หน้าแรก » 🇹🇭 Maison Dunand – เมซอง ดูนานด์
Visit: February 19, 2023
🇹🇭 Maison Dunand - เมซอง ดูนานด์
👨🏻🍳 Chef Arnaud Dunand Sauthier - เชฟอาร์โนด์ ดูนานด์ ซอร์ธิเยร์
55 ซ.สาทร 10 แขวงสีลม เขตบางรัก, กรุงเทพ, 10500, ประเทศไทย
Tel: 065-639-0515
Cuisine
🍴 French Contemporary - อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย
Country
Thailand
MICHELIN Guide
1 MICHELIN Star
Score
15/20
Price
[INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Maison Dunand ห้องอาหารน้องใหม่ของเชฟมากประสบการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอาหารในกรุงเทพโดยการคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีหลังจากเปิดทำการได้เพียงราว 4 เดือนเท่านั้น
[THE PLACE] Maison Dunand ตั้งอยู่ในซอยสาทร 10 มีลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณหน้าร้านหรือหากที่จอดเต็มจะมีพนักงานคอยรับรถไปจอดให้แบบ Valet Parking เมื่อเดินผ่านประตูร้านเข้าไปจะพบกับห้องอาหาร Alpea ในอาคารฝั่งขวามือนำเสนอเมนูแบบ À La Carte ควบคู่ไปกับการตกแต่งและการบริการที่แคชวลและเรียบง่าย ในส่วนของห้องอาหาร Maison Dunand นั้นตั้งอยู่ฝั่งซ้ายมือโดยแบ่งพื้นที่รับประทานอาหารออกเป็นสองชั้น ชั้นล่างตกแต่งให้ดูอบอุ่นโดยอาศัยวัสดุทำจากไม้และหมอนลายทางสีแดงสลับขาวชวนนึกถึงโรงแรมหรือรีสอร์ทในแถบ Savoie ครัวเปิดแบบ Open Kitchen ช่วยเพิ่มความไดนามิคและกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาให้กับลูกค้าทุก ๆ คน ในทางกลับกันพื้นที่ชั้นสองนั้นตกแต่งให้มีความเป็นทางการมากยิ่งขึ้น ผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยวัสดุเลียนแบบหินในขณะที่อีกฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยลวดลายของหนังวัว ส่วนใครที่นั่งบริเวณโต๊ะริมกระจกใสสามารถมองออกไปเห็นพื้นที่พักผ่อนตรงกลางให้ความรู้สึกคล้ายกันกับบ้านต้นไม้ดูร่มรื่นตาเป็นอย่างมาก
[THE CHEF] Arnaud Dunand Sauthier เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับโลกมาแล้วมากมายอย่างเช่น Maison Lameloise (3 MICHELIN Stars), Château de la Tour du Puits, Le Grand Vefour (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ Qpoque Hotel Bucharest ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่ง Chef de Cuisine ให้กับห้องอาหาร Le Normandie และเครือโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ตั้งแต่ปี 2012 และคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2018 ต่อมาในช่วงกลางปี 2022 เชฟ Arnaud Dunand Sauthier ตัดสินใจเปิดห้องอาหารของตัวเองในชื่อ Maison Dunand พร้อมกับคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีในปีเดียวกัน
[THE FOOD] Maison Dunand นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบฝรั่งเศสร่วมสมัยโดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศฝรั่งเศสมาผสมผสานกับวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ ในเอเชียอีกบางส่วนผ่านการเล่าเรื่องถึงภูมิภาค Savoie และ Brittany จนได้ออกมาเป็น Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบ ในส่วนของเซ็ตมื้อกลางวันนั้นใช้ชื่อว่า Preamble… (2,600++) นำเสนอมาที่จำนวน 5 คอร์ส ถัดมาคือเป็นเซ็ตเมนูใหญ่ที่เราได้ชิมในวันนี้ใช้ชื่อว่า Racine et Voyages… (4,800-6,900++) นำเสนอมาที่จำนวน 6 และ 8 คอร์สตามลำดับ เราขอแนะนำให้ลองชิม Clément, White หรือ Red Wine จากภูมิภาค Savoie ซึ่งหาชิมได้ค่อนข้างยากโดยลูกค้ายังสามารถนำไวน์ของตัวเองไปเปิดได้ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ขวดอีกด้วย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นอย่างเช่น
กุ้งล็อบสเตอร์จาก Brittany ที่เชฟนำไปย่างแบบบาบีคิวให้เนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง ข้างกันคือกะหล่ำดอกที่ผ่านอบจนนุ่มละมุนให้ความครีมมี่ที่พอเหมาะและองค์ประกอบของ Purée สีเขียวที่เตรียมมาจากถั่วพิสตาชิโอ้ จากนั้นพนักงานจะเทราด Vinaigrette ที่เตรียมขึ้นมาจากกุ้งล็อบสเตอร์ให้รสชาติที่เข้มข้นโดยมีเนื้อส่วนก้ามกุ้งปนอยู่ด้วย (15/20)
Saint Pierre หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของปลา John Dory จับจากท้องทะเลของภูมิภาค Brittany เตรียมมาให้เนื้อสัมผัสหนึบสู้ฟันแต่ไร้ซึ่งความเหนียว ข้างกันคือส่วนครีบข้างของปลาซึ่งจะมีความนุ่มละมุนมากกว่า องค์ประกอบอื่น ๆ คือ Shellfish Tartelette ท็อปด้วยซอส Rouille รสชาติเข้มข้นโดยมีสีแดงที่ได้มาจากพริกไทย Espelette ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Bouillabaisse ลงให้กลิ่นอายของความเป็น Mediterranean แถบนคร Marseille ได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
สำหรับใครที่เลือกคอร์สเนื้อเชฟจะนำเสิร์ฟ Rossini โดยอาศัยเนื้อวัว Australian Wagyu ส่วนสันในพันม้วนมากับฟัวกราส์ตับเป็ดจากภูมิภาค Périgord จนได้ความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว ข้างกันคือ Celeriac ที่พันม้วนกับมันฝรั่งให้ความครีมมี่ที่พอเหมาะท็อปด้วย Black Winter Truffle แบบไม่หวงของ สำหรับตัวซอสนั้นเชฟนำเสนอ Périgord Sauce ที่มีอโรมาหอม ๆ ของพริกไทยกำปอตอยู่ด้วยนั่นเอง (15/20)
[WHY GO] Maison Dunand เป็นห้องอาหารที่อาศัยวัตถุดิบคุณภาพสูงจากประเทศฝรั่งเศสในสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการอาหารในกรุงเทพ ทุกจานใช้เทคนิคการปรุงในระดับมาตรฐานของห้องอาหาร 1 MICHELIN Star ทั่วไป อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับจำนวนคอร์สทำให้ราคาที่ตั้งเอาไว้จัดว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรนั่นเอง
Price :
2,600-6,900++
Parking :
จอดหน้าร้านหรือ Valet Parking
Operating Time :
12.00-14.00, 17.30-22.00 ปิดวันอังคาร-พุธ
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 ห้องอาหารฝรั่งเศสสร่วมสมัยที่นำเสนอการผสมผสานกันของวัตถุดิบชั้นยอดจากหลากหลายแหล่งออกมาได้อย่างน่าสนใจ
อาหาร :
15
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 RACINES ET VOYAGES... (4,800++)
Bricelet, Endive Gratin, Mackerel, Mussel…
Oyster Utah Beach, Celeriac, Honey…
Brittany Blue Lobster, Cauliflower, Pistachio…
Wild Caught John Dory, Shellfish, Espelette…
Joel Poirier Pigeon, Carrot, Coffee…
Or
Beef Tenderloin Rossini, Kampot Pepper, Black Winter Truffle… (Add 800++)
Millefeuille, Vanilla, Caramel…
À LA CARTE
Traditional Crêpes Suzette (480++)
Maison Dunand – เมซอง ดูนานด์
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
French Contemporary – อาหารฝรั่งเศสร่วมสมัย
Chef Arnaud Dunand Sauthier – เชฟอาร์โนด์ ดูนอง ซอร์ธิเยร์
Bricelet, Endive Gratin, Mackerel, Mussel…
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างที่มีชื่อว่า Bricelet มีลักษณะเป็นแผ่นคล้ายวาฟเฟิลกรอบ ด้านบนคือเนื้อปลาเทร้าต์รมควันควบคู่ไปกับครีมปลาเทร้าต์หอมมันตัดด้วยความเปรี้ยวของเลมอนเจล (15/20)
Bricelet, Endive Gratin, Mackerel, Mussel…
Endive Gratin เสิร์ฟมาในมินิทาร์ตขนาดจิ๋วองค์ประกอบสีขาวคือ Beaufort Cheese Foam ให้กลิ่นเฉพาะตัวและเนื้อสัมผัสอันแสนนุ่มละมุน จานนี้เพิ่มมิติความกรอบด้วยการใส่เบคอนลงไปด้วย (15/20)
Bricelet, Endive Gratin, Mackerel, Mussel…
Escabeche ด้านบนท็อปด้วยเนื้อปลาแมคเคอเรลที่หมักแล้วเบิร์นต่อจนสุกให้รสชาติเค็มนำควบคู่ไปกับขนมปัง Rye Bread ที่รองอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านบนท็อปด้วยชิ้นแครอทและหัวหอมกงฟีนั่นเอง (14/20)
Bricelet, Endive Gratin, Mackerel, Mussel…
Moules Frites เป็นเมนูที่เชฟนำ Bouchot Mussels หรือหอยแมลงภู่สายพันธุ์เล็กไป Glazed จนนุ่มหนึบแล้วค่อยเสิร์ฟมาบนแป้ง Blini นุ่ม ๆ ที่ได้สีเขียวมาจากพาสลีย์นั่นเอง (15/20)
Bricelet, Endive Gratin, Mackerel, Mussel…
คอร์สเรียกน้ำย่อยทั้ง 3 อย่างนำเสนอพร้อมกัน (15/20)
Bread and Butter
จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังมาทั้งหมด 4 ชนิดคือ Sourdough, Baguette, Rye Bread และ Brioche จับคู่กับ Beurre Bordier ซึ่งหนึ่งในเนยที่รุณภาพสูงที่สุดในโลกประกอบไปด้วยเนยจืด เนยหัวหอมรสเค็ม และเนยสาหร่าย
Oyster Utah Beach, Celeriac, Honey…
หอยนางรม Utah Beach นำเข้าจากภูมิภาค Normandy ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำไป Poached จนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มพอดีตัดกันกับความกรอบที่ได้จาก Pollen Seed ข้าง ๆ กันคือชิ้น Celeriac รองด้วย Celeriac Cream เพิ่มรสชาติให้เข้มด้วยเจลน้ำผึ้งสีเข้ม (14/20)
Oyster Utah Beach, Celeriac, Honey…
จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสใสที่เตรียมมาจากหอยนางรมและน้ำผึ้งลงไป อย่างไรก็ตามถึงแม้เนื้อสัมผัสของหอยนางรมจะเตรียมออกมาให้ตัดกันกับ Celeriac ได้ดีแต่รสชาติของซอสและครีมต่าง ๆ ถูกเจือจางลงอย่างมากด้วยซุปจนแสดงออกมาได้ไม่เด่นชัดมากนัก (14/20)
Brittany Blue Lobster, Cauliflower, Pistachio…
กุ้งล็อบสเตอร์จาก Brittany ที่เชฟนำไปย่างแบบบาบีคิวให้เนื้อสัมผัสนุ่มเด้ง ข้างกันคือกะหล่ำดอกที่ผ่านอบจนนุ่มละมุนให้ความครีมมี่ที่พอเหมาะและองค์ประกอบของ Purée สีเขียวที่เตรียมมาจากถั่วพิสตาชิโอ้ (15/20)
Brittany Blue Lobster, Cauliflower, Pistachio…
จากนั้นพนักงานจะเทราด Vinaigrette ที่เตรียมขึ้นมาจากกุ้งล็อบสเตอร์ให้รสชาติที่เข้มข้นโดยมีเนื้อส่วนก้ามกุ้งปนอยู่ด้วย (15/20)
Wild Caught John Dory, Shellfish, Espelette…
Saint Pierre หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของปลา John Dory จับจากท้องทะเลของภูมิภาค Brittany เตรียมมาให้เนื้อสัมผัสหนึบสู้ฟันแต่ไร้ซึ่งความเหนียว ข้างกันคือส่วนครีบข้างของปลาซึ่งจะมีความนุ่มละมุนมากกว่า องค์ประกอบอื่น ๆ คือ Shellfish Tartelette ท็อปด้วยซอส Rouille รสชาติเข้มข้นโดยมีสีแดงที่ได้มาจากพริกไทย Espelette (15/20)
Wild Caught John Dory, Shellfish, Espelette…
ที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซอส Bouillabaisse ลงให้กลิ่นอายของความเป็น Mediterranean แถบนคร Marseille ได้อย่างพอเหมาะ (15/20)
Joel Poirier Pigeon, Carrot, Coffee…
Joël Poirier ผันตัวจากการประกอบอาชีพช่างไม้และช่างทำตู้ Cabinet มาประกอบอาชีพทำฟาร์มเลี้ยงนกพิราบในภูมิภาค Brittany อย่างเต็มตัว เชฟ Arnaud จัดเสิร์ฟส่วนอกมาที่ความสุกระดับ Medium Rare สังเกตุได้จากระดับความนุ่มที่พอเหมาะ ข้างกันคือแครอทที่นำไป Glazed ขนาบข้างด้วยแครอทครีมแล้วท็อปด้วย Purée สีน้ำตาลเข้มเตรียมมาจากกาแฟและสีเขียวเตรียมมาจากทาร์รากอนรวมไปถึงสมุนไพรสีเขียวเข้ากันดีกับเนื้อนกพิราบมาก ๆ สำหรับตัวซอสคือ Pigeon Jus ที่มีเหล้าผสมอยู่เล็กน้อยด้วย (15/20)
Beef Tenderloin Rossini, Kampot Pepper, Black Winter Truffle… (Add 800++)
สำหรับใครที่เลือกคอร์สเนื้อเชฟจะนำเสิร์ฟ Rossini โดยอาศัยเนื้อวัว Australian Wagyu ส่วนสันในพันม้วนมากับฟัวกราส์ตับเป็ดจากภูมิภาค Périgord จนได้ความแตกต่างทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว ข้างกันคือ Celeriac ที่พันม้วนกับมันฝรั่งให้ความครีมมี่ที่พอเหมาะท็อปด้วย Black Winter Truffle แบบไม่หวงของ สำหรับตัวซอสนั้นเชฟนำเสนอ Périgord Sauce ที่มีอโรมาหอม ๆ ของพริกไทยกำปอตอยู่ด้วยนั่นเอง (15/20)
Pre-dessert
ล้างปากก่อนเข้าสู่อาหารหวานด้วยลูกแพร์ออร์กานิคนำเสนอมาทั้งในรูปแบบซอร์เบท์และลูกแพร์เชื่อมจับคู่กับโฟมชาเอิร์ลเกรย์หอม ๆ และเลมอนครัมเบิ้ลกรอบ ๆ (15/20)
Millefeuille, Vanilla, Caramel…
สำหรับของหวานเชฟนำเสนอ Millefeuille ออกมาในรูปแบบที่แตกต่างโดยใช้ไอศกรีมวานิลลาคั่นด้วยแผ่นแป้งกรอบวางเรียงกันเป็นชั้น ๆ ข้าง ๆ กันคือมูสวานิลลาเสริมด้วยรสชาติอันเข้มข้นของซอสคาราเมลโรยด้วยผงวานิลลาอีกทีหนึ่งนั่นเอง (15/20)
Traditional Crêpes Suzette (480++)
ด้วยความคิดถึงเมนูอาหารหวานในสมัยที่เชฟ Arnaud ทำงานอยู่ที่ Le Normandie เราจึงขออนุญาตสั่ง Crêpes Suzette จากร้าน Alpea มาลองชิมดูโดยในที่นี้เชฟได้นำแผ่นแป้งเครปนุ่ม ๆ ลงไปคลุกเคล้ากับซอสส้มที่ Flambéed กับเหล้า Grand Marnier มาอย่างดีแล้วเสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีมวานิลลาเย็น ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
Mignardises
ยังมี Mignardises หรือของหวานปิดท้ายเริ่มต้นด้วย Lemon Tart with Meringue รสเด็ด
Mignardises
แป้ง Choux นุ่ม ๆ ด้านในบรรจุ Almond & Hazelnut Praline
Mignardises
ขนม Financier อบมาอุ่น ๆ อร่อยมากจริง ๆ
Mignardises
ทั้งสามอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน
Complimentary Cake
สำหรับใครที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษอย่าลืมแจ้งตั้งแต่ตอนจองเพื่อรับเค้กช็อกโกแลตเพิ่มฟรีอีก 1 ชิ้น
เราขอแนะนำให้ลองชิม Clément, White หรือ Red Wine จากภูมิภาค Savoie ซึ่งหาชิมได้ค่อนข้างยากโดยลูกค้ายังสามารถนำไวน์ของตัวเองไปเปิดได้ในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 ขวดอีกด้วย
ราคา 23,069.20 บาท
[INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับ Maison Dunand ห้องอาหารน้องใหม่ของเชฟมากประสบการณ์ที่สร้างความสั่นสะเทือนให้กับวงการอาหารในกรุงเทพโดยการคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีหลังจากเปิดทำการได้เพียงราว 4 เดือนเท่านั้น
[THE CHEF] Arnaud Dunand Sauthier เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับโลกมาแล้วมากมายอย่างเช่น Maison Lameloise (3 MICHELIN Stars), Château de la Tour du Puits, Le Grand Vefour (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) และ Qpoque Hotel Bucharest
ต่อมาเขาย้ายมารับตำแหน่ง Chef de Cuisine ให้กับห้องอาหาร Le Normandie และเครือโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ตั้งแต่ปี 2012 และคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้ในคู่มือปกแดงปี 2018
ในช่วงกลางปี 2022 เชฟ Arnaud Dunand Sauthier ตัดสินใจเปิดห้องอาหารของตัวเองในชื่อ Maison Dunand พร้อมกับคว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีในปีเดียวกัน
ส่วนใครที่นั่งบริเวณโต๊ะริมกระจกใสสามารถมองออกไปเห็นพื้นที่พักผ่อนตรงกลางให้ความรู้สึกคล้ายกันกับบ้านต้นไม้ดูร่มรื่นตาเป็นอย่างมาก
พื้นที่ชั้นสองนั้นตกแต่งให้มีความเป็นทางการมากยิ่งขึ้น
อีกฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยลวดลายของหนังวัว
ผนังฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยวัสดุเลียนแบบหิน
ห้องอาหาร Maison Dunand นั้นตั้งอยู่ฝั่งซ้ายมือโดยแบ่งพื้นที่รับประทานอาหารออกเป็นสองชั้น
ชั้นล่างตกแต่งให้ดูอบอุ่นโดยอาศัยวัสดุทำจากไม้และหมอนลายทางสีแดงสลับขาวชวนนึกถึงโรงแรมหรือรีสอร์ทในแถบ Savoie
ครัวเปิดแบบ Open Kitchen ช่วยเพิ่มความไดนามิคและกลายมาเป็นจุดดึงดูดสายตาให้กับลูกค้าทุก ๆ คน
Maison Dunand ตั้งอยู่ในซอยสาทร 10 มีลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น
[THE FOOD] Maison Dunand นำเสนออาหารออกมาในรูปแบบฝรั่งเศสร่วมสมัยโดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศฝรั่งเศสมาผสมผสานกับวัตถุดิบจากแหล่งอื่น ๆ ในเอเชียอีกบางส่วนผ่านการเล่าเรื่องถึงภูมิภาค Savoie และ Brittany จนได้ออกมาเป็น Tasting Menu ทั้ง 2 รูปแบบ ในส่วนของเซ็ตมื้อกลางวันนั้นใช้ชื่อว่า Preamble… (2,600++) นำเสนอมาที่จำนวน 5 คอร์ส ถัดมาคือเป็นเซ็ตเมนูใหญ่ที่เราได้ชิมในวันนี้ใช้ชื่อว่า Racine et Voyages… (4,800-6,900++) นำเสนอมาที่จำนวน 6 และ 8 คอร์สตามลำดับ
บริเวณสวน
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณหน้าร้านหรือหากที่จอดเต็มจะมีพนักงานคอยรับรถไปจอดให้แบบ Valet Parking
เมื่อเดินผ่านประตูร้านเข้าไปจะพบกับห้องอาหาร Alpea ในอาคารฝั่งขวามือนำเสนอเมนูแบบ À La Carte ควบคู่ไปกับการตกแต่งและการบริการที่แคชวลและเรียบง่าย
1 MICHELIN Star – 1 ดาวมิชลิน
[WHY GO] Maison Dunand เป็นห้องอาหารที่อาศัยวัตถุดิบคุณภาพสูงจากประเทศฝรั่งเศสในสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการอาหารในกรุงเทพ ทุกจานใช้เทคนิคการปรุงในระดับมาตรฐานของห้องอาหาร 1 MICHELIN Star ทั่วไป อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับจำนวนคอร์สทำให้ราคาที่ตั้งเอาไว้จัดว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรนั่นเอง