หน้าแรก » 🇦🇹 Amador – อมาดอร์
Visit: October 19, 2019
🇦🇹 Amador - อมาดอร์
Chef Juan Amador
Grinzinger Str. 86, 1190 Wien, Austria
Tel: +43 660 9070500
Cuisine
🍴 Creative - อาหารเชิงความคิดสร้างสรรค์
Country
Austria
MICHELIN Guide
3 MICHELIN Stars
Score
17/20
Price
Amador ร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินเพียงร้านเดียวในประเทศออสเตรียและประเทศแถบยุโรปตะวันออกทั้งหมด เสิร์ฟอาหารสไตล์ Avant-garde European โดยอ้างอิงจากอาหารสเปนเป็นหลัก ควบคุมโดยเชฟ Juan Amador หนึ่งในเชฟผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดในวงการอาหารโลก และเป็นหนึ่งในเชฟไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดคือ 3 ดาวมิชลินตั้งแต่อายุก่อน 40 ปี
Juan Amador หรือเชฟฆวน เป็นเชฟที่มีพรสวรรค์มาตั้งแต่อายุไม่มาก มีประวัติการย้ายที่ทำงานรวมถึงย้ายตำแหน่งร้านตัวเองบ่อยมาก เเต่สิ่งที่การันตีความสามารถของเชฟฆวนคือรางวัล Michelin Star ที่ไม่ว่าเชฟฆวนจะย้ายร้านสักกี่ครั้ง ก็จะได้รับดาวติดมือทันทีภายในหนึ่งหรือสองปีหลังจากเปิดร้าน เริ่มจากได้รับ
1 ดาวมิชลินครั้งเเรกในตำแหน่ง Chef de Cuisine ที่ Restaurant Peterselie ในเมือง Lüdenscheid ในปี ค.ศ. 1993 ถัดมาคือการย้ายไปทำงานที่ Restaurant Fährhaus Munkmarsch ที่ Isle of Sylt ในปี ค.ศ. 1997 และได้รับรางวัล
1 ดาวมิชลินทันทีในปีนั้น และข้อบ่งชี้ว่าเชฟฆวนมีฝีมือไม่ธรรมดาคือการย้ายเข้าทำงานที่ Schlosshotel Weyberhöfe ในเมือง Sailauf และได้รับรางวัล
1 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2000 และได้เลื่อนขั้นไปสู่ระดับ ![]()
2 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2002
จุดที่ทำให้เชฟฆวนกลายมาเป็นเชฟระดับโลกคือการเปิดร้านอาหารของตัวเองภายในชื่อ Restaurant Amador ครั้งแรกที่เมือง Frankfurt am Main ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 2004 ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Restaurant of the Year ปี ค.ศ. 2005 พ่วงด้วยรางวัล ![]()
2 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2006 และได้เลื่อนขั้นสู่การเป็นร้านอาหารระดับสูงสุดคือ ![]()
![]()
3 ดาวมิชลินในปี ค.ศ. 2007 เมื่อเชฟฆวนมีอายุได้เพียง 39 ปีเท่านั้น ปี ค.ศ. 2011 เชฟฆวนได้ย้ายร้านไปที่เมือง Mannheim ใช้ชื่อว่า Restaurant Amador in Mannheim และได้รับรางวัล ![]()
![]()
3 ดาวมิชลินทันทีซึ่งนับเป็นไม่กี่ร้านในประวัติศาสตร์ของมิชลินไกด์ ที่ได้รับรางวัลสูงสุด 3 ดาวทันทีในปีแรกที่ร้านเปิด สุดท้ายในปี ค.ศ. 2017 ร้านถูกย้ายมาที่ตำแหน่งปัจจุบันคือตอนเหนือของกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ภายใต้ชื่อ Restaurant Amadors Wirtshaus และได้รับรางวัล ![]()
2 ดาวมิชลินทันทีในมิชลินไกด์ออสเตรียปี 2018 และล่าสุดในมิชลินไกด์ออสเตรียปี 2019 หรือเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง Restaurant Amador ก็ถูกยกระดับให้เป็นร้านอาหารระดับ ![]()
![]()
3 ดาวมิชลิน และนับเป็นร้านอาหารระดับ 3 ดาวมิชลินแห่งแรกและเดียวในประเทศออสเตรีย รวมถึงยุโรปตะวันออกทั้งหมด
จุดเด่นของห้องทานอาหารหลักของที่นี่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างไปจากห้องอาหารอื่นชัดเจนคือเพดานอิฐสีแดงโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่เชื่อมต่อบริเวณห้องทานอาหารหลักไปจนถึงห้องสำหรับบ่มไวน์ของ Hajszan Winery ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงบ่มไวน์ในเครือ Fritz Wieninger โดยมีเพียงกระจกใสบางๆกั้นเท่านั้น ซึ่งเราสามารถมองเห็นถังบ่มไวน์เรียงต่อกันเป็นแถวๆจากห้องทานอาหารได้ชัดเจน ภายในร้านมีทางออกสู่ภายนอกจากหน้าร้านเพียงฝั่งเดียว เสมือนให้แขกหลุดเข้าไปนั่งทานข้าวอยู่ในอุโมงค์บ่มไวน์ ภายในไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต ฉะนั้นขอให้นักชิมที่แวะมามีความสุขกับอาหารตรงหน้าเเละคนรอบข้างอย่างเต็มที่ โต๊ะและเก้าอี้ใช้วัสดุไม้แบบมินิมอลิส มีผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกับผ้ารองพื้นสีแดง บนเพดานมีเพียงเชิงเทียนขนาดใหญ่ห้อยลงมาเพื่อให้ความสว่าง และมีเสี้ยวจานแตกห้อยมาอยู่เหนือศีรษะในแต่ละโต๊ะ บนโต๊ะอาหารมีสิ่งประดิษฐ์รูปสัตว์ต่างๆทำมาจากเครื่องครัวหลากหลายชนิด เคียงคู่กับแจกันทรงสี่เหลี่ยมบรรจุดอกไม้สีแดงพร้อมแฮชแท็ก
#amadorlovesyou
เนื่องจากเชฟ Juan Amador เป็นลูกชายคนงานชาวสเปน แต่เกิดและเติบโตมาในประเทศเยอรมนี อาหารของเขาจึงอ้างอิงจากอาหารสเปนเป็นหลัก เเต่มีกลิ่นอายและสอดแทรกความเป็นเยอรมันเข้าไปด้วย อาหารทุกจานมีคุณภาพสูงมาก ทุกคอร์สใช้วัตถุดิบระดับสูงสุดเท่าที่จะหามาได้ในแต่ละฤดูกาล มีเทคนิคการปรุงที่ซับซ้อน และมีรสชาติที่เกินกว่าจะคาดการณ์จากรายชื่อของวัตถุดิบที่ให้มาในสมุดเมนูได้ ทันทีที่เรารับทราบการประกาศให้ Restaurant Amador เป็นร้านอาหารระดับสามดาวมิชลิน ![]()
![]()
ในปี 2019 เพียงราวๆครึ่งชั่วโมง เราก็ตัดสินใจกดเข้าไปเพื่อจองร้านอาหารในเวปไซท์ทันที และพบว่าร้านถูกจองเต็มเกือบหมดเเละเหลือช่องว่างเพียงสล็อตเดียวเท่านั้น ทำให้เราต้องปรับแพลนเที่ยวทั้งหมดและต้องขับรถมาจากกรุง Budapest ประเทศ Hungary เป็นระยะทางไกลกว่า 260 กิโลเมตรภายในวันเดียวเพื่อมาทานอาหารมื้อนี้ โดยเราได้โอกาสเข้าไปทานมื้อค่ำซึ่งจะมีเมนูให้เลือกแบบเดียวคือ
MOMENTUM เซ็ตเมนู 8 คอร์สที่ดีที่สุดของทางร้านในราคา 235 ยูโรต่อคน แม้ว่าราคาจัดว่าสูงระดับหนึ่งแต่ถือว่าคุ้มค่า เนื่องจากอาหารที่เราทานในวันนี้ทั้งหมดไม่มีจานไหนด้อยเลย และมีคอร์สที่โดดเด่นจนประทับใจและลืมไม่ลงมากมาย เช่น CARABINERO
ที่ใช้กุ้งแดง carabinero ทานกับ variation of cauliflower ซึ่งถือว่าเป็น single plate ที่อร่อยที่สุดในการตามล่ามิชลินกว่าสิบร้านในทริปนี้ และขอยกให้เป็นคอร์สกุ้งแดงที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยทานมาเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีคอร์ส signature ของทางร้านคือ MIERAL PIGEON
ที่ใช้นกพิราบเนื้อนุ่ม ทานกับ “แกงม่วง” สูตรลับของทางร้าน ก็จัดว่าเด็ดไม่แพ้กัน อย่างสุดท้ายที่ต้องขอพูด เพราะรสชาติดีอย่างคาดไม่ถึงคือคอร์ส AMUSE-BOUCHE หรือคอร์สเรียกน้ำย่อย Japanese bun
ที่ทำออกมาได้ดีเกินคาดมากๆ เนื้อขนมปังนุ่ม มีกลิ่นหอม จัดเป็นซาลาเปาลูกเดียวที่อร่อยที่สุดเท่าที่เราเคยทานมา อร่อยกว่าร้านอาหารจีนติดดาวเสียอีก นอกจากนี้พนักงานทุกคนยังมีความรู้อย่างละเอียด สามารถตอบรายละเอียดเชิงลึกของอาหารตั้งเเต่วัตถุดิบไปจนถึงเทคนิคการปรุง และรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมายที่เราไม่คิดว่าพนักงานจะตอบได้ ขนาดที่ว่าเราหยิบมีดขึ้นมาลูบดู พนักงานที่เดินผ่านมายังเเวะบอกเราว่า “ทางร้านได้มีดเล่มนี้มาจากบริษัทเครื่องเงิน Robbe & Berking ที่ก่อตั้งในประเทศ Germany มาตั้งเเต่ปี ค.ศ. 1874 คุณชอบมันใช่ไหม” สุดยอดจริงๆ
Price :
235 €/p
Parking :
หาที่จอดข้างทางไม่ไกลจากร้าน
Operating Time :
12.00-15.00, 18.00-23.00 ใันหนุดร้านเปลี่ยนแปลงบ่อย ให้เชคกับเวลาจองในร้าน
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 อาหารรสชาติดี มีจุดให้ติไม่มากนัก ราคาสูงสมกับมาตรฐานของร้าน หากใครเเวะมาเที่ยวกรุงเวียนนาถือว่าควรค่าแก่การแวะมาชิมสักครั้ง
อาหาร :
17
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MOMENTUM 8 COURSE MENUE (€ 235/p)
TAPAS & SNACKS
Gillardeau No2 I Hazelnutmilk I Royal Kaviar
****
Cauliflower I Kaffir Lime I Turon
****
Pea I Morrel I Vienna Snail
****
Jalapeño I Avocado I Chicken Skin
****
Cabbage I Pimenton I Luma Pork
****
Mango I Coconut I Purple Curry
****
Mara de Bois I Cucumber I Sorell
****
Rhubarb I Ginger I Tagetes
****
PEQUEÑAS LOCURAS
Amador – อมาดอร์
![]()
![]()
3 Michelin Star – 3 ดาวมิชลิน
เชฟใช้ป้ายของปีก่อนคือ 2 ดาว เติม +1 = 3 เฉย 555 (แล้วทำไมไม่เอาป้ายของปีนี้มาติด)
![]()
![]()
18/20 Gault & Millau (3 Toques) – 18 คะแนนโกทมิโย (หมวก 3 ใบ)
จุดเด่นของห้องทานอาหารของที่นี่ซึ่งเป็นเอกลักษณ์และแตกต่างไปจากห้องอาหารอื่นชัดเจนคือเพดานอิฐสีแดงโค้งครึ่งวงกลมขนาดใหญ่เชื่อมต่อบริเวณห้องทานข้าวไปจนถึงห้องสำหรับบ่มไวน์โดยมีเพียงกระจกใสบางๆกั้นเท่านั้น ซึ่งเราสามารถมองเห็นถังบ่มไวน์เรียงต่อกันเป็นแถวๆจากห้องทานอาหารได้ชัดเจน
TAPAS & SNACKS
Vitello Tonnato
สำหรับสแนคคำแรกที่นำเสิร์ฟคือวิลเตลโล่ ทอนาโต อาหารพื้นบ้านเมดอเตอเรเนียน ที่ถูกนำมาปรับให้ดูทันสมัย เริ่มจากเนื้อวัวกลิ่นหอม มีรสเค็มอ่อนทานกับแผ่นแป้งบางกรอบ เข้ากันได้ดี (17/20)
TAPAS & SNACKS
Japanese Dumpling with Chorizo
ซาลาเปาแบบญี่ปุ่น แป้งนุ่มมาก เเทบจะชะลายในปาก ด้านบนเป็นโชริโซ่หรือไส้กรอกสเปนรสออกเค็ม อร่อยมากๆ จัดเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือนที่ทานมาเลยทีเดียว (20/20)
TAPAS & SNACKS
Fried Egg with Périgord Black Truffle & Salted Caramel
ไข่ทอดทานคู่กับเปอริโกดทรัฟเฟิลจากฝรั่งเศส และคาราเมลรสเค็ม ทานเข้าไปจะได้รสของไข่ เพิ่มเติมคือมีกลิ่นหอมทรัฟเฟิล (17/20)
TAPAS & SNACKS
Gazpacho
กัสปาโช่ คือซุปเย็นของสเปน ทำจากผักดิบ นิยมเสิร์ฟมาเป็นสตาร์ทเตอร์ ช่วยเรียกความสดชื่นก่อนเข้ามื้ออาหารได้ดี (16/20)
TAPAS & SNACKS
Goose Liver Ice Cream with Apple Espuma & Smoked Eel
ไอศกรีมทำจากฟัวกราส์ เนื้อเนียนมาก มีกลิ่นที่ดีของตับ เเต่ไม่มีกลิ่นคาวเลย ทานกับโฟมแอปเปิ้ลรสเปรี้ยวและปลาไหลรมควันด้านล่าง (19/20)
ICED BEURRE BLANC
Gillardeau No2 I Hazelnutmilk I Royal Kaviar
สำหรับจานแรกคือ เบลอบล็องก์แช่แข็ง เป็นคอร์สที่เชฟหยิบยืมซอสเนยเบลอบล็องก์ชื่อดังของฝรั่งเศสที่ปกติจะทำเป็นซอสอุ่นมาทำเป็นไอศกรีมเสิร์ฟแล้วเย็นแทน อีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญคือหอยนางรมจีราโดเบอ 2 ทานกับโฟมทำจากนมของถั่วฮาเซลนัท ทอปด้วยรอยัลคาเวีย ตัวคาเวียเหนียวหนึบ ไม่มีกลิ่นคาวเลย อร่อยมากๆ ตัวคาเวียใส่มาเพื่อทานเอาเนื้อสัมผัสอย่างเดียว ส่วนไอศกรีมซอสเนยกับโฟมนมถั่วก็มีรสชาติเสริมกันอย่างพอเหมาะ เป็นคอร์สเริ่มที่หน้าตาดูเรียบง่าย แต่รสชาติซับซ้อนมากจริงๆ (18/20)
CARABINERO
Cauliflower I Kaffir Lime I Turon
สำหรับคอร์สนี้เป็นคอร์สอาหารที่ทำให้เราประทับใจมากที่สุดในรอบปี จากการผ่านร้านอาหารระดับทอปมามากกว่า 100 แห่ง ขอยกให้อาหารจานนี้เป็นอาหารจานที่ดีที่สุดที่ทานมาในรอบปีเลย
ขอเกริ่นก่อนเลยว่าตอนทานคอร์สนี้คำแรก เราตกใจกับรสชาติที่ได้ชิมมาก โดยปกติการมาทานที่ร้านอาหารระดับสามดาวมิชลินนั้นเราย่อมมาพร้อมความคาดหวังสูงสุด แต่สำหรับคอร์สนี้สิ่งที่ได้ชิมมีรสชาติเกินความคาดหวังไปไกลมาก และไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ทานอาหาร single plate จานเดียวที่ทำได้รสชาติได้อร่อยเเละน่าประทับใจขนาดนี้อีกเมื่อไหร่ ครั้งล่าสุดที่เราประทับใจกับอาหารจานหนึ่งมากขนาดนี้ต้องย้อนไปที่คอร์ส Five different ages of Parmigiano Reggiano in five different textures ของร้าน Osteria Francescana ระดับสามดาวมิชลินที่เรามีโอกาสได้ชิมเมื่อกลางปีที่แล้วนู่นเลย เกริ่นมามากขอเข้าเรื่องที่รูปถัดไปดีกว่า (20/20)
CARABINERO
Cauliflower I Kaffir Lime I Turon
คาราบิเนโร หรือกุ้งแดงนำเข้าจากสเปน เนื้อนุ่ม เด้งมาก ชนิดที่ว่าล็อบสเตอร์หรือกุ้งแม่น้ำไม่มีทางสู้ได้ มีรสหวานธรรมชาติ เป็นเนื้อกุ้งที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยทานมาเเล้ว เสิร์ฟคู่กับ variation of cauliflower ดังที่เห็นคือแผ่นบางๆเนื้อนุ่มคล้ายกับผ่าห่มที่ห่อเนื้อกุ้งด้านบน ซอส โฟม ล้วนทำมาจากกะหล่ำดอกทั้งสิ้น ด้านล่างมีองค์ประกอบของใบมะกรูด และตูฮอนหรือขนมหวานสเปนคล้ายนูแกต มีส่วนผสมของถั่วอัลมอนต์ มีรสหวาน เคี้ยวกรอบ ตัดทั้งเนื้อสัมผัสและรสชาติกับเนื้อกุ้งได้อย่างเหมาะเจาะลงตัว ดีงามสุดๆ ใครจะคิดว่าเชฟสามารถนำกุ้งเเดง กะหล่ำดอก และขนมหวานมาผสมผสานกันได้อย่างลงตัวขนาดนี้ ขอนิยามคำว่าอัจฉริยะให้กับเชฟฆวนผู้คิดค้นอาหารจานนี้เลย (20/20)
ROUGE BARBET
Pea I Morrel I Vienna Snail
ปลารูกบาเบท เป็นปลาเนื้อขาวผิวแดงในกลุ่มปลา Red Mullet แต่มีรสชาติและเนื้อสัมผัสที่เหนือกว่า เชฟแล่และเสิร์ฟมาเป็นฟิเลท์ เสิร์ฟกับซอสและครีมทำจากถั่วลันเตา ด้านข้างเป็นเห็ดมอเรล และหอยทากเวียนนา อาหารท้องถิ่นขึ้นชื่อของประเทศออสเตรีย ในขณะที่เนื้อปลานุ่ม มีรสหวานอ่อนๆ กลับกันเนื้อหอยทากเวียนนามีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ไม่มีกลิ่น ทั้งสองอย่างคู่กับซอสถั่วรสหวานเข้ากันได้อย่างดี (16/20)
ST. JAQUES
Jalapeño I Avocado I Chicken Skin
หอยเชลล์ยักษ์หรือ St. Jaques Great Scallop เซียมาแบบสุกกำลังดี เนื้อนุ่ม ละมุน หวาน ทานกับพริกจาลาปิโน มีเครื่องจิ้มสีเขียวข้นของอโวคาโดคล้ายกัวคาโมเลของสเปน แอปเปิ่ล มะเขือเทศ ด้านบนเป็นหนังไก่ทอดกรอบ และ”หัวใจไก่”สองชิ้นวางขนาบข้างกัน (16/20)
PIKE PERCH
Cabbage I Pimenton I Luma Pork
ไพค์เพิร์ชเป็นปลาจำพวกปลาเนื้อขาวย่างมานุ่มๆ ราดด้วยน้ำซอสปาปริก้าหรือพิเมนตันสีส้ม มีรสหวานเข้ากันกับรสหวานธรรมชาติของเนื้อปลา มีกลิ่นพริกขึ้นเเตะถึงจมูก ทานกับกะหล่ำปลี เนื้อหมูลูมา ทอปด้านบนด้วยแผ่นมันฝรั่งกรอบ (17/20)
MIERAL PIGEON
Mango I Coconut I Purple Curry
มาถึงคอร์ส Signature ขึ้นชื่อของทางร้าน และเป็นเมนูที่ทำให้ Amador มีชื่อเสียงโด่งดังในช่วงแรกๆคือ Mieral Pigeon หรือเนื้อส่วนอกของนกพิราบนำเข้าจาก Mieral ฟาร์มเลี้ยงนกเก่าแก่ชื่อดังที่เปิดทำการมาตั้งเเต่ปี ค.ศ. 1919 ในเมือง Bresse ประเทศฝรั่งเศส ทางร้านทำส่วนอกของนกออกมาได้สุกทั่วถึง นุ่ม ละมุนในแบบที่เนื้อนกพิราบจะให้ได้ ทานกับ “แกงม่วง” และเลือดนกพิราบ ด้านข้างเป็นมะม่วงสุกรสหวาน และเจลสีขาวทำจากมะพร้าวตัดรสกันกับแกงอย่างลงตัว (18/20)
„LE PRINTEMPS”
Mara de Bois I Cucumber I Sorell
สำหรับคอร์ส Pre-dessert ของทางร้านคือ Spring โดยมีองค์ประกอบหลักคือ Variation of Mara de Bois Strawberry ซึ่งเป็นสตรอเบอร์รี่ลูกเล็กที่ปลูกในประเทศฝรั่งเศส ประกอบไปด้วย สตรอเบอร์รี่รากู สตรอเบอร์รี่กรานิเต้ สตรอเบอร์รี่สด สตรอเบอร์รี่ซอเบท์ ปิดท้ายด้วยการฉีดน้ำหอมกลิ่นสตรอเบอร์รี่ จานนี้ทานเเล้วรู้สึกสดชื่นจากไอศกรีมและกรานิต้า รสเปรี้ยวหวานของสตรอเบอร์รี่ล้างกลิ่นและรสของอาหารคาวได้หมดจด ข้อเสียเดียวคือการผสมซอเรลและแตงกวาลงมาในจานทำให้มีกลิ่นเขียวของผักรบกวนกลิ่นของสตรอว์เบอร์รี่มากเกินไปจนเสียรสชาติอย่างน่าเสียดาย (14/20)
„EDELWEISS“
Rhubarb I Ginger I Tagetes
สำหรับของหวานจานหลักคือ เอลเดอร์ไวส์ช็อกโกแลต ทานกับ Variation of Rhubarb ประกอบด้วยรูบาร์บม้วนมาเป็นทรงกระบอกสวยงาม เจลสีแดงทำจากรูบาร์บด้านบนมีดอกดาวเรืองทานได้สีส้มสวยงาม และซอสสีแดงด้านล่างทำจากรูบาร์บ รูบาร์บทำออกมานุ่มมาก ไม่มีกลิ่นผักเลย เข้ากับดีกับช็อกโกแลตมากๆ (16/20)
„EDELWEISS“
Rhubarb I Ginger I Tagetes
เสิร์ฟมาให้ทานคู่กันกับ Asparagus espuma ทอปด้านบนด้วย Rhubarb granite เข้าใจว่าช่วงนี้เป็นฤดูของหน่อไม้ฝรั่ง เพราะไปที่ไหนไม่ว่าจะข้างทางหรือร้านติดดาวก็จับเมนูหน่อไม้ฝรั่งมาเสิร์ฟกันเยอะไปหมด เเต่เราไม่ค่อยคุ้นกับการนำหน่อไม้ฝรั่งมาทำขนมสักเท่าไหร่ (14/20)
PEQUEÑAS LOCURAS
สำหรับขนมปิดท้ายมื้ออาหารคล้ายกับเปอตีโฟว์ หรือที่เชฟใช้คำว่า PEQUEÑAS LOCURAS ที่แปลว่า SMALL MADNESS เสิร์ฟมาทั้งหมด 6 อย่าง พร้อม Complimentary cake อีก 1 จาน จัดเต็มมากๆ
PEQUEÑAS LOCURAS
Mozart chocolates Lollipop
อย่างแรกที่ต้องรีบทานก่อนละลายคือ Austrian Lollipop Ice Cream หรือไอศกรีมลอลิปอปออสเตรียรสหวานสลักสัญลักษณ์ของร้าน Amador (15/20)
PEQUEÑAS LOCURAS
Crema catalana
ต่อมาคือ Crema Catalana หรือครีมา คาตาลานนาจากสเปน เป็นขนมทรงกลม ภายในบรรจุครีมรสหวานอร่อย (16/20)
PEQUEÑAS LOCURAS
Vienna Melange
Classical Praline ขนมพราลีนช็อกโกแลตรสหวาน ทานกับบิสกิตกรอบ (16/20)
PEQUEÑAS LOCURAS
Buddha praline
ขนมรูปเศียรพระ เชฟบอกว่าทำเลียนเเบบมาจากอิตาลี ไม่ใช่เอเชียนะจ๊ะ (13/20)
PEQUEÑAS LOCURAS
Mango & Chocolate Avocado Taco
ขนม Mango & Chocolate Avocado Taco รูปทรงทาโก้ภายในบรรจุช็อกโกแลตและมะม่วง ทานกับครีมอโวคาโดสีเขียว (16/20)
PEQUEÑAS LOCURAS
Banana split
ขนมพิ้นเมืองจากประเทศเยอรมนีรสหวานอร่อย (14/20)
CHOCOLATE CHERRY CAKE
ขนมเค้กช็อกโกแลตสอดไส้เชอรี่สลักเป็นรูปคำว่า LOVE เป็น Complimentary จากห้องอาหารเนื่องในโอกาสพิเศษของลูกค้า (16/20)
Amador Local Bread Selection
British Sea Salt | French butter | Spanish Olive Oil
ขนมปังและกริสซินี่อบจากเบอเกอรี่รายย่อยในออสเตรีย เลือกทานกับเนยฝรั่งเศส เกลือจากอังกฤษ หรือน้ำมันมะกอกจากสเปน (16/20)
– CAPPUCCINO (€ 5)
กาแฟคาปูชิโนคุณภาพสูง รสนุ่ม หอมกลิ่นกาแฟ ทานกับอาหารหวานหรือทานปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์ (12/20)
ราคา 475 ยูโร หรือประมาณ 16,000 บาท
ภายในร้านมีทางออกสู่ภายนอกจากหน้าร้านเพียงฝั่งเดียว เสมือนให้แขกหลุดเข้าไปนั่งทานข้าวอยู่ในอุโมงค์บ่มไวน์
มองจากห้องทานอาหารเข้าไปผ่านกระจกจะเป็นถังไวน์ทำจากไม้โอ้กบรรจุไวน์บ่มโดย Hajszan Winery ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงบ่มไวน์ในเครือ Fritz Wieninger
พนักงานทุกคนยังมีความรู้อย่างละเอียด สามารถตอบรายละเอียดเชิงลึกของอาหารตั้งเเต่วัตถุดิบไปจนถึงเทคนิคการปรุง และรายละเอียดยิบย่อยอีกมากมายที่เราไม่คิดว่าพนักงานจะตอบได้ ขนาดที่ว่าเราหยิบมีดขึ้นมาลูบดู พนักงานที่เดินผ่านมายังเเวะบอกเราว่า “ทางร้านได้มีดเล่มนี้มาจากบริษัทเครื่องเงิน Robbe & Berking ที่ก่อตั้งในประเทศ Germany มาตั้งเเต่ปี ค.ศ. 1874 คุณชอบมันใช่ไหม” สุดยอดจริงๆ
โต๊ะและเก้าอี้ใช้วัสดุไม้แบบมินิมอลิส มีผ้าปูโต๊ะสีขาวตัดกับผ้ารองพื้นสีแดง บนเพดานมีเพียงเชิงเทียนขนาดใหญ่ห้อยลงมาเพื่อให้ความสว่าง และมีเสี้ยวจานแตกห้อยมาอยู่เหนือศีรษะในแต่ละโต๊ะ บนโต๊ะอาหารมีสิ่งประดิษฐ์รูปสัตว์ต่างๆทำมาจากเครื่องครัวหลากหลาย
มีแจกันทรงสี่เหลี่ยมบรรจุดอกไม้สีแดงพร้อมแฮชแท็ก #amadorlovesyou
บริเวณหิ้งวางของรางวัลต่างๆมากมายเต็มไปหมด
เสื้อที่เพิ่งรับจากการประกาศผลมิชลินไกด์ออสเตรียประจำปี 2019
ตุ๊กตาน้องบิ๊บ