GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Zilte
3 MICHELIN Stars

BelgiumZilte · ซิลเตอร์

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Hanzestedenplaats 5, 2000 Antwerpen, Belgium

🎗 [INTRO] Antwerp เป็นเมืองท่าริมแม่น้ำ Scheldt ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่าน Historisch Centrum อย่าง Grote Markt, Cathedral of Our Lady Antwerp และ Rubenshuis แล้วยังมี Museum aan de Stroom พิพิธภัณฑ์ศิลปะรูปทรงแปลกตาซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars เพียงไม่กี่แห่งในแถบนี้อีกด้วย

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ‘t Zilte เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1996 ณ เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Mol ก่อนจะย้ายมายังชั้น 9 ของ MAS Museum (Museum aan de Stroom) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนคร Antwerp ในปี 2011 ต่อมาตัวร้านได้เปลี่ยนชื่อจาก ‘t Zilte มาเป็น Zilte พร้อมกับย้ายฝั่งมายังตำแหน่งปัจจุบันเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดย Neutelings Riedijk Architects ให้มีความสูงกว่า 60 เมตรโดยมี Facade ทำมาจากหินทรายสีแดงที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดียสลับกันไปกับแผ่นกระจกใสทรงโค้งจนกลายมาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมสไตล์ Postmodern Art Deco Architecture สำหรับห้องอาหาร Zilte นั้นตั้งอยู่บริเวณชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุด ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยองค์ประกอบจากไม้ประกอบกันไปกับการเลือกใช้โทนสีเข้มและเพลง Jazz ที่บรรเลงอยู่เบื้องหลังช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสงบแต่ไม่ทิ้งความหรูหรา อย่าลืมส่งคำขอที่นั่งริมกระจกเพื่อซึมซับทัศนียภาพมุมกว้างของนคร Antwerp และโบสถ์ Cathedral of Our Lady Antwerp จากระยะไกลไปตลอดมื้ออาหารโดยเฉพาะในช่วงเย็นที่ทุกคนสามารถสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของเมืองใหญ่ทางตอนเหนือแห่งนี้จากกลางวันไปสู่กลางคืนนั่นเอง

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟเจ้าของร้าน Viki Geunes จบการศึกษาเกี่ยวกับ Industrial Sciences ก่อนที่จะผันตัวมาศึกษาสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองในเวลาต่อมา เขาเริ่มต้นงานกับห้องอาหาร De Watermolen ในเมือง Kasterlee ก่อนจะพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนสามารถเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองได้ในที่สุด Zilte ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2004 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 และรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2021 ที่ผ่านมา นอกจากนี้คำว่า Zilte ยังมีที่มาจากชื่อสายพันธุ์ของหอยนางรม South African Oyster ดังที่แสดงเอาไว้อยู่ในโลโก้ของร้านทั้งยังเป็นภาษา Flemish ที่แปลตรงตัวได้ว่า Briny อีกด้วย เชฟ Viki Geunes ตั้งใจใช้ชื่อนี้เพื่อสื่อรสชาติและกลิ่นของทะเลดังจะเห็นได้จากรายการเมนูที่ประกอบไปด้วยกุ้งหอยปูปลานานาชนิด ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Set Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Excitatory Zilte (Four Servings - 165 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวัน ถัดมาคือ Pure Zilte (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) นำเสนอมาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ Pure Vegetarian (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่จุดแข็งของห้องอาหารแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมี Extra Course อย่างเช่น Cheese สำหรับสั่งเพิ่มได้ในราคา 30 € อีกด้วย เมื่อเปิด Wine List ออกมาดูพบว่า Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Aaron Moetaert สามารถคัดสรรไวน์คุณภาพสูงมาจากทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลอีกด้วย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น

✨ Imperial Heritage Caviar - Private Selection

Squid - hazelnut - roscoff onion - blini

เมนู Signature Dish ที่จัดเสิร์ฟเฉพาะในเซ็ต Pure Zilte (9 Nine Servings) เท่านั้นโดยมีพระเอกหลักของจานคือ Oscietra Caviar แบรนด์ Imperial Heritage ของประเทศเบลเยี่ยมโดยอาศัยฟาร์มเพาะพันธุ์จากทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีทั้งยังผ่านกระบวนการ Aged หรือบ่มมานานกว่า 4-5 เดือนอีกด้วย บริเวณฐานข้างใต้รองด้วยดอกกะหล่ำและถั่ว Hazelnut รอบ ๆ คือชิ้นหมึกนุ่มหนึบที่วางสลับกันกับ Roscoff Onion และถั่ว Hazelnut คั่วช่วยเสริมความกรอบได้อย่างมีมิติ องค์ประกอบอื่น ๆ อย่างเช่น Hazelnut Cream มองเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาว Onion Flower หรือดอกหอมสีม่วงรับประทานได้ และซอส Stew สีเหลืองนวลเตรียมมาจาก Roscoff Onion, ถั่ว Hazelnut คั่วและดอกกะหล่ำให้รสชาติหวานกลมกล่อมตัดกันกับรสชาติอันเข้มข้นของ Aged Oscietra Caviar ได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมี 2nd Preparation ที่เชฟเสิร์ฟมาเป็นแพนเค้ก Blini คู่กันกับ Toro หรือส่วนท้องบริเวณที่มีไขมันสูงของปลา Blue Fin Tuna ให้ความหอมมันเสริมด้วยความอุมามิของสาหร่าย Nori และความเค็มที่ลงตัวของ Aged Oscietra Caviar อีกด้วย (18/20)

✨ Sea Bream Ikejime

Mussel - zucchini - summer ponzu - algae

ปลา Sea Bream ที่เตรียมโดยวิธี Ikejime เพื่อให้เนื้อปลามีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น เนื้อสัมผัสปลามีความหนึบตัดกันกับความนุ่มของหอยแมลงภู่เสริมด้วยความอุมามิของสาหร่ายทะเล เชฟจัดเสิร์ฟมาคู่กับชิ้น Zucchini กรอบ ๆ และดอก Zucchini นุ่ม ๆ จากนั้นจึงราดด้วยซอส 2 ชนิดคือ Summer Ponzu Sauce ให้รสชาติที่ค่อนข้างชัดเจนและ Samphire & Salted Lemon Sauce ให้รสชาติที่นุ่มละมุนตัดกันได้อย่างลงตัว (18/20)

✨ Cherry

Pistachio - balsamic vinegar - sakura - kirsch

ของหวานจานแรกคือ Cherry เสิร์ฟมาคู่กับฐานรองทำมาจาก White Chocolate องค์ประกอบด้านในตรงกลางคือไอศกรีมที่เตรียมมาจาก Cherry และ Balsamic Vinegar ให้รสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ ถัดมาคือ Praline ทำมาจากถั่ว Pistachio นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของ Kirsch หรือเหล้า Cherry เตรียมมาเป็น Emulsion อีกด้วย ใบไม้ด้านบนเตรียมมา 3 รูปแบบโดยสีแดงเข้มเตรียมมาจาก Cherry สีชมพูคือ Meringue ที่มีส่วนผสมของ Cherry เล็กน้อย และสีขาวเตรียมมาจาก White Chocolate จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Vinaigrette สีแดงสดใสที่เตรียมขึ้นมาจาก Cherry ดอก Sakura และถั่ว Pistachio ลงไปรอบ ๆ จาน (18/20)

🎗 [WHY GO] Zilte เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การชิมอาหารฝั่งยุโรปมามากพอสมควร หลายคอร์สมีรสชาติที่ซับซ้อนจนอาจต้องใช้ความคิดในการตีความเฉกเช่นเดียวกับงานศิลป์ รสชาติอาหารค่อนไปทางเค็มโดดซึ่งเป็นเรื่องปกติของห้องอาหารในแถบนี้ ราคาต่อคอร์สค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยทัศนียภาพมุมสูงอันสวยงามของนคร Antwerp ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักชิมทุก ๆ คนที่แวะเวียนมายังนครใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยมแห่งนี้

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 40 รูป

🇧🇪 Zilte - ซิลเตอร์ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵 18/20 Gault&Millau - 18/20 โก&มีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Viki Geunes - เชฟวิกิ กือเนส
รูปที่ 1
🇧🇪 Zilte - ซิลเตอร์ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵 18/20 Gault&Millau - 18/20 โก&มีโย 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Viki Geunes - เชฟวิกิ กือเนส
Amuse Bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยกุ้งแดง Carabineros สับมาเป็น Tartare ให้เนื้อสัมผัสนุ่มและรสชาติหวานโดยธรรมชาติผสมผสานกับความกรอบของชิ้น Rhubarb เชฟจับคู่กับความหอมมันของ Ricotta ทั้งยังมีองค์ประกอบของ Fermented Rhubarb Juice ช่วยเสริมรสชาติอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 2
Amuse Bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยกุ้งแดง Carabineros สับมาเป็น Tartare ให้เนื้อสัมผัสนุ่มและรสชาติหวานโดยธรรมชาติผสมผสานกับความกรอบของชิ้น Rhubarb เชฟจับคู่กับความหอมมันของ Ricotta ทั้งยังมีองค์ประกอบของ Fermented Rhubarb Juice ช่วยเสริมรสชาติอีกด้วย (17/20)
North Sea Crab Papaya - green mole - coffee - sea urchin เมนูหลักจานแรกคือปู North Sea Crab เสิร์ฟมาคู่กับองค์ประกอบของมะละกอและโคจิหรือข้าวหมักสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสเบาฟู จากนั้นเชื่อมความครีมมี่ด้วย Emulsion ของ Uni หรือไข่หอยเม่นมองเห็นเป็นจุดสีเหลืองรอบ ๆ จาน ยังมีซอส Vinaigrette ที่เตรียมมาจากกาแฟและ Green Mole หรือเครื่องจิ้มสไตล์ Mexican โดยมีส่วนผสมของพริก Jalapeño อีกด้วย (18/20)
รูปที่ 3
North Sea Crab Papaya - green mole - coffee - sea urchin เมนูหลักจานแรกคือปู North Sea Crab เสิร์ฟมาคู่กับองค์ประกอบของมะละกอและโคจิหรือข้าวหมักสไตล์ญี่ปุ่นเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสเบาฟู จากนั้นเชื่อมความครีมมี่ด้วย Emulsion ของ Uni หรือไข่หอยเม่นมองเห็นเป็นจุดสีเหลืองรอบ ๆ จาน ยังมีซอส Vinaigrette ที่เตรียมมาจากกาแฟและ Green Mole หรือเครื่องจิ้มสไตล์ Mexican โดยมีส่วนผสมของพริก Jalapeño อีกด้วย (18/20)
Imperial Heritage Caviar - Private Selection Squid - hazelnut - roscoff onion - blini เมนู Signature Dish ที่จัดเสิร์ฟเฉพาะในเซ็ต Pure Zilte (9 Nine Servings) เท่านั้นโดยมีพระเอกหลักของจานคือ Oscietra Caviar แบรนด์ Imperial Heritage ของประเทศเบลเยี่ยมโดยอาศัยฟาร์มเพาะพันธุ์จากทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีทั้งยังผ่านกระบวนการ Aged หรือบ่มมานานกว่า 4-5 เดือนอีกด้วย บริเวณฐานข้างใต้รองด้วยดอกกะหล่ำและถั่ว Hazelnut รอบ ๆ คือชิ้นหมึกนุ่มหนึบที่วางสลับกันกับ Roscoff Onion และถั่ว Hazelnut คั่วช่วยเสริมความกรอบได้อย่างมีมิติ องค์ประกอบอื่น ๆ อย่างเช่น Hazelnut Cream มองเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาว Onion Flower หรือดอกหอมสีม่วงรับประทานได้ และซอส Stew สีเหลืองนวลเตรียมมาจาก Roscoff Onion, ถั่ว Hazelnut คั่วและดอกกะหล่ำให้รสชาติหวานกลมกล่อมตัดกันกับรสชาติอันเข้มข้นของ Aged Oscietra Caviar ได้อย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 4
Imperial Heritage Caviar - Private Selection Squid - hazelnut - roscoff onion - blini เมนู Signature Dish ที่จัดเสิร์ฟเฉพาะในเซ็ต Pure Zilte (9 Nine Servings) เท่านั้นโดยมีพระเอกหลักของจานคือ Oscietra Caviar แบรนด์ Imperial Heritage ของประเทศเบลเยี่ยมโดยอาศัยฟาร์มเพาะพันธุ์จากทางตอนเหนือของประเทศอิตาลีทั้งยังผ่านกระบวนการ Aged หรือบ่มมานานกว่า 4-5 เดือนอีกด้วย บริเวณฐานข้างใต้รองด้วยดอกกะหล่ำและถั่ว Hazelnut รอบ ๆ คือชิ้นหมึกนุ่มหนึบที่วางสลับกันกับ Roscoff Onion และถั่ว Hazelnut คั่วช่วยเสริมความกรอบได้อย่างมีมิติ องค์ประกอบอื่น ๆ อย่างเช่น Hazelnut Cream มองเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ สีขาว Onion Flower หรือดอกหอมสีม่วงรับประทานได้ และซอส Stew สีเหลืองนวลเตรียมมาจาก Roscoff Onion, ถั่ว Hazelnut คั่วและดอกกะหล่ำให้รสชาติหวานกลมกล่อมตัดกันกับรสชาติอันเข้มข้นของ Aged Oscietra Caviar ได้อย่างลงตัว (18/20)
Imperial Heritage Caviar - Private Selection Squid - hazelnut - roscoff onion - blini นอกจากนี้ยังมี 2nd Preparation ที่เชฟเสิร์ฟมาเป็นแพนเค้ก Blini คู่กันกับ Toro หรือส่วนท้องบริเวณที่มีไขมันสูงของปลา Blue Fin Tuna ให้ความหอมมันเสริมด้วยความอุมามิของสาหร่าย Nori และความเค็มที่ลงตัวของ Aged Oscietra Caviar อีกด้วย (18/20)
รูปที่ 5
Imperial Heritage Caviar - Private Selection Squid - hazelnut - roscoff onion - blini นอกจากนี้ยังมี 2nd Preparation ที่เชฟเสิร์ฟมาเป็นแพนเค้ก Blini คู่กันกับ Toro หรือส่วนท้องบริเวณที่มีไขมันสูงของปลา Blue Fin Tuna ให้ความหอมมันเสริมด้วยความอุมามิของสาหร่าย Nori และความเค็มที่ลงตัวของ Aged Oscietra Caviar อีกด้วย (18/20)
Oyster Unripe strawberry - flat bean - eel - elderflower คอร์สนี้เชฟเลือกใช้ Irish Oyster เสิร์ฟมาคู่กับเนื้อปลาไหล, ถั่ว Flat Bean สีเขียว, Rutabaga หรือเป็นพืชในกลุ่ม Root Vegetable และผลสตรอว์เบอร์รี่ดิบซึ่งเป็นองค์ประกอบสีขาวทั้งคู่ แต่ละองค์ประกอบให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันไล่จากนุ่มไปกรอบ รอบ ๆ คือซอสสีเขียวที่เตรียมมาจาก Elderflower และ Dill ให้อโรมาเฉพาะตัว (17/20)
รูปที่ 6
Oyster Unripe strawberry - flat bean - eel - elderflower คอร์สนี้เชฟเลือกใช้ Irish Oyster เสิร์ฟมาคู่กับเนื้อปลาไหล, ถั่ว Flat Bean สีเขียว, Rutabaga หรือเป็นพืชในกลุ่ม Root Vegetable และผลสตรอว์เบอร์รี่ดิบซึ่งเป็นองค์ประกอบสีขาวทั้งคู่ แต่ละองค์ประกอบให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันไล่จากนุ่มไปกรอบ รอบ ๆ คือซอสสีเขียวที่เตรียมมาจาก Elderflower และ Dill ให้อโรมาเฉพาะตัว (17/20)
Oyster Unripe strawberry - flat bean - eel - elderflower นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคอร์สย่อยที่เชฟนำเสนอ Beignet นุ่มฟูมาคู่กับ Lacquered Eel และทองคำเปลวตกแต่งอยู่ที่ด้านบน (17/20)
รูปที่ 7
Oyster Unripe strawberry - flat bean - eel - elderflower นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งคอร์สย่อยที่เชฟนำเสนอ Beignet นุ่มฟูมาคู่กับ Lacquered Eel และทองคำเปลวตกแต่งอยู่ที่ด้านบน (17/20)
Sea Bream Ikejime Mussel - zucchini - summer ponzu - algae ถัดมาคือปลา Sea Bream ที่เตรียมโดยวิธี Ikejime เพื่อให้เนื้อปลามีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น เนื้อสัมผัสปลามีความหนึบตัดกันกับความนุ่มของหอยแมลงภู่เสริมด้วยความอุมามิของสาหร่ายทะเล เชฟจัดเสิร์ฟมาคู่กับชิ้น Zucchini กรอบ ๆ และดอก Zucchini นุ่ม ๆ จากนั้นจึงราดด้วยซอส 2 ชนิดคือ Summer Ponzu Sauce ให้รสชาติที่ค่อนข้างชัดเจนและ Samphire & Salted Lemon Sauce ให้รสชาติที่นุ่มละมุนตัดกันได้อย่างลงตัว (18/20)
รูปที่ 8
Sea Bream Ikejime Mussel - zucchini - summer ponzu - algae ถัดมาคือปลา Sea Bream ที่เตรียมโดยวิธี Ikejime เพื่อให้เนื้อปลามีความบริสุทธิ์มากยิ่งขึ้น เนื้อสัมผัสปลามีความหนึบตัดกันกับความนุ่มของหอยแมลงภู่เสริมด้วยความอุมามิของสาหร่ายทะเล เชฟจัดเสิร์ฟมาคู่กับชิ้น Zucchini กรอบ ๆ และดอก Zucchini นุ่ม ๆ จากนั้นจึงราดด้วยซอส 2 ชนิดคือ Summer Ponzu Sauce ให้รสชาติที่ค่อนข้างชัดเจนและ Samphire & Salted Lemon Sauce ให้รสชาติที่นุ่มละมุนตัดกันได้อย่างลงตัว (18/20)
European Lobster Carrot - date - yuzu kosho - Thai basil จานนี้เชฟนำเสนอกุ้ง European Lobster ย่างเสิร์ฟมาคู่กับ Dates Cream และ Yuzu Kosho หรือเครื่องปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่น จากพนักงานจะเทราดซอส Vinaigrette ที่เตรียมขึ้นมาจากผล Sea Buckthorns และซอส Mousseline ที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกผักลงไปอีกทีหนึ่ง ตรงกลางคือแครอทท็อปด้านบนด้วยเมล็ดทานตะวันคั่วและใบโหระพาจากประเทศไทย อย่างไรก็ตามถึงชิ้นกุ้งจะถูกเตรียมออกมาได้อย่างไร้ที่ติและมีเทคนิคการปรุงอันซับซ้อนแต่รสชาติโดยรวมของจานถือว่าติดเค็มไปมากถึงแม้จะเทียบกับมาตรฐานของห้องอาหารในยุโรปก็ตาม (17/20)
รูปที่ 9
European Lobster Carrot - date - yuzu kosho - Thai basil จานนี้เชฟนำเสนอกุ้ง European Lobster ย่างเสิร์ฟมาคู่กับ Dates Cream และ Yuzu Kosho หรือเครื่องปรุงรสสไตล์ญี่ปุ่น จากพนักงานจะเทราดซอส Vinaigrette ที่เตรียมขึ้นมาจากผล Sea Buckthorns และซอส Mousseline ที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกผักลงไปอีกทีหนึ่ง ตรงกลางคือแครอทท็อปด้านบนด้วยเมล็ดทานตะวันคั่วและใบโหระพาจากประเทศไทย อย่างไรก็ตามถึงชิ้นกุ้งจะถูกเตรียมออกมาได้อย่างไร้ที่ติและมีเทคนิคการปรุงอันซับซ้อนแต่รสชาติโดยรวมของจานถือว่าติดเค็มไปมากถึงแม้จะเทียบกับมาตรฐานของห้องอาหารในยุโรปก็ตาม (17/20)
Langoustine Chanterelle - almond - celeriac - lardo กุ้ง Langoustine ส่วนหางที่เตรียมมาได้ความสุกพอดีไร้ที่ติ รอบ ๆ พันล้อมด้วย Lardo di Colonnata หรือไขมันสัตว์ที่ผ่านกระบวนการบ่มในถาดหินอ่อน Carrara ณ หมู่บ้าน Colonnata ทางตะวันออกของประเทศอิตาลีจนได้รสชาติที่เค็มกลมกล่อม ด้านบนท็อปด้วยถั่วอัลมอนด์รมควันและเห็ด Chanterelle ฝั่งขวามือคือชิ้น Celeriac ช่วยเสริม Earthy Flavor ที่พอเหมาะ จานนี้จบด้วยการราดน้ำซอส 2 ชนิดคือ Vinaigrette ที่เตรียมมาจาก Crustaceans หรือกุ้งต่าง ๆ ร่วมกับถั่วอัลมอนด์รมควันและซอสสีเหลืองนวลเตรียมมาจาก Celeriac และ White Mushroom อย่างไรก็ตาม รสชาติเค็มที่เกิดจาด Lardo di Colonnata ค่อนข้างกลบความหวานโดยธรรมชาติของกุ้ง Langoustine ไปมากพอสมควรอีกเช่นกัน (16/20)
รูปที่ 10
Langoustine Chanterelle - almond - celeriac - lardo กุ้ง Langoustine ส่วนหางที่เตรียมมาได้ความสุกพอดีไร้ที่ติ รอบ ๆ พันล้อมด้วย Lardo di Colonnata หรือไขมันสัตว์ที่ผ่านกระบวนการบ่มในถาดหินอ่อน Carrara ณ หมู่บ้าน Colonnata ทางตะวันออกของประเทศอิตาลีจนได้รสชาติที่เค็มกลมกล่อม ด้านบนท็อปด้วยถั่วอัลมอนด์รมควันและเห็ด Chanterelle ฝั่งขวามือคือชิ้น Celeriac ช่วยเสริม Earthy Flavor ที่พอเหมาะ จานนี้จบด้วยการราดน้ำซอส 2 ชนิดคือ Vinaigrette ที่เตรียมมาจาก Crustaceans หรือกุ้งต่าง ๆ ร่วมกับถั่วอัลมอนด์รมควันและซอสสีเหลืองนวลเตรียมมาจาก Celeriac และ White Mushroom อย่างไรก็ตาม รสชาติเค็มที่เกิดจาด Lardo di Colonnata ค่อนข้างกลบความหวานโดยธรรมชาติของกุ้ง Langoustine ไปมากพอสมควรอีกเช่นกัน (16/20)
Suckling Veal Broccoli - anchovy - young garlic - smoked buttter สำหรับเมนคอร์สจานสุดท้ายคือเนื้อลูกวัวนุ่ม ๆ เสิร์ฟมาคู่กันกับ Anchovy ที่ให้รสชาติเค็ม อีกฝั่งหนึ่งคือ Gnocchi มันฝรั่งปรุงมาใน Smoked Butter และสมุนไพรต่าง ๆ ยังมีแผ่น Crisp ทำมาจากบล็อคโคลี่ดองและองค์ประกอบของ Barilotto หรือ Dry Ricotta Cheese จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส 2 ชนิดคือ Bone Marrow Jus และ Young Garlic Emulsion ลงไป ถึงแม้แต่ละองค์ประกอบจะเตรียมออกมาได้อย่างดีโดยไร้ซึ่งข้อผิดพลาดแต่รสชาติโดยรวมถือว่าไม่หวือหวามากนักเมื่อเทียบกับมาตรฐานของห้องอาหารระดับนี้ (16/20)
รูปที่ 11
Suckling Veal Broccoli - anchovy - young garlic - smoked buttter สำหรับเมนคอร์สจานสุดท้ายคือเนื้อลูกวัวนุ่ม ๆ เสิร์ฟมาคู่กันกับ Anchovy ที่ให้รสชาติเค็ม อีกฝั่งหนึ่งคือ Gnocchi มันฝรั่งปรุงมาใน Smoked Butter และสมุนไพรต่าง ๆ ยังมีแผ่น Crisp ทำมาจากบล็อคโคลี่ดองและองค์ประกอบของ Barilotto หรือ Dry Ricotta Cheese จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส 2 ชนิดคือ Bone Marrow Jus และ Young Garlic Emulsion ลงไป ถึงแม้แต่ละองค์ประกอบจะเตรียมออกมาได้อย่างดีโดยไร้ซึ่งข้อผิดพลาดแต่รสชาติโดยรวมถือว่าไม่หวือหวามากนักเมื่อเทียบกับมาตรฐานของห้องอาหารระดับนี้ (16/20)
Flatbread ห้องอาหาร Zilte ยังจัดเสิร์ฟขนมปังหลายชนิดในที่นี้คือ Flatbread ที่ฝังชิ้น Spring Onion และ Chives เอาไว้นั่นเอง อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของขนมปังยังจัดว่าค่อนข้างกระด้างอยู่บ้าง
รูปที่ 12
Flatbread ห้องอาหาร Zilte ยังจัดเสิร์ฟขนมปังหลายชนิดในที่นี้คือ Flatbread ที่ฝังชิ้น Spring Onion และ Chives เอาไว้นั่นเอง อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของขนมปังยังจัดว่าค่อนข้างกระด้างอยู่บ้าง
Fougasse ยังมี Fougasse ขนมปังสไตล์ฝรั่งเศสหรือที่ชาวอิตาลีเรียกกันว่า Ficaccia มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ผิวด้านนอกกรอบ มีกลิ่นหอมของน้ำมันมะกอก First Pressed ซึ่งมีคุณภาพสูงที่สุดจากแคว้น Catalonia ประเทศสเปน ยังมีรสเค็มกลมกล่อมของเกลือทะเล ด้านบนท็อปด้วย Garden Herb เพิ่มอโรมาหอมโดดเด่นนั่นเอง
รูปที่ 13
Fougasse ยังมี Fougasse ขนมปังสไตล์ฝรั่งเศสหรือที่ชาวอิตาลีเรียกกันว่า Ficaccia มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ผิวด้านนอกกรอบ มีกลิ่นหอมของน้ำมันมะกอก First Pressed ซึ่งมีคุณภาพสูงที่สุดจากแคว้น Catalonia ประเทศสเปน ยังมีรสเค็มกลมกล่อมของเกลือทะเล ด้านบนท็อปด้วย Garden Herb เพิ่มอโรมาหอมโดดเด่นนั่นเอง
Brioche ขนมปัง Brioche เตรียมมาเป็นชิ้นคล้ายช่อกุหลาบ เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในไร้ที่ติ
รูปที่ 14
Brioche ขนมปัง Brioche เตรียมมาเป็นชิ้นคล้ายช่อกุหลาบ เนื้อสัมผัสกรอบนอกนุ่มในไร้ที่ติ
Salt & Butter ขนมปังเสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอก เกลือทะเล พริกไทย และเนย Salted Butter นั่นเอง
รูปที่ 15
Salt & Butter ขนมปังเสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอก เกลือทะเล พริกไทย และเนย Salted Butter นั่นเอง
Cherry Pistachio - balsamic vinegar - sakura - kirsch ของหวานจานแรกคือ Cherry เสิร์ฟมาคู่กับฐานรองทำมาจาก White Chocolate องค์ประกอบด้านในตรงกลางคือไอศกรีมที่เตรียมมาจาก Cherry และ Balsamic Vinegar ให้รสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ ถัดมาคือ Praline ทำมาจากถั่ว Pistachio นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของ Kirsch หรือเหล้า Cherry เตรียมมาเป็น Emulsion อีกด้วย ใบไม้ด้านบนเตรียมมา 3 รูปแบบโดยสีแดงเข้มเตรียมมาจาก Cherry สีชมพูคือ Meringue ที่มีส่วนผสมของ Cherry เล็กน้อย และสีขาวเตรียมมาจาก White Chocolate จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Vinaigrette สีแดงสดใสที่เตรียมขึ้นมาจาก Cherry ดอก Sakura และถั่ว Pistachio ลงไปรอบ ๆ จาน (18/20)
รูปที่ 16
Cherry Pistachio - balsamic vinegar - sakura - kirsch ของหวานจานแรกคือ Cherry เสิร์ฟมาคู่กับฐานรองทำมาจาก White Chocolate องค์ประกอบด้านในตรงกลางคือไอศกรีมที่เตรียมมาจาก Cherry และ Balsamic Vinegar ให้รสชาติเปรี้ยวหวานลงตัวอย่างน่าประหลาดใจ ถัดมาคือ Praline ทำมาจากถั่ว Pistachio นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของ Kirsch หรือเหล้า Cherry เตรียมมาเป็น Emulsion อีกด้วย ใบไม้ด้านบนเตรียมมา 3 รูปแบบโดยสีแดงเข้มเตรียมมาจาก Cherry สีชมพูคือ Meringue ที่มีส่วนผสมของ Cherry เล็กน้อย และสีขาวเตรียมมาจาก White Chocolate จากนั้นพนักงานจะเทราดซอส Vinaigrette สีแดงสดใสที่เตรียมขึ้นมาจาก Cherry ดอก Sakura และถั่ว Pistachio ลงไปรอบ ๆ จาน (18/20)
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha จากนั้นคือของหวานจานสุดท้ายที่เตรียมมาจากสับปะรด (17/20)
รูปที่ 17
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha จากนั้นคือของหวานจานสุดท้ายที่เตรียมมาจากสับปะรด (17/20)
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha เชฟนำสับปะรดไปย่างแล้วผ่านกระบวนการเคลือบหรือ Lacquored ด้วย Banana Miso (17/20)
รูปที่ 18
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha เชฟนำสับปะรดไปย่างแล้วผ่านกระบวนการเคลือบหรือ Lacquored ด้วย Banana Miso (17/20)
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha ชิ้นสับประรดกรอบ องค์ประกอบฝั่งซ้ายมือคือ Gianduja Chocolate สอดไส้องค์ประกอบของถั่ว Hazelnut จากแคว้น Piedmont ประเทศอิตาลี องค์ประกอบด้านบนคือ Emulsion เตรียมมาจากมะนาวและตะไคร้ให้รสเปรี้ยวและอโรมาเฉพาะตัวตัดกันกับรสชาติของช็อกโกแลตและสับปะรด (17/20)
รูปที่ 19
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha ชิ้นสับประรดกรอบ องค์ประกอบฝั่งซ้ายมือคือ Gianduja Chocolate สอดไส้องค์ประกอบของถั่ว Hazelnut จากแคว้น Piedmont ประเทศอิตาลี องค์ประกอบด้านบนคือ Emulsion เตรียมมาจากมะนาวและตะไคร้ให้รสเปรี้ยวและอโรมาเฉพาะตัวตัดกันกับรสชาติของช็อกโกแลตและสับปะรด (17/20)
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha ยังมีคอร์สย่อยเล็ก ๆ ที่ได้จากการนำสับปะรดเตรียมมาเป็น Tartare พร้อมกับใส่อโรมาของขิงลงไปด้วย ยังมี Puffed Rice และแผ่น Matcha Tea Crisp กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 20
Pineapple Gianduja - banana miso - lime - matcha ยังมีคอร์สย่อยเล็ก ๆ ที่ได้จากการนำสับปะรดเตรียมมาเป็น Tartare พร้อมกับใส่อโรมาของขิงลงไปด้วย ยังมี Puffed Rice และแผ่น Matcha Tea Crisp กรอบ ๆ ช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสอีกด้วย (17/20)
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยแป้งกรอบจับคู่กับองค์ประกอบของ Umeshu หรือเหล้าญี่ปุ่นที่หมักจากบ๊วยดอง
รูปที่ 21
Mignardises ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยแป้งกรอบจับคู่กับองค์ประกอบของ Umeshu หรือเหล้าญี่ปุ่นที่หมักจากบ๊วยดอง
Mignardises อีกชิ้นหนึ่งคือ White Chocolate จับคู่กับรสชาติของ Cherry ท็อปด้านบนด้วยองค์ประกอบของสับปะรดและเมล็ดสนคั่วนั่นเอง
รูปที่ 22
Mignardises อีกชิ้นหนึ่งคือ White Chocolate จับคู่กับรสชาติของ Cherry ท็อปด้านบนด้วยองค์ประกอบของสับปะรดและเมล็ดสนคั่วนั่นเอง
Verbena Tea (16 €) เราขอแนะนำจับคู่ของหวานกับ Verbena Tea ร้อน ๆ สักกา
รูปที่ 23
Verbena Tea (16 €) เราขอแนะนำจับคู่ของหวานกับ Verbena Tea ร้อน ๆ สักกา
💰 ราคา 1,514 €/4 คน
รูปที่ 24
💰 ราคา 1,514 €/4 คน
🎗 [INTRO] Antwerp เป็นเมืองท่าริมแม่น้ำ Scheldt ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่าน Historisch Centrum อย่าง Grote Markt, Cathedral of Our Lady Antwerp และ Rubenshuis แล้วยังมี Museum aan de Stroom พิพิธภัณฑ์ศิลปะรูปทรงแปลกตาซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars เพียงไม่กี่แห่งในแถบนี้อีกด้วย
รูปที่ 25
🎗 [INTRO] Antwerp เป็นเมืองท่าริมแม่น้ำ Scheldt ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยม นอกจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในย่าน Historisch Centrum อย่าง Grote Markt, Cathedral of Our Lady Antwerp และ Rubenshuis แล้วยังมี Museum aan de Stroom พิพิธภัณฑ์ศิลปะรูปทรงแปลกตาซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้องอาหารระดับ 3 MICHELIN Stars เพียงไม่กี่แห่งในแถบนี้อีกด้วย
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Viki Geunes ตั้งใจใช้ชื่อ Zilte เพื่อสื่อรสชาติและกลิ่นของทะเลดังจะเห็นได้จากรายการเมนูที่ประกอบไปด้วยกุ้งหอยปูปลานานาชนิด ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Set Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Excitatory Zilte (Four Servings - 165 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวัน ถัดมาคือ Pure Zilte (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) นำเสนอมาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ Pure Vegetarian (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่จุดแข็งของห้องอาหารแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมี Extra Course อย่างเช่น Cheese สำหรับสั่งเพิ่มได้ในราคา 30 € อีกด้วย เมื่อเปิด Wine List ออกมาดูพบว่า Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Aaron Moetaert สามารถคัดสรรไวน์คุณภาพสูงมาจากทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลอีกด้วย
รูปที่ 26
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟ Viki Geunes ตั้งใจใช้ชื่อ Zilte เพื่อสื่อรสชาติและกลิ่นของทะเลดังจะเห็นได้จากรายการเมนูที่ประกอบไปด้วยกุ้งหอยปูปลานานาชนิด ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Set Menu ได้ 3 รูปแบบคือ Excitatory Zilte (Four Servings - 165 €) นำเสนอมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวัน ถัดมาคือ Pure Zilte (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) นำเสนอมาทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน สุดท้ายคือ Pure Vegetarian (Seven Servings - 270 €, Nine Servings - 330 €) สำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่จุดแข็งของห้องอาหารแห่งนี้ นอกจากนี้ยังมี Extra Course อย่างเช่น Cheese สำหรับสั่งเพิ่มได้ในราคา 30 € อีกด้วย เมื่อเปิด Wine List ออกมาดูพบว่า Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Aaron Moetaert สามารถคัดสรรไวน์คุณภาพสูงมาจากทั่วทุกมุมโลกนำเสนอมาในราคาที่ค่อนข้างสมเหตุสมผลอีกด้วย
เชฟเจ้าของร้าน Viki Geunes จบการศึกษาเกี่ยวกับ Industrial Sciences ก่อนที่จะผันตัวมาศึกษาสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองในเวลาต่อมา เขาเริ่มต้นงานกับห้องอาหาร De Watermolen ในเมือง Kasterlee ก่อนจะพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนสามารถเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองได้ในที่สุด Zilte ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2004 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 และรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2021 ที่ผ่านมา
รูปที่ 27
เชฟเจ้าของร้าน Viki Geunes จบการศึกษาเกี่ยวกับ Industrial Sciences ก่อนที่จะผันตัวมาศึกษาสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองในเวลาต่อมา เขาเริ่มต้นงานกับห้องอาหาร De Watermolen ในเมือง Kasterlee ก่อนจะพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่องจนสามารถเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองได้ในที่สุด Zilte ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2004 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 และรางวัลสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2021 ที่ผ่านมา
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ‘t Zilte เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1996 ณ เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Mol ก่อนจะย้ายมายังชั้น 9 ของ MAS Museum (Museum aan de Stroom) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนคร Antwerp ในปี 2011 ต่อมาตัวร้านได้เปลี่ยนชื่อจาก ‘t Zilte มาเป็น Zilte พร้อมกับย้ายฝั่งมายังตำแหน่งปัจจุบันเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา
รูปที่ 28
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร ‘t Zilte เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1996 ณ เมืองเล็ก ๆ ชื่อว่า Mol ก่อนจะย้ายมายังชั้น 9 ของ MAS Museum (Museum aan de Stroom) ซึ่งตั้งอยู่ใจกลางนคร Antwerp ในปี 2011 ต่อมาตัวร้านได้เปลี่ยนชื่อจาก ‘t Zilte มาเป็น Zilte พร้อมกับย้ายฝั่งมายังตำแหน่งปัจจุบันเมื่อปี 2020 ที่ผ่านมา
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยองค์ประกอบจากไม้ประกอบกันไปกับการเลือกใช้โทนสีเข้ม
รูปที่ 29
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งด้วยองค์ประกอบจากไม้ประกอบกันไปกับการเลือกใช้โทนสีเข้ม
เพลง Jazz ที่บรรเลงอยู่เบื้องหลังช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสงบแต่ไม่ทิ้งความหรูหรา
รูปที่ 30
เพลง Jazz ที่บรรเลงอยู่เบื้องหลังช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูสงบแต่ไม่ทิ้งความหรูหรา
บรรยกาศในห้องอาหารดูโปร่งไม่อีดอัดตา
รูปที่ 31
บรรยกาศในห้องอาหารดูโปร่งไม่อีดอัดตา
อย่าลืมส่งคำขอที่นั่งริมกระจกเพื่อซึมซับทัศนียภาพมุมกว้างของนคร Antwerp และโบสถ์ Cathedral of Our Lady Antwerp จากระยะไกลไปตลอดมื้ออาหารโดยเฉพาะในช่วงเย็นที่ทุกคนสามารถสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของเมืองใหญ่ทางตอนเหนือแห่งนี้จากกลางวันไปสู่กลางคืนนั่นเอง
รูปที่ 32
อย่าลืมส่งคำขอที่นั่งริมกระจกเพื่อซึมซับทัศนียภาพมุมกว้างของนคร Antwerp และโบสถ์ Cathedral of Our Lady Antwerp จากระยะไกลไปตลอดมื้ออาหารโดยเฉพาะในช่วงเย็นที่ทุกคนสามารถสัมผัสการเปลี่ยนแปลงของเมืองใหญ่ทางตอนเหนือแห่งนี้จากกลางวันไปสู่กลางคืนนั่นเอง
บนิเวณเคาน์เตอร์จัดเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 33
บนิเวณเคาน์เตอร์จัดเตรียมเครื่องดื่ม
🎗 [WHY GO] Zilte เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การชิมอาหารฝั่งยุโรปมามากพอสมควร หลายคอร์สมีรสชาติที่ซับซ้อนจนอาจต้องใช้ความคิดในการตีความเฉกเช่นเดียวกับงานศิลป์ รสชาติอาหารค่อนไปทางเค็มโดดซึ่งเป็นเรื่องปกติของห้องอาหารในแถบนี้ ราคาต่อคอร์สค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยทัศนียภาพมุมสูงอันสวยงามของนคร Antwerp ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักชิมทุก ๆ คนที่แวะเวียนมายังนครใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยมแห่งนี้
รูปที่ 34
🎗 [WHY GO] Zilte เป็นห้องอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์การชิมอาหารฝั่งยุโรปมามากพอสมควร หลายคอร์สมีรสชาติที่ซับซ้อนจนอาจต้องใช้ความคิดในการตีความเฉกเช่นเดียวกับงานศิลป์ รสชาติอาหารค่อนไปทางเค็มโดดซึ่งเป็นเรื่องปกติของห้องอาหารในแถบนี้ ราคาต่อคอร์สค่อนข้างสูงแต่ก็แลกมาด้วยทัศนียภาพมุมสูงอันสวยงามของนคร Antwerp ที่จะสร้างความประทับใจให้กับนักชิมทุก ๆ คนที่แวะเวียนมายังนครใหญ่ทางตอนเหนือของประเทศเบลเยี่ยมแห่งนี้
ห้องอาหาร Zilte ตั้งอยู่บริเวณชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุด
รูปที่ 35
ห้องอาหาร Zilte ตั้งอยู่บริเวณชั้น 9 ซึ่งเป็นชั้นที่สูงที่สุด
3 ดาวมิชลิน
รูปที่ 36
3 ดาวมิชลิน
คำว่า Zilte ยังมีที่มาจากชื่อสายพันธุ์ของหอยนางรม South African Oyster ดังที่แสดงเอาไว้อยู่ในโลโก้ของร้านทั้งยังเป็นภาษา Flemish ที่แปลตรงตัวได้ว่า Briny อีกด้วย
รูปที่ 37
คำว่า Zilte ยังมีที่มาจากชื่อสายพันธุ์ของหอยนางรม South African Oyster ดังที่แสดงเอาไว้อยู่ในโลโก้ของร้านทั้งยังเป็นภาษา Flemish ที่แปลตรงตัวได้ว่า Briny อีกด้วย
ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดย Neutelings Riedijk Architects ให้มีความสูงกว่า 60 เมตรโดยมี Facade ทำมาจากหินทรายสีแดงที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดียสลับกันไปกับแผ่นกระจกใสทรงโค้งจนกลายมาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมสไตล์ Postmodern Art Deco Architecture
รูปที่ 38
ตัวอาคารได้รับการออกแบบโดย Neutelings Riedijk Architects ให้มีความสูงกว่า 60 เมตรโดยมี Facade ทำมาจากหินทรายสีแดงที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดียสลับกันไปกับแผ่นกระจกใสทรงโค้งจนกลายมาเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมสไตล์ Postmodern Art Deco Architecture
ทัศนียภาพของนคร Antwerp ยามค่ำคืน
รูปที่ 39
ทัศนียภาพของนคร Antwerp ยามค่ำคืน
บรรยากาศบริเวณท่าเรือใกล้กันกับโรงจอดรถ
รูปที่ 40
บรรยากาศบริเวณท่าเรือใกล้กันกับโรงจอดรถ