
Zur Rose · ซูร์ โรเซอ
Regional Cuisine, Classic Cuisine · อาหารท้องถิ่น, อาหารคลาสสิก — via Josef Innerhofer 2, San Michele, 39057, Italy
🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารคลาสสิกที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีจนมีลูกค้าประจำมากมายสลับสลับเปลี่ยนแวะไปชิมกันอย่างไม่ขาดสาย
🎗️ [THE PLACE] Zur Rose เป็นร้านอาหารภายในอาคารเก่าแก่ที่ได้รับการสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 และมีบันทึกถึงร้านนี้ภายใต้ชื่อเดิมคือ Zur Rothen Rose หรือ La Rosa ตั้งแต่ปี 1585 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชื่อ Zur Goldenen Rose ในปี 1760 และเปลี่ยนอีกครั้งมาเป็นชื่อ Zur Rose ในช่วงราว ๆ ปี 1900 ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่บนนถนนคนเดินในย่าน San Michele/Appiano ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางประวัติศาสตร์ Südtiroler Weinstraße (South Tyrol Wine Route) การตกแต่งภายในได้รับการปรับโฉมอย่างปราณีตเพื่อเก็บรักษาบรรยากาศเก่าแก่ควบคู่เอกลักษณ์ร่วมสมัย ห้องรับประทานอาหารหลักแบ่งออกเป็นห้องเล็ก (Vaulted Room) บุด้วยไม้หลายห้องพร้อมกับมีหลังคาโค้ง (Vaulted Ceilings) ตามแบบสถาปัตยกรรมโบราณ นอกจากนี้ทางร้านยังจัดโซน Outdoor Seating เอาไว้รองรับลูกค้าในช่วงที่อากาศดีอีกด้วย
🎗️ [THE CHEF] Herbert Hintner เกิดในวันที่ 2 กันยายน 1957 ณ ตำบล Pichl (Colle in Val Casies) ภูมิภาค Alto Adige ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีโดยเขาเป็นลูกชายคนโตจากพี่น้องสี่คน หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมเขาเริ่มฝึกเป็นเชฟที่โรงแรม Hotel Centrale ใน Val Badia ในปี 1972 ต่อด้วยงานในห้องครัวของโรงแรม Hotel Klosterbräu ในเมือง Seefled ประเทศออสเตรีย ต่อมาในปี 1982 เขาแต่งงานกับคุณ Margot Rabensteiner ผู้เป็นลูกสาวของ Peter Rabensteiner และ Rosa Stimpfl เจ้าของร้าน Zur Rose ในเวลานั้นและสืบทอดกิจการต่อจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ได้มาตั้งแต่ปี 1995 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังมีผลงานในการเขียนหนังสืออีกหลายเล่มอีกด้วย
🎗️ [THE FOOD] ทางร้านได้หยิบยกวัตถุดิบตามฤดูกาลมานำเสนอให้ลูกค้าได้เลือกกันผ่านรายการ À La Carte นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu นำเสนอมาที่ราคา 5 Courses (100 €) และ 7 Courses (140 €) ส่วนใครที่เป็นมังสวิรัติสามารถแจ้งทางร้านให้ทำ Vegetarian Tasting Menu ได้เช่นกัน รายการไวน์เน้นไปที่ไวน์ท้องถิ่นที่มีราคาจับต้องได้โดยภรรยาของเขาสามารถแนะนำไวน์ได้ด้วยตัวเอง ส่วนอาหารจานเด็ดในมื้อนี้อย่างเช่น
✨ Risotto - Garnelencarpaccio - Pampelmuse - Petersilie - Broccoli (25 €)
Risotto - prawn carpaccio - grapefruit - parsley - broccoli
ข้าวรีซอตโต้สุกพอเหมาะ เชฟเสิร์ฟมากับเนื้อกุ้งแล่บาง ๆ เป็น Carpaccio นอกจากนี้ยังมีชิ้นบลอคโคลี่สร้างความกรอบรวมไปถึงเกรปฟรุตสร้างรสเปรี้ยวที่เข้ากันกับความหวานของเนื้อกุ้ง (15/20)
✨ Mandeldelizie - Rhabarber geschmort - Erdbeeren - Salzmandeln (18 €)
Almond delicacy - braised rhubarb - strawberries - salt almond
รูบาร์บที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มและกรอบเบา ๆ เสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของถั่วอัลมอนด์ในหลากหฃายรูปแบบและเนื้อสัมผัส ยังมีอัลมอนด์เค็ม นอกจากนี้ยังมีความเปรี้ยวหวานของไอศกรีมและชิ้นสตรอว์เบอร์รี่เข้ากันได้อย่างลงตัว (15/20)
🎗️ [WHY GO] เชฟ Herbert Hintner สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและตัวตนของเขาออกมาผ่านอาหารทุกจานได้อย่างน่าประทับใจ อาหารทุกจานเน้นรสชาติที่เข้าใจง่าย เทคนิคมีความซับซ้อนแต่ไม่ปรุงแต่งเกินจำเป็น ภรรยาของเชฟผู้คอยแนะนำไวน์และดูแลลูกค้าทุกคนด้วยตนเอง องค์ประกอบทั้งหมดนี้หลอมรวมเป็นประสบการณ์ที่เหมาะสำหรับทั้งนักชิมสายคลาสสิกและผู้ที่มองหารสชาติของพื้นที่อย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบตอนเหนือของประเทศอิตาลี Zur Rose คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 26 รูป

![🎗️ [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารคลาสสิกที่ซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีจนมีลูกค้าประจำมากมายสลับสลับเปลี่ยนแวะไปชิมกันอย่างไม่ขาดสาย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/11/588262646_1400174538432762_7769563519826945742_n.webp)













![🎗️ [THE CHEF] Herbert Hintner เกิดในวันที่ 2 กันยายน 1957 ณ ตำบล Pichl (Colle in Val Casies) ภูมิภาค Alto Adige ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีโดยเขาเป็นลูกชายคนโตจากพี่น้องสี่คน หลังจากจบการศึกษาชั้นมัธยมเขาเริ่มฝึกเป็นเชฟที่โรงแรม Hotel Centrale ใน Val Badia ในปี 1972 ต่อด้วยงานในห้องครัวของโรงแรม Hotel Klosterbräu ในเมือง Seefled ประเทศออสเตรีย ต่อมาในปี 1982 เขาแต่งงานกับคุณ Margot Rabensteiner ผู้เป็นลูกสาวของ Peter Rabensteiner และ Rosa Stimpfl เจ้าของร้าน Zur Rose ในเวลานั้นและสืบทอดกิจการต่อจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ได้มาตั้งแต่ปี 1995 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้เขายังมีผลงานในการเขียนหนังสืออีกหลายเล่มอีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/11/587254845_1400178358432380_6035142139611828463_n.webp)
![🎗️ [THE FOOD] ทางร้านได้หยิบยกวัตถุดิบตามฤดูกาลมานำเสนอให้ลูกค้าได้เลือกกันผ่านรายการ À La Carte นอกจากนี้ยังมี Tasting Menu นำเสนอมาที่ราคา 5 Courses (100 €) และ 7 Courses (140 €) ส่วนใครที่เป็นมังสวิรัติสามารถแจ้งทางร้านให้ทำ Vegetarian Tasting Menu ได้เช่นกัน รายการไวน์เน้นไปที่ไวน์ท้องถิ่นที่มีราคาจับต้องได้โดยภรรยาของเขาสามารถแนะนำไวน์ได้ด้วยตัวเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/11/587842118_1400178518432364_6108022678054843598_n.webp)
![🎗️ [THE PLACE] Zur Rose เป็นร้านอาหารภายในอาคารเก่าแก่ที่ได้รับการสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 และมีบันทึกถึงร้านนี้ภายใต้ชื่อเดิมคือ Zur Rothen Rose หรือ La Rosa ตั้งแต่ปี 1585 ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นชื่อ Zur Goldenen Rose ในปี 1760 และเปลี่ยนอีกครั้งมาเป็นชื่อ Zur Rose ในช่วงราว ๆ ปี 1900](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/11/587251790_1400177338432482_1329634858704110534_n.webp)






![🎗️ [WHY GO] เชฟ Herbert Hintner สามารถถ่ายทอดเรื่องราวและตัวตนของเขาออกมาผ่านอาหารทุกจานได้อย่างน่าประทับใจ อาหารทุกจานเน้นรสชาติที่เข้าใจง่าย เทคนิคมีความซับซ้อนแต่ไม่ปรุงแต่งเกินจำเป็น ภรรยาของเชฟผู้คอยแนะนำไวน์และดูแลลูกค้าทุกคนด้วยตนเอง องค์ประกอบทั้งหมดนี้หลอมรวมเป็นประสบการณ์ที่เหมาะสำหรับทั้งนักชิมสายคลาสสิกและผู้ที่มองหารสชาติของพื้นที่อย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในแถบตอนเหนือของประเทศอิตาลี Zur Rose คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/11/587260533_1400176088432607_4372817449383537607_n.webp)

