หน้าแรก » 🇮🇹 Antica Osteria Cera – อันติก้า ออสตีเรีย เซร่า
Visit: December 20, 2022
🇮🇹 Antica Osteria Cera - อันติก้า ออสตีเรีย เซร่า
👨🏻🍳 Chef Lionello Cera - เชฟลีโอเนลโล่ เซร่า
Via Marghera, 24, 30010 Lughetto VE, Italy
Tel: (+39) 041 518 5009
Cuisine
🍴 Seafood, Modern Cuisine - อาหารทะเล, อาหารโมเดิร์น
Country
Italy
MICHELIN Guide
2 MICHELIN Stars
Score
16.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในประเทศอิตาลี ทั้งยังมีตำแหน่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองท่องเที่ยวอย่างนคร Venice อีกด้วย
[THE PLACE] ในปี 1966 คุณ Rino Cera ผู้ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงและภรรยาคือคุณ Silvana ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ บนถนนที่เชื่อมระหว่างนคร Venice ไปยัง Chioggia โดยเน้นหนักไปที่เมนูจำพวก Cicchetti ที่เตรียมมาจากเนื้อปลาที่เหลือจากการจับขายในแต่ละวัน ลูกค้าจำเป็นต้องเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมายัง Lughetto เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาและป่าเขาห่างจากนคร Venice มาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หรือห่างจากเมือง Padoa มาทางทิศตะวันออกราว 25 กิโลเมตร ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่ายในสไตล์ Minimalism โดยไม่ละทิ้งความหรูหรา ฉากกั้นโปร่งแสงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แต่ละโต๊ะมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บไวน์ที่แอบซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้นล่างอีกด้วย
[THE CHEF & THE FOOD] ในช่วงปี 1980s กิจการได้ถูกส่งต่อมายังบุตรชายทั้งสามคนคือ Lionello, Daniele และ Lorena โดยแต่ละคนจะรับบทบาทและหน้าที่ในครัวแตกต่างกันออกไป ตัวร้านได้ถูกปรับรูปแบบมานำเสนออาหาร Fine Dining จนสามารถคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ Antica Osteria Cera นำเสนอวัตถุดิบจากทะเล Adriatic ฝั่งตะวันออกของประเทศอิตาลีซึ่งมีชนิดของสัตว์ทะเลแตกต่างออกไปจากทะเล Mediterranean ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกโดยอาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการปรุงอาหารแต่ไม่ละทิ้งรสชาติตามธรรมชาติของวัตถุดิบ ลูกค้าสามารถเลือก Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Azzuro Menu และ Oppure Menu นำเสนอมาที่ราคา 200 € หรือจะเป็นรายการแบบ À La Carte ให้ลองชิมกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ประมาณ 20-80 € สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นคือ
แผ่นแป้ง Tortillas ที่ได้สีเขียวมาจากแพลงก์ตอนทะเลก่อนจะนำไปย่างจนสุกพอดี ตรงกลางบรรจุเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์สองรูปแบบทั้งส่วนที่ดิบและส่วนที่ผ่านการผัดมาเล็กน้อยแต่ยังคงเนื้อสัมผัสที่นุ่มและฉ่ำเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน จากนั้นเสิร์ฟมากับซอส Salmoriglio สไตล์ Sicily นอกจากนี้ยังมีมิติทางเนื้อสัมผัสจากการใส่เมล็ดฟักทองคั่วลงไปอีกด้วย (18/20)
มาถึงเมนูที่มีชื่อเรียบง่ายมาก ๆ อย่างปลาย่างหลากหลายชนิดอย่างเช่น Sea Bass, Turbot, Amberjack รวมไปถึงปลาหมึกที่ผ่านการย่างเพียงชั่วขณะจนเกิดความแตกต่างและมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยพริกญี่ปุ่น Tōgarashi และผัก Radicchio จากเมือง Treviso ย่างจนกรอบและมีรสขมเล็กน้อยเพื่อเบรคความมันและครีมมี่ของซอสสีขาวที่เตรียมขึ้นมาจากหมึกย่างนั่นเอง (18/20)
กุ้ง Scampi แห่งท้องทะเล Adriatic จับจากเมือง Ancona เชฟนำไปย่างเพียง 30 วินาทีเพื่อจัดเสิร์ฟมาที่ระดับกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื้อกุ้งสด มีรสหวานโดยธรรมชาติ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Mugnaia ที่เตรียมมาจากปลา Sea Bass ให้ความหอม มัน และครีมมี่ลงไปบนเนื้อกุ้ง (18/20)
[WHY GO] สำหรับใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยรถส่วนตัวแถบนคร Venice และอยากสัมผัสอาหารทะเลในรูปแบบที่แตกต่างไปจากที่คุ้นเคยก็สามารถคลิกจองและแวะมายังห้องอาหารแห่งนี้ได้เช่นกัน ราคาอาหารค่อนข้างสูงแต่ก็พอเข้าใจได้อันเนื่องมาจากวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารทะเลทั้งหมด รายการไวน์มีให้เลือกหลายหลายพอสมควรโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นที่หาชิมได้ยาก พนักงานบริการดีและเป็นกันเองจนสามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้ตลอดทั้งมื้อนั่นเอง
Price :
200 €
Parking :
จอดในร้าน
Operating Time :
Tuesday-Saturday and Sunday only in Summer 12.00-14.00, 20.00-24.00, Closed on Monday
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารทะเลชื่อดังฝั่งทะเล Adriatic
อาหาร :
16.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 MENU AZZURO... (200 €)
AMUSE-BOUCHE
mantis shrimps, smoked olives and kombu seaweed
lobster in cooking oil, roasted pumpkin seeds, salmoriglio sauce and caramelized lobster
Smoked eel brandade, parsley and amberjack juice
grilled squid broth, grilled radicchio, iodized juice
with fishes livers sauce “mugnaia” style
mantis shrimp juice, roasted sesame and Kaluga Amur caviar
candied kumquat and raspberry vinegar
fennel sauce, lemongrass and pomegranate
LUCA’S “SALAD”…..
citrus mayonnaise, anchovies and pumpkin
polline e acqua di mare
LAND OF SPICES
Antica Osteria Cera – อันติก้า ออสตีเรีย เซร่า
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
Seafood, Modern Cuisine – อาหารทะเล, อาหารโมเดิร์น
Chef Lionello Cera – เชฟลีโอเนลโล่ เซร่า
WELCOME SNACKS
อย่างแรกคือ Baccalà Mantecato with Polenta เป็นอาหารเวนิสโบราณที่อาศัยวัตถุดิบหลักคือเนื้อปลาค็อด ว่ากันว่านักเดินเรือนามว่า Pietro Querini ประสบอุบัติเหตุเรือล่มที่เกาะ Røst ในประเทศนอร์เวย์ก่อนจะเรียนรู้เทคนิคการเตรียมปลาค็อดในลักษณะนี้และนำกลับมายังนคร Venice ในช่วงศตวรรษที่ 15 กาลเวลาผ่านมาจนกระทั่งช่วงศตวรรษที่ 18 ชาวเวนิสได้นำปลาค็อดมารับประทานคู่กันกับ Polenta หรือข้าวโพดนั่นเอง ในที่นี้เชฟได้เตรียมข้าวโพดให้มีความนุ่มกรอบท็อปด้วยเนื้อปลาค็อดที่นุ่มเบาคล้ายกับสำลี ทั้งยังให้รสชาติเค็มกลมกล่อมอีกด้วย (16/20)
WELCOME SNACKS
ถัดมาคือแผ่นแป้ง Taco ที่บรรจุหนวดหมึกยักษ์และอโรมาหอม ๆ ของแกงเขียวหวานในรูปแบบของทางร้าน (16/20)
WELCOME SNACKS
ของว่างทรงกลมกรอบ ๆ ที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Cicchetti ซึ่งเป็นเมนูดั้งเดิมที่ขายมาตั้งแต่ร้านยังอยู่ในความควบคุมของคุณแม่ของเชฟจับคู่กับซอสมาโยโดยมีอโรมาหอม ๆ ของ Cardamom (16/20)
WELCOME SNACKS
Pizza ขนาดจิ๋วเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ตรงกลางคือองค์ประกอบของมะเขือเทศเปรี้ยวอุมามิและพาเมซานชีสหอมมัน (16/20)
WELCOME SNACKS
บิสกิตกรอบขนาดจิ๋วตรงกลางบรรจุ Parmesan Mousse เสริมด้วยความขมและอโรมาเฉพาะตัวของกาแฟและรสชาติของ Red Fruit (16/20)
WELCOME SNACKS
Mediterranean Bread กรอบ ๆ ตรงกลางบรรจุผักสดและเนื้อปลา Sea Bass ดิบให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มตัดกันได้อย่างพอเหมาะ (16/20)
BREAD
สำหรับขนมปังพนักงานเริ่มต้นนำเสิร์ฟเป็น Grissini หรือขนมขาไก่อิตาลีกรอบ
BREAD
อีกชนิดหนึ่งคือ Carta Musica มีลักษณะเป็นขนมปังแผ่นบางกรอบ
WELCOME SNACKS
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยจานเรียกน้ำย่อยหลากหลายอย่างเสิร์ฟมาพร้อม ๆ กัน
BREAD
จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังมาคู่กับเนยจากแคว้น Normandy ประเทศฝรั่งเศสและน้ำมันมะกอกที่เพิ่งเก็บเกี่ยวในปี 2022 จากเมือง Bassano del Grappa ห่างออกไปจากตัวร้านเพียงไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
FUSILLONE “CACIO E PEPE” SAUCE, HERRING
mantis shrimps, smoked olives and kombu seaweed
พาสต้าเส้น Fusillone จากภูมิภาค Campania เตรียมมาให้มีความสุกแบบ Al Dente พอดิบพอดีสังเกตได้จากความกรึบตรงกลาง ทั้งยังเสิร์ฟมาแบบเย็นช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี เชฟนำไปคลุกเคล้ากับซอส Cacio e Pepe โดยมีความหวานธรรมชาติจากเนื้อกั้งรองอยู่ด้านล่าง เชฟเสริมกลิ่นหอมด้วยอโรมาของมะกอกและสาหร่ายคอมบุได้อย่างลงตัว (16/20)
PLANKTON TORTILLAS
lobster in cooking oil, roasted pumpkin seeds, salmoriglio sauce and caramelized lobster
แผ่นแป้ง Tortillas ที่ได้สีเขียวมาจากแพลงก์ตอนทะเลก่อนจะนำไปย่างจนสุกพอดี ตรงกลางบรรจุเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์สองรูปแบบทั้งส่วนที่ดิบและส่วนที่ผ่านการผัดมาเล็กน้อยแต่ยังคงเนื้อสัมผัสที่นุ่มและฉ่ำเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน จากนั้นเสิร์ฟมากับซอส Salmoriglio สไตล์ Sicily นอกจากนี้ยังมีมิติทางเนื้อสัมผัสจากการใส่เมล็ดฟักทองคั่วลงไปอีกด้วย (18/20)
AMBERJACK WITH WATER PEPPER
Smoked eel brandade, parsley and amberjack juice
ปลา Amberjack เสิร์ฟมาแบบดิบเพื่อให้ได้เนื้อสัมผัสที่ดีโดยธรรมชาติของเนื้อปลา ด้านบนท็อปด้วย Kaluga Amur Caviar ฝั่งซ้ายมือคือองค์ประกอบของพาสลีย์ และฝั่งซ้ายมือคือองค์ประกอบของมันฝรั่ง จากนั้นราดด้วยครีมที่เตรียมมาจากส่วนท้องของปลา Amberjack ลงไปอีกทีหนึ่ง (15/20)
BREAD
ขนมปัง Sourdough ชิ้นโตที่ผ่านการอบต่อด้วยย่างจนผิวกรอบ
GRILLED FISH…..
grilled squid broth, grilled radicchio, iodized juice
มาถึงเมนูที่มีชื่อเรียบง่ายมาก ๆ อย่างปลาย่างหลากหลายชนิดอย่างเช่น Sea Bass, Turbot, Amberjack รวมไปถึงปลาหมึกที่ผ่านการย่างเพียงชั่วขณะจนเกิดความแตกต่างและมิติทางเนื้อสัมผัส ด้านบนท็อปด้วยพริกญี่ปุ่น Tōgarashi และผัก Radicchio จากเมือง Treviso ย่างจนกรอบและมีรสขมเล็กน้อยเพื่อเบรคความมันและครีมมี่ของซอสสีขาวที่เตรียมขึ้นมาจากหมึกย่างนั่นเอง (18/20)
GRILLED SCAMPO
with fishes livers sauce “mugnaia” style
กุ้ง Scampi แห่งท้องทะเล Adriatic จับจากเมือง Ancona เชฟนำไปย่างเพียง 30 วินาทีเพื่อจัดเสิร์ฟมาที่ระดับกึ่งสุกกึ่งดิบ เนื้อกุ้งสด มีรสหวานโดยธรรมชาติ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Mugnaia ที่เตรียมมาจากปลา Sea Bass ให้ความหอม มัน และครีมมี่ลงไปบนเนื้อกุ้ง (18/20)
SCALLOPS, CAULIFLOWER
mantis shrimp juice, roasted sesame and Kaluga Amur caviar
หอยเชลล์เนื้อนุ่ม ๆ เสิร์ฟมาให้เข้ากันกับความกรอบของดอกกะหล่ำ เชฟเสริมความหอมด้วยการโรยพริกญี่ปุ่น Tōgarashi ลงไป นอกจากนี้ยังมีความเค็มเบา ๆ ที่ได้จาก Kaluga Amur Caviar อีกด้วย ส่วนสีขาวรอบ ๆ คือซอสที่เตรียมขึ้นมาจากกั้งนั่นเอง (16/20)
LACQUERED EEL WITH GEWÜRZTRAMINER
candied kumquat and raspberry vinegar
ปลาไหลทะเลเสิร์ฟมาที่สองอุณหภูมิและเนื้อสัมผัสเริ่มจากชั้นล่างที่มีเบาและละมุนคล้ายสำลี เลเยอร์ด้านบนเชฟนำไปย่างกับองุ่น Gewüeztraminer ให้เนื้อสัมผัสกรอบเล็กน้อย ฝั่งขวามือคือ Kumquatเชื่อม ส่วนฝั่งซ้ายมือคือ Radicchio ราดด้วย Raspberrry Vinegar รสชาติเข้มข้น (16/20)
GNOCCHI MADE WITH BREAD, BABY SQUIDS MILK AND VERMOUTH
fennel sauce, lemongrass and pomegranate
Gnocchi ที่ผ่านการย่างสองครั้งในเตาอบและบนเตาขนมปังจนได้เนื้อสัมผัสกรอบ เบา แทนที่มันฝรั่งนุ่ม ๆ แบบดั้งเดิม ด้านล่างคือน้ำนมที่เตรียมมาจากหมึกไซซ์จิ๋วโดยมีอโรมาหอม ๆ ของ White Vermouth เสริมอยู่ด้วย เชฟป้องกันไม่ให้เกิดการเลี่ยนโดยการใส่ซอสเฟนเนล, ซอสตะไคร้ และโฟมทับทิมสีชมพูสดใสลงไปด้วย (17/20)
LUCA’S “SALAD”…..
ล้างปากด้วยสลัดที่ตั้งชื่อตามหนึ่งในเชฟอาหารหวาน (อีกชื่อหนึ่งคือ Sara ซึ่งมีอยู่ในอีกเซ็ตเมนูหนึ่ง) รสชาติขมเพื่อล้างปาก (14/20)
CRISPY DORY
citrus mayonnaise, anchovies and pumpkin
ปิดท้ายอาหารคาวด้วยการจับคู่ระหว่างปลา John Dory กับฟักทอง (16/20)
CRISPY DORY
citrus mayonnaise, anchovies and pumpkin
San Pietro หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของปลา John Dory เสิร์ฟมาเป็น Croccante โดยการนำมาชุบแป้งสองชนิดโดยเฉพาะแป้ง Pango ทอดกรอบแบบเทมปุระให้เนื้อสัมผัสที่ดีมาก ๆ เชฟผสมผสานรสชาติเปรี้ยวจาก Citrus Mayonnaise และ Mandarin เข้ากับความหวานของฟักทอง และความเค็มเบา ๆ จาก Anchovies ได้อย่างลงตัว (16/20)
CRISPY DORY
citrus mayonnaise, anchovies and pumpkin
ยังมีชิ้นผักทองเสิร์ฟมาคู่กับผักต่าง ๆ (16/20)
HONEY ICE CREAM
polline e acqua di mare
ปิดท้ายด้วยไอศกรีมน้ำผึ้งรสหวาน ด้านล่างรองด้วยครัมเบิ้ลกรอบ เชฟเสิร์ฟมาคู่กับอโรมาหอม ๆ ของเกษรโดยมีรสชาติเค็มกลมกล่อมของเจลน้ำทะเลอยู่ด้วย (17/20)
LAND OF SPICES
ช็อกโกแลตเสิร์ฟมาคู่กับ Sage Cream
LAND OF SPICES
จากนั้นพนักงานจัดเสิร์ฟ Cocoa Tartelette ท็อปด้วย Chocolate Foamโดยมีผงเครื่องเทศหลากหลายชนิดอย่างเช่นกาแฟ โกโก้ ซินนามอน ราสเบอร์รี่ท็อปอยู่ด้านบน
LAND OF SPICES
ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย Petits Fours ประกอบไปด้วย Mandarin with Yuzu, Donut with Vanilla, Chocolate, Biscuit with Beer and Pine Nuts, Turrone และ Tartufo with Red Fruits
ราคา 940 €
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารทะเลที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากที่สุดในประเทศอิตาลี ทั้งยังมีตำแหน่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองท่องเที่ยวอย่างนคร Venice อีกด้วย
[THE PLACE] ในปี 1966 คุณ Rino Cera ผู้ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงและภรรยาคือคุณ Silvana ตัดสินใจเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ บนถนนที่เชื่อมระหว่างนคร Venice ไปยัง Chioggia โดยเน้นหนักไปที่เมนูจำพวก Cicchetti ที่เตรียมมาจากเนื้อปลาที่เหลือจากการจับขายในแต่ละวัน
ลูกค้าจำเป็นต้องเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัวมายัง Lughetto เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางทุ่งนาและป่าเขาห่างจากนคร Venice มาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้หรือห่างจากเมือง Padoa มาทางทิศตะวันออกราว 25 กิโลเมตร
ภายในห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่ายในสไตล์ Minimalism โดยไม่ละทิ้งความหรูหรา
ฉากกั้นโปร่งแสงช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้แต่ละโต๊ะมากยิ่งขึ้น
[THE CHEF & THE FOOD] ในช่วงปี 1980s กิจการได้ถูกส่งต่อมายังบุตรชายทั้งสามคนคือ Lionello, Daniele และ Lorena โดยแต่ละคนจะรับบทบาทและหน้าที่ในครัวแตกต่างกันออกไป ตัวร้านได้ถูกปรับรูปแบบมานำเสนออาหาร Fine Dining จนสามารถคว้ารางวัล ![]()
2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ
Antica Osteria Cera นำเสนอวัตถุดิบจากทะเล Adriatic ฝั่งตะวันออกของประเทศอิตาลีซึ่งมีชนิดของสัตว์ทะเลแตกต่างออกไปจากทะเล Mediterranean ที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกโดยอาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการปรุงอาหารแต่ไม่ละทิ้งรสชาติตามธรรมชาติของวัตถุดิบ
ลูกค้าสามารถเลือก Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Azzuro Menu และ Oppure Menu นำเสนอมาที่ราคา 200 € หรือจะเป็นรายการแบบ À La Carte ให้ลองชิมกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ประมาณ 20-80 €
นอกจากนี้ยังมีห้องเก็บไวน์ที่แอบซ่อนตัวอยู่บริเวณชั้นล่างอีกด้วย
บรรยากาศภายในห้องครัวผ่านหน้าต่างข้างร้าน
Greenhouse ปลูกพืชผักหลังร้าน
![]()
2 MICHELIN Stars – 2 ดาวมิชลิน
[WHY GO] สำหรับใครที่เดินทางมาท่องเที่ยวด้วยรถส่วนตัวแถบนคร Venice และอยากสัมผัสอาหารทะเลในรูปแบบที่แตกต่างไปจากที่คุ้นเคยก็สามารถคลิกจองและแวะมายังห้องอาหารแห่งนี้ได้เช่นกัน ราคาอาหารค่อนข้างสูงแต่ก็พอเข้าใจได้อันเนื่องมาจากวัตถุดิบที่ใช้เป็นอาหารทะเลทั้งหมด รายการไวน์มีให้เลือกหลายหลายพอสมควรโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นที่หาชิมได้ยาก พนักงานบริการดีและเป็นกันเองจนสามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้ตลอดทั้งมื้อนั่นเอง