
Torre del Saracino · ตอเร่ เดล ซาราชิโน่
Creative, Italian · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารอิตาลี — via Torretta 9, Vico Equense, 80060, Italy
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหาร Fine Dining เก่าแก่แห่งภูมิภาค Campania ที่เปิดทำการมานานกว่า 32 ปี ทั้งนี้เชฟเจ้าของร้าน Gennaro Esposito สามารถนำเสนออาหารอิตาลีโดยแฝงเทคนิคการปรุงอย่างฝรั่งเศสออกมาได้อย่างแนบเนียน
🎗 [THE PLACE] Torre del Saracino ตั้งอยู่ใน Vico Equense เมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเชฟ Gennaro Esposito ห่างออกมาจากนคร Naples ทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร ตัวอาคารเป็นป้อมปราการโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 13 หลังจากตรวจสอบการจองลูกค้าจะได้รับเชิญเข้าไปนั่งรอในห้องรับรองเพื่อนำเสิร์ฟ Welcome Snacks และ Welcome Drink เคล้าไปกับเพลงที่บรรเลงโดยเครื่องเสียงระดับไฮเอนด์ หลังจากนั้นพนักงานจะพาทุก ๆ คนเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหราสังเกตได้จากงานศิลป์มากมายที่แขวนประดับเอาไว้บนผนัง โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าลินินสีขาวโดยมีโคมไฟ TeTaTeT สี Matt White ซึ่งเป็นผลงานของ Furniture Designer ชื่อดังอย่าง Davide Groppi ส่องสว่างอยู่บนโต๊ะ ผนังบางส่วนตกแต่งด้วยกระจกนูนรับหน้าที่เสมือนแว่นขยายส่องผ่านเข้าไปยังห้องครัว อีกหนึ่งไฮไลท์ประจำร้านต้องยกให้กับโต๊ะที่นั่งบริเวณริมกระจกและเทอเรสมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างท้องทะเล Mediterranean โดยมีภูเขาไฟ Vesuvius ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลังขนาบข้างกันกับนคร Naples อีกด้วย
🎗 [THE CHEF] Gennaro Esposito เกิดและเติบโตขึ้นมา ณ เมือง Vico Equense ในวันที่ 31 มีนาคม 1970 โดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำฟาร์ม ด้วยแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการทำอาหารจากคุณแม่ทำให้ตัวเขาเริ่มทำงานที่ร้านขายอาหารหวานของคุณลุงตั้งแต่มีอายุได้เพียง 9 ขวบพร้อมกับเรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นในการทำกาแฟ เตรียมไอศกรีม รวมไปถึงการเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้าอีกด้วย ครั้นมีอายุได้ 14 ปีเขาได้ย้ายมาร่วมงานกับร้าน Pizzeria และร้านอาหารท้องถิ่นก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนการโรงแรม Istituto Alberghiero "F. de Gennaro" di Vico Equense และจบการศึกษาออกมาในปี 1988 หลังจากนั้นตัวเขาตัดสินใจเข้าทำงานกับเชฟ Gianfranco Vissani ณ ห้องอาหาร Casa Vissani (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) เพื่อศึกษาเทคนิคการปรุงอาหารระดับสูง ต่อมาในปี 1989 หนึ่งในสุดยอดเชฟระดับตำนาน Alain Ducasse เดินทางมาพักผ่อนที่ Vico Equense และชักชวนเขาไปร่วมงานกับห้องอาหาร Le Louis XV - Alain Ducasse à l'Hôtel de Paris (3 MICHELIN Stars) และ Alain Ducasse au Plaza Athénée (3 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในประเทศอิตาลีและฝรั่งเศสเชฟ Gennaro Esposito ในวัย 22 ปีและภรรยาคือคุณ Vittoria จึงตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Torre del Saracino เป็นของตัวเองที่เมืองบ้านเกิดของเขาเองในปี 1991 ตัวร้านเริ่มได้รับความนิยมจากนักชิมท้องถิ่นก่อนจะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2001 และ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
🎗 [THE FOOD] ด้วยประวัติการทำงานของเชฟ Gennaro Esposito กับห้องอาหารทั้งสองแห่งของเชฟ Alain Ducasse ทำให้อาหารแต่ละจานถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากวัตถุดิบคุณภาพสูงตามฤดูกาลทั้งยังแฝงไปด้วยเทคนิคการปรุงแบบฝรั่งเศสและสร้างความแตกต่างจากร้านอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu ที่ใช้ชื่อว่า Proposal 4 รูปแบบคือ 4 Courses (160 €), 6 Coures (175 €), 8 Courses (195 €) และ 12 Courses (245 €) ทั้งยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบ สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น
✨ Potatoes and beetroot millefeuille with goat cheese and almond sauce
เมนูคอร์สแรกอย่างเป็นทางการเริ่มต้นด้วยมันฝรั่งและบีทรูทที่วางเรียงซ้อนกันเป็น Millefeuille ให้เนื้อสัมผัสที่กรอบพอเหมาะ เชฟเสิร์ฟมาคู่กับครีมที่เตรียมมาจากชีสนมแพะฝั่งซ้ายมือให้กลิ่นเฉพาะตัวท็อปด้านบนด้วยเปลือกมันฝรั่งกรอบ ยังมีองค์ประกอบของซอสบีทรูทสีแดง ซอสอัลมอนด์สีขาว ซอสกระเทียมดำสีดำและซอสสมุนไพร Borage สีเขียว (18/20)
✨ Controne chickpeas cream with clams, celery gnocchi and cod tripes
ถั่ว Chickpeas จากเมือง Controne เตรียมมาในรูปแบบของครีม อย่างไรก็ตามไฮไลท์ของจานคือการเชื่อมกันของเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันจาก 3 องค์ประกอบคือหอยลายคุณภาพดีให้ความนุ่มแต่ยังคงแฝงด้วยความหนึบเพียงเบา ๆ ถัดมาคือกระเพาะปลาค็อดนุ่ม ๆ และสุดท้ายคือ Gnocchi ที่ได้สีเขียวมาจาก Celery ให้เนื้อสัมผัสที่เคี้ยวหนึบมากที่สุดนั่นเอง (19/20)
✨ Granceola crab cappuccino
ห้ามพลาดคอร์สที่เชฟใช้วัตถุดิบชั้นดีอย่าง Granceola Crab หรือที่เรารู้จักกันในนามของ European Spider Crab องค์ประกอบแรกในแก้วคือซุปเนื้อปูที่มีความหอม มัน ครีมมี่ ทั้งยังแสดงออกถึงความหวานธรรมชาติของเนื้อปูได้อย่างไร้ที่ติ ข้างกันคือสลัดเนื้อปูเนื้อนุ่มหวานตัดกันกับความกรอบของ Amaranth Chip ด้านล่างรองด้วยครีมอโวคาโดหวานมันเสริมด้วยความเค็มของ Caviar ที่ใส่มาได้อย่างลงตัว (18/20)
✨ Mixed pasta soup with rock fish and shellfish
หนึ่งในคอร์สที่โดดเด่นที่สุดในค่ำคืนนี้คือ Mixed Pasta Soup มีลักษณะเป็น Dried Pasta แบรนด์ De Cecco จำนวนกว่า 12 ชนิดเสิร์ฟมารวมกันหลากหลายรูปร่างที่ความสุกระดับ Al Dente เพื่อให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัส รอบ ๆ รอบซัปที่สีกลิ่นอายของทะเลและความเป็น Mediterranean เพราะเชฟเตรียมขึ้นมาจากปลา Rockfish และหอยทะเลนานาชนิด ยังมีเนื้อหมึกนุ่มหนึบและเนื้อกุ้งที่มีรสหวานจากธรรมชาติ รสชาติอร่อยสมกับเป็น Signature Dish ที่ไม่เคยถูกถอดออกจากรายการเมนูมานานถึง 16 ปีเลยทีเดียว (19/20)
✨ Laticauda lamb with caramelized pear, polenta and wild chicory
Laticauda เป็นสายพันธุ์แกะท้องถิ่นของภูมิภาค Campania และ Calabria ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลีโดยชื่อนั้นได้มาจากภาษา Latin ที่แปลตรงตัวได้ว่า Fat-Tailed นั่นเอง เชฟนำเสิร์ฟมาทั้งหมด 3 รูปแบบเริ่มด้วย Lamb Chop หรือซี่โครงแกะนำเสนอมาที่ความสุกระดับ Medium Rare โดยตัวเนื้อมีความนุ่มและฉ่ำหนังกรอบเสริมด้วยอโรมาของ White Truffle ขูดท็อปมาที่ด้านบน ยังมีองค์ประกอบของ Caramelized Oear ให้รสหวานเข้มข้น ฝั่งซ้ายข้างกันคือ Wild Chicory และเห็ดที่มีชื่อว่า Finferli องค์ประกอบด้านบนสุดของจานคือ Fake Mushroom หรือเห็ดปลอมที่มีฐานด้านล่างเตรียมมาจาก Polenta หรือข้าวโพดและหัวเห็ดที่เตรียมมาจาก Lamb Shoulder สำหรับแกะรูปแบบที่สามคือ Lamb Belly ที่ผ่านการปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำจนได้ความนุ่มฉ่ำเป้นเอกลักษณ์ จากนั้นนำฝั่งหนังไปจี่บนกระทะเพื่อให้เกิด Maillard Reaction สุดท้ายคือขนมปัง Brioche ที่ผสมผสาน Lamb Jus ลงไปด้วยนั่นเอง (19/20)
🎗 [WHY GO] Torre del Saracino เป็นห้องอาหารอิตาลีที่ผสมผสานเทคนิคและรูปแบบการนำเสนออย่างฝรั่งเศสออกมาได้อย่างลงตัว รสชาติโดยรวมจัดว่าเข้าถึงได้ง่าย เราขอแนะนำให้เลือกชิมไวน์ท้องถิ่นคุณภาพดีนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล ในทางกลับกันราคาอาหารจัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในแถบ Campania แต่ก็แลกมาด้วยบรรยากาศอันสุดแสนโรแมนติคจนกลายมาเป็นอีกหนึ่งร้านที่เราตั้งใจกลับมาชิมในโอกาสถัดไป
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 46 รูป
































![🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหาร Fine Dining เก่าแก่แห่งภูมิภาค Campania ที่เปิดทำการมานานกว่า 32 ปี ทั้งนี้เชฟเจ้าของร้าน Gennaro Esposito สามารถนำเสนออาหารอิตาลีโดยแฝงเทคนิคการปรุงอย่างฝรั่งเศสออกมาได้อย่างแนบเนียน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/01/322533260_548254420515936_5942232028043679290_n.webp)
![🎗 [THE FOOD] ด้วยประวัติการทำงานของเชฟ Gennaro Esposito กับห้องอาหารทั้งสองแห่งของเชฟ Alain Ducasse ทำให้อาหารแต่ละจานถูกรังสรรค์ขึ้นมาจากวัตถุดิบคุณภาพสูงตามฤดูกาลทั้งยังแฝงไปด้วยเทคนิคการปรุงแบบฝรั่งเศสและสร้างความแตกต่างจากร้านอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างชัดเจน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/01/322275796_976513773734597_4871584308057006000_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] Torre del Saracino ตั้งอยู่ใน Vico Equense เมืองเล็ก ๆ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเชฟ Gennaro Esposito ห่างออกมาจากนคร Naples ทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/01/322846924_899969451175172_7515428363660872260_n.webp)



![🎗 [THE CHEF] Gennaro Esposito เกิดและเติบโตขึ้นมา ณ เมือง Vico Equense ในวันที่ 31 มีนาคม 1970 โดยมีครอบครัวประกอบอาชีพทำฟาร์ม ด้วยแรงบันดาลใจเกี่ยวกับการทำอาหารจากคุณแม่ทำให้ตัวเขาเริ่มทำงานที่ร้านขายอาหารหวานของคุณลุงตั้งแต่มีอายุได้เพียง 9 ขวบพร้อมกับเรียนรู้เทคนิคเบื้องต้นในการทำกาแฟ เตรียมไอศกรีม รวมไปถึงการเสิร์ฟอาหารให้กับลูกค้าอีกด้วย ครั้นมีอายุได้ 14 ปีเขาได้ย้ายมาร่วมงานกับร้าน Pizzeria และร้านอาหารท้องถิ่นก่อนจะเข้าศึกษาต่อที่โรงเรียนการโรงแรม Istituto Alberghiero "F. de Gennaro" di Vico Equense และจบการศึกษาออกมาในปี 1988 หลังจากนั้นตัวเขาตัดสินใจเข้าทำงานกับเชฟ Gianfranco Vissani ณ ห้องอาหาร Casa Vissani (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) เพื่อศึกษาเทคนิคการปรุงอาหารระดับสูง ต่อมาในปี 1989 หนึ่งในสุดยอดเชฟระดับตำนาน Alain Ducasse เดินทางมาพักผ่อนที่ Vico Equense และชักชวนเขาไปร่วมงานกับห้องอาหาร Le Louis XV - Alain Ducasse à l'Hôtel de Paris (3 MICHELIN Stars) และ Alain Ducasse au Plaza Athénée (3 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในประเทศอิตาลีและฝรั่งเศสเชฟ Gennaro Esposito ในวัย 22 ปีและภรรยาคือคุณ Vittoria จึงตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Torre del Saracino เป็นของตัวเองที่เมืองบ้านเกิดของเขาเองในปี 1991 ตัวร้านเริ่มได้รับความนิยมจากนักชิมท้องถิ่นก่อนจะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2001 และ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/01/322507875_724319679116587_7543106063958099413_n.webp)




![🎗 [WHY GO] Torre del Saracino เป็นห้องอาหารอิตาลีที่ผสมผสานเทคนิคและรูปแบบการนำเสนออย่างฝรั่งเศสออกมาได้อย่างลงตัว รสชาติโดยรวมจัดว่าเข้าถึงได้ง่าย เราขอแนะนำให้เลือกชิมไวน์ท้องถิ่นคุณภาพดีนำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2023/01/322227875_1140074943536724_5767794987065631449_n.webp)

แกลเลอรี

