เริ่มจากพนักงานจะราดซอสไข่ปลาลงบนจานบนโต๊ะเรา (16/20)

‘Potato and roe’
dulse beurre blanc, herring and trout roe

ด้านล่างที่เห็นคือ Chalotte Potato จับคู่กับไข่ปลาสองชนิดคือปลาเทร้าต์และปลาเฮร์ริง ราดด้วยเบอร์บล็อง คือซอสฝรั่งเศสที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบลุ่มน้ำลัวร์ โดยจะมีการปรับเป็นสูตรพิเศษของทางร้านที่ทำจากสาหร่ายทะเลและน้ำส้มสายชู ทอปด้วยสาหร่ายและซอสทำจากเนย

จุดเด่นของจานนี้คือการจับคู่มันฝรั่งกับไข่ปลาสองชนิดที่ตัดเนื้อสัมผัสกันอย่างลงตัวสุดๆ โดยไข่ปลาเทร้าต์จะนุ่ม กัดแล้วแตกไร้ซึ่งกลิ่นคาว ส่วนไข่ปลาเฮร์ริงจะแข็งกว่าเล็กน้อย เคี้ยวสนุก มีซอสเนยรสเค็มตัดรสชาติได้พอดี และมีรสอูมามิอ่อนๆของสาหร่ายทะเล จัดเป็นคอร์สที่ทั้งอร่อยและมีความซับซ้อนสูงมาก สมกับระดับสองดาวมิชลินเลยทีเดียว (16/20)

Skate
Morecambe bay shrimps, Swiss chard, brown butter

ตอนเสิร์ฟพนักงานจะมาราดซอสบราวน์บัตเตอร์ให้ก่อน (16/20)

Skate
Morecambe bay shrimps, Swiss chard, brown butter

ปลาสเก็ต คือปลากระดูกอ่อนในกลุ่มปลากระเบน ส่วนที่มีสีเขียวตรงกลางคือผักสวิสชาร์ด กระเทียม มีแผ่นขนมปังกรอบ ทอปด้วยหมึกหั่นแว่นและกุ้งจากเมืองมอร์คัมบ์ ราดด้วยซอสเนยบราวน์บัตเตอร์ ตัวปลากระเบนมีเนื้อนุ่ม เนื้อสัมผัสค่อนข้างต่างจากปลาทั่วไป ผักสวิสชาร์ดนิ่มมาก หวาน ชูรสชาติของปลาได้ อีกจุดที่น่าประทับใจคือหมึกและกุ้งด้านบนเหนียวหนึบกำลังดี ส่วนซอสเนยทานกับปลาก็เข้ากันดีอยู่แล้ว

รสชาติโดยรวมจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ดี มีความซับซ้อนในด้านเทคนิคการปรุง แต่ยังไม่ถึงกับว้าว (16/20)

‘Lamb carrot’
braised lamb, sheep’s milk yoghurt

คอร์สถัดมาจะมีองค์ประกอบคือแครอทและแกะเป็นหลัก (17/20)

‘Lamb carrot’
braised lamb, sheep’s milk yoghurt

แครอทตุ๋นในน้ำซุปแกะ ตรงกลางคือเนื้อส่วนคอแกะทอดกรอบ ทอปด้วยส่วนไขมันมันของแกะแครอทดอง ด้านข้างสีขาวคือโยเกิร์ตทำจากนมแกะ สีเขียวตรงกลางคือส่วนหัวสีเขียวของแครอทนำไปทำเป็นซอส ตัวแครอทออกรสหวาน ส่วนเนื้อแกะทำมาค่อนข้างดี ไม่มีกลิ่นสาบเลย (17/20)

‘Lamb carrot’
braised lamb, sheep’s milk yoghurt

ทานคู่กับขนมปังไส้แกะ ขนมปังหอมอร่อย ขนาดว่าสามารถทำขายแยกต่างหากยังได้เลย (17/20)

Duck and red grapes
thyme, honey, Timut pepper

อาหารคาวจานสุดท้ายคือเนื้อเป็ดและองุ่นแดง (18/20)

Duck and red grapes
thyme, honey, Timut pepper

เนื้อเป็ดนำไปย่างกับใบไทม์ เคลือบด้วยน้ำผึ้ง ขนาบข้างด้วย Madiera sauce หรือซอสทำจากไวน์โปรตุเกส และบริกรจะมาเพิ่ม Timut pepper หรือพริกไทยทิมุตจากประเทศเนปาล เป็นเครื่องเทศกลิ่นแรงมาก ทันที่ที่หมุนโรยพริกไทยก็มีกลิ่นพริกไทยลอยขึ้นมาเลย เเต่ให้รสชาติที่ดี เข้ากันกับเนื้อ อีกข้างเป็นขนมปังกรอบ ด้านในเป็นเนื้อเป็ดทอปด้วยองุ่นแดง (18/20)

‘Core apple’

ขนมหวานรูปแอปเปิ้ลนี้ภายในบรรจุ Caramelized apple หรือแอปเปิ้ลที่นำไปผัดจนมีรสหวาน ล้อมรอบด้วยครีมทำจากวานิลลาผสมแอปเปิ้ลให้รสเปรี้ยวหวาน ด้านนอกมีส่วนผสมของบรั่นดี Somerset Cider ให้รสขมเป็น Aftertaste จานนี้ถือว่าล้างปากของคาวที่ผ่านมาได้ดี รสชาติถือว่าโอเค อร่อยใช้ได้ (15/20)

Pear and verbena
poire Williams sorbet

มาถึงคอร์สของอาหารหวานจานหลักคือเมอแรงก์รสหวาน ภายในบรรจุซอเบท์ทำจากบรั่นดีพัววิลเลียมส์รสอร่อย นอกจากนี้ยังมีลูกแพร์และเวอบีนาร์รสหวานตัดรสชาติกันอย่างลงตัวอีกด้วย (17/20)

Warm chocolate tart

ช็อกโกแลคทาร์ตทำมาดีมาก อุ่นมาร้อนๆ แป้งทาร์ตบางกรอบ ช็อกโกแลตขมแต่อร่อยเสิร์ฟมาบนภาชนะหน้าตาคล้ายยากันยุง (16/20)

“Sauternes and Banyuls”

เปอตีส์โฟว์เล็กปิดท้ายมื้ออาหารนี้คือเจลลี่ทำจาก Sweet wine สองอย่างคือไวน์ขาวซอเทิร์น และไวน์แดงแบนเยาส์ เจลลี่นี้ดูธรรมดา แต่มีรสชาติที่ซับซ้อน ตอนทานแรกๆจะหวานเหมือนเจลลี่ทั่วไป แต่พออมไปสักพักจะมีรสของไวน์แต่ละชนิดค่อยๆซึมออกมา ถือว่าทำได้ดีมาก (16/20)

Hot Latte (£6)

ลาเต้มีกลิ่นหอม และรสชาติดีมาก ปิดท้ายมื้ออาหารอย่างสมบูรณ์

ราคา £272.69 หรือประมาณ 11,300 บาท

จานและผ้ากันเปื้อนถูกจัดวางอย่างสวยงาม

ภายในห้องอาหาร

หน้าร้าน