Visit: February 29, 2020

🇪🇸 Diver XO - ไดเวอร์ เอ็กซ์โอ

👨🏻‍🍳 Chef David Muñoz

NH Collection Madrid Eurobuilding, Calle de Padre Damián, 23, 28036 Madrid, Spain

Tel: +34 915 70 07 66

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์

Country

Spain

MICHELIN Guide

3 MICHELIN Stars

Score

19/20

Price

3/5
          

🎗 “ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งฝูงหมูบิน มดยักษ์ แลงฝูงผีเสื้อนับร้อย เตรียมตัวเตรียมใจสัมผัสกับประสบการณ์การทานอาหารที่คุณไม่เคยพบเจอมาก่อน”

🎗 หากนึกถึงห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลิน ภาพที่เราคุ้นชินคือห้องอาหาร Fine Dining สุดหรู ราคาแพง มีบริกรใส่สูทชุดดำคอยเสิร์ฟอาหารและไวน์ชั้นเลิศ แต่สำหรับ Diver XO ห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินเพียงหนึ่งเดียวในกรุง Madrid ให้ลบภาพเหล่านั้นทิ้งออกไปได้เลย (ยกเว้นเรื่องราคาเเพง) ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของโรงแรม NH Collection Madrid Eurobuilding ไม่ไกลกันจาก Santiago Bernabéu สนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลชื่อดังอย่าง Real Madrid การมาทานอาหารที่นี่ให้ประสบการณ์ที่เเตกต่างจากห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินอื่นๆอย่างสิ้นเชิง ภายในตกแต่งแบบหลุดโลก เริ่มจากหน้าประตูร้านที่ลูกค้าจะพบกับพนักงานต้อนรับพร้อมกับฝูงหมูบินติดปีกสีชมพูที่ยิ้มร่าเเละชายหางตาลงมามองเหล่าลูกค้าที่เดินเข้าร้าน 🐷 ถัดไปคือการเดินขึ้นบันไดไม้ที่ขนาบข้างไปด้วยฝูงมดยักษ์สีเงิน 🐜 ฝั่งขวาสามารถมองเห็นฝูงผีเสื้อนับร้อยประดับประดาเรียงรายอยู่บนผนัง(มาทราบทีหลังว่าฝูงผีเสื้อเป็นตัวบอกทางลูกค้าไปเข้าห้องน้ำ) 🦋 ภายในห้องทานอาหารหลักมีโต๊ะสีขาวพร้อมปลาก้างไร้เนื้อวางประดับอยู่บนโต๊ะ 🐟 เเต่ละโต๊ะจะมีม่านสีขาวบางๆกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว พนักงานในห้องทานอาหารหลักเเต่งตัวด้วยโทนสีเเดงดำคล้ายกับเจ้าหน้าที่คณะละครสัตว์ และเเน่นอน ซ้าย ขวา หน้า หลัง เต็มไปด้วยฝูงหมูบินสีชมพูหน้าตาตลกที่ทำท่าคล้ายบินเข้าบินออกจากผนังร้าน ก่อนมื้ออาหารจะเริ่มต้นพนักงานจะพาเราเดินเข้าไปชมในส่วนครัว ผ่านจุดทำอาหารหวานเเละอาหารคาว แล้วจึงมานั่งลงที่โต๊ะที่เราจองเอาไว้

          
🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ David Muñoz ผู้ที่เกิดเเละเติบโตมาในกรุงมาดริด ความสนใจในอาหารเริ่มต้นขึ้นตั้งเเต่ Muñoz ยังเด็ก เมื่อครอบครัวจองเขาพาไปทานอาหารที่ Restaurant Viridiana ของเชฟ Abraham García ณใจางเมืองมาดริดอยู่บ่อยครั้ง หลังจากเรียนจบจากวิทยาลัยสอนทำอาหาร เชฟ Moñoz ตัดสินใจเริ่มต้นสายอาชีพที่ Resturant Balzac และ Restaurant Viridiana ก่อนที่จะเดินทางท่องโลกเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์การทำอาหารอยู่นานหลายปีรวมไปถึงห้องอาหารญี่ปุ่นชั้นนำในกรุงลอนดอนอย่าง Nobu ก่อนที่จะเดินทางกลับมาเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองคือ Diver XO (ร้านเดิม) นอกจากรางวัล 3 ดาวมิชลินเเล้ว อีกรางวัลเกียรติยศที่เชฟ David Muñoz ได้รับคือ Spanish National Gastronomy Award ประจำปี 2009 บ่งบอกถึงฝีมือและการเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

🎗 Diver XO ปัจจุบันเสิร์ฟเซ็ตเมนูแบบเดียวคือ The Flying Pig Cuisine จำนวน 24 คอร์สในราคาคนละ 250 € เราขอเตือนให้เตรียมท้องมาให้ว่างที่สุดเพราะอาหารบางคอร์สจะถูกแบ่งออกเป็นจานย่อยๆอีก 3-4 จาน แม้ว่าจะเป็นห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินเพียงหนึ่งเดียวในเมืองหลวงของสเปน แต่อาหารที่นี่เน้นหนักไปทางอาหารเอเชียเป็นหลักโดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน อินเดีย รวมไปถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งหมดถูกนำมาผสานเข้ากับวัตถุดิบเเละเทคนิคการปรุงอาหารเเบบสเปนออกมาเป็นอาหารฟิวชั่นสุดครีเอทีฟที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เมนูส่วนมากจะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนทุก 2 อาทิตย์ แต่มีบางจานที่กลายเป็นเมนู Iconic ของทางร้าน และไม่ค่อยถูกถอดออกจากรายการ เช่น “SEA URCHIN ON THE HAND” เมนู Uni หรือไข่หอยเม่นสดๆที่พนักงานจะบรรจงปรุงเเต่งอาหารทั้งคอร์สบนฝ่ามือของเราตั้งเเต่ต้นจนจบ เมนู ROASTED LANGOUSTINE ทานกับซอสจากสามประเทศคือซอส Kimchi จากเกาหลี ซอส X.O. จากจีน เเละซอส Bordelaise จากฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีขนมหวานหน้าตาประหลาดหลายอย่างที่หน้าตาย้อนวันวานคล้ายกับขนมเด็ก ยังไม่รวมช้อนหน้าตาแฟนซีที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนช้อนสำหรับห้องอาหาร 3 ดาวมิชลิน ก่อนกลับทางร้านจะมอบสมุดเมนูพร้อมลายเซ็นต์ของเชฟให้เป็นที่ระลึกติดมือไปด้วย ⏱ อีกเรื่องสำคัญมากที่ต้องบอกเอาไว้ก่อนคืออย่าลืมเผื่อเวลาราวๆ 3-5 ชั่วโมงในการมาทานอาหารที่นี่ สังเกตได้ว่าเวลาของมื้อกลางวันจะเริ่มต้นที่เวลา 13.30-19.00 น. ส่วนมื้อเย็นเริ่มต้นที่เวลา 20.00-2.00 หรือตีสองเลยทีเดียว (ส่วนเราทานกันตั้งเเต่ 20.00-1.00 โดยไม่ได้ดื่มไวน์จนต้องนั่งเเทกซี่กลับโรงเเรม)

🎗 กล่าวโดยสรุป Diver XO เป็นห้องอาหาร Fine Dining หลุดโลก มอบประสบการณ์การทานอาหารที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร ผสมผสานอาหารรสเลิศแนวเอเชียฟิวชั่นเข้ากับความเป็นสเปนได้อย่างลงตัว เเม้ว่าจะมีราคาสูงเเต่เทียบกับอาหารจำนวนเกินยี่สิบคอร์สถือว่าคุ้มค่าที่จะลิ้มลอง อย่าลืมเปิดใจให้กว้างๆก่อนที่จะกดซื้อตั๋วแบบระบุวันในเวปไซต์

🏵 เทคนิคการจอง (เพื่อนๆที่ติดตามข้อมูลอื่นๆให้ข้ามหัวข้อนี้ไปได้เลย) 🏵

🎗 การจองร้านอาหารจะเริ่มต้นขึ้นทุกวันที่ 1 ของเดือนเวลา 10.00 AM ตามเวลาท้องถิ่นของประเทศสเปน (อย่าลืมว่าความต่างของเวลากับประเทศไทยจะต่างกันไปตามฤดูในยุโรปด้วย) โดยจะสามารถจองได้ 2 เดือนล่วงหน้า หากจองสำเร็จทางร้านจะตัดบัตรเครดิตในราคาคนละ 250 € ทันที (เเต่สามารถขอยกเลิกได้ก่อน 2 อาทิตย์โดยจะคืนเงินเข้าบัตรเต็มจำนวน) ด้วยความที่เป็นห้องอาหาร 3 ดาวมิชลินเพียงเเห่งเดียวในเมืองหลวงของสเปนบวกกับจำนวนโต๊ะในร้านที่มีไม่มากนักและยังเปิดทำการเพียงอาทิตย์ละ 4 วัน ทำให้ Diver XO ถูกจัดให้เป็นหนึ่งในห้องอาหารที่จองยากมากที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป คิววันพฤหัส-ศุกร์ มักถูกจองเต็มหลังจากทำการเปิดจองเพียงราวๆ 10 วินาทีเท่านั้น !!! (และไม่ได้หมายความว่า 10 วินาทีเเรกเราจะจองได้เพราะระบบมักจะเออเร่อและสุ่มผู้โชคดีที่เชื่อมต่อกับระบบได้พอดี) อย่างไรก็ตามเรามีเทคนิคลับมาเเนะนำเพื่อนๆผู้ติดตามเพจเรา

1. หากจองวันอังคาร-พุธ คิวมักจะยังไม่เต็มทันทีภายในนาทีเเรก (เเต่ก็มักเต็มภายใน 10-15 นาที) ทำให้เราพอที่จะมีเวลาจองวันเหล่านี้ได้หากมารอจองตรงเวลา

2. หากจองโต๊ะสำหรับ 4-6 คน ไม่ต้องรีบ เพราะคิวมักจะเหลืออยู่บ้างสามารถจองได้ภายใน 1 ชั่วโมงสำหรับวันพฤหัส-ศุกร์ หรือ 3-4 ชั่วโมงสำหรับวันอังคาร-พุธ

3. สำหรับกรณีของเราต้องไปทานวันศุกร์เท่านั้น และร้านถูกจองเต็มหมดเเล้วตั้งเเต่วินาทีเเรกที่เปิดจอง ดังนั้นเทคนิคลับสำหรับใครที่ต้องการทานวันพฤหัส-ศุกร์คือให้เเบ่งคนหนึ่งคนเอาไว้ลงทะเบียน Waiting List โดยเฉพาะเเละให้จองตั้งเเต่วินาทีเเรกที่ร้านเปิดให้จองเพื่อให้ขึ้นบัญชีเป็นคิวเเรก (และมีเพื่อนอีกคนคอยทำการจองแบบปกติ) พอใกล้ถึงวันไปให้ส่งอีเมลล์ไปถามโต๊ะว่างกับร้านเเจ้งว่าเราจอง Waiting List เอาไว้สักช่วง 1 เดือน, 3 อาทิตย์, 2 อาทิตย์, 1 อาทิตย์ และ 2 วันก่อนไปก่อนไป เพราะว่ากันว่าร้านมักจะนำโต๊ะที่กันเอาไว้สำหรับลูกค้า VIP มาปล่อยจอง และมีลูกค้าจองสำเร็จด้วยวิธีนี้เยอะมาก (ขนาดที่ว่าในเวปยังเขียนเอาไว้ว่าวิธีนี้ได้ผลบ่อยๆ)

4. วิธีลับสุดยอดโดยการใช้กำลังทรัพย์แก้ปัญหา เริ่มจากการโทรสายตรงเข้าที่โรงแรม NH Collection Madrid Eurobuilding ขอสาย “Guest Coordinator” และขอจองห้องพัก VIP Room ซึ่งเป็น “โค้ดลับ” ของโรงแรมสำหรับการจองห้องพักร่วมกับการการันตีที่นั่งสำหรับห้องอาหาร Diver XO (แน่นอนว่าราคาห้องย่อมสูงกว่าเดิมอยู่พอสมควร)

Price :

250 ยูโร/คน

Parking :

None

Operating Time :

13.30-19.00, 20.00-2.00 (+1) ปิดวันเสาร์, อาทิตย์, จันทร์ (ควรเผื่อเวลา 4-6 ชั่วโมงสำหรับอาหารมื้อนี้)

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 สุดยอดร้านอาหารสุดแปลกที่จะพาคุณท่องเที่ยวไปยังจุดหมายต่างๆทั่วโลก อย่าลืมเปิดใจให้กว้างๆก่อนที่จะกดจองโต๊ะ อาหารรสเลิศตามมาตรฐาน 3 ดาวมิชลิน ควรค่าเเก่การเเวะมาสัมผัสดูสักครั้ง

อาหาร :

19

ราคา :

3/5

เทคนิค :

5/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

5/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 The Flying Pigs Cuisine (250 €/p)

          
CANTONESE CHICKEN GREAVES AND CHINESE SPICES LEMON.

“TACO-CREPE” OF PURPLE CORN WITH CRUNCHY DUCK TONGUES, CUCUMBER & TONBURI.

“NIGUIRI-CROQUETTE” MADE OF SHEEP’S MILK AND A “MILEFEUILLES” OF MADURATED SALMON IN JABUGO FAT, TOMATO & SMOKED TEA MARMELADE.

🇮🇳 TRIP TO GOA BEACH 🇮🇳

“PANI PURI” FILLED WITH NEW DELHI “SALMOREJO” AND “JOSELITO’S COPPA”.

ROASTED CAVIAR IN A “TANDOORI” OVEN WITH “VINDALOO” CURRY AND GREEK YOGURT.

“DAL MAKHANI” WITH WHEY MADE FROM SHEEP’S MILK & CHLOROPHYLL.

FROG LEGS AS “BUTTER CHICKEN MASALA”, PICKLED MINT, “PAPADUM” OF LENTIL & MANGO CHUTNEY.

STEAMED CHEESE “NAAN” WITH TRUFFLE, CORN AND ACIDULATED PARMESAN CHEESE.

MUMBAI FLOWER WITH PINK PEPPER.

FROSTED SALAD FROM THE BACK OF THE FRIDGES.

“NÉCORA (VELVET SWIM CRAB) DUMPLING “CHILLI CRAB” VERSION OF CHIPOTLES WITH “KOKOTXA” IN A ROMAN STYLE OF DUCK YOLK

XIALONGBAO XO… IBERIAN SOUP DUMPLING WITH AGED BEEF RIB & BONE MARROW.

TRIP TO TSUKIJI MARKET… “SEA URCHIN ON THE HAND” WITH FINGER LIME. A VEIL OF “LIQOURICE-BLACK GARLIC” JAPANESE BEARNAISE SAUCE AND BERGAMOT SCENT.

CHARGRILLED ESPARDENYAS IN THE ROBATA WITH A “PIL-PIL” SAUCE OF “AJÍ AMARILLO” (YELLOW CHILLI PEPPER), WARM “LECHE DE TIGRE” MADE OF RED MULLET, FRIED RED MULLET AND SMOKED EEL.

CRUNCHY “CANAPÉ” OF SUCKLING PIG SKIN, LITTLE SQUIDS, MATURE TOMATOES & DRIED LITTLE SQUIDS MARMALADE, CHARGRILLED “HABANERO” CHILLIES PURÉE & IDIAZABAL CHEESE, FROZEN GREEN LEMON WITH CORIANDER ROOT.

STEAMED FOIE RAMEN, GUINEA FOWL’S BONES SOUP EMULSIFIED WITH ITS FOIE AND ROASTED YOLK.

ROASTED LANGOUSTINE SERVED WITH ITS BORDELAISE SAUCE, BLACK GARLIC BUTTER, KIMCHI, XO SAUCE AND BOTAGAR.

LANGOUSTINE’S HEAD WITH “SAUCE” OF BITTER SWEET LEMONS.

SILK IN YOUR MOUTH… “TXULETÓN” & TAMARIND MUNIERE, WAGYU FROM KAGOSHIMA ROASTED AND MARINATED IN TOASTED “MOJO”. BUFFALO MILK SKIN. SAKE & YUZU-ORGANIC VIETNAMESE RICE WITH SAKE, GREEN TEA AND BAMBOO.

👻 ANIMATED CARTOON… FANTASY SWEET WORLD 👻
COCONUT GANACHE, BLACK GARLIC, BLACKCURRANT BUBBLEGUM, BASIL& LIQOURICE… COCONUT-YUZU ASHES ICE CREAM.

GUAVA, RUBY CHOCOLATE, HAJIKAMI, BURNED SHEEP’S MILK, PINK PEPPER AND TREE TOMATOES.

CORN, LULO, VANILLE AND THE LEFTOVER MILK FROM THE BOTTOM OF THE CEREAL BOWL.

SLIRPING YOUR CHILDHOOD… COTTONCANDY FLAN, BEETROOT, VANILLE AND A TOUCH OF SRIRACHA SAUCE.

THE AFTERNOON TEA… CROISSANT & WHITE COOKIES MOCH

🇪🇸 Diver XO – ไดเวอร์ เอ็กซ์โอ

⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Star – 3 ดาวมิชลิน

“ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งฝูงหมูบิน มดยักษ์ แลงฝูงผีเสื้อนับร้อย เตรียมตัวเตรียมใจสัมผัสกับประสบการณ์การทานอาหารที่คุณไม่เคยพบเจอมาก่อน”

CANTONESE CHICKEN GREAVES AND CHINESE SPICES LEMON.

อาหารคอร์สแรกเป็นจานที่เชฟได้รับเเรงบันดาลใจมากประเทศจีน คือตีนไก่ทอดกรอบทานกับ Cantonese sauce หรือซอสสไตล์จีนเเละไข่ปลา เสิร์ฟคู่กับโฟมเลมอนโรยด้านบนด้วยเครื่องเทศอย่างจีนหรือ Chinese Five Spices (20+/20)

CANTONESE CHICKEN GREAVES AND CHINESE SPICES LEMON.

ทีเด็ดของคอร์สนี้อยู่ที่ตีนไก่ ที่เชฟทำออกมาได้ดีมาก มีกลิ่นหอม มีความเบา เคี้ยวกรอบ บอกเลยว่าหากได้มาทานเเล้วจะต้องทึ่งว่าเชฟทำตีนไก่ออกมาให้มีเนื้อสัมผัสเเบบนี้ได้อย่างไร ซอสครีมรสชาติกลมกล่อมด้านบนให้กลิ่นอายของความเป็นจีนได้อย่างดีตัดรสเปรี้ยวด้วยโฟมมะนาวได้อย่างลงตัว (20+/20)

CANTONESE CHICKEN GREAVES AND CHINESE SPICES LEMON.

ทั้งความคิดสร้างสรรค์ รสชาติ เเละเทคนิคการปรุงอยู่ในเกณฑ์ดีเลิศ ไร้ที่ติ ถือว่าว้าวมากๆเลยสำหรับคอร์สเเรก (20+/20)

“TACO-CREPE” OF PURPLE CORN WITH CRUNCHY DUCK TONGUES, CUCUMBER & TONBURI.

“NIGUIRI-CROQUETTE” MADE OF SHEEP’S MILK AND A “MILEFEUILLES” OF MADURATED SALMON IN JABUGO FAT, TOMATO & SMOKED TEA MARMELADE.

คอร์สที่สองและสามจะถูกยกมาเสิร์ฟพร้อมกัน

“TACO-CREPE” OF PURPLE CORN WITH CRUNCHY DUCK TONGUES, CUCUMBER & TONBURI.

จานถัดมายังคงอยู่ที่ประเทศจีน คอนเซปของจานนี้คือ “เป็ดปักกิ่ง” สไตล์ Diver XO เริ่มจากตัวแป้งที่ทำจากข้าวโพดม่วง มีเนื้อสัมผัสนุ่มละมุนตามแบบฉบับแป้งเครปที่ดี เชฟเปลี่ยนจากการใช้หนังเป็ดแบบต้นตำรับมาใช้ “ลิ้นเป็ด” ทอดมาแบบๆกรอบเสิร์ฟแทน ด้านบนคือซอส Hoisin รสหวานหอม ข้างๆกันคือโฟมแตงกวาดอง อีกหนึ่งทีเด็ดด้านล่างคือ Tonburi วัตถุดิบที่ได้รับสมญานามว่า Land caviar เป็นเมล็ดของต้น Cypress มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบคล้ายไข่ปลาคาเวียร์จริงๆ ทุกองค์ประกอบเข้ากันได้อย่างดี ทานเเล้วชวนนึกถึงเป็ดปักกิ่งชั้นดีตามห้องอาหารติดดาวในฮ่องกง แต่ถูกนำมาพัฒนาต่อยอดไปอีกหลายขั้น สุดยอดมากๆ (20+/20)

“NIGUIRI-CROQUETTE” MADE OF SHEEP’S MILK AND A “MILEFEUILLES” OF MADURATED SALMON IN JABUGO FAT, TOMATO & SMOKED TEA MARMELADE.

คอร์สถัดมาเป็นคอร์สที่ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากนิงิริซูชิของประเทศญี่ปุ่น เเต่เชฟนำมาปรับแต่งเสียใหม่โดยการเเทนที่ข้าวด้วยโครเก้แบบสเปนจนได้ออกมาเป็นนิงิริ-โครเก้นั่นเอง (20/20)

“NIGUIRI-CROQUETTE” MADE OF SHEEP’S MILK AND A “MILEFEUILLES” OF MADURATED SALMON IN JABUGO FAT, TOMATO & SMOKED TEA MARMELADE.

โครเก้ทอดกรอบ มีสีเหลืองสวย ภายในบรรจุชีสนมเเกะมีเนื้อสัมผัสกึ่งเหลว มีกลิ่นหอมนวล ด้านบนมีองค์ประกอบสามอย่างถูกจัดเรียงมาเป็นชั้นๆแลดูคล้ายมิลเฟย เริ่มจากปลาเเซลมอนที่ถูกเเช่ในไขมันของหมูดำไอบีเรียจากเมืองจาบูโก้จนอิ่มตัว มะเขือเทศ และแยมที่ทำมาจากใบชารมควัน ไขมันหมูเเทรกเข้าไปในเนื้อของปลาเเซลมอนให้รสเเละกลิ่นที่มีเอกลักษณ์ เเต่ตัดเลี่ยนด้วยความอุมามิของมะเขือเทศ เเละกลิ่นหอมจากผิวด้านบนที่ถูกเเนบด้วยถ่าน (20/20)

“NIGUIRI-CROQUETTE” MADE OF SHEEP’S MILK AND A “MILEFEUILLES” OF MADURATED SALMON IN JABUGO FAT, TOMATO & SMOKED TEA MARMELADE.

ทานเสร็จจะพบว่าหมอนรองเป็ดปักกิ่งทำเป็นรูปหน้าของเชฟ 😳

🇮🇳 TRIP TO GOA BEACH 🇮🇳

ถัดมาคือเซ็ทอาหาร 6 คอร์สที่เชฟได้รับเเรงบันดาลใจจากทริปท่องเที่ยวที่ชายหาดกัว ประเทศอินเดีย โดยพนักงานจะยกมาเสิร์ฟชุดใหญ่พร้อมกันเกือบทั้งหมดดังรูป

“PANI PURI” FILLED WITH NEW DELHI “SALMOREJO” AND “JOSELITO’S COPPA”.

และ

STEAMED CHEESE “NAAN” WITH TRUFFLE, CORN AND ACIDULATED PARMESAN CHEESE.

ถูกจัดเสิร์ฟมาในบอร์ดยาวใหญ่

“PANI PURI” FILLED WITH NEW DELHI “SALMOREJO” AND “JOSELITO’S COPPA”.

จานถัดมาคือการนำอาหารอินเดียเเละอาหารสเปนมาเเต่งงานกัน เเละได้ผลผลิตออกมาเป็นอาหารรสเลิศ ปานิปูริเป็นอาหารว่างยอดนิยมอย่างหนึ่งในประเทศอินเดีย เป็นแป้งกรอบ ภายในสอดไส้ Salmorejo Dehli ซึ่งปกติ Salmorejo หรือพูเรทำจากมะเขือเทศรสเปรี้ยวอูมามิ เมนูยอดนิยมที่มี่ถิ่นกำเนิดมาจากเมือง Cordoba ทางตอนใต้ของสเปน คลุมด้านบนด้วยคอปป้าของโยเซลิโต้เเฮมหรือส่วนขาหน้าของแฮมหมูดำอิเบอริโก้ มีกลิ่นหอม มีรสเค็มกลมกล่อมตามแบบฉบับของแฮมชั้นเลิศ (19/20)

ROASTED CAVIAR IN A “TANDOORI” OVEN WITH “VINDALOO” CURRY AND GREEK YOGURT.

ไข่ปลาคาเวียร์ที่เชฟนำไปย่างในเตาทันดูร์เป็นระยะเวลาสั้นๆเพียง 10 วินาที เสิร์ฟให้ทานคู่กันกับเเกงวินดาลูที่มีส่วนผสมของกระวาน, ซินนามอน และมัสตาร์ด ทอปด้านบนด้วยสเฟียร์ทำจากกรีกโยเกิร์ต

ไข่ปลาคาเวียร์มีความหนึบมากขึ้นจากการผ่านความรัอนทานเข้ากันได้กับแกงวินดาลูที่มีกลิ่นหอมของแกงอินเดียชัดเจน (20/20)

“DAL MAKHANI” WITH WHEY MADE FROM SHEEP’S MILK & CHLOROPHYLL.

ถัดมาคือ Dal Makhani อาหารพื้นเมืองจากเเคว้นปัญจาบในประเทศอินเดีย มีวัตถุดิบหลักคือถั่วดำ Black lentil โดยปกติเมนูต้นตำรับจะมีการใส่ครีมหรือนมลงไป เเต่สำหรับเวอร์ชั่นของ Diver XO เชฟนำมาพัฒนาให้ออกมาในรูปแบบของตัวเองโดยการเพิ่มเวย์ที่ทำมาจากนมแกะ (Petit lait) เเละคลอโรฟิลล์ลงไป ตอนทานจะมีกลิ่นหอมของถั่วเเละกลิ่นเขียวเล็กน้อยของคลอโรฟิลด์ (18/20)

FROG LEGS AS “BUTTER CHICKEN MASALA”, PICKLED MINT, “PAPADUM” OF LENTIL & MANGO CHUTNEY.

จานถัดมาคือเมนูง่ายๆอย่างแกงไก่มาซาล่า เเต่เชฟทำรสชาติที่ออกมาอร่อยจนเราต้องร้องว้าวเลยทีเดียวโดยแกงมาซาล่าเป็นแกงสไตล์อินเดียที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในบรรดาอาหารอินเดียทั้งปวง เเต่กลับมีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษไม่ใช่อินเดีย ในเวอร์ชั่นของ Diver XO เชฟเเทนที่เนื้อไก่ด้วยขากบ ! ซึ่งคือทีเด็ดของจาน เนื้อกบปรุงมาได้ดีมากๆ นุ่ม ละมุน จนเเทบละลายในปาก ความนุ่มของกบผสานเข้ากันกับความนุ่มของเนยที่อยู่ในแกงมาซาล่า มีกลิ่นหอมยองเเกงเด่นขึ้นจมูก เจือด้วยกลิ่นของมิ้นท์ดอง อร่อยสุดๆ เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับแป้งกรอบปาปาดัมทอปด้านบนด้วยซอสชัทนีย์สีเหลืองทำจากมะม่วงสุก (20/20)

STEAMED CHEESE “NAAN” WITH TRUFFLE, CORN AND ACIDULATED PARMESAN CHEESE.

หนึ่งในจานที่มีรสชาติโดดเด่นที่สุดในมื้อนี้คือขนมปังชีสนานคล้ายซาลาเปานึ่งมาอุ่นๆ ภายในสอดไส้ข้าวโพดเเละชีสพาเมซานหอมๆ โรยด้านบนด้วยเห็ดทรัฟเฟิล ตอนทานเข้าไปความนุ่มของแป้งซาลาเปา ชีส ข้าวโพด เเละเห็ดทรัฟเฟิลเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ เป็นจานที่นำอาหารอินเดียมาผสมผสานกับทรัฟเฟิลและอาหารตะวันตกได้อย่างเพอร์เฟคลงตัว ขอยกนิ้วให้เชฟเลย (20/20)

MUMBAI FLOWER WITH PINK PEPPER.

ปิดท้ายอาหารอินเดียคอร์สใหญ่ด้วยดอกไม้อินเดีย โรยด้านบนด้วยพริกไทยแดง เสิร์ฟมาบนหลังของรูปปั้นช้างสีเงิน ตัวดอกไม้มีรสออกเปรี้ยวๆ แซด้วยรสเผ็ดเบาๆเเละกลิ่นหอมจากพริกไทย ทานเเล้วรู้สึกสดชื่นเเละดับคาวอาหารจานก่อนหน้าได้ดี (18/20)

FROSTED SALAD FROM THE BACK OF THE FRIDGES.

กลับจากประเทศอินเดียมาสู่อาหารทั่วไปกันบ้าง นี่คืออาหารที่เชฟใช้คอนเซป Upside Down หมายความว่าโดยทั่วไปเวลาเราทานปลาย่าง ตัวปลาจะถูกยกให้เป็น Main dish เเต่ผักสลัดมักจะเสิร์ฟมาเป็น Side dish ในทางกลับกันเชฟได้นำผักสลัดมาเสิร์ฟเป็น Main dish แล้วเสิร์ฟปลาสามอย่างเป็น Side dish แทน

FROSTED SALAD FROM THE BACK OF THE FRIDGES.

ตัวผักสลัดได้รับเเรงบันดาลใจมาจากผัดสลัดที่ถูกแช่ค้างคืนอยู่ในตู้เย็นเเล้วนำออกมาดีฟรอส มีมะเขือเทศกับไข่นกกระทา น้ำราดสีเขียวด้านบนทำมาจาก Lettuce ทานคู่กับปลา Red mullet, Turbot และ Seabream ทุกชิ้นเตรียมโดยวิธียากิโทริหรือการย่างถ่านแบบญี่ปุ่นจนผิวกรอบเเต่เนื้อยังคงนุ่มอยู่ ห้ามลืมที่จะทานปลาเเต่ละจานคำเดียวหมดแบบ One bite เพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสสองอย่างที่เเตกต่างกันของปลาชิ้นเดียว (หนังกรอบๆและเนื้อนุ่มๆ) ในแบบที่ยากิโทริควรจะเป็น

ผักที่เป็น Main dish มีเทคนิคการทำที่ดี แม้ว่าจะเสิร์ฟมาที่อุณหภูมิเย็นมากเเต่ผักยังคงกรอบเเละไม่เหี่ยว อย่างไรก็ตามพอนำผักที่เย็นจัดมาทานคู่กับปลาย่างร้อนๆอาจไม่ถูกใจเพื่อนๆบางคนได้เหมือนกัน (17/20)

FROSTED SALAD FROM THE BACK OF THE FRIDGES.

เเม้ว่าผักจะเสิร์ฟมาเย็นจัดเเต่บอกเลยว่าเนื้อปลา Side dish อร่อยเลิศเเบบไร้ที่ติ เริ่มจากจานเเรกที่เราชิมคือปลาเทอร์บอทที่ย่างมาแแบบยากิโทริ มีหนังด้านบนกรอบ เเต่เนื้อด้านล่างนุ่มละมุนลิ้น ดีงามสุดๆ (20/20)

FROSTED SALAD FROM THE BACK OF THE FRIDGES.

ถัดมาคือ Sea Bream หนังกรอบเช่นกัน เนื้อนุ่ม หอม (20/20)

FROSTED SALAD FROM THE BACK OF THE FRIDGES.

สุดท้ายคือ Red Mullet เนื้อจะละมุนที่สุด หนังกรอบเช่นกัน (20/20)

“NÉCORA (VELVET SWIM CRAB) DUMPLING “CHILLI CRAB” VERSION OF CHIPOTLES WITH “KOKOTXA” IN A ROMAN STYLE OF DUCK YOLK

กลับมาที่อาหารจีน นี่คือหนึ่งในคอร์สที่เป็นสัญลักษณ์ของร้าน Diver XO ด้วยจานสีเเดงเป็นรูปตัวอักษร X และ O ทำให้คอร์สนี้กลายเป็นเอกลักษณ์หนึ่งของร้านได้ไม่ยาก

“NÉCORA (VELVET SWIM CRAB) DUMPLING “CHILLI CRAB” VERSION OF CHIPOTLES WITH “KOKOTXA” IN A ROMAN STYLE OF DUCK YOLK

เริ่มจากด้านซ้ายคือเกี๊ยวเเบบจีนสอดไส้ด้านในด้วย Nécora หรือเนื้อปู Velvet swimming crab ซึ่งเป็นปูในกลุ่ม Swimmer crab ทำให้เนื้อปูชนิดนี้มีรสหวานเด่นเป็นเอกลักษณ์คล้ายกับปูม้าบ้านเรา (Blue swimming crab) นอกจากนี้แป้งเกี๊ยวสีแดงด้านนอกก็มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบพอดีมากๆ ทำออกมาได้สูสีกันกับห้องอาหารจีนสามดาวมิชลินเลยก็ว่าได้ ทอปด้านบนด้วย Hake Kokotxa เมนูพื้นบ้านชื่อดังของสเปน ในที่นี้ได้จากการนำส่วน “คาง” ของปลา Hake มาทอดจนกรอบ ไม่อมน้ำมัน ทำให้เกิดเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างทางรสชาติกับเกี๊ยวปูนุ่มๆ (20/20)

“NÉCORA (VELVET SWIM CRAB) DUMPLING “CHILLI CRAB” VERSION OF CHIPOTLES WITH “KOKOTXA” IN A ROMAN STYLE OF DUCK YOLK

ถัดมาคือฝั่งขวาคือ “Our own version of chili crab” เชฟนำปูผัดในกระทะเเบบจีนบนไฟเเรงสูงกับพริกหวาน Chipotles มีกลิ่นหอมเด่น ไร้ซึ่งรสเผ็ด เสิร์ฟมาบนกระดองปู บอกเลยว่าอร่อยไม่แพ้ร้านดังในสิงคโปร์เลยทีเดียว (20/20)

XIALONGBAO XO… IBERIAN SOUP DUMPLING WITH AGED BEEF RIB & BONE MARROW.

ยังคงต่อเนื่องกับอาหารจีนทางตอนใต้ จานถัดมาคือเมนูเสี่ยวหลงเป่าชิ้นโต ภายในมีซุปอุ่นๆทำจากหมูดำอิเบอริโก้ขึ้นชื่อของสเปน ยังมีไขกระดูกเพิ่มความหอม ด้านบนคือเนื้อส่วนซี่โครงของ Vaca Rubia Gallega วัวสายพันธุ์ Rubia Gallega ซึ่งเป็นวัวท้องถิ่นของแคว้น Galicia พนักงานกำชับมากให้ทานคำเดียวเพราะตัวเสี่ยงหลงเป่าจะระเบิดออกในปากพร้อมกับน้ำซุปหอมๆ รสชาติเข้มข้นกระจายออกมา เนื้อวัวด้านบนเพิ่มเนื้อสัมผัสไม่ให้อาหารคำนี้เหลวจนเกินไป มีรสเค็มอุมามิเบาๆ ขนาดเราพยายามทานทั้งคำเเต่ก็ไม่วายหกเลอะเสื้ออยู่ดี (18/20)

TRIP TO TSUKIJI MARKET… “SEA URCHIN ON THE HAND” WITH FINGER LIME. A VEIL OF “LIQOURICE-BLACK GARLIC” JAPANESE BEARNAISE SAUCE AND BERGAMOT SCENT.

อาหารจานที่เราขอยกขึ้นมาให้ชมในวันนี้คือเมนูสุกแปลกแหวกเเนวอย่าง “ไข่หอยเม่น” ที่เชฟได้รับเเรงบัลดาลใจจากการไปเที่ยวตลาดปลา Tsukiji ในกรุงโตเกียวแล้วมีโอกาสได้นำไข่หอยเม่นมาวางบนมือจึงเกิดไอเดียออกมาเป็นอาหารคอร์สนี้ (20/20)

TRIP TO TSUKIJI MARKET… “SEA URCHIN ON THE HAND” WITH FINGER LIME. A VEIL OF “LIQOURICE-BLACK GARLIC” JAPANESE BEARNAISE SAUCE AND BERGAMOT SCENT.

ไฮไลท์คือพนักงานจะทำการ “ปรุงอาหารคอร์สนี้บนมือลูกค้าตั้งเเต่ต้นจนจบ” (20/20)

TRIP TO TSUKIJI MARKET… “SEA URCHIN ON THE HAND” WITH FINGER LIME. A VEIL OF “LIQOURICE-BLACK GARLIC” JAPANESE BEARNAISE SAUCE AND BERGAMOT SCENT.

เริ่มจากการวางไข่หอยเม่นลงบนมือซึ่งเป็นไข่หอยเม่นสดๆ ไม่มีการปรุงเเต่งรสชาติใดๆ จากนั้นใส่คาเวียกลมๆทำจากมะนาวนิ้วมือหรือ Finger lime จากประเทศ Australia ลงไปเพื่อเพิ่มรสเปรี้ยว ปิดด้วยแผ่นเจลสีน้ำตาลเข้มทำจาก Black garlic ผสมกับเหล้าเบาๆ (20/20)

TRIP TO TSUKIJI MARKET… “SEA URCHIN ON THE HAND” WITH FINGER LIME. A VEIL OF “LIQOURICE-BLACK GARLIC” JAPANESE BEARNAISE SAUCE AND BERGAMOT SCENT.

สีส้มข้างบนคือ Bearnaise sauce สไตล์ญี่ปุ่นทำจากเนย วางใบผักชีไว้ข้างบน ปิดท้ายด้วยการฉีดน้ำหอมกลิ่น Bergamot ตกแต่งเล็กน้อยโดยการทอปใบผักชีลงไปข้างบน

ตอนทานเข้าไปรสชาติแรกที่สัมผัสได้คือความสดของไข่หอยเม่นเย็นๆ เนื้อสัมผัสเนียน ละมุน ครีมมี่สุดๆ ตัดรสเปรี้ยวด้วยมะนาวคาเวียร์ที่แตกออกในปาก วัตถุดิบทั้งสองอย่างดูเหมือนจะมีรสชาติที่เเตกต่างกันเเต่กลับถูกเชื่อมด้วยซอส Bearnaise ที่ทำจากเนยได้อย่างลงตัว กลิ่นของเจลพริกไทยกับกลิ่นมะกรูดเสริมกันได้พอเหมาะพอดี (20/20)

TRIP TO TSUKIJI MARKET… “SEA URCHIN ON THE HAND” WITH FINGER LIME. A VEIL OF “LIQOURICE-BLACK GARLIC” JAPANESE BEARNAISE SAUCE AND BERGAMOT SCENT.

ปิดท้ายด้วยการดื่มค็อกเทลสูตรพิเศษของทางร้านได้เเรงบัลดาลใจจาก Pisco sour ค็อกเทลชื่อดังจากเปรู ให้ทานเพื่อล้างปาก ถือเป็นอาหารที่ไม่เพียงเเต่แปลก ไม่ซ้ำใคร แต่ยังมีรสชาติอร่อยเลิศจนเป็นที่น่าจดจำอีกด้วย (20/20)

CHARGRILLED ESPARDENYAS IN THE ROBATA WITH A “PIL-PIL” SAUCE OF “AJÍ AMARILLO” (YELLOW CHILLI PEPPER), WARM “LECHE DE TIGRE” MADE OF RED MULLET, FRIED RED MULLET AND SMOKED EEL.

อาหารคาวที่ดีที่สุดในวันนี้ และเป็นจานที่ดีที่สุดจานหนึ่งของทริปสเปนนี้เลยก็ว่าได้คือ Espadenyes หรือปลิงทะเลท้องถิ่นย่างบนเตาโรบาตะเเบบญี่ปุ่นราดด้วยซอสปิลปิลสีเหลืองทำมาจากพริกหวานสีเหลือง ด้านล่างเป็น Leche de Tigre หรือ Tiger’s Milk ของปลา Red mullet โดย Tiger’s Milk เป็นอาหารพื้นบ้านที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเปรูมีรสชาติและกระบวนการคล้ายกับเชวิเช่ ทางร้านเสิร์ฟมาแบบอุ่นๆแตกต่างจากต้นตำรับที่มักเสิร์ฟเย็น ทานคู่กับปลาไหลรมควัน และปลา Red mullet ทอดด้านบน

จานนี้เป็นจานอาหารทะเลที่มีองค์ประกอบหลากหลาย ปลาเเต่ละชนิดมีเนื้อสัมผัสความนุ่มที่เเตกต่างกันทำให้เกิดมิติทางรสชาติที่ซับซ้อนมากๆ ซอสพริกหวานด้านบนมีกลิ่นหอมพอดีเเต่ไม่แรงจนกลบกลิ่นปลานานาชนิด ถือเป็นหนึ่งในจานปลาที่ดีที่สุดจานหนึ่งเท่าที่เราเคยทานมาเลยก็ว่าได้ (20/20)

CRUNCHY “CANAPÉ” OF SUCKLING PIG SKIN, LITTLE SQUIDS, MATURE TOMATOES & DRIED LITTLE SQUIDS MARMALADE, CHARGRILLED “HABANERO” CHILLIES PURÉE & IDIAZABAL CHEESE, FROZEN GREEN LEMON WITH CORIANDER ROOT.

คั่นกลางด้วยอาหารว่างอย่าง Cochinillo หรือหมูหันหนังกรอบ กรอบชนิดเคี้ยวเเล้วมีเสียงดังกร๊อบออกมาจากในปาก มีกลิ่นหอม ด้านบนมี Chopitos หรือหมึกตัวเล็กจากตอนเหนือของประเทศสเปนซอยเป็นชิ้นๆมีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบตัดกันกับความกรอบของหมูหัน มีมะเขือเทศช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวอูมามิ เเละยังมีมีเเยมที่ทำจากหมึกเช่นกัน ด้านบนคือพูเรทำจากพริกหวานฮาบาเนโร่ มีองค์ประกอบของไอดีอาซาบัล ชีสนมแกะจากทางตอนเหนือของสเปน ส่วนสีเขียวในช้อนข้างกันคือไอศกรีมทำจากมะนาวผสมกับรากผักชีช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวเเละกลิ่นเฉพาะตัวให้กับจาน (19/20)

STEAMED FOIE RAMEN, GUINEA FOWL’S BONES SOUP EMULSIFIED WITH ITS FOIE AND ROASTED YOLK.

จานถัดมาคือราเมงเสิร์ฟมาในลูกมะพร้าว น้ำซุปทำมาจากกระดูกของไก่ต๊อก ภายในมีเส้นราเมง เห็ดต่างๆรวมถึงทรัฟเฟิล เเละ Hen egg yolk ด้านบนคือฟัวส์หรือตับเป็ดที่ผ่านการเเช่ในกระเทียมต้น 1 วัน เเละเเช่ในเกลืออีก 1 ชั่วโมง จากนั้นผ่านความร้อนเป็นระยะเวลาสั้นๆเพียง 3 วินาที (17/20)

STEAMED FOIE RAMEN, GUINEA FOWL’S BONES SOUP EMULSIFIED WITH ITS FOIE AND ROASTED YOLK.

เชฟให้เริ่มทานจากฟัวส์ก่อน ตามด้วยทีเด็ดของจานคือไข่ไก่ย่างทรงกลมเมื่อกัดเเล้วไข่เเดงจะเเตกระเบิดออกมาในปาก น้ำซุปราเมงรสชาติออกเค็มเล็กน้อย มีกลิ่นหอมของมะพร้าวเจือปนมาเบาๆ เส้นราเมงอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ โดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดี เเต่เทียบกับจานอื่นๆเเล้วถือว่ายังเทียบชั้นกันไม่ได้ (17/20)

ROASTED LANGOUSTINE SERVED WITH ITS BORDELAISE SAUCE, BLACK GARLIC BUTTER, KIMCHI, XO SAUCE AND BOTAGAR.

หนึ่งในจานซิกเนเจอร์ของร้านที่ถูกจัดอยู่ในเมนูอยู่ตลอดคือกุ้งเเลงกูสทีนเผา เสิร์ฟมากับเนยกระเทียมดำหรือเส้นสีดำในภาพ ซอสกิมจิสีส้มมีรสออกเปรี้ยวจากเกาหลี ซอสเอ็กซ์โอและไข่ปลาหมักหรือบอททาการ์รสเผ็ดๆเค็มๆจากจีน และซอสบอเดอเลสเนื้อเนียนที่มีส่วนผสมของมันจากหัวกุ้งและไวน์แดงจากฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีเวเฟอร์มันฝรั่งเพิ่มความกรอบให้กับจาน ความหวานธรรมชาติของเนื้อกุ้งทานสลับกับซอสต่างๆเข้ากันได้อย่างดี รสชาติของอาหารเเต่ละคำจะเเตกต่างกันไปเล็กน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณซอสเเต่ละชนิดที่เราได้ทานเข้าไป (18/20)

LANGOUSTINE’S HEAD WITH “SAUCE” OF BITTER SWEET LEMONS.

ส่วนหัวของกุ้งเเลงกูสทีนทานกับโฟมทำจากมะนาว ด้านบนคือ Cow butter ผงสีชมพูคือ Dust of Hibiscus หรือดอกชบา วิธีทานให้ใช้นิ้วลูบฝุ่นชบาทานก่อนจากนั้นค่อยทานหัวกุ้งตาม เพราะรสเปรี้ยวของชบาจะทำให้รสหวานมันหัวกุ้งเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ส่วนด้านล่างรองด้วยยางรูปลิ้นดูแปลกตา (19/20)

SILK IN YOUR MOUTH… “TXULETÓN” & TAMARIND MUNIERE, WAGYU FROM KAGOSHIMA ROASTED AND MARINATED IN TOASTED “MOJO”. BUFFALO MILK SKIN. SAKE & YUZU-ORGANIC VIETNAMESE RICE WITH SAKE, GREEN TEA AND BAMBOO.

อาหารคาวจานสุดท้ายเเละเป็นอีกหนึ่งจานที่โดดเด่นมากในมื้อนี้คือเนื้อวัวคาโกชิม่าที่มีเนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุน ราวกับผ้าไหมละลายในปาก เชฟเลือกใช้เนื้อวากิวคุณภาพสูงที่ได้มาจากวัวดำญี่ปุ่น Japanese black cattle breed หมีกมาใน Toasted Mojo หรือซอส “โมโฮย่าง” ซึ่งในภาพคือองค์ประกอบสีดำที่บริเวณผิวหนังของวัว เชฟย่างมาในรูปแบบของเนื้อสเต๊กพื้นเมืองภูมิภาค Basque Country เรียกว่า Txuletón เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียมเเร์ สีขาวที่คลุมเนื้อวัวเป็น Milk skin หรือฟิล์มเหนียวบางๆที่ได้มาจากนมควาย ข้างๆกันคือซอสมูเนียร์ที่มีรสเปรี้ยวของมะขามใส่ลงไปด้วย เนื้อวัวนุ่ม ละมุน ละลายในปากในเเบบที่เนื้อโกเบชั้นยอดควรจะเป็น ผิวนมควายช่วยเพิ่มกลิ่นเเละทวีความหอมให้กับเนื้อวัว (19/20)

SILK IN YOUR MOUTH… “TXULETÓN” & TAMARIND MUNIERE, WAGYU FROM KAGOSHIMA ROASTED AND MARINATED IN TOASTED “MOJO”. BUFFALO MILK SKIN. SAKE & YUZU-ORGANIC VIETNAMESE RICE WITH SAKE, GREEN TEA AND BAMBOO.

เนื้อวัววากิวถูกเสิร์ฟมาคู่กับข้าวออร์เเกนิคนำเข้าจากประเทศเวียดนาม หุงกับส้มยูซูเเละสาเกในกระบอกไม้ไผ่ ด้านบนเป็นซอสที่มีส่วนผสมของเหล้าสาเกและมัทฉะ (19/20)

COCONUT GANACHE, BLACK GARLIC, BLACKCURRANT BUBBLEGUM, BASIL& LIQOURICE… COCONUT-YUZU ASHES ICE CREAM.

ขนมหวานจานเเรกเสิร์ฟมาในจานที่ดูคล้ายจานแตก เป็นกานาชสีขาวทำจากมะพร้าวเเอบซ่อนอยู่ด้านล่างของจาน ทานกับขนมหมากฝรั่งบลูเบอร์รี่ 2-3 ลูก แผ่นกรอบทำมาจากกระเทียมดำและ liqourice rice ฝั่งขวาคือไอศกรีมสีดำสนิททำมาจากเถ้าของมะพร้าวเเละส้มยูซู เถ้ากรอบด้านล่างรสชาติคล้ายบิสกิตโอรีโอ้ พนักงานเเนะนำให้เริ่มทานตัวหมากฝรั่งก่อน มีกลิ่นหอม เเละจะเเตกระเบิดออกในปากเวลาทาน ไอศกรีมมีรสและกลิ่นของส้มยูซูชัดเจนผสมกับกลิ่นมะพร้าวเบาๆ เข้ากันอย่างลงตัว ถือเป็นขนมที่มีองค์ประกอบซับซ้อน มีลูกเล่นในตัวเอง และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากจริงๆ …

ความแปลกอย่างเดียวของจานนี้คือพนักงานให้ช้อนมาอย่างเดียวทำให้ตักทานยากไปหน่อย (20+/20)

GUAVA, RUBY CHOCOLATE, HAJIKAMI, BURNED SHEEP’S MILK, PINK PEPPER AND TREE TOMATOES.

ถัดมาคือ Pink Dessert เชฟเลือกใช้ Guava หรือฝรั่งผสมกันกับ Chipotle pepper หรือพริกหวานเม็กซิกัน มีรสเผ็ดอ่อนๆ และ Pink pepper มีองค์ประกอบของ Pink ruby chocolate ซึ่งเป็นช็อกโกแลตสีชมพูสดใส ข้างๆกันคือครัมเบิ้ลสีชมพู เสิร์ฟมาให้ทานคู่กับไอศกรีม 3 อย่างโดยให้เริ่มทานจากด้านบนคือไอศกรีมนมแกะไหม้, ไอศกรีมผลไม้ชื่อแปลก Tomatillo หรือ Tree tomato สุดท้ายคือมูส Ruby Chocolate สีชมพูสดใส หน้าตาขนมอาจดูแปลก เเลดูคล้ายขนมเด็ก แต่รสชาติถือว่าสร้างสรรค์มาก การผสมผสานของพริกไทยชนิดต่างๆเข้ากันกับช็อกโกแลตได้อย่างดี ทีเด็ดขอยกให้ไอศกรีม Tomatillo ที่รสชาติอร่อยที่สุดในสามอย่าง (20/20)

CORN, LULO, VANILLE AND THE LEFTOVER MILK FROM THE BOTTOM OF THE CEREAL BOWL.

ขนมจานถัดมาได้รับเเรงบันดาลใจมาจากอาหารเช้าในวัยเด็กคือซีเรียลข้าวโพดทานกับนมสด องค์ประกอบเเรกทางขวาคือไอศกรีมที่ผสมผสานวานิลลาเข้ากับข้าวโพดคั่วหรือ Toasted corn ได้อย่างลงตัว ด้านล่างคือครัมเบิ้ลกรอบ ขนาบข้างด้วยทรงกลมสีเหลืองคือ Lulo ผลไม้ซิตรัสรสเปรี้ยวจากประเทศโคลอมเบีย ฝั่งซ้ายคือครีมที่ทำมาจากนมที่ได้จากส่วนก้นถ้วยของซีเรียล (ซึ่งมักจะอร่อยที่สุดเพราะทั้งกลิ่นหอมของข้าวโพดซีเรียลรวมไปถึงน้ำตาลได้ละลายปนลงไปกับนมเเล้ว) พนักงานบอกว่าเชฟตั้งใจทำให้เหมือนรสชาติของ Kelogg’s corn frosties จานนี้บอกเลยว่าทั้งมีความคิดสร้างสรรค์ และอร่อยสุดๆ ทานเเล้วจะได้รสชาติของซีเรียลหวานข้น หอมกลิ่นนมเเละข้าวโพดในอัตราส่วนที่ลงตัว สุดยอดจริงๆ (20+/20)

SLIRPING YOUR CHILDHOOD… COTTONCANDY FLAN, BEETROOT, VANILLE AND A TOUCH OF SRIRACHA SAUCE.

ขนมฟลานหรือพานาคอตต้ารสสายไหม ทอปด้านบนด้วยบีทรูทเจลลี่สีเเดง และเส้นบางๆทำมาจากซอสศรีราชา เสิร์ฟมาบนจาน!? รูปปากหน้าตาประหลาด วิธีทานที่ถูกต้องคือต้องยกจาน!? รูปปากหน้าตาประหลาดขึ้นมาเพื่อดูดฟลานเข้าปากแบบ one bite อย่าลืมเลียผงบีทรูทรอบๆด้วย ขนมฟลานรสหวาน หอมกลิ่นวานิลลา เป็นหนึ่งในขนมฟลานที่ดีที่สุดเท่าที่ทานมา เจลลี่บีทรูทหนึบๆเพิ่มเนื้อสัมผัส ซอสศรีราชาช่วยเพิ่มกลิ่นให้หอมขึ้นเล็กน้อย มีรสหวานปนเผ็ดเบาๆ (18/20)

SLIRPING YOUR CHILDHOOD… COTTONCANDY FLAN, BEETROOT, VANILLE AND A TOUCH OF SRIRACHA SAUCE.

จากที่กล่าวมาทั้งรสชาติที่โดดเด่นเเละหน้าตาจานรูปปาก!? ทำให้อาหารหวานคอร์สนี้กลายเป็นหนึ่งในเมนูที่น่าจดจำที่สุดเมื่อเหล่านักชิมนึกถึงร้าน Diver XO (18/20)

THE AFTERNOON TEA… CROISSANT & WHITE COOKIES MOCHI.

ปิดท้ายด้วยขนมที่ได้เเรงบันดาลใจมาจากการจิบชายามบ่าย ขนมโมจิแบบญี่ปุ่น เคี้ยวหนึบ มีกลิ่นเเละรสชาติคล้ายคุกกี้ ทอปด้านบนด้วยครัวซองจิ๋วเคี้ยวกรอบ เราเเอบประหลาดใจที่เเม้ขนาดจะเล็กเเต่เชฟยังทำออกมาให้คงความเป็นครัวซองที่ดีได้ (17/20)

💰 ราคา 510 € หรือประมาณ 17,700 บาท

อุปกรณ์ทานอาหารก็แปลกตาเช่นกัน

ก่อนกลับทางร้านจะมอบสมุดเมนูพร้อมลายเซ็นต์ของเชฟให้เป็นที่ระลึกติดมือไปด้วย

เเต่ละโต๊ะจะมีม่านสีขาวบางๆกั้นเพื่อความเป็นส่วนตัว

ภายในห้องทานอาหารหลักมีโต๊ะสีขาวพร้อมปลาก้างไร้เนื้อวางประดับอยู่บนโต๊ะ 🐟

ผ้ากันเปื้อน

ก่อนมื้ออาหารจะเริ่มต้นพนักงานจะพาเราเดินเข้าไปชมในส่วนครัว ผ่านจุดทำอาหารหวานเเละอาหารคาว แล้วจึงมานั่งลงที่โต๊ะที่เราจองเอาไว้

ส่วนห้องครัวที่จัดทำอาหารคาว

พนักงานในห้องทานอาหารหลักเเต่งตัวด้วยโทนสีเเดงดำคล้ายกับเจ้าหน้าที่คณะละครสัตว์

เเน่นอน ซ้าย ขวา หน้า หลัง เต็มไปด้วยฝูงหมูบินสีชมพูหน้าตาตลกที่ทำท่าคล้ายบินเข้าบินออกจากผนังร้าน

น้องหมูติดปีก

หน้าร้านอาหารมีรูปหมูจิบไวน์

ตุ๊กตาน้องบิเบนดัม

ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้นล่างของโรงแรม NH Collection Madrid Eurobuilding ไม่ไกลกันจาก Santiago Bernabéu สนามฟุตบอลของสโมสรฟุตบอลชื่อดังอย่าง Real Madrid