หน้าแรก » 🇨🇭 Stucki – Tanja Grandits – ชตุคคีย์ – ทานยา กรานดิทส์
Visit: February 18, 2023
🇨🇭 Stucki - Tanja Grandits - ชตุคคีย์ - ทานยา กรานดิทส์
🧑🏻🍳 Chef Tanja Grandits - เชฟทานยา กรานดิทส์
Bruderholzallee 42, 4059 Basel
Tel: (+41) 61 361 82 22
Cuisine
🍴 Creative, Modern Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น
Country
Switzerland
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
17.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่นำเสนอเซ็ตเมนูออกมาได้คุ้มค่าที่สุดในประเทศที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของทวีปยุโรป ทั้งนี้ตำแหน่งของตัวร้านยังตั้งอยู่ในนคร Basel ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามทางตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณรอยต่พรมแดนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์-เยอรมนี-ฝรั่งเศสอีกด้วย
[THE PLACE] ในปี 1959 เชฟระดับตำนาน Hans Stucki ได้เช่าอาคารที่ตั้งอยู่บริเวณเขต Brudelholz ในนคร Basel ก่อนที่จะซื้อขาดและปรับปรุงโฉมเสียใหม่ในอีก 10 ปีถัดมาจนตัวบ้านกลายมาเป็นห้องอาหารสุดหรูและสามารถคว้ารางวัล 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ หลังจากที่ตัวเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 1998 กรรมสิทธิ์ห้องอาหารได้ย้ายไปอยู่ในมือของ Pierre Buess และลูกศิษย์ของเชฟ Stucki นามว่า Jean-Claude Wicki อย่างไรก็ตามเชฟ Wicky ตัดสินใจลาออกในปี 2003 เป็นเหตุให้คุณ Buess ต้องขายห้องอาหารต่อให้เชฟ Tanja Grandits ในปี 2008 ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดได้ด้านหน้าหรือกระทั่งริมถนนฝั่งตรงข้ามก่อนจะเดินขึ้นบันไดผ่านประตูกระจกเข้าสู่จุดตรวจสอบการจอง ห้องรับประทานอาหารหลักมีขนาดกว้างขวางทั้งยังแบ่งออกเป็นหลากหลายส่วน การตกแต่งโดยรวมค่อนข้างเรียบง่ายโดยอาศัยสีเบจสลับกันกับสีขาวตัดกับกับพรมสีเข้มที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา โต๊ะทุกตัวตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสีสันสื่อถึงความเป็นผู้หญิงของเชฟ Tanja Grandits ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
[THE CHEF] แม้ว่าในปัจจุบันเชฟ Tanja Grandits ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟหญิงผู้มากความสามารถในประเทศสวิสเซอร์แลนด์แต่ตัวเธอนั้นเกิดและเติบโตที่เมือง Albstadt ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี เมื่อถึงวัยอันควรเธอเริ่มต้นเข้ารับการศึกษาเกี่ยวกับวิชาเคมีก่อนจะสลับมาฝึกงานสายอาชีพเชฟที่โรงแรม Traube Tonbach อันโด่งดัง หลังจากเรียนจบเจอเดินทางไปยังกรุง London เพื่อเริ่มงานกับโรงแรม Claridge’s ต่อด้วย Chateau de Montcaud ในประเทศฝรั่งเศส หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเธอจึงเปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองพร้อมกับคว้ารางวัล Gault&Millau Female Chef of The Year มาครองได้ในปี 2006 หลังจากนั้นเธอและสามีคือคุณ René ได้เข้าซื้อต่อกิจการห้องอาหาร Stucki อันโด่งดังในปี 2008 และใช้ชื่อใหม่ว่า Stucki – Tanja Grandits เพื่อเป็นการรำลึกถึงสุดยอดเชฟผู้ล่วงลับนั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2013 รวมไปถึง Gault&Millau Chef of the Year ที่มอบให้กับตัวเชฟในปี 2014 อีกด้วย
[THE FOOD] เชฟ Tanja Grandits มีชื่อเสียงในเรื่องของการใช้สมุนไพรและเครื่องเทศมาผสมผสานเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเลิศ ทุกจานแฝงไปด้วยความละเอียดลออทั้งยังมีองค์ประกอบความเป็นผู้หญิงของเชฟ Tanja Grandits อยู่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป ลูกค้าสามารถเลือกเซ็ตเมนูมื้อกลางวันสุดคุ้มค่า Mittagsmenu ในราคาเพียง 3 Course/95 CHF, 4 Course/125 CHF และ 5 Course/140 CHF เท่านั้น ทั้งนี้ลูกค้าแต่ละคนยังสามารถเลือกอาหารที่แตกต่างกันได้ตามใจชอบอีกด้วย ส่วนใครที่ตั้งใจสัมผัสถึงวัตถุดิบชั้นสูงรวมไปถึงความซับซ้อนทางเทคนิคและรสชาติสามารถเลือกชิม Aroma Menu นำเสนอมาที่ 9 Course/265 CHF ส่วนใครที่เป็น Vegetarian ทางร้านก็สามารถจัดเตรียมมาให้ได้เช่นกัน รายการไวน์ส่วนมากเป็นไวน์ท้องถิ่นของประเทศสวิสเซอร์แลนด์นำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า ส่วนไวน์จากนอกประเทศถือว่าพอมีให้เลือกอยู่มากพอสมควร สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้คือ
เมนูของว่างจานแรกคือ Tartare เนื้อกุ้งที่ได้รสหวานธรรมชาติเคล้ากันไปกับอโรมาของขิง นอกจากนี้น้ำซอสที่เตรียมมาจาก Grapefruit Mustard ยังให้ความเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของกุ้งให้เด่นชัดมากขึ้น ในด้านเนื้อสัมผัสเราสามารถรับรู้ได้ถึงความละมุนของเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบของผัก Cicorino Rosso ได้อย่างลงตัว (19/20)
หมูสามชั้นนุ่ม ๆ ขนาดพอดีคำเสิร์ฟมากับ Compote อันแสนละมุนของมะเขือเทศเขียว Tomatillo ด้านบนมีอโรมาที่ผสมรวมกันของผักและสมุนไพรต่าง ๆ รวมไปถึงกะหล่ำปลีกรอบ ๆ ส่วนน้ำซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากไวน์แดงช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้น (18/20)
ของหวานจานหลักในวันนี้คือองค์ประกอบหลากหลายรูปแบบของส้ม Tangerine ให้รสเปรี้ยวเสิรมด้วยอโรมาและความสดชื่นที่ได้จากซอร์เบท์พริกไทยเสฉวน นอกจากนี้ยังมีความกรอบของ Croquante หรือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์อีกด้วย (18/20)
[WHY GO] คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Stucki – Tanja Grandits สามารถนำเสนอเซ็ตเมนูมื้อกลางวัน 5 คอร์สออกมาได้อย่างคุ้มค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบราคาเพียง 140 CHF กับค่าครองชีพอันสูงลิบของประเทศสวิสเซอร์แลนด์แถบนคร Basel อาหารทุกจานเต็มไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อนทั้งยังแฝงตัวตนความเป็นผู้หญิงของเชฟ Tanja Grandits ออกมาได้อย่างไร้ที่ติและกลายมาเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่เราขอปักหมุดให้เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาพื้นที่แถบนี้ได้แวะมาลองชิมกัน
Price :
95-265 CHF
Parking :
จอดที่หน้าห้องอาหาร
Operating Time :
Lunch Tue-Fri 12.00-13.00 and Sat 12.00-12.30, Dinner Tue-Sat 18.30-20.00, Closed on Sun-Mon
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารระดับสูงที่แฝงตัวตนของเชฟหญิงมากฝีมือลงไปได้อย่างน่าประทับใจ เราขอแนะนำเซ็ตเมนูมื้อกลางวันที่นำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า
อาหาร :
17.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MITTAGSMENU 3 Gang/95 CHF, 4 Gang/125 CHF, 5 Gang/140 CHF
AMUSE BOUCHE
VORSPEISE
Crevetten Ingwer Tatar, Cicorino Rosso, Grapefruit Senf
Vegetarisch / Tofu
Maispoularde, Peterli Bulgur, Oliven Zimt Relish
ZWISCHENGERICHT
Rüebli, Kokos Suppe, Tandoori Samosas
Schweinebauch, Tomatillo Kompott, Weisskabis
HAUPTGERICHT
Dorade, Meerrettich Butter, Mandel Blumenkohl
Kalb, Wacholder Jus, Sellerie Kroketten, Salz Zitronen
DESSERT
Käseauswahl, Ananas Chutney, Pinienkerne
Mandarine, Szechuan Pfeffer Sorbet, Cashew Krokant
PETITS FOURS
Stucki – Tanja Grandits – ชตุคคีย์ – ทานยา กรานดิทส์
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
![]()
![]()
![]()
![]()
19/20 Gault&Millau – 19/20 โก&มีโย
Creative, Modern Cuisine – อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารโมเดิร์น
Chef Tanja Grandits – เชฟทานยา กรานดิทส์
AMUSE BOUCHE
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยองค์ประกอบของแครอทและส้มให้รสชาติเปรี้ยวเพื่อกระตุ้นน้ำย่อย เชฟเพิ่มความนุ่มหนึบด้วยการใส่เมล็ดสาคูลงไปตัดกันกับความกรอบ ยังมีบิสกิต Sablé โฮมเมดเสิร์ฟมาข้างกันอีกด้วย (17/20)
Crevetten Ingwer Tatar, Cicorino Rosso, Grapefruit Senf
เมนูของว่างจานแรกคือ Tartare เนื้อกุ้งที่ได้รสหวานธรรมชาติเคล้ากันไปกับอโรมาของขิง นอกจากนี้น้ำซอสที่เตรียมมาจาก Grapefruit Mustard ยังให้ความเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของกุ้งให้เด่นชัดมากขึ้น ในด้านเนื้อสัมผัสเราสามารถรับรู้ได้ถึงความละมุนของเนื้อกุ้งตัดกันกับความกรอบของผัก Cicorino Rosso ได้อย่างลงตัว (19/20)
Maispoularde, Peterli Bulgur, Oliven Zimt Relish
เนื้อไก่ที่เลี้ยงด้วยข้าวโพดเสิร์ฟมาที่ความสุกพอดิบพอดีสังเกตได้จากความฉ่ำของเนื้อ ส่วนหนังบางและมีความกรอบพอประมาณ นอกจากนี้ยังมีความร่วนของ Bulgur ที่เตรียมมาจากข้าวสาลีและได้สีเขียวมาจากพาสลีย์ เชฟเพิ่มความเข้มข้นด้วยซอส Jus เสริมกันกับความหอมของมะกอกและซินนามอนได้อย่างพอเหมาะ (17/20)
Rüebli, Kokos Suppe, Tandoori Samosas
สำหรับเมนูซุปเชฟจะนำเสิร์ฟจานที่มีองค์ประกอบหลากหลายรูปแบบของแครอทมาก่อน ข้างกันคือ Tandoori Salmosa กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (18/20)
Rüebli, Kokos Suppe, Tandoori Samosas
จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ผสมผสานอโรมาเฉพาะตัวของแครอทเข้ากันกับมะพร้าวให้กลิ่นคล้ายแกงสไตล์อินเดียวชวนรับประทานเป็นที่สุด (18/20)
Schweinebauch, Tomatillo Kompott, Weisskabis
หมูสามชั้นนุ่ม ๆ ขนาดพอดีคำเสิร์ฟมากับ Compote อันแสนละมุนของมะเขือเทศเขียว Tomatillo ด้านบนมีอโรมาที่ผสมรวมกันของผักและสมุนไพรต่าง ๆ รวมไปถึงกะหล่ำปลีกรอบ ๆ ส่วนน้ำซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากไวน์แดงช่วยเพิ่มรสชาติที่เข้มข้น (18/20)
Vegetarisch / Tofu
นอกจากนี้ยังมีเวอร์ชั่นที่เป็น Vegeterians เตรียมมาจากเต้าหู้และองค์ประกอบอื่น ๆ ที่คล้ายกันกับจานหมูสามชั้น เย่างไรก็ตามสำหรับคอร์สเต้าหู้ดูจะลดทอนเนื้อสัมผัสอันซับซ้อนไปพอสมควร (16/20)
Dorade, Meerrettich Butter, Mandel Blumenkohl
สำหรับ Main Course จานนี้คือปลา Sea Bream ที่มีความหอมของเนยที่มีอโรมาของ Horseradish เชฟเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยองค์ประกอบของถั่วอัลมอนด์และกะหล่ำดอก (17/20)
Kalb, Wacholder Jus, Sellerie Kroketten, Salz Zitronen
เนื้อลูกวัวท้องถิ่นเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium จับคู่กับ Celery ในหลากหลายองค์ประกอบทั้ง Croquette, Purée และ Gel นอกจากนี้ยังมี Raviole ที่ยรรจุองค์ประกอบของ Celery เอาไว้ สำหรับรสชาติอื่น ๆ เชฟใส่ความเค็มของ Salted Lemon และความเข้มข้นของ Juniper Jus ลงไปด้วย (18/20)
BREAD
ระหว่างมื้อพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปัง Baguette โฮมเมดและ Fennel Bread มาคู่กับเนยสองชนิดคือ Lemon และ Cumin Butter
Käseauswahl, Ananas Chutney, Pinienkerne
สำหรับใครที่เป็นคอชีสพนักงานจะนำเสิร์ฟ Cheese Platters มาถึง 4 ชนิดทั้งจากในและนอกประเทศสวิสเซอร์แลนด์จับคู่กันกับชัทนีย์สับปะรด
Mandarine, Szechuan Pfeffer Sorbet, Cashew Krokant
ของหวานจานหลักในวันนี้คือองค์ประกอบหลากหลายรูปแบบของส้ม Tangerine ให้รสเปรี้ยวเสิรมด้วยอโรมาและความสดชื่นที่ได้จากซอร์เบท์พริกไทยเสฉวน นอกจากนี้ยังมีความกรอบของ Croquante หรือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์อีกด้วย (18/20)
PETITS FOURS
ปิดท้ายด้วย Petits Fours อันประกอบไปด้วย Lollipop with Dill and Pistachio, Homemade Praline และ Sablé with Matcha
รายการไวน์ในมื้อนี้
รายการไวน์ในมื้อนี้
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงที่นำเสนอเซ็ตเมนูออกมาได้คุ้มค่าที่สุดในประเทศที่มีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้น ๆ ของทวีปยุโรป ทั้งนี้ตำแหน่งของตัวร้านยังตั้งอยู่ในนคร Basel ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับสามทางตะวันตกเฉียงเหนือบริเวณรอยต่พรมแดนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์-เยอรมนี-ฝรั่งเศสอีกด้วย
[THE PLACE] ในปี 1959 เชฟระดับตำนาน Hans Stucki ได้เช่าอาคารที่ตั้งอยู่บริเวณเขต Brudelholz ในนคร Basel ก่อนที่จะซื้อขาดและปรับปรุงโฉมเสียใหม่ในอีก 10 ปีถัดมาจนตัวบ้านกลายมาเป็นห้องอาหารสุดหรูและสามารถคว้ารางวัล 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ
หลังจากที่ตัวเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในปี 1998 กรรมสิทธิ์ห้องอาหารได้ย้ายไปอยู่ในมือของ Pierre Buess และลูกศิษย์ของเชฟ Stucki นามว่า Jean-Claude Wicki อย่างไรก็ตามเชฟ Wicky ตัดสินใจลาออกในปี 2003 เป็นเหตุให้คุณ Buess ต้องขายห้องอาหารต่อให้เชฟ Tanja Grandits ในปี 2008
โต๊ะทุกตัวตกแต่งด้วยดอกไม้หลากสีสันสื่อถึงความเป็นผู้หญิงของเชฟ Tanja Grandits ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม
ห้องรับประทานอาหารหลักมีขนาดกว้างขวางทั้งยังแบ่งออกเป็นหลากหลายส่วน การตกแต่งโดยรวมค่อนข้างเรียบง่ายโดยอาศัยสีเบจสลับกันกับสีขาวตัดกับกับพรมสีเข้มที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา
[THE CHEF] แม้ว่าในปัจจุบันเชฟ Tanja Grandits ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเชฟหญิงผู้มากความสามารถในประเทศสวิสเซอร์แลนด์แต่ตัวเธอนั้นเกิดและเติบโตที่เมือง Albstadt ทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนี เมื่อถึงวัยอันควรเธอเริ่มต้นเข้ารับการศึกษาเกี่ยวกับวิชาเคมีก่อนจะสลับมาฝึกงานสายอาชีพเชฟที่โรงแรม Traube Tonbach อันโด่งดัง หลังจากเรียนจบเจอเดินทางไปยังกรุง London เพื่อเริ่มงานกับโรงแรม Claridge’s ต่อด้วย Chateau de Montcaud ในประเทศฝรั่งเศส หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเธอจึงเปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองพร้อมกับคว้ารางวัล Gault&Millau Female Chef of The Year มาครองได้ในปี 2006 หลังจากนั้นเธอและสามีคือคุณ René ได้เข้าซื้อต่อกิจการห้องอาหาร Stucki อันโด่งดังในปี 2008 และใช้ชื่อใหม่ว่า Stucki – Tanja Grandits เพื่อเป็นการรำลึกถึงสุดยอดเชฟผู้ล่วงลับนั่นเอง ตัวร้านได้รับรางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars ในปี 2013 รวมไปถึง Gault&Millau Chef of the Year ที่มอบให้กับตัวเชฟในปี 2014 อีกด้วย
[THE FOOD] เชฟ Tanja Grandits มีชื่อเสียงในเรื่องของการใช้สมุนไพรและเครื่องเทศมาผสมผสานเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นชั้นเลิศ ทุกจานแฝงไปด้วยความละเอียดลออทั้งยังมีองค์ประกอบความเป็นผู้หญิงของเชฟ Tanja Grandits อยู่ไม่มากและไม่น้อยจนเกินไป
ลูกค้าสามารถเลือกเซ็ตเมนูมื้อกลางวันสุดคุ้มค่า Mittagsmenu ในราคาเพียง 3 Course/95 CHF, 4 Course/125 CHF และ 5 Course/140 CHF เท่านั้น ทั้งนี้ลูกค้าแต่ละคนยังสามารถเลือกอาหารที่แตกต่างกันได้ตามใจชอบอีกด้วย ส่วนใครที่ตั้งใจสัมผัสถึงวัตถุดิบชั้นสูงรวมไปถึงความซับซ้อนทางเทคนิคและรสชาติสามารถเลือกชิม Aroma Menu นำเสนอมาที่ 9 Course/265 CHF ส่วนใครที่เป็น Vegetarian ทางร้านก็สามารถจัดเตรียมมาให้ได้เช่นกัน
[WHY GO] คงปฏิเสธไม่ได้ว่า Stucki – Tanja Grandits สามารถนำเสนอเซ็ตเมนูมื้อกลางวัน 5 คอร์สออกมาได้อย่างคุ้มค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบราคาเพียง 140 CHF กับค่าครองชีพอันสูงลิบของประเทศสวิสเซอร์แลนด์แถบนคร Basel
อาหารทุกจานเต็มไปด้วยเทคนิคอันซับซ้อนทั้งยังแฝงตัวตนความเป็นผู้หญิงของเชฟ Tanja Grandits ออกมาได้อย่างไร้ที่ติและกลายมาเป็นอีกหนึ่งห้องอาหารที่เราขอปักหมุดให้เพื่อน ๆ ที่เดินทางมาพื้นที่แถบนี้ได้แวะมาลองชิมกัน