Visit: September 23, 2019

🇦🇹 Steirereck im Stadtpark - สไตรีเรค อิม สตัทปาร์ค

👨🏻‍🍳 Chef Heinz Reitbauer

สวนสาธารณะ Stadtpark, Am Heumarkt 2A, 1030 Wien, Austria

Tel: (+43) 171 7133168

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์

Country

Austria

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

16/20

Price

3/5
          

🎗 เชฟ Heinz Reitbauer เกิดเมื่อปีค.ศ. 1970 ซึ่งเป็นปีเดียวกันกับที่ครอบครัวของเขาเปิดร้านอาหารสไตรีเรค(เดิม)ในกรุงเวียนนาประเทศออสเตรีย โดยเน้นเสิร์ฟอาหารพื้นเมืองออสเตรียเป็นหลัก หลังจากโตจนถึงวัยเรียน ครอบครัวก็ปูเส้นทางให้กับลูกชายโดยส่งเข้าเรียนที่ Hospitality school เพื่อเรียนรู้หลักสูตรการโรงแรมในเมือง Altotting แคว้นบาวาเรีย ประเทศเยอรมัน หลังจากเรียนจบ ไฮน์ก็เดินทางเข้าสู่เส้นทางพ่อครัวโดยเข้าทำงานในร้านอาหารระดับสูงมากมายในหลายประเทศ เช่น ร้านอาหาร Alain Chapel ร้านอาหารฝรั่งเศสระดับสามดาวมิชลินในเมือง Mionnay ของเชฟ Alain Chapel, Mosimann’s ร้านอาหารในกรุงลอนดอนของอดีตเชฟระดับสองดาวมิชลินชาวสวิส Anton Mosimann และยังเคยร่วมงานกับสุดยอดเชฟแห่งทศวรรษอย่าง Joël Robuchon อีกด้วย

🎗 หลังจากสั่งสมประสบการณ์มากมาย เชฟ Heinz จึงย้ายร้านอาหารจากร้านเดิมเปลี่ยนมาตั้งอยู่ที่สุดยอดทำเลทองคือใจกลางสวนสาธารณะ Stadtpark และตั้งชื่อร้านตามสถานที่ว่า สไตรีเรค อิม สตัทพาร์ค ตัวร้านมีขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสวน ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่ มองผ่านได้จากนอกร้านทำให้ร้านดูโปร่ง ในห้องอาหารเป็นโต๊ะกลมปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกับไฟสีส้มดูหรูหรา ชั้นล่างมีห้องเก็บชีส ห้องเก็บไวน์ ห้องเก็บสมุนไพร และครัวชั้นเลิศ

🎗 สไตรีเรค อิม สตัทพาร์ค เสิร์ฟอาหารออสเตรียร่วมสมัย มีเมนูเปลี่ยนไปตามฤดูกาล บางเมนูหาทานได้ยากและทานกันเฉพาะกลุ่ม เช่น ไตกระต่าย หัวใจกวาง ศีรษะหมูป่า สมองลูกวัว เป็นต้น อาหารที่นี่ใส่ใจในรายละเอียด มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง ในด้านรสชาติบอกตรงๆว่าด้วยความที่เป็นอาหารออสเตรีย ทำให้ทั้งความซับซ้อนและความหลากหลายทางรสชาติออกมาสู้อาหารชั้นนำของยุโรปอย่างอาหารฝรั่งเศสหรืออาหารอิตาลีไม่ได้ แต่ถือว่าเชฟ Heinz เก่งมากที่สามารถนำอาหารดั้งเดิมของออสเตรียมาตีความเสียใหม่จนได้อาหารหน้าตาสุดโมเดิร์นเสิร์ฟในห้องอาหารแบบนี้ ในเรื่องของราคาก็ถือว่าสูงตามมาตรฐานร้านอาหารระดับสองดาวมิชลินที่มีอยู่เพียงน้อยนิดในประเทศกลุ่มยุโรปตะวันออก

Price :

145 €/p

Parking :

None

Operating Time :

11.30-15.00, 18.30-22.00 ปิดวันเสาร์, อาทิตย์

Dress Code :

Smart Casual

Score

✌️อาหารมีเอกลักษณ์สูงมาก มีความคิดสร้างสรรค์ รสชาติอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

อาหาร :

16

ราคา :

3/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 Tasting Menu (165++ €/p)

          

SELECTIONS OF BREAD

AMUSE BOUCHE

SALMON TROUT

Salmon Trout with young Peas, Kohlrabi & Scottish Lovage

or

VEAL TONGUE

Carrot Variety with Tangerine, Veal Tongue & Radish

POM POM BLANC

Pom Pom Blanc with Oat, Albina Beet & Perilla

or

ASPARAGUS

Asparagus Soup with Bergamot, wild Hop Shoots & Speck

ARCTIC CHAR

Arctic Char with Moro Blood Orange, Quinoa & Dill

or

PIKE–PERCH

Pike–perch with fermented Asparagus & Soya Beans

MUSHROOM

Mushroom ‘Beuschel’ with Forest Perennial Rye & Mushroom Plant

or

CABBAGE

Pointed Cabbage with Cape Gooseberry, Hemp & Sweet Clover

KID GOAT

Kid Goat Shoulder with Potatoes, Cucumber & Rosemary Blossom

or

MILK–FED VEAL

Veal Cheeks & Brain with white Asparagus, Spruce Tips & ‘Topaz’ Apple

SELECTED CHEESES FROM OUR MEIEREI

Bergfichte, Camembert, Roter Brie & Livarot

or

RHUBARB

Rhubarb with Cherry Blossom, Coconut & Lemon Thyme

SWEET CORN

Sweet Corn with Tamarillo, Geranium & Nasturtium

or

BISHOP ́S HAT

Bishop ́s Hat with Calamansi, Sheep ́s Milk Yogurt & Einkorn

PETIT FOURS

🇦🇹 Steirereck im Stadtpark – สไตรีเรค อิม สตัทปาร์ค

⭐️⭐️ 2 Michelin Star – 2 ดาวมิชลิน

👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳👨🏻‍🍳 19 Points Gault-Millau (4 Torques) – 19 คะแนน โกท- มิโจไกด์ (หมวก 4 ใบ)

🏵 2019 World’s Best Restaurant No.17 – ร้านอาหารที่ดีที่สุดในโลก อันดับที่ 17

ตัวร้านมีขนาดใหญ่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่กลางสวน ผนังร้านกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่ มองผ่านได้จากนอกร้านทำให้ร้านดูโปร่ง ในห้องอาหารเป็นโต๊ะกลมปูด้วยผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกับไฟสีส้มดูหรูหรา

AMUSE BOUCHE

สำหรับเซ็ทอมูสบูชหรืออาหารเรียกน้ำย่อยมีห้าอย่างด้วยกันคือ

– Beetroot with sour cream and lemon juice
– Typical Austrian dumpling with plum and poppy seeds
– Baby cucumber with crispy potatoes
– Fried bread with cabbage flavored with paprika dipping sauce
– Broccoli with broccoli coins and walnuts

AMUSE BOUCHE
Beetroot with sour cream and lemon juice

บีทรูปสีแดงสวยงามทำออกมาเป็นทรงกลม ด้านในเป็นซาวครีม และด้านนอกเป็นน้ำมะนาวรสเปรี้ยวช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี

AMUSE BOUCHE
Typical Austrian dumpling with plums and poppy seeds

อันถัดมาเป็นอาหารพื้นบ้านของออสเตรียคือ Germknödel เกี๊ยวทรงกลม ด้านในเป็นบ๊วยรสเปรี้ยวอ่อนๆ ด้านนอกคลุกกับปอปปี้ซีดกรอบๆ

AMUSE BOUCHE
Baby cucumber with crispy potatoes

ถัดมาคือแตงกวา Cylinders of “melothria” พันด้วยมันฝรั่งกรอบมีรสออกเปรี้ยว

AMUSE BOUCHE
Fried bread with cabbage flavored with paprika dipping sauce

Blattl แป้งพัฟกรอบเสิร์ฟให้ทานคู่กับซอสกะหล่ำปลีและปาปริก้า

AMUSE BOUCHE
Broccoli with broccoli coins and walnuts

สุดท้ายคือบรอคโคลี่ทานกับบร็อคโคลี่หั่นเป็นเหรียญกลมและถั่ววอลนัทกรอบ

SALMON TROUT
Salmon Trout with young Peas, Kohlrabi & Scottish Lovage

จานนี้คือปลาแซลมอนเทร้าท์สดๆจาก Ramsau เมืองในเเคว้นบาวาเรียประเทศเยอรมัน และเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ Berchtesgaden ด้วยความที่เป็นแซลมอนป่าทำให้มีมีเนื้อเนียน นุ่ม ละมุนลิ้น ไม่มีกลิ่นคาว ทานกับผักเคียงต่างๆคือ โคลราบีสดที่นำไปอบในเตาอบ โคลราบีดองกับเอลเดอร์ฟลาวเวอร์และเวอจูส ใส่เมล็ดถั่วลันเตาตรงกลาง ส่วนตัวซอสเป็นซอส Mountain trout garum หรือน้ำปลาหมักภายใต้อุณหภูมิคงที่ค่าหนึ่ง สูตรนี้ใช้กันมาตั้งเเต่ยุคกรีกและโรมัน ได้จากการนำปลาไปหมักกับเกลือจนได้น้ำจากตัวปลามาส่วนหนึ่ง ต่อมานำไปกรองกากออกออกแล้วหมักต่อจนได้เป็นการุม นอกจากนี้ยังมีซอสสีเขียวข้างๆทำจากถั่วลันเตาโรยด้านบนด้วยหนังปลาเทร้ากรอบ

VEAL TONGUE
Carrot Variety with Tangerine, Veal Tongue & Radish

จานถัดมาคือลิ้นวัวฝานบาง นำไปหมักและรมควันจนเนื้อนุ่มและมีกลิ่นหอม ด้านบนคือเเครอทหลากหลายพันธุ์ มีรสชาติ ความหวาน ความเปรี้ยว กลิ่น และเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังมีขิง ส้มเขียวหวานอบแห้งหมักกับวิสกี้และเลมอน ฮอร์สแรดิช และเลมอนเวอบีนา ลูกเล่นของจานนี้คือการเปรียบเทียบเนื้อสัมผัสของลิ้นวัวและเเครอท รวมไปถึงรสชาติเปรี้ยวหวานที่เเตกต่างกันของเเครอทพันธุ์ต่างๆ มีกลิ่นหอมอ่อนๆของส้มเข้ากันได้อย่างดี

POM POM BLANC
Pom Pom Blanc with Oat, Albina Beet & Perilla

ถัดมาทางคือเห็ด ปอม ปอม บล็อง โดยทางร้านจะนำเห็ดสดๆมาให้ดูก่อน

POM POM BLANC
Pom Pom Blanc with Oat, Albina Beet & Perilla

ทางร้านนำเห็ดปอม ปอม บล็องไปนึ่งกับกุหลาบและขมิ้น ด้านบนบนมีถั่วพีแคน บีทรูทขาว เลมอนเมเยอร์ งาม้อนหรือเพอริลล่า เวอบีนา มีสเปลท์ที่นำไปคาราเมลไลซ์จนกรอบ ด้านล่างเป็นข้าวโอ๊ตอบกรอบ และข้าวโอ๊ตซุเฟล่ ด้านข้างสีน้ำตาลเป็นซอสทำจากเห็ดและเนยกุหลาบ ตัวเห็ดมีรสหวานอมขม คล้ายเห็ดฟางแต่อร่อยกว่ามาก เนื้อนุ่มของเห็ดตัดกันอย่างลงตัวกับความกรอบขององค์ประกอบอื่นๆที่ใส่มา มีกลิ่นกุหลาบอ่อนๆ อร่อยมากจริงๆ

ASPARAGUS
Asparagus Soup with Bergamot, wild Hop Shoots & Speck

จานี้คือซุปหน่อไม้ฝรั่ง ได้จากการนำหน่อไม้ฝรั่งสดไปนึ่งกับเบอร์กามอทและเวอจูสทำให้มีรสอมเปรี้ยว ยังมีหน่อไม้ฝรั่งขาวต้มกับน้ำแอปเปิ้ล ด้านบนเป็นต้นฮอร์ปจากฟาร์ม Toni Fickert บริเวณชานเมืองของกรุงเวียนนา โดยปกติฮอร์ปเป็นพืชที่พบได้ในยุโรปเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทางร้านเล่าให้ฟังว่าพืชชนิดนี้มีรสชาติหวาน มีกลิ่นคล้ายถั่ว และมีรสชาติดีที่สุดในช่วงไม่กี่สัปดาห์ของปีเท่านั้น ทางร้านหั่นเป็นท่อนกลมๆใส่ไว้ด้านบน มีครีมซุปหน่อไม้ฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีพริกไทยญี่ปุ่นเพื่อความซับซ้อนให้รสชาติอีกด้วย

ARCTIC CHAR
Arctic Char with Moro Blood Orange, Quinoa & Dill

ปลาแซลมอนประเภท Arctic Char เป็นปลาเเซลมอนน้ำจืด พบได้บริเวณทะเลสาบในแถบมหาสมุทรอาร์คติค มีรสชาติอร่อย และเนื้อสัมผัสพิเศษกว่าปลาเเซลมอนทั่วๆไป ทางร้านได้ปลามาจาก Wolf Bio Fisch เมือง Ramsau ประเทศเยอรมันนำไป slow cook กับผิวส้มบลัดออเร้นจ์และบราวน์บัตเตอร์ นอกจากนี้ยังมีปลาแซลมอนเผา ราดด้วยซอสส้มบลัดออเร้นจ์รสหวานอมขม และน้ำมันผักชีลาว ด้านบนทอปด้วยควินัวกรอบ มีส้มบลัดออเร้นจ์โมโร่อบแห้งและมาริเนท สุดท้ายทอปด้านบนด้วยคือควินัวร์ ผักฉ่อย และเฟนเนล กะหล่ำปลีเคี่ยวกับ sauerkraut juice ซึ่งเป็นซอสทำจากกะหล่ำปลีหมัก

PIKE–PERCH
Pike–perch with fermented Asparagus & Soya Beans

ส่วนท้องปลาไพค์เพิร์ชนำไปกงฟีกับถั่วเหลืองหมักและถั่วเหลืองแห้ง มีความนุ่มเนียน และมีกลิ่นหอมธรรมชาติของเนื้อปลา เริ่มจากนำปลาไพค์เพิร์ชไปมาริเนทกับน้ำมันพริกเสฉวน มีหน่อไม้ฝรั่งขาวนำไปหมักเป็นระยะเวลาสามอาทิตย์ และบ่มไว้อีกหกเดือนทำให้มีรสเปรี้ยว และมีกลิ่นเฉพาะตัว สุดท้ายด้านบนเป็นหนังปลาทอดกรอบ และยังมีแตงกวาอบกรอบอีกด้วย ราดด้วยน้ำมันพาสลีย์ผสมกับน้ำหมักทำจากหน่อไม้ฝรั่ง ออกรสเปรี้ยวๆมันๆ ตัดรสหวานของเนื้อปลาได้ดี

MUSHROOM
Mushroom ‘Beuschel’ with Forest Perennial Rye & Mushroom Plant

บูสเชลเห็ดในสวนของร้านสไตรีเรคเอง ทำจากเห็ดสด เห็ดอบแห้ง เห็ดหมัก เอมเมอร์วีท ผักจำพวก roots vegetable และ Forest perennial rye หรือหญ้าไรน์อังกฤษที่ทางร้านได้มาจากฟาร์ม Martin Allram เมือง Dietmannsdorf ประเทศออสเตรีย ด้านล่างคือเห็ดนำไปจุ่มในน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ล มีธัญพืชกรอบ แตงกวาหมักอบแห้ง และเคเปอร์

CABBAGE
Pointed Cabbage with Cape Gooseberry, Hemp & Sweet Clover

กะหล่ำปลีย่างถ่าน และเคี่ยวกับใบโคลเวอ ด้านบนคือโทงเทงฝรั่งที่ทางร้านได้มาจาก Wurm family จากทางเหนือของประเทศออสเตรีย นำไปหมักและอบแห้ง องค์ประกอบด้านข้างมีเมล็ดกัญชงจากเมือง Heidenreichstein ทางตอนใต้ของออสเตรีย นำไปเผา ทานกับเมล็ดแฟล็กซ์ โทงเทงฝรั่ง และกะหล่ำปลีหมัก ราดด้วยซอสสีส้มทำจากกะหล่ำปลีและโทงเทงฝรั่ง และซาบายองกะหล่ำปลี

KID GOAT
Kid Goat Shoulder with Potatoes, Cucumber & Rosemary Blossom

จานนี้ใช้องค์ประกอบหลักเป็น Old Kid Goat หรือเนื้อลูกแพะอายุ 6 สัปดาห์ ซึ่งเป็นช่วงที่ลูกแพะยังไม่กลิ่นสาบ เนื้อชิ้นใหญ่ในรูปคือส่วน Shoulder ของลูกแพะ ทำไปกงฟีและย่างถ่านจนหอม นุ่ม อร่อย เนื้อชิ้นเล็กๆด้านข้างคือ ส่วนข้อเท้าหรือ knuckle ของลูกแพะ นำไปเคี่ยวและเกลซกับธัญพืชบัลเกอร์ปรุงรส ราดด้วยซอสสีน้ำตาลจากเนื้อลูกแพะตุ๋น สีเหลืองคือมันฝรั่งฝานบางทอดกรอบ มีรสหวานกว่าใันฝรั่งทอดทั่วไปที่เราเคยทานมา อร่อยมากๆ ส่วนสีเขียวข้างๆคือสลัดทำจากแตงกวา กระเทียมต้น ถั่วพีสเปร้าท์ พริกไทยอ่อนๆและธัญพืช สีขาวทางขวาสุดคือโยเกิร์ตทำจากดอกโรสแมรี่

MILK–FED VEAL
Veal Cheeks & Brain with white Asparagus, Spruce Tips & ‘Topaz’ Apple

ด้านซ้ายคือส่วนแก้มวัวเคี่ยวกับสปรูซ (Spruce) และสตูว์แก้มลูกวัว อีกฝั่งคือ *** สมองลูกวัว *** นำไปต้มด้วยไฟคงที่จนมีเนื้อสัมผัสนุ่ม เนียน สมองที่ทางร้านทำออกมาถือว่ากลิ่นเบามาก ตรงกลางคือหน่อไม้ฝรั่งขาวส่วนหนึ่งนำไปย่างและบางส่วนนำไปต้ม ด้านบนเป็นเเท่งบางๆคือยอดสปรูซทอดกรอบ รองด้านล่างด้วยเจลลี่ทำจากโทปาซแอปเปิ้ล มะนาว และไซรัปทำจากยอดสปรูซ และยังมีส่วนประกอบของทารากอน

SELECTED CHEESES FROM OUR MEIEREI
Bergfichte, Camembert, Roter Brie & Livarot

รสเข็นชีสมีให้เลือกมากกว่ายี่สิบชนิด ทานกับแยมควินซ์และเมล็ดธัญพืช

SELECTED CHEESES FROM OUR MEIEREI
Bergfichte, Camembert, Roter Brie & Livarot

เราเลือกชิมชีสต่างๆกันดังนี้

– ชีสเบิร์กฟิชจากประเทศสวิสเซอแลนด์ เป็นพรี่เมี่ยมชีสที่ได้จากการนำนมวัวไปอบในเปลือกไม้จนมีกลิ่นหอมของเนื้อไม้เเทรกเข้าไปในตัวชีส

– ต่อมาอันที่สองคือชีสนมวัวคาเมมแบร์ เดอ นอมังดีย์ นำเข้าจากฝรั่งเศส มีเนื้อสัมผัสกึ่งเเข็ง มีกลิ่นหอม

– อย่างที่สามคือชีสนมวัวกึ่งเเข็งโรเตอร์ บรีย์ เป็นบรีย์ชีสสีแดงจากประเทศออสเตรีย

– สุดท้ายชีสนมวัวรีวาโร่จากประเทศฝรั่งเศส อันนี้ส่วนตัวไม่ชอบเท่าไหร่ เพราะกลิ่นค่อนข้างแรง

RHUBARB
Rhubarb with Cherry Blossom, Coconut & Lemon Thyme

รูบาร์บสีชมพูหมักกับเลมอนไทม์ พริกไทยดำ และวานิลลา มีรูบาร์บอบแห้ง ทานกับราสเบอร์รี่และพริก มีดอกซากุระที่นำไปทำเป็นเจลลี่ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของน้ำมะพร้าว และชารูบาร์บอีกด้วย ด้านข้างเป็นรูบาร์บกับสลัดหน่อไม้ฝรั่งหมัก ซอเรลล์ป่า และเลมอนไทม์ รสชาติโดยรวมมีรสหวาน เเต่เราไม่ค่อยชอบเนื้อสัมผัสของรูบาร์บที่นำมาทำเป็น Predessert สักเท่าไหร่

SWEET CORN
Sweet Corn with Tamarillo, Geranium & Nasturtium

ของหวานจานนี้คือข้าวโพดหวานด้านล่างเป็นวาฟเฟิลทำจากข้าวโพด ด้านในมีองุ่น แอปเปิ้ล ถั่ว ช็อกโกแลตพริก ด้านบนเป็นซอเบท์ข้าวโพดหวานกับโปเลนต้ากรอบ มีสลัดทามาริลโล หรือชื่อภาษาไทยว่ามะเขือต้น ทานกับบลัดออเร้นจ์ สตรอว์เบอร์รี่ จานนี้มีการใส่เจราเนี่ยมจาก Eveline Bach กรุงเวียนนา โดยปกติเจราเนี่ยมเป็นพืชที่มีกลิ่นหอม และมีความหลากหลายของกลิ่น ตั้งเเต่ซิตรัส มินท์ ไพน์ และสไปซี่ นิยมใช้ทำน้ำหอม ยังมีการใส่แนสเตอร์ชัม เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นเฉพาะตัว

BISHOP ́S HAT
Bishop ́s Hat with Calamansi, Sheep ́s Milk Yogurt & Einkorn

บิชอปแฮท คือชื่อของพริกปาปริกาชนิดหนึ่ง (สีแดงในรูป) นำไปหมัก ด้านในสอดไส้ครีมโยเกิร์ตนมแกะ มีซอเบท์สีขาวด้านข้าวทำจากโยเกิร์ตนมแกะ ด้านข้างคือซูเฟลแป้งไอน์คอร์นทอปด้วยนูแก็ตเมล็ดสน และคาลามานซี่ที่ทางร้านได้มาจาก Orangerie ในพระราชวังเชินบรุน

PETIT FOURS
– Citrus fruit from the Orangeries of Schönbrunn and white chocolate
– Pomelo with lemon sugar
– Dumplings with elderberry lemon jelly and meringue

เปอตีโฟว์ที่นี่มาเป็นเซ็ตใหญ่

PETIT FOURS
Citrus fruit from the Orangeries of Schönbrunn and white chocolate

สำหรับอย่างแรกคือผลไม้รสเปรี้ยวที่ปลูกในสวนส้มของพระวังเชินบรุนน์

PETIT FOURS
Pomelo with lemon sugar

ส้มโอรสเปรี้ยว ทานกับน้ำตาลเลมอน คล้ายผลไม้จิ้มพริกเกลือบ้านเรา

PETIT FOURS
Dumplings with elderberry lemon jelly and meringue

ขนมรูปเกี๊ยวกับเอลเดอเบอรี่และเจลลี่มะนาวทอปด้วยเมอแรงก์สีขาว

SELECTIONS OF BREAD

ที่นี่มีขนมปังให้เลือกมากกว่า 30 ชนิด

SELECTIONS OF BREAD

ทีเด็ดคือ Homemade blood sausage, Twiced baked sourdough, Pretzel, ขนมปังอบลาเวนเดอร์, ขนมปังชีส Parmigiano Reggiano, ขนมปัง Buckwheat, Poppy seed bread อร่อยมากจริงๆ

– Cafe Latte (9 EUR)

กาแฟลาเต้ทานกับผิวส้ม เมล็ดพืช

ราคา 400 EUR หรือประมาณ 13,500 บาท

ป้าย World’s 50 Best Restaurant

ชั้นล่างมีห้องเก็บชีส ห้องเก็บไวน์ และครัวชั้นเลิศ

รางวัลต่างๆเพียบ

รางวัลจาก A La Carte