GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Verso Capitaneo
2 MICHELIN Stars

ItalyVerso Capitaneo · เวร์โซ คาปีตาเนโอ

Creative, Mediterranean Cuisine · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน — piazza del Duomo 21, Milan, 20121, Italy

🎗️ [INTRO] ณ ใจกลางจตุรัส Piazza del Duomo อันคึกคักของนคร Milan ยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่เงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของอาคารโบราณ สองเชฟพี่น้อง Remo และ Mario Capitaneo จากแคว้น Puglia ผู้คร่ำหวอดในห้องครัวระดับสูงตัดสินใจเปิดร้านของตัวเองในปี 2023 นำเสนอการผสมผสานรวมกันทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านอาหารออกมาได้อย่างสง่างาม

🎗️ [THE PLACE] Verso แปลตรงตัวได้ว่า “มุ่งสู่” โดยเชฟสองพี่น้องตั้งใจแฝงความหมายหลายประการเช่นการมุ่งแนวคิดใหม่สู่ลูกค้าและสู่โลก รวมไปถึงการสะท้อนวิธีการทำร้านที่เปิดกว้างทั้งประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์ ตัวร้านมีทางเข้าจาก Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่สวยงามและอลังการที่สุด ณ ใจกลางนคร Milan หลังจากแจ้งการจองกับพนักงานรักษาความปลอดภัยให้ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 2 จะพบกับประตูทางเข้าร้าน บริษัทออกแบบภายใน Andrea Langhi design จัดวางเคาน์เตอร์ Chef’s Table พร้อมกับครัวเปิดขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหาร แต่งจาน และจัดเสิร์ฟให้ด้วยมือของตัวเอง เบื้องหน้าเป็นโคมไฟสำหรับอุ่นอาหารและส่องสว่างไปพร้อม ๆ กัน เตา Moretti Forni seriesS S50 ถูกเลือกมาใช้สำหรับอบโปรตีนต่าง ๆ เพื่อความคงที่และสม่ำเสมอของคุณภาพ อีกมุมหนึ่งเป็นโต๊ะอาหารแบบดั้งเดิมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

🎗️ [THE CHEF] สองพี่น้อง Remo & Mario Capitaneo เกิดในแคว้น Puglia ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ทั้งคู่ย้ายมาเติบโตในนคร Milan ตั้งแต่อายุยังน้อยและความหลงไหลเกี่ยวกับอาหาร สำหรับเชฟคนพี่อย่าง Remo Capitaneo เชฟร่วมงานกับเชฟ Andrea Berton ที่ห้องอาหาร Trussardi alla Scala restaurant (2 Michelin Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในปี 2006 ต่อด้วยการย้ายมาทำงานกับห้องอาหาร Piazza Duomo (2 Michelin Stars ในขณะนั้น) ในปี 2009 อย่างไรก็ตามเขาได้พบกับเชฟ Enrico Bartolini และย้ายมาทำงานที่ร้าน Devero (2 Michelin Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วยการเป็นหนึ่งในทีมพาห้องอาหาร Enrico Bartolini al Mudec คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ ในส่วนเชฟคนน้องอย่าง Mario Capitaneo ร่วมงานกับเชฟ Andrea Berton ที่ห้องอาหาร Trussardi alla Scala restaurant (2 Michelin Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ระหว่างปี 2006 ถึง 2008 และย้ายไปทำงานที่้ราน Cracco Peck (2 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) จนถึงปี 2010 ต่อมาเข้ากลับมาร่วมงานกัยเชฟคนพี่ที่ร้าน Devero (2 Michelin Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วยงานที่ร้าน Enrico Bartolini al Mudec อีกเช่นกัน วันหนึ่งทั้งคู่เริ่มร่างแนวคิดร้านของตัวเองอย่างจริงจังในการเปิดห้องอาหาร Verso Capitaneo เป็นของตัวเอง ในปี 2023 และคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้ในที่สุด

🎗️ [THE FOOD] เชฟสองพี่น้องร่วมกันออกไอเดีย ทดลอง และพัฒนาอาหารร่วมกันในทุก ๆ จานโดยอ้างอิงวัตถุดิบและการผสมผสานรสชาติจากทั้งแถบ Puglia และ Lombardy แต่ละจานนำเสนออาหารฃสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและอาหารเชิงสร้างสรรค์ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Our Tasting Menu (220 €) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์สพร้อมกับตัวเลือกสั่งอาหารเพิ่มอีก 2 คอร์สและเพิ่มราคาเป็น 270 € นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้สั่งมาชิมได้ตามใจชอบในราคาต่อจานประมาณ 50-130 € รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณในราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร ตัวอย่างเมนูเด็ดในมื้อนี้อย่างเช่น

✨ Blue lobster, watercress and white asparagus

กุ้ง Blue Lobster ที่เชฟย่างมาแบบ Medium Rare สุกกำลังดี ด้านล่างรองด้วยซอสกุ้งล็อบสเตอร์หอมมันและอีมัลชั่นของผัก Watercress ข้าง ๆ คือครีมเลมอนดำ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมากับใบเคเปอร์ดองในน้ำส้มสายชูอีกด้วย ในถ้วยข้าง ๆ กันคือเสิร์ฟที่สองประกอบไปด้วยเครมบรูเล่ของหน่อไม้ฝรั่งขาวจับรู่กันกับไอศกรีม Horseradish เชฟเติมแต่งด้วย Black Lemon Powder และ Salted Caramel หวานเค็ม (17/20)

✨ Pigeon ”Giusti“ with strawberries, mustard seeds and tassel hyacint

นกพิราบย่างถ่านแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ด้านบนโรยเพียงเกลือและพริกไทยเบา ๆ ข้าง ๆ กันคือหัวใจ ตับ และส่วน Fillet เสียบไม้ย่างมาสุกพอเหมาะ ยังมีส่วนขานกปรุงสุกในอุณหภูมิไม่สูงนักให้ความนุ่มและฉ่ำที่ลงตัว นอกจากซอส Jus นกพิราบที่ใส่ราติของ Port Wine ลงไปแล้วเชฟยังใส่ซอสสตรอว์เบอร์รี่และชิ้นสตรอว์เบอร์รี่สร้างรสหวานที่มีมิติ สุดท้ายคือองค์ประกอบของเมล็ดมัสตาร์ดและสมุนไพร Tassel Hyacint (17/20)

✨ Vanilla pod, Oscietra caviar and green peas ice cream

ฝักวานิลลาปลอมสอดไส้ครีมวานิลลา ข้าง ๆ กันคือชิ้นถั่วรวมไปถึงไอศกรีมถั่ว Grean Bean เสิร์ฟมาในฝักปลอมของ White Chocolate Coating จากนั้นท็อปด้านบนด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ (17/20)

🎗️ [WHY GO] Verso เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ Fine Dining ในมุมมองใหม่ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับเชฟไปจนถึงการจัดจานที่ละเอียดอ่อนราวกับงานศิลปะ ทุกคอร์สคือบทกวีที่ถ่ายทอดปรัชญาการทำอาหารของสองพี่น้องได้อย่างงดงาม สำหรับใครที่หลงใหลในความคิดสร้างสรรค์ การปรุงอย่างพิถีพิถัน และบรรยากาศเรียบหรูแต่ไม่แข็งกระด้าง Verso Capitaneo เป็นห้องอาหารที่ควรค่าแก่การแวะมาชิมสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในนคร Milan

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 34 รูป

🇮🇹 Verso Capitaneo - เวร์โซ คาปีตาเนโอ🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, Mediterranean Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน👨🏻‍🍳 Chef Remo & Mario Capitaneo - เชฟเรโม & มาริโอ คาปีตาเนโอ
รูปที่ 1
🇮🇹 Verso Capitaneo - เวร์โซ คาปีตาเนโอ🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน🍴 Creative, Mediterranean Cuisine - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเมดิเตอร์เรเนียน👨🏻‍🍳 Chef Remo & Mario Capitaneo - เชฟเรโม & มาริโอ คาปีตาเนโอ
🎗️ [INTRO] ณ ใจกลางจตุรัส Piazza del Duomo อันคึกคักของนคร Milan ยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่เงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของอาคารโบราณ สองเชฟพี่น้อง Remo และ Mario Capitaneo จากแคว้น Puglia ผู้คร่ำหวอดในห้องครัวระดับสูงตัดสินใจเปิดร้านของตัวเองในปี 2023 นำเสนอการผสมผสานรวมกันทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านอาหารออกมาได้อย่างสง่างาม
รูปที่ 2
🎗️ [INTRO] ณ ใจกลางจตุรัส Piazza del Duomo อันคึกคักของนคร Milan ยังมีร้านอาหารขนาดเล็กที่เงียบสงบและเปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจซ่อนตัวอยู่บนชั้นสองของอาคารโบราณ สองเชฟพี่น้อง Remo และ Mario Capitaneo จากแคว้น Puglia ผู้คร่ำหวอดในห้องครัวระดับสูงตัดสินใจเปิดร้านของตัวเองในปี 2023 นำเสนอการผสมผสานรวมกันทั้งศาสตร์และศิลป์ด้านอาหารออกมาได้อย่างสง่างาม
Amuse-boucheเริ่มต้นด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยหลายอย่าง เชฟเลือกนำเทอร์นิปกรอบ ๆ มาจัดเรียงเป็นรูปกุหลาบ ด้านล่างรองด้วยเนื้อปลาสเตอร์เจียนหมักกับมะนาว ข้าง ๆ กันคือคาเวียร์สร้างมิติความเค็มที่ดี (17/20)
รูปที่ 3
Amuse-boucheเริ่มต้นด้วยของว่างเรียกน้ำย่อยหลายอย่าง เชฟเลือกนำเทอร์นิปกรอบ ๆ มาจัดเรียงเป็นรูปกุหลาบ ด้านล่างรองด้วยเนื้อปลาสเตอร์เจียนหมักกับมะนาว ข้าง ๆ กันคือคาเวียร์สร้างมิติความเค็มที่ดี (17/20)
Amuse-boucheถัดมาคือใบ Sage ทอดกรอบ ตรงกลางคือ Red Shrimp หรือเนื้อกุ้งหวานละมุนเสริมด้วยความมันของไข่ปลา Bottarga (17/20)
รูปที่ 4
Amuse-boucheถัดมาคือใบ Sage ทอดกรอบ ตรงกลางคือ Red Shrimp หรือเนื้อกุ้งหวานละมุนเสริมด้วยความมันของไข่ปลา Bottarga (17/20)
Amuse-boucheBread Stick ขนมปังกรอบที่เชฟตั้งใจอ้างอิงมาจากขนมปัง Tarallo ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี (17/20)
รูปที่ 5
Amuse-boucheBread Stick ขนมปังกรอบที่เชฟตั้งใจอ้างอิงมาจากขนมปัง Tarallo ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี (17/20)
Amuse-boucheจากนั้นปิดท้ายด้วยปลา Anchovy เสริมด้วยความหวานของครีมข้าวโพดแล้วความเค็มอูมามิของ Lardo หรือไขมันสัตว์ผสานเนื้อสัมผัสกันได้อย่างกลมกลืน (17/20)
รูปที่ 6
Amuse-boucheจากนั้นปิดท้ายด้วยปลา Anchovy เสริมด้วยความหวานของครีมข้าวโพดแล้วความเค็มอูมามิของ Lardo หรือไขมันสัตว์ผสานเนื้อสัมผัสกันได้อย่างกลมกลืน (17/20)
Breadขนมปัง Focaccia เสริมด้วยน้ำมันจากแคว้น Puglia ด้านบนคือ Anchovy Emulsion ผสมผสานกับน้ำมันมพกอกและเคเปอร์สร้างความหอมและเค็มกลมกล่อม
รูปที่ 7
Breadขนมปัง Focaccia เสริมด้วยน้ำมันจากแคว้น Puglia ด้านบนคือ Anchovy Emulsion ผสมผสานกับน้ำมันมพกอกและเคเปอร์สร้างความหอมและเค็มกลมกล่อม
Amuse-boucheหอยนางรมเสิร์ฟมากับครีมของถั่ว Fava Bean และ Rhubarb Sorbet ด้านบนคือแผ่นกรอบที่เชฟทำเลียนแบบเปลือกหอยนางรมทำมาจากแป้ง น้ำ และน้ำมันมะกอก (17/20)
รูปที่ 8
Amuse-boucheหอยนางรมเสิร์ฟมากับครีมของถั่ว Fava Bean และ Rhubarb Sorbet ด้านบนคือแผ่นกรอบที่เชฟทำเลียนแบบเปลือกหอยนางรมทำมาจากแป้ง น้ำ และน้ำมันมะกอก (17/20)
Breadขนมปังที่เตรียมมาจากแป้ง Type 1 และ 2 เชฟเสิร์ฟมากับเนย 2 ชนิดเริ่มจากสีดำคือ Smoked black butter ส่วนด้านบนสีเหลืองคือ Salted Butter ที่มีอโรมาหอม ๆ ของน้ำผึ้ง Acacia Honey และ Pollen หรือเกษร
รูปที่ 9
Breadขนมปังที่เตรียมมาจากแป้ง Type 1 และ 2 เชฟเสิร์ฟมากับเนย 2 ชนิดเริ่มจากสีดำคือ Smoked black butter ส่วนด้านบนสีเหลืองคือ Salted Butter ที่มีอโรมาหอม ๆ ของน้ำผึ้ง Acacia Honey และ Pollen หรือเกษร
Blue lobster, watercress and white asparagusกุ้ง Blue Lobster ที่เชฟย่างมาแบบ Medium Rare สุกกำลังดี ด้านล่างรองด้วยซอสกุ้งล็อบสเตอร์หอมมันและอีมัลชั่นของผัก Watercress ข้าง ๆ คือครีมเลมอนดำ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมากับใบเคเปอร์ดองในน้ำส้มสายชูอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 10
Blue lobster, watercress and white asparagusกุ้ง Blue Lobster ที่เชฟย่างมาแบบ Medium Rare สุกกำลังดี ด้านล่างรองด้วยซอสกุ้งล็อบสเตอร์หอมมันและอีมัลชั่นของผัก Watercress ข้าง ๆ คือครีมเลมอนดำ นอกจากนี้ยังมีหน่อไม้ฝรั่งขาวเสิร์ฟมากับใบเคเปอร์ดองในน้ำส้มสายชูอีกด้วย (17/20)
Blue lobster, watercress and white asparagusในถ้วยข้าง ๆ กันคือเสิร์ฟที่สองประกอบไปด้วยเครมบรูเล่ของหน่อไม้ฝรั่งขาวจับรู่กันกับไอศกรีม Horseradish เชฟเติมแต่งด้วย Black Lemon Powder และ Salted Caramel หวานเค็ม (17/20)
รูปที่ 11
Blue lobster, watercress and white asparagusในถ้วยข้าง ๆ กันคือเสิร์ฟที่สองประกอบไปด้วยเครมบรูเล่ของหน่อไม้ฝรั่งขาวจับรู่กันกับไอศกรีม Horseradish เชฟเติมแต่งด้วย Black Lemon Powder และ Salted Caramel หวานเค็ม (17/20)
Veal sweetbread, sea urchins, béarnaise sauce flavoured with coffeeSweetbread เป็นส่วนต่อมไร้ท่อที่พบในลูกวัว เชฟจี่มาสุกกำลังดีสังเกตจากเนื้อสัมผัสกรอบนอก นุ่มใน เชฟราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกลูกวัวเข้มข้นพอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วยไข่หอยเม่น ข้าง ๆ กันคือ Celeriac ใบ Oyster Leaf และ Puntarelle Salad สุดท้ายคือซอส Béarnaise ที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ (17/20)
รูปที่ 12
Veal sweetbread, sea urchins, béarnaise sauce flavoured with coffeeSweetbread เป็นส่วนต่อมไร้ท่อที่พบในลูกวัว เชฟจี่มาสุกกำลังดีสังเกตจากเนื้อสัมผัสกรอบนอก นุ่มใน เชฟราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกลูกวัวเข้มข้นพอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วยไข่หอยเม่น ข้าง ๆ กันคือ Celeriac ใบ Oyster Leaf และ Puntarelle Salad สุดท้ายคือซอส Béarnaise ที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟ (17/20)
ส่วนใครที่ไม่ชอบ Sweetbread เชฟจะเปลี่ยนมาเป็น Brittany Scallop จับคู่กับซอสที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกปลาแทน (16/20)
รูปที่ 13
ส่วนใครที่ไม่ชอบ Sweetbread เชฟจะเปลี่ยนมาเป็น Brittany Scallop จับคู่กับซอสที่เตรียมมาจากน้ำสต๊อกปลาแทน (16/20)
King crab spaghettoni, marasciuoli and finger limeพาสต้าแห้งจากเมือง Bari ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟเลือกใช้เส้น Spaghettoni คลุกเคล้ามากับ King Crab Bisque ส่วนด้านล่างมีเนื้อปู King Crab แอบซ่อนอยู่ เชฟเลือกใส่ครีมของผัก Marasciouli ให้ความครีมมี่พอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วย Fingerlime เสริมรสเปรี้ยวรวมไปถึงสาหร่าย 2 เนื้อสัมผัส อย่างไรก็ตามรสชาติและตัวตนของปูแสดงออกมาได้ไม่โดดเด่นนัก (17/20)
รูปที่ 14
King crab spaghettoni, marasciuoli and finger limeพาสต้าแห้งจากเมือง Bari ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เชฟเลือกใช้เส้น Spaghettoni คลุกเคล้ามากับ King Crab Bisque ส่วนด้านล่างมีเนื้อปู King Crab แอบซ่อนอยู่ เชฟเลือกใส่ครีมของผัก Marasciouli ให้ความครีมมี่พอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วย Fingerlime เสริมรสเปรี้ยวรวมไปถึงสาหร่าย 2 เนื้อสัมผัส อย่างไรก็ตามรสชาติและตัวตนของปูแสดงออกมาได้ไม่โดดเด่นนัก (17/20)
Mushrooms ravioli, smoked eel, citrus scented chicken consomméราวิโอลีสอดไส้เห็ดเนื้อเนียน ด้านบนท็อปด้วยเจลของ Anise รวมไปถึงชิ้นปลาไหลรมควันและใบ Fennel ป่า จากนั้นเชฟจะเทราดซุป Consommé ไก่รสชาติเบาโดยเชฟใส่อโรมาของเลมอนลงไปด้วย อย่างไรก็ตามในแง่ของเนื้อสัมผัสจากแต่ละองค์ประกอบในจานพบว่ากลืนกันไปจนเกือบหมด (16/20)
รูปที่ 15
Mushrooms ravioli, smoked eel, citrus scented chicken consomméราวิโอลีสอดไส้เห็ดเนื้อเนียน ด้านบนท็อปด้วยเจลของ Anise รวมไปถึงชิ้นปลาไหลรมควันและใบ Fennel ป่า จากนั้นเชฟจะเทราดซุป Consommé ไก่รสชาติเบาโดยเชฟใส่อโรมาของเลมอนลงไปด้วย อย่างไรก็ตามในแง่ของเนื้อสัมผัสจากแต่ละองค์ประกอบในจานพบว่ากลืนกันไปจนเกือบหมด (16/20)
Breadจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังที่ใช้ยีสต์เดียวกันกับชิ้นก่อนหน้าแต่เปลี่ยนชนิดของแป้งมาเป็น Wholewheat ที่มีเมล็ดธัญพืชอยู่ด้วย ข้าง ๆ กันคือ Peanul Emulsion & Olive Oil
รูปที่ 16
Breadจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังที่ใช้ยีสต์เดียวกันกับชิ้นก่อนหน้าแต่เปลี่ยนชนิดของแป้งมาเป็น Wholewheat ที่มีเมล็ดธัญพืชอยู่ด้วย ข้าง ๆ กันคือ Peanul Emulsion & Olive Oil
Grilled lamb from Lucanian Dolomites, Senise peppers, winter melonซี่โครงลูกแกะจากฟาร์มในประเทศอิตาลีย่างบนถ่านจนให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำพ่วงมาด้วยอัตราส่วนไขมันที่สูง เชฟราดด้วย Lamb Jus เข้มข้นปานกลาง จากนั้นจับคู่รสชาติกับครีมของพริกหวาน Senise Pepper ยังมีเครื่องในลูกแกะประกอบไปด้วยหัวใจ ตับ สวีทเบรด และชิ้น Fillet เสียบไม้ย่างมาอย่างดี ข้าง ๆ กันคือหน่อไม้ฝรั่งเขียวท้องถิ่นของอิตาลีโดยเชฟคัดเลือกผักคุณภาพสูงมาย่าง ยังมี Winter Melon Canele สอดไส้พริกไทย Senise เสิร์ฟมาในสไตล์ In Saor ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในแถบนคร Venice เตรียมขึ้นโดยผสมผสานไวน์แดง น้ำส้มสายชู และถั่วลิสง ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ เช่นเฟนเนลและองุ่นอยู่ด้วย (16/20)
รูปที่ 17
Grilled lamb from Lucanian Dolomites, Senise peppers, winter melonซี่โครงลูกแกะจากฟาร์มในประเทศอิตาลีย่างบนถ่านจนให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มฉ่ำพ่วงมาด้วยอัตราส่วนไขมันที่สูง เชฟราดด้วย Lamb Jus เข้มข้นปานกลาง จากนั้นจับคู่รสชาติกับครีมของพริกหวาน Senise Pepper ยังมีเครื่องในลูกแกะประกอบไปด้วยหัวใจ ตับ สวีทเบรด และชิ้น Fillet เสียบไม้ย่างมาอย่างดี ข้าง ๆ กันคือหน่อไม้ฝรั่งเขียวท้องถิ่นของอิตาลีโดยเชฟคัดเลือกผักคุณภาพสูงมาย่าง ยังมี Winter Melon Canele สอดไส้พริกไทย Senise เสิร์ฟมาในสไตล์ In Saor ซึ่งมีต้นกำเนิดอยู่ในแถบนคร Venice เตรียมขึ้นโดยผสมผสานไวน์แดง น้ำส้มสายชู และถั่วลิสง ยังมีองค์ประกอบอื่น ๆ เช่นเฟนเนลและองุ่นอยู่ด้วย (16/20)
Pigeon ”Giusti“ with strawberries, mustard seeds and tassel hyacintนกพิราบย่างถ่านแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ด้านบนโรยเพียงเกลือและพริกไทยเบา ๆ ข้าง ๆ กันคือหัวใจ ตับ และส่วน Fillet เสียบไม้ย่างมาสุกพอเหมาะ ยังมีส่วนขานกปรุงสุกในอุณหภูมิไม่สูงนักให้ความนุ่มและฉ่ำที่ลงตัว นอกจากซอส Jus นกพิราบที่ใส่ราติของ Port Wine ลงไปแล้วเชฟยังใส่ซอสสตรอว์เบอร์รี่และชิ้นสตรอว์เบอร์รี่สร้างรสหวานที่มีมิติ สุดท้ายคือองค์ประกอบของเมล็ดมัสตาร์ดและสมุนไพร Tassel Hyacint (17/20)
รูปที่ 18
Pigeon ”Giusti“ with strawberries, mustard seeds and tassel hyacintนกพิราบย่างถ่านแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare ด้านบนโรยเพียงเกลือและพริกไทยเบา ๆ ข้าง ๆ กันคือหัวใจ ตับ และส่วน Fillet เสียบไม้ย่างมาสุกพอเหมาะ ยังมีส่วนขานกปรุงสุกในอุณหภูมิไม่สูงนักให้ความนุ่มและฉ่ำที่ลงตัว นอกจากซอส Jus นกพิราบที่ใส่ราติของ Port Wine ลงไปแล้วเชฟยังใส่ซอสสตรอว์เบอร์รี่และชิ้นสตรอว์เบอร์รี่สร้างรสหวานที่มีมิติ สุดท้ายคือองค์ประกอบของเมล็ดมัสตาร์ดและสมุนไพร Tassel Hyacint (17/20)
Pre-dessertหลังจากเสิร์ฟผ้ากันเปื้อนที่มีอโรมาหอม ๆ ขอฝคัสตาร์ดครีม พนักงานจะแนะนำให้ล้างปากด้วยไอศกรีมเคเปอร์และโฟมคาโมมายด์
รูปที่ 19
Pre-dessertหลังจากเสิร์ฟผ้ากันเปื้อนที่มีอโรมาหอม ๆ ขอฝคัสตาร์ดครีม พนักงานจะแนะนำให้ล้างปากด้วยไอศกรีมเคเปอร์และโฟมคาโมมายด์
Vanilla pod, Oscietra caviar and green peas ice creamฝักวานิลลาปลอมสอดไส้ครีมวานิลลา ข้าง ๆ กันคือชิ้นถั่วรวมไปถึงไอศกรีมถั่ว Grean Bean เสิร์ฟมาในฝักปลอมของ White Chocolate Coating จากนั้นท็อปด้านบนด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ (17/20)
รูปที่ 20
Vanilla pod, Oscietra caviar and green peas ice creamฝักวานิลลาปลอมสอดไส้ครีมวานิลลา ข้าง ๆ กันคือชิ้นถั่วรวมไปถึงไอศกรีมถั่ว Grean Bean เสิร์ฟมาในฝักปลอมของ White Chocolate Coating จากนั้นท็อปด้านบนด้วยออสซีตร้าคาเวียร์ (17/20)
Madong chocolate bread, pink pepper ice cream, Beluga caviarขนมปัง Maong Chocolate นุ่ม ๆ จับคู่มากับไอศกรีมพริกไทยชมพูและเบลูก้าคาเวียร์ อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของแต่ละองค์ประกอบดูจะกลืนกันไปเป็นเนื้อเดียวพอสมควร (16/20)
รูปที่ 21
Madong chocolate bread, pink pepper ice cream, Beluga caviarขนมปัง Maong Chocolate นุ่ม ๆ จับคู่มากับไอศกรีมพริกไทยชมพูและเบลูก้าคาเวียร์ อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของแต่ละองค์ประกอบดูจะกลืนกันไปเป็นเนื้อเดียวพอสมควร (16/20)
นอกจากนี้ยังมีของหวานพิเศษมอบให้สำหรับผู้ที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ
รูปที่ 22
นอกจากนี้ยังมีของหวานพิเศษมอบให้สำหรับผู้ที่มาเฉลิมฉลองในโอกาสพิเศษ
Mignardisesปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือ Marinated Nectar with Vanilla Ice Cream & Sabayon Foam, Lolipop with Popcorn, White Chocolate with Saffron Rice, Sweet Potato with Gianduja Chocolate และ Bomboloni with Cream
รูปที่ 23
Mignardisesปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วคือ Marinated Nectar with Vanilla Ice Cream & Sabayon Foam, Lolipop with Popcorn, White Chocolate with Saffron Rice, Sweet Potato with Gianduja Chocolate และ Bomboloni with Cream
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 24
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 535 €
รูปที่ 25
💰 ราคา 535 €
🎗️ [THE FOOD] เชฟสองพี่น้องร่วมกันออกไอเดีย ทดลอง และพัฒนาอาหารร่วมกันในทุก ๆ จานโดยอ้างอิงวัตถุดิบและการผสมผสานรสชาติจากทั้งแถบ Puglia และ Lombardy แต่ละจานนำเสนออาหารฃสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและอาหารเชิงสร้างสรรค์ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Our Tasting Menu (220 €) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์สพร้อมกับตัวเลือกสั่งอาหารเพิ่มอีก 2 คอร์สและเพิ่มราคาเป็น 270 € นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้สั่งมาชิมได้ตามใจชอบในราคาต่อจานประมาณ 50-130 € รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณในราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร
รูปที่ 26
🎗️ [THE FOOD] เชฟสองพี่น้องร่วมกันออกไอเดีย ทดลอง และพัฒนาอาหารร่วมกันในทุก ๆ จานโดยอ้างอิงวัตถุดิบและการผสมผสานรสชาติจากทั้งแถบ Puglia และ Lombardy แต่ละจานนำเสนออาหารฃสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนและอาหารเชิงสร้างสรรค์ผสมผสานกันได้อย่างกลมกลืน ลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Our Tasting Menu (220 €) นำเสนอมาที่จำนวน 6 คอร์สพร้อมกับตัวเลือกสั่งอาหารเพิ่มอีก 2 คอร์สและเพิ่มราคาเป็น 270 € นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้สั่งมาชิมได้ตามใจชอบในราคาต่อจานประมาณ 50-130 € รายการไวน์มีให้เลือกพอประมาณในราคาที่ค่อนข้างสูงพอสมควร
🎗️ [THE PLACE] Verso แปลตรงตัวได้ว่า “มุ่งสู่” โดยเชฟสองพี่น้องตั้งใจแฝงความหมายหลายประการเช่นการมุ่งแนวคิดใหม่สู่ลูกค้าและสู่โลก รวมไปถึงการสะท้อนวิธีการทำร้านที่เปิดกว้างทั้งประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์
รูปที่ 27
🎗️ [THE PLACE] Verso แปลตรงตัวได้ว่า “มุ่งสู่” โดยเชฟสองพี่น้องตั้งใจแฝงความหมายหลายประการเช่นการมุ่งแนวคิดใหม่สู่ลูกค้าและสู่โลก รวมไปถึงการสะท้อนวิธีการทำร้านที่เปิดกว้างทั้งประสบการณ์และความคิดสร้างสรรค์
มุมหนึ่งเป็นโต๊ะอาหารแบบดั้งเดิมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
รูปที่ 28
มุมหนึ่งเป็นโต๊ะอาหารแบบดั้งเดิมเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 29
ภายในห้องอาหาร
บริษัทออกแบบภายใน Andrea Langhi design จัดวางเคาน์เตอร์ Chef’s Table พร้อมกับครัวเปิดขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหาร แต่งจาน และจัดเสิร์ฟให้ด้วยมือของตัวเอง เบื้องหน้าเป็นโคมไฟสำหรับอุ่นอาหารและส่องสว่างไปพร้อม ๆ กัน
รูปที่ 30
บริษัทออกแบบภายใน Andrea Langhi design จัดวางเคาน์เตอร์ Chef’s Table พร้อมกับครัวเปิดขนาดใหญ่ทำให้ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหาร แต่งจาน และจัดเสิร์ฟให้ด้วยมือของตัวเอง เบื้องหน้าเป็นโคมไฟสำหรับอุ่นอาหารและส่องสว่างไปพร้อม ๆ กัน
เตา Moretti Forni seriesS S50 ถูกเลือกมาใช้สำหรับอบโปรตีนต่าง ๆ เพื่อความคงที่และสม่ำเสมอของคุณภาพ
รูปที่ 31
เตา Moretti Forni seriesS S50 ถูกเลือกมาใช้สำหรับอบโปรตีนต่าง ๆ เพื่อความคงที่และสม่ำเสมอของคุณภาพ
ตัวร้านมีทางเข้าจาก Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่สวยงามและอลังการที่สุด ณ ใจกลางนคร Milan หลังจากแจ้งการจองกับพนักงานรักษาความปลอดภัยให้ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 2 จะพบกับประตูทางเข้าร้าน
รูปที่ 32
ตัวร้านมีทางเข้าจาก Piazza del Duomo ซึ่งเป็นที่ตั้งของมหาวิหารที่สวยงามและอลังการที่สุด ณ ใจกลางนคร Milan หลังจากแจ้งการจองกับพนักงานรักษาความปลอดภัยให้ขึ้นลิฟต์ไปยังชั้น 2 จะพบกับประตูทางเข้าร้าน
🎗️ [WHY GO] Verso เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ Fine Dining ในมุมมองใหม่ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับเชฟไปจนถึงการจัดจานที่ละเอียดอ่อนราวกับงานศิลปะ ทุกคอร์สคือบทกวีที่ถ่ายทอดปรัชญาการทำอาหารของสองพี่น้องได้อย่างงดงาม สำหรับใครที่หลงใหลในความคิดสร้างสรรค์ การปรุงอย่างพิถีพิถัน และบรรยากาศเรียบหรูแต่ไม่แข็งกระด้าง Verso Capitaneo เป็นห้องอาหารที่ควรค่าแก่การแวะมาชิมสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในนคร Milan
รูปที่ 33
🎗️ [WHY GO] Verso เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของผู้ที่แสวงหาประสบการณ์ Fine Dining ในมุมมองใหม่ไม่ว่าจะเป็นครัวเปิดที่ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับเชฟไปจนถึงการจัดจานที่ละเอียดอ่อนราวกับงานศิลปะ ทุกคอร์สคือบทกวีที่ถ่ายทอดปรัชญาการทำอาหารของสองพี่น้องได้อย่างงดงาม สำหรับใครที่หลงใหลในความคิดสร้างสรรค์ การปรุงอย่างพิถีพิถัน และบรรยากาศเรียบหรูแต่ไม่แข็งกระด้าง Verso Capitaneo เป็นห้องอาหารที่ควรค่าแก่การแวะมาชิมสำหรับผู้ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในนคร Milan
ภาพของมหาวิหาร
รูปที่ 34
ภาพของมหาวิหาร