Visit: February 5, 2021

🇫🇷 Guy Savoy - กี ซาวัว

Chef Guy Savoy

Monnaie de Paris, 11 Quai de Conti, 75006 Paris, France

Tel: +33 1 43 80 40 61

Cuisine

🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์

Country

France

MICHELIN Guide

2 MICHELIN Stars

Score

19.5/20

Price

1/5
          

🎗 [Intro] รีวิวฉบับนี้ขอกล่าวถึงห้องอาหารฝรั่งเศสเรือธงของเชฟระดับปรมาจารย์ผู้ได้รับการยอมรับจากเหล่าเชฟทั่วโลกว่าเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ ทั้งยังถูกยกให้เป็นห้องอาหารอันดับ 1 จากการจัดรายชื่อร้านอาหารทั่วโลกของ La Liste ถึง 4 ปีติดต่อกัน นั่นก็คือ Restaurant Guy Savoy ห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินซึ่งตั้งอยู่ในเขต 6 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง

          

🎗 [The Place] Monnaie de Paris เป็นโรงกษาปณ์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ตัวอาคารออกแบบโดย Jacques-Denis Antoine สถาปนิคชื่อดังในยุคนั้นโดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์ Neoclassical และก่อสร้างขึ้นระหว่างปี 1767-1775 บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Seine ไม่ไกลกันจากสะพาน Pont Neuf เจ้าของอาคารในปัจจุบันคือรัฐบาลฝรั่งเศสได้แบ่งพื้นที่บริเวณชั้นสองให้เป็นที่ตั้งของห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง Restaurant Guy Savoy ลูกค้าสามารถขับรถมาที่ร้านโดยจะมีพนักงานต้อนรับนำรถไปจอดแบบ Valet Parking เดินขึ้นมาบนชั้นสองของตัวอาคารจะพบกับห้องรับรองสุดตระการตาพร้อมพนักงานต้อนรับคอยตรวจเชคการจองและรับฝากสัมภาระต่าง ๆ เชฟ Guy Savoy ได้ขอให้ Jean-Michel Wilmotte เพื่อนสถาปนิกคนสนิทออกแบบห้องอาหารโดยมีโจทย์คือการผสมผสานความโมเดิร์นของศตวรรษที่ 21 เข้ากับงานศิลปะยุคเก่า โต๊ะกลมแต่ละตัวถูกปูทับด้วยผ้าสีขาวดูโดดเด่นเมื่อเทียบกับผนังไม้สีดำเข้ม ไฟสปอตไลท์ถูกเซ็ตให้ส่องจากเพดานมายังกลางโต๊ะราวกับเป็นเวทีรองรับการจัดแสดงทางอาหารอันยิ่งใหญ่ เทเบิ้ลแวร์ต่าง ๆ ทั้ง Three-compartment plate, Perforated plate, Surprise cup, Salad bowl รวมไปถึงมีดสำหรับหั่นเนื้อ Ulu และ Savik ถูกออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง Bruno Moretti แต่สิ่งที่โดดเด่นจนกลายเป็นภาพติดตาของแขกทุกคนคือจานสีขาวรูปยิ้มที่มีชื่อผลงานว่า The smile of Virginia Mo วางประดับต้อนรับลูกค้าอยู่บนโต๊ะ ทุกใบเป็นงานแฮนเมดขึ้นรูปโดย Un Jour d’Atelier เวิร์คชอปในเขต 14 ของกรุงปารีส โดยใช้ดินโคลนจากเหมืองในแคว้นนอร์มังดีมาขึ้นรูปเป็น Faience หรือเครื่องดินเผาเอิร์ธเทนแวร์สไตล์ฝรั่งเศส ยังมีงานเครื่องแก้วที่มีชื่อเฉพาะตัวว่า Coloured water droplets ออกแบบโดย Laurent Beyne ช่วยแต่งแต้มให้โต๊ะอาหารมีสีสันมากยิ่งขึ้น ห้องทานอาหารหลักถูกแบ่งออกเป็น 6 ส่วนคือ Belles Bacchantes, Vert Galant, Bibliothèque, Bouquinistes, Scènes de Paris และ Académes ทุกห้องเชื่อมกันด้วยประตูไม้และตกแต่งอย่างหรูหราสมกับเป็นร้านระดับ 3 ดาวมิชลินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หน้าต่างบานใหญ่เปิดโล่งเเสดงวิวของท่าเรือ Quai de Conti เกาะ Île de la Cité พิพิธภัณฑ์ Louvre และแม่น้ำ Seine อันสวยงาม เพดานสูงถูกประดับด้วยกระจกเงาเพื่อสะท้อนแสงจากภายนอกเข้าสู่ภายในตามคอนเซป ‘bring the outside in’ สุดท้ายคือภาพวาด รูปปั้น และงานอีกมากมายกระจายตัวอยู่แทบทุกส่วนของร้านราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะขนาดย่อม

🎗 [The Chef] Guy Savoy เกิดในปี ค.ศ. 1953 ที่เมือง Nevers และเติบโตขึ้นในเมือง Isère แคว้น Bourgoin-Jallieu ประเทศฝรั่งเศส บิดาของเขามีอาชีพเป็นคนสวนส่วนมารดาเป็นเจ้าของบาร์ซึ่งได้ขยับขยายเป็นร้านอาหารฟาสฟู้ดและห้องอาหารในเวลาต่อมา Guy Savoy ตัดสินใจเลือกเป็นเชฟเมื่ออายุได้ 15 ปีโดยเริ่มจากการฝึกงานกับนักทำช็อกโกแลตท้องถิ่นชื่อ Louis Marchand ส่วนเส้นทางสาย Haute Cuisine เริ่มต้นจากการเข้าทำงานที่ห้องอาหาร 3 ดาวมิชลินระดับตำนานอย่าง Maison Troigros ของพี่น้อง Troigros ในเมือง Roanne หลังจากฝึกงานอยู่ร่วม 3 ปี เชฟได้ย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหารอีกหลายแห่งคือ Lasserre ในกรุง Paris, Lion d’Or (Michelin Plate) ในกรุง Geneva และ L’Oasis (Michelin Plate) ใน La Napoule ตามลำดับ ต่อมาในปี ค.ศ. 1980 เชฟ Claude Verger ได้มอบหมายงานห้องอาหาร La Barrière de Clichy (Michelin Plate) ให้เชฟ Guy Savoy ควบคุมอยู่ได้ 2 ปีก่อนที่เชฟจะเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในชื่อ Restaurant Guy Savoy ขึ้นที่ Rue Duret ในกรุง Paris และมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่นักชิมจนกระทั่งในปี ค.ศ. 1985 ก็สามารถสามารถคว้ารางวัล ⭐️⭐️ 2 Michelin Stars มาครองได้สำเร็จ ด้วยความนิยมอย่างล้นหลามทำให้เชฟตัดสินใจย้ายตำแหน่งของร้านไปอยู่ที่ Rue Troyon ในปี ค.ศ. 1987 พร้อมขนาดห้องอาหารที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมาก หมุดหมายสำคัญเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2002 เชฟเล่าว่าตอนนั้นเป็นเวลา 9 โมง 50 นาที เมื่อ Michelin Director ได้โทรเข้ามาเพื่อแจ้งข่าวว่า Michelin Guide ประเทศฝรั่งเศสได้มอบรางวัล ⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Stars พ่วงด้วยรางวัล Chef of The Year ให้กับเชฟและห้องอาหาร Guy Savoy จนอาจเรียกได้ว่านี่คือจุดที่สว่างไสวที่สุดในสายอาชีพของเขาเลยทีเดียว เดือนพฤษภาคมปี ค.ศ. 2015 ตัวร้านได้ย้ายมาอยู่ ณ ตำแหน่งที่ตั้งปัจจุบันคือชั้นสองของ Monnaie de Paris, 11 Quai de Conti เขตที่ 6 ของกรุง Paris เชฟ Guy Savoy ได้ขยับขยายกิจการโดยการเปิดห้องอาหารเพิ่มเติมอีกหลายแห่งเช่น L’Atelier Maître Albert (🍽 Michelin Plate) ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Seine, Le Chiberta (⭐️ 1 Michelin Star), Supu Ramen รวมไปถึง Restaurant Guy Savoy ร้านพี่น้องขึ้นอีกแห่งใน Las Vegas ประเทศสหรัฐอเมริกา ในด้านของ Awards หรือรางวัลต่างๆ Restaurant Guy Savoy ถูกยกให้เป็นห้องอาหารอันดับ 1 ใน La Liste เป็นระยะเวลา 4 ปีติดต่อกัน, รางวัล 3 Pudlowski Plate และรางวัล Le Cinq d’Or จาก Gault & Millau ตัวเชฟ Guy Savoy เองยังเป็นหนึ่งในสมาชิก Gault & Millau Academy, รางวัล Prix du Rayonnement Gastronomique Français ปี 2018 และเครื่องอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ (Legion d’Honneur) สำหรับงานด้านอื่น ๆ นอกเหนือจากอาชีพเชฟ Guy Savoy เคยออกหนังสือเกี่ยวกับอาหารมากถึง 10 เล่ม ทั้งยังเคยรับงานพากษ์เสียงเป็น Sous-chef Horst ในภาพยนต์อนิเมชั่นของ Pixar เรื่อง Ratatouille ในเวอร์ชั่นภาษาฝรั่งเศสอีกด้วย

🎗 [The Food] ลูกค้าสามารถเลือกทานเมนู À LA CARTE ได้ตามใจชอบ แต่ด้วยราคาต่อจานที่ค่อนข้างสูงเราจึงอยากให้เพื่อน ๆ ข้ามไปพิจารณาเซ็ตเมนูมากกว่าโดยเริ่มจากเซ็ตมื้อกลางวันสุดคุ้มค่า (สำหรับกรุงปารีส) ที่เรียกว่า MENU DIGITAL ตั้งราคาเอาไว้เพียง 130 €/p หรือประมาณ 5,000 บาท/คนเท่านั้น โดยทางร้านจะจัดเตรียมโต๊ะจำนวน 5 โต๊ะ (Les Cinq Table) เอาไว้สำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามต้องขอบอกก่อนเลยว่าจำนวนที่นั่งส่วนนี้มักถูกจองเต็มภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที ถัดมาคือเซ็ตเมนูที่ดีที่สุดของทางร้านอย่าง ‘COLOURS, TEXTURES & FLAVOURS’ IN 13 COURSES… OR MORE! ซึ่งตั้งราคาเอาไว้สูงลิบถึง 490 €/p หรือราวๆ 18,000 บาท/คน ซึ่งเป็นรายการที่เราหยิบมาแนะนำกันในวันนี้โดยขอยกจานที่ทำออกมาได้ชนิดหาใครเทียบได้ยากสัก 3-4 อย่าง คือ

✨ ‘Colours of caviar’, with smoked sabayon
Colors of caviar, sabayon fumé dans l’œf
Caviar cream, caviar vinaigrette and a purée of Savoy cabbage; served with Royal and Baeri caviars and a smoked sabayon.

สุดยอดเมนู Signature Dish ของเชฟ Guy Savoy เป็นคอร์สที่จัดเสิร์ฟใน Restaurant Guy Savoy ทั้งสาขาหลักในกรุง Paris และสาขา Las Vegas ทั้งยังไม่เคยถูกถอดออกจากเมนูมาอย่างยาวนาน ขั้นตอนแรกพนักงานจะนำไข่ใส่มาในกองฟางมาวางแสดงให้ดูบนโต๊ะ จากนั้นก็ทุบแล้วปอกเปลือกต่อหน้าลูกค้า ภายในเป็นไข่ที่ผ่านการคนจนกลายเป็นซาบายอน พนักงานจะเททอปลงไปคาเวียร์ต่อหน้าลูกค้าที่โต๊ะ ปกติแล้วคาเวียร์เป็นวัตถุดิบที่มักถูกนำเสนอออกมาโดด ๆ โดยมีองค์ประกอบอื่นล้อมรอบแต่เชฟ Guy Savoy เกิดไอเดียที่แตกต่างโดยการนำคาเวียร์มาเสิร์ฟปนไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ โดยในถ้วยถูกแบ่งออกเป็นชั้น ๆ เริ่มจากชั้นสีดำด้านล่างคือ Vinaigrette ของคาเวียร์ ชั้นถัดมามีสีขาวคือคาเวียร์ครีม เลเยอร์สีเขียวเป็นครีมหรือพูเรทำมาจากกะหล่ำปลีซาวอย (สำหรับสาขา Las Vegas จะเปลี่ยนเป็นพูเร Green Bean) ด้านบนเป็นไข่ปลาสองชนิดคือ Royal และ Baeri Caviar ใส่มาเกือบเต็มแก้วให้รสชาติเค็มและกลิ่นของทะเล สุดท้ายคือซาบายอนที่ได้การการนำไข่ไก่ไปคน (Scrambled) จนมีความครีมมี่ นุ่ม ละมุนลิ้นสุด ๆ จัดว่าเป็นเป็นสุดยอดเมนูที่มีสีสันหลากหลาย มีอุณหภูมิที่แตกต่าง และมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันในหลายระดับ เป็นจานที่เต็มไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อน แต่ไม่ทิ้งความเรียบง่ายและเข้ากันของรสชาติ สุดยอดมากๆ (20/20)

✨ Oven-baked John Dory with a delicate shellfish parcel
Saint-Pierre au four, un sac éphémère de coquillages
Lightly baked John Dory with a ravigote flavoured with sea herbs; shellfish en papilote, ‘marinière’ jus with mushrooms.

ปลา Saint-Pierre หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของปลา “จอห์น โดรี่” โดยขั้นตอนแรกพนักงานจะนำหอย Cockles และพืชทะเลชื่อว่า Salicornia ปรุงในรูปแบบ en papilote มาในถุงเพื่อกัก Shellfish Jus หรือน้ำจากตัวหอยเอาไว้ เมื่ออบได้ที่น้ำจากทั้งหอยและ Salicornia จะผสมรวมกันเป็นซอส Ravigote จากนั้นจึงค่อย ๆ ตัดถุงออกแล้วนำมาวางเรียงบนจานต่อหน้าลูกค้า เพียงแค่ถุงเปิดออก กลิ่นหอมและอโรม่าของทะเลก็พรั่งพรูออกมาชวนน้ำลายสอสุด ๆ เนื้อปลาจอห์น โดรี่ ผ่านการอบมาเพียงชั่วครู่จึงมีเนื้อสัมผัสนุ่มลิ้นมาก ๆ จนเกือบจะละลายได้ในปาก เป็นความเพอร์เฟคของเนื้อสัมผัสของปลาชิ้นหนึ่งที่เรายังจดจำมาได้จนถึงตอนนี้ ด้านบนทอปด้วยหอยหลอดเสิร์ฟมาในฝาของตัวเอง ด้านล่างมี Chive หอยกาบข้าง ๆ กันมีความหนึบได้ระดับ สังเกตได้จากการที่เนื้อหอยไม่หดตัวลงแม้แต่น้อย การที่เชฟกัก Shellfish jus เอาไว้ทำให้สามารถในจานมีอโรม่าของหอยอยู่เต็มเปี่ยม พืชทะเล Salicornia ช่วยดับกลิ่นคาวและกลิ่นเฉพาะตัวของหอยได้หมดจด ความนุ่มของเนื้อปลาและความหนึบของเนื้อหอยจะทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสแตกต่างกันออกไปในแต่ละคำ ซอส Marinière ทำมาจาก Saint-Pierre Jus หรือน้ำจากตัวปลาเองให้กลิ่นอายของทะเล ทั้งยังมีรสชาติออกเปรี้ยวนิด ๆ จาก Beurre Blanc และมีความเป็นไอโอดีนจากพืช Salicornia มีความ Earthy เบา ๆ จากเห็ด หากสังเกตดี ๆ จะพบ Lime Caviar เคี้ยวกรึบแอบอยู่ใน Salicornia ถือเป็นอีกหนึ่งจานที่เชฟ Guy Savoy แสดงให้เราเห็นถึงความซับซ้อนและหลากหลายทั้งในรสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัสในอาหารเพียงจานเดียว (20/20)

✨ Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

สุดยอดเมนูขึ้นชื่อที่กลายเป็น Signature ของ Restaurant Guy Savoy คือ Artichoke soup with black truffle เสิร์ฟมาคู่กันกับ Puff pastry brioche with mushrooms and truffles แม้จะใช้วัตถุดิบหลักเป็นทรัฟเฟิลแต่ขอบอกเลยว่าจานนี้มีเสิร์ฟตลอดทั้งปีและไม่เคยถูกถอดออกจากเมนูจนกลายเป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ Restaurant Guy Savoy และวงการอาหารฝรั่งเศส เราสามารถสังเกตได้ถึงความเรียบง่ายของจานตั้งแต่ภาชนะที่ใช้บรรจุซุปเลยทีเดียว ว่ากันว่าสาเหตุที่ Artichoke soup กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเชฟ Guy Savoy อันเนื่องมาจากตัวเชฟ Guy เองเมื่อครั้งยังเด็กนั้นชื่นชอบอาติโชคพูเรมากเป็นพิเศษถึงขนาดทานเป็นอาหารหลักเลย องค์ประกอบแรกของจานคือซุปร้อน ๆ ที่ได้จากการนำอาติโชคไปผ่านการต้มในน้ำเกลือทะเล จากนั้นนำไปเคล้ากับ Truffle jus จนได้เป็นซุปเข้มข้น มีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสเนียนละเอียดโดยไม่มีส่วนผสมของครีมหรือนมใด ๆ ปนมา องค์ประกอบสีขาวด้านบนคือพาเมซานชีส มีรสเค็มและมันเบา ๆ ตัดกับรสครีมมี่ของอาติโชคเเละอโรม่าของทรัฟเฟิลได้อย่างไร้ที่ติ ปิดท้ายด้วยการขูดทรัฟเฟิลสไลด์ทอปลงไปด้านบน บอกเลยว่าอโรม่าความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิลสามารถลอยมาเเตะจมูกเราตั้งเเต่ตอนที่พนักงานยังนำซุปมาวางไม่ถึงที่โต๊ะเลยด้วยซ้ำ ในวัยเด็ก Fruit brioche ถือเป็นหนึ่งในขนมปังที่เชฟ Guy Savoy ชื่นชอบมากที่สุด ในจานนี้เชฟจึงนำมาพัฒนาจนเป็นสุดยอดขนมปังบริยอชที่มีจุดเด่นคือเส้นสีดำตรงกลางทำมาจากเห็ดและทรัฟเฟิล จากนั้นอบจนผิวขนมปังกรอบในขณะที่เนื้อตรงกลางยังคงมีความนุ่มละมุน ก่อนทานให้ทาขนมปังด้วย Truffle butter หอม ๆ ทานคู่กับซุปอาร์ติโชคเข้ากันดีเป็นที่สุด (20/20)

✨ Pure chocolate
Purement chocolat
A crisp tube concealing a dark chocolate mousse, cacao sorbet and a sea salt biscuit, served with a warm chocolate sauce.

สุดยอดเมนูขนมหวาน Signature Dish ยุคปัจจุบันของ Restaurant Guy Savoy อย่าง “ช็อกโกแลตบริสุทธิ์” เกิดจากความร่วมมือของเชฟ Guy Savoy และ Pastry chef ประจำร้าน Matthieu Carlin เป็นเมนูที่แสดงออกถึงเทคนิคการปรุงอาหารชั้นสูงและเทคนิคการผลิตเหรียญไปพร้อม ๆ กันอันเนื่องจาก Restaurant Guy Savoy ปัจจุบันนั้นตั้งอยู่บนชั้นสองของ Monnaie de Paris หรือโรงกษาปณ์แห่งกรุงปารีสนั่นเอง เชฟ Matthieu เลือกใช้ Valrhona Guanaja Chocolate อันเนื่องมาจากเหตุผล 2 อย่างคือการที่ช็อกโกแลตชนิดนี้เป็นชนิดโปรดของเชฟ Guy Savoy ยิ่งไปกว่านั้นขนม Chocolate mousse ที่เสิร์ฟปิดท้ายในรถขนมหวานก็ใช้ Valrhona Guanaja Chocolate เป็นองค์ประกอบหลักเช่นกัน นอกจากนี้เชฟ Matthieu ยังบอกว่าช็อกโกแลตชนิดนี้มีความหนืดในระดับที่พอเหมาะ สามารถแนบสนิทไปกับแบบพิมพ์ เชฟได้ใส่ Cocoa butter ลงไปเล็กน้อยเพื่อเสริมให้ขอบมีความเนียนเรียบและไม่ให้เกิดฟองขึ้นในกระบวนการพิมพ์ลาย หลังจากขนมเวอร์ชั่นแรกเป็นการผสมผสานรสชาติของช็อกโกแลตเข้ากับน้ำผึ้ง ในเวอร์ชั่นปัจจุบันเชฟจึงตั้งใจแสดงถึงความบริสุทธิ์ของช็อกโกแลตในเนื้อสัมผัสและอุณหภูมิที่แตกต่างกันหลายองค์ประกอบคือ Sorbet chocolat, Mousse légère chocolate, Gelée de cacao, Chocolate biscuit, Opaline chocolat, Croquette au chocolate, Pièces en chocolate และ Finiton et dressage ก่อนทานพนักงานจะเทราดซอสร้อน ๆ ลงไป อย่าลืมตักให้ลึกถึงชั้นล่างเพื่อสัมผัสถึงอุณหภูมิที่แตกต่างกันของซอสร้อน ๆ และซอร์เบท์เย็น ๆ ยังมีมูสช็อกโกแลตเนื้อนุ่มละมุน รสชาติทุกองค์ประกอบเข้มข้น เสริมด้วยความเค็มของคาราเมลจาก Opaline แผ่นคริสปี้ทรงกระบอกและครัมเบิ้ลกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส บิสกิตด้านล่างมีรสเค็มที่ดีจาก Fleur de sel หรือดอกเกลือทะเล จัดเป็นเมนูที่นำเสนอความสวยงามทางรูปลักษณ์ ความซับซ้อนทางเนื้อสัมผัส ความบริสุทธิ์ของช็อกโกแลต ผสานเข้ากับประวัติศาสตร์ของสถานที่ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)

🎗 [Conclusion] Guy Savoy ถูกยกให้เป็นสุดยอดเชฟระดับตำนานที่ยังมีลมหายใจ นอกจากจะเป็นปรมาจารย์ด้านอาหารฝรั่งเศสยุคใหม่เขายังเป็นหนึ่งในอาจารย์ของเชฟชื่อดังก้องโลกอย่าง Gordon Ramsay อีกด้วย แม้ว่าจะมีอายุถึง 67 ปีแต่อาหารที่นี่ยังคงล้ำสมัย เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทุกจานถือเป็นงานศิลป์ชิ้นเอกชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยากกระทั่งในหมู่เชฟระดับโลกด้วยกัน เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้ลิ้มลอง Set Menu ชุดใหญ่ของทางร้านให้ได้อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิตถึงแม้จะแลกมาด้วยราคาที่สูงถึง 18,000 บาทต่อคนยังไม่รวมเครื่องดื่มเพื่อสัมผัสประสบการณ์มื้ออาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน… ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดแต่ทุกความทรงจำที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นจะคงอยู่กับเราไปตราบนานเท่านาน

Price :

130-490 €/p

Parking :

Valet Parking

Operating Time :

12.00-14.00, 19.00-22.30 ปิดเสาร์กลางวัน, อาทิตย์ และจันทร์ทั้งวัน

Dress Code :

Elegance, Suit Jacket is required for Gentlemen.

Score

👍 ร้านอาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เชฟ Guy Savoy คือตำนานที่ยังมีลมหายใจ แม้ราคาจะสูงมากแต่เราขอแนะนำให้ผู้ที่มีใจรักอาหารฝรั่งเศสลองหาโอกาสไปทานดูอย่างน้อยสักครั้งในชีวิต รับรองว่าทุกคนจะพบอาหารมื้อพิเศษที่ไม่มีวันลืมได้ลง

อาหาร :

19.5

ราคา :

1/5

เทคนิค :

5/5

อัตลักษณ์ :

5/5

บรรยากาศ :

5/5

บริการ :

5/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 ‘COLOURS, TEXTURES & FLAVOURS’ IN 13 COURSES… OR MORE! (490 €/p) MENU "COULEURS, TEXTURES ET SAVEURS" EN 13 SERVICES... OU PLUS !

          
Amuse bouche

L’amuse-bouche

Concassé of oysters, granité of seaweed and lemon
Huîtres concassées, granité algue et citron

Tartar of raw oysters with lemon and seaweed granité.

‘Lobster / carrot’, lobster jus, toasted buckwheat
«Homard-carottes» au jus de homard et sarrasin torréfié

Medallions of lobster with carrot ribbons and a lobster salpicon; ‘dry vinaigrette’ of lobster and carrot, lobster cream and toasted buckwheat.

‘Colours of caviar’, with smoked sabayon
Colors of caviar, sabayon fumé dans l’œf

Caviar cream, caviar vinaigrette and a purée of Savoy cabbage; served with Royal and Baeri caviars and a smoked sabayon.

Oven-baked John Dory with a delicate shellfish parcel
Saint-Pierre au four, un sac éphémère de coquillages

Lightly baked John Dory with a ravigote flavoured with sea herbs; shellfish en papilote, ‘marinière’ jus with mushrooms.

Confit chicory leaves interlaced with foie gras, dress with truffle
Feuilles d’endives confites, du foie gras «intercalé», de la truffe autour

Alternating layers of foie gras and chicory braised in poultry jus, cooked à la plancha and seasoned with a truffle jus.

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…

Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

Savoy cabbage cooked in seasonal style; veal served two-ways
Chou frisé à la mode d’hiver, du veau rissolé

Savoy cabbage stuffed with braised veal, veal sweetbread, foie gras, mushrooms and a farce of poultry, served with nuggets of seared veal sweetbread.

Confit salsify in a hazelnut crumb: a stroll through the forest
Le confit de salsifis en panure de noisettes comme un sous-bois

Seared confit salsify filled with a creamed salsify purée; vegetable ‘earth’ and parsley sponge with roasted hazelnuts.

Matured cheeses and / or a preparation of cheese

Fromages affinés et/ou la préparation

Textures of blood orange and fennel
Consistances d’orange sanguine et fenouil

Blood orange jelly with blood orange ice, perfumed with fennel; croustillant biscuit with orange zest.

Pure chocolate
Purement chocolat

A crisp tube concealing a dark chocolate mousse, cacao sorbet and a sea salt biscuit, served with a warm chocolate sauce.

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois

Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

📃 À La Carte

‘Open’ mille-feuille with Tahitian vanilla
Mille feuilles ouvertes à la vanille de Tahiti
Trois couches de pâte feuilletée intercalées de crème légère à la vanille de Tahiti, elle-même accompagnée d’une eau de vanille maturée avec les gousses 48 heures.

🇫🇷 Guy Savoy – กี ซาวัว

⭐️⭐️⭐️ 2 Michein Stars – 2 ดาวมิชลิน

🍴 Creative – อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์

รีวิวฉบับนี้ขอกล่าวถึงห้องอาหารฝรั่งเศสเรือธงของเชฟระดับปรมาจารย์ผู้ได้รับการยอมรับจากเหล่าเชฟทั่วโลกว่าเป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ ทั้งยังถูกยกให้เป็นห้องอาหารอันดับ 1 จากการจัดรายชื่อร้านอาหารทั่วโลกของ La Liste ถึง 4 ปีติดต่อกัน นั่นก็คือ Restaurant Guy Savoy ห้องอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินซึ่งตั้งอยู่ในเขต 6 กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสนั่นเอง

เชฟ Guy Savoy ได้ขอให้ Jean-Michel Wilmotte เพื่อนสถาปนิกคนสนิทออกแบบห้องอาหารโดยมีโจทย์คือการผสมผสานความโมเดิร์นของศตวรรษที่ 21 เข้ากับงานศิลปะยุคเก่า

Amuse bouche
L’amuse-bouche

ก่อนเสิร์ฟเมนูอาหารพนักงานจะนำเสิร์ฟ “อมูสบูช” มา 3 อย่างพร้อมกัน (19/20)

Amuse bouche
L’amuse-bouche

เริ่มจากฝั่งขวามือคือ “Burger of Champignons” เห็ดขนาดจิ๋วดูน่าทานเสิร์ฟมาให้ทานในคำเดียว ต่อด้วย “Essence of Champignons” ซุปที่ได้จากการสกัดเห็ดออกมาเป็นน้ำ รสชาติไม่แรงมากนักแต่กลับช่วยเชื่อมรสชาติของอมูสบูชอย่างแรกกับอย่างสุดท้ายเข้าด้วยกัน ปิดท้ายด้วย “Toast with Duck Liver and Champagne Jelly” ขนมปังกรอบทอปด้านบนด้วยฟัวกราส์ตับเป็ดเนื้อเนียนละเอียด มีรสหวานเพียงเบาๆ มีกลิ่นหอมเด่นชัด ด้านล่างเป็นเจลลี่แชมเปญมีรสขมนิด ๆ ช่วยดึงความหวานของตับเป็ดให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (19/20)

French Baguette

ทางร้านนำเสิร์ฟขนมปังอย่างแรกเป็น “บาเก็ต” ซึ่งเป็นขนมปังที่เชฟ Guy Savoy ชื่นชอบมากที่สุด ทางร้านอบกันสดใหม่ตลอด ผิวสัมผัสด้านนอกกรอบ ฟูพอดี แต่ไม่แข็งจนเกินไป เรียกได้ว่าไร้ที่ติมาก ๆ นอกจากนี้ระหว่างมื้อพนักงานยังมีขนมปังทำจากเฟนเนลเสิร์ฟมาให้ลองชิมกันอีกชนิดหนึ่งด้วย

Amuse bouche
L’amuse-bouche

ถัดมาคือ Chestnut Flan หรือ “ฟลานเกาลัด” เชฟนำเกาลัดไปทำเป็นมูสเนื้อนุ่มตั้งไว้ตรงกลาง ด้านบนทอปด้วย Chestnut Chip หรือแผ่นกรอบทำจากเกาลัดเช่นกันเพื่อให้เกิดเนื้อสัมผัสที่แตกต่าง รอบ ๆ คือน้ำซุปที่ได้จากเกาลัดผสมกับเซเลอรี่ มีกลิ่นหอมเด่นชัด มีความครีมมี่ ละมุนลิ้น ทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อให้ได้มิติของเนื้อสัมผัสที่แตกต่างในขณะที่กลิ่นและรสชาติของแต่ละองค์ประกอบเข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)

Concassé of oysters, granité of seaweed and lemon
Huîtres concassées, granité algue et citron
Tartar of raw oysters with lemon and seaweed granité.

เริ่มต้นเมนคอร์สจานแรกด้วย Signature Dish อย่าง “คงกาซเซ่” ที่โต๊ะพนักงานจะมาตักเทกรานิต้าที่มีรสชาติและกลิ่นของเลมอนและสาหร่ายทอปลงไปด้านบน (20/20)

Concassé of oysters, granité of seaweed and lemon
Huîtres concassées, granité algue et citron
Tartar of raw oysters with lemon and seaweed granité.

ส่วนองค์ประกอบหลักเป็นพูเรหอยนางรมเสิร์ฟมากับทาทาร์หอยนางรมดิบสับมาพอหยาบ ๆ จากนั้นนำไปคลุกกับน้ำที่มีรสชาติของมะนาวและสาหร่าย ยังมีเจลลี่ที่ทำมาจาก Oyster jus ทานพร้อมกันจะได้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบอันเป็นเอกลักษณ์ของหอยนางรมคุณภาพสูงของฝรั่งเศส น้ำที่สกัดจากสาหร่ายและมะนาวช่วยดับกลิ่นคาวและกลิ่นดินของหอยนางรมได้อย่างหมดจด องค์ประกอบสำคัญอย่างกรานิต้ามีรสชาติของเลมอนและสาหร่ายช่วยเรียกความสดชื่นได้ดีมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของซอเรล เลมอนที่บรูนัวส์ช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติให้ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ และพริกไทยเพียงเบา ๆ เราชอบการนำเสิร์ฟมาบนสาหร่ายเพื่อบอกถึงองค์ประกอบของวัตถุดิบ (20/20)

Concassé of oysters, granité of seaweed and lemon
Huîtres concassées, granité algue et citron
Tartar of raw oysters with lemon and seaweed granité.

เชฟ Guy Savoy เคยบอกเอาไว้ว่าจานนี้อาจตั้งชื่อใหม่ได้ว่า ‘oysters, oysters, oysters’… เพราะเป็นการนำเสนอหอยนางรมออกมาได้ในหลากหลายรูปแบบอย่างไร้ที่ติ (20/20)

‘Lobster / carrot’, lobster jus, toasted buckwheat
«Homard-carottes» au jus de homard et sarrasin torréfié
Medallions of lobster with carrot ribbons and a lobster salpicon; ‘dry vinaigrette’ of lobster and carrot, lobster cream and toasted buckwheat.

ถัดมาเป็นคอร์สที่จับคู่วัตถุดิบสองชนิดคือ “ล็อบสเตอร์และแครอท” มาไว้ในจานเดียวกัน เพียงเชฟยกมาวางเราก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอันเด่นชัด องค์ประกอบแรกของจานคือซัลปิคอนล็อบสเตอร์คลุกกับล็อบสเตอร์ครีมแล้วเสิร์ฟมาแบบดิบคล้ายทาทาร์ น้ำสีส้มรอบ ๆ คือ Bouillon หรือวินิแกรตแห้งทำมาจากล็อบสเตอร์และแครอทเช่นกัน ด้วยรสชาติที่ออกไปทางเปรี้ยวจึงช่วยดึงรสหวานธรรมชาติจากล็อบสเตอร์ออกมาได้ดี เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสโดยการใส่เมล็ดบัควีทที่ผ่านการคั่วจนแห้งลงไปด้วย เวลาเคี้ยวก็จะได้ความกรอบมาตัดกับความนุ่มและเด้งของเนื้อกุ้ง เลเยอร์ตรงกลางเป็นแครอททั้งสุกและดิบฝานมาบาง ๆ เป็นริบบิ้นสวยงามเพิ่มมิติความกรอบ สุดท้ายคือ Lobster Medallions หรือเนื้อล็อบสเตอร์แบบสุกเสิร์ฟเป็นชิ้นวางด้านบน ตักทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อให้ได้รสชาติและเนื้อสัมผัสอันซับซ้อน (20/20)

‘Lobster / carrot’, lobster jus, toasted buckwheat
«Homard-carottes» au jus de homard et sarrasin torréfié
Medallions of lobster with carrot ribbons and a lobster salpicon; ‘dry vinaigrette’ of lobster and carrot, lobster cream and toasted buckwheat.

พนักงานนำ Bouillon มาวางคู่กันสำหรับลูกค้าที่ต้องการตักเพิ่ม (20/20)

‘Colours of caviar’, with smoked sabayon
Colors of caviar, sabayon fumé dans l’œf
Caviar cream, caviar vinaigrette and a purée of Savoy cabbage; served with Royal and Baeri caviars and a smoked sabayon.

เมนูที่เราประทับใจมากที่สุดจานหนึ่งในค่ำคืนนี้เป็น Signature Dish ของเชฟ Guy Savoy ทั้งคือ “สีสันแห่งคาเวียร์” เป็นคอร์สที่จัดเสิร์ฟใน Restaurant Guy Savoy ทั้งสาขาหลักในกรุง Paris และสาขา Las Vegas และติดอยู่ในสมุดเมนูมาอย่างยาวนาน (20/20)

‘Colours of caviar’, with smoked sabayon
Colors of caviar, sabayon fumé dans l’œf
Caviar cream, caviar vinaigrette and a purée of Savoy cabbage; served with Royal and Baeri caviars and a smoked sabayon.

ขั้นตอนแรกพนักงานจะนำไข่ใส่มาในกองฟางมาวางแสดงให้ดูบนโต๊ะ จากนั้นก็ทุบแล้วปอกเปลือกต่อหน้าลูกค้า ภายในเป็นไข่ที่ผ่านการคนจนกลายเป็นซาบายอน ถือเป็นเทคนิคชั้นสูงที่ทำเอาเราตกใจมากๆ (20/20)

‘Colours of caviar’, with smoked sabayon
Colors of caviar, sabayon fumé dans l’œf
Caviar cream, caviar vinaigrette and a purée of Savoy cabbage; served with Royal and Baeri caviars and a smoked sabayon.

พนักงานจะเทซาบายอนทอปลงไปบนคาเวียร์ ข้าง ๆ ถ้วยคือช้อนทำจากเปลือกหอยสำหรับตักคาเวียร์นั่นเอง (20/20)

‘Colours of caviar’, with smoked sabayon
Colors of caviar, sabayon fumé dans l’œf
Caviar cream, caviar vinaigrette and a purée of Savoy cabbage; served with Royal and Baeri caviars and a smoked sabayon.

ปกติแล้วคาเวียร์เป็นวัตถุดิบที่มักถูกนำเสนอออกมาโดด ๆ โดยมีองค์ประกอบอื่นล้อมรอบแต่เชฟ Guy Savoy เกิดไอเดียที่แตกต่างโดยการนำคาเวียร์มาเสิร์ฟปนไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ โดยในถ้วยถูกแบ่งออกเป็นชั้น ๆ เริ่มจากชั้นสีดำด้านล่างคือ Vinaigrette ของคาเวียร์ ชั้นถัดมามีสีขาวคือคาเวียร์ครีม เลเยอร์สีเขียวเป็นครีมหรือพูเรทำมาจากกะหล่ำปลีซาวอย (สำหรับสาขา Las Vegas จะเปลี่ยนเป็นพูเร Green Bean) ด้านบนเป็นไข่ปลาสองชนิดคือ Royal และ Baeri Caviar ใส่มาเกือบเต็มแก้วให้รสชาติเค็มและกลิ่นของทะเล สุดท้ายคือซาบายอนที่ได้การการนำไข่ไก่ไปคน (Scrambled) จนมีความครีมมี่ นุ่ม ละมุนลิ้นสุด ๆ จัดว่าเป็นเป็นสุดยอดเมนูที่มีสีสันหลากหลาย มีอุณหภูมิที่แตกต่าง และมีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันในหลายระดับ เป็นจานที่เต็มไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อน แต่ไม่ทิ้งความเรียบง่ายและเข้ากันของรสชาติ สุดยอดมากๆ (20/20)

Oven-baked John Dory with a delicate shellfish parcel
Saint-Pierre au four, un sac éphémère de coquillages
Lightly baked John Dory with a ravigote flavoured with sea herbs; shellfish en papilote, ‘marinière’ jus with mushrooms.

ถัดมาคือเมนูปลา Saint-Pierre หรือที่เรารุ้จักกันในชื่อของ “ปลาจอห์น โดรี่” โดยขั้นตอนแรกพนักงานจะนำหอย Cockles และพืชทะเลชื่อว่า Salicornia ปรุงในรูปแบบ en papilote มาในถุงเพื่อกัก Shellfish Jus หรือน้ำจากตัวหอยเอาไว้ เมื่ออบได้ที่น้ำจากทั้งหอยและ Salicornia จะผสมรวมกันเป็นซอส Ravigote จากนั้นจึงค่อย ๆ ตัดถุงออกแล้วนำมาวางเรียงบนจานต่อหน้าลูกค้า เพียงแค่ถุงเปิดออก กลิ่นหอมและอโรม่าของทะเลก็พรั่งพรูออกมาชวนน้ำลายสอสุด ๆ (20/20)

Oven-baked John Dory with a delicate shellfish parcel
Saint-Pierre au four, un sac éphémère de coquillages
Lightly baked John Dory with a ravigote flavoured with sea herbs; shellfish en papilote, ‘marinière’ jus with mushrooms.

เนื้อปลาจอห์น โดรี่ ผ่านการอบมาเพียงชั่วครู่จึงมีเนื้อสัมผัสนุ่มลิ้นมาก ๆ จนเกือบจะละลายได้ในปาก เป็นความเพอร์เฟคของเนื้อสัมผัสของปลาชิ้นหนึ่งที่เรายังจดจำมาได้จนถึงตอนนี้ ด้านบนทอปด้วยหอยหลอดเสิร์ฟมาในฝาของตัวเอง ด้านล่างมี Chive หอยกาบข้าง ๆ กันมีความหนึบได้ระดับ สังเกตได้จากการที่เนื้อหอยไม่หดตัวลงแม้แต่น้อย การที่เชฟกัก Shellfish jus เอาไว้ทำให้สามารถในจานมีอโรม่าของหอยอยู่เต็มเปี่ยม พืชทะเล Salicornia ช่วยดับกลิ่นคาวและกลิ่นเฉพาะตัวของหอยได้หมดจด ความนุ่มของเนื้อปลาและความหนึบของเนื้อหอยจะทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสแตกต่างกันออกไปในแต่ละคำ ซอส Marinière ทำมาจาก Saint-Pierre Jus หรือน้ำจากตัวปลาเองให้กลิ่นอายของทะเล ทั้งยังมีรสชาติออกเปรี้ยวนิด ๆ จาก Beurre Blanc และมีความเป็นไอโอดีนจากพืช Salicornia มีความ Earthy เบา ๆ จากเห็ด หากสังเกตดี ๆ จะพบ Lime Caviar เคี้ยวกรึบแอบอยู่ใน Salicornia ถือเป็นอีกหนึ่งจานที่เชฟ Guy Savoy แสดงให้เราเห็นถึงความซับซ้อนและหลากหลายทั้งในรสชาติ กลิ่น เนื้อสัมผัสในอาหารเพียงจานเดียว (20/20)

Oven-baked John Dory with a delicate shellfish parcel
Saint-Pierre au four, un sac éphémère de coquillages
Lightly baked John Dory with a ravigote flavoured with sea herbs; shellfish en papilote, ‘marinière’ jus with mushrooms.

พนักงานจะตั้งซอส Marinière เอาไว้ให้ลูกค้าเติมลงในจานได้เรื่อย ๆ แต่ไม่แนะนำให้เติมลงไปเยอะ ๆ ในครั้งเดียวเพราะรสเปรี้ยวจะทำให้เสียบาลานซ์ของรสชาติในจานไป (20/20)

Confit chicory leaves interlaced with foie gras, dress with truffle
Feuilles d’endives confites, du foie gras «intercalé», de la truffe autour
Alternating layers of foie gras and chicory braised in poultry jus, cooked à la plancha and seasoned with a truffle jus.

จานถัดมาคือ “ฟัวกราส์และใบชิโครี่” โดยใบชิโครี่ถูกนำไปกงฟีและตุ๋นในน้ำสต็อกสัตว์ปีกจนนุ่ม จากนั้นจึงนำไปปรุงในรูปแบบ À la plancha หรือย่างจนผิวด้านนอกเกรียมนิด ๆ มีกลิ่นหอมเพิ่มเติมขึ้นมา จากนั้นจึงห่อฟัวกราส์ตับเป็ดเอาไว้ด้านใน ความนุ่มละมุนของฟัวกราส์ให้แตกต่างออกไปจากความนุ่มของชิโครี่ ในด้านรสชาติจัดว่ามีความขมปนมาด้วยมากไปเพียงนิดเดียว (19/20)

Confit chicory leaves interlaced with foie gras, dress with truffle
Feuilles d’endives confites, du foie gras «intercalé», de la truffe autour
Alternating layers of foie gras and chicory braised in poultry jus, cooked à la plancha and seasoned with a truffle jus.

เชฟตั้งใจวางแต่ละองค์ประกอบซ้อนกันมาเป็นชั้น ๆ เพื่อให้ทานพร้อมกันแล้วเกิดมิติของเนื้อสัมผัส (19/20)

Confit chicory leaves interlaced with foie gras, dress with truffle
Feuilles d’endives confites, du foie gras «intercalé», de la truffe autour
Alternating layers of foie gras and chicory braised in poultry jus, cooked à la plancha and seasoned with a truffle jus.

ด้านบนเป็น Winter Black Truffle ซึ่งมีความกรึบเบา ๆ ต่างออกไปจากองค์ประกอบทั้งสองด้านล่าง สีดำรอบ ๆ เป็น Black truffle coulis ช่วยเพิ่มอโรม่าของทรัฟเฟิลให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น (19/20)

Ragù of black lentils with black truffle
Ragù de lentilles noires à la truffe noire

คั่นกลางด้วยจานที่ไม่มีในเมนูอย่างรากูของถั่วเลนทิลและแบล็คทรัฟเฟิล ตักทานแล้วจะได้เนื้อสัมผัสค่อนข้างหยาบซึ่งเป็นธรรมชาติของถั่วเลนทิล มีกลิ่นหอมของเห็ดทรัฟเฟิลเด่นชัดเจน (18/20)

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

สุดยอดเมนูขึ้นชื่อที่กลายเป็น Signature ของ Restaurant Guy Savoy คือ Artichoke soup with black truffle เสิร์ฟมาคู่กันกับ Puff pastry brioche with mushrooms and truffles แม้จะใช้วัตถุดิบหลักเป็นทรัฟเฟิลแต่ขอบอกเลยว่าจานนี้มีเสิร์ฟตลอดทั้งปีและไม่เคยถูกถอดออกจากเมนูจนกลายเป็นหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ Restaurant Guy Savoy และวงการอาหารฝรั่งเศส เราสามารถสังเกตได้ถึงความเรียบง่ายของจานตั้งแต่ภาชนะที่ใช้บรรจุซุปเลยทีเดียว (20/20)

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

ว่ากันว่าสาเหตุที่ Artichoke soup กลายเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเชฟ Guy Savoy อันเนื่องมาจากตัวเชฟเองเมื่อครั้งยังเด็กนั้นชื่นชอบอาติโชคพูเรมากเป็นพิเศษถึงขนาดทานเป็นอาหารหลัก (20/20)

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

องค์ประกอบแรกของจานคือซุปร้อน ๆ ที่ได้จากการนำอาติโชคไปผ่านการต้มในน้ำเกลือทะเล จากนั้นนำไปเคล้ากับ Truffle jus จนได้เป็นซุปเข้มข้น มีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสเนียนละเอียดโดยไม่มีส่วนผสมของครีมหรือนมใด ๆ ปนมา องค์ประกอบสีขาวด้านบนคือพาเมซานชีส มีรสเค็มและมันเบา ๆ ตัดกับรสครีมมี่ของอาติโชคเเละอโรม่าของทรัฟเฟิลได้อย่างไร้ที่ติ ปิดท้ายด้วยการขูดทรัฟเฟิลสไลด์ทอปลงไปด้านบน บอกเลยว่าอโรม่าความหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของทรัฟเฟิลสามารถลอยมาเเตะจมูกเราตั้งเเต่ตอนที่พนักงานยังนำซุปมาวางไม่ถึงที่โต๊ะเลยด้วยซ้ำ (20/20)

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

ในวัยเด็ก Fruit brioche ถือเป็นหนึ่งในขนมปังที่เชฟ Guy Savoy ชื่นชอบมากที่สุด ในจานนี้เชฟจึงนำมาพัฒนาจนเป็นสุดยอดขนมปังบริยอชที่มีจุดเด่นคือเส้นสีดำตรงกลางทำมาจากเห็ดและทรัฟเฟิล จากนั้นอบจนผิวขนมปังกรอบในขณะที่เนื้อตรงกลางยังคงมีความนุ่มละมุน (20/20)

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

ก่อนทานให้ทาขนมปังด้วย Truffle butter หอม ๆ (20/20)

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

ทาละเลงจนทั่ว (20/20)

Artichoke soup with black truffle; layered truffled mushroom brioche and more…
Soupe d’artichaut à la truffe noire, brioche feuilletée aux champignons et truffes, et encore plus…
Artichoke soup, black truffle and Parmesan shavings; layered mushroom brioche spread with truffle butter.

ขนมปังบริยอชและเนยทรัฟเฟิลทานคู่กับซุปอาร์ติโชคเข้ากันดีเป็นที่สุด (20/20)

Savoy cabbage cooked in seasonal style; veal served two-ways
Chou frisé à la mode d’hiver, du veau rissolé
Savoy cabbage stuffed with braised veal, veal sweetbread, foie gras, mushrooms and a farce of poultry, served with nuggets of seared veal sweetbread.

เมนูถัดมาพนักงานจะนำ ”กะหล่ำปลีซาวอย“ ชิ้นโตมาแสดงให้ดูที่โต๊ะก่อน จากนั้นจึงนำไปตัดแบ่งเป็น Portion สำหรับเสิร์ฟแต่ละคน (19/20)

Savoy cabbage cooked in seasonal style; veal served two-ways
Chou frisé à la mode d’hiver, du veau rissolé
Savoy cabbage stuffed with braised veal, veal sweetbread, foie gras, mushrooms and a farce of poultry, served with nuggets of seared veal sweetbread.

เนื้อวัวจัดเสิร์ฟมาใน 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน เริ่มจากด้านในของกะหล่ำปลีซาวอยยัดไส้ด้วยเนื้อลูกวัวตุ๋น สวีทเบรด ฟัวกราส์ตับเป็ด และเห็ด อีกองค์ประกอบหนึ่งข้างกันคือสวีทเบรดที่ผ่านการเซียมาอย่างดีจนผิวด้านนอกยังมีความกรอบ แต่ด้านในชุ่มฉ่ำ สุดท้ายคือแครอทและแมชโพเทโท่เนื้อนุ่มละมุน ด้านบนทอปด้วยเห็ดทรัฟเฟิลสไลด์ ก่อนทานพนักงานจะเทราด Veal jus ลงไปในจาน (19/20)

Savoy cabbage cooked in seasonal style; veal served two-ways
Chou frisé à la mode d’hiver, du veau rissolé
Savoy cabbage stuffed with braised veal, veal sweetbread, foie gras, mushrooms and a farce of poultry, served with nuggets of seared veal sweetbread.

กะหล่ำปลีมีความกรอบ ไส้ด้านในมีหลากหลายองค์ประกอบ มีเนื้อสัมผัสที่ซับซ้อน มีกลิ่นหอมชัดเจน เสริมด้วยกลิ่นหอมจากทรัฟเฟิล แมชโพเทโท่ทำออกมาให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนมาก เราชอบที่จะเท Veal jus เพิ่มลงไปเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของลูกวัวให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น (19/20)

Confit salsify in a hazelnut crumb: a stroll through the forest
Le confit de salsifis en panure de noisettes comme un sous-bois
Seared confit salsify filled with a creamed salsify purée; vegetable ‘earth’ and parsley sponge with roasted hazelnuts.

เมนูอาหารคาวจานสุดท้ายคือ “ซัลซิฟาย” ที่ผ่านการกงฟีจนนุ่มแล้วจึงนำมาเซียต่ออีกทีหนึ่ง ด้านในมีครีมของซัลซิฟาย ด้านบนทอปด้วยถั่วฮาเซลนัทย่าง Sponge รอบ ๆ สีเขียวทำมาจากพาสลีย์และสีดำทำมาจากผักรากช่วยเพิ่มความหลากหลายทางเนื้อสัมผัส (18/20)

Matured cheeses and / or a preparation of cheese
Fromages affinés et/ou la préparation

“กอมเต้” ชีสนมวัวที่เป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางอาหารของประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านการบ่มนาน 36 เดือนจนได้เนื้อสัมผัสและรสชาติที่ดี จากนั้นจึงเสิร์ฟมาโดยรักษาความเป็นธรรมชาติของตัวชีสให้ได้มากที่สุด ฝั่งซ้ายมือเป็นแท่งชีสทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ส่วนฝั่งขวามือเป็นชีสที่ฝานมาเป็นแผ่นบาง ๆ ทั้งคู่ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันออกไป รอบ ๆ เป็นผงชีส ส่วนองค์ประกอบตรงกลางคือ Croustillant ที่มี Mushroom cream หรือครีมเห็ดอยู่ด้านใน (20/20)

Sorbet of green apple with yuzu, yogurt mousseline and yogurt crumble
Sorbet de pomme verte au yuzu, mousseline au yogourt et crumble au yogourt

ก่อนเข้าสู่ของหวานพนักงานจะนำเสิร์ฟ Refreshment หรือ Pre-dessert เป็น “ซอร์เบท์แอปเปิ้ลเขียว” รสชาติเปรี้ยวเบา ๆ มีกลิ่นและความเป็น Acidity จากยูซู ล้อมรอบด้วยครีมโยเกิร์ตหอมมันและมีรสเปรี้ยวเบา ๆ มีความกรอบจากครัมเบิ้ล ทานแล้วช่วยล้างปากดับรสชาติอาหารคาวได้อย่างดี (19/20)

Textures of blood orange and fennel
Consistances d’orange sanguine et fenouil
Blood orange jelly with blood orange ice, perfumed with fennel; croustillant biscuit with orange zest.

ขนมหวานอย่างแรกคือส้ม “บลัดออร์เร้นจ์” เสิร์ฟมาในหลากหลายเนื้อสัมผัส เริ่มจากชิ้นบลัดออร์เร้นจ์ทางขวา และเจลลี่บลัดออร์เร้นจ์ทางซ้าย ยังมีบลัดออร์เร้นจ์ไอซ์ที่มีกงฟีเฟนเนลอยู่ตรงกลาง มีกลิ่นหอมของเฟนเนล แผ่นกรอบ Croustillant biscuit สามชิ้นรอบ ๆ ทำมาจากผิวของบลัดออร์เร้นจ์ ก่อนทานพนักงานจะราด Juice หรือน้ำบลัดออร์เร้นจ์ลงไป ความสุดยอดของจานนี้คือเนื้อสัมผัสของส้มบลัดออร์เร้นจ์ที่ทำออกมาเป็นเจลลี่นุ่ม ๆ จนเกือบละลายในปาก ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสอันหลากหลาย มีรสขมนิด ๆ พอเป็น Aftertaste ผสานเข้ากับกลิ่นหอมของเฟนเนลได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)

Pure chocolate
Purement chocolat
A crisp tube concealing a dark chocolate mousse, cacao sorbet and a sea salt biscuit, served with a warm chocolate sauce.

สุดยอดเมนูขนมหวาน Signature Dish ยุคปัจจุบันของ Restaurant Guy Savoy อย่าง “ช็อกโกแลตบริสุทธิ์” เกิดจากความร่วมมือของเชฟ Guy Savoy และ Pastry chef ประจำร้าน Matthieu Carlin เป็นเมนูที่แสดงออกถึงเทคนิคการปรุงอาหารชั้นสูงและเทคนิคการผลิตเหรียญไปพร้อม ๆ กันอันเนื่องจาก Restaurant Guy Savoy ปัจจุบันนั้นตั้งอยู่บนชั้นสองของ Monnaie de Paris หรือโรงกษาปณ์แห่งกรุงปารีสนั่นเอง เชฟ Matthieu เลือกใช้ Valrhona Guanaja Chocolate อันเนื่องมาจากเหตุผล 2 อย่างคือการที่ช็อกโกแลตชนิดนี้เป็นชนิดโปรดของเชฟ Guy Savoy ยิ่งไปกว่านั้นขนม Chocolate mousse ที่เสิร์ฟปิดท้ายในรถขนมหวานก็ใช้ Valrhona Guanaja Chocolate เป็นองค์ประกอบหลักเช่นกัน นอกจากนี้เชฟ Matthieu ยังบอกว่าช็อกโกแลตชนิดนี้มีความหนืดในระดับที่พอเหมาะ สามารถแนบสนิทไปกับแบบพิมพ์ เชฟได้ใส่ Cocoa butter ลงไปเล็กน้อยเพื่อเสริมให้ขอบมีความเนียนเรียบและไม่ให้เกิดฟองขึ้นในกระบวนการพิมพ์ลาย หลังจากขนมเวอร์ชั่นแรกเป็นการผสมผสานรสชาติของช็อกโกแลตเข้ากับน้ำผึ้ง ในเวอร์ชั่นปัจจุบันเชฟจึงตั้งใจแสดงถึงความบริสุทธิ์ของช็อกโกแลตในเนื้อสัมผัสและอุณหภูมิที่แตกต่างกันหลายองค์ประกอบคือ Sorbet chocolat, Mousse légère chocolate, Gelée de cacao, Chocolate biscuit, Opaline chocolat, Croquette au chocolate, Pièces en chocolate และ Finiton et dressage (20/20)

Pure chocolate
Purement chocolat
A crisp tube concealing a dark chocolate mousse, cacao sorbet and a sea salt biscuit, served with a warm chocolate sauce.

ก่อนทานพนักงานจะเทราดซอสร้อน ๆ ลงไป อย่าลืมตักให้ลึกถึงชั้นล่างเพื่อสัมผัสถึงอุณหภูมิที่แตกต่างกันของซอสร้อน ๆ และซอร์เบท์เย็น ๆ ยังมีมูสช็อกโกแลตเนื้อนุ่มละมุน รสชาติทุกองค์ประกอบเข้มข้น เสริมด้วยความเค็มของคาราเมลจาก Opaline แผ่นคริสปี้ทรงกระบอกและครัมเบิ้ลกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส บิสกิตด้านล่างมีรสเค็มที่ดีจาก Fleur de sel หรือดอกเกลือทะเล จัดเป็นเมนูที่นำเสนอความสวยงามทางรูปลักษณ์ ความซับซ้อนทางเนื้อสัมผัส ความบริสุทธิ์ของช็อกโกแลต ผสานเข้ากับประวัติศาสตร์ของสถานที่ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ (20/20)

สำหรับเทคนิคการทำขนมชิ้นนี้โดยละเอียด เพื่อน ๆ สามารถตามไปชมได้ที่: https://yam.paris/la-monnaie-de-paris-version-chocolat/

‘Open’ mille-feuille with Tahitian vanilla
Mille feuilles ouvertes à la vanille de Tahiti
Trois couches de pâte feuilletée intercalées de crème légère à la vanille de Tahiti, elle-même accompagnée d’une eau de vanille maturée avec les gousses 48 heures.

บนจานสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปทรงคล้ายหนังสือเป็น Classic Signature Dessert ของ Restaurant Guy Savoy ชื่อของเมนูนี้คือ Millefeuille à la vanille เสิร์ฟมาในรูปแบบ “โอเพ่น มิลเฟย” เชฟเล่าว่ามิลเฟยวานิลลาที่นี่ Made to order และถูกจัดเตรียมในระดับ À la minute หรือแทบจะ À la seconde เลยก็ว่าได้ แป้งมิลเฟยถูกแบ่งออกมาเป็น 2 เลเยอร์ (ถ้าสั่งเป็นอลาคาร์ทจะเสิร์ฟมาถึง 3 เลเยอร์) ให้ความเบา ฟู กรอบ ดีที่สุดเท่าที่เมนูคลาสสิคจานหนึ่งจะสามารถถูกรังสรรค์ขึ้นมาได้ ด้านล่าง ด้านบน และระหว่างชิ้นของแป้งมิลเฟยเป็นตาฮิติวานิลลาครีมที่ใช้เวลาในการทำนานกว่า 48 ชั่วโมงให้ความหอมมันที่พอเหมาะ รสชาติออกหวานไม่เด่นจนเกินไป แนะนำให้ตักครีมเยอะ ๆ สัมผัสถึงรสชาติที่แท้จริงของเมนูนี้ (18/20)

‘Open’ mille-feuille with Tahitian vanilla
Mille feuilles ouvertes à la vanille de Tahiti
Trois couches de pâte feuilletée intercalées de crème légère à la vanille de Tahiti, elle-même accompagnée d’une eau de vanille maturée avec les gousses 48 heures.

สำหรับ “โอเพ่น มิลเฟย” ตัวครีมจะเสิร์ฟมาใน Saucepan ขนาดกะทัดรัด เชฟ Guy Savoy ได้เคยกล่าวถึงเมนูนี้เอาไว้ว่า…

“My vanilla mille-feuille is always made to order, not a moment before. Nothing is left to chance, right down to the amber hue of its pastry- too much colour and the pastry becomes bitter. It’s always the same, beginning with the ritual of ‘layering’. The same rolling technique is performed each and every time, stretching it to bring out its crispness, layer by layer. I revel in this two-step waltz between the pastry, which brings crunch, and the soft susurration of the cream. A sublime melody, a cleverly orchestrated score, a harmony of temperatures, a paradox of textures both crisp and unctuous. Each mouthful is its own mini-millefeuille, punctuated by a silent pause.” (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

ปิดท้ายด้วย “รถเข็นขนม” ที่ทำหน้าที่เสมือนกับเป็นเปอตีส์โฟว์ (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

พนักงานจะเข็นรถมาให้เลือกที่ข้างโต๊ะ (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

ลูกค้าสามารถเลือกขนมหวานปิดท้ายมื้ออาหารได้ตามใจชอบ (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

บนรถเข็นมีไอศกรีมให้เลือกหลากหลายรสชาติ ฝั่งซ้ายคือไอศกรีมวานิลลาและคาราเมล ฝั่งขวาคือซอร์เบท์มะม่วง อัลมอนด์ และโยเกิร์ตที่รสชาติออกจะแปร่ง ๆ ไปนิด (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

ชีสเค้ก ช็อกโกแลตทาร์ต มาการอง และมาร์ชแมลโลว์ ล้วนเป็นขนมหวานคลาสสิคที่เหมาะกับการเสิร์ฟปิดท้ายมื้ออาหาร (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

คลาฟูติส (Clafoutis) เป็นขนมอบพื้นถิ่นทำจากผลไม้ซึ่งในที่นี้คือลูกพรุนที่ปรุงรสด้วยเครื่องเทศแล้วแช่ในไวน์แดง (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

หรือจะเป็นทาร์ตส้มสไตล์ฝรั่งเศสก็มีให้ลองชิมกัน (18/20)

Trolley of ice creams, sorbets, dessert jars and traditional biscuits
Chariot des glaces, sorbets, les bocaux et biscuits d’autrefois
Ice cream and sorbets, rice pudding, crème caramel, chocolate mousse, spiced prune in wine, diamond shortcake, macarons, marshmallows, cheesecake and tartlets.

ปิดท้ายด้วยซอร์เบท์ที่มีส่วนผสมของพริกไทยดำ แม้จะฟังดูไม่เข้ากันเเต่นี่คือหนึ่งในขนมที่ดีที่สุดจากรถเข็นเลยทีเดียว (18/20)

💰 ราคา 970 € หรือประมาณ 35,000 บาท (ปัจจุบันราคาปรับเพิ่มขึ้นมาอีกเล็กน้อย)

ใครที่ไปเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษทางร้านจะมีช็อกโกแลตรูปกุหลาบมาวางเอาไว้

ก่อนกลับบ้านพนักงานจะมอบ Pink praline brioche ติดไม้ติดมือกลับบ้านกันคนละชิ้น ตัวขนมปังมีทั้งความนุ่ม ฟู กรอบ จัดเป็นหนึ่งในบริยอชที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยทานมาเลยทีเดียว

ลูกค้าสามารถเลือกทานเมนู À LA CARTE ได้ตามใจชอบ แต่ด้วยราคาต่อจานที่ค่อนข้างสูงเราจึงอยากให้เพื่อน ๆ ข้ามไปพิจารณาเซ็ตเมนูมากกว่าโดยเริ่มจากเซ็ตมื้อกลางวันสุดคุ้มค่า (สำหรับกรุงปารีส) ที่เรียกว่า MENU DIGITAL ตั้งราคาเอาไว้เพียง 130 €/p หรือประมาณ 5,000 บาท/คนเท่านั้น โดยทางร้านจะจัดเตรียมโต๊ะจำนวน 5 โต๊ะ (Les Cinq Table) เอาไว้สำหรับรองรับลูกค้ากลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามต้องขอบอกก่อนเลยว่าจำนวนที่นั่งส่วนนี้มักถูกจองเต็มภายในระยะเวลาไม่กี่วินาที ถัดมาคือเซ็ตเมนูที่ดีที่สุดของทางร้านอย่าง ‘COLOURS, TEXTURES & FLAVOURS’ IN 13 COURSES… OR MORE! ซึ่งตั้งราคาเอาไว้สูงลิบถึง 490 €/p หรือราวๆ 18,000 บาท/คน ซึ่งเป็นรายการที่เราหยิบมาแนะนำกันในวันนี้

สิ่งที่โดดเด่นจนกลายเป็นภาพติดตาของลูกค้าทุกคนคือจานสีขาวรูปยิ้มที่มีชื่อผลงานว่า The smile of Virginia Mo วางประดับต้อนรับลูกค้าอยู่บนโต๊ะ ทุกใบเป็นงานแฮนเมดขึ้นรูปโดย Un Jour d’Atelier เวิร์คชอปในเขต 14 ของกรุงปารีส โดยใช้ดินโคลนจากเหมืองในแคว้นนอร์มังดีมาขึ้นรูปเป็น Faience หรือเครื่องดินเผาเอิร์ธเทนแวร์สไตล์ฝรั่งเศส ยังมีงานเครื่องแก้วที่มีชื่อเฉพาะตัวว่า Coloured water droplets ออกแบบโดย Laurent Beyne ช่วยแต่งแต้มให้โต๊ะอาหารมีสีสันมากยิ่งขึ้น

ในกระจกสะท้อนให้เห็นภาพวาดชุด Autoportrait à la cigarette ที่ Pierre และ Gilles รังสรรค์เอาไว้ในปี 1999

ห้องทานอาหารหลักถูกแบ่งออกเป็น 6 ส่วนคือ Belles Bacchantes, Vert Galant, Bibliothèque, Bouquinistes, Scènes de Paris และ Académes ทุกห้องเชื่อมกันด้วยประตูไม้และตกแต่งอย่างหรูหราสมกับเป็นร้านระดับ 3 ดาวมิชลินที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โต๊ะกลมแต่ละตัวถูกปูทับด้วยผ้าสีขาวดูโดดเด่นเมื่อเทียบกับผนังไม้สีดำเข้ม ไฟสปอตไลท์ถูกเซ็ตให้ส่องจากเพดานมายังกลางโต๊ะราวกับเป็นเวทีรองรับการจัดแสดงทางอาหารอันยิ่งใหญ่

หน้าต่างบานใหญ่เปิดโล่งเเสดงทัศนียภาพของท่าเรือ Quai de Conti เกาะ Île de la Cité พิพิธภัณฑ์ Louvre และแม่น้ำ Seine อันสวยงาม เพดานสูงถูกประดับด้วยกระจกเงาเพื่อสะท้อนแสงจากภายนอกเข้าสู่ภายในตามคอนเซป ‘bring the outside in’ สุดท้ายคือภาพวาด รูปปั้น และงานอีกมากมายกระจายตัวอยู่แทบทุกส่วนของร้านราวกับเป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงงานศิลปะขนาดย่อม

เทเบิ้ลแวร์ต่าง ๆ ทั้ง Three-compartment plate, Perforated plate, Surprise cup, Salad bowl รวมไปถึงมีดสำหรับหั่นเนื้อ Ulu และ Savik ถูกออกแบบโดยดีไซเนอร์ชื่อดัง Bruno Moretti

Monnaie de Paris เป็นโรงกษาปณ์เก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ตัวอาคารออกแบบโดย Jacques-Denis Antoine สถาปนิคชื่อดังในยุคนั้นโดยใช้สถาปัตยกรรมสไตล์ Neoclassical และก่อสร้างขึ้นระหว่างปี 1767-1775 บนฝั่งซ้ายของแม่น้ำ Seine ไม่ไกลกันจากสะพาน Pont Neuf

เจ้าของอาคารในปัจจุบันคือรัฐบาลฝรั่งเศสได้แบ่งพื้นที่บริเวณชั้นสองให้เป็นที่ตั้งของห้องอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง Restaurant Guy Savoy ลูกค้าสามารถขับรถมาที่ร้านโดยจะมีพนักงานต้อนรับนำรถไปจอดแบบ Valet Parking

เดินขึ้นมาบนชั้นสองของตัวอาคารจะพบกับห้องรับรองสุดตระการตาพร้อมพนักงานต้อนรับคอยตรวจเชคการจองและรับฝากสัมภาระต่าง ๆ

Guy Savoy ถูกยกให้เป็นสุดยอดเชฟระดับตำนานที่ยังมีลมหายใจ นอกจากจะเป็นปรมาจารย์ด้านอาหารฝรั่งเศสยุคใหม่เขายังเป็นหนึ่งในอาจารย์ของเชฟชื่อดังก้องโลกอย่าง Gordon Ramsay อีกด้วย แม้ว่าจะมีอายุถึง 67 ปีแต่อาหารที่นี่ยังคงล้ำสมัย เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทุกจานถือเป็นงานศิลป์ชิ้นเอกชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยากกระทั่งในหมู่เชฟระดับโลกด้วยกัน เราขอแนะนำเป็นอย่างมากให้ลิ้มลอง Set Menu ชุดใหญ่ของทางร้านให้ได้อย่างน้อย 1 ครั้งในชีวิตถึงแม้จะแลกมาด้วยราคาที่สูงถึง 18,000 บาทต่อคนยังไม่รวมเครื่องดื่มเพื่อสัมผัสประสบการณ์มื้ออาหารฝรั่งเศสที่ดีที่สุดในโลกยุคปัจจุบัน… ไม่ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเพียงใดแต่ทุกความทรงจำที่เกิดขึ้นในค่ำคืนนั้นจะคงอยู่กับเราไปตราบนานเท่านาน