
Zilte · ซิลเตอร์
Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Hanzestedenplaats 5, 2000 Antwerpen, Belgium
🎗 [INTRO] Antwerp เป็นเมืองท่าริมแม่น้ำ Scheldt ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่าน Historisch Centrum อย่าง Grote Markt, Cathedral of Our Lady Antwerp และ Rubenshuis แล้วยังมี Museum aan de Stroom พิพิธภัณฑ์ศิลปะรูปทรงแปลกตาซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars เพียงไม่กี่แห่งในแถบนี้อีกด้วย
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ‘t Zilte เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1996 ณ เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Mol ก่อนจะย้ายมายังชั้น 9 ของ MAS Museum (Museum aan de Stroom) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนคร Antwerp ในปี 2011 ต่อมาตัวร้านได้เปลี่ยนชื่อจาก ‘t Zilte มาเป็น Zilte พร้อมกับย้ายฝั่งมายังตำแหน่งปัจจุบันเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดย Neutelings Riedijk Architects ให้มีความสูงกว่า 60 เมตรโดยมี Facade ทำมาจากหินทรายสีแดงที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดียสลับกันไปกับแผ่นกระจกใสทรงโค้งจนกลายมาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมสไตล์ Postmodern Art Deco Architecture สำหรับห้องอาหาร Zilte นั้นตั้งอยู่บริเวณชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุด ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยองค์ประกอบจากไม้ประกอบกันไปกับการเลือกใช้โทนสีเข้มและเพลง Jazz ที่บรรเลงอยู่เบื้องหลังช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสงบแต่ไม่ทิ้งความหรูหรา อย่าลืมส่งคำขอที่นั่งริมกระจกเพื่อซึมซับทัศนียภาพมุมกว้างของนคร Antwerp และโบสถ์ Cathedral of Our Lady Antwerp จากระยะไกลไปตลอดมื้ออาหารโดยเฉพาะในช่วงเย็นที่ทุกคนสามารถสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของเมืองใหญ่ทางตอนเหนือแห่งนี้จากกลางวันไปสู่กลางคืนนั่นเอง
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟเจ้าของร้าน Viki Geunes จบการศึกษาเกี่ยวกับ Industrial Sciences ก่อนที่จะผันตัวมาศึกษาสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองในเวลาต่อมา เขาเริ่มต้นงานกับห้องอาหาร De Watermolen ในเมือง Kasterlee ก่อนจะพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนสามารถเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองได้ในที่สุด Zilte ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2004 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 และรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2021 ที่ผ่านมา นอกจากนี้คำว่า Zilte ยังมีที่มาจากชื่อสายพันธุ์ของหอยนางรม South African Oyster ดังที่แสดงเอาไว้อยู่ในโลโก้ของร้านทั้งยังเป็นภาษา Flemish ที่แปลตรงตัวได้ว่า Briny อีกด้วย เชฟ Viki Geunes ตั้งใจใช้ชื่อนี้เพื่อสื่อรสชาติและกลิ่นของทะเลดังจะเห็นได้จากรายการเมนูที่ประกอบไปด้วยกุ้งหอยปูปลานานาชนิด ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Set Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Excitatory Zilte (Four Servings - 165 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวัน ถัดมาคือ Pure Zilte (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) นำเสนอมาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ Pure Vegetarian (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่จุดแข็งของห้องอาหารแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมี Extra Course อย่างเช่น Cheese สำหรับสั่งเพิ่มได้ในราคา 30 € อีกด้วย เมื่อเปิด Wine List ออกมาดูพบว่า Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Aaron Moetaert สามารถคัดสรรไวน์คุณภาพสูงมาจากทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลอีกด้วย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น
✨ Imperial Heritage Caviar - Private Selection
Squid - hazelnut - roscoff onion - blini
เมนู Signature Dish ที่จัดเสิร์ฟเฉพาะในเซ็ต Pure Zilte (9 Nine Servings) เท่านั้นโดยมีพระเอกหลักของจานคือ Oscietra Caviar แบรนด์ Imperial Heritage ของประเทศเบลเยี่ยมโดยอาศัยฟาร์มเพาะพันธุ์จากทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีทั้งยังผ่านกระบวนการ Aged หรือบ่มมานานกว่า 4-5 เดือนอีกด้วย บริเวณฐานข้างใต้รองด้วยดอกกะหล่ำและถั่ว Hazelnut รอบ ๆ คือชิ้นหมึกนุ่มหนึบที่วางสลับกันกับ Roscoff Onion และถั่ว Hazelnut คั่วช่วยเสริมความกรอบได้อย่างมีมิติ องค์ประกอบอื่น ๆ อย่างเช่น Hazelnut Cream มองเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาว Onion Flower หรือดอกหอมสีม่วงรับประทานได้ และซอส Stew สีเหลืองนวลเตรียมมาจาก Roscoff Onion, ถั่ว Hazelnut คั่วและดอกกะหล่ำให้รสชาติหวานกลมกล่อมตัดกันกับรสชาติอันเข้มข้นของ Aged Oscietra Caviar ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมี 2nd Preparation ที่เชฟเสิร์ฟมาเป็นแพนเค้ก Blini คู่กันกับ Toro หรือส่วนท้องบริเวณที่มีไขมันสูงของปลา Blue Fin Tuna ให้ความหอมมันเสริมด้วยความอุมามิของสาหร่าย Nori และความเค็มที่ลงตัวของ Aged Oscietra Caviar อีกด้วย (18/20)
✨ Sea Bream Ikejime
Mussel - zucchini - summer ponzu - algae
ปลา Sea Bream ที่เตรียมโดยวิธี Ikejime เพื่อให้เนื้อปลามีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น เนื้อสัมผัสปลามีความหนึบตัดกันกับความนุ่มของหอยแมลงภู่เสริมด้วยความอุมามิของสาหร่ายทะเล เชฟจัดเสิร์ฟมาคู่กับชิ้น Zucchini กรอบ ๆ และดอก Zucchini นุ่ม ๆ จากนั้นจึงราดด้วยซอส 2 ชนิดคือ Summer Ponzu Sauce ให้รสชาติที่ค่อนข้างชัดเจนและ Samphire & Salted Lemon Sauce ให้รสชาติที่นุ่มละมุนตัดกันได้อย่างลงตัว (18/20)
✨ Cherry
Pistachio - balsamic vinegar - sakura - kirsch
ของหวานจานแรกคือ Cherry เสิร์ฟมาคู่กับฐานรองทำมาจาก White Chocolate องค์ประกอบด้านในตรงกลางคือไอศกรีมที่เตรียมมาจาก Cherry และ Balsamic Vinegar ให้รสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ ถัดมาคือ Praline ทำมาจากถั่ว Pistachio นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของ Kirsch หรือเหล้า Cherry เตรียมมาเป็น Emulsion อีกด้วย ใบไม้ด้านบนเตรียมมา 3 รูปแบบโดยสีแดงเข้มเตรียมมาจาก Cherry สีชมพูคือ Meringue ที่มีส่วนผสมของ Cherry เล็กน้อย และสีขาวเตรียมมาจาก White Chocolate จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Vinaigrette สีแดงสดใสที่เตรียมขึ้นมาจาก Cherry ดอก Sakura และถั่ว Pistachio ลงไปรอบ ๆ จาน (18/20)
🎗 [WHY GO] Zilte เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การชิมอาหารฝั่งยุโรปมามากพอสมควร หลายคอร์สมีรสชาติที่ซับซ้อนจนอาจต้องใช้ความคิดในการตีความเฉกเช่นเดียวกับงานศิลป์ รสชาติอาหารค่อนไปทางเค็มโดดซึ่งเป็นเรื่องปกติของห้องอาหารในแถบนี้ ราคาต่อคอร์สค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยทัศนียภาพมุมสูงอันสวยงามของนคร Antwerp ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักชิมทุก ๆ คนที่แวะเวียนมายังนครใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยมแห่งนี้
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 40 รูป
























![🎗 [INTRO] Antwerp เป็นเมืองท่าริมแม่น้ำ Scheldt ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่าน Historisch Centrum อย่าง Grote Markt, Cathedral of Our Lady Antwerp และ Rubenshuis แล้วยังมี Museum aan de Stroom พิพิธภัณฑ์ศิลปะรูปทรงแปลกตาซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars เพียงไม่กี่แห่งในแถบนี้อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/300081577_8406323566109033_8884188531396103601_n.webp)
![🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Viki Geunes ตั้งใจใช้ชื่อ Zilte เพื่อสื่อรสชาติและกลิ่นของทะเลดังจะเห็นได้จากรายการเมนูที่ประกอบไปด้วยกุ้งหอยปูปลานานาชนิด ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Set Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Excitatory Zilte (Four Servings - 165 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวัน ถัดมาคือ Pure Zilte (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) นำเสนอมาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ Pure Vegetarian (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่จุดแข็งของห้องอาหารแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมี Extra Course อย่างเช่น Cheese สำหรับสั่งเพิ่มได้ในราคา 30 € อีกด้วย เมื่อเปิด Wine List ออกมาดูพบว่า Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Aaron Moetaert สามารถคัดสรรไวน์คุณภาพสูงมาจากทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลอีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/301032699_8406324872775569_5734426212897442266_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ‘t Zilte เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1996 ณ เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Mol ก่อนจะย้ายมายังชั้น 9 ของ MAS Museum (Museum aan de Stroom) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนคร Antwerp ในปี 2011 ต่อมาตัวร้านได้เปลี่ยนชื่อจาก ‘t Zilte มาเป็น Zilte พร้อมกับย้ายฝั่งมายังตำแหน่งปัจจุบันเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/301361113_8406323869442336_1269106830623432328_n.webp)





![🎗 [WHY GO] Zilte เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การชิมอาหารฝั่งยุโรปมามากพอสมควร หลายคอร์สมีรสชาติที่ซับซ้อนจนอาจต้องใช้ความคิดในการตีความเฉกเช่นเดียวกับงานศิลป์ รสชาติอาหารค่อนไปทางเค็มโดดซึ่งเป็นเรื่องปกติของห้องอาหารในแถบนี้ ราคาต่อคอร์สค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยทัศนียภาพมุมสูงอันสวยงามของนคร Antwerp ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักชิมทุก ๆ คนที่แวะเวียนมายังนครใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยมแห่งนี้](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/300138958_8406312652776791_6407774237454122500_n.webp)






