หน้าแรก » 🇹🇭 Time Kaan – ตามกาล
Visit: March 4, 2023
🇹🇭 Time Kaan - ตามกาล
👨🏻🍳 Chef Pornprom Laomanutsak - เชฟพรพรหม เหล่ามนัสศักดิ์ (เชฟโปร)
เลขที่ 43 อาคารกินรี, ซอยสุขุมวิท 8' แขวงคลองเตย, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
Tel: 082-646-1664
Cuisine
🍴 Thai - อาหารไทย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
None
Score
13/20
Price
สวัสดีครับ วันนี้แอดมินจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารเปิดใหม่ที่ใช้ชื่อน่ารัก ๆ ว่า “ตามกาล” ตำแหน่งของร้านนั้นตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 8 คู่กันกับร้านน้องสาวที่มีชื่อว่า “จิรกาล” พื้นที่หน้าร้านโดดเด่นด้วยนาฬิกาเรือนใหญ่เสมือนเป็นคำใบ้บอกถึงสิ่งที่นักชิมทุกคนกำลังจะได้สัมผัส ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยให้บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่เป็นทางการจนเกินไปทั้งยังแฝงกลิ่นอายการย้อนยุคเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน เจ้าของร้านคือคุณปุ้ย-ตรีประดับ หวังวงศ์วิวัฒน์ อาศัยความเป็นนักอ่านและความชื่นชอบส่วนตัวเกี่ยวกับการค้นคว้าตำราอาหารโบราณ, งานวิจัย, บันทึก และจดหมายเหตุทั้งจากในและนอกประเทศเพื่อตีความเมนูที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ออกมาในรูปแบบของตัวเธอเอง นอกจากนี้เธอยังได้ ผศ.ดร.ศันสนีย์ จะสุวรรณ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยมาช่วยคัดเลือกเมนูที่น่าสนใจอีกด้วย
เชฟโปร เติบโตมากับคุณยายที่ประกอบอาชีพขายข้าวแกงก่อนจะเดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารไทยในนคร Brisbane ประเทศออสเตรเลียและดำรงตำแหน่งเป็นถึง Head Chef หลังจากนั้นเธอกลับมาร่วมงานกับร้านอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ชั้นนำอยู่นานถึง 5 ปีกว่าจึงการันตีได้ว่าฝีมือและรสมือของเธอนั้นไม่ธรรมดา ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเลือกรายการอาหารเพราะทางร้านนำเสนอ Tastimg Menu เพียงรูปแบบเดียวนำเสนอมาจำนวน 14 คอร์สในราคา 3,500++ ต่อท่าน ตลอดระยะเวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงเราจะได้เพลิดเพลินไปกับการจัดเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องและรื่นไหล นอกจากนี้ทางร้านยังมีตัวเลือกการจัยคู่เครื่องดื่มทั้งแบบมีและไม่มีแอลกอฮอล์ในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ อีกด้วย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นในวันนี้อย่างเช่น
เมนูหมี่กรอบที่เคยใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมายังประเทศไทย เชฟนำเสนอหมี่กรอบที่พร้อมจะละลายในปากมาคู่กันกับเจลลี่สีแดงที่เตรียมมาจากดอกดาหลา ด้านล่างรองด้วยผักกุยช่ายขยำหอม ๆ ยังมีองค์ประกอบของกรรเชียงปูจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีทอดราดด้วยน้ำตาลแว่นจากจังหวัดปัตตานีให้รสชาติที่กลมกล่อมอีกด้วย (14/20)
หนึ่งในเมนูเด็ดประจำค่ำคืนนี้คือเมนูโบราณที่ต้องเล่าย้อนไปถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นยุคแรกที่คนไทยเริ่มใช้กะทิในการทำเครื่องแกงโดยได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดีย เชฟนำเสนอมาเป็นเครื่องแกงฉู่ฉี่เนียนละมุนจับคู่กับไข่ปลาโอที่ให้ความหนึบ อุมามิ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว อร่อยชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก รอบ ๆ คือดอกผักปัง สุดท้ายแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมขึ้นมาจากเคืร่องแกงฉู่ฉี่นั่นเอง (14/20)
ไฮไลท์ของมื้อนี้ต้องยกให้กับเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก” ประพันธ์โดยทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าถึงราชสกุลสนิทวงศ์ ว่ากันว่ากรุงเทพในสมัยก่อนมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดหาจับกุ้งแม่น้ำได้ด้วยมือเปล่า เชฟนำไปย่างจนสุกพอดีเสิร์ฟมาคู่กับหัวกุ้งและมันกุ้งเยิ้ม ๆ ปรุงรสด้วยพริกแดง หอมแดง และน้ำปลามะกอกซึ่งเป็นเมนูที่เคยพบได้ทุกครัวเรือนในกรุงเทพสมัยก่อนแต่กลับสูญหายไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน (14/20)
อาหารทุกจานในวันนี้ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตผสมผสานกันกับเทคนิคยุคปัจจุบันออกมาได้อย่างกลมกล่อม เมื่อประกอบกับรสมือที่ดีของเชฟทำให้อาหารเกินครึ่งจากทั้ง 14 คอร์สมีความโดดเด่นในตัวเอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือโทรจองได้ที่เบอร์ 082-646-1664 กันได้เลย
Price :
3,500++/p
Parking :
จอดรถแบบ Valet Parking
Operating Time :
17.30-23.00
Dress Code :
Casual
Score
👍 ห้องอาหารที่พร้อมจะพานักชิมทุกคนน้อนไปสัมผัสเมนูโบราณสมัยวันวานผสมผสานอาศัยเทคนิคยุคใหม่ออกมาได้อย่าวน่าสนใจ
อาหาร :
13
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 TASTING MENU (3,500++)
Sweet Fermented Rice Drink
Crispy Rice Noddle with Crab
Red Seabass Spicy Salad
Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste
Grilled Marbled Sand Goby Fish Curry in Banana Leaf
Surat Thani Oyster with Cold Kumquat Tangy Sauce
Fried Fish Roe with Shoshi Curry
Bird’s Nest in Black Chicken Soup
Grilled River Prawn with Fermented Thai Olive Sauce
Ma Mao (Thai Blueberry) Granita
Grilled Lamb with Karaked Sauce
Fresh Fruits Bites
Gold Scratching Rock
Melting Thai Candle Cookie
Time Kaan – ตามกาล
Thai – อาหารไทย
Chef Pornprom Laomanutsak – เชฟพรพรหม เหล่ามนัสศักดิ์ (เชฟโปร)
เปาหลิงโก๊ะ (~724 ปี)
Sweet Fermented Rice Drink
เมนูแรกประจำคอร์สคือเครื่องดื่มเปาหลิงโก๊ะที่พบปรากฎอยู่ในบันทึกของนักการทูตจีนในรัชสมัยจักรพรรดิ์เหวียนเฉิงนามว่า โจว ต๋ากวาน (周达观) โดยเขาได้เขียนเล่าถึงถึงสุราหวานของเขมรเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนนครธมเอาไว้ด้วย ในที่นี้เชฟจึงได้อาศัยข้าวเหนียวเขี้ยวงูหมักกับยีสต์นาน 3 วัน จากนั้นหยดด้วยน้ำที่สกัดจากพริกจินดาแดงให้รสเผ็ดช่วยเรียกน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีน้ำผึ้งที่ให้รสชาติหวานอีกด้วย (13/20)
เครื่องกรอบเข้าวัง (หมี่น้ำบ้านราชทูต) (~154 ปี)
Crispy Rice Noddle with Crab
ถัดมาคือหมี่กรอบที่เคยใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมายังประเทศไทย เชฟนำเสนอหมี่กรอบที่พร้อมจะละลายในปากมาคู่กันกับเจลลี่สีแดงที่เตรียมมาจากดอกดาหลา ด้านล่างรองด้วยผักกุยช่ายขยำหอม ๆ ยังมีองค์ประกอบของกรรเชียงปูจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีทอดราดด้วยน้ำตาลแว่นจากจังหวัดปัตตานีให้รสชาติที่กลมกล่อมอีกด้วย (14/20)
มัสยาส้มใบ (ลาบปลากระพงแดง) (~724 ปี)
Red Seabass Spicy Salad
หนึ่งในเมนูที่ถอดความมาจากหนังสือ From Marco Polo to McDonald’s: Thai cuisine In Transition เขียนโดย Penny Van Esterik โดยตัวเชฟต้องการเล่าถึงเมนูในแถบ Yunnan ประเทศจีนที่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของลาบอย่างไทยนำเสนอเป็นปลากระพงแดงสับมาเกือบละเอียดจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน จากนั้นนำไปยำกับเครื่องลาบรสชาติจัดจ้านและใส่ข้าวคั่ว มะแขว่น และพริกคั่วลงไปด้วย ด้านล่างรองด้วยใบชะมวงเสริมด้วยน้ำมะม่วงเยาให้รสเปรี้ยวแทนมะนาว ข้างกันคือแผ่น Cracker กรอบเตรียมมาจากน้ำมะม่วงเบาอีกเช่นกัน (13/20)
ร้อนรสโอชเอม (ข้าวคลุกน้ำพริก พริกไทยอ่อน-ไก่ย่าง) (~700 ปี)
Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste
หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ประพันธ์หนังสือที่มีชื่อว่า “น้ำพริก” พร้อมกับสันนิษฐานถึงน้ำพริกครกแรกที่เกิดขึ้นในประเทศสยามว่าน่าจะได้ความเผ็ดร้อนมาจากพริกไทยอ่อนและได้ความเค็มมาจากถั่วเน่า (13/20)
ร้อนรสโอชเอม (ข้าวคลุกน้ำพริก พริกไทยอ่อน-ไก่ย่าง) (~700 ปี)
Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste
เชฟจึงหยิบองค์ประกอบตรงนี้นำเสนอมาโดยการนำไปคลุกกับข้าวให้รสชาติเผ็ดจัดจ้านและมีกลิ่นหอมชวนชิม ด้านบนท็อปด้วยปลาแห้งที่เตรียมขึ้นมาจากปลาช่อนแม่ลา ข้างกันคือไก่ย่างตะนาวศรีที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ไร้ซึ่งความเหนียวให้รับประทานไปพร้อม ๆ กัน (13/20)
มัจฉาซ่อนรส (งบห่อหมกปลาบู่) (~1,200 ปี)
Grilled Marbled Sand Goby Fish Curry in Banana Leaf
งบปลาบู่เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกับ Pepes Ikan ของชาวอินโดนีเซีย เชฟตั้งใจนำเสนอปลาบู่ซึ่งเป็นเมนูที่คนไทยไม่ค่อยมีโอกาสได้ชิมกันมากนักนำมาคลุกกับเครื่องแกงที่มีอโรมาของขมิ้น (13/20)
มัจฉาซ่อนรส (งบห่อหมกปลาบู่) (~1,200 ปี)
Grilled Marbled Sand Goby Fish Curry in Banana Leaf
ในงบยังมีมะเขือเทศที่เรียกกันว่ามะเขือส้ม ด้านล่างรองด้วยใบผักแขยงที่ผ่านการต้มในน้ำกะทิเพื่อลดทอนรสขมแล้วค่อยย่างจนสุกนั่นเอง (13/20)
อัมพิละนางรม (หอยนางรมจี๊ดจ๊าด) (~336 ปี)
Surat Thani Oyster with Cold Kumquat Tangy Sauce
อัมพิละนางรม เป็นเมนูที่ได้บันทึกมาจากบันทึกของซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้เดินทางมาประเทศไทยในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย เชฟเลือกใช้หอยตะโกรมซึ่งเป็นหอยนางรมไซซ์ใหญ่จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีจับคู่กับกรานิต้าซิตรัสมะปิ๊ดและขิงขูด ด้านบนท็อปด้วยใบผักชีล้อมและใบมะตูมแขก ทั้งนี้ตัวหอยตะโกรมซึ่งปกติจะมี Earthy Aroma ปนมามากกลับกลับถูกกลบด้วยความเผ็ดของอาหารจานก่อนหน้าได้อย่างลงตัว (12/20)
เครื่องแกงแฝงพวงร้อย (ฉู่ฉี่ไข่ปลา) (~336 ปี)
Fried Fish Roe with Shoshi Curry
หนึ่งในเมนูเด็ดประจำค่ำคืนนี้คือเมนูโบราณที่ต้องเล่าย้อนไปถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นยุคแรกที่คนไทยเริ่มใช้กะทิในการทำเครื่องแกงโดยได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดีย เชฟนำเสนอมาเป็นเครื่องแกงฉู่ฉี่เนียนละมุนจับคู่กับไข่ปลาโอที่ให้ความหนึบ อุมามิ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว อร่อยชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก รอบ ๆ คือดอกผักปัง สุดท้ายแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมขึ้นมาจากเคืร่องแกงฉู่ฉี่นั่นเอง (14/20)
กระยาหารส่งถวาย (ซุปไก่ดำรังนก) (~336 ปี)
Bird’s Nest in Black Chicken Soup
กระยาหารส่งถวายเป็นเมนูที่ได้รับการบันทึกเอาไว้ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชช่วงที่เจ้าพระยาโกษาปานเดินทางไปกับเรือฝรั่งเศสเมื่อธันวาคม พ.ศ. 2228 เพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 ระหว่างนั้นท่านได้นำเมนูไปจัดเสิร์ฟเพื่อถวายแก่กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศสอีกด้วยและหนึ่งในนั้นคือซุปไก่ดำรังนกนั่นเอง (13/20)
กระยาหารส่งถวาย (ซุปไก่ดำรังนก) (~336 ปี)
Bird’s Nest in Black Chicken Soup
น้ำซุปไก่เสิร์ฟมาในรูปแบบของ Consommé ให้รสชาติที่กลมกล่อม ด้านล่างคือรังนกให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเสริมด้วยความเปรี้ยวเล็กน้อยของเมล็ดเก๋ากี๊นั่นเอง (13/20)
เลิศรสลงสรง (กุ้งย่างน้ำปลามะกอก) (~112 ปี)
Grilled River Prawn with Fermented Thai Olive Sauce
ไฮไลท์ของมื้อนี้ต้องยกให้กับเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก” ประพันธ์โดยทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าถึงราชสกุลสนิทวงศ์ ว่ากันว่ากรุงเทพในสมัยก่อนมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดหาจับกุ้งแม่น้ำได้ด้วยมือเปล่า เชฟนำไปย่างจนสุกพอดีเสิร์ฟมาคู่กับหัวกุ้งและมันกุ้งเยิ้ม ๆ ปรุงรสด้วยพริกแดง หอมแดง และน้ำปลามะกอกซึ่งเป็นเมนูที่เคยพบได้ทุกครัวเรือนในกรุงเทพสมัยก่อนแต่กลับสูญหายไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน (14/20)
หมากชื่นกลิ่น (กรานิต้าหมากเม่า) (ร่วมสมัย)
Ma Mao (Thai Blueberry) Granita
ล้างปากก่อนเข้าสู้ Main Course ด้วยเมนูร่วมสมัยอย่างรานิต้าหมากเม่าท็อปด้านบนด้วย Mint Caviar นั่นเอง (13/20)
การะเกตถือดาบ (~140 ปี)
Grilled Lamb with Karaked Sauce
การะเกต เป็นชื่อเมนูจากวังสวนสุนันทาที่พบปรากฎอยู่ในหนังสือโบราณ เชฟเลือกใช้ซี่โครงแกะย่างเสิร์ฟมากับซอสการะเกตที่ขึ้นมาจากขมิ้น กะทิ และกะปิเคยชั้นดี ด้านบนโรยด้วยผงที่เตรียมมาจากน้ำของเนื้อแกะผสมกันกับซอสการะเกตเช่นกัน ตรงกลางคือผักชีครุฑทอดกรอบ ข้างกันคือน้ำอาจาดกะทิจากสูตรของวังสวนสุนันทาสำหรับรับประทานตัดรสชาติกันได้อย่างลงตัว (13/20)
ทวิรสสดชื่น (ปลาแห้งแตงโม) (~500 ปี)
Fresh Fruits Bites
ล้างปากด้วยปลาแห้งแตงโมที่เชฟอาหารหวานประจำร้านนำมาตีความเสียใหม่โดยใช้แตงโมสองสีนำไป Brine กับ Moscato Wine ด้านบนท็อปด้วยเพสต์ปลาแห้งหอม มัน อุมามิ ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Tuile หอมเจียวกรอบ ๆ และ Popping Candy ช่วยเพิ่มความสนุกขณะชิม (13/20)
หินฝนทอง (~300 ปี)
Gold Scratching Rock
หินฝนทองแต่เดิมเป็นเมนูที่มีรสชาติหวาน ให้พลังงานสูง และเก็บเอาไว้ได้นานทำให้เหล่าทหารมักพกไปสำหรับรับประทานในช่วงเวลาออกรบ เชฟได้นำมาตีความเสียใหม่ให้อร่อยยิ่งขึ้นโดยใช้วัตถุดิบสำคัญเพียง 3 อย่างคือ น้ำตาล กะทิ และงาเท่านั้น (13/20)
บิสกิตแครนเบอร์รี่ (สัมปันนีแครนเบอร์รี่) (~300 ปี)
Melting Thai Candle Cookie
ขนมสัมปันนีมีชื่อที่แปลตรงตัวได้ว่าผู้เป็นที่รัก เชฟนำมาปรับปรุงสูตรโดยอาศัยเทคนิคที่ทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้นและไม่ติดคอ ตัวบิสกิตแช่เย็นมาช่วยเรียกความสดชื่นทั้งยังให้ความเปรี้ยวนิด ๆ จากแครนเบอร์รี่อีกด้วย (13/20)
คุกกี้หน้าปัดนาฬิกา
Time Kaan Cookie
ขนมคุกกี้เสิร์ฟมาให้รับประทานกับเล่น ๆ ระหว่างรออาหาร ตัวคุกกี้แฝงกิมมิคเป็นรูปนาฬิกาที่มีหน้าปัดนับถอยหลังสื่อถึงคอนเซปที่จะพานักชิมทุกคนย้อนไปชิมอาหารที่ถูกคิดค้นในวันวานนั่นเอง
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเลือกรายการอาหารเพราะทางร้านนำเสนอ Tastimg Menu เพียงรูปแบบเดียวนำเสนอมาจำนวน 14 คอร์สในราคา 3,500++ ต่อท่าน ตลอดระยะเวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงเราจะได้เพลิดเพลินไปกับการจัดเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องและรื่นไหล นอกจากนี้ทางร้านยังมีตัวเลือกการจัยคู่เครื่องดื่มทั้งแบบมีและไม่มีแอลกอฮอล์ในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ อีกด้วย
เชฟโปร เติบโตมากับคุณยายที่ประกอบอาชีพขายข้าวแกงก่อนจะเดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารไทยในนคร Brisbane ประเทศออสเตรเลียและดำรงตำแหน่งเป็นถึง Head Chef หลังจากนั้นเธอกลับมาร่วมงานกับร้านอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ชั้นนำอยู่นานถึง 5 ปีกว่าจึงการันตีได้ว่าฝีมือและรสมือของเธอนั้นไม่ธรรมดา
วันนี้แอดมินจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารเปิดใหม่ที่ใช้ชื่อน่ารัก ๆ ว่า “ตามกาล”
ตำแหน่งของร้านนั้นตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 8 คู่กันกับร้านน้องสาวที่มีชื่อว่า “จิรกาล”
เจ้าของร้านคือคุณปุ้ย-ตรีประดับ หวังวงศ์วิวัฒน์ อาศัยความเป็นนักอ่านและความชื่นชอบส่วนตัวเกี่ยวกับการค้นคว้าตำราอาหารโบราณ, งานวิจัย, บันทึก และจดหมายเหตุทั้งจากในและนอกประเทศเพื่อตีความเมนูที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ออกมาในรูปแบบของตัวเธอเอง นอกจากนี้เธอยังได้ ผศ.ดร.ศันสนีย์ จะสุวรรณ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยมาช่วยคัดเลือกเมนูที่น่าสนใจอีกด้วย
ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยให้บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่เป็นทางการจนเกินไปทั้งยังแฝงกลิ่นอายการย้อนยุคเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
พื้นที่หน้าร้านโดดเด่นด้วยนาฬิกาเรือนใหญ่เสมือนเป็นคำใบ้บอกถึงสิ่งที่นักชิมทุกคนกำลังจะได้สัมผัส
อาหารทุกจานในวันนี้ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตผสมผสานกันกับเทคนิคยุคปัจจุบันออกมาได้อย่างกลมกล่อม เมื่อประกอบกับรสมือที่ดีของเชฟทำให้อาหารเกินครึ่งจากทั้ง 14 คอร์สมีความโดดเด่นในตัวเอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือโทรจองได้ที่เบอร์ 082-646-1664 กันได้เลย