
Via Veneto · วีอา เวเนโต้
Classic Cuisine · อาหารคลาสสิค — Ganduxer 10, Barcelona, 08021, Spain
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานของนคร Barcelona โดยตัวร้านเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1967 และสามารถถือครองรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาตั้งแต่ปี 1974 รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 49 ปีทำสถิติเป็นห้องอาหารที่ถือครองดาวอันทรงเกียรติมาได้ต่อเนื่องนานที่สุดในประเทศสเปน ส่วนใครที่เป็นคอไวน์ยิ่งต้องตามกันมาชิมเพราะตัวร้านมี Wine Cellar โบราณอยู่ลึกลงไปใต้ดินกว่า 8 เมตรกักเก็บไวน์จำนวนกว่า 10,000 ขวดซึ่งจัดว่ามีปริมาณมากที่สุดแห่งหนึ่งในแคว้น Catalonia กันเลยทีเดียว
🎗 [THE PLACE] Josep Monje เกิดในเมืองเล็ก ๆ ในเทือกเขา Pyrenees นามว่า Pobellà วันหนึ่งครอบครัวของเขาตัดสินใจย้ายเข้ามาหางานที่นคร Barcelona โดยในระหว่างนั้นคุณ Josep Monje ถึงกับจำเป็นต้องหลับนอนในโกดังเก็บของของคนรู้จักอยู่พักหนึ่ง ต่อมาวันหนึ่งนักธุรกิจนามว่า Oriol Regàs ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Via Veneto ขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1967 บนถนน Carrer Ganduxer และเริ่มต้นประกาศหาพนักงานประจำร้าน คุณ Josep Monje จึงเดินทางไปสมัครเข้าทำงานในฐานะพนักงานเสิร์ฟก่อนจะขยับตำแหน่งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการในช่วงราว ๆ ปี 1970s และกลายมาเป็นเจ้าของกิจการแต่เพียงผู้เดียวในปี 1982 กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2001 กิจการถูกส่งต่อมาสู่ทายาทรุ่นที่ 2 คือคุณ Pere Monje โดยตัวเขาได้สืบต่อปณิธานของคุณพ่อออกมาได้อย่างสมศักดิ์ศรี ใครที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัวสามารถขับมาหน้าร้านเพื่อให้พนักงานนำรถไปจอดแบบ Valet Parking โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาจะพบกับจุดตรวจสอบการจองที่มีเบื้องหลังคือบาร์ขนาดย่อมสำหรับชงเครื่องดื่ม ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างหรูหราอลังการในสไตล์ Belle Époque โทนแสงสีส้มจากโคมไฟแขวนผนังสาดส่องมากระทบกับผ้าปูโต๊ะสีชมพูแซลมอนและเครื่องเทเบิ้ลแวร์สีเงิน หลากหลายมุมของร้านสะท้อนกันไปมาผ่านกระจกเงารูปวงรีหลายบานที่แขวนอยู่บนผนัง การเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้สีเข้มบุด้วยหนังช่วยให้เรารู้สึกราวกับได้ย้อนอดีตกลับไปสัมผัสบรรยากาศห้องอาหารสุดหรูในช่วงยุค 1970 บางมุมของร้านยังมีเครื่องมือสำหรับเตรียมเมนูประวัติศาสตร์อย่าง Roasted Duck In Its Own Juice “A La Presse” ซึ่งเราก็ไม่พลาดที่จะสั่งมาลองชิมกันในวันนี้ด้วยเช่นกัน สุดท้ายคือภาพวาดสีน้ำมันของตัวร้านโดยเฉพาะภาพวาดของศิลปิน Joan Martí แสดงถึงการจัดเสิร์ฟอาหารของท่านประธานให้กับลูกค้าด้วยตัวเอง ถึงแม้ว่าห้องรับประทานอาหารหลักจะรองรับลูกค้าได้มากกว่า 50 คนแต่ทางร้านยังเผื่อห้องส่วนตัวที่สำหรับจัดเลี้ยงลูกค้าเพิ่มเติมได้อีก 50 คนเช่นกัน จนถึงปัจจุบันห้องอาหาร Via Veneto ได้รับความไว้วางใจจากเหล่าผู้มีชื่อเสียงมากมายทั้ง Salvador Dalí ที่เคยแวะมาชิมอยู่เป็นประจำ, ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Richard Nixon, นักร้องเสียงโซปราโน Victòria dels Àngels, นักแสดงหนุ่มเจ้าของบทสายลับ James Bonds อย่าง Sean Connery รวมไปถึงผู้กำกับชื่อดังอย่าง Woody Allen นอกจากนี้ตัวร้านยังคงรักษามาตรฐานการเตรียมอาหารและบริการได้อย่างดีเยี่ยมการันตีด้วยรางวัลต่าง ๆ ทั้ง 🌟 1 MICHELIN Star, 🔆🔆🔆 3 Soles Guía Repsol รวมไปถึงรางวัล National Gastronomy Award ในปี 1984,1994, 2013, 2019 และ 2021 อีกด้วย
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] ห้องอาหาร Via Veneto ปัจจุบันควบคุมโดยเชฟอายุ 36 ปีนามว่า David Andrés ผู้เกิดและเติบโตในเมือง Igualada ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นถึง Head Chef ให้กับห้องอาหาร ABaC (3 MICHELIN Stars) ของเชฟ Jordi Cruz มานานกว่า 8 ปีก่อนที่เขาจะผันตัวมากุมบังเหียน Via Veneto ต่อจากเชฟ Sergio Humada และเชฟ Carles Tejedor ถึงแม้ในอดีตตัวร้านจะเน้นนำเสนอเมนูสไตล์ฝรั่งเศสคลาสสิคแต่ในปัจจุบันเมื่อเปิดรายการเมนูออกดูจะพบว่าเชฟ David Andrés นำเสนออาหารคลาสสิคที่มีกลิ่นอายของภูมิภาค Catalonia โดยสอดแทรกเทคนิคการปรุงสมัยใหม่เอาไว้ได้อย่างแนบเนียนในทุก ๆ จาน เราขอแนะนำให้เลือกชิม Great Tasting Menu ที่รวบรวมจานที่ได้รับการรังสรรค์ใหม่ล่าสุดจำนวน 7 จานเข้าไว้ด้วยนำเสนอมาที่ราคาเพียง 145 € เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีรายการอาหารแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบโดยเราขอปักหมุดให้สั่งสุดยอดเมนูคลาสสิคที่ไม่เคยถูกถอดออกจากรายการเมนูมาตั้งแต่ปี 1967 นั่นก็คือ Roasted Duck In Its Own Juice “A La Presse” ซึ่งพนักงานจะมาเตรียมเป็ดและเตรียมกระบวนการกดทับเพื่อรีดน้ำเป็ดให้ดูกันสด ๆ ข้างโต๊ะหรือจะเป็น “Tournedo Rossini” ที่เตรียมมาจากเนื้อวัวสายพันธุ์ที่ดีที่สุดของสเปนจากแคว้น Galicia อย่าง Rubia Gallega ก็อร่อยเลิศไม่แพ้กัน อย่างไรก็ตามที่พลาดไม่ได้คือไวน์ต่าง ๆ จำนวนกว่า 10,000-20,000 ขวดที่ได้รับการกักเก็บเอาไว้ใต้ดินลึกกว่า 8 เมตร ใครที่เลือกชิม Great Tasting Menu ต้องไม่พลาดการจับคู่ Wine Pairing อันหลากหลายจำนวนกว่า 8 แก้วโดยมีไวน์เด็ดอย่างเช่น Cava Kripta 2015 of Agustí Torelló Mata ซึ่งเป็น Cava ในขวดทรงรักบี้อันเป็นเอกลักษณ์, Red wine Rioja Viña Berceo Gran Reserva 1975 ซึ่งเป็นไวน์แดง Rioja Gran Reserva ที่เก็บเอาไว้ตั้งแต่ปี 1975 และ Sweet Wine Port Grahams Tawny 10 anys bottle of 4.5l (exclusive for Via Veneto) ซึ่งเป็นไวน์หวานที่เตรียมมาสำหรับห้องอาหาร Via Veneto เท่านั้นรวมอยู่ด้วยซึ่งต้องบอกเลยว่าคุ้มค่าสุด ๆ นอกจากนี้ยังมีไวน์ที่ราคาเริ่มต้นเพียงราว ๆ 30 € อีกหลายรายการแต่ไฮไลท์ของมื้อนี้สำหรับเราคือ Rioja Grand Reserva 1964 ขวดหนึ่งที่ทางร้านตั้งราคาเอาไว้เพียง 180 € เท่านั้น สำหรับอาหารจานที่โดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น
✨ RED TUNA FROM L’AMETLLA DE MAR AND WILD SEABASS CARPACCIO
(strawberries and beetroot from El Maresme)
คอร์สนี้เชฟได้หยิบยกวัตถุดิบขึ้นชื่อของประเทศสเปนคือปลาทูน่าจากเมือง L'Ametlla de Mar ทางตอนใต้ของนคร Barcelona เชฟแล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วเสิร์ฟดิบมาแบบ Carpaccio พร้อมกับวางซ้อนกันสลับกับเนื้อปลากระพงเป็นรูปดอกกุหลาบสวยงาม ด้านล่างรองด้วยสตรอว์เบอร์รี่สดจาก El Maresme ทางตอนเหนือของนคร Barcelona ฝานเป็นชิ้น ๆ ยังมีซอสบีทรูทสีแดงสดช่วยเสริมความสดชื่นและตัดความมันของเนื้อปลาได้อย่างลงตัว (16/20)
✨ “TOURNEDO ROSSINI” (beef fillet "rubia gallega" with foie; our historical dish version)
เราขอแนะนำหนึ่งในเมนูประวัติศาสตร์ของห้องอาหาร Via Veneto นั่นก็คือ Rubia Gallega สุดยอดวัวสายพันธุ์พิเศษจากแคว้น Galicia ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสเปน เชฟเสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ราดด้วยซอส Jus เข้มข้นขนาบข้างไปด้วยขนมปังย่าง สุดท้ายคือ Gnocchi ที่คลุกเคล้ามากับฟัวกราส์หอมละมุน ถึงจะเป็นเมนูที่ราวกับหลุดมาจากห้องอาหารระดับสูงในยุคโบราณแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารสชาตินั้นอร่อยมากจริง ๆ (17/20)
✨ ROASTED DUCK IN ITS OWN JUICE "A LA PRESSE" (pressed) (min. 2 pers.) (45 € p.p.; 90 €/2 p.p.) (Our greatest classic since 1967)
ห้ามพลาดสุดยอดเมนูที่จัดเสิร์ฟเคียงคู่กับห้องอาหาร Via Veneto มาตั้งแต่ปี 1967 และไม่เคยถูกถอดออกจากรายการเมนูมาจนถึงปัจจุบันนั่นก็คือเป็ดย่างที่พนักงานจะมาจบการเตรียมซอสให้ลูกค้าชมกันที่ข้างโต๊ะ ไฮไลท์คือการเตรียมซอส Jus ที่เลียนแบบสไตล์มาจากแถบนคร Rouen ในประเทศฝรั่งเศสแต่ทางร้านนำมาแปลงโดยการเลาะเนื้อและกระดูกของเป็ดใส่เข้าไปในเครื่องอัดสีเงินแล้วหมุนวงล้อเพื่อบีบคั้นน้ำที่ได้จากเลือด, เนื้อ ไปจนถึงไขกระดูกให้รสชาติที่เข้มข้นออกมาผสมกับซอส Jus ที่เตรียมมาไว้แล้วส่วนหนึ่งหรือที่ทางร้านเรียกว่า À La Presse นั่นเอง จานนั้นจึงจัดนำมาลงจาน เนื้อเป็ดนุ่ม หอม เคี้ยวง่ายเข้ากันกับซอสทีแสนเข้มข้น ห้ามพลาดจับคู่กับไวน์แดงดี ๆ สักแก้วบอกเลยว่าอร่อยแบบหาใครเทียบเคียงได้ยาก (17/20)
🎗 [WHY GO] ไม่ว่าคุณจะเป็นนักชิมที่มีใจชื่นชอบอาหารคลาสสิคหรือจะเป็นผู้ที่หลงไหลในไวน์คุณภาพสูง (หรือเป็นทั้งคู่) ห้องอาหาร Via Veneto คือคำตอบสำหรับคุณ ราคาอาหารและไวน์ถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับทำเลและการบริการที่ไร้รอยต่อจนสามารถสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับห้องอาหารระดับสูงของนคร Barcelona อย่าลืมจองล่วงหน้าสัก 1-2 วันเพราะทางร้านไม่รับลูกค้าแบบ Walk-In นั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 47 รูป

![🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารระดับตำนานของนคร Barcelona โดยตัวร้านเปิดทำการมาตั้งแต่ปี 1967 และสามารถถือครองรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาตั้งแต่ปี 1974 รวมเป็นระยะเวลานานกว่า 49 ปีทำสถิติเป็นห้องอาหารที่ถือครองดาวอันทรงเกียรติมาได้ต่อเนื่องนานที่สุดในประเทศสเปน ส่วนใครที่เป็นคอไวน์ยิ่งต้องตามกันมาชิมเพราะตัวร้านมี Wine Cellar โบราณอยู่ลึกลงไปใต้ดินกว่า 8 เมตรกักเก็บไวน์จำนวนกว่า 10,000 ขวดซึ่งจัดว่ามีปริมาณมากที่สุดแห่งหนึ่งในแคว้น Catalonia กันเลยทีเดียว](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/07/362277040_819481259835429_4133623847328931047_n.webp)






























![🎗 [THE PLACE] Josep Monje เกิดในเมืองเล็ก ๆ ในเทือกเขา Pyrenees นามว่า Pobellà วันหนึ่งครอบครัวของเขาตัดสินใจย้ายเข้ามาหางานที่นคร Barcelona โดยในระหว่างนั้นคุณ Josep Monje ถึงกับจำเป็นต้องหลับนอนในโกดังเก็บของของคนรู้จักอยู่พักหนึ่ง ต่อมาวันหนึ่งนักธุรกิจนามว่า Oriol Regàs ตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Via Veneto ขึ้นเมื่อวันที่ 30 เมษายน 1967 บนถนน Carrer Ganduxer และเริ่มต้นประกาศหาพนักงานประจำร้าน คุณ Josep Monje จึงเดินทางไปสมัครเข้าทำงานในฐานะพนักงานเสิร์ฟก่อนจะขยับตำแหน่งขึ้นมาเรื่อย ๆ จนดำรงตำแหน่งเป็นผู้จัดการในช่วงราว ๆ ปี 1970s และกลายมาเป็นเจ้าของกิจการแต่เพียงผู้เดียวในปี 1982](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/07/362935408_819480916502130_1637188940713177135_n.webp)




![🎗 [THE CHEF & THE FOOD] ห้องอาหาร Via Veneto ปัจจุบันควบคุมโดยเชฟอายุ 36 ปีนามว่า David Andrés ผู้เกิดและเติบโตในเมือง Igualada ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเป็นถึง Head Chef ให้กับห้องอาหาร ABaC (3 MICHELIN Stars) ของเชฟ Jordi Cruz มานานกว่า 8 ปีก่อนที่เขาจะผันตัวมากุมบังเหียน Via Veneto ต่อจากเชฟ Sergio Humada และเชฟ Carles Tejedor ถึงแม้ในอดีตตัวร้านจะเน้นนำเสนอเมนูสไตล์ฝรั่งเศสคลาสสิคแต่ในปัจจุบันเมื่อเปิดรายการเมนูออกดูจะพบว่าเชฟ David Andrés นำเสนออาหารคลาสสิคที่มีกลิ่นอายของภูมิภาค Catalonia โดยสอดแทรกเทคนิคการปรุงสมัยใหม่เอาไว้ได้อย่างแนบเนียนในทุก ๆ จาน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/07/362972228_819481326502089_7210157323654237250_n.webp)









