หน้าแรก » 🇹🇭 Baan Phraya – บ้านพระยา
Visit: January 28, 2023
🇹🇭 Baan Phraya - บ้านพระยา
🧑🏻🍳 Chef Phatchara Pirapak (Chef Pom) - เชฟพัชรา พิระภาค (เชฟป้อม)
โรงแรมแมนดาริน โอเรียลเต็ล 48 ซ.เจริญกรุง 40 ถ.เจริญกรุง แขวงบางรัก เขตบางรัก, กรุงเทพ, 10500, ประเทศไทย
Tel: 02-659-9000
Cuisine
🍴 Thai - อาหารไทย
Country
Thaialnd
MICHELIN Guide
Selected by MICHELIN Guide
Score
15/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารไทยแห่งใหม่ของโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ที่ปรับปรุงมาจากบ้านหลังเดิมของพระยามไหสวรรย์ เชฟพัชรา พีระภาค หรือเชฟป้อมผู้มีประสบการณ์ในห้องอาหารไทยชั้นสูบมาแล้วมากมายได้รังสรรค์อาหารไทยที่ผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมเข้ากันกับเทคนิคการปรุงยุคใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ
[THE PLACE] พระยามไหสวรรย์ หรือชื่อเดิมคือนายกอ แซ่ตั้ง มีต้นตระกูลเป็นชาวจีนโพ้นทะเล ในช่วงวัยเด็กตัวท่านเติบโตขึ้นมาในจังหวัดพิษณุโลกก่อนจะเดินทางกลับมายังกรุงเทพเพื่อเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่อถึงวัยอันควรท่านตัดสินใจเข้ารับราชการ ณ กรมเจ้าท่าต่อด้วยการย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองธนบุรีและเป็นผู้ผลักดันงานก่อสร้างถนนคอนกรีตหรือปัจจุบันคือถนนเจริญนครเพื่อพัฒนาความเจริญในแถบนี้ สำหรับชีวิตส่วนตัวนั้นตัวพระยามไหสวรรย์สมรส 3 ครั้งโดยบ้านพระยาหลังนี้เป็นที่อยู่จริง ๆ ที่ท่านใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาคนสุดท้ายคือคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ ผู้เจนจัดในด้านงานครัว พื้นที่หน้าเรือนเป็นระเบียงกั้นด้วยระแนงไม้พร้อมหลังคากันสาดซึ่งแต่เดิมพระยามไหสวรรย์เคยตั้งวงดนตรีไทยชื่อว่าวงหนุ่มน้อยและบรรเลงเพลงไทยโบราณกันบริเวณนี้เป็นประจำ ในปัจจุบันพื้นที่นี้ได้ถูกปรับนำมาใช้จัดเสิร์ฟ Welcome Drink และอาหารว่างให้กับลูกค้าทุกคน จากนั้นพนักงานจะนำเราเดินผ่านห้องเจ้าคุณไปยังเรือนด้านหลังเพื่อพบกับห้องรับรองขนาดใหญ่ซี่งแต่เดิมใช้ในการจัดเลี้ยงแขกผู้ใหญ่ก่อนที่โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok จะเลือกใช้ห้องนี้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารหลักแต่ยังคงโครงสร้างของตัวอาคารเดิมเอาไว้ทั้งหมดกระทั่งประตูไม้แต่ละบาน บนผนังตกแต่งด้วยรูปภาพทั้งสีและขาวดำของท่านพระยามไหสวรรย์สลับกันไปกับหน้าต่างไม้ช่วยให้พื้นที่ภายในดูโปร่งมากยิ่งขึ้น
[THE CHEF & THE FOOD] เชฟพัชรา พิระภาค หรือเชฟป้อม เริ่มต้นทำอาหารมาตั้งแต่อายุได้เพียง 13 ปีก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารไทย Siam Wisdom เมื่อมีอายุได้ 21 ปี อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่บ่งบอกได้ถึงฝีมือของเธอนั้นคือการเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่นำพาห้องอาหารเสน่ห์จันทน์ คว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2018 ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ตั้งแต่ปี 2019 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สำหรับห้องอาหารบ้านพระยาเชฟป้อมตั้งใจนำเสนออาหารไทยออกมาในรูปแบบ Tasting Menu โดยอาศัยตำรับของคุณชาลี อมาตยกุล มาผสมผสานทั้งเทคนิคพื้นบ้านและเทคนิคการปรุงสมัยใหม่จนได้ออกมาเป็นจานที่โดดเด่นอย่างเช่น
หนึ่งในคอร์สที่ดีที่สุดของค่ำคืนนี้คือยำถั่วพูที่เชฟป้อมได้รับแรงบันดาลใจมาจาก The Oriental Thai Cooking School ซึ่งมีการสอนเตรียมเมนูนี้ด้วยเช่นกัน เชฟเตรียมถั่วพูมาได้ระดับความกรอบที่พอเหมาะคลุกเคล้ามากับน้ำพริกเผาสูตรเฉพาะจากคุณยายของเชฟป้อม ด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์ยักษ์โฮตาเตะนำเข้าจากจังหวัดฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่นแล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นโดยไม่รบกวนเนื้อสัมผัสของถั่วพูซึ่งเป็นพระเอกของจาน จากนั้นจึงนำไปหมักกับน้ำปลาสูตรโบราณอายุเกินกว่า 100 ปีที่ได้มาจากโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะซึ่งผลิตด้วยวิธีโบราณโดยครอบครัวชาวจีนในละแวกนี้จนได้รสชาติที่กลมกล่อม ก่อนรับประทานให้ใช้มีดหรือส้อมตัดไข่นกกระทายางมะตูมที่ผ่านการหมักกับกระเจี๊ยบนาน 24 ชั่วโมงจนสามารถเห็นได้เป็นลายสีแดงบาง ๆ คล้ายหินอ่อนสวยงามเป็นอย่างมาก ด้านบนคือองค์ประกอบของไข่แดงเค็ม มะพร้าว และหอมแดงคั่วนั่นเอง (16/20)
เมนูแกงร้อนปกติแล้วจะนำเสิร์ฟมาคู่กับวุ้นเส้นแต่ในที่นี้เชฟป้อมได้เปลี่ยนมาใช้หมึกแล่เป็นเส้นบาง ๆ เสิร์ฟมาในจานแบบดิบ ๆ ข้างกันคือไข่หมึกที่เชฟนำไปอบควันจนหอมและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ จากนั้นพนักงานจะเทน้ำซุปร้อน ๆ ที่เตรียมมาจากน้ำกะทิคั้นสดปรุงรสด้วยกะปิอย่างดี หอมแดง กุ้งแห้ง หมึกแห้ง และพริกไทยทั้งหมด 4 ชนิดคือพริกไทยเขียว พริกไทยชมพู มะแขว่น และพริกไทยกัมปอตจากประเทศกัมพูชา ทั้งนี้ด้วยความเดือดของน้ำซุปจะทำการสะดุ้งเส้นหมึกให้เกิดความสุกที่ผิวด้านนอกสังเกตได้ชัดเจนจากสีที่เปลี่ยนจากใสเป็นขุ่นทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่เด้งและหนึบลงตัว ระหว่างรับประทานเรายังสามารถสัมผัสได้ถึงอโรมาเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละคำขึ้นอยู่กับสีของพริกไทยทั้งเขียวและชมพูที่ตักขึ้นมาได้อีกด้วย (15/20)
กุ้งแม่น้ำตัวเขื่องจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นแหล่งจับกุ้งแม่น้ำที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยขนาดของกุ้งสามารถบอกได้เลยว่าทางห้องอาหารตั้งใจคัดเฉพาะขนาดที่ใหญ่ที่สุดมาจัดเสิร์ฟ เชฟป้อมผ่ากุ้งแล้วแหวกออกก่อนจะนำไปย่างบนเตาถ่านจนเนื้อด้านล่างสุกเล็กน้อย และด้วยขนาดตัวที่ใหญ่มาก ๆ ของกุ้งจึงต้องนำเนื้อด้านบนไปจี่กับกระทะอีกเล็กน้อยจนได้ชั้นความกรอบเบา ๆ ที่ด้านนอกในขณะที่เนื้อตรงกลางยังเด้งและฉ่ำไร้ที่ติ บริเวณหัวกุ้งประกอบไปด้วยซอสสองแบบคือซอสน้ำพริกมะขามรสชาติเปรี้ยวหวานและหลนมันกุ้งที่มีความหอม มัน และขมเพียงเล็กน้อย อร่อยชนิดที่หาใครเทียบได้ยาก ยังมีข้าวกล้องจากจังหวัดสกลนครอีกด้วย (15/20)
ขอแนะนำให้ทุกคนเผื่อท้องเอาไว้สำหรับอาหารหวานที่เสิร์ฟมาพร้อมกันถึง 15 อย่างคือฝรั่งพริกเกลือที่กลายมาเป็น Signature Dessert ของทางร้านอันเนื่องมาจากตัวพริกเกลือมีส่วนประกอบของมะพร้าว ถัดมาคือไอศกรีมกะทิที่มีกะลาเตรียมมาจากช็อกโกแลต ขนมส้มฉุนเตรียมมาเพื่อเรียกความสดชื่นคู่กันกับผลไม้รวมเสิร์ฟมาในผลส้มซ่า ละมุดน้ำกะทิข้าวเม่าลานเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน มีความเข้มข้นของน้ำกะทิและความกรอบที่พอเหมาะของข้าวเม่าลาน นำแข็งใสชาไทยมีคาเวียร์ชาไทยหน้าตาแบดูคล้ายไข่ปลาแซลมอน ในจานยาวประกอบไปด้วยขนมขี้หนู ขนมใส่ไส้ มันเชือม ขนมไข่นกกระทาทอดไส้สังขยา และทับทิมกรอบ ยังมีขนมตู้ซึ่งประกอบไปด้วยขนมน้ำดอกไม้ ขนมทองเอก ขนมหม้อแกง ขนมถ้วย และขนมตาล ทุกอย่างได้รับการเตรียมมาอย่างดีชนิดที่เราเองยังต้องตกใจกับรสชาติที่เชฟสามารถสื่อออกมาได้ระดับนี้ (15/20)
Price :
3,900++ THB
Parking :
จอดรถที่โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok
Operating Time :
พุธ-อาทิตย์ 19.00-22.30
Dress Code :
Smart Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารไทยที่อาศัยเทคนิคระดับสูงมาประกับกับวันถุดิบชั้นเยี่ยมนำเสนอมาในราคาสุดคุ้มค่า
อาหาร :
15
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 A REFINED THAI SET DINNER (3,900++)
Bael fruit kombucha with Mandarin Oriental Mulberry honey
Pineapple relish with peanut and tamarind
Thai savoury honeycomb cookie with crab roe and bitter orange
Winged bean salad with Hokkaido scallop, Chef Pom Phatchara’s signature chilli paste, roselle quail egg and salted egg yolk with naturally fermented fish sauce from centuries-old fish sauce family’s recipe
Andaman squid served with its smoked roe and an intense coconut broth, pink peppercorn, Kampot pepper, and prickly ash
Coal roasted bamboo fish with herbs from our garden and charred eggplant relish
A salad of fresh, seasonal fruit with lime and dried shrimp
Grilled Surat Thani river prawn with its tomalley, young tamarind and chillies
Panang Cury of coriander root matianated wagyu beer and heart of palm
Organic brown jasmine rice
A daily selection of homemade Thai sweets
Baan Phraya – บ้านพระยา
Selected by MICHELIN Guide – ร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในมิชลินไกด์
Thai – อาหารไทย
Chef Phatchara Pirapak (Chef Pom) – เชฟพัชรา พิระภาค (เชฟป้อม)
ชาหมักคอมบูชะมะตูมและน้ำผึ้งลูกหม่อนออร์แกนิคจากฟาร์มของโรงแรม
Bael fruit kombucha with Mandarin Oriental Mulberry honey
เริ่มต้นด้วย Welcome Drink ในที่นี้คือชาหมักคอมบูชะมะตูมที่มีความหอมซ่าช่วยเรียกความสดชื่นโดยมีส่วนผสมของน้ำผึ้งลูกหม่อนที่ได้จากสวนของโรงแรมแมนดารินโอเรียลเต็ลเอง
ม้าฮ่อ
Pineapple relish with peanut and tamarind
ข้าง ๆ กันคือม้าฮ่อ เมนูไทยโบราณที่เชฟป้อมหยิบมาตกแต่งเสียใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น องค์ประกอบตรงกลางประกอบขึ้นจากหัวไชโป๊หมัก ถั่วลิสง และมะขามให้รสชาติหวานเปรี้ยวในขณะที่ด้านบนห่อด้วยแผ่นกรอบที่เตรียมขึ้นมาจากสับปะรด (14/20)
ขนมดอกจอกไข่ปู
Thai savoury honeycomb cookie with crab roe and bitter orange
ขนมดอกจอกที่ปกติจะเป็นอาหารหวานแต่ในที่นี้เชฟป้อมนำเสนอมาเป็นอาหารคาวสำหรับเรียกน้ำย่อย คุกกี้ดอกจอกให้เนื้อสัมผัสที่ดี มีความกรอบ เบา ไม่อมน้ำมัน ทั้งยังมีความเค็มอ่อน ๆ จากกุ้งแห้ง ด้านล่างมีองค์ประกอบของมูสไข่ปูให้ความหอมมันตัดด้วยความเปรี้ยวของ Citrus Gel เตรียมมาจากส้มซ่าที่ด้านบน (14/20)
ยำถั่วพูหอยเชลล์
Winged bean salad with Hokkaido scallop, Chef Pom Phatchara’s signature chilli paste, roselle quail egg and salted egg yolk with naturally fermented fish sauce from centuries-old fish sauce family’s recipe
หนึ่งในคอร์สที่ดีที่สุดของค่ำคืนนี้คือยำถั่วพูที่เชฟป้อมได้รับแรงบันดาลใจมาจาก The Oriental Thai Cooking School ซึ่งมีการสอนเตรียมเมนูนี้ด้วยเช่นกัน เชฟเตรียมถั่วพูมาได้ระดับความกรอบที่พอเหมาะคลุกเคล้ามากับน้ำพริกเผาสูตรเฉพาะจากคุณยายของเชฟป้อม ด้านบนท็อปด้วยหอยเชลล์ยักษ์โฮตาเตะนำเข้าจากจังหวัดฮอกไกโดประเทศญี่ปุ่นแล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ เพื่อให้มีเนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนลิ้นโดยไม่รบกวนเนื้อสัมผัสของถั่วพูซึ่งเป็นพระเอกของจาน จากนั้นจึงนำไปหมักกับน้ำปลาสูตรโบราณอายุเกินกว่า 100 ปีที่ได้มาจากโรงน้ำปลาทั่งง่วนฮะซึ่งผลิตด้วยวิธีโบราณโดยครอบครัวชาวจีนในละแวกนี้จนได้รสชาติที่กลมกล่อม (16/20)
ยำถั่วพูหอยเชลล์
Winged bean salad with Hokkaido scallop, Chef Pom Phatchara’s signature chilli paste, roselle quail egg and salted egg yolk with naturally fermented fish sauce from centuries-old fish sauce family’s recipe
ก่อนรับประทานให้ใช้มีดหรือส้อมตัดไข่นกกระทายางมะตูมที่ผ่านการหมักกับกระเจี๊ยบนาน 24 ชั่วโมงจนสามารถเห็นได้เป็นลายสีแดงบาง ๆ คล้ายหินอ่อนสวยงามเป็นอย่างมาก ด้านบนคือองค์ประกอบของไข่แดงเค็ม มะพร้าว และหอมแดงคั่วนั่นเอง (16/20)
แกงร้อน
Andaman squid served with its smoked roe and an intense coconut broth, pink peppercorn, Kampot pepper, and prickly ash
เมนูแกงร้อนปกติแล้วจะนำเสิร์ฟมาคู่กับวุ้นเส้นแต่ในที่นี้เชฟป้อมได้เปลี่ยนมาใช้หมึกแล่เป็นเส้นบาง ๆ เสิร์ฟมาในจานแบบดิบ ๆ ข้างกันคือไข่หมึกที่เชฟนำไปอบควันจนหอมและมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มหนึบ (15/20)
แกงร้อน
Andaman squid served with its smoked roe and an intense coconut broth, pink peppercorn, Kampot pepper, and prickly ash
จากนั้นพนักงานจะเทน้ำซุปร้อน ๆ ที่เตรียมมาจากน้ำกะทิคั้นสดปรุงรสด้วยกะปิอย่างดี หอมแดง กุ้งแห้ง หมึกแห้ง และพริกไทยทั้งหมด 4 ชนิดคือพริกไทยเขียว พริกไทยชมพู มะแขว่น และพริกไทยกัมปอตจากประเทศกัมพูชา (15/20)
แกงร้อน
Andaman squid served with its smoked roe and an intense coconut broth, pink peppercorn, Kampot pepper, and prickly ash
ทั้งนี้ด้วยความเดือดของน้ำซุปจะทำการสะดุ้งเส้นหมึกให้เกิดความสุกที่ผิวด้านนอกสังเกตได้ชัดเจนจากสีที่เปลี่ยนจากใสเป็นขุ่นทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่เด้งและหนึบลงตัว ระหว่างรับประทานเรายังสามารถสัมผัสได้ถึงอโรมาเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปในแต่ละคำขึ้นอยู่กับสีของพริกไทยทั้งเขียวและชมพูที่ตักขึ้นมาได้อีกด้วย (15/20)
หลามปลาบู่และแจ่วมะเขือเผา
Coal roasted bamboo fish with herbs from our garden and charred eggplant relish
หลามปลาบู่เป็นเมนูที่เชฟป้อมนำปลาบู่แล่มาเป็นชิ้นแล้วนำไปนึ่งจนเกือบสุก จากนั้นเตรียมปลาบู่อีกส่วนสับจนเกือบละเอียดคลุกเคล้าไปกับสมุนไพรหลากหลายชนิด นำทั้งสองส่วนมาประกบกันแล้วห่อจนแลดูคล้ายไส้กรอกก่อนจะนำไปย่างบนถ่านจนสุกพอเหมาะทั้งสองส่วน (16/20)
หลามปลาบู่และแจ่วมะเขือเผา
Coal roasted bamboo fish with herbs from our garden and charred eggplant relish
เนื้อสัมผัสทั้งคู่ดีเยี่ยมโดยชิ้นปลาด้านบนจะมีความนุ่มแต่ไม่แน่น ไร้ซึ่งกลิ่นดินและความกระด้าง ส่วนปลาที่สับด้านล่างจะมีความละมุนมากกว่าและหอมกลิ่นสมุนไพรเด่นชัด สำหรับผักแนมนั้นประกอบไปด้วยสมุนไพรหลายชนิดเช่น ใบหูเสือ ผักชีลาว ใบมิ้นต์ ยอดกระถิน รวมไปถึงผักบุ้ง (16/20)
หลามปลาบู่และแจ่วมะเขือเผา
Coal roasted bamboo fish with herbs from our garden and charred eggplant relish
ข้างกันคือแจ่วมะเขือเผาคลุกเคล้าไปกับพริก หอมแดง กระเทียม และสมุนไพรข้างต้น ยังมีข้าวหอมมะลิจากกุ่งกุลาร้องไห้เสิร์ฟมาร้อน ๆ อีกด้วย (16/20)
ยำผลไม้
A salad of fresh, seasonal fruit with lime and dried shrimp
ล้างปากด้วยยำผลไม้ตามฤดูกาลโดยในที่นี้ปนะกอบไปด้วยชมพู่ มะเฟือง และส้มโอ ด้านบนท็อปด้วยกุ้งแห้งคุณภาพดีจากจังหวัดระนอง (14/20)
ยำผลไม้
A salad of fresh, seasonal fruit with lime and dried shrimp
จากนั้นพนักงานจะเทราดน้ำยำที่ประกอบขึ้นมาจากน้ำมะนาว น้ำมะกรูด และน้ำส้มซ่าลงไป ชิ้นสีเขียวที่เห็นคือผิวของส้มซ่า นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของน้ำตาลมะพร้าวและน้ำปลาออร์แกนิคอีกด้วย อย่าลืมคลุกให้เข้ากันก่อนเพื่อกระจายความเค็มของกุ้งแห้งให้ทั่วถึงและมีความสมดุลทางรสชาตินั่นเอง (14/20)
กุ้งแม่น้ำย่างซอสน้ำพริกมะขามและหลนมันกุ้ง
Grilled Surat Thani river prawn with its tomalley, young tamarind and chillies
กุ้งแม่น้ำตัวเขื่องจากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นแหล่งจับกุ้งแม่น้ำที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งในประเทศไทย ด้วยขนาดของกุ้งสามารถบอกได้เลยว่าทางห้องอาหารตั้งใจคัดเฉพาะขนาดที่ใหญ่ที่สุดมาจัดเสิร์ฟ เชฟป้อมผ่ากุ้งแล้วแหวกออกก่อนจะนำไปย่างบนเตาถ่านจนเนื้อด้านล่างสุกเล็กน้อย และด้วยขนาดตัวที่ใหญ่มาก ๆ ของกุ้งจึงต้องนำเนื้อด้านบนไปจี่กับกระทะอีกเล็กน้อยจนได้ชั้นความกรอบเบา ๆ ที่ด้านนอกในขณะที่เนื้อตรงกลางยังเด้งและฉ่ำไร้ที่ติ บริเวณหัวกุ้งประกอบไปด้วยซอสสองแบบคือซอสน้ำพริกมะขามรสชาติเปรี้ยวหวานและหลนมันกุ้งที่มีความหอม มัน และขมเพียงเล็กน้อย อร่อยชนิดที่หาใครเทียบได้ยาก ยังมีข้าวกล้องจากจังหวัดสกลนครอีกด้วย (15/20)
แกงพะแนงวากิวยอดมะพร้าวอ่อน
Panang Cury of coriander root matianated wagyu beer and heart of palm
เมนคอร์สจานสุดท้ายคือเนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวที่ผ่านการหมักกับน้ำปลา กระเทียม รากผักชี และพริกไทย ก่อนจะย่างถ่านเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare พอดิบพอดี ตรงกลางคือองค์ประกอบของมะพร้าวอ่อนและใบมะกรูดซอยมาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)
แกงพะแนงวากิวยอดมะพร้าวอ่อน
Panang Cury of coriander root matianated wagyu beer and heart of palm
จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสพะแนงรสชาติเข้มข้นลงไปทั่วจานโดยเชฟป้อมใส่มะกรูดลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมอีกด้วย (15/20)
ขนมไทย
A daily selection of homemade Thai sweets
ขอแนะนำให้ทุกคนเผื่อท้องเอาไว้สำหรับอาหารหวานที่เสิร์ฟมาพร้อมกันถึง 15 อย่าง (15/20)
ขนมไทย
A daily selection of homemade Thai sweets
ในเซ็ตประกอบไปด้วยฝรั่งพริกเกลือที่กลายมาเป็น Signature Dessert ของทางร้านอันเนื่องมาจากตัวพริกเกลือมีส่วนประกอบของมะพร้าว ถัดมาคือไอศกรีมกะทิที่มีกะลาเตรียมมาจากช็อกโกแลต ขนมส้มฉุนเตรียมมาเพื่อเรียกความสดชื่นคู่กันกับผลไม้รวมเสิร์ฟมาในผลส้มซ่า ละมุดน้ำกะทิข้าวเม่าลานเนื้อสัมผัสนุ่มละมุน มีความเข้มข้นของน้ำกะทิและความกรอบที่พอเหมาะของข้าวเม่าลาน นำแข็งใสชาไทยมีคาเวียร์ชาไทยหน้าตาแบดูคล้ายไข่ปลาแซลมอน ในจานยาวประกอบไปด้วยขนมขี้หนู ขนมใส่ไส้ มันเชือม ขนมไข่นกกระทาทอดไส้สังขยา และทับทิมกรอบ (15/20)
ขนมไทย
A daily selection of homemade Thai sweets
ยังมีขนมตู้ซึ่งประกอบไปด้วยขนมน้ำดอกไม้ ขนมทองเอก ขนมหม้อแกง ขนมถ้วย และขนมตาล ทุกอย่างได้รับการเตรียมมาอย่างดีชนิดที่เราเองยังต้องตกใจกับรสชาติที่เชฟสามารถสื่อออกมาได้ระดับนี้ (15/20)
Special Dish
ส่วนใครที่ไปเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษอย่าลืมแจ้งกับทางร้านตั้งแต่ตอนจองเพื่อรับเค้กพิเศษจาก Mandarin Oriental Shop สำหรับใครที่รู้สึกอิ่มก็สามารถของให้ทางร้านใส่กล่องกลับมาชิมกันที่บ้านได้เช่นกัน
Coffee or Tea
ในเซ็ตเมนูนี้ได้รวมกาแฟหรือชา TWG เอาไว้แล้วซึ่งจัดว่าคุ้มค่ามาก ๆ
Fan of M.O.
ส่วนใครที่เป็น Fan of M.O. ทางร้านได้นำเสิร์ฟ Blooming Garden ที่ผสมผสานน้ำพีชเข้ากับน้ำตะไคร้ น้ำมะนาว น้ำยูซู แล้วจึงท็อปด้วยบนด้วย Rose Lemonade ช่วยเรียกความสดชื่นได้อย่างดี
Special Gift
ยังมีพริกเกลือที่ทางร้านมอบให้เป็นที่ระลึกกับลูกค้าทุก ๆ คน
ราคา 18,043.41
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารไทยแห่งใหม่ของโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ที่ปรับปรุงมาจากบ้านหลังเดิมของพระยามไหสวรรย์ เชฟพัชรา พีระภาค หรือเชฟป้อมผู้มีประสบการณ์ในห้องอาหารไทยชั้นสูบมาแล้วมากมายได้รังสรรค์อาหารไทยที่ผสมผสานรสชาติแบบดั้งเดิมเข้ากันกับเทคนิคการปรุงยุคใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ
[THE PLACE] พระยามไหสวรรย์ หรือชื่อเดิมคือนายกอ แซ่ตั้ง มีต้นตระกูลเป็นชาวจีนโพ้นทะเล ในช่วงวัยเด็กตัวท่านเติบโตขึ้นมาในจังหวัดพิษณุโลกก่อนจะเดินทางกลับมายังกรุงเทพเพื่อเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนอัสสัมชัญ เมื่อถึงวัยอันควรท่านตัดสินใจเข้ารับราชการ ณ กรมเจ้าท่าต่อด้วยการย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองธนบุรีและเป็นผู้ผลักดันงานก่อสร้างถนนคอนกรีตหรือปัจจุบันคือถนนเจริญนครเพื่อพัฒนาความเจริญในแถบนี้
พนักงานจะนำเราเดินผ่านห้องเจ้าคุณไปยังเรือนด้านหลังเพื่อพบกับห้องรับรองขนาดใหญ่ซี่งแต่เดิมใช้ในการจัดเลี้ยงแขกผู้ใหญ่ก่อนที่โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok จะเลือกใช้ห้องนี้เป็นพื้นที่รับประทานอาหารหลักแต่ยังคงโครงสร้างของตัวอาคารเดิมเอาไว้ทั้งหมดกระทั่งประตูไม้แต่ละบาน
บนผนังตกแต่งด้วยรูปภาพทั้งสีและขาวดำของท่านพระยามไหสวรรย์สลับกันไปกับหน้าต่างไม้ช่วยให้พื้นที่ภายในดูโปร่งมากยิ่งขึ้น
[THE CHEF & THE FOOD] เชฟพัชรา พิระภาค หรือเชฟป้อม เริ่มต้นทำอาหารมาตั้งแต่อายุได้เพียง 13 ปีก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารไทย Siam Wisdom เมื่อมีอายุได้ 21 ปี อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่บ่งบอกได้ถึงฝีมือของเธอนั้นคือการเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญที่นำพาห้องอาหารเสน่ห์จันทน์ คว้ารางวัล
1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2018 ก่อนจะย้ายมาร่วมงานกับโรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok ตั้งแต่ปี 2019 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับห้องอาหารบ้านพระยาเชฟป้อมตั้งใจนำเสนออาหารไทยออกมาในรูปแบบ Tasting Menu โดยอาศัยตำรับของคุณชาลี อมาตยกุล มาผสมผสานทั้งเทคนิคพื้นบ้านและเทคนิคการปรุงสมัยใหม่จนได้ออกมาเป็นจานที่โดดเด่น
สำหรับชีวิตส่วนตัวนั้นตัวพระยามไหสวรรย์สมรส 3 ครั้งโดยบ้านพระยาหลังนี้เป็นที่อยู่จริง ๆ ที่ท่านใช้ชีวิตอยู่กับภรรยาคนสุดท้ายคือคุณหญิงเลื่อน มไหสวรรย์ ผู้เจนจัดในด้านงานครัว
พื้นที่หน้าเรือนเป็นระเบียงกั้นด้วยระแนงไม้พร้อมหลังคากันสาดซึ่งแต่เดิมพระยามไหสวรรย์เคยตั้งวงดนตรีไทยชื่อว่าวงหนุ่มน้อยและบรรเลงเพลงไทยโบราณกันบริเวณนี้เป็นประจำ ในปัจจุบันพื้นที่นี้ได้ถูกปรับนำมาใช้จัดเสิร์ฟ Welcome Drink และอาหารว่างให้กับลูกค้าทุกคน
ภาพงานเลี้ยงฉลองวันครบรอบวันเกิดของพระยามไหสวรรย์ในวันที่ 10 พฤศจิกายน 1967
พระบามไหสวรรย์ที่บ้านพระยา 1967
พนักงานทุกคนบริการดีสมกับที่ได้รับรางวัล MICHELIN Guide Service Award 2023
[WHY GO] อาหารทุกจานในมื้อนี้ผ่านกระบวนการคิดและรังสรรค์ออกมาได้อย่างไร้ที่ติ ราคา 3,900++ ที่ตั้งเอาไว้จัดว่าคุ้มค่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากขนาดของกุ้งแม่น้ำตาปีตัวเขื่อง, ปริมาณของเนื้อวัววากิวออสเตรเลีย และของหวานกว่า 15 อย่างที่ให้มาในตอนท้าย
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดที่โรงแรมแล้วขึ้นดรือข้ามฟากไปยังห้องอาหารบ้านพระยา
รายการไวน์ได้รับการจัดเตรียมมาอย่างดีทั้งยังสามารถนำไวน์มาเปิดเองได้ 1 ขวดแลกกับการสั่งดื่มที่ร้าน 1 ขวด
อย่าลืมแจ้งกับพนักงานตอนจองสำหรับใครที่เป็น Fans of M.O. หรือใครที่มาเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษเพราะทางร้านจะจัดเตรียมเครื่องดื่มหรือเค้กสมนาคุณเอาไว้ให้สำหรับส่งท้ายมื้ออาหารกันอีกด้วย