GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Trattoria da Amerigo
1 MICHELIN Star

ItalyTrattoria da Amerigo · ตรัตโตเรีย ดา อาเมรีโก

Emilian, Regional Cuisine · อาหารอิตาลีสไตล์เอมีเลีย, อาหารท้องถิ่น — via Marconi 16, Savigno, 40060, Italy

🎗️ [INTRO] Trattoria da Amerigo หรือที่รู้จักกันในชื่อ Amerigo 1934 ก่อตั้งขึ้นโดยเจ้าของร้านรุ่นแรกคือคุณ Amerigo และภรรยาคือคุณ Agnese ในปี 1934 ตามชื่อร้านก่อนที่กิจการจะสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นมาถึงมือของคุณ Alberto Bettini ในปี 1988 ตัวร้านตั้งอยู่ไม่ไกลกันจากจตุรัสกลางหมู่บ้าน Savigno ห่างจากนคร Bologna ออกมาทางตะวันตกเฉียงใต้ราว 50 นาที

🎗️ [THE PLACE] ทันทีที่เดินเข้ามาในร้านลูกค้าจะพบกับพื้นที่ชั้นล่างคือ L'Osteria หรือโรงเหล้าของคุณ Amerigo แต่เดิมใช้เป็นเป็นสถานที่พบปะและพักผ่อนของคนในหมู่บ้าน Savigno รวมไปถึงผู้คนจากชนบทโดยรอบ ลูกค้ามักจะมาดื่มไวน์ เล่นไพ่ หรือเจรจาซื้อขายฟางและปศุสัตว์ในวันที่ตลาดเปิด ในช่วงมื้อกลางวันคุณ Agnese จะรับหน้าที่คอยเตรียม Tigelle หรือขนมปังแบนแบบท้องถิ่นเสิร์ฟมากับกับเพสโตสุก นอกจากนี้ยังมี Lasagna, กระต่ายอบ, ไก่ตุ๋นสไตล์ Ccacciatore เสิร์ฟพร้อมผักจากสวน, เนื้อสัตว์แปรรูปฝีมือคุณตา และสินค้าท้องถิ่นที่ได้จากเพื่อนเกษตรกร แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมานานหลายสิบปีแต่ทางร้านยังคงเสิร์ฟอาหารแบบดั้งเดิมที่ปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้นเล็กน้อย ลูกค้าสามารถซึมซับบรรยากาศดั้งเดิมเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ไม้เชอร์รีปิดขอบสีดำท็อปด้านบนด้วยหินอ่อนแดงจากเมือง Verona บนเคาน์เตอร์ยังมีเครื่องชงกาแฟ Faema E61 อันโด่งดังจากยุค 60 ลึกเข้าไปคือบันไดแคบ ๆ ติดกันกับห้องครัวพาลูกค้าขึ้นไปสู่ชั้นบน หลังจากเดินขึ้นมาให้มองไปทางซ้ายจะพบกับ La Sala Della Tavola Rotonda หรือห้องโต๊ะกลมที่มีเรื่องเล่าย้อนไปในช่วงปี 1953 ที่คุณ Amerigo ซื้อโทรทัศน์ขาวดำมาใช้เป็นเครื่องแรกของหมู่บ้าน Savigno เพื่อรับชมถ่ายทอดสดเทศกาลเพลง Sanremo ปัจจุบันห้องนี้กลายเป็นห้องกึ่งส่วนตัวแยกจากพื้นที่อื่น ๆ ด้วยฉากไม้และกระจกสไตล์ Art Deco โต๊ะกลมขนาดใหญ่นี้เหมาะสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่นัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งยังสามารถจัดแยกออกเป็นโต๊ะเล็ก ๆ หลายโต๊ะได้อีกด้วย อีกหนึ่งห้องที่เป็นไฮไลท์ของร้านคือ Sala Gino Pellegrini โดยคุณ Gino ใช้เวลากว่า 2 ปีในการวาดภาพบนผนังด้วยเทคนิค Trompe l'œil หรือการวาดให้เหมือนจริงแบบลวงตา เขาจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณ Alberto และค่อย ๆ เติมองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปไม่ว่าจะเป็นป่าสีเขียวขจีและท้องฟ้าสีคราม, กระต่ายขาวจาก Alice in Wonderland, สุนัข Lagotto คาบเห็ดทรัฟเฟิล, งู, ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ, นกเค้า, กระรอก, แมงมุม, ผีเสื้อ, เม่น, ปลา char, สุนัขจิ้งจอก และกวาง ส่วน La Cantina หรือห้องเก็บไวน์โดดเด่นด้วยไวน์ Colli Bolognesi ของภูมิภาค Emilia-Romagna ซึ่งถูกเก็บไว้อย่างดีที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียสและความชื้น 70% สุดท้ายคือ All'Aperto หรือเทอเรสนอกร้านที่จัดเตรียมให้นั่งเฉพาะในช่วงหน้าร้อน ก่อนกลับห้ามพลาดที่จะเลือกซื้อของฝากจาก La Bottega ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเพราะ Ragù Bolognese ที่ทางร้านขายมีรสชาติไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน

🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] คุณ Alberto เจ้าของร้านได้มอบหมายให้เชฟ Giacomo Orlandi สืบสานปรัชญาของเขาโดยการนำอาหารอิตาลีท้องถิ่นของแคว้น Emilia มาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่หรือที่ทางร้านเรียกว่า The New ”Old Recipe“ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ซึ่งใส่ความร่วมสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 1998 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบหรือลองสั่ง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Classic Menu (55 €) ที่นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกแตกต่างกันได้จำนวน 4 คอร์สและ Seasonal Tasting Menu (70 €) นำเสนอเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ตามฤดูกาลจำนวน 5 คอร์ส ตัวอย่างจานที่เราขอปักหมุดให้ตามไปชิมกันคือ

✨ TORTELLINI IN STOCK (17 €)

Tortellini in Brodo เป็นหนึ่งในอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมากในแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งเมือง Bologna และ Modena ถือเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารจานนี้ ทางร้านนำเสนอพาสต้าทรงเกี๊ยวยัดไส้ขนาดเล็กที่ผ่านการต้มในน้ำซุปใสในที่นี้คือน้ำซุปไก่ให้รสชาติที่กลมกล่อมพอเหมาะ แนะนำให้เริ่มรับประทานแบบซุปปกติหรืออาจปรุงรสด้วย Parmigiano Reggiano ก็ได้เช่นกันเช่นกัน (15/20)

✨ TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU' (16 €)

Ragù alla Bolognese คือซอสเนื้อเข้มข้นต้นตำรับจากเมือง Bologna ในแคว้น Emilia-Romagna มีลักษณะเป็นเนื้อวัวบดที่ผ่านการตุ๋นกับผักหลายชนิดนานหลายชั่วโมงจนนุ่มละมุน รสชาติมีความกลมกล่อมและหอมกลิ่นเนื้อ ทางร้านเสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นสด Tagliatelle คลาสสิก พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)

✨ BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)

เมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1997 นี้คือเนื้อส่วนแก้มของลูกวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มในไวน์แดง Barbera จากนั้นเสิร์ฟมากับ Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน รอบ ๆ คือหอมแดงทอดกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)

🎗️ [WHY GO] Trattoria da Amerigo เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับอาหารท้องถิ่นของแคว้น Emilia สู่ระดับ MICHELIN Star ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ บรรยากาศร้านและห้องอาหารที่ดูแลโดยคุณ Alberto สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าทุก ๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น ราคาอาหารและไวน์จัดว่าคุ้มค่า สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนทันทีหลังจบมื้ออาหารสามารถขอจอง 1 ใน 5 ห้องพักของ La Locanda ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 80-120 € เท่านั้น

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 34 รูป

🇮🇹 Trattoria da Amerigo - ตรัตโตเรีย ดา อาเมรีโก🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Emilian, Regional Cuisine - อาหารอิตาลีสไตล์เอมีเลีย, อาหารท้องถิ่น👨🏻‍🍳 Chef Giacomo Orlandi - เชฟจาโคโม ออร์ลันดี
รูปที่ 1
🇮🇹 Trattoria da Amerigo - ตรัตโตเรีย ดา อาเมรีโก🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน🍴 Emilian, Regional Cuisine - อาหารอิตาลีสไตล์เอมีเลีย, อาหารท้องถิ่น👨🏻‍🍳 Chef Giacomo Orlandi - เชฟจาโคโม ออร์ลันดี
PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE... (3 €)เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเป็น Meatball ด้านในสอดไส้เนื้อตุ๋น ด้านบนท็อปด้วยซอสมาโย (14/20)
รูปที่ 2
PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE... (3 €)เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเป็น Meatball ด้านในสอดไส้เนื้อตุ๋น ด้านบนท็อปด้วยซอสมาโย (14/20)
TORTELLINI IN STOCK (17 €)Tortellini in Brodo เป็นหนึ่งในอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมากในแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งเมือง Bologna และ Modena ถือเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารจานนี้ ทางร้านนำเสนอพาสต้าทรงเกี๊ยวยัดไส้ขนาดเล็กที่ผ่านการต้มในน้ำซุปใสในที่นี้คือน้ำซุปไก่ให้รสชาติที่กลมกล่อมพอเหมาะ แนะนำให้เริ่มรับประทานแบบซุปปกติหรืออาจปรุงรสด้วย Parmigiano Reggiano ก็ได้เช่นกันเช่นกัน (15/20)
รูปที่ 3
TORTELLINI IN STOCK (17 €)Tortellini in Brodo เป็นหนึ่งในอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมที่มีชื่อเสียงมากในแคว้น Emilia-Romagna ซึ่งเมือง Bologna และ Modena ถือเป็นแหล่งกำเนิดของอาหารจานนี้ ทางร้านนำเสนอพาสต้าทรงเกี๊ยวยัดไส้ขนาดเล็กที่ผ่านการต้มในน้ำซุปใสในที่นี้คือน้ำซุปไก่ให้รสชาติที่กลมกล่อมพอเหมาะ แนะนำให้เริ่มรับประทานแบบซุปปกติหรืออาจปรุงรสด้วย Parmigiano Reggiano ก็ได้เช่นกันเช่นกัน (15/20)
TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU' (16 €)Ragù alla Bolognese คือซอสเนื้อเข้มข้นต้นตำรับจากเมือง Bologna ในแคว้น Emilia-Romagna มีลักษณะเป็นเนื้อวัวบดที่ผ่านการตุ๋นกับผักหลายชนิดนานหลายชั่วโมงจนนุ่มละมุน รสชาติมีความกลมกล่อมและหอมกลิ่นเนื้อ ทางร้านเสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นสด Tagliatelle คลาสสิก พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 4
TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU' (16 €)Ragù alla Bolognese คือซอสเนื้อเข้มข้นต้นตำรับจากเมือง Bologna ในแคว้น Emilia-Romagna มีลักษณะเป็นเนื้อวัวบดที่ผ่านการตุ๋นกับผักหลายชนิดนานหลายชั่วโมงจนนุ่มละมุน รสชาติมีความกลมกล่อมและหอมกลิ่นเนื้อ ทางร้านเสิร์ฟมากับพาสต้าเส้นสด Tagliatelle คลาสสิก พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)
TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU' (16 €)ลูกค้าสามารถขอชีสเพิ่มมาโรยลงไปด้านบนได้ (15/20)
รูปที่ 5
TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU' (16 €)ลูกค้าสามารถขอชีสเพิ่มมาโรยลงไปด้านบนได้ (15/20)
TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU' (16 €)พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 6
TAGLIATELLE 100% BOLOGNESE WITH MEAT RAGU' (16 €)พนักงานยังแนะนำให้รับประทานสลับกันไปกับหอมแดงจิ้มเกลือตามวิธีแบบดั้งเดิมอีกด้วย (15/20)
BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)เมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1997 นี้คือเนื้อส่วนแก้มของลูกวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มในไวน์แดง Barbera (15/20)
รูปที่ 7
BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)เมนูที่ถูกคิดค้นขึ้นในปี 1997 นี้คือเนื้อส่วนแก้มของลูกวัวที่ผ่านการตุ๋นจนนุ่มในไวน์แดง Barbera (15/20)
BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)จากนั้นเสิร์ฟมากับ Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน รอบ ๆ คือหอมแดงทอดกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)
รูปที่ 8
BARBERA BRAISED VEAL CHEEK WITH POTATO PUREE AND CRISPY RED ONION (1997) (18 €)จากนั้นเสิร์ฟมากับ Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน รอบ ๆ คือหอมแดงทอดกรอบช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัส (15/20)
THE "AMERIGO" EGG WITH SCORZONE BLACK TRUFFLE, WITH ROASTED OR FRIED WILD MUSHROOMS DEPENDING TO THE AVAILABILITY OF THE MOMENT (2023) (24 €)The Amerigo Egg เป็นเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2023 นำเสนอมาเป็น Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน ด้านในเป็นชีสพาเมซานล้อมรอบไข่แดงที่จะไหลเยิ้มออกมาทันทีที่ใช้มีดตัดเข้ากันกับองค์ประกอบของไข่ขาว (15/20)
รูปที่ 9
THE "AMERIGO" EGG WITH SCORZONE BLACK TRUFFLE, WITH ROASTED OR FRIED WILD MUSHROOMS DEPENDING TO THE AVAILABILITY OF THE MOMENT (2023) (24 €)The Amerigo Egg เป็นเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2023 นำเสนอมาเป็น Mashed Potato เนื้อเนียนละมุน ด้านในเป็นชีสพาเมซานล้อมรอบไข่แดงที่จะไหลเยิ้มออกมาทันทีที่ใช้มีดตัดเข้ากันกับองค์ประกอบของไข่ขาว (15/20)
THE "AMERIGO" EGG WITH SCORZONE BLACK TRUFFLE, WITH ROASTED OR FRIED WILD MUSHROOMS DEPENDING TO THE AVAILABILITY OF THE MOMENT (2023) (24 €)ด้านบนท็อปด้วย Parmesan Cheese Cream และ Scorzone Black Truffle ที่ฝนมาให้แบบล้นจาน (15/20)
รูปที่ 10
THE "AMERIGO" EGG WITH SCORZONE BLACK TRUFFLE, WITH ROASTED OR FRIED WILD MUSHROOMS DEPENDING TO THE AVAILABILITY OF THE MOMENT (2023) (24 €)ด้านบนท็อปด้วย Parmesan Cheese Cream และ Scorzone Black Truffle ที่ฝนมาให้แบบล้นจาน (15/20)
รูปที่ 11
PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE... (3 €)พนักงานจะจัดเสิร์ฟขนมปังโฮมเมดมาให้ด้วย
รูปที่ 12
PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE... (3 €)พนักงานจะจัดเสิร์ฟขนมปังโฮมเมดมาให้ด้วย
PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE... (3 €)ล้างปากด้วยซอร์เบท์ส้มก่อนเข้าสู่ของหวานหลัก
รูปที่ 13
PURIFIED WATER, STILL OR SPARKLING, ENTRÉE, BREAD, TIGELLE, PREDESSERT AND MORE... (3 €)ล้างปากด้วยซอร์เบท์ส้มก่อนเข้าสู่ของหวานหลัก
SOFT RICOTTA WITH SABA COKED MUST (1992) (9 €)Saba คือน้ำองุ่นที่ผ่านการปรุงให้สุกและเคี่ยวจนได้รสชาติที่เข้มข้น ทางร้านเสิร์ฟมากับ Ricotta Cheese ซึ่งมีความฝาดเบา ๆ ผสานเข้ากันกับรสชาติของ Saba ได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
รูปที่ 14
SOFT RICOTTA WITH SABA COKED MUST (1992) (9 €)Saba คือน้ำองุ่นที่ผ่านการปรุงให้สุกและเคี่ยวจนได้รสชาติที่เข้มข้น ทางร้านเสิร์ฟมากับ Ricotta Cheese ซึ่งมีความฝาดเบา ๆ ผสานเข้ากันกับรสชาติของ Saba ได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
73% UGANDA RUKET CHOCOLATE CREMEUX, ZABAJONE AND CRUNCHY WAFFLES (2023) (9 €)Uganda Ruket Dark Chocolate เสิร์ฟมาในลักษณะของ Crémeux นุ่มละมุนตัดด้วยอโรมาเฉพาะตัวของไข่แดงใน Zabajone เชฟสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นวาฟเฟิลกรอบวางมาเป็นชั้น ๆ (14/20)
รูปที่ 15
73% UGANDA RUKET CHOCOLATE CREMEUX, ZABAJONE AND CRUNCHY WAFFLES (2023) (9 €)Uganda Ruket Dark Chocolate เสิร์ฟมาในลักษณะของ Crémeux นุ่มละมุนตัดด้วยอโรมาเฉพาะตัวของไข่แดงใน Zabajone เชฟสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยแผ่นวาฟเฟิลกรอบวางมาเป็นชั้น ๆ (14/20)
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 16
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 17
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 18
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 19
รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 156.50 €
รูปที่ 20
💰 ราคา 156.50 €
🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] คุณ Alberto เจ้าของร้านได้มอบหมายให้เชฟ Giacomo Orlandi สืบสานปรัชญาของเขาโดยการนำอาหารอิตาลีท้องถิ่นของแคว้น Emilia มาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่หรือที่ทางร้านเรียกว่า The New ”Old Recipe“ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ซึ่งใส่ความร่วมสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 1998 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 21
🎗️ [THE CHEF & THE FOOD] คุณ Alberto เจ้าของร้านได้มอบหมายให้เชฟ Giacomo Orlandi สืบสานปรัชญาของเขาโดยการนำอาหารอิตาลีท้องถิ่นของแคว้น Emilia มาผสมผสานกับเทคนิคสมัยใหม่หรือที่ทางร้านเรียกว่า The New ”Old Recipe“ นอกจากนี้ยังมีเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ซึ่งใส่ความร่วมสมัยเอาไว้ได้อย่างลงตัว ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ตั้งแต่ปี 1998 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบหรือลองสั่ง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Classic Menu (55 €) ที่นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกแตกต่างกันได้จำนวน 4 คอร์สและ Seasonal Tasting Menu (70 €) นำเสนอเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ตามฤดูกาลจำนวน 5 คอร์ส
รูปที่ 22
ลูกค้าสามารถเลือกชิมรายการอาหารแบบ À La Carte ได้ตามใจชอบหรือลองสั่ง Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ Classic Menu (55 €) ที่นำเสนอเมนูคลาสสิกประจำร้านให้ลูกค้าแต่ละคนสามารถเลือกแตกต่างกันได้จำนวน 4 คอร์สและ Seasonal Tasting Menu (70 €) นำเสนอเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นใหม่ตามฤดูกาลจำนวน 5 คอร์ส
🎗️ [THE PLACE] ทันทีที่เดินเข้ามาในร้านลูกค้าจะพบกับพื้นที่ชั้นล่างคือ L'Osteria หรือโรงเหล้าของคุณ Amerigo แต่เดิมใช้เป็นเป็นสถานที่พบปะและพักผ่อนของคนในหมู่บ้าน Savigno รวมไปถึงผู้คนจากชนบทโดยรอบ ลึกเข้าไปคือบันไดแคบ ๆ ติดกันกับห้องครัวพาลูกค้าขึ้นไปสู่ชั้นบน หลังจากเดินขึ้นมาให้มองไปทางซ้ายจะพบกับ La Sala Della Tavola Rotonda หรือห้องโต๊ะกลมที่มีเรื่องเล่าย้อนไปในช่วงปี 1953 ที่คุณ Amerigo ซื้อโทรทัศน์ขาวดำมาใช้เป็นเครื่องแรกของหมู่บ้าน Savigno เพื่อรับชมถ่ายทอดสดเทศกาลเพลง Sanremo ปัจจุบันห้องนี้กลายเป็นห้องกึ่งส่วนตัวแยกจากพื้นที่อื่น ๆ ด้วยฉากไม้และกระจกสไตล์ Art Deco โต๊ะกลมขนาดใหญ่นี้เหมาะสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่นัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งยังสามารถจัดแยกออกเป็นโต๊ะเล็ก ๆ หลายโต๊ะได้อีกด้วย
รูปที่ 23
🎗️ [THE PLACE] ทันทีที่เดินเข้ามาในร้านลูกค้าจะพบกับพื้นที่ชั้นล่างคือ L'Osteria หรือโรงเหล้าของคุณ Amerigo แต่เดิมใช้เป็นเป็นสถานที่พบปะและพักผ่อนของคนในหมู่บ้าน Savigno รวมไปถึงผู้คนจากชนบทโดยรอบ ลึกเข้าไปคือบันไดแคบ ๆ ติดกันกับห้องครัวพาลูกค้าขึ้นไปสู่ชั้นบน หลังจากเดินขึ้นมาให้มองไปทางซ้ายจะพบกับ La Sala Della Tavola Rotonda หรือห้องโต๊ะกลมที่มีเรื่องเล่าย้อนไปในช่วงปี 1953 ที่คุณ Amerigo ซื้อโทรทัศน์ขาวดำมาใช้เป็นเครื่องแรกของหมู่บ้าน Savigno เพื่อรับชมถ่ายทอดสดเทศกาลเพลง Sanremo ปัจจุบันห้องนี้กลายเป็นห้องกึ่งส่วนตัวแยกจากพื้นที่อื่น ๆ ด้วยฉากไม้และกระจกสไตล์ Art Deco โต๊ะกลมขนาดใหญ่นี้เหมาะสำหรับครอบครัวหรือผู้ที่นัดเพื่อน ๆ มาสังสรรค์กันเป็นกลุ่มใหญ่ ทั้งยังสามารถจัดแยกออกเป็นโต๊ะเล็ก ๆ หลายโต๊ะได้อีกด้วย
ลูกค้ามักจะมาดื่มไวน์ เล่นไพ่ หรือเจรจาซื้อขายฟางและปศุสัตว์ในวันที่ตลาดเปิด ในช่วงมื้อกลางวันคุณ Agnese จะรับหน้าที่คอยเตรียม Tigelle หรือขนมปังแบนแบบท้องถิ่นเสิร์ฟมากับกับเพสโตสุก นอกจากนี้ยังมี Lasagna, กระต่ายอบ, ไก่ตุ๋นสไตล์ Ccacciatore เสิร์ฟพร้อมผักจากสวน, เนื้อสัตว์แปรรูปฝีมือคุณตา และสินค้าท้องถิ่นที่ได้จากเพื่อนเกษตรกร
รูปที่ 24
ลูกค้ามักจะมาดื่มไวน์ เล่นไพ่ หรือเจรจาซื้อขายฟางและปศุสัตว์ในวันที่ตลาดเปิด ในช่วงมื้อกลางวันคุณ Agnese จะรับหน้าที่คอยเตรียม Tigelle หรือขนมปังแบนแบบท้องถิ่นเสิร์ฟมากับกับเพสโตสุก นอกจากนี้ยังมี Lasagna, กระต่ายอบ, ไก่ตุ๋นสไตล์ Ccacciatore เสิร์ฟพร้อมผักจากสวน, เนื้อสัตว์แปรรูปฝีมือคุณตา และสินค้าท้องถิ่นที่ได้จากเพื่อนเกษตรกร
แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมานานหลายสิบปีแต่ทางร้านยังคงเสิร์ฟอาหารแบบดั้งเดิมที่ปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้นเล็กน้อย
รูปที่ 25
แม้กาลเวลาจะล่วงเลยมานานหลายสิบปีแต่ทางร้านยังคงเสิร์ฟอาหารแบบดั้งเดิมที่ปรับรูปแบบให้ทันสมัยขึ้นเล็กน้อย
อีกหนึ่งห้องที่เป็นไฮไลท์ของร้านคือ Sala Gino Pellegrini โดยคุณ Gino ใช้เวลากว่า 2 ปีในการวาดภาพบนผนังด้วยเทคนิค Trompe l'œil หรือการวาดให้เหมือนจริงแบบลวงตา
รูปที่ 26
อีกหนึ่งห้องที่เป็นไฮไลท์ของร้านคือ Sala Gino Pellegrini โดยคุณ Gino ใช้เวลากว่า 2 ปีในการวาดภาพบนผนังด้วยเทคนิค Trompe l'œil หรือการวาดให้เหมือนจริงแบบลวงตา
เขาจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณ Alberto และค่อย ๆ เติมองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปไม่ว่าจะเป็นป่าสีเขียวขจีและท้องฟ้าสีคราม, กระต่ายขาวจาก Alice in Wonderland, สุนัข Lagotto คาบเห็ดทรัฟเฟิล, งู, ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ, นกเค้า, กระรอก, แมงมุม, ผีเสื้อ, เม่น, ปลา char, สุนัขจิ้งจอก และกวาง
รูปที่ 27
เขาจะพูดคุยแลกเปลี่ยนกับคุณ Alberto และค่อย ๆ เติมองค์ประกอบต่าง ๆ ลงไปไม่ว่าจะเป็นป่าสีเขียวขจีและท้องฟ้าสีคราม, กระต่ายขาวจาก Alice in Wonderland, สุนัข Lagotto คาบเห็ดทรัฟเฟิล, งู, ไก่ที่ออกไข่เป็นทองคำ, นกเค้า, กระรอก, แมงมุม, ผีเสื้อ, เม่น, ปลา char, สุนัขจิ้งจอก และกวาง
การตกแต่งภายในร้าน
รูปที่ 28
การตกแต่งภายในร้าน
การตกแต่งภายในร้าน
รูปที่ 29
การตกแต่งภายในร้าน
ลูกค้าสามารถซึมซับบรรยากาศดั้งเดิมเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ไม้เชอร์รีปิดขอบสีดำท็อปด้านบนด้วยหินอ่อนแดงจากเมือง Verona บนเคาน์เตอร์ยังมีเครื่องชงกาแฟ Faema E61 อันโด่งดังจากยุค 60
รูปที่ 30
ลูกค้าสามารถซึมซับบรรยากาศดั้งเดิมเกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเคาน์เตอร์บาร์ไม้เชอร์รีปิดขอบสีดำท็อปด้านบนด้วยหินอ่อนแดงจากเมือง Verona บนเคาน์เตอร์ยังมีเครื่องชงกาแฟ Faema E61 อันโด่งดังจากยุค 60
ส่วน La Cantina หรือห้องเก็บไวน์โดดเด่นด้วยไวน์ Colli Bolognesi ของภูมิภาค Emilia-Romagna ซึ่งถูกเก็บไว้อย่างดีที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียสและความชื้น 70% สุดท้ายคือ All'Aperto หรือเทอเรสนอกร้านที่จัดเตรียมให้นั่งเฉพาะในช่วงหน้าร้อน
รูปที่ 31
ส่วน La Cantina หรือห้องเก็บไวน์โดดเด่นด้วยไวน์ Colli Bolognesi ของภูมิภาค Emilia-Romagna ซึ่งถูกเก็บไว้อย่างดีที่อุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียสและความชื้น 70% สุดท้ายคือ All'Aperto หรือเทอเรสนอกร้านที่จัดเตรียมให้นั่งเฉพาะในช่วงหน้าร้อน
ก่อนกลับห้ามพลาดที่จะเลือกซื้อของฝากจาก La Bottega ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเพราะ Ragù Bolognese ที่ทางร้านขายมีรสชาติไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน
รูปที่ 32
ก่อนกลับห้ามพลาดที่จะเลือกซื้อของฝากจาก La Bottega ติดไม้ติดมือกลับไปด้วยเพราะ Ragù Bolognese ที่ทางร้านขายมีรสชาติไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 33
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
🎗️ [WHY GO] Trattoria da Amerigo เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับอาหารท้องถิ่นของแคว้น Emilia สู่ระดับ MICHELIN Star ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ บรรยากาศร้านและห้องอาหารที่ดูแลโดยคุณ Alberto สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าทุก ๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น ราคาอาหารและไวน์จัดว่าคุ้มค่า สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนทันทีหลังจบมื้ออาหารสามารถขอจอง 1 ใน 5 ห้องพักของ La Locanda ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 80-120 € เท่านั้น
รูปที่ 34
🎗️ [WHY GO] Trattoria da Amerigo เป็นห้องอาหารเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับอาหารท้องถิ่นของแคว้น Emilia สู่ระดับ MICHELIN Star ได้อย่างน่าภาคภูมิใจ บรรยากาศร้านและห้องอาหารที่ดูแลโดยคุณ Alberto สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับลูกค้าทุก ๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น ราคาอาหารและไวน์จัดว่าคุ้มค่า สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่พักผ่อนทันทีหลังจบมื้ออาหารสามารถขอจอง 1 ใน 5 ห้องพักของ La Locanda ซึ่งมีราคาอยู่ที่ 80-120 € เท่านั้น