หน้าแรก » 🇹🇭 Acqua – แอคควา
Visit: August 22, 2020
🇹🇭 Acqua - แอคควา
เชฟ Alessandro Frau
324/15 Prabaramee Road - Patong Kalim Phuket 83100
Tel: 076-618-127
Cuisine
🍴Italian - อาหารอิตาเลียน
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
14.5/20
Price
[Intro] สายอาหารยุโรปต้องปักหมุด! เพราะร้านที่เราหยิบมาเเนะนำในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนยุคใหม่ที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งในเกาะภูเก็ต หรือจะเรียกว่าดีเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยก็ไม่ผิดนัก นั่นก็คือ Acqua Ristorante
[The Chef] Alessandro Frau เป็นชาวเกาะ Sardinia ห่างออกไปทางตะวันตกของประเทศอิตาลี เเม้ว่าตัวเองจะเรียนจบด้าน Tourism Management จากมหาวิทยาลัยท้องถิ่น เเต่เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปเมื่อเขาตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อวิชาภาษาอังกฤษที่กรุงลอนดอนในปี 1999 เเละทำงานเสริมเป็นผู้ช่วยเชฟในห้องอาหารหลายเเห่งรวมไปถึงห้องอาหารอิตาเลียนชื่อดังในโรงแรม Grosvenor House Hotel หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอ เชฟ Alessandro ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตสายพ่อครัวเป็นหลักเเละเดินทางไปทั่วโลกทั้งเม็กซิโก, สวีเดน, ฝรั่งเศส ก่อนที่จะเดินทางมารับตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับโรงแรม Sheraton Grande Laguna ที่เกาะภูเก็ตในปี 2004
[The Place] เชฟ Alessandro ร่วมงานกับโรงแรม Sheraton จนครบ 4 ปี แล้วจึงเดินตามความฝันด้วยการออกมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในชื่อ Acqua Ristorante ติดกับถนนใหญ่หน้าหาดป่าตอง ตัวอาคารเป็นบ้านทรงโมเดิร์นสีขาว ด้านหน้าเป็นกระจกใสบานใหญ่ช่วยให้ห้องทานอาหารหลักดูโปร่ง ไม่อึดอัดตา ใครที่เเวะเวียนมาทานช่วงมื้อกลางวันสามารถมองออกไปเห็นวิวอันสวยงามของทะเลอันดามัน บุคลิคภาพแบบ Perfectionist ของเชฟแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านการเลือกใช้โทนสีขาวสลับดำของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดภายในร้าน ห้องครัวที่นี่เป็นแบบ Open Kitchen ลูกต้าสามารถนั่งทานอาหารพร้อมมองดูทีมเชฟจัดเตรียมอาหารตั้งเเต่ขั้นตอนการปรุงไปจนถึงการจัดเเต่งจาน เชฟ Alessandro และห้องอาหาร Acqua ได้รับรางวัลจากทั้งในประเทศเเละต่างประเทศมากมายรวมไปถึงผู้ชนะเลิศรายการ Iron Chef Thailand ในปี 2013, รางวัล Best Upcountry Restarurant จาก Tatler Thailand และ L’Assiette จาก Michelin Guide Phuket
[The Food] ลูกค้าสามารถเลือกทานเป็นเมนู À La Carte ที่มีให้เลือกหลากหลาย (ขอย้ำว่าเยอะมากๆ) หรือจะทานเป็น 8 Course Acqua Signatures DEGUSTATION menu ซึ่งมีให้เลือกสองแบบ เป็นเซ็จเมนูที่รวบรวมบรรดา Signature Dish ของเชฟ Alessandro เข้าไว้ด้วยกัน วันนี้เราเลือกทานเป็น Degustation Menu ชุดเเรกที่ราคา 2,500++ ต่อคน เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูชนำเสิร์ฟมา 3 อย่าง พร้อมด้วยชุดขนมปังโฮมเมดสไตล์อิตาเลียนที่มีให้เลือกเต็มตะกร้า ในเซ็ตนี้จะมีตัวที่เชฟภาคภูมิใจนำเสนอคือ
Sous vide cooked Octopus salad หรือสลัดปลาหมึกยักษ์เป็นจานที่ได้รับแรงบัลดาลใจจากความหลังครั้งเยาว์วัยที่เชฟเคยจับปลาหมึกยักษ์ไปขายให้กับเพื่อนของคุณเเม่เป็นประจำ (14/20)
55 minutes slow cooked egg หรือไข่ที่ผ่านความร้อนต่ำๆนานถึง 55 นาทีจนกึ่งสุกกึ่งดิบ จับคู่กับฟองดูพาเมซานชีสและ Italian Summer Black Truffle (16/20)
Memories of “Fior di Latte” เมนูขนมหวานที่ดีที่สุดเท่าที่เราได้ทานมาในรอบครึ่งปีเป็นการนำเสิร์ฟฟิยอดิลัตเต้หรือเจลาโต้ในรูปแบบที่เเตกต่างกันถึง 5 อย่าง (17/20)
Price :
2,500-3,500 THB/p
Parking :
ทางร้านมีที่จอดรถให้บริการ
Operating Time :
17.00-23.00
Dress Code :
Casual
Score
👍 เรามาที่นี่เพื่อเฟ้นหาร้านอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในภูเก็ตเเต่กลับกลายเป็นว่าเราค้นพบหนึ่งในร้านอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดในประเทศไทย
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 Acqua Signatures DEGUSTATION menu (2,500++/p)
Tuna tartar on avocado mash, Hokkaido sea urchin, salmon eggs, smoked Avruga caviar and burrata cheese
Scallops carpaccio served with black truffle, raw asparagus in olive oil and lemon juice and truffle essence
Sous vide cooked Octopus salad, marinated in extra virgin olive oil, lemon and vinegar, fennel leaves, celery and Taggiasche olives DOP
55 minutes slow cooked egg on a Parmesan cheese fondue, fresh black truffle and crispy pancetta powder
Smoked buffalo mozzarella risotto with Sicilian capers, Cantabrian anchovies, Sicilian red prawns and Siberian caviar
Pan fried USA scallops with Foie Gras, chilly jam and truffle pumpkin sauce
Wood fired roasted suckling pig, saffron and violette potatoes, broad beans and it’s own sauce
Coffee or Tea and petit four
Acqua – แอควา
Italian – อาหารอิตาเลียน
ป้ายมิชลิน
สายอาหารยุโรปต้องปักหมุด! เพราะร้านที่เราหยิบมาเเนะนำในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนยุคใหม่ที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งในเกาะภูเก็ต หรือจะเรียกว่าดีเป็นอันดับต้นๆของประเทศไทยก็ไม่ผิดนัก นั่นก็คือ Acqua Ristorante
Amuse-bouche
เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูชนำเสิร์ฟพร้อมกัน 3 อย่างคือ Pane carasau with smoked mozzarella, Sardinia snack และ Arancino
Amuse-bouche
Pane carasau with smoked mozzarella
อย่างเเรกคือ “ปาเน่คาราเซาและชีสมอซซาเรล่ารมควัน” ขนมปังคาราเซาแผ่นบางกรอบเป็นขนมปังพื้นเมืองของเกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ด้านบนเป็นชีสมอซซาเรลล่าที่ผ่านการรมควันจนหอมเสริมด้วยกลิ่นของเคเปอร์และออริกาโน อร่อยไม่เบาเลย (15/20)
Amuse-bouche
Sardinia snack
ถัดมาคือของว่างที่เรียกว่า “ซาดิเนียสเเน็ค” เชฟใช้ขนมปังคาราเซากรอบมารองด้านล่าง ด้านบนมีพูเรสีขาวทำมาจาก Pecorino cheese พูเรสีเขียวทำมาจาก Green olive ยังมี Salami ชิ้นโตซึ่งเป็นพระเอกให้เนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวเล็กน้อย มีรสชาติเค็มปนอุมามิและช่วยเรียกน้ำย่อยได้ดี ชิ้นนี้เชฟ Alessandro ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากคนเลี้ยงเเกะในเเคว้น Sardinia ซึ่งต้องจัดเตรียมอาหารเเห้งสำหรับเดินขึ้นบนเขาหลายวัน (15/20)
Amuse-bouche
Arancino
สุดท้ายคือ “อารันชิโน” หรือข้าวรีซอตโตทอดจนผิวด้านนอกเหลืองกรอบ ด้านบนคือ Pizzaiola sauce ทำมาจากมะเขือเทศ, ผงเคเปอร์ และออริกาโน ทานเเล้วให้รสเปรี้ยวช่วยเรียกความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี (14/20)
Tuna tartar on avocado mash, Hokkaido sea urchin, salmon eggs, smoked Avruga caviar and burrata cheese
จากนั้นเราจะเข้าสู่จานเเรกของรายการเมนู
Tuna tartar on avocado mash, Hokkaido sea urchin, salmon eggs, smoked Avruga caviar and burrata cheese
เมนูเเรกในคอร์สคือ “ทูน่าทาทาร์” หรือเนื้อปลาทูน่าที่ผ่านการสับจนละเอียดจนนุ่มลิ้น ซอสสีขาวชั้นถัดมาคือ Burrata cheese ส่วนเลเยอร์ชั้นบนมีองค์ประกอบของ Avruga caviar ให้รสเค็มเบาๆ ยังมีไข่ปลาแซลมอนและอูนิจาก Hokkaido อันนึงเคี้ยวเเล้วเเตกในปากอีกอันนึงครีมมี่ทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างกัน เเต่ไข่ปลาเเซลมอนดูจะโดดเด่นแซงองค์ประกอบอื่นๆไปสักหน่อย สีเขียวด้านล่างคือ Mashed avocado with lemon sauce เป็นอโวคาโดที่ผ่านการบดจนละเอียดและมีรสเปรี้ยวนิดๆของเลมอนทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมเเต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (14/20)
Scallops carpaccio served with black truffle, raw asparagus in olive oil and lemon juice and truffle essence
จานนี้คือ Great Scallops หรือ “หอยเชลล์ยักษ์” ชิ้นโตนำเข้าจากอเมริกา เชฟแล่มาเป็นชิ้นบางๆเพื่อนำเสิร์ฟเป็นคาปาซโช่ เนื้อหอยเชลล์หวาน นุ่ม ในเเบบที่ควรจะเป็น เสริมด้วยความกรอบของหน่อไม้ฝรั่ง ทีเด็ดคือการใส่ Lemon sauce เเละ White balsamic caviar ลงไปเพื่อตัดความหวานของเนื้อหอยเชลล์ ซอสเลมอนทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆจนเราแอบรู้สึกว่าใส่มาน้อยไปหน่อยเทียบกับปริมาณของหอยเชลล์ มีน้ำมันมะกอกเป็นตัวเชื่อมเนื้อสัมผัสเเละรสชาติ ด้านบนคือ Italian Summer black truffle ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้เด่นขึ้นมา (14/20)
Sous vide cooked Octopus salad, marinated in extra virgin olive oil, lemon and vinegar, fennel leaves, celery and Taggiasche olives DOP
มาถึงจานเเรกที่ถูกหยิบยกให้เป็น Signature Dish ประจำร้าน Acqua คือ “สลัดปลาหมึกยักษ์” เชฟเล่าให้ฟังว่าจานนี้เป็นอาหารพื้นบ้านทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เริ่มจากการนำหนวดปลาหมึกยักษ์ไปซูวีจนนุ่ม จากนั้นหั่นเป็นชิ้นบางๆ มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบเเต่ไม่เหนียว นำไปปรุงรสด้วยน้ำมันมะกอก น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู pressed celery และกระเทียมหั่นเเว่นเพียงหนึ่งชิ้นเพื่อเเสดงถึงสูตรดั้งเดิมของสลัดจานนี้ อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของจานที่ต้องหยิบมาพูดถึงคือ Taggiasche olives มะกอกจากเเคว้น Liguria ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอิตาลี เป็นมะกอกที่การันตีด้วยสัญลักษณ์ DOP มีรสเค็มนิดๆ เนื้อสัมผัสหนึบๆ ไม่มีกลิ่นเหม็นใดๆ ช่วยเพิ่มสีสันทางรสชาติให้กับจานนี้ได้ลงตัว (14/20)
55 minutes slow cooked egg on a Parmesan cheese fondue, fresh black truffle and crispy pancetta powder
ตามมาติดๆด้วย Signature Dish จานถัดมาเป็น “ไข่” ที่ถูกนำไป slow cooked ในความร้อนต่ำๆนานถึง 55 นาทีจนมีลักษณะกึ่งสุกกึ่งดิบ (คล้ายกับไข่ลวกเเต่มีความสุกที่สม่ำเสมอกันมากกว่า) ด้านล่างเป็นฟองดูของพาเมซานชีส ทอปด้านบนด้วย Italian Summer Black Truffle และผงเเพนเชตต้ากรอบด้านบน เชฟเสิร์ฟมาในหญ้าแห้งดูคล้ายรัง น่าทานมากๆ (16/20)
55 minutes slow cooked egg on a Parmesan cheese fondue, fresh black truffle and crispy pancetta powder
ไข่ที่ผ่านการ slow cooked นุ่มเเละสุกเท่ากันดีมากตัดความความกรอบนิดๆของเเพนเชตต้า เสริมด้วยรสชาติเค็มนิดๆของพาเมซานชีสฟองดูด้านล่าง ส่วนเรื่องกลิ่นต้องยกให้กับพระเอกอย่างทรัฟเฟิลที่หอมเด่นตั้งเเต่ยกมาเสิร์ฟเลยทีเดียว (16/20)
Smoked buffalo mozzarella risotto with Sicilian capers, Cantabrian anchovies, Sicilian red prawns and Siberian caviar
สำหรับคอร์ส Primi จานนี้คือ “มอซซาเรลล่ารีซอตโต้” ที่เชฟนำข้าวไปปรุงกับชีสมอซซาเรลล่าที่ผ่านการรมควันจนหอม ตัวข้าวมีความ Al Dente กรึบตรงกลางเล็กน้อย รสชาติเค็มโดดตรงตามต้นตำรับ ส่วนองค์ประกอบด้านบนมีหลายอย่าง เริ่มจากไฮไลท์อย่างแองโชวีจากเเคว้นเเคนตาเบรียในประเทศสเปนซึ่งเป็นหนึ่งในแองโชวี่ที่คุณภาพสูงที่สุดในโลก มีรสเค็มกลมกล่อม ไม่มีกลิ่นเหม็น ข้างกันเป็นกุ้งเเดงจากเเคว้นซิซิลีประเทศอิตาลี เชฟทำกุ้งออกมาได้เพอร์เฟคมากๆ ลักษณะเด่นของกุ้งเเดงอยู่ครบทุกอย่าง ทั้งเนื้อนุ่ม รสชาติหวานฉ่ำ ยังมีเคเปอร์ที่เชฟนำเข้ามาจากเเคว้นซิซิลีเช่นกัน (15/20)
Smoked buffalo mozzarella risotto with Sicilian capers, Cantabrian anchovies, Sicilian red prawns and Siberian caviar
แอบเล่านอกเรื่องกันสักนิด … ตอนที่จานนี้ยกมาเสิร์ฟเราได้พูดกับเชฟถึงสุดยอดวัตถุดิบหลักอย่าง Cantabrian Anchovies เชฟเล่าให้เราฟังว่าเเต่เดิมเชฟก็ไม่ชอบเเองโชวี่เช่นกันจนกระทั่ง 7-8 ปีก่อนมีลูกค้านำแองโชวี่จากเเคนตาเบรียมาให้ชิมแล้วเชฟเกิดประทับใจมากๆ ฉะนั้นตอนนี้หากพูดถึงเเองโชวี่เชฟจะทานเฉพาะเเองโชวี่เกรดทอปของเเคนตาเบรียเท่านั้น ส่วนตัวเราเองก็เพิ่งได้ไปเที่ยวที่เเคนตาเบรียมาเมื่อปลายปีก่อนก็ขอการันตีเลยว่าใครไม่ชอบทานเเองโชวี่อยากให้เปิดใจลองหามาชิมดู นอกจากนี้ยังขอพูดถึงกุ้งเเดง ถึงเเม้ว่าเราจะหาทานกุ้งเเดงได้ตามร้านอาหารดีๆในกรุงเทพเเต่จะหาร้านที่ปรุงให้เนื้อนุ่มหวานเหมือนในยุโรปนี่หาได้ยากมากๆเเม้กระทั่งร้านในมิชลินไกด์ก็ตาม ฉะนั้นใครที่มาทานร้านนี้ห้ามพลาดจานนี้ด้วยประการทั้งปวง (15/20)
Pan fried USA scallops with Foie Gras, chilly jam and truffle pumpkin sauce
มาถึง Secondi จานเเรกคือ Great scallop หรือ “หอยเชลล์ยักษ์” นำเข้าจากประเทศอเมริกา เชฟนำไปจี่บนกระทะจนสุกพอดี ด้านบนทอปด้วยฟัวกราส์ที่ผ่านการเซียมาอย่างดีเช่นกัน ด้านล่างรองด้วยฟักทองเเละเห็ดทรัฟเฟิลทำมาเป็นแมช ตัดความมันเเละครีมด้วยรสหวานของชิลลี่เเจมด้านบน
จานนี้เเม้ว่าเนื้อหอยเชลล์จะทำมานุ่มพอดีมากๆ เเต่เราติดตรงขนาดของฟัวกราส์ที่ใส่มาค่อนข้างใหญ่ พอทานกับ mashed pumpkin ที่มีความมันเเละครีมมี่เหมือนกันทำให้รู้สึกว่าตัวฟัวกราส์เเละเเมชเด่นจนกลบหอยเชลล์มากเกินไป หากลดขนาดของฟัวกราส์ลงสักนิดน่าจะทำให้จานนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (13/20)
Wood fired roasted suckling pig, saffron and violette potatoes, broad beans and it’s own sauce
อาหารคาวจานสุดท้ายคือ Suckling pig หรือ “หมูหัน” อบเเละย่างเตาถ่านจนหนังกรอบ เเต่เนื้อนุ่มสุกกำลังดี ราดด้วย pork jus หรือซอสที่ได้จากเนื้อหมูเองขณะเข้าเตาอบนำไปเคี่ยวจนข้น ฝั่งขวาคือพูเรเมล็ดถั่วสีเขียวเเละ saffron mashed potatoes สีเหลือง ทอปด้านบนด้วย crispy pancetta powder ซึ่งจะมีกลิ่นหอมของเเซฟรอนมาเสริมกับกลิ่นของหมูหัน ฝั่งซ้ายคือ violet mashed potatoes และมันฝรั่งทอดกรอบให้ทานสลับกัน (15/20)
Memories of “Fior di Latte” Milk semifreddo, foam, gelatin, sauce and gelato
ปิดท้ายด้วยอาหารหวาน เเละยังเป็นจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้เรียกว่า “ความทรงจำของฟิยอ ดิ ลัตเต้” เเน่นอนว่าองค์ประกอบหลักของจานคือ Fior di Latte หรือไอศกรีมเจลาโต้แบบที่ไม่ได้ใส่รสชาติเสริมลงไปนั่นเอง เชฟเล่าให้เราฟังว่าจานนี้ได้รับเเรงบันดาลใจมาจากความทรงจำในวัยเด็กเมื่อคุณเเม่พาเขาไปที่ร้านกาแฟเพื่อซื้อไอศกรีม สำหรับเด็กๆถือเป็นเรื่องใหญ่ที่น่าตื่นเต้นมากๆ เชฟได้นำ Fior di Latte เสิร์ฟมาในรูปแบบ Different textures เริ่มจาก 1) เซมิเฟรดโด้ทรงกลม 2) คลุมด้วยแผ่นเจลาติน 3) โรยหน้าด้วยโฟมด้านบน 4) ข้างกันฝั่งขวาคือซอส 5) ส่วนฝั่งซ้ายคือเจลาโต้ สำหรับซอสเเละโฟมเชฟใส่ผิวเลมอนลงไปเล็กนิดเพื่อเพิ่ม acidity flavor เพียงเล็กน้อย แผ่นตรงกลางคือเมอแรงก์ที่เสริมความกรอบเเละรสหวานนิดๆให้กับจาน
ความสุดยอดของจานนี้คือการที่เชฟนำ Fior di Latte มาทำเป็นองค์ประกอบที่เเตกต่างกัน ทุกอย่างมีกลิ่นหอมนม มีเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย รสชาติหวานกำลังดี อร่อยเลิศ ทั้งยังเป็นการสื่อความทรงจำในวัยเด็กของตัวเชฟเองผ่านอาหารเพียงหนึ่งจานออกมาได้อย่างไร้ที่ติจนเรายอยกให้เป็นหนึ่งในอาหารจานที่ดีที่สุดในทริปภูเก็ตนี้เลยทีเดียว (17/20)
Coffee or Tea and petit four
ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยเปอตาส์โฟว์สุด cuteeeeee ! เสิร์ฟมา 3 อย่างพร้อมกัน
Coffee or Tea and petit four
อย่างเเรกเป็น Cannoli ขนมหวานโฮมเมดจากบ้านเกิดของเชฟในเเคว้น Sicily เป็นขนมทรงกระบอก ด้านนอกเป็นแป้งกรอบสอดไส้ครีมหวานๆด้านใน (13/20)
Coffee or Tea and petit four
ถัดมาคือ Vanilla cream and blueberry tart เป็นทาร์ตเล็ทขนาดจิ๋วตรงกลางเป็นครีมวานิลลา ทอปด้วยบลูเบอร์รี่ที่ด้านบน (13/20)
Coffee or Tea and petit four
สุดท้ายคือ Beignet ขนมสไตล์ฝรั่งเศสเคลือบช็อกโกแลตเสิร์ฟมาในกล่องเพลงสุดน่ารักทำให้มี Music box เล่นระหว่างที่เรานั่งทานเปอตีส์โฟว์พร้อมจิบกาแฟปิดท้ายมื้ออาหาร (13/20)
Coffee or Tea and petit four
เปอตีส์โฟว์เสิร์ฟมาคู่กับกาแฟ Illy coffee หรือชาซึ่งรวมอยู่ในราคาของ Set Menu แล้ว
Italian Bread
สำหรับขนมปังทางร้านมีให้เลือกหลากหลายชนิดมากๆทั้ง Mini Ciabatta Bread, Pane Carasau, Cafone Bread, Focaccia Pugliese with Onion Confit, Wood Fired Baked Rosemary Focaccia เสิร์ฟกับ Extravirgin Olive Oil และ Balsamic Vinegar
Acqua Signatures DEGUSTATION menu (2,500++/p)
เชฟ Alessandro ร่วมงานกับโรงแรม Sheraton จนครบ 4 ปี แล้วจึงเดินตามความฝันด้วยการออกมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในชื่อ Acqua Ristorante ติดกับถนนใหญ่หน้าหาดป่าตอง
บุคลิคภาพแบบ Perfectionist ของเชฟแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านการเลือกใช้โทนสีขาวสลับดำของเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดภายในร้าน
เชฟ Alessandro ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตสายพ่อครัวเป็นหลักเเละเดินทางไปทั่วโลกทั้งเม็กซิโก, สวีเดน, ฝรั่งเศส ก่อนที่จะเดินทางมารับตำเเหน่ง Executive Chef ให้กับโรงแรม Sheraton Grande Laguna ที่เกาะภูเก็ตในปี 2004 หลังจากร่วมงานกับโรงแรม Sheraton จนครบ 4 ปี แล้วจึงเดินตามความฝันด้วยการออกมาเปิดร้านอาหารเป็นของตัวเองในชื่อ Acqua Ristorante
ห้องครัวที่นี่เป็นแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถนั่งทานอาหารพร้อมมองดูทีมเชฟจัดเตรียมอาหารตั้งเเต่ขั้นตอนการปรุงไปจนถึงการจัดเเต่งจาน
Alessandro Frau เป็นชาวเกาะ Sardinia ห่างออกไปทางตะวันตกของประเทศอิตาลี เเม้ว่าตัวเองจะเรียนจบด้าน Tourism Management จากมหาวิทยาลัยท้องถิ่น เเต่เส้นทางชีวิตเปลี่ยนไปเมื่อเขาตัดสินใจเดินทางไปศึกษาต่อวิชาภาษาอังกฤษที่กรุงลอนดอนในปี 1999 เเละทำงานเสริมเป็นผู้ช่วยเชฟในห้องอาหารหลายเเห่งรวมไปถึงห้องอาหารอิตาเลียนชื่อดังในโรงแรม Grosvenor House Hotel
เชฟ Alessandro และห้องอาหาร Acqua ได้รับรางวัลจากทั้งในประเทศเเละต่างประเทศมากมายรวมไปถึงผู้ชนะเลิศรายการ Iron Chef Thailand ในปี 2013, รางวัล Best Upcountry Restarurant จาก Tatler Thailand และ L’Assiette จาก Michelin Guide Phuket
ตัวอาคารเป็นบ้านทรงโมเดิร์นสีขาว ด้านหน้าเป็นกระจกใสบ้านใหญ่ช่วยให้ห้องทานอาหารหลักดูโปร่ง ไม่อึดอัดตา ใครที่เเวะเวียนมาทานช่วงมื้อกลางวันสามารถมองออกไปเห็นวิวอันสวยงามของทะเลอันดามัน
รสชาติอาหารทำออกมาสมกับเป็นห้องอาหารอิตาเลียนที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย เชฟ Alessandro นำเสนออาหารอิตาเลียนชั้นสูงโดยอาศัยเทคนิคการปรุงสมัยใหม่ไปจนถึงเทคนิคอาหารโมเลกุลโดยไม่ทิ้งรากเหง้าดั้งเดิมของอาหารทุกจาน ราคาอาหารถือว่าไม่แพงเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ เราขอเเนะนำเป็นอย่างยิ่งให้เพื่อนๆสายอาหารยุโรปเพิ่ม Acqua Ristaurante เข้าไปอยู่ในตัวเลือกต้นๆหากได้เเวะเวียนมาเที่ยวเมืองภูเก็ต