Visit: September 18, 2024

🇹🇭 LØYROM - ลอยรอม

👨🏻‍🍳 Chef Puwadol Assavadathkamjorn - เชฟภูวดล อัศวเดชกำจร (เชฟต็อบ)

1-2 ซอยอรรถกวี 1, แขวงคลองตัน, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110 ประเทศไทย

Tel: 088-269-4474

Cuisine

🍴 Contemporary - อาหารร่วมสมัย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

None

Score

14/20

Price

3/5
          

🎗️ [INTRO] Løyrom เป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่อาศัยเทคนิคและกลิ่นอายของอาหารฝั่ง Scandinavia มาปรับใช้เข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นไทยไอ้อย่างน่าสนใจ ตัวร้านได้ชื่อมาจากชื่อของไข่ปลาเทร้าต์ป่าในแถบ Scandinavia ซึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ ขนาดเล็กหาชิมได้ยาก

          

🎗️ [THE PLACE] ทำเลของ Løyrom ตั้งอยู่ในซอยอรรถกวีใจกลางเมืองข้างกันกับ K Village ทั้งยังมีที่จอดรถมากพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ทุกโต๊ะ ภายในตกแต่งด้วยสไตล์ New Nordic สังเกตได้จากการเลือกใช้โทนสีเทาของหินอ่อนเสริมด้วยสีน้ำตาลของไม้ให้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง บนผนังตกแต่งด้วยงานศิลปะที่จะเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงในสอดคล้องกันกับคอนเซปของเมนูราวกับเป็น Art Gallery ขนาดย่อม ครัวแบบ Open Kitchen ขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของห้องอาหารสร้างความน่าสนใจให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่ติดกัน นอกจากนี้ใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่สามารถแจ้งกับทางร้านเพื่อขอจองห้อง VIP ได้อีกด้วย

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] เชฟภูวดล อัศวเดชกำจร หรือเชฟต็อบ เคยผ่านงานในห้องอาหารชั้นนำหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Sühring (2 MICHELIN Stars), Pru (1 MICHELIN Star) และ Le Normandie (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Guilty เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แล้วจึงย้ายมารับงานเป็น Head Chef ให้กับ Løyrom ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เชฟต็อบได้คัดเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยที่ชาวต่างชาติหรือแม้กระทั่งคนไทยเองอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมัยโดยใช้เทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ามาประกอบจนได้ออกมาเป็นเมนูแบบใหม่ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า “Rainy Reverie” นั่นเอง ส่วนจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในวันนี้คือ

✨ Crab / Peach / Marigold

เชฟได้รับแรงบันดาลใจจากไอหมอกหลังฝนตกโดยเสิร์ฟมาเป็นเนื้อปูที่มีความหวานเสริมกันกับซอสลูกพีชหวานละมุน ด้านบนคือลูกพีชเชื่อมฝานบาง ๆ สร้างมิติความกรอบให้กับจาน จากนั้นตัดด้วยความฉุนเบา ๆ ของใบแมริโกลด์ที่วางมาด้านบน (14/20)

✨ Grilled line-caught Gray Pomfret

ปลาเต๋าเต้ยจากฝั่งอ่าวไทยที่จับโดยการใช้เบ็ดแล้วผ่านการย่างโดยถ่านไม้ขาว Binchotan จนสุกกำลังดี ตัวซอสเป็นไฮไลท์ของจานเนื่องจากเชฟได้นำนมไปเคี่ยวซ้ำหลายครั้งเรียกว่ากระบวนการ Lacto-fermentation ก่อนจะใส่บลูชีสลงไปให้อโรมาเฉพาะตัวเพียงเบา ๆ ข้าง ๆ กันคือพูเรลูกไหนและลูกไหนแห้งให้รสชาติเปรี้ยวนั่นเอง (14/20)

✨ Signature 5-Day Dry-Aged Duck / Forage Mushroom / Local Herbs

คอร์สนี้เชฟนำเสนอเนื้อเป็ดที่ผ่านกระบวนการ Brine ในน้ำเกลือ 3 คืนก่อนจะนำไป Dry-aged ต่ออีก 5 วันรวมกันเป็น 8 วัน ตรงกลางคือซอส Duck Jus ที่ผสมผสานไวน์ลิ้นจี่ที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองและพริกลาบเหนือให้รสชาติที่เข้มข้นพอเหมาะไม่หนักท้องจนเกินไป ข้าง ๆ คือ Prunes Duxelles ที่เชฟนำลูกพรุนไปผัดกับเห็ดแล้วตัดรสด้วยโคโชผักน้ำ ด้านบนคือแผ่นช็อกโกแลตช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติให้มีมิติ ในถ้วยข้าง ๆ คือข้าวอบเห็ดท็อปด้านบนด้วยใบมะเดื่อฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีเพสต์เห็ดที่คลุกเคล้ากับข้าวแล้วจะมีอโรมาของเห็ดที่โดดเด่นมากขึ้น (14/20)

🎗️ [WHY GO] เชฟต็อบได้อาศัยประสบการณ์ในการร้อยเรียง Tasting Menu ออกมาได้ตรงตามธีมหน้าฝนได้อย่างน่าสนใจ แต่ละจานมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุก ๆ กลุ่ม อีกหนึ่งไฮไลท์ของมื้อนี้คือการจับคู่ Wine Pairing โดยทางร้านได้ว่าจ้างคุณอัครวิศุทธ์ ตรีชญาการณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Sommelier มากความสามารถมานำเสนอเครื่องดื่มที่เข้ากันกับอาหารได้อย่างลงตัวทั้งยังมีราคาเพียง 2,990++ ต่อ 7 แก้วเท่านั้น

Price :

990-3,490++

Parking :

จอดหลังร้าน

Operating Time :

Lunch Thu-Sun 11.30-15.00, Dinner Daily 8.00-23.00

Dress Code :

Smart Casual

Score

👍 ห้องอาหารร่วมสมัยที่ผสานกลิ่นอายของอาหารร่วมสมัยเข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยได้อย่างลงตัว

อาหาร :

14

ราคา :

3/5

เทคนิค :

3/5

อัตลักษณ์ :

3/5

บรรยากาศ :

4/5

บริการ :

4/5

ไวน์ :

3/5

Map

📃 “RAINY REVERIE” TASTING MENU (3,490++)

          
🥄 ALL ABOARD

Garcinia Cowa Juice

🥄 BEFORE RAIN
Lacto-fermented Forage Mushroom Puff
Sunchoke & Pork Tart

Aurora Trout With Spicy Emulsion

🥄 DRIZZLE
Bread And Condiments Set With 3 Types Of Koji Butter And Cured Grouper

Løyrom Norwegian Waffle: Løyrom Caviar / Sour Cream Butter (900 THB++)

🥄 MIST OF RAINS
Crab / Peach / Marigold

Oyster Soup

🥄 MONSOON SYMPHONY

Grilled line-caught Gray Pomfret

🥄 HEAVY RAINS

Forage Korlan / Spices Granita

🥄 FOREST THUNDERSTORM

Signature 5-Day Dry-Aged Duck / Forage Mushroom / Local Herbs

🥄 SUNSHOWER

Vietnamese Coriander

🥄 RAINBOW

Thai Cantaloupe / Amazake / Pandan / Elderflowers

🥄 HOMEWARD
Fika & Tea

🇹🇭 Løyrom – ลอยรอม

🍴 Contemporary – อาหารร่วมสมัย

👨🏻‍🍳 Chef Puwadol Assavadathkamjorn – เชฟภูวดล อัศวเดชกำจร (เชฟต็อบ)

🎗️ [INTRO] Løyrom เป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่อาศัยเทคนิคและกลิ่นอายของอาหารฝั่ง Scandinavia มาปรับใช้เข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นไทยไอ้อย่างน่าสนใจ ตัวร้านได้ชื่อมาจากชื่ของไข่ปลาเทร้าต์ป่าในแถบ Scandinavia ซึ่งมีลักษณะเป็นเม็ดกลม ๆ ขนาดเล็กหาชิมได้ยาก

🥄 ALL ABOARD

Garcinia Cowa Juice

เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเครื่องดื่มที่เตรียมมาจากน้ำใบชะมวงชวนนึกถึงบรรยากาศในช่วงเข้าหน้าฝน

🥄 BEFORE RAIN

Lacto-fermented Forage Mushroom Puff

แป้งพัฟกรอบเบาหน้าตาคล้ายก้อนหิน ตรงกลางบรรจุครีมเห็ดระโงกและเห็ดเผาะสับที่มีความครีมมี่และความกรอบของชิ้นเห็ดแต่ไม่มีอโรมาของดินที่มากจนเกินไป (14/20)

🥄 BEFORE RAIN

Sunchoke & Pork Tart

ทาร์ตกรอบ ๆ ที่บรรจุแก่นตะวันให้ความหวาน เบา ฟู เข้ากันกับความหนึบของชิ้น Salumi ฝานบาง (14/20)

🥄 BEFORE RAIN

Aurora Trout With Spicy Emulsion

สาคูกรอบ ๆ ท็อปด้วยปลาเทร้าต์สับเป็น Tartare นุ่มละมุนตัดเนื้อสัมผัสกันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีลอยรอมคาเวียร์ให้ความเค็มและเจลรสเผ็ดเบา ๆ เติมแต่งรสชาติให้สมบูรณ์ขึ้นอีกด้วย (14/20)

🥄 DRIZZLE

Bread And Condiments Set With 3 Types Of Koji Butter And Cured Grouper

เซ็ตขนมปังปกติเสิร์ฟมาเป็นขนมปัง Sourdough Brioche กรอบนอกนุ่มในและ Dark Sticky Rice Sourdough โดยเชฟเตรียมขึ้นมาจากข้าวเหนียวดำจากจังหวัดเชียงรายที่มีความกรอบ หอม และเปรี้ยวเบา ๆ จับคู่มากับเนย Koji เตรียมมา 3 รูปแบบคือชาโคล, พริกไทยกับแครนเบอร์รี่ และแมริโกลด์ ข้าง ๆ กันคือปลาเก๋าหมักราดด้วยซอสเดรสซิ่งสตรอว์เบอร์รี่และบีทรูทช่วยสร้างความสดชื่นได้ดี ยังมีแตงกวาดองและคูนดองให้ความเปรี้ยวโดดมาช่วยบาลานซ์ความหอมมันของเนยได้อย่างลงตัว

🥄 DRIZZLE

Løyrom Norwegian Waffle: Løyrom Caviar / Sour Cream Butter (900 THB++)

ลูกค้าสามารถสั่งเซ็ตขนมปังเพิ่มเติมคือ Waffle สไตล์นอร์เวย์ซึ่งเป็น Signature Bread ของร้าน Løyrom เชฟเสิร์ฟมากับเนยซาวครีมที่ท็อปด้านบนด้วยลอยรอมคาเวียร์

🥄 MIST OF RAINS

Crab / Peach / Marigold

เชฟได้รับแรงบันดาลใจจากไอหมอกหลังฝนตกโดยเสิร์ฟมาเป็นเนื้อปูที่มีความหวานเสริมกันกับซอสลูกพีชหวานละมุน ด้านบนคือลูกพีชเชื่อมฝานบาง ๆ สร้างมิติความกรอบให้กับจาน จากนั้นตัดด้วยความฉุนเบา ๆ ของใบแมริโกลด์ที่วางมาด้านบน (14/20)

🥄 MIST OF RAINS

Oyster Soup

จากนั้นเป็นคิวของซุปหอยนางรมอุ่น ๆ (14/20)

🥄 MIST OF RAINS

Oyster Soup

องค์ประกอบแรกคือหอยนางรมท้องถิ่นของไทยย่างจับคู่มากับซุปที่ผ่านการเคี่ยวมานาจนมีความเข้มข้นที่พอเหมาะและรสชาตินวลละมุน เชฟเบรคความครีมมี่ไม่ให้โดดจนเกินไปด้วยด้วยน้ำมันจากผักชีลาว (14/20)

🥄 MONSOON SYMPHONY

Grilled line-caught Gray Pomfret

ปลาเต๋าเต้ยจากฝั่งอ่าวไทยที่จับโดยการใช้เบ็ดแล้วผ่านการย่างโดยถ่านไม้ขาว Binchotan จนสุกกำลังดี ตัวซอสเป็นไฮไลท์ของจานเนื่องจากเชฟได้นำนมไปเคี่ยวซ้ำหลายครั้งเรียกว่ากระบวนการ Lacto-fermentation ก่อนจะใส่บลูชีสลงไปให้อโรมาเฉพาะตัวเพียงเบา ๆ ข้าง ๆ กันคือพูเรลูกไหนและลูกไหนแห้งให้รสชาติเปรี้ยวนั่นเอง (14/20)

🥄 SPECIAL DISH

เชฟเตรียมเมนูพิเศษมาให้เราได้ลองชิมกันเป็นกุ้งล็อบสเตอร์ย่างสุกพอเหมาะ จากนั้นจับคู่มากับแครอทม่วงที่ผ่านการกงฟีในบราวน์บัตเตอร์จนหอม ข้าง ๆ กันคือซอสลุ้งล็อบสเตอร์ตัดด้วยความฉุนของน้ำมันผักชีลาว ยังมีแครอทที่ผ่านการดองใน Sherry Vinegar ให้รสเปรี้ยว สุดท้ายคือโฟมทรัฟเฟืลที่สอดไส้ด้วย Harissa หรือเพสต์พริกที่มีความฉุนเฉพาะตัว อย่างไรก็ตามอโรมาของทรัฟเฟิลยังไม่กลมกลืนกับล็อบสเตอร์อยู่บ้าง (13/20)

🥄 HEAVY RAINS

Forage Korlan / Spices Granita

ล้างปากด้วยคอร์สฝนฉ่ำโดยเชฟนำเสนอกรานิต้าลิ้นจี่ป่าที่ออกผลเพียงปีละ 1 ครั้งให้รสชาติเปรี้ยว ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์มะนาวนิ้วมือ

🥄 FOREST THUNDERSTORM

Signature 5-Day Dry-Aged Duck / Forage Mushroom / Local Herbs

คอร์สนี้เชฟนำเสนอเนื้อเป็ดที่ผ่านกระบวนการ Brine ในน้ำเกลือ 3 คืนก่อนจะนำไป Dry-aged ต่ออีก 5 วันรวมกันเป็น 8 วัน ตรงกลางคือซอส Duck Jus ที่ผสมผสานไวน์ลิ้นจี่ที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองและพริกลาบเหนือให้รสชาติที่เข้มข้นพอเหมาะไม่หนักท้องจนเกินไป ข้าง ๆ คือ Prunes Duxelles ที่เชฟนำลูกพรุนไปผัดกับเห็ดแล้วตัดรสด้วยโคโชผักน้ำ ด้านบนคือแผ่นช็อกโกแลตช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติให้มีมิติ (14/20)

คอร์สนี้เชฟนำเสนอเนื้อเป็ดที่ผ่านกระบวนการ Brine ในน้ำเกลือ 3 คืนก่อนจะนำไป Dry-aged ต่ออีก 5 วันรวมกันเป็น 8 วัน ตรงกลางคือซอส Duck Jus ที่ผสมผสานไวน์ลิ้นจี่ที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองและพริกลาบเหนือให้รสชาติที่เข้มข้นพอเหมาะไม่หนักท้องจนเกินไป ข้าง ๆ คือ Prunes Duxelles ที่เชฟนำลูกพรุนไปผัดกับเห็ดแล้วตัดรสด้วยโคโชผักน้ำ ด้านบนคือแผ่นช็อกโกแลตช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติให้มีมิติ (14/20)

🥄 FOREST THUNDERSTORM

Signature 5-Day Dry-Aged Duck / Forage Mushroom / Local Herbs

ในถ้วยข้าง ๆ คือข้าวอบเห็ดท็อปด้านบนด้วยใบมะเดื่อฝรั่ง นอกจากนี้ยังมีเพสต์เห็ดที่คลุกเคล้ากับข้าวแล้วจะมีอโรมาของเห็ดที่โดดเด่นมากขึ้น (14/20)

🥄 SUNSHOWER

Vietnamese Coriander

ล้างปากด้วยไอศกรีมผักแพวจากภาคอีสานรองด้วย Feuilletine หวานกรอบ จากนั้นท็อปด้วยใบส้มกบให้ความฉุนและเปรี้ยวล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวาน (13/20)

🥄 RAINBOW

Thai Cantaloupe / Amazake / Pandan / Elderflowers

ปิดท้ายของหวานเป็นไอศกรีม Elderflowers เสิร์ฟมากับครัมเบิ้ลที่ออกแบบให้คล้ายกับดิน ข้าง ๆ กันตือเค้กแตงไทยที่มีอโรมาหอม ๆ ของใบเตย ด้านบนครบด้วยเมอแรงก์ส้มและคาเวียร์ใบเตยนั่นเอง (14/20)

🥄 HOMEWARD

Fika & Tea

ปิดท้ายด้วย Fika เป็นขนมหวานจิ๋วจับคู่กับชาปิดท้ายมื้ออาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] เชฟภูวดล อัศวเดชกำจร หรือเชฟต็อบ เคยผ่านงานในห้องอาหารชั้นนำหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Sühring (2 MICHELIN Stars), Pru (1 MICHELIN Star) และ Le Normandie (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับห้องอาหาร Guilty เป็นระยะเวลาสั้น ๆ แล้วจึงย้ายมารับงานเป็น Head Chef ให้กับ Løyrom ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

เชฟต็อบได้คัดเลือกวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยที่ชาวต่างชาติหรือแม้กระทั่งคนไทยเองอาจจะยังไม่ค่อยรู้จักมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมัยโดยใช้เทคนิคจากฝั่งตะวันตกเข้ามาประกอบจนได้ออกมาเป็นเมนูแบบใหม่ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อว่า “Rainy Reverie” นั่นเอง

🎗️ [THE PLACE] ทำเลของ Løyrom ตั้งอยู่ในซอยอรรถกวีใจกลางเมืองข้างกันกับ K Village ทั้งยังมีที่จอดรถมากพอสำหรับรองรับลูกค้าได้ทุกโต๊ะ

ภายในตกแต่งด้วยสไตล์ New Nordic สังเกตได้จากการเลือกใช้โทนสีเทาของหินอ่อนเสริมด้วยสีน้ำตาลของไม้ให้บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

ครัวแบบ Open Kitchen ขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของห้องอาหารสร้างความน่าสนใจให้กับลูกค้าที่นั่งอยู่ติดกัน

บนผนังตกแต่งด้วยงานศิลปะที่จะเปลี่ยนไปในแต่ละช่วงในสอดคล้องกันกับคอนเซปของเมนูราวกับเป็น Art Gallery ขนาดย่อม

ใครที่มาเป็นกลุ่มใหญ่สามารถแจ้งกับทางร้านเพื่อขอจองห้อง VIP ได้อีกด้วย

🎗️ [WHY GO] เชฟต็อบได้อาศัยประสบการณ์ในการร้อยเรียง Tasting Menu ออกมาได้ตรงตามธีมหน้าฝนได้อย่างน่าสนใจ แต่ละจานมีรสชาติที่เข้าถึงได้ง่ายจากลูกค้าทุก ๆ กลุ่ม

อีกหนึ่งไฮไลท์ของมื้อนี้คือการจับคู่ Wine Pairing โดยทางร้านได้ว่าจ้างคุณอัครวิศุทธ์ ตรีชญาการณ์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน Sommelier มากความสามารถมานำเสนอเครื่องดื่มที่เข้ากันกับอาหารได้อย่างลงตัวทั้งยังมีราคาเพียง 2,990++ ต่อ 7 แก้วเท่านั้น