หน้าแรก » 🇮🇹 Osteria La Fefa – ออสตีเรีย ลา ฟีฟ่า
Visit: December 31, 2022
🇮🇹 Osteria La Fefa - ออสตีเรีย ลา ฟีฟ่า
👨🏻🍳 Chef Giovanna Guidetti - เชฟจิโอวานน่า กุยเดตติ
Via Trento e Trieste, 9/c, 41034 Finale Emilia MO, Italy
Tel: (+39) 338 2108436
Cuisine
🍴 Emilian - อาหารอิตาลีสไตล์เอมิเลีย
Country
Italy
MICHELIN Guide
Bib Gourmand
Score
14.5/20
Price
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารพื้นบ้านที่ดีที่สุดในภูมิภาค Emilia-Romagna ข้างกันกับเมืองใหญ่อย่าง Ferrara เชฟหญิงเจ้าของร้านตัดสินใจสืบสานเมนูพื้นบ้านจนประสบความสำเร็จการันตีด้วยรางวัลต่าง ๆ มากมาย
[THE PLACE] อาคารอันเป็นที่ตั้งของ Osteria La Fefa นี้มีประวัติย้อนไปถึงสมัยปี ค.ศ. 1600 โดยชาวยิวนามว่า Donato Donati ได้ตัดสินใจเข้าซื้อบ้านทั้งหลังแต่สำหรับตัวห้องอาหารนั้นอ้างอิงเอกสารเก่าพบว่าปรากฎหลักฐานอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1786 อย่างไรก็ตามในส่วนของชื่อร้านมีที่มาจาก Signora Genoveffa เจ้าของร้านหญิงผู้ควบคุมห้องอาหารแห่งนี้ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1800 โดยในช่วงนั้นยังไม่มีแม้กระทั่งการตัดถนนผ่านหน้าร้านแต่บริเวณนี้กลับเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำ Panaro หลังจากการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่โดยรักษาสภาพของตัวอาคารเก่าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด Osteria La Fefa ได้เปิดทำการขึ้นในปี ค.ศ. 2001 ก่อนที่จะได้รับการซ่อมแซมอีกครั้งหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2012 นั่นเอง ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณริมถนนทั้งฝั่งเดียวกันและฝั่งตรงข้ามร้าน เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับบาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นกระเบื้องสีเข้ม เก้าอี้ไม้คลาสสิค และโต๊ะที่ปูด้วยผ้าขาวทำให้บรรยากาศโดยรวมดูเป็นกันเองแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา หลังร้านเป็นพื้นที่เทอเรสสุดชิลเหมาะกับในวันที่อากาศเป็นใจ
[THE CHEF & THE FOOD] Giovanna Guidetti ตัดสินใจลาออกจากสายงานธนาคารเพื่อกลายมาเป็นเชฟมืออาชีพอย่างเต็มตัวทั้งยังมีภารกิจสำคัญคือการรักษาอาหารท้องถิ่นของพื้นที่แถบ Modena ตอนล่างและ Finale Emilia โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นจากแถบนี้ ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบโดยมีเมนูเสริมเป็นอาหารตามฤดูกาลอีกบางส่วน สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้ดีมาก ๆ เช่น
Tortellini in Brodo เป็นเมนูคลาสสิคประจำภูมิภาค Emilia-Romagna มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดจิ๋ว ด้านในสอดไส้เนื้อไก่ Capon ผสมกันกับไก่ต๊อกหรือ Guinea Fowl จนได้เนื้อสัมผัสที่ตัดกันกับแป้งด้านนอก จนกนั้นต้มจนสุกแล้วเสิร์ฟมาในซุปเนื้อรสชาติกลมกล่อม (15/20)
ห้ามพลาดหนึ่งในเมนูคลาสสิคประจำภูมิภาค Emilia-Romagna อย่างพาสต้าเส้น Tagliatelle คลุกเคล้าไปกับ Bolognese Sauce สูตรของทางร้านที่ผสมเนื้อวัวกับเนื้อหมูเข้าด้วยกันให้รสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสอันแสนละมุนลิ้น (15/20)
หนึ่งในเมนูคลาสสิคประจำภูมิภาค Emilia-Romagna อย่างพาสต้าเส้น Tagliatelle คลุกเคล้าไปกับ Bolognese Sauce สูตรของทางร้านที่ผสมเนื้อวัวกับเนื้อหมูเข้าด้วยกันให้รสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสอันแสนละมุนลิ้น (15/20)
[WHY GO] สำหรับใครที่แวะมายังพื้นที่แถบเมือง Bologna, Ferrara หรือเดินทางมาชิมห้องอาหารระดับโลกอย่าง Osteria Francescana ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันเราขอแนะนำให้เผื่อเวลาอีกสักหนึ่งวันเพื่อแวะมาชิมห้องอาหารพื้นบ้านที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้ ราคาอาหารคุ้มค่า ราคาไวน์ท้องถิ่นจัดว่าเข้าถึงง่าย ขอแนะนำอย่างมากให้แวะมาในช่วงกลางวันอันเนื่องมาจากถนนระหว่างหมู่บ้านที่ค่อนข้างขรุขระและเป็นหลุมเป็นบ่ออย่างมากนั่นเอง
Price :
25-45 €/p
Parking :
จอดริมถนนหน้าร้าน
Operating Time :
Mon, Thu-Sat 12.00-14.30, 19.30-22.00; Sun 12.0-14.30; Closed on Tue
Dress Code :
Casual
Score
👍 สุดยอดห้องอาหารพื้นบ้านสไตล์ Emilian ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาค Emilia-Romagna
อาหาร :
14.5
ราคา :
เทคนิค :
อัตลักษณ์ :
บรรยากาศ :
บริการ :
ไวน์ :
Map
📃 À LA CARTE
Uova al tegamino e tartufo bianco (3 grammi) (20 €)
Gnocco fritto e salumi misti (12 €)
Tortellini in brodo di manzo, cappone e faraona (16 €)
Tortellini in crema di Parmigiano Reggiano (16 €)
Tagliatelle al ragù antico (12 €)
Tagliolini al burro e tartufo bianco (3 grammi) (27 €)
Torta di tagliatelle al profumo di Anicione (6 €)
Tortino di mele al profumo di cannella e gelato alla crema (6 €)
Fior di latte al profumo di arancia secondo la ricetta dell’Artusi (6 €)
Zuppa inglese con crema pasticcera e Alchermes Casoni (6 €)
Osteria La Fefa – ออสตีเรีย ลา ฟีฟ่า
Bib Gourmand – บิบ กูร์มองด์
Emilian – อาหารอิตาลีสไตล์เอมิเลีย
Chef Giovanna Guidetti – เชฟจิโอวานน่า กุยเดตติ
Uova al tegamino e tartufo bianco (3 grammi) (20 €)
เริ่มต้นด้วยเมนูพิเศษประจำฤดูหนาวอย่าวไข่ดาว กึ่งสุกกึ่งดิบโรยด้วย Winter White Truffle คุณภาพสูงส่งอโรมาหอม ๆ เข้ากันกับไข่เป็นที่สุด (14/20)
Tortellini in brodo di manzo, cappone e faraona (16 €)
Tortellini in Brodo เป็นเมนูคลาสสิคประจำภูมิภาค Emilia-Romagna มีลักษณะเป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดจิ๋ว ด้านในสอดไส้เนื้อไก่ Capon ผสมกันกับไก่ต๊อกหรือ Guinea Fowl จนได้เนื้อสัมผัสที่ตัดกันกับแป้งด้านนอก จนกนั้นต้มจนสุกแล้วเสิร์ฟมาในซุปเนื้อรสชาติกลมกล่อม (15/20)
Tortellini in crema di Parmigiano Reggiano (16 €)
พาสต้าทรงเกี๊ยว Tortellini ต้มจนสุกคลุกเคล้ามากับ Parmigiano Reggiano ครีมหอมมัน ทั้งยังมีความหนืดที่พอเหมาะพอดีอีกด้วย (14/20)
Tagliatelle al ragù antico (12 €)
หนึ่งในเมนูคลาสสิคประจำภูมิภาค Emilia-Romagna อย่างพาสต้าเส้น Tagliatelle คลุกเคล้าไปกับ Bolognese Sauce สูตรของทางร้านที่ผสมเนื้อวัวกับเนื้อหมูเข้าด้วยกันให้รสชาติเข้มข้นและเนื้อสัมผัสอันแสนละมุนลิ้น (15/20)
Tagliolini al burro e tartufo bianco (3 grammi) (27 €)
อีกหนึ่งเมนูประจำฤดูกาลคือพาสต้าเส้น Tagliolini โฮมเมดเส้นค่อนข้างแบนให้เนื้อสัมผัสคล้ายกับบะหมี่ไข่บ้านเราคลุกเคล้ากับซอสเนยจนหอมมัน ด้านบนโรยด้วย Winter White Truffle มาให้ส่งกลิ่นหอมคลุ้งไปทั้งโต๊ะ (15/20)
Tagliolini al burro e tartufo bianco (3 grammi) (27 €)
ทางร้านนำซอสเนยมาวางบนโต๊ะ (15/20)
Gnocco fritto e salumi misti (12 €)
เมนูที่ได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์คือ Gnocco หรือมันฝรั่งทอดกรอบเสิร์ฟมากับ Salumi คุณภาพสูงของภูมิภาค Emilia หลากหลายชนิด (15/20)
Gnocco fritto e salumi misti (12 €)
มันฝรั่งทอดให้เนื้อสัมผัสที่เบา ไม่อมน้ำมัน และไม่หนักท้อง (15/20)
Gnocco fritto e salumi misti (12 €)
ตัว Salumi Misti ประกอบไปด้วย Pancetta Steccata, Salame Dolce di San Felice Senz’aglio, Mortadella Favola di Mec Palmieri, Prosciutto Crudo 30 Mesi di Ghirardi Onesto da Langhirano (15/20)
Bread
พนักงานเริ่มต้นด้วยการนำเสิร์ฟขนมปังมาในตะกร้าใหญ่
Torta di tagliatelle al profumo di Anicione (6 €)
ของหวานจานแรกคือเมนูสุดแปลกอย่าง Tagliatelle Cake โดยระหว่างขั้นตอนการทำเชฟได้นำพาสต้าเส้น Tagliatelle มาโรยบนหน้าเค้กที่มีส่วนผสมของ Anicione เหล้าโบราณของเมือง Finale Emilia ก่อนนำเข้าเตาอบจนได้ความกรอบที่ไม่เหมือนใคร (13/20)
Tortino di mele al profumo di cannella e gelato alla crema (6 €)
เมนูที่ประทับใจที่สุดจานหนึ่งคือ Apple Tarte รสหวานฉ่ำ เนื้อสัมผัสกรอบ ทั้งยังมีกลิ่นหอมจาก Cinnamon เสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีมเพื่อให้มีความแตกต่างทางอุณหภูมินั่นเอง (15/20)
Fior di latte al profumo di arancia secondo la ricetta dell’Artusi (6 €)
Fior di Latte มีลักษณะคล้าย Flan ให้รสชาติหวานกลมกล่อมเสริมด้วยความเปรี้ยวแบะขมของส้มตามสูตรของ Pellegrino Artusi ผู้ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาของอาหารอิตาลี (14/20)
Zuppa inglese con crema pasticcera e Alchermes Casoni (6 €)
ถึงแม้ว่า Zuppa Inglese จะแปลตรงตัวได้ว่า English Soup แต่แท้จริงแล้วเมนูนี้เป็นของหวานที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอิตาลีโดยมีองค์ประกอบหลักคือ Sponge Cake นุ่มละมุนเสริมด้วยความหวานจากคัสตาร์ดและอโรมาของเหล้า Alchermes Casoni (15/20)
Caffe (2 €)
ปิดท้ายด้วยกาแฟเอสเปรสโซ่สักช็อต
ราคา 200 €
[INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับหนึ่งในห้องอาหารพื้นบ้านที่ดีที่สุดในภูมิภาค Emilia-Romagna ข้างกันกับเมืองใหญ่อย่าง Ferrara เชฟหญิงเจ้าของร้านตัดสินใจสืบสานเมนูพื้นบ้านจนประสบความสำเร็จการันตีด้วยรางวัลต่าง ๆ มากมาย
[THE CHEF & THE FOOD] Giovanna Guidetti ตัดสินใจลาออกจากสายงานธนาคารเพื่อกลายมาเป็นเชฟมืออาชีพอย่างเต็มตัวทั้งยังมีภารกิจสำคัญคือการรักษาอาหารท้องถิ่นของพื้นที่แถบ Modena ตอนล่างและ Finale Emilia โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นจากแถบนี้
ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบโดยมีเมนูเสริมเป็นอาหารตามฤดูกาลอีกบางส่วน
[THE PLACE] อาคารอันเป็นที่ตั้งของ Osteria La Fefa นี้มีประวัติย้อนไปถึงสมัยปี ค.ศ. 1600 โดยชาวยิวนามว่า Donato Donati ได้ตัดสินใจเข้าซื้อบ้านทั้งหลัง
สำหรับตัวห้องอาหารนั้นอ้างอิงเอกสารเก่าพบว่าปรากฎหลักฐานอย่างชัดเจนเป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1786 อย่างไรก็ตามในส่วนของชื่อร้านมีที่มาจาก Signora Genoveffa เจ้าของร้านหญิงผู้ควบคุมห้องอาหารแห่งนี้ในช่วงปลายปี ค.ศ. 1800 โดยในช่วงนั้นยังไม่มีแม้กระทั่งการตัดถนนผ่านหน้าร้านแต่บริเวณนี้กลับเป็นพื้นที่ริมแม่น้ำ Panaro
หลังจากการบูรณะซ่อมแซมครั้งใหญ่โดยรักษาสภาพของตัวอาคารเก่าเอาไว้ให้ได้มากที่สุด Osteria La Fefa ได้เปิดทำการขึ้นในปี ค.ศ. 2001 ก่อนที่จะได้รับการซ่อมแซมอีกครั้งหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 2012 นั่นเอง
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณริมถนนทั้งฝั่งเดียวกันและฝั่งตรงข้ามร้าน
ภายในห้องอาหาร
ภายในตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นกระเบื้องสีเข้ม เก้าอี้ไม้คลาสสิค และโต๊ะที่ปูด้วยผ้าขาวทำให้บรรยากาศโดยรวมดูเป็นกันเองแต่ไม่ละทิ้งความหรูหรา หลังร้านเป็นพื้นที่เทอเรสสุดชิลเหมาะกับในวันที่อากาศเป็นใจ
เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับบาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม
[WHY GO] สำหรับใครที่แวะมายังพื้นที่แถบเมือง Bologna, Ferrara หรือเดินทางมาชิมห้องอาหารระดับโลกอย่าง Osteria Francescana ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกันเราขอแนะนำให้เผื่อเวลาอีกสักหนึ่งวันเพื่อแวะมาชิมห้องอาหารพื้นบ้านที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในย่านนี้
ราคาอาหารคุ้มค่า ราคาไวน์ท้องถิ่นจัดว่าเข้าถึงง่าย ขอแนะนำอย่างมากให้แวะมาในช่วงกลางวันอันเนื่องมาจากถนนระหว่างหมู่บ้านที่ค่อนข้างขรุขระและเป็นหลุมเป็นบ่ออย่างมากนั่นเอง