หน้าแรก » 🇹🇭 Jia Tong Heng (Sidonchai) – เจี่ยท้งเฮง (สาขาศรีดอนไชย)
Visit: December 30, 2020
🇹🇭 Jia Tong Heng (Sidonchai) - เจี่ยท้งเฮง (สาขาศรีดอนไชย)
193/2-3 ถนน ศรีดอนไชย ตำบลช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่ 50100
Tel: 053-820-860
Cuisine
🍴 Chinese - อาหารจีน
Country
Thailand
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
13/20
Price
รีวิววันนี้ขอกล่าวถึงห้องอาหารจีนที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งโดดเด่นด้วยเมนูพื้นบ้านอย่างเป็ดปักกิ่งและเห็ดหูหนูผัดไข่สูตรดั้งเดิมอายุกว่า 63 ปี นั่นก็คือร้าน ”เจี่ยท้งเฮงสาขาศรีดอนไชย“ นั่นเอง
ประวัติของร้านต้องเล่าย้อนไปช่วงปี พ.ศ. 2500 นายเปงท้ง และ นางสุ่ยงิ้ม แซ่เจี่ย เป็นชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาโดยเรือสำเภาจีนสู่ประเทศในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากแต่งงานกันและตั้งรกรากที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งคู่ได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหารจีนแต้จิ๋วเล็กๆขายอยู่ในตลาดนวรัฐไม่ไกลกันกับที่ตั้งของร้านปัจจุบันโดยมีเมนูที่โด่งดังในช่วงเวลานั้นอย่างเห็ดหูหนูผัดไข่ (ซึ่งอร่อยสุดยอดจริงๆ เราจะขอเล่าถึงในส่วนถัดไป) ขาหมู เป็ดพะโล้ และผักปวยเล้งผัดน้ำมันหอย กิจการขายดิบขายดีจนกระทั่งปี 2522 อาม่าได้ขยายร้านเดิมเป็นตึก 3 ชั้น 4 คูหาเพื่อให้ตัวร้านสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่าวันละ 400 คน แต่ก็ยังไม่พอให้บริการในช่วงเทศกาล จุดนี้เองจึงเป็นที่มาของร้านเจี่ยท้งเฮงสาขา 2 ที่เราได้มานั่งทานกันในวันนี้ซึ่งเลือกทำเลบนถนนศรีดอนไชยเพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าได้ราวๆ 300 คนพร้อมที่สำหรับจอดรถ (ในช่วงนั้นคนเริ่มนิยมรถส่วนตัวขับกันแล้ว) ก่อนที่จะขยับขยายและปรับปรุงครั้งใหญ่ในช่วงปี 2536 เพื่อให้รองรับลูกค้าได้ถึง 1,000 คน ! และเป็นร้านอาหารร้านแรกและแห่งเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ที่สามารถรองรับการจัดงานแต่งงานขนาดใหญ่ได้นอกเหนือจากโรงแรมหรู สุดยอดมากๆ
ชื่อ “เจี่ยท้งเฮง” มีที่มาจากคำ 3 คำ เริ่มจากคำว่า “เจี่ย” เป็นแซ่หรือนามสกุลของอากงและอาม่าคือแซ่เจี่ย คำว่า “ท้ง” อาม่าได้ให้เกียรตินำชื่อต้นของอากงคือเปงท้งมาใส่เอาไว้ ส่วนคำว่า “เฮง” แปลว่าดีนั่นเอง แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่คนพื้นเมืองแต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ เจี่ยท้งเฮง กลายเป็นจุดมุ่งหมายทางอาหารที่สำคัญของชาวจีนเกิดขึ้นเมื่อ เติ้ง ลี่จวิน น้กร้องชื่อดังได้แวะมาทานอาหารที่นี่และนำไปเล่าจนเกิดกระแสในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนจนมีคนตามมาทานกันแน่นร้านในช่วงไฮซีซั่น กิจการของร้านเจริญรุ่งเรืองจนได้ขยับขยายไปเปิดสาขาเพิ่มที่ฟ้าฮ่ามเพื่อรองรับลูกค้าที่สัญจรไปมาระหว่างจังหวัด และสาขา One Nimman ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มเด็กวัยรุ่นและเด็กมหาลัย ใครที่สะดวกที่ไหนก็ตามไปกันได้เลย ช่วงหลังมานี้เจ้าของร้านรุ่นที่ 2 คุณภักดี เจียรสาธิตได้เริ่มมอบหมายงานให้ลูกชาย เชฟแบงค์-พงศกร เจียรสาธิต เข้ามาควบคุมดูแลคุณภาพอาหารรวมไปถึงการเปิดสาขาใหม่ที่ One Nimman หลังจากเรียนจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเข้าทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 3 รวมไปถึงงานดีเจในกรุงเทพจนถึงจุดอิ่มตัว เชฟแบงค์เริ่มเดินตามความฝันของตัวเองโดยการสมัครเข้าแข่งขันรายการ Masterchef Thailand Season 1 และฝากผลงานอันเป็นที่น่าจดจำเอาไว้ให้เราได้เห็นกัน นอกจากนี้ยังได้สมัครเป็นลูกศิษย์ของเชฟชุมพลเจ้าของร้านอาหารระดับ Michelin Star 2 ดาว และเรียนรู้เทคนิคอาหารยุคใหม่อยู่นานถึง 1 ปีครึ่งก่อนที่จะย้ายกลับมาสานต่อธุรกิจของร้านเจี่ยท้งเฮงจนถึงปัจจุบัน
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งทานที่หน้าร้านดั้งเดิมซึ่งเป็นห้องอาหารแบบโอเพ่นแอร์ หรือจะเลือกนั่งทานที่ด้านในซึ่งเป็นห้องปรับอากาศขนาดใหญ่ ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านก็มีห้องส่วนตัวให้บริการ ด้วยความที่พื้นเพแต่เดิมของอาม่าเป็นคนแต้จิ๋วอพยพ อาหารที่นี่จึงเน้นไปทางอาหารทะเลเป็นหลัก อย่างไรก็ตามเราขอปักหมุดอาหารจานเด็ด 3 อย่างที่ขอย้ำว่าห้ามพลาดเด็ดขาดเมื่อแวะมาทานที่ร้านเจี่ยท้งเฮงคือ
ขอปักหมุดจานที่ทำเอาเราตกใจและรู้สึกว้าวมากที่สุดในค่ำคืนนี้คือ “เห็ดหูหนูผัดไข่” ซึ่งเจี่ยท้งเฮงน่าจะเป็นร้านที่ทำเมนูนี้ออกมาได้ดีที่สุดในประเทศไทยแล้ว เชฟแบงค์ใช้สูตรดั้งเดิมอายุกว่า 63 ปี เริ่มจากนำเห็ดหูหนูไปผัดในกระทะเหล็กแบบจีนขนาดใหญ่ เปิดไฟสูงแล้วค่อยๆเติมไข่ลงไปทำให้ทุกองค์ประกอบสุกโดยเร็ว เมื่อตักทานแล้วจะพบกับกลิ่นหอมกระทะเด่นชัดเจนมากๆ ไข่มีความกรอบนิดๆแต่ไม่แห้งและไม่อมน้ำมัน … เห็นจานใหญ่ขนาดนี้บอกเลยว่าอร่อยจนเราตักทานเกลี้ยงจาน ใครอยากรู้ว่าอาหารราคาจานละ 120 บาทที่ทำได้คะแนนสูงถึง 15/20 ตามมาตรฐานของเพจเราเป็นอย่างไร ต้องลงตามมาชิมแล้วล่ะ (15/20)
ห้ามพลาดเมนู “เป็ดปักกิ่ง” เพราะเป็นเมนูที่ใช้เทคนิคของเชฟสูงมากและทำเสิร์ฟกันแบบตามออเดอร์ ขั้นตอนเริ่มต้นจากการนำเป็ดขนาดกลางทั้งตัวลงไปทอดในน้ำมันเดือดเพื่อให้หนังสุกโดยเร็วและกรอบ จากนั้นนำไปแล่เป็นแผ่นบางๆโดยขั้นตอนนี้ต้องไม่มีชั้นไขมันและกล้ามเนื้อติดมาด้วย เราแอบทึ่งกับเชฟที่นี่เหมือนกันเพราะขนาดภัตตาคารในโรงแรมหรูที่กรุงเทพซึ่งมีราคาสูงกว่านี้เท่าตัวก็ยังมีจุดพลาดให้เห็นได้กันได้บ่อยๆ หนังเป็ดจะเสิร์ฟมาคู่กับแผ่นแป้ง แตงกวาง ต้นหอม และน้ำซอสซึ่งทำมาจากวัตถุดิบมากกว่า 10 ชนิด ซึ่งมีความหวานกลมกล่อมทำให้คนไทยทานได้ง่ายเพราะไม่มีกลิ่นเฉพาะตัวเหมือนซอสสไตล์ฮ่องกงและไม่มีรสเค็มนำเหมือนซอสสไตล์ปักกิ่ง นอกจากนี้ยังจัดเสิร์ฟมามากถึง 3 คอร์ส ! คุ้มค่ากับราคาสุดๆ (14/20)
อีกหนึ่งเมนูเด่นประจำห้องอาหารจีนแต้จิ๋วทุกร้า และเป็นจานเรียกน้ำย่อยที่โดดเด่นที่สุดในค่ำคืนนี้คือ “แมงกระพรุนน้ำมันงา” เชฟแบงค์ใช้แมงกระพรุนคัดเกรดอย่างดีไปล้างด้วยน้ำส้มสายชู จากนั้นนำไปผ่านน้ำเปล่าเพื่อให้ความเปรี้ยวหายไป ต่อด้วยการหมักในเครื่องปรุงสูตรลับและราดน้ำมันงาลงไปจนส่งกลิ่นหอม เสิร์ฟมาแบบเย็น ทีเด็ดของจานอยู่ที่การใส่รสเผ็ดและความจัดจ้านซึ่งแฝงความเป็นไทยลงไปในอาหารแต้จิ๋วได้อย่างลงตัว เป็นจานที่แนะนำมากๆให้ทุกคนที่มาทาน ห้ามพลาดเด็ดขาด (14/20)
แม้จะเป็นอาหารพื้นบ้านแต่รสชาติโดยรวมถือว่าทำออกมาแทบจะไร้ข้อผิดพลาด อาหารทุกจานเต็มไปด้วยอัตลักษณ์และมีกลิ่นอายความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน เชฟแบงค์เจ้าของร้านรุ่นที่ 3 สามารถสานต่องานการควบคุมห้องอาหารจีนที่ใหญ่และดีที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ที่สำคัญคือราคาอาหารหลายๆจานถูกกว่าร้านข้าวต้มบางแห่งในกรุงเทพเสียอีก !!! ใครที่เป็นคออาหารจีนหรือแม้กระทั่งเพื่อนๆที่มีใจรักอาหารอยากลิ้มลองอาหารเหลาราคาคุ้มค่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
Price :
300-800 THB/p
Parking :
จอดฟรีหน้าร้าน
Operating Time :
10.00-22.00
Dress Code :
Casual
Score
👍 ร้านอาหารจีนที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ รสชาติดีงาม ราคาคุ้มค่า
อาหาร :
13
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Jellyfish with sesame oil
Deep fried crab balls, Chinese style
Fried fish’s stomach salad Thai style, hot and sour flavour
Crispy pork Hong Kong style
Pei Jing duck – special
Duck meat fried with black pepper
Deep-fried duck meat with garlic
Boiled sea bass with Chinese plums
Jaw’s ear fried with egg
Fried rice with crab
Sweet yellow nuts with taro paste
Deep fried stuffed jujube
Jia Tong Heng (Sidonchai) – เจี่ยท้งเฮง (สาขาศรีดอนไชย)
รีวิววันนี้ขอกล่าวถึงห้องอาหารจีนที่ดีที่สุดในจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งโดดเด่นด้วยเมนูพื้นบ้านอย่างเป็ดปักกิ่งและเห็ดหูหนูผัดไข่สูตรดั้งเดิมอายุกว่า 63 ปี นั่นก็คือร้าน ”เจี่ยท้งเฮงสาขาศรีดอนไชย“ นั่นเอง
แมงกะพรุนน้ำมันงา (120)
Jellyfish with sesame oil
เริ่มต้นด้วยเมนูเด่นประจำห้องอาหารจีนแต้จิ๋วทุกร้าน และเป็นจานเรียกน้ำย่อยที่โดดเด่นที่สุดในค่ำคืนนี้คือ “แมงกระพรุนน้ำมันงา” เชฟใช้แมงกระพรุนคัดเกรดอย่างดีไปล้างด้วยน้ำส้มสายชู จากนั้นนำไปผ่านน้ำเปล่าเพื่อให้ความเปรี้ยวหายไป ต่อด้วยการหมักในเครื่องปรุงสูตรลับและราดน้ำมันงาลงไปจนส่งกลิ่นหอม เสิร์ฟมาแบบเย็น ทีเด็ดของจานอยู่ที่การใส่รสเผ็ดและความจัดจ้านซึ่งแฝงความเป็นไทยลงไปในอาหารแต้จิ๋วได้อย่างลงตัว เป็นจานที่แนะนำมากๆให้ทุกคนที่มาทาน ห้ามพลาดเด็ดขาด (14/20)
หอยจ้อทอด (120)
Deep fried crab balls, Chinese style
หอยจ้อที่นี่ทำออกมาโดยใช้สูตรดั้งเดิมที่สืบต่อกันมารุ่นสู่รุ่น เชฟบอกว่าทางร้านปั้นกันเองทุกลูกโดยใช้เนื้อปูก้อนปริมาณมากพอสมควรมาห่อด้วยฟองเต้าหู้แล้วมัดปิด จากนั้นนำไปนึ่ง ตามด้วยขั้นตอนการลงทอด ใช้ช้อนหั่นออกมาจะพบกับเนื้อปูร้อนๆ มีกลิ่นหอมชัดเจน ทานเปล่าๆหรือทานกับน้ำซอสสูตรเด็ดก็ดีงามไม่แพ้กัน (13/20)
ยำกระเพาะปลา (150)
Fried fish’s stomach salad Thai style, hot and sour flavour
หลังทานจานนี้เสร็จบอกเลยว่าไม่น่าจะมีร้านที่ทำเมนูกระเพาะปลาได้ดีขนาดนี้แล้วขายในราคาเพียง 150 บาทอยู่แล้วในเมืองไทย เชฟใช้กระเพาะปลาคุณภาพระดับกลาง (แต่คุ้มค่ากับราคานี้มากๆ) ไปผัดกับหมูสับ ถั่วลิสงกรอบ และหอมใหญ่ ตัวน้ำยำทานแล้วมีรสชาติเหมือนยำบ้านเราคือเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ด บาลานซ์กลมกล่อมมากๆ ทั้งยังมีความกรอบของกระเพาะปลาและหอมใหญ่ตัดกันกับความนุ่มของหมูสับได้อย่างเพอร์เฟค ขอจิ้มเลยว่าใครมาที่นี่ จานนี้ที่ราคานี้จัดว่าเด็ดจริงๆ (13/20)
หมูกรอบเจี่ยท้งเฮง (200)
Crispy pork Hong Kong style
หมูกรอบที่นี่ทำออกมาในสไตล์ฮ่องกงโดยการนำไป slow cooked นานถึง 8 ชั่วโมงจนเนื้อด้านล่างนุ่ม ส่วนชั้นไขมันยังคงมีความฉ่ำอยู่ จากนั้นจะนำไปอบแล้วพักเอาไว้จนกระทั่งก่อนเสิร์ฟจะนำมาทอดอีกครั้งจนผิวด้านบนกรอบ ทานเปล่าๆก็อร่อยแล้วแต่ขอแนะนำอย่างมากให้เติมซอสลงไปเล็กน้อยให้มีรสหวานปนเค็มนิดๆ ช่วยตัดความมันไม่ให้เด่นจนเกินไป เชฟแบงค์ยังบอกอีกว่าเมนูนี้คิดแล้วแทบจะไม่ได้กำไรหรืออาจจะขาดทุนในบางช่วงด้วยซ้ำเพราะเนื้อหมูเดี๋ยวนี้ราคาแพงมาก แต่ทางร้านตัดสินใจไม่ขึ้นราคาเพื่อรักษามาตรฐานอาหารรสชาติดีราคาไม่แพงเอาไว้ ขอคารวะเชฟจากใจเลยจริงๆ (13/20)
เป็ดปักกิ่ง (เจี่ยท้งเฮงสไตล์) (800)
Pei Jing duck – special
จานที่ไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึงร้านเจี่ยท้งเฮงคือ “เป็ดปักกิ่ง” เพราะเป็นเมนูที่ใช้เทคนิคของเชฟสูงมากและทำเสิร์ฟแบบ by order ทุกตัว ขั้นตอนเริ่มต้นจากการนำเป็ดขนาดกลางทั้งตัวลงไปทอดในน้ำมันเดือดเพื่อให้หนังสุกโดยเร็วและกรอบ ส่วนชั้นเนื้อด้านล่างจะยังไม่สุกดีนัก จากนั้นนำไปแล่เป็นแผ่นบางๆโดยขั้นตอนนี้ต้องไม่มีชั้นไขมันและกล้ามเนื้อติดมาด้วย … มาถึงตรงนี้เราแอบทึ่งกับเชฟเหมือนกันเพราะภัตตาคารในโรงแรมหรูที่กรุงเทพซึ่งมีราคาสูงกว่านี้เท่าตัวก็ยังมีจุดพลาดให้เห็นได้กันได้บ่อยๆ แอบกระซิบว่าใครมาช่วงฤดูท่องเที่ยวอยากให้โทรมาจองเป็ดก่อนเข้ามาทานเพราะทางร้านเตรียมเอาไว้ไม่เยอะนักต่อวัน (14/20)
เป็ดปักกิ่ง (เจี่ยท้งเฮงสไตล์) (800)
Pei Jing duck – special
เสิร์ฟมาคู่กับแผ่นแป้ง แตงกวาง ต้นหอม และน้ำซอสซึ่งทำมาจากวัตถุดิบมากกว่า 10 ชนิด และเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของเมนูนี้โดยมีความหวานกลมกล่อมทำให้คนไทยทานได้ง่ายเพราะไม่มีกลิ่นเฉพาะตัวเหมือนซอสสไตล์ฮ่องกงและไม่มีรสเค็มนำเหมือนซอสสไตล์ปักกิ่ง (14/20)
เป็ดปักกิ่ง (เจี่ยท้งเฮงสไตล์) (800)
Pei Jing duck – special
นำทุกองค์ประกอบมาวางบนแผ่นแป้งแบบนี้ ชิ้นหนังเป็ดบาง กรอบ มีกลิ่นหอมจากการผ่านไฟแรง ที่สำคัญคือทุกชิ้นไม่มีเนื้อและไขมันติดมาจริงๆ เติมน้ำซอสสูตรพิเศษของทางร้าน ห่อแล้วทานคำเดียว บอกเลยว่าคุ้มค่ากับราคา 800 บาทมากๆจริงๆ (14/20)
เนื้อเป็ดผัดพริกไทยดำ (2nd Course)
Duck meat fried with black pepper
ส่วนเนื้อเป็ดลูกค้าสามารถเลือกนำไปทำคอร์สที่ 2 ได้อีกโดยในวันนี้เราเลือกนำไปผัดกับพริกไทยดำ เชฟผัดออกมาได้นุ่มพอประมาณ รสชาติไม่ซับซ้อน แต่เราต้องบอกไว้ก่อนว่าจานเนื้อเป็ดจากเป็นปักกิ่งนั้นถือเป็นแค่ผลพลอยได้คือจะไม่ได้นุ่มเหมือนเนื้อเป็ดปกติเพราะผ่านขั้นตอนการใช้ความร้อนสูงจากการทำให้หนังเป็ดสุกและกรอบนั่นเอง (12/20)
เนื้อเป็ดทอดกระเทียม (3rd Course)
Deep-fried duck meat with garlic
ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นเพราะคอร์สที่ 3 ทางร้านนำเสนอเนื้อเป็ดทอดกระเทียม โรยด้วยกระเทียมเจียวกรอบ ไม่อมน้ำมัน (12/20)
ปลากระพงต้มเกี้ยมบ๊วย (200)
Boiled sea bass with Chinese plums
เมนูนี้เชฟแบงค์แนะนำให้เราชิมเพื่อใช้ตัดเลี่ยนความมันของอาหารจีน ลูกค้าสามารถเลือกชนิดของปลาได้ นำไปต้มเกี้ยมบ๊วยแบบจีน รสชาติน้ำซุปออกเปรี้ยวนิดๆจากบ๊วยจีน เสริมด้วยความเผ็ดเบาๆในระดับที่คนไทยตักทานได้เรื่อยๆ เนื้อปลาดีในระดับที่ควรจะเป็น ลแงะไม่มีกลิ่นคาวใดๆ (12/20)
เห็ดหูหนูผัดไข่ (120)
Jaw’s ear fried with egg
ขอปักหมุดจานที่ทำเอาเราตกใจและรู้สึกว้าวมากที่สุดในค่ำคืนนี้คือ “เห็ดหูหนูผัดไข่” ซึ่งเจี่ยท้งเฮงน่าจะเป็นร้านที่ทำเมนูนี้ออกมาได้ดีที่สุดในประเทศไทยแล้ว เชฟแบงค์ใช้สูตรดั้งเดิมอายุกว่า 63 ปีของอาม่า เริ่มจากการนำเห็ดหูหนูไปผัดในกระทะเหล็กแบบจีนขนาดใหญ่ เปิดไฟสูงแล้วค่อยๆเติมไข่ลงไปทำให้ทุกองค์ประกอบสุกโดยเร็ว เมื่อตักทานแล้วจะพบกับกลิ่นหอมกระทะเด่นชัดเจนมากๆ ไข่มีความกรอบนิดๆแต่ไม่แห้งและไม่อมน้ำมัน … เห็นจานใหญ่ขนาดนี้บอกเลยว่าอร่อยจนเราตักทานเกลี้ยงจานและมอบคะแนน 15/20 ให้ เทียบกับราคา 120 บาทที่ตั้งไว้ใครไม่สั่งถือว่าพลาดมากๆ (15/20)
น้ำพริกหนุ่มย่าง (Complimentary)
แนะนำให้ทานเห็ดหูหนูผัดไข่กับน้ำพริกหนุ่มย่างเพื่อตัดความมันเข้ากันได้ดีสุดๆ
ปวยเล้งผัดน้ำมันหอย (60)
Chinese spinach fried with oyster sauce
“ปวยเล้งผัดน้ำมันหอย” เป็นจานผัดผักที่มีหน้าตาดูไม่ซับซ้อนแต่หากให้เราทำเองบอกเลยว่ารสชาติทำออกมาไม่ได้แบบนี้ เชฟแบงค์กระซิบว่าเคล็ดลับของจานนี้อยู่ที่การใช้กระทะเหล็กผัดที่ความร้อนสูงประกอบกับเทคนิคการใช้กระทะแบบจีนซึ่งจะทำให้ผักสุกโดยเร็วและยังมีความกรอบอยู่มาก น้ำมันหอยที่นี่รสชาติไม่ได้เข้มข้น แต่กลมกล่อมและไม่บดบังเนื้อสัมผัสของผักปวยเล้งเลยแม้แต่น้อย (13/20)
ข้าวผัดปู จานกลาง (120)
Fried rice with crab
ปิดท้ายด้วยเมนูง่ายๆอย่าง “ข้าวผัดปู” ที่มีความร่วนอยู่กึ่งกลางระหว่างอาหารจีนแท้ๆกับข้าวผัดปูแบบไทย คือจะไม่นุ่มหรือฉ่ำเหมือนข้าวผัดปูตามร้านอาหารไทยทั่วไป แต่ก็จะไม่ร่วนและแห้งจนบางคนอาจรู้สึกฝืดคอแบบร้านอาหารจีนแท้ๆ เนื้อปูที่ให้มาถือว่าเหมาะสมกับราคา 120 บาท ถือว่าน่าประทับใจเทียบกับราคาที่ตั้งเอาไว้เลยล่ะ (12/20)
ไอศกรีมทุเรียน (Complimentary)
ก่อนเข้าสู่ขนมเชฟนำไอศกรีมทุเรียนหมอนทองมาเสิร์ฟให้เราทุกคนลองชิมกัน
โอวนี่แปะก๊วย (50)
Sweet yellow nuts with taro paste
สำหรับ “โอวนี่แปะก๊วย” เชฟเลือกที่จะไม่ผ่าแปะก๊วยออกแต่เลือกที่จะแทงเอาไส้ตรงกลางออกพอให้มีรสขมนิดๆคงเอกลักษณ์ของวัตถุดิบชนิดนี้เอาไว้ ด้านล่างเป็นเผือกที่ผ่านการกวนด้วยไฟอ่อนๆจนนุ่ม ละเอียด มีรสหวานกำลังดี ปิดท้ายมื้ออาหารได้ดีมากๆ (12/20)
พุทราทอด (250)
Deep fried stuffed jujube
ปิดท้ายด้วย “วอแป๋ง” หรือพุทราจีนทอดรสชาติมาตรฐาน แป้งด้านบนทอดออกมาไม่อมน้ำมัน ไม่กรอบและไม่นิ่มจนเกินไป เนื้อพุทราตรงกลางนุ่ม ไม่มีกลิ่นเฉพาะตัวชัดเหมือนเชฟคนจีนทำซึ่งคนไทยบางคนอาจไม่ชอบ ที่สำคัญคือ Portion ที่เสิร์ฟมาใหญ่พอจะทานได้ 3-4 คน (12/20)
ประวัติของร้านต้องเล่าย้อนไปช่วงปี พ.ศ. 2500 นายเปงท้ง และ นางสุ่ยงิ้ม แซ่เจี่ย เป็นชาวจีนแต้จิ๋วที่อพยพมาโดยเรือสำเภาจีนสู่ประเทศในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากแต่งงานกันและตั้งรกรากที่จังหวัดเชียงใหม่ทั้งคู่ได้ตัดสินใจเปิดร้านอาหารจีนแต้จิ๋วเล็กๆขายอยู่ในตลาดนวรัฐไม่ไกลกันกับที่ตั้งของร้านปัจจุบันโดยมีเมนูที่โด่งดังในช่วงเวลานั้นอย่างเห็ดหูหนูผัดไข่ ขาหมู เป็ดพะโล้ และผักปวยเล้งผัดน้ำมันหอย
กิจการขายดิบขายดีจนกระทั่งปี 2522 อาม่าได้ขยายร้านเดิมเป็นตึก 3 ชั้น 4 คูหาเพื่อให้ตัวร้านสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่าวันละ 400 คน แต่ก็ยังไม่พอให้บริการในช่วงเทศกาล จุดนี้เองจึงเป็นที่มาของร้านเจี่ยท้งเฮงสาขา 2 ที่เราได้มานั่งทานกันในวันนี้ซึ่งเลือกทำเลบนถนนศรีดอนไชยเพื่อให้สามารถรองรับลูกค้าได้ราวๆ 300 คนพร้อมที่สำหรับจอดรถ (ในช่วงนั้นคนเริ่มนิยมรถส่วนตัวขับกันแล้ว) ก่อนที่จะขยับขยายและปรับปรุงครั้งใหญ่ในช่วงปี 2536 เพื่อให้รองรับลูกค้าได้ถึง 1,000 คน ! และเป็นร้านอาหารร้านแรกและแห่งเดียวในจังหวัดเชียงใหม่ที่สามารถรองรับการจัดงานแต่งงานขนาดใหญ่ได้นอกเหนือจากโรงแรมหรู สุดยอดมากๆ
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งทานที่หน้าร้านดั้งเดิมซึ่งเป็นห้องอาหารแบบโอเพ่นแอร์ หรือจะเลือกนั่งทานที่ด้านในซึ่งเป็นห้องปรับอากาศขนาดใหญ่
แม้จะเป็นอาหารพื้นบ้านแต่รสชาติโดยรวมถือว่าทำออกมาแทบจะไร้ข้อผิดพลาด อาหารทุกจานเต็มไปด้วยอัตลักษณ์และมีกลิ่นอายความเป็นไทยเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
ราคาอาหารหลายๆจานถูกกว่าร้านข้าวต้มบางแห่งในกรุงเทพเสียอีก !!! ใครที่เป็นคออาหารจีนหรือแม้กระทั่งเพื่อนๆที่มีใจรักอาหารอยากลิ้มลองอาหารเหลาราคาคุ้มค่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง
ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มทางร้านก็มีห้องส่วนตัวให้บริการ
ชื่อ “เจี่ยท้งเฮง” มีที่มาจากคำ 3 คำ เริ่มจากคำว่า “เจี่ย” เป็นแซ่หรือนามสกุลของอากงและอาม่าคือแซ่เจี่ย คำว่า “ท้ง” อาม่าได้ให้เกียรตินำชื่อต้นของอากงคือเปงท้งมาใส่เอาไว้ ส่วนคำว่า “เฮง” แปลว่าดีนั่นเอง
แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังในหมู่คนพื้นเมืองแต่จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ เจี่ยท้งเฮง กลายเป็นจุดมุ่งหมายทางอาหารที่สำคัญของชาวจีนเกิดขึ้นเมื่อ เติ้ง ลี่จวิน น้กร้องชื่อดังได้แวะมาทานอาหารที่นี่และนำไปเล่าจนเกิดกระแสในหมู่นักท่องเที่ยวชาวจีนจนมีคนตามมาทานกันแน่นร้านในช่วงไฮซีซั่น
กิจการของร้านเจริญรุ่งเรืองจนได้ขยับขยายไปเปิดสาขาเพิ่มที่ฟ้าฮ่ามเพื่อรองรับลูกค้าที่สัญจรไปมาระหว่างจังหวัด และสาขา One Nimman ซึ่งเน้นเจาะกลุ่มเด็กวัยรุ่นและเด็กมหาลัย ใครที่สะดวกที่ไหนก็ตามไปกันได้เลย
ช่วงหลังมานี้เจ้าของร้านรุ่นที่ 2 คุณภักดี เจียรสาธิตได้เริ่มมอบหมายงานให้ลูกชาย เชฟแบงค์-พงศกร เจียรสาธิต เข้ามาควบคุมดูแลคุณภาพอาหารรวมไปถึงการเปิดสาขาใหม่ที่ One Nimman หลังจากเรียนจบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และเข้าทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวช่อง 3 รวมไปถึงงานดีเจในกรุงเทพจนถึงจุดอิ่มตัว เชฟแบงค์เริ่มเดินตามความฝันของตัวเองโดยการสมัครเข้าแข่งขันรายการ Masterchef Thailand Season 1 และฝากผลงานอันเป็นที่น่าจดจำเอาไว้ให้เราได้เห็นกัน นอกจากนี้ยังได้สมัครเป็นลูกศิษย์ของเชฟชุมพลเจ้าของร้านอาหารระดับ Michelin Star 2 ดาว และเรียนรู้เทคนิคอาหารยุคใหม่อยู่นานถึง 1 ปีครึ่งก่อนที่จะย้ายกลับมาสานต่อธุรกิจของร้านเจี่ยท้งเฮงจนถึงปัจจุบัน