Visit: December 17, 2020

🇹🇭 Banrimbung - บ้านริมบึง

ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 73000

Tel: 081-944-9199

Cuisine

🍴 Thai - อาหารไทย

Country

Thailand

MICHELIN Guide

Selected by MICHELIN Guide

Score

13/20

Price

5/5
          

🎗 Michelin Guide 2021 ฉบับกรุงเทพได้ขยายพื้นที่การมอบรางวัลออกไปยังเขตปริมณฑลและจังหวัดต่างๆโดยรอบรวมไปถึงจังหวัดนครปฐมที่มีร้านอาหารติดโผเข้าไปถึง 3 ร้าน หนึ่งในนั้นคือ “บ้านริมบึง” สวนอาหารในบรรยากาศสุดชิลที่เราหยิบมาแนะนำกันในวันนี้นั่นเอง เพื่อนๆที่ขับรถมาจากกรุงเทพตาม GPS มาให้ระวังทางกลับรถใต้สะพานเพราะค่อนข้างแคบและอันตรายหรืออาจขับเลยไปสักหน่อยเพื่อกลับรถแบบปกติ เมื่อถึงทางเข้าให้สังเกตุป้ายชื่อร้านริมทางแล้วจึงเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ขับตรงไปจึงจะถึงที่จอดรถ

          

🎗 เจ้าของร้านคุณอภิชาติ ว่องวัฒนะสิน ได้เริ่มต้นทำธุรกิจร้านบ้านริมบึงขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน แต่เดิมเป็นเพียงร้านเล็กๆที่มีหลังคามุงด้วยใบจากขนาดเพียง 10 โต๊ะ (ปัจจุบันคือบริเวณตัวอาคารหลัก) ก่อนที่จะขยับขยายโดยการขุดบึงขึ้นมาถมกลายเป็นสวนอาหารขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 80 ไร่ในเวลาต่อมา บ่อปลากลางร้านแม้จะมีขนาดใหญ่จนกินพื้นที่ส่วนมากไปแต่รู้หรือไม่ว่าแต่เดิมเป็นบ่อน้ำกร่อยตื้นๆเลี้ยงปลาไม่ได้ คุณอภิชาติจึงได้ว่าจ้างคนจากกรมปศุสัตว์มาให้คำแนะนำ เริ่มตั้งแต่การวิดน้ำออกแล้วเทปูนขาวเพื่อปรับสภาพกรด-ด่าง จากน้ำเติมน้ำใหม่ลงไปแล้วนำลูกปลาแรดมาอนุบาลในกระชัง วันหนึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่จนปลาหลุดออกมาแพร่พันธ์กันเต็มสระดังที่เห็นในปัจจุบัน ฝั่งพื้นที่ห้องทานอาหารถูกแบ่งออกได้ถึง 5 ส่วน ใครที่มาช่วงเที่ยงอาจเลือกนั่งในห้องปรับอากาศเพื่อหลีกหนีอากาศร้อน ด้านหลังมีห้องคาราโอเกะสำหรับคนที่มาเป็นกลุ่มและต้องการความเป็นส่วนตัว ส่วนใครที่มาในช่วงเย็นขอแนะนำให้เลือกนั่งริมน้ำเพื่อสัมผัสบรรยากาศสไตล์บ้านสวน ทั้งยังมีดนตรีสดบรรเลงเพลงยุคเก่าเหมาะกับการพาผู้หลักผู้ใหญ่มาทานกันเป็นครอบครัว

🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดย “ป้าตา“ แม่ครัวเอกอายุ 58 ปีชาวสมุทรปราการที่อยู่เคียงคู่กับร้านมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิก ป้าตาเล่าให้เราฟังว่าย้อนไปสมัยตอนเปิดร้านป้าแทบจะทำอาหารไม่เป็นเลย แต่ด้วยความที่คุณอภิชาติเจ้าของร้านจ้างแม่ครัวมาประจำแล้วมีคนลาออกบ้าง เปลี่ยนงานบ้าง หรือหนักสุดคือหนีหายไปเลย ป้าตาเลยอาศัยครูพักลักจำเทคนิคการทำอาหารจากเหล่าแม่ครัวแต่ละคนเพื่อดันตัวเองขึ้นมาเป็นแม่ครัวสำรองของร้าน ใช้เวลาฝึกอยู่ร่วม 3 ปีรสมือของป้าก็เริ่มนิ่งและเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้าและกลายมาเป็นแม่ครัวเอกประจำร้าน เมื่อร้านขยับขยายกิจการก็มีคนช่วยในครัวเพิ่มจากเดิม 4 คนเป็น 12 คน ทั้งยังมีผู่ช่วยมือหนึ่งเป็นคนลาวที่ป้าตาลงทุนสอนวิธีการทำอาหารแต่ละอย่างละเอียดให้มานานกว่า 8 ปี รับรองว่ารสมือนิ่งไม่แพ้ตัวป้าเองเลยเหมือนกัน ใครที่ต้องการลิ้มรสอาหารฝีมือป้าตาก็แวะเข้ามาทานที่ร้านได้เลยแต่อย่าลืมโทรมาจองหรือสอบถามล่วงหน้าเพราะในทุกๆ 3 เดือนจะมีวันที่ป้าตาลากลับบ้านราวๆ 2 วันซึ่งคุณอภิชาติเจ้าของร้านจะตัดสินใจปิดร้านทุกครั้งที่ป้าตาไม่อยู่เพื่อรักษาคุณภาพของอาหารไม่ให้เสียมาตรฐาน ก่อนกลับอย่าลืมปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมและกาแฟจากร้าน Duem-Dum Coffee & Shopping (อ่านว่าดื่มด่ำ) ที่ขายอยู่ด้วยกันโดยมีวาฟเฟิลโฮมเมดเป็นตัวชูโรงช่วยให้มื้ออาหารสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

🎗 หากเปิดสมุดเมนูออกมาจะพบกับอาหารหลากหลายรูปแบบ ทั้งอาหารป่าอย่าง ปลาคัง กบ หมูป่า รวมไปถึงอาหารไทยประเภทผัด ทอด ต้ม และแกงต่างๆ และเมนูที่ทำออกมาได้โดดเด่นจนต้องหยิบมาเล่าให้ฟังตรงนี้สัก 3-4 อย่างคือ …

✨ ทอดมันปลากราย (150)

แม้จะชื่อเมนูว่าทอดมันปลากรายแต่ป้าตาเจ้าของสูตรบอกกับเราตามตรงว่าป้าไม่ได้ใช้เนื้อปลากรายล้วนๆในการทำ เพราะว่าแม้จะมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มแต่ปลากรายมักจะมีความกระด้างติดมาด้วย ป้าตาจึงไปเอาสูตรจากคุณแม่ที่มักใส่ปลาฉลาดหรือปลาน้ำดอกไม้ลงไปแต่ที่เมืองนครปฐมมีปลายี่สกเยอะมากซึ่งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มระดับหนึ่งแต่ไม่เท่าปลากราย แต่ก็มีความกระด้างที่น้อยกว่าเช่นกัน ป้าจึงเลือกผสมเนื้อปลากรายกับปลายี่สกในอัตราส่วน 3:1 เพื่อให้เวลาเคี้ยวจะมีความนุ่ม หนึบ เคี้ยวแล้วทอดมันจะยุบตัวแต่เด้งกลับขึ้นมาและไม่กระด้าง ป้าตาเล่าว่ากว่าจะได้อัตราส่วนที่พอเหมาะป้าลองผิดลองถูกอยู่นาน 3-4 ปีเลยทีเดียว แม้จะมีเน้นเนื้อสัมผัสที่ดีมากๆแต่ทอดมันสูตรของที่นี่ต่างจากที่อื่นคือจะไม่มีรสชาติเครื่องแกงเด่นชัดมากเพราะป้าตาจงใจให้ทานคู่กับน้ำจิ้มหวานสูตรเด็ดที่เสิร์ฟมาคู่กัน ถือเป็นเมนูที่คุ้มค่าแก่การลองเป็นอย่างยิ่ง (13/20)

✨ แกงป่าไก่บ้าน (150)

ห้ามพลาดเมนูแนะนำประจำร้านอย่างแกงป่าโดยป้าตาแนะนำให้ใช้โปรตีนหลักเป็นปลาคังหรือไก่บ้านเท่านั้น เริ่มต้นจากการผัดพริกแกงจนหอมก่อน ถ้าเลือกไก่บ้านป้าตาจะใส่เนื้อไก่และเครื่องในลงไปด้วย จากนั้นใส่ผักและสมุนไพรสำหรับแกงป่าลงไปมีทั้งมะเขือเปาะ มะเขือพวง พริกแดง ถั่วฝักยาว ใบกระเพรา และวัตถุดิบสำคัญคือกระชายลงไปต้มจนสุก น้ำซุปทำออกมารสชาติเผ็ดจัดจ้าน มีความร้อนจากกระชายชนิดที่คนทานเผ็ดยังต้องเหงื่อตก เนื้อไก่นุ่มไม่สุกจนเกินไป มีอโรม่าและกลิ่นหอมของสมุนไพรเด่นชัดเจนมากๆ ถือเป็นเมนูที่เราประทับใจที่สุดในวันนี้ บอกเลยว่าอร่อยจนหาใครเทียบชั้นได้ยากในระดับราคานี้แล้วจริงๆ (14/20)

✨ ปลาช่อนทอดสมุนไพร (350)

ปลาช่อนที่นี่ใช้เป็นปลาช่อนเลี้ยง ส่วนใครชอบปลาบู่หรือปลาช่อนนาป้าตาแนะนำให้โทรมาสอบถามหรือสั่งจองเอาไว้ก่อน เช่นเดียวกับปลากะพงเมนูนี้ผู้ช่วยคนลาวของป้าตารับผิดชอบหน้าที่ในการทอดปลา เนื้อปลาสุก กรอบ ไม่อมน้ำมันแม้แต่น้อย จากนั้นราดด้วยซอสน้ำเมี่ยงรสเลิศแทนที่น้ำยำแบบร้านอื่นๆ ป้าตาเตรียมเคี่ยวเอาไว้โดยใช้น้ำตาล น้ำปลา มะนาว เคี่ยวในอุณหภูมิสูงจนเดือดพล่านนาน 15 นาที แล้วจึงหรี่ไฟอ่อนเคี่ยวต่ออีก 20 นาทีจนน้ำซอสเกิดงวดและเข้มข้นมากขึ้น จากนั้นนำออกมาจากเตาแล้วพักเอาไว้ต่อด้วยการแช่ตู้เย็น ตอนทานจะสัมผัสได้ถึงความหวานที่พอเหมาะ ตามด้วยรสเปรี้ยวเค็มและเผ็ดกลมกล่อม ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายจากเครื่องสมุนไพรต่างๆมีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน อร่อยจนอยากขอน้ำซอสเพิ่มจากป้าตามาราดเพิ่ม สุดยอดมากๆ จานนี้ถ้าให้ซอสมาเพิ่มหรือแยกถ้วยมาให้จิ้มเพิ่มเติมอาจทำให้รสชาติเด่นขึ้นอาจและให้คะแนนเพิ่มเป็น 14/20 ได้เลย (เพื่อนๆไปทานลองขอน้องพนักงานดูนะ น้ำซอสอร่อยมากจริงๆ) (13/20)

🎗 รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีมากในระดับราคานี้ ป้าตาแม่ครัวเอกของร้านใช้ประสบการณ์กว่า 20 ปีตั้งแต่ร้านเปิดในการเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารไทยจนมีรสมือไม่เป็นสองรองใคร “บ้านริมบึง” เป็นจุดแวะพักชั้นเลิศสำหรับเพื่อนๆที่จัด One Day Trip มาเที่ยวจังหวัดนครปฐม รับรองว่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

Price :

400-800 THB/p

Parking :

ตำบลหนองดินแดง อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม 73000

Operating Time :

10.00-22.00

Dress Code :

Casual

Score

👍 อาหารไทยรสเลิศในราคาสุดคุ้มค่า แนะนำให้มาทานช่วงเย็นซึ่งมีดนตรียุคเก่าบรรเลงกันสดๆ รับรองว่าบรรยากาศดีสุดๆ

อาหาร :

13

ราคา :

5/5

เทคนิค :

1/5

อัตลักษณ์ :

1/5

บรรยากาศ :

3/5

บริการ :

3/5

ไวน์ :

/5

Map

📃 À LA CARTE

          

ทอดมันปลากราย (150)

เนื้อปูก้อนผัดพริกเหลือง (350)

หมึกผัดไข่เค็ม (200)

กุ้งแม่น้ำผัดซอสมันกุ้ง (400)

กะพงทอดน้ำปลา (400)

ปลาช่อนทอดสมุนไพร (350)

ปลาคังต้มยำ (200)

แกงป่าไก่บ้าน (150)

ไข่ตุ๋นหม้อไฟ (150)

ข้าวเปล่าโถ (60)

🇹🇭 Banrimbung – บ้านริมบึง

🍴 Thai – อาหารไทย

Michelin Guide 2021 ฉบับกรุงเทพได้ขยายพื้นที่การมอบรางวัลออกไปยังเขตปริมณฑลและจังหวัดต่างๆโดยรอบรวมไปถึงจังหวัดนครปฐมที่มีร้านอาหารติดโผเข้าไปถึง 3 ร้าน หนึ่งในนั้นคือ “บ้านริมบึง” สวนอาหารในบรรยากาศสุดชิลที่เราหยิบมาแนะนำกันในวันนี้นั่นเอง

อาหารที่นี่ควบคุมโดย “ป้าตา“ แม่ครัวเอกอายุ 58 ปีชาวสมุทรปราการที่อยู่เคียงคู่กับร้านมาตั้งแต่รุ่นบุกเบิก ป้าตาเล่าให้เราฟังว่าย้อนไปสมัยตอนเปิดร้านป้าแทบจะทำอาหารไม่เป็นเลย แต่ด้วยความที่คุณอภิชาติเจ้าของร้านจ้างแม่ครัวมาประจำแล้วมีคนลาออกบ้าง เปลี่ยนงานบ้าง หรือหนักสุดคือหนีหายไปเลย ป้าตาเลยอาศัยครูพักลักจำเทคนิคการทำอาหารจากเหล่าแม่ครัวแต่ละคนเพื่อดันตัวเองขึ้นมาเป็นแม่ครัวสำรองของร้าน ใช้เวลาฝึกอยู่ร่วม 3 ปีรสมือของป้าก็เริ่มนิ่งและเป็นที่ถูกอกถูกใจของลูกค้า เมื่อร้านขยับขยายกิจการก็มีคนช่วยในครัวเพิ่มจากเดิม 4 คนเป็น 12 คน ทั้งยังมีผู่ช่วยมือหนึ่งเป็นคนลาวที่ป้าตาลงทุนสอนวิธีการทำอาหารแต่ละอย่างละเอียดให้มานานกว่า 8 ปี รับรองว่ารสมือนิ่งไม่แพ้ตัวป้าเองเลยเหมือนกัน ใครที่ต้องการลิ้มรสอาหารฝีมือป้าตาก็แวะเข้ามาทานที่ร้านได้เลยแต่อย่าลืมโทรมาจองหรือสอบถามล่วงหน้าเพราะในทุกๆ 3 เดือนจะมีวันที่ป้าตาลากลับบ้านราวๆ 2 วันซึ่งคุณอภิชาติเจ้าของร้านจะตัดสินใจปิดร้านทุกครั้งที่ป้าตาไม่อยู่เพื่อรักษาคุณภาพของอาหารไม่ให้เสียมาตรฐาน

ทอดมันปลากราย (150)

แม้จะชื่อเมนูว่าทอดมันปลากรายแต่ป้าตาเจ้าของสูตรบอกกับเราตามตรงว่าป้าไม่ได้ใช้เนื้อปลากรายล้วนๆในการทำ เพราะว่าแม้จะมีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มแต่ปลากรายมักจะมีความกระด้างติดมาด้วย ป้าตาจึงไปเอาสูตรจากคุณแม่ที่มักใส่ปลาฉลาดหรือปลาน้ำดอกไม้ลงไปแต่ที่เมืองนครปฐมมีปลายี่สกเยอะมากซึ่งมีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสทีเหนียวนุ่มระดับหนึ่งแต่ไม่เท่าปลากราย แต่ก็มีความกระด้างที่น้อยกว่าเช่นกัน ป้าจึงเลือกผสมเนื้อปลากรายกับปลายี่สกในอัตราส่วน 3:1 เพื่อให้เวลาเคี้ยวจะมีความนุ่ม หนึบ เคี้ยวแล้วทอดมันจะยุบตัวแต่เด้งกลับขึ้นมาและไม่กระด้าง ป้าตาเล่าว่ากว่าจะได้อัตราส่วนที่พอเหมาะป้าลองผิดลองถูกอยู่นาน 3-4 ปีเลยทีเดียว แม้จะมีเน้นเนื้อสัมผัสที่ดีมากๆแต่ทอดมันสูตรของที่นี่ต่างจากที่อื่นคือจะไม่มีรสชาติเครื่องแกงเด่นชัดมากเพราะป้าตาจงใจให้ทานคู่กับน้ำจิ้มหวานสูตรเด็ดที่เสิร์ฟมาคู่กัน ถือเป็นเมนูที่คุ้มค่าแก่การลองเป็นอย่างยิ่ง (13/20)

เนื้อปูก้อนผัดพริกเหลือง (350)

เมนูนี้ป้าตาเล่าว่าทางร้านรับเนื้อปูก้อนมาสดๆในรูปแบบแกะมาพร้อมทาน ส่วนขั้นตอนการผัดได้มอบหมายงานให้ผู้ช่วยในครัวเป็นคนรับผิดชอบเมนูนี้ เนื้อปูก้อนสดมากๆสังเกตได้จากความหวานและกลิ่นหอมธรรมชาติของเนื้อปูแสดงออกมาอย่างเด่นชัด ผัดมากับพริกเหลือง ถั่วผักยาว และต้นหอม ตอนทานจะมีมิติทางเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย ที่สำคัญไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวของถั่วฝักยาวปนมาเลย อร่อยสมกับเป็นเมนูแนะนำจริงๆ (13/20)

หมึกผัดไข่เค็ม (200)

หนึ่งในเมนูเด็ดวันนี้ต้องยกให้หมึกผัดไข่เค็ม เราแทบน้ำตาไหลเมื่อตักทานดูพบว่าเนื้อหมึกนุ่มเด้ง ไม่สุกเกินไปจนหดเล็กลง (ร้านสวนอาหารทั่วไปเกินกว่า 90% มักลวกหมึกออกมาสุกเกินไปจนหดตัว) ป้าตาบอกว่าสาเหตุก็เพราะวัตถุดิบเราค่อนข้างสด ซอสไข่เค็มรสชาติกลมกล่อม มีความเนียน ละเอียด ไม่สากลิ้น มีกลิ่นหอมที่พอดี ถือเป็นหนึ่งจานเด็ดที่ห้ามพลาดเมื่อมาทานที่ร้าน (14/20)

กุ้งแม่น้ำผัดซอสมันกุ้ง (400)

สำหรับเมนูที่ได้รับการแนะนำจากมิชลินไกด์ คือกุ้งแม่น้ำเป็นๆที่ทีมครัวนำมาตัดแต่งแล้วพักเอาไว้ก่อน ในกระทะให้โยนกระเทียม พริกไทย และรากผักชีลงไปผัดตามด้วยมันกุ้งที่เตรียมเอาไว้ในฟรีซจนผสมเข้ากันดี จากนั้นใส่กุ้งแม่น้ำที่เตรียมเอาไว้ลงไปผัดให้ซอสเข้าเนื้อ ตอนทานให้ตักแยกส่วนหัวและตัวกุ้งออกเพื่อให้มันกุ้งแม่น้ำไหลลงมาผสมกับซอสมันกุ้ง เนื้อกุ้งแน่นดีตามธรรมชาติของเนื้อกุ้งแม่น้ำ ทั้งยังมีกลิ่นหอมและความมันของมันกุ้งสองชนิดเสริมกันได้อย่างลงตัว อย่าลืมลองทานกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเด็ดเพื่อได้รสชาติที่หลากหลาย (13/20)

กะพงทอดน้ำปลา (400)

สำหรับเมนูปลาทอดป้าตาได้มอบหมายงานให้ผู้ช่วยคนลาวเป็นคนรับผิดชอบหน้าที่นี้ เนื้อปลาสุกกำลังดี กรอบ ไม่อมน้ำมันแม้แต่น้อย ด้านบนราดด้วยน้ำปลาที่เคี่ยวกับน้ำตาลจนงวด มีรสชาติเข้มข้น กลิ่นหอมในแบบน้ำปลาชั้นดี จะทานกับซอสเปรี้ยวหวานหรือน้ำจิ้มซีฟู้ดที่เสิร์ฟมาด้วยก็อร่อยไม้แพ้กัน (12/20)

ปลาช่อนทอดสมุนไพร (350)

ปลาช่อนที่นี่ใช้เป็นปลาช่อนเลี้ยง ส่วนใครชอบปลาบู่หรือปลาช่อนนาป้าตาแนะนำให้โทรมาสอบถามหรือสั่งจองเอาไว้ก่อน ขั้นตอนการทำเริ่มที่ผู้ช่วยคนลาวของป้าตาซึ่งรับผิดชอบการทอดปลา เนื้อปลาสุก กรอบ ไม่อมน้ำมันแม้แต่น้อย จากนั้นราดด้วยซอสน้ำเมี่ยงรสเลิศแทนที่น้ำยำแบร้านอื่นๆ ป้าตาเตรียมเคี่ยวเอาไว้โดยใช้น้ำตาล น้ำปลา มะนาว เคี่ยวในอุณหภูมิสูงจนเดือดพล่านนาน 15 นาที แล้วจึงหรี่ไฟอ่อนเคี่ยวต่ออีก 20 นาทีจนน้ำซอสงวดและเข้มข้นมากขึ้น จากนั้นนำออกมาจากเตาแล้วพักเอาไว้ต่อด้วยการแช่ตู้เย็น ตอนทานจะสัมผัสได้ถึงความหวานที่พอเหมาะ ตามด้วยรสเปรี้ยวเค็มและเผ็ดกลมกล่อม ทั้งยังมีเนื้อสัมผัสที่หลากหลายจากเครื่องสมุนไพรต่างๆมีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน อร่อยจนอยากขอน้ำซอสเพิ่มจากป้าตามาราดเพิ่ม สุดยอดมากๆ จานนี้ถ้าให้ซอสมาเพิ่มหรือแยกถ้วยมาให้จิ้มเพิ่มเติมอาจทำให้รสชาติเด่นขึ้นอาจและให้คะแนนเพิ่มเป็น 14/20 ได้เลย (เพื่อนๆไปทานลองขอน้องพนักงานดูนะ น้ำซอสอร่อยมากจริงๆ) (13/20)

ปลาคังต้มยำ (200)

ป้าตาเล่าว่าเมนูปลาคังที่นี่การันตีความสดเพราะทางร้านมีชาวบ้านที่คอยจับปลาจากเขื่อนในจากจังหวัดกาญจนบุรีส่งตรงมาให้แบบวันเว้นวัน แต่ละตัวมีขนาดใหญ่กว่า 8 กิโลกรัม ส่งมาครั้งหนึ่งราวๆ 16-17 กิโลกรัม พอได้ยินว่าวันนี้ปลาเพิ่งมาส่งพอดีก็อดไม่ได้ที่จะสั่งเมนูเด็ดของร้านอย่างต้มยำปลาคังมาชิม ขั้นตอนการทำเริ่มจากการแล่เนื้อปลาออกเป็นชิ้นๆ จากนั้นนำไปสะดุ้งกับน้ำร้อนเพียงชั่วครู่ให้เนื้อปลาพอหดตัว จุดประสงค์เพื่อให้น้ำส่วนเกินและเมือกของปลาหลุดออกไป ไม่เช่นนั้นหากนำมาทำอาหารจะทำให้น้ำซุปมีสีขุ่นดูไม่น่าทาน น้ำซุปทำออกมารสชาติจัดจ้านถึงใจ มีครบทั้งเปรี้ยวหวานเค็มเผ็ด เนื้อปลาคังแน่นแต่ไม่แข็ง หนังเด้งแต่ไม่เละ ที่สำคัญคือแม้จะเป็นปลาน้ำจืดและป้าตาทำออกมาไร้ซึ่งกลิ่นคาว อร่อยชนิดหาใครเทียบได้ยากในระดับราคานี้เลยล่ะ (13/20)

แกงป่าไก่บ้าน (150)

ห้ามพลาดเมนูแนะนำประจำร้านอย่างแกงป่าโดยป้าตาแนะนำให้ใช้โปรตีนหลักเป็นปลาคังหรือไก่บ้านเท่านั้น เริ่มต้นจากการผัดพริกแกงจนหอมก่อน ถ้าเลือกไก่บ้านป้าตาจะใส่เนื้อไก่และเครื่องในลงไปด้วย จากนั้นใส่ผักและสมุนไพรสำหรับแกงป่าลงไปมีทั้งมะเขือเปาะ มะเขือพวง พริกแดง ถั่วฝักยาว ใบกระเพรา และวัตถุดิบสำคัญคือกระชายลงไปต้มจนสุก น้ำซุปทำออกมารสชาติเผ็ดจัดจ้าน มีความร้อนจากกระชายชนิดที่คนทานเผ็ดยังต้องเหงื่อตก เนื้อไก่นุ่มไม่สุกจนเกินไป มีอโรม่าและกลิ่นหอมของสมุนไพรเด่นชัดเจนมากๆ ถือเป็นเมนูที่เราประทับใจที่สุดในวันนี้ บอกเลยว่าอร่อยจนหาใครเทียบชั้นได้ยากในระดับราคานี้แล้วจริงๆ (14/20)

ไข่ตุ๋นหม้อไฟ (150)

สุดท้ายคือเมนูไข่ตุ๋นหม้อไฟ เสิร์ฟมาหม้อใหญ่ ป้าตาเล่าว่ากว่าจะได้จานนี้ต้องเริ่มจากการทาน้ำมันหรือเนยในหม้อก่อน จากนั้นค่อยๆเติมไข่ที่ตีและปรุงรสเตรียมเอาไว้แล้วลงไป ระหว่างนั้นต้องใช้ส้อมขูดที่ขอบและก้นหม้อไม่ให้เกิดการไหม้ คนไปเรื่อยๆช้าๆจนกระทั่งไข่สุก อย่างไรก็ตามเราคิดว่ารสชาติไข่ตุ๋นหม้อนี้ออกจะเบาบางไปนิด (11/20)

ข้าวเปล่าโถ (60)

ข้าวเปล่าที่นี่ราคาโถละ 60 บาท เสิร์ฟมาให้เต็มหม้อพอทานได้ 4-5 คน

วาฟเฟิลโฮมเมด

ก่อนกลับอย่าลืมปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมและกาแฟจากคาเฟ่ “Duem-Dum” ที่ขายอยู่ด้วยกัน เมนูเด็ดของร้านดื่มด่ำมีวาฟเฟิลโฮมเมดเสิร์ฟมากับไอศกรีมรสชาติต่างๆเป็นตัวชูโรงช่วยปิดท้ายมื้ออาหารนี้ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น (เราไม่ได้ให้คะแนนเพราะถือว่าเป็นคนละร้านกัน)

ลาเต้เย็น (55)

สำหรับคุณภาพกาแฟที่นี่ถือว่ารับได้ในระดับราคานี้ น้องพนักงานบริการเป็นกันเอง น่ารักมากๆ

💰 ราคาเฉพาะค่าอาหาร 2,540 บาท ไม่รวมค่าขนม

เจ้าของร้านคุณอภิชาติ ว่องวัฒนะสิน ได้เริ่มต้นทำธุรกิจร้านบ้านริมบึงขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน แต่เดิมเป็นเพียงร้านเล็กๆที่มีหลังคามุงด้วยใบจากขนาดเพียง 10 โต๊ะ (ปัจจุบันคือบริเวณตัวอาคารหลัก)

ต่อมาจึงได้ขยับขยายโดยการขุดบึงขึ้นมาถมกลายเป็นสวนอาหารขนาดใหญ่กินพื้นที่กว่า 80 ไร่

ฝั่งพื้นที่ห้องทานอาหารถูกแบ่งออกได้ถึง 5 ส่วน ใครที่มาช่วงเที่ยงอาจเลือกนั่งในห้องปรับอากาศเพื่อหลีกหนีอากาศร้อน

ภายในตัวอาคารตกแต่งให้มีมุมถ่ายรูปหลากหลาย

บ่อปลากลางร้านแม้จะมีขนาดใหญ่จนกินพื้นที่ส่วนมากไปแต่รู้หรือไม่ว่าแต่เดิมเป็นบ่อน้ำกร่อยตื้นๆเลี้ยงปลาไม่ได้ คุณอภิชาติจึงได้ว่าจ้างคนจากกรมปศุสัตว์มาให้คำแนะนำ เริ่มตั้งแต่การวิดน้ำออกแล้วเทปูนขาวเพื่อปรับสภาพกรด-ด่าง จากน้ำเติมน้ำใหม่ลงไปแล้วนำลูกปลาแรดมาอนุบาลในกระชัง

เรื่องของเรื่องก็คือวันหนึ่งเกิดน้ำท่วมใหญ่จนปลาหลุดออกมาแพร่พันธ์กันเต็มสระดังที่เห็นในปัจจุบัน

บรรยากาศภายในห้องครัวค่อนข้างสะอาดสอ้าน ในรูปคือผู้ช่วยของป้าตา

ก่อนกลับอย่าลืมปิดท้ายมื้ออาหารด้วยขนมและกาแฟจากร้าน Duem-Dum Coffee & Shopping (อ่านว่าดื่มด่ำ) ที่ขายอยู่ด้วยกันโดยมีวาฟเฟิลโฮมเมดเป็นตัวชูโรงช่วยปิดท้ายมื้ออาหารให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

ส่วนใครที่มาในช่วงเย็นขอแนะนำให้เลือกนั่งริมน้ำเพื่อสัมผัสบรรยากาศสไตล์บ้านสวน

ทั้งยังมีดนตรีสดบรรเลงเพลงยุคเก่าเหมาะกับการพาผู้หลักผู้ใหญ่มาทานกันเป็นครอบครัว

บรรยากาศช่วงกลางวันก็ร่มรืนไปอีกแบบ

ด้านหลังมีห้องคาราโอเกะสำหรับคนที่มาเป็นกลุ่มและต้องการความเป็นส่วนตัว

บริเวณกลางบึงมีเรือสีฟ้าเป็นพรอพสำหรับถ่ายรูป

รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ดีมากในระดับราคานี้ ป้าตาแม่ครัวเอกของร้านใช้ประสบการณ์กว่า 20 ปีตั้งแต่ร้านเปิดในการเรียนรู้เทคนิคการทำอาหารไทยจนมีรสมือไม่เป็นสองรองใคร

เมนูแนะนำต่างๆ

“บ้านริมบึง” เป็นจุดแวะพักชั้นเลิศสำหรับเพื่อนๆที่จัด One Day Trip มาเที่ยวจังหวัดนครปฐม รับรองว่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

เพื่อนๆที่ขับรถมาจากกรุงเทพตาม GPS มาให้ระวังทางกลับรถใต้สะพานเพราะค่อนข้างแคบและอันตรายหรืออาจขับเลยไปสักหน่อยเพื่อกลับรถแบบปกติ เมื่อถึงทางเข้าให้สังเกตุป้ายชื่อร้านริมทางแล้วจึงเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ ขับตรงไปจึงจะถึงที่จอดรถ