Visit: February 18, 2023

🇩🇪 Le Pavillon - เลอ ปาวิญยง

👨🏻‍🍳 Chef Martin Herrmann - เชฟมาร์ติน เฮอร์มาน

Dollenberg 3, Bad Peterstal, 77740, Germany

Tel: (+49) 7806 780

Cuisine

🍴 Classic French - อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค

Country

Germany

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

17/20

Price

3/5
          

🎗 [INTRO] Schwarzwald หรือ Black Forest ตั้งอยู่ในรัฐ Baden-Württemberg ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี นอกจากหมู่บ้านเล็ก ๆ อันงดงามและป่าสนที่อันเขียวชอุ่มตลอดทั้งปีแล้วพื้นที่แถบนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของการเตรียมอาหารระดับสูงทั้งยังมีห้องอาหาร Fine Dining กระจายตัวอยู่มากมายหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ Le Pavillon ที่นำเสนออาหารฝรั่งเศสคลาสสิคออกมาได้อย่างน่าประทับใจในราคาสมเหตุสมผล

          

🎗 [THE PLACE] ย้อนไปในวัยเด็กครอบครัวของคุณ Meinrad Schmiederer มีฐานะค่อนข้างยากจน อย่างไรก็ตามตัวเขากลับมีความฝันที่จะเปิดโรงแรมเป็นของตัวเองในพื้นที่บ้านเกิดอย่าง Black Forest หลังจากเริ่มต้นสายอาชีพเป็นพ่อครัวก่อนจะย้ายมาฝึกงานเกี่ยวกับการจัดการโรงแรมที่ Schlosshotel Bühlerhöhe อันโด่งดัง เมื่อมีอายุได้ 21 ปีเขาได้รับช่วงต่อดูแลกิจการหอพักพร้อมกับ Snack Bar ขนาดเล็กต่อจากครอบครัวและค่อย ๆ ปรับปรุงเติมแต่งทีละเล็กทีละน้อยจนตัวอาคารกลายมาเป็น Hotel Dollenberg โรงแรมระดับ 5 ดาวพร้อมกับสปาสุดหรูดังที่เราเห็นในปัจจุบัน เมื่อเดินผ่านล็อบบี้ขึ้นไปยังชั้น 1 ของโรงแรมจะพบกับ Gastronomic Restaurant ที่มีชื่อว่า Le Pavillon ภายในตกแต่งแบบพื้นบ้านด้วยโทนสีน้ำเงินสลับแดง แชนเดอร์เลียห้อยลงมาจากเพดานช่วยเติมแต่งบรรยากาศให้ดูหรูหรา อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของร้านคือผนังที่กั้นด้วยหน้าต่างกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของ Bad Peterstal-Griesbach และต้นสนที่เรียงรายกันอย่างหนาแน่นของ Schwarzwald หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของป่าดำ Black Forest นอกจากนี้ตัวโรงแรมยังมีห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า Kamin- und Bauernstube (😋 Bib Gourmand) นำเสนออาหารประจำชาติและอาหารพื้นบ้านอีกด้วย

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Martin Herrmann เป็น Self-taught Chef หรือเชฟที่เรียนรู้เทคนิคและงานครัวด้วยครัวเองโดยไม่ผ่านโรงเรียนหรือสถาบันสอนทำอาหารใด ๆ ประสบการณ์เกินกว่า 30 ปีของเขาเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นของอาหารตะวันตกในห้องอาหารที่โรงแรมซึ่งเป็นกิจการในครอบครัว ต่อมาพี่เขยของเขาคือคุณ Meinrad Schmiederer ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม Hotel Dollenberg ได้เชิญชวนให้มารับตำแหน่งเชฟผู้ช่วยในปี 1982 ก่อนที่เขาจะไต่เต้าขึ้นไปถึงตำแหน่ง Chef de Cuisine ในปี 1991 ห้องอาหาร Le Pavillon ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1998 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2010 สำหรับสไตล์การปรุงอาหารนั้นเชฟ Martin Herrmann อาศัยเทคนิคการเตรียมอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคผสมผสานเข้ากันกับอาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบของแถบ Baden จนได้ออกมาเป็นรายการ Tasting Menu ที่ใช้ชื่อว่า Menu Découverte นำเสนอมาที่จำนวน 5 คอร์ส (157 €), 6 คอร์ส (172 €), 7 คอร์ส (190 €) และ 8 คอร์ส (210 €) สำหรับรายการไวน์นั้น Sommelier ประจำร้าน Christophe Meyer คัดเลือกไวน์ท้องถิ่นจำนวนมากนำเสนอมาในราคาที่เข้าถึงง่าย สำหรับเราได้เลือกชิมเซ็ตเมนูชุดใหญ่และพบว่ามีจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นคือ

✨ Sank Jakobsmuschel / Estragon / Imperial Kaviar
Saint Scallop / Estragon / Imperial Caviar

หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสย่างมาแบบสุกด้านนอกแต่ตรงกลางยังคงความดิบให้รสหวานละมุนตัดกันกับความเค็มของ Caviar ด้านบน ด้านล่างรองด้วย Tarragon Milk หรือซอสหอม ๆ ที่เตรียมมาจากทาร์รากอนนั่นเอง (17/20)

✨ Kalbsbries / 2x Topinambur / Perigord Trüffel
Sweetbreads / 2x Jerusalem artichoke / Perigord truffle

Sweetbreads หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวจี่บนกระทะจนกรอบนอกนุ่มใน ด้านล่างรองด้วยครีมแก่นตะวันหวานละมุนตัดกันกับความเข้มข้นของซอส Veal Jus ด้านบนท็อปด้วย Perigord Black Winter Truffle คุณภาพสูงส่งอโรมาแตะจมูกทันทีตั้งแต่ที่นำมาวางบนโต๊ะ (17/20)

✨ Rehrücken / Sellerie / Barolojus / Preiselbeergel / Grießknödel
Saddle of venison / celery / barolo jus / cranberry gel / grain dumplings

เนื้อกวางส่วนหลังหรือ Saddle เสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare เนื้อกวางมีความฉ่ำ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว เชฟราดด้วยซอสไวน์แดง Barolo Jus เข้มขเนตัดกันกับความเปรี้ยวของ Cranberry Gel และองค์ประกอบของ Celery ข้างกันคือ Grain Dumpling เป็นเกี๊ยวธัญพืชนุ่ม ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (17/20)

🎗 [WHY GO] Le Pavillon สามารถสร้างมื้ออาหารที่น่าจดจำให้กับเหล่านักชิมทุก ๆ คนได้อย่างแน่นอนแต่ด้วยตำแหน่งที่ค่อนข้างไกลจากเมืองใหญ่ต่าง ๆ เราจึงอาจแนะนำร้านนี้ให้กับเพื่อน ๆ ที่แวะมาท่องเที่ยวในแถบ Black Forest เท่านั้น ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับบรรยากาศสุดหรูและค่าครองชีพของประเทศเยอรมนี การบริการเป็นไปอย่างลื่นไหล ส่วนใครที่ตั้งใจเดินทางมาพักผ่อนเราขอแนะนำให้จองห้องพัก ณ Hotel Dollenberg ผ่านทางเว็ปไซต์ซึ่งมีให้เลือกกันหลากหลายแพคเกจพร้อมกับส่วนลดพิเศษจากทางโรงแรมอีกด้วย

Price :

157-210 €

Parking :

จอดที่โรงแรม Hotel Dollenberg

Operating Time :

18.30-23.00 ปิดวันอังคาร-พุธ

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคที่รายล้อมด้วยความวดงามของป่า Black Forest

อาหาร :

17

ราคา :

3/5

เทคนิค :

4/5

อัตลักษณ์ :

4/5

บรรยากาศ :

5/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

4/5

Map

📃 MENU DÉCOUVERTE 8 GÄNGE (210 €)

          

Amuse Bouche

Sank Jakobsmuschel / Estragon / Imperial Kaviar

Saint Scallop / Estragon / Imperial Caviar

Gänsestopfleber / grüner Apfel / Joghurt / Brioche

Foie gras / green Apple / yogurt / brioche

Steinbuttfilet / Fenchel / Escabechesud

Turbot fillet / Fennel / escabeche broth

Kalbsbries / 2x Topinambur / Perigord Trüffel

Sweetbreads / 2x Jerusalem artichoke / Perigord truffle

Rehrücken / Sellerie / Barolojus / Preiselbeergel / Grießknödel

Saddle of venison / celery / barolo jus / cranberry gel / grain dumplings

Käseauswahl Affineur Waltmann

Cheese selection Affineur Waltmann

Mandarine / Bittermandel / Masala Chai

Mandarin / Bitter Almond / Masala Chai

Elstar-Apfel / Honig / Nussbutter

Elstar apple / honey / nut butter

Petits Fours

🇩🇪 Le Pavillon – เลอ ปาวิญยง

🌟🌟 2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน

🍴 Classic French – อาหารฝรั่งเศสคลาสสิค

👨🏻‍🍳 Chef Martin Herrmann – เชฟมาร์ติน เฮอร์มาน

Amuse Bouche

เริ่มต้นด้วย Amuse bouche อย่างแรกคือ Salted Profiteroles มีลักษณะเป็นแป้ง Choux กรอบนอกนุ่มใน จับคู่กับครีมมะเขือเทศนวล ๆ ให้รสเผ็ดเพียงเล็กน้อยและอโรมาของใบเบซิล )(17/20)

Amuse bouche

เชฟนำบีทรูทแดงฝานเป็นชิ้นบาง ๆ ห่อจนกลายเป็น Beetroot Wonton สวยงาม เนื้อสัมผัสที่ได้จะมีความกรอบด้านนอก ส่วนด้านในนั้นบรรจุเนื้อปลาไหลรมควันนุ่ม ๆ หอม ๆ อร่อยมากจริง ๆ (17/20)

Amuse bouche

ปิดท้ายด้วย Cornetto หรือโคนกรอบ ด้าในคือ Beef Tartare สับจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนเสริมด้วยรสชาติเปรี้ยวเล็กน้อยของ Crème Fraîche (17/20)

Amuse bouche

Amuse bouche เสิร์ฟมาพร้อมกัน 3 อย่าง (17/20)

Bread

จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปัง Bauguette, ขนมปัง Hazelnut และขนมปัง Walnut ข้างกันคือน้ำมันมะกอก Nicolas Alziari Extra Virgin Olive Oil จากเมือง Nice, เกลืออีก 2 ชนิดคือ Maldon Salt สีขาวและ Hawaii Salt สีดำ สำหรับเนยนั้นคือ Beurres Bordier จากเมือง Saint-Malo มีให้เลือกชิมกัน 3 ชนิดคือ Nature, Lightly Salted และ Seaweed

Amuse bouche

ปลาแซลมอนคุณภาพสูงเนื้อนุ่มละมุนตัดเนื้อสัมผัสกับสับปะรดย่างกรอบ ๆ ซอสสีเขียวรอบ ๆ คือ Dill Vinaigrette ให้รสเปรี้ยวนิด ๆ ผสานกันกับกลิ่นของผักชีลาว ทั้งยังให้ Body ที่ไม่หนักจนเกินไป (17/20)

Sank Jakobsmuschel / Estragon / Imperial Kaviar
Saint Scallop / Estragon / Imperial Caviar

หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสย่างมาแบบสุกด้านนอกแต่ตรงกลางยังคงความดิบให้รสหวานละมุนตัดกันกับความเค็มของ Caviar ด้านบน ด้านล่างรองด้วย Tarragon Milk หรือซอสหอม ๆ ที่เตรียมมาจากทาร์รากอนนั่นเอง (17/20)

Gänsestopfleber / grüner Apfel / Joghurt / Brioche
Foie gras / green Apple / yogurt / brioche

Foie Gras เตรียมมาเป็น Terrine สุดคลาสสิคให้เนื้อสัมผัสที่เนียนละเอียดและละมุนลิ้นมาก ๆ ด้านบนคือเจลที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ลเขียวให้ความเปรี้ยวและความเป็นซิตรัสเบา ๆ มาช่วยเบรคความครีมมี่ของเทอร์รีน (17/20)

Gänsestopfleber / grüner Apfel / Joghurt / Brioche
Foie gras / green Apple / yogurt / brioche

องค์ประกอบข้างกันคือ Foie Gras Parfait หอม มัน ครีมมี่ช่วยเรียกความสดชื่นโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาว เชฟเสิร์ฟมากับ Apple Chutney หวาน ๆ, Apple Gel และ Yogurt Cream (17/20)

Gänsestopfleber / grüner Apfel / Joghurt / Brioche
Foie gras / green Apple / yogurt / brioche

วิธีรับประทานให้ทาฟัวกราส์ลงบนขนมปัง Brioche กรอบนอกแต่ตรงกลางยังคงความฟูและเบาได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)

Steinbuttfilet / Fenchel / Escabechesud
Turbot fillet / Fennel / escabeche broth

ปลาเทอร์บอทแล่มาเป็น Fillet ชิ้นโตรองด้านล่างด้วยองประกอบของ Fennel ข้างกันคือ Fennel-Saffron Purée ให้อโรมาหอม ๆ เฉพาะตัวของหญ้าฝรั่น จากนั้นพนักงานจะเทราด Escabeche Broth ที่มีรสชาติออกเปรี้ยวและมีอโรมาและกลิ่นอายของความเป็น Mediterranean ลงไปในจาน ถึงสีจะดูเข้มแต่ Body ของซอสมีความเบาได้ระดับมาก ๆ (17/20)

Kalbsbries / 2x Topinambur / Perigord Trüffel
Sweetbreads / 2x Jerusalem artichoke / Perigord truffle

Sweetbreads หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวจี่บนกระทะจนกรอบนอกนุ่มใน ด้านล่างรองด้วยครีมแก่นตะวันหวานละมุนตัดกันกับความเข้มข้นของซอส Veal Jus ด้านบนท็อปด้วย Perigord Black Winter Truffle คุณภาพสูงส่งอโรมาแตะจมูกทันทีตั้งแต่ที่นำมาวางบนโต๊ะ (17/20)

Rehrücken / Sellerie / Barolojus / Preiselbeergel / Grießknödel
Saddle of venison / celery / barolo jus / cranberry gel / grain dumplings

เนื้อกวางส่วนหลังหรือ Saddle เสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare เนื้อกวางมีความฉ่ำ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว เชฟราดด้วยซอสไวน์แดง Barolo Jus เข้มขเนตัดกันกับความเปรี้ยวของ Cranberry Gel และองค์ประกอบของ Celery ข้างกันคือ Grain Dumpling เป็นเกี๊ยวธัญพืชนุ่ม ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (17/20)

Käseauswahl Affineur Waltmann
Cheese selection Affineur Waltmann

ก่อนเข้าสู่อาหารหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟชีสคุณภาพสูงจาก Affineur Waltmann

Käseauswahl Affineur Waltmann
Cheese selection Affineur Waltmann

เราสามารถเลือกชิมชีสกันได้ตามใจชอบทั้งชีสนมวัว, นมแพะ และนมแกะ

Käseauswahl Affineur Waltmann
Cheese selection Affineur Waltmann

ชีสเสิร์ฟมาคู่กับองุ่นรสเลิศ, ขนมปังผลไม้ และพวงองุ่น

Mandarine / Bittermandel / Masala Chai
Mandarin / Bitter Almond / Masala Chai

ส้ม Mandarin เตรียมมาเป็นมูสนุ่ม ๆ ราดด้วยซอสชา Masala Chai ผสมกับ Mandarin ข้างกันคือไอศกรีมอัลมอนด์ช่วยเพิ่มความสดชื่นได้ดี (17/20)

Elstar-Apfel / Honig / Nussbutter
Elstar apple / honey / nut butter

ของหวานจานสุดท้ายเชฟนำเสนอ Elstar Apple ตรงกลางคือองค์ประกอบรูปรังผึ้งเตรียมมาจากเนยถั่ว เชฟหยดเจลที่เตรียมมาจากแอปเปิ้ลลงไปด้วย เพิ่มความกรอบด้วยครัมเบิ้ล ส่วนองค์ประกอบสีขาวคือไอศกรีมน้ำผึ้งหวานหอมนั่นเอง (27/20)

Petits Fours

ปิดท้ายด้วยขนม Petits Fours ประกอบไปด้วย Crocant, Vanilla Macaron, Passionfruit Pâtes de Fruits และ Praline with Yugurt

รายการไวน์ในมื้อนี้

รายการไวน์ในมื้อนี้

Milchkaffee (3.5 €)

ปิดท้ายมื้อด้วยกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว

💰 ราคา 1,092.50 €

🎗 [INTRO] Schwarzwald หรือ Black Forest ตั้งอยู่ในรัฐ Baden-Württemberg ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศเยอรมนี นอกจากหมู่บ้านเล็ก ๆ อันงดงามและป่าสนที่อันเขียวชอุ่มตลอดทั้งปีแล้วพื้นที่แถบนี้ยังขึ้นชื่อในเรื่องของการเตรียมอาหารระดับสูงทั้งยังมีห้องอาหาร Fine Dining กระจายตัวอยู่มากมายหลายแห่ง

หนึ่งในนั้นคือ Le Pavillon ที่นำเสนออาหารฝรั่งเศสคลาสสิคออกมาได้อย่างน่าประทับใจในราคาสมเหตุสมผล

ภายในห้องอาหารตกแต่งแบบพื้นบ้านด้วยโทนสีน้ำเงินสลับแดง

แชนเดอร์เลียห้อยลงมาจากเพดานช่วยเติมแต่งบรรยากาศให้ดูหรูหรา

อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของร้านคือผนังที่กั้นด้วยหน้าต่างกระจกใสสูงจากพื้นจรดเพดานมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของ Bad Peterstal-Griesbach และต้นสนที่เรียงรายกันอย่างหนาแน่นของ Schwarzwald หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของป่าดำ Black Forest

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Martin Herrmann เป็น Self-taught Chef หรือเชฟที่เรียนรู้เทคนิคและงานครัวด้วยครัวเองโดยไม่ผ่านโรงเรียนหรือสถาบันสอนทำอาหารใด ๆ ประสบการณ์เกินกว่า 30 ปีของเขาเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นของอาหารตะวันตกในห้องอาหารที่โรงแรมซึ่งเป็นกิจการในครอบครัว ต่อมาพี่เขยของเขาคือคุณ Meinrad Schmiederer ซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรม Hotel Dollenberg ได้เชิญชวนให้มารับตำแหน่งเชฟผู้ช่วยในปี 1982 ก่อนที่เขาจะไต่เต้าขึ้นไปถึงตำแหน่ง Chef de Cuisine ในปี 1991

ห้องอาหาร Le Pavillon ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 1998 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2010

สำหรับสไตล์การปรุงอาหารนั้นเชฟ Martin Herrmann อาศัยเทคนิคการเตรียมอาหารฝรั่งเศสคลาสสิคผสมผสานเข้ากันกับอาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบของแถบ Baden จนได้ออกมาเป็นรายการ Tasting Menu ที่ใช้ชื่อว่า Menu Découverte นำเสนอมาที่จำนวน 5 คอร์ส (157 €), 6 คอร์ส (172 €), 7 คอร์ส (190 €) และ 8 คอร์ส (210 €) สำหรับรายการไวน์นั้น Sommelier ประจำร้าน Christophe Meyer คัดเลือกไวน์ท้องถิ่นจำนวนมากนำเสนอมาในราคาที่เข้าถึงง่าย

🎗 [WHY GO] Le Pavillon สามารถสร้างมื้ออาหารที่น่าจดจำให้กับเหล่านักชิมทุก ๆ คนได้อย่างแน่นอนแต่ด้วยตำแหน่งที่ค่อนข้างไกลจากเมืองใหญ่ต่าง ๆ เราจึงอาจแนะนำร้านนี้ให้กับเพื่อน ๆ ที่แวะมาท่องเที่ยวในแถบ Black Forest เท่านั้น ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับบรรยากาศสุดหรูและค่าครองชีพของประเทศเยอรมนี การบริการเป็นไปอย่างลื่นไหล ส่วนใครที่ตั้งใจเดินทางมาพักผ่อนเราขอแนะนำให้จองห้องพัก ณ Hotel Dollenberg ผ่านทางเว็ปไซต์ซึ่งมีให้เลือกกันหลากหลายแพคเกจพร้อมกับส่วนลดพิเศษจากทางโรงแรมอีกด้วย

นอกจากนี้ตัวโรงแรมยังมีห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า Kamin- und Bauernstube (😋 Bib Gourmand) นำเสนออาหารประจำชาติและอาหารพื้นบ้านอีกด้วย

เมื่อเดินผ่านล็อบบี้ขึ้นไปยังชั้น 1 ของโรงแรมจะพบกับ Gastronomic Restaurant ที่มีชื่อว่า Le Pavillon

ป้ายร้านอาหาร

🎗 [THE PLACE] ย้อนไปในวัยเด็กครอบครัวของคุณ Meinrad Schmiederer มีฐานะค่อนข้างยากจน อย่างไรก็ตามตัวเขากลับมีความฝันที่จะเปิดโรงแรมเป็นของตัวเองในพื้นที่บ้านเกิดอย่าง Black Forest

เมื่อมีอายุได้ 21 ปีเขาได้รับช่วงต่อดูแลกิจการหอพักพร้อมกับ Snack Bar ขนาดเล็กต่อจากครอบครัวและค่อย ๆ ปรับปรุงเติมแต่งทีละเล็กทีละน้อยจนตัวอาคารกลายมาเป็น Hotel Dollenberg โรงแรมระดับ 5 ดาวพร้อมกับสปาสุดหรูดังที่เราเห็นในปัจจุบัน

หลังจากเริ่มต้นสายอาชีพเป็นพ่อครัวก่อนจะย้ายมาฝึกงานเกี่ยวกับการจัดการโรงแรมที่ Schlosshotel Bühlerhöhe อันโด่งดัง

พื้นที่หน้า Hotel Dollenberg