GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Via Emilia
Others

ThailandVia Emilia · วียา อิมิเลีย

Emilian · อาหารอิมิเลีย — 1040 ซอย นราธิวาสราชนครินทร์ 17 แยก 5 แขวง ทุ่งมหาเมฆ เขต สาทร กรุงเทพมหานคร 10120

🎗 รีวิวฉบับนี้เราขอกล่าวถึง Via Emilia ห้องอาหารในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 ซึ่งแปลงมาจากร้าน Sensi เดิมภายใต้คอนเซปใหม่คือการนำเสนออาหารท้องถิ่นจากแคว้น Emlia-Romagna ให้กับผู้ที่ชื่นชอบอาหารตะวันตกได้สัมผัส หน้าร้านโดดเด่นด้วยภาพวาดของบ้านเรือนสไตล์อิตาเลียนยุคเก่า ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณเอ้าท์ดอร์ซึ่งเป็นโซน Pet Friendly หรือนั่งในห้องรับประทานอาหารหลักที่ขยับขยายเพิ่มเติมจนมีบรรยากาศโปร่งสบายตา ตรงกลางเป็นบาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม บนผนังมีรูปวาดและรูปถ่ายรวมถึงแผนที่ของเมืองต่าง ๆ ในแคว้น Emilia-Romagna แขวนประดับเอาไว้บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของห้องอาหารแห่งนี้

🎗 คำว่า “Via Aemilia” เป็นชื่อถนนที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาณาจักรโรมเมื่อ 187 ปีก่อนคริสตกาลโดยเริ่มต้นจาก Ariminium (Rimini ในปัจจุบัน) ไปสิ้นสุดที่เมือง Placentia (Piazenza ในปัจจุบัน) ทั้งยังเชื่อมต่อกันถนน Via Flaminia ซึ่งสร้างเสร็จใน 33 ปีให้หลังเพื่อมุ่งตรงสู่กรุงโรมอีกด้วย ในปัจจุบัน Via Aemilia เป็นถนนเส้นใหญ่ที่ลากผ่านเมืองสำคัญทางอาหารมากมายในแคว้น Emilia-Romagna อย่าง Bologna, Modena, Reggio Emilia และ Parma จากสาเหตุที่ว่ามาทำให้คุณ Andrea Bernadi อดีต GM ของร้าน Il Bolognese และคุณ Stefano Merlo ซึ่งเป็น Head Chef ของร้าน Sensi เลือกใช้ชื่อของถนน Via Aemilia ในการนำเสนออาหารพื้นบ้านประจำแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งหาทานได้ยากมาก ๆ ในกรุงเทพ ส่วนพาสต้าที่นี่เป็นเส้นโฮมเมดเกือบทั้งหมด แม้จะมีเมนูง่าย ๆ Carbonara, Aglio e Olio หรือ Pesto แต่ขอแนะนำเป็นอย่างมากให้ลองเปิดใจสั่งอาหารพื้นบ้านมาลองชิมกันดูอย่างเช่น

✨ Il Cotechino Di Modena Con Crema Di Pate (290++)

Slow cooked traditional Emilia succulent pork sausage, creamed potatoes.

“โกเตชชิโน่ ดิ โมดิน่า” เป็นไส้กรอกพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Modena ว่ากันว่าในช่วงสมัยปี ค.ศ. 1522 โดยชาวเมืองที่กำลังหิวโหยจากการถูกล้อมเมืองในภาวะสงครามต้องการหาหนทางที่จะเก็บรักษาเนื้อเอาไว้ให้นานที่สุดและคิดค้นสูตรการทำไส้กรอกชนิดนี้ขึ้นมาโดยมีองค์ประกอบหลักคือเนื้อหมูและไขมันหมู ทางร้านนำมาผ่านกระบวน Slow cooked ช้า ๆ จนสุก ทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม ละมุน และความฉ่ำของเนื้อหมู มีรสชาติออกเค็มนิด ๆ แนะนำให้ทานสลับกับครีมมันฝรั่งที่รองอยู่ด้านล่างและซอสพาสลีย์ข้าง ๆ กัน (13/20)

✨ Passatelli (230++)

Traditional breadcrumbs egg and Parmigiano Reggiano pressed dumpling.

“ปาซซาเตลลี่” เป็นพาสต้าพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Marche และแผ่ขยายมายังภูมิภาค Emilia-Romagna ที่อยู่ติดกัน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นพาสต้าแต่ตัว Passatelli นั้นได้จากการนำเศษขนมปัง, ไข่ และชีส Parmigiano Reggiano มาคลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำมากดให้เป็นแท่ง เสิร์ฟมาใน Brodo di Cappone หรือน้ำซุปอุ่น ๆ รสชาติกลมกล่อม (13/20)

✨ Tortellini Artusiani (Recipe From Pellegrino Artusi) (350++)

Classic roasted mix pork meat small ravioli in creamed Parmigiano Reggiano.

ห้ามพลาดเมนูพิเศษที่เชฟ Stefano ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก La scienza in cucina e l'arte di mangiar bene ("Science in the Kitchen and the Art of Eating Well") หนังสือ Cookbook ที่ประพันธ์โดยนักเขียนนามว่า Pellegrino Artusi และถูกยกให้เป็นหัวใจสำคัญของอาหารอิตาลียุคใหม่ “ตอเตลลินี่ อาตูเซียนี่” เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดเล็ก ด้านในสอดไส้เนื้อหมู ต้มจนสุกแบบ Al Dente เสิร์ฟมาในซอสครีม Parmigiano Reggiano หอม มัน อร่อยสมกับเป็นเมนูโบราณอายุกว่า 200 ปี (13/20)

🎗 เชฟ Stefano กล้าที่จะเดิมพันโดยการเปลี่ยนห้องอาหาร Sensi ที่เคยจัดเสิร์ฟอาหารอิตาลีทั่วไปมาเป็นห้องอาหาร Via Emilia ที่จัดเสิร์ฟเมนูพื้นเมืองเฉพาะท้องถิ่น ผลที่ได้คือการยกระดับ Food Scene ของกรุงเทพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เพื่อน ๆ คนไทยอาจต้องเปิดใจกันสักนิดกับรสชาติที่ไม่คุ้นเคยและความแปลกใหม่ที่หาทานจากร้านอื่นไม่ได้ ราคาอาหารอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานห้องอาหารชั้นนำทั่วไปในกรุงเทพ พนักงานบริการดีและมีความรู้ในอาหารแต่ละจานพอสมควร สำหรับใครที่เป็น Foodies เรารับรองว่า Via Emilia จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 30 รูป

🇹🇭 Via Emilia - วียา อิมิเลีย 🍴 Emilian - อาหารอิมิเลีย
รูปที่ 1
🇹🇭 Via Emilia - วียา อิมิเลีย 🍴 Emilian - อาหารอิมิเลีย
รีวิวฉบับนี้เราขอกล่าวถึง Via Emilia ห้องอาหารในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 ซึ่งแปลงมาจากร้าน Sensi เดิมภายใต้คอนเซปใหม่คือการนำเสนออาหารท้องถิ่นจากแคว้น Emlia-Romagna ให้กับผู้ที่ชื่นชอบอาหารตะวันตกได้สัมผัส
รูปที่ 2
รีวิวฉบับนี้เราขอกล่าวถึง Via Emilia ห้องอาหารในซอยนราธิวาสราชนครินทร์ 17 ซึ่งแปลงมาจากร้าน Sensi เดิมภายใต้คอนเซปใหม่คือการนำเสนออาหารท้องถิ่นจากแคว้น Emlia-Romagna ให้กับผู้ที่ชื่นชอบอาหารตะวันตกได้สัมผัส
Italian Bread with Extravirgin Olive Oil and Balsamic Vinegar นอกจากนี้ยังมีขนมปังหลายชนิดซึ่งขอเติมได้เรื่อย ๆ เสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและบัลซามิคคุณภาพสูงของขึ้นชื่อจากเมือง Modena
รูปที่ 3
Italian Bread with Extravirgin Olive Oil and Balsamic Vinegar นอกจากนี้ยังมีขนมปังหลายชนิดซึ่งขอเติมได้เรื่อย ๆ เสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและบัลซามิคคุณภาพสูงของขึ้นชื่อจากเมือง Modena
Amuse Bouche Roasted pumpkin with parmesan sauce เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย “อมูสบูช” อย่างฟักทองย่างเสิร์ฟมาคู่กับซอสพาเมซานชีสหอมมัน (12/20)
รูปที่ 4
Amuse Bouche Roasted pumpkin with parmesan sauce เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย “อมูสบูช” อย่างฟักทองย่างเสิร์ฟมาคู่กับซอสพาเมซานชีสหอมมัน (12/20)
Il Cotechino Di Modena Con Crema Di Pate (290++) Slow cooked traditional Emilia succulent pork sausage, creamed potatoes. “โกเตชชิโน่ ดิ โมดิน่า” คือไส้กรอกพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Modena ว่ากันว่าในช่วงสมัยปี ค.ศ. 1522 โดยชาวเมืองที่กำลังหิวโหยจากการถูกล้อมเมืองในภาวะสงครามต้องการหาหนทางที่จะเก็บรักษาเนื้อเอาไว้ให้นานที่สุดและคิดค้นสูตรการทำไส้กรอกชนิดนี้ขึ้นมาโดยมีองค์ประกอบหลักคือเนื้อหมูและไขมันหมู ทางร้านนำมาผ่านกระบวน Slow cooked ช้า ๆ จนสุก ทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม ละมุน และความฉ่ำของเนื้อหมู มีรสชาติออกเค็มนิด ๆ แนะนำให้ทานสลับกับครีมมันฝรั่งที่รองอยู่ด้านล่างและซอสพาสลีย์ข้าง ๆ กัน (13/20)
รูปที่ 5
Il Cotechino Di Modena Con Crema Di Pate (290++) Slow cooked traditional Emilia succulent pork sausage, creamed potatoes. “โกเตชชิโน่ ดิ โมดิน่า” คือไส้กรอกพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากเมือง Modena ว่ากันว่าในช่วงสมัยปี ค.ศ. 1522 โดยชาวเมืองที่กำลังหิวโหยจากการถูกล้อมเมืองในภาวะสงครามต้องการหาหนทางที่จะเก็บรักษาเนื้อเอาไว้ให้นานที่สุดและคิดค้นสูตรการทำไส้กรอกชนิดนี้ขึ้นมาโดยมีองค์ประกอบหลักคือเนื้อหมูและไขมันหมู ทางร้านนำมาผ่านกระบวน Slow cooked ช้า ๆ จนสุก ทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงความนุ่ม ละมุน และความฉ่ำของเนื้อหมู มีรสชาติออกเค็มนิด ๆ แนะนำให้ทานสลับกับครีมมันฝรั่งที่รองอยู่ด้านล่างและซอสพาสลีย์ข้าง ๆ กัน (13/20)
Parma Sant'Ilario 50 g (380++) Best Parma ever. “ปาม่า ซันติลาริโย่” เป็นแฮมที่ขึ้นชื่อว่าคุณภาพที่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจของประชาชนในแคว้น Emilia-Romagna อีกด้วย ตัวแฮมมีความหนึยที่พอดี รสชาติเค็มอุมามิ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เสิร์ฟมาให้ทานกับ Gnocco Fritto หรือมันฝรั่งทอด (13/20)
รูปที่ 6
Parma Sant'Ilario 50 g (380++) Best Parma ever. “ปาม่า ซันติลาริโย่” เป็นแฮมที่ขึ้นชื่อว่าคุณภาพที่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก ทั้งยังเป็นความภาคภูมิใจของประชาชนในแคว้น Emilia-Romagna อีกด้วย ตัวแฮมมีความหนึยที่พอดี รสชาติเค็มอุมามิ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เสิร์ฟมาให้ทานกับ Gnocco Fritto หรือมันฝรั่งทอด (13/20)
Passatelli (230++) Traditional breadcrumbs egg and Parmigiano Reggiano pressed dumpling. “ปาซซาเตลลี่” เป็นพาสต้าพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Marche และแผ่ขยายมายังภูมิภาค Emilia-Romagna ที่อยู่ติดกัน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นพาสต้าแต่ตัว Passatelli นั้นได้จากการนำเศษขนมปัง, ไข่ และชีส Parmigiano Reggiano มาคลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำมากดให้เป็นแท่ง เสิร์ฟมาในซุปพื้นบ้านที่เรียกกันว่า Brodo di Cappone (13/20)
รูปที่ 7
Passatelli (230++) Traditional breadcrumbs egg and Parmigiano Reggiano pressed dumpling. “ปาซซาเตลลี่” เป็นพาสต้าพื้นเมืองที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Marche และแผ่ขยายมายังภูมิภาค Emilia-Romagna ที่อยู่ติดกัน แม้จะขึ้นชื่อว่าเป็นพาสต้าแต่ตัว Passatelli นั้นได้จากการนำเศษขนมปัง, ไข่ และชีส Parmigiano Reggiano มาคลุกให้เข้ากัน จากนั้นนำมากดให้เป็นแท่ง เสิร์ฟมาในซุปพื้นบ้านที่เรียกกันว่า Brodo di Cappone (13/20)
Passatelli (230++) Traditional breadcrumbs egg and Parmigiano Reggiano pressed dumpling. วิธีรับประทานให้เติมชีส Parmigiano Reggiano ลงไปในน้ำซุป Brodo di Cappone แล้วคนให้เข้ากัน ตัวซุปเสิร์ฟมาอุ่น ๆ รสชาติกลมกล่อมผสมผสานกับความหอมมันจากชีส ตอนเคี้ยวจะได้เนื้อสัมผัสกรึบจากพาสต้าเกล็ดขนมปัง ถือเป็นจานที่หาทานจากร้านอื่นได้ยาก (13/20)
รูปที่ 8
Passatelli (230++) Traditional breadcrumbs egg and Parmigiano Reggiano pressed dumpling. วิธีรับประทานให้เติมชีส Parmigiano Reggiano ลงไปในน้ำซุป Brodo di Cappone แล้วคนให้เข้ากัน ตัวซุปเสิร์ฟมาอุ่น ๆ รสชาติกลมกล่อมผสมผสานกับความหอมมันจากชีส ตอนเคี้ยวจะได้เนื้อสัมผัสกรึบจากพาสต้าเกล็ดขนมปัง ถือเป็นจานที่หาทานจากร้านอื่นได้ยาก (13/20)
Tortellini Artusiani (Recipe From Pellegrino Artusi) (350++) Classic roasted mix pork meat small ravioli in creamed Parmigiano Reggiano. ห้ามพลาดเมนูพิเศษที่เชฟ Stefano ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก La scienza in cucina e l'arte di mangiar bene ("Science in the Kitchen and the Art of Eating Well") หนังสือ Cookbook ที่ประพันธ์โดยนักเขียนนามว่า Pellegrino Artusi และถูกยกให้เป็นหัวใจสำคัญของอาหารอิตาลียุคใหม่ “ตอเตลลินี่ อาตูเซียนี่” เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดเล็ก ด้านในสอดไส้เนื้อหมู ต้มจนสุกแบบ Al Dente เสิร์ฟมาในซอสครีม Parmigiano Reggiano หอม มัน อร่อยสมกับเป็นเมนูโบราณอายุกว่า 200 ปี (13/20)
รูปที่ 9
Tortellini Artusiani (Recipe From Pellegrino Artusi) (350++) Classic roasted mix pork meat small ravioli in creamed Parmigiano Reggiano. ห้ามพลาดเมนูพิเศษที่เชฟ Stefano ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก La scienza in cucina e l'arte di mangiar bene ("Science in the Kitchen and the Art of Eating Well") หนังสือ Cookbook ที่ประพันธ์โดยนักเขียนนามว่า Pellegrino Artusi และถูกยกให้เป็นหัวใจสำคัญของอาหารอิตาลียุคใหม่ “ตอเตลลินี่ อาตูเซียนี่” เป็นพาสต้าทรงเกี๊ยวขนาดเล็ก ด้านในสอดไส้เนื้อหมู ต้มจนสุกแบบ Al Dente เสิร์ฟมาในซอสครีม Parmigiano Reggiano หอม มัน อร่อยสมกับเป็นเมนูโบราณอายุกว่า 200 ปี (13/20)
Tagliatelle Con Piselli (330++) Homemade Tagliatelle tomatoes and green peas. สำหรับใครที่เป็นมังสวิรัติทางร้านนำเสนอ “ตาเกลียเตลเล่ คอน ปิเซลลี่” พาสต้าเส้น Tagliatelli ผัดกับซอสมะเขือเทศอิตาเลียนรสชาติออกเปรี้ยวอุมามิ มีถั่วลันเตาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส จานนี้เชฟเสิร์ฟมาในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะพอสำหรับทานได้ 2-3 คน (12/20)
รูปที่ 10
Tagliatelle Con Piselli (330++) Homemade Tagliatelle tomatoes and green peas. สำหรับใครที่เป็นมังสวิรัติทางร้านนำเสนอ “ตาเกลียเตลเล่ คอน ปิเซลลี่” พาสต้าเส้น Tagliatelli ผัดกับซอสมะเขือเทศอิตาเลียนรสชาติออกเปรี้ยวอุมามิ มีถั่วลันเตาช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส จานนี้เชฟเสิร์ฟมาในปริมาณที่ค่อนข้างเยอะพอสำหรับทานได้ 2-3 คน (12/20)
Risotto Salsiccia e Lambrusco (420++) Carnaroli rice cooked with Italian sausage and Lambrusco red wine topped with crispy onion. จานนี้คือ “รีซอตโต้ ซัลซิคชา อี ลัมบรูสโก้” ข้าวรีซอตโต้หุงในน้ำสต็อกและชีส Parmigiano Reggiano จนได้ความกรึบแบบ Al Dente ทั้งยังมีส่วนผสมของ Lambrusco ไวน์แดงแบบ Sparkling red wine ที่นิยมกันมากในแคว้น Emilia-Romagna ด้านบนคือไส้กรอกอิตาลี มีรสชาติอมเปรี้ยวนิด ๆ เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่แข็ง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทอปด้วยหัวหอมทอดช่วยเพิ่มความกรอบขณะรับประทาน (13/20)
รูปที่ 11
Risotto Salsiccia e Lambrusco (420++) Carnaroli rice cooked with Italian sausage and Lambrusco red wine topped with crispy onion. จานนี้คือ “รีซอตโต้ ซัลซิคชา อี ลัมบรูสโก้” ข้าวรีซอตโต้หุงในน้ำสต็อกและชีส Parmigiano Reggiano จนได้ความกรึบแบบ Al Dente ทั้งยังมีส่วนผสมของ Lambrusco ไวน์แดงแบบ Sparkling red wine ที่นิยมกันมากในแคว้น Emilia-Romagna ด้านบนคือไส้กรอกอิตาลี มีรสชาติอมเปรี้ยวนิด ๆ เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่แข็ง มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทอปด้วยหัวหอมทอดช่วยเพิ่มความกรอบขณะรับประทาน (13/20)
Tiramisu (220++) Timeless all time favorite Italian dessert combing espresso-dipped lady fingers and creamy lightly sweetened mascarpone mousse, dusted with bitter cocoa powder. “ทิรามิสุ” ขนมหวานสุดคลาสสิคที่ร้าน Via Emilia นำเสนอออกมาในรูปแบบดั้งเดิมโดยการนำเลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มลงในกาแฟเอสเปรซโซ่ จากนั้นวางลงไปบนมูสมันคาโปเน่หอมมันแล้วนำไปแช่เย็นจนเซ็ตตัว ด้านบนโรยด้วยผงโกโก้ให้รสขมช่วยดึงความหวานของมัสคาโปเน่ออกมาได้อย่างลงตัว (13/20)
รูปที่ 12
Tiramisu (220++) Timeless all time favorite Italian dessert combing espresso-dipped lady fingers and creamy lightly sweetened mascarpone mousse, dusted with bitter cocoa powder. “ทิรามิสุ” ขนมหวานสุดคลาสสิคที่ร้าน Via Emilia นำเสนอออกมาในรูปแบบดั้งเดิมโดยการนำเลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มลงในกาแฟเอสเปรซโซ่ จากนั้นวางลงไปบนมูสมันคาโปเน่หอมมันแล้วนำไปแช่เย็นจนเซ็ตตัว ด้านบนโรยด้วยผงโกโก้ให้รสขมช่วยดึงความหวานของมัสคาโปเน่ออกมาได้อย่างลงตัว (13/20)
Latteruolo Al Caramello (190++) Romagna style Pellegrino Asturi Vanilla pod scented crème caramel, The ancient recipe. “ลัทเตรูโอโล่ อัล การาเมลโล่” คือขนมหวานยุคโบราณสไตล์ Romagna ซึ่งมีปรากฎอยู่ในหนังสือ Cookbook ชื่อว่า La scienza in cucina e l'arte di mangiar bene ("Science in the Kitchen and the Art of Eating Well") ประพันธ์โดย Pellegrino Asturi ตัวขนมมีลักษณะคล้าย Flan หรือ Crème caramel รสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมและรสขมนิด ๆ จากคาราเมลผสานกันกับกลิ่นหอมของวานิลลาได้อย่างลงตัว (12/20)
รูปที่ 13
Latteruolo Al Caramello (190++) Romagna style Pellegrino Asturi Vanilla pod scented crème caramel, The ancient recipe. “ลัทเตรูโอโล่ อัล การาเมลโล่” คือขนมหวานยุคโบราณสไตล์ Romagna ซึ่งมีปรากฎอยู่ในหนังสือ Cookbook ชื่อว่า La scienza in cucina e l'arte di mangiar bene ("Science in the Kitchen and the Art of Eating Well") ประพันธ์โดย Pellegrino Asturi ตัวขนมมีลักษณะคล้าย Flan หรือ Crème caramel รสชาติหวานมัน มีกลิ่นหอมและรสขมนิด ๆ จากคาราเมลผสานกันกับกลิ่นหอมของวานิลลาได้อย่างลงตัว (12/20)
Torta Barozzi Noci E Amarene (320++) Vignola chocolate, almond and walnuts crumbly cake served with whipped cream and Amarene. “ตอต้า บาโรซชี่” เป็นของหวานขึ้นชื่อที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยเชฟของหวานนามว่า Eugenio Gollini ในปี ค.ศ. 1886 โดยให้ชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่สถาปนิคชื่อดังนามว่า Jacopo Barozzi ตัวขนมมีลักษณะเป็นเค้กช็อกโกแลตและมีองค์ประกอบสำคัญคือถั่วอัลมอนต์และถั่ววอลนัทช่วยเพิ่มความกรอบขณะรับประทาน ข้างกันคือวิปปิ้งครีมหอมมันที่มีส่วนผสมของ Amarena cherry ปัจจุบันเมนูนี้ยังคงมีขายอยู่ในร้านขนมหวานต้นตำรับอย่าง Pasticceria Gollini ในเมือง Vignola รวมไปถึงร้านขนมทั่ว ๆ ไปรอบ ๆ เมือง Modena อีกด้วย (13/20)
รูปที่ 14
Torta Barozzi Noci E Amarene (320++) Vignola chocolate, almond and walnuts crumbly cake served with whipped cream and Amarene. “ตอต้า บาโรซชี่” เป็นของหวานขึ้นชื่อที่ถูกคิดค้นขึ้นโดยเชฟของหวานนามว่า Eugenio Gollini ในปี ค.ศ. 1886 โดยให้ชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่สถาปนิคชื่อดังนามว่า Jacopo Barozzi ตัวขนมมีลักษณะเป็นเค้กช็อกโกแลตและมีองค์ประกอบสำคัญคือถั่วอัลมอนต์และถั่ววอลนัทช่วยเพิ่มความกรอบขณะรับประทาน ข้างกันคือวิปปิ้งครีมหอมมันที่มีส่วนผสมของ Amarena cherry ปัจจุบันเมนูนี้ยังคงมีขายอยู่ในร้านขนมหวานต้นตำรับอย่าง Pasticceria Gollini ในเมือง Vignola รวมไปถึงร้านขนมทั่ว ๆ ไปรอบ ๆ เมือง Modena อีกด้วย (13/20)
Gelato Al Balsamico (190++) Fior di latte ice cream drizzled with aceto balsamico tradizionale. ขอแนะนำ “เจลาโต้ บัลซามิโก้” เชฟใช้ไอศกรีม Fior di Latte ราดด้วยน้ำส้มบัลซามิค Aceto Balsamico Tradizionale ของขึ้นชื่อจากเมือง Modena ในปริมาณที่พอเหมาะ (12/20)
รูปที่ 15
Gelato Al Balsamico (190++) Fior di latte ice cream drizzled with aceto balsamico tradizionale. ขอแนะนำ “เจลาโต้ บัลซามิโก้” เชฟใช้ไอศกรีม Fior di Latte ราดด้วยน้ำส้มบัลซามิค Aceto Balsamico Tradizionale ของขึ้นชื่อจากเมือง Modena ในปริมาณที่พอเหมาะ (12/20)
Gelato Al Balsamico (190++) Fior di latte ice cream drizzled with aceto balsamico tradizionale. ไอศกรีม Fior di Latte มีหอม หวาน มันจากครีมชั้นดี ตัดกันกับความเปรี้ยวหวานของบัลซามิคได้อย่างลงตัว (12/20)
รูปที่ 16
Gelato Al Balsamico (190++) Fior di latte ice cream drizzled with aceto balsamico tradizionale. ไอศกรีม Fior di Latte มีหอม หวาน มันจากครีมชั้นดี ตัดกันกับความเปรี้ยวหวานของบัลซามิคได้อย่างลงตัว (12/20)
Gelato Al Limone (80++) Lemon ice cream. “เจลาโต้ อัล ลิโม่เน่” หรือไอศกรีมเลมอนของทางร้านก็ทำออกมารสชาติดี เปรี้ยวแบบไม่บาดคอ มีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน (12/20)
รูปที่ 17
Gelato Al Limone (80++) Lemon ice cream. “เจลาโต้ อัล ลิโม่เน่” หรือไอศกรีมเลมอนของทางร้านก็ทำออกมารสชาติดี เปรี้ยวแบบไม่บาดคอ มีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน (12/20)
💰 ราคา 3,708 บาท
รูปที่ 18
💰 ราคา 3,708 บาท
คำว่า “Via Aemilia” เป็นชื่อถนนที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาณาจักรโรมเมื่อ 187 ปีก่อนคริสตกาลโดยเริ่มต้นจาก Ariminium (Rimini ในปัจจุบัน) ไปสิ้นสุดที่เมือง Placentia (Piazenza ในปัจจุบัน) ทั้งยังเชื่อมต่อกันถนน Via Flaminia ซึ่งสร้างเสร็จใน 33 ปีให้หลังเพื่อมุ่งตรงสู่กรุงโรมอีกด้วย ในปัจจุบัน Via Aemilia เป็นถนนเส้นใหญ่ที่ลากผ่านเมืองสำคัญทางอาหารมากมายในแคว้น Emilia-Romagna อย่าง Bologna, Modena, Reggio Emilia และ Parma
รูปที่ 19
คำว่า “Via Aemilia” เป็นชื่อถนนที่ถูกสร้างขึ้นโดยอาณาจักรโรมเมื่อ 187 ปีก่อนคริสตกาลโดยเริ่มต้นจาก Ariminium (Rimini ในปัจจุบัน) ไปสิ้นสุดที่เมือง Placentia (Piazenza ในปัจจุบัน) ทั้งยังเชื่อมต่อกันถนน Via Flaminia ซึ่งสร้างเสร็จใน 33 ปีให้หลังเพื่อมุ่งตรงสู่กรุงโรมอีกด้วย ในปัจจุบัน Via Aemilia เป็นถนนเส้นใหญ่ที่ลากผ่านเมืองสำคัญทางอาหารมากมายในแคว้น Emilia-Romagna อย่าง Bologna, Modena, Reggio Emilia และ Parma
ตรงกลางเป็นบาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม
รูปที่ 20
ตรงกลางเป็นบาร์สำหรับชงเครื่องดื่ม
คุณ Andrea Bernadi อดีต GM ของร้าน Il Bolognese และคุณ Stefano Merlo ซึ่งเป็น Head Chef ของร้าน Sensi เลือกใช้ชื่อของถนน Via Aemilia ในการนำเสนออาหารพื้นบ้านประจำแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งหาทานได้ยากมาก ๆ ในกรุงเทพ
รูปที่ 21
คุณ Andrea Bernadi อดีต GM ของร้าน Il Bolognese และคุณ Stefano Merlo ซึ่งเป็น Head Chef ของร้าน Sensi เลือกใช้ชื่อของถนน Via Aemilia ในการนำเสนออาหารพื้นบ้านประจำแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งหาทานได้ยากมาก ๆ ในกรุงเทพ
ห้องรับประทานอาหารหลักทถูกขยับขยายเพิ่มเติมจนมีบรรยากาศโปร่งสบายตา
รูปที่ 22
ห้องรับประทานอาหารหลักทถูกขยับขยายเพิ่มเติมจนมีบรรยากาศโปร่งสบายตา
เชฟ Stefano กล้าที่จะเดิมพันโดยการเปลี่ยนห้องอาหาร Sensi ที่เคยจัดเสิร์ฟอาหารอิตาลีทั่วไปมาเป็นห้องอาหาร Via Emilia ที่จัดเสิร์ฟเมนูพื้นเมืองเฉพาะท้องถิ่น
รูปที่ 23
เชฟ Stefano กล้าที่จะเดิมพันโดยการเปลี่ยนห้องอาหาร Sensi ที่เคยจัดเสิร์ฟอาหารอิตาลีทั่วไปมาเป็นห้องอาหาร Via Emilia ที่จัดเสิร์ฟเมนูพื้นเมืองเฉพาะท้องถิ่น
ผลที่ได้คือการยกระดับ Food Scene ของกรุงเทพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เพื่อน ๆ คนไทยอาจต้องเปิดใจกันสักนิดกับรสชาติที่ไม่คุ้นเคยและความแปลกใหม่ที่หาทานจากร้านอื่นไม่ได้
รูปที่ 24
ผลที่ได้คือการยกระดับ Food Scene ของกรุงเทพให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เพื่อน ๆ คนไทยอาจต้องเปิดใจกันสักนิดกับรสชาติที่ไม่คุ้นเคยและความแปลกใหม่ที่หาทานจากร้านอื่นไม่ได้
ภาพแสดงถึงอาณาเขตของแคว้น Emilia-Romagna
รูปที่ 25
ภาพแสดงถึงอาณาเขตของแคว้น Emilia-Romagna
บนผนังมีรูปวาดและรูปถ่ายรวมถึงแผนที่ของเมืองต่าง ๆ ในแคว้น Emilia-Romagna แขวนประดับเอาไว้บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของห้องอาหารแห่งนี้
รูปที่ 26
บนผนังมีรูปวาดและรูปถ่ายรวมถึงแผนที่ของเมืองต่าง ๆ ในแคว้น Emilia-Romagna แขวนประดับเอาไว้บ่งบอกถึงอัตลักษณ์ที่ชัดเจนของห้องอาหารแห่งนี้
ราคาอาหารอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานห้องอาหารชั้นนำทั่วไปในกรุงเทพ พนักงานบริการดีและมีความรู้ในอาหารแต่ละจานพอสมควร สำหรับใครที่เป็น Foodies เรารับรองว่า Via Emilia จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน
รูปที่ 27
ราคาอาหารอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานห้องอาหารชั้นนำทั่วไปในกรุงเทพ พนักงานบริการดีและมีความรู้ในอาหารแต่ละจานพอสมควร สำหรับใครที่เป็น Foodies เรารับรองว่า Via Emilia จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน
หน้าร้านโดดเด่นด้วยภาพวาดของบ้านเรือนสไตล์อิตาเลียนยุคเก่า
รูปที่ 28
หน้าร้านโดดเด่นด้วยภาพวาดของบ้านเรือนสไตล์อิตาเลียนยุคเก่า
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณเอ้าท์ดอร์ซึ่งเป็นโซน Pet Friendly
รูปที่ 29
ลูกค้าสามารถเลือกนั่งบริเวณเอ้าท์ดอร์ซึ่งเป็นโซน Pet Friendly
ป้ายร้าน
รูปที่ 30
ป้ายร้าน