GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Time Kaan
Others

ThailandTime Kaan · ตามกาล

Thai · อาหารไทย — เลขที่ 43 อาคารกินรี, ซอยสุขุมวิท 8' แขวงคลองเตย, เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110

🎗 สวัสดีครับ วันนี้แอดมินจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารเปิดใหม่ที่ใช้ชื่อน่ารัก ๆ ว่า “ตามกาล” ตำแหน่งของร้านนั้นตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 8 คู่กันกับร้านน้องสาวที่มีชื่อว่า “จิรกาล” พื้นที่หน้าร้านโดดเด่นด้วยนาฬิกาเรือนใหญ่เสมือนเป็นคำใบ้บอกถึงสิ่งที่นักชิมทุกคนกำลังจะได้สัมผัส ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยให้บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่เป็นทางการจนเกินไปทั้งยังแฝงกลิ่นอายการย้อนยุคเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน เจ้าของร้านคือคุณปุ้ย-ตรีประดับ หวังวงศ์วิวัฒน์ อาศัยความเป็นนักอ่านและความชื่นชอบส่วนตัวเกี่ยวกับการค้นคว้าตำราอาหารโบราณ, งานวิจัย, บันทึก และจดหมายเหตุทั้งจากในและนอกประเทศเพื่อตีความเมนูที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ออกมาในรูปแบบของตัวเธอเอง นอกจากนี้เธอยังได้ ผศ.ดร.ศันสนีย์ จะสุวรรณ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยมาช่วยคัดเลือกเมนูที่น่าสนใจอีกด้วย

🎗 เชฟโปร เติบโตมากับคุณยายที่ประกอบอาชีพขายข้าวแกงก่อนจะเดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารไทยในนคร Brisbane ประเทศออสเตรเลียและดำรงตำแหน่งเป็นถึง Head Chef หลังจากนั้นเธอกลับมาร่วมงานกับร้านอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ชั้นนำอยู่นานถึง 5 ปีกว่าจึงการันตีได้ว่าฝีมือและรสมือของเธอนั้นไม่ธรรมดา ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเลือกรายการอาหารเพราะทางร้านนำเสนอ Tastimg Menu เพียงรูปแบบเดียวนำเสนอมาจำนวน 14 คอร์สในราคา 3,500++ ต่อท่าน ตลอดระยะเวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงเราจะได้เพลิดเพลินไปกับการจัดเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องและรื่นไหล นอกจากนี้ทางร้านยังมีตัวเลือกการจัยคู่เครื่องดื่มทั้งแบบมีและไม่มีแอลกอฮอล์ในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ อีกด้วย สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นในวันนี้อย่างเช่น

✨ เครื่องกรอบเข้าวัง (หมี่น้ำบ้านราชทูต) (~154 ปี)

Crispy Rice Noddle with Crab

เมนูหมี่กรอบที่เคยใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมายังประเทศไทย เชฟนำเสนอหมี่กรอบที่พร้อมจะละลายในปากมาคู่กันกับเจลลี่สีแดงที่เตรียมมาจากดอกดาหลา ด้านล่างรองด้วยผักกุยช่ายขยำหอม ๆ ยังมีองค์ประกอบของกรรเชียงปูจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีทอดราดด้วยน้ำตาลแว่นจากจังหวัดปัตตานีให้รสชาติที่กลมกล่อมอีกด้วย (14/20)

✨ เครื่องแกงแฝงพวงร้อย (ฉู่ฉี่ไข่ปลา) (~336 ปี)

Fried Fish Roe with Shoshi Curry

หนึ่งในเมนูเด็ดประจำค่ำคืนนี้คือเมนูโบราณที่ต้องเล่าย้อนไปถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นยุคแรกที่คนไทยเริ่มใช้กะทิในการทำเครื่องแกงโดยได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดีย เชฟนำเสนอมาเป็นเครื่องแกงฉู่ฉี่เนียนละมุนจับคู่กับไข่ปลาโอที่ให้ความหนึบ อุมามิ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว อร่อยชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก รอบ ๆ คือดอกผักปัง สุดท้ายแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมขึ้นมาจากเคืร่องแกงฉู่ฉี่นั่นเอง (14/20)

✨ เลิศรสลงสรง (กุ้งย่างน้ำปลามะกอก) (~112 ปี)

Grilled River Prawn with Fermented Thai Olive Sauce

ไฮไลท์ของมื้อนี้ต้องยกให้กับเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก” ประพันธ์โดยทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าถึงราชสกุลสนิทวงศ์ ว่ากันว่ากรุงเทพในสมัยก่อนมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดหาจับกุ้งแม่น้ำได้ด้วยมือเปล่า เชฟนำไปย่างจนสุกพอดีเสิร์ฟมาคู่กับหัวกุ้งและมันกุ้งเยิ้ม ๆ ปรุงรสด้วยพริกแดง หอมแดง และน้ำปลามะกอกซึ่งเป็นเมนูที่เคยพบได้ทุกครัวเรือนในกรุงเทพสมัยก่อนแต่กลับสูญหายไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน (14/20)

🎗 อาหารทุกจานในวันนี้ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตผสมผสานกันกับเทคนิคยุคปัจจุบันออกมาได้อย่างกลมกล่อม เมื่อประกอบกับรสมือที่ดีของเชฟทำให้อาหารเกินครึ่งจากทั้ง 14 คอร์สมีความโดดเด่นในตัวเอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือโทรจองได้ที่เบอร์ 082-646-1664 กันได้เลย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 27 รูป

🇹🇭 Time Kaan - ตามกาล 🍴 Thai - อาหารไทย 👨🏻‍🍳 Chef Pornprom Laomanutsak - เชฟพรพรหม เหล่ามนัสศักดิ์ (เชฟโปร)
รูปที่ 1
🇹🇭 Time Kaan - ตามกาล 🍴 Thai - อาหารไทย 👨🏻‍🍳 Chef Pornprom Laomanutsak - เชฟพรพรหม เหล่ามนัสศักดิ์ (เชฟโปร)
เปาหลิงโก๊ะ (~724 ปี) Sweet Fermented Rice Drink เมนูแรกประจำคอร์สคือเครื่องดื่มเปาหลิงโก๊ะที่พบปรากฎอยู่ในบันทึกของนักการทูตจีนในรัชสมัยจักรพรรดิ์เหวียนเฉิงนามว่า โจว ต๋ากวาน (周达观) โดยเขาได้เขียนเล่าถึงถึงสุราหวานของเขมรเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนนครธมเอาไว้ด้วย ในที่นี้เชฟจึงได้อาศัยข้าวเหนียวเขี้ยวงูหมักกับยีสต์นาน 3 วัน จากนั้นหยดด้วยน้ำที่สกัดจากพริกจินดาแดงให้รสเผ็ดช่วยเรียกน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีน้ำผึ้งที่ให้รสชาติหวานอีกด้วย (13/20)
รูปที่ 2
เปาหลิงโก๊ะ (~724 ปี) Sweet Fermented Rice Drink เมนูแรกประจำคอร์สคือเครื่องดื่มเปาหลิงโก๊ะที่พบปรากฎอยู่ในบันทึกของนักการทูตจีนในรัชสมัยจักรพรรดิ์เหวียนเฉิงนามว่า โจว ต๋ากวาน (周达观) โดยเขาได้เขียนเล่าถึงถึงสุราหวานของเขมรเมื่อครั้งเดินทางไปเยือนนครธมเอาไว้ด้วย ในที่นี้เชฟจึงได้อาศัยข้าวเหนียวเขี้ยวงูหมักกับยีสต์นาน 3 วัน จากนั้นหยดด้วยน้ำที่สกัดจากพริกจินดาแดงให้รสเผ็ดช่วยเรียกน้ำย่อย นอกจากนี้ยังมีน้ำผึ้งที่ให้รสชาติหวานอีกด้วย (13/20)
เครื่องกรอบเข้าวัง (หมี่น้ำบ้านราชทูต) (~154 ปี) Crispy Rice Noddle with Crab ถัดมาคือหมี่กรอบที่เคยใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมายังประเทศไทย เชฟนำเสนอหมี่กรอบที่พร้อมจะละลายในปากมาคู่กันกับเจลลี่สีแดงที่เตรียมมาจากดอกดาหลา ด้านล่างรองด้วยผักกุยช่ายขยำหอม ๆ ยังมีองค์ประกอบของกรรเชียงปูจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีทอดราดด้วยน้ำตาลแว่นจากจังหวัดปัตตานีให้รสชาติที่กลมกล่อมอีกด้วย (14/20)
รูปที่ 3
เครื่องกรอบเข้าวัง (หมี่น้ำบ้านราชทูต) (~154 ปี) Crispy Rice Noddle with Crab ถัดมาคือหมี่กรอบที่เคยใช้ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองที่เดินทางมายังประเทศไทย เชฟนำเสนอหมี่กรอบที่พร้อมจะละลายในปากมาคู่กันกับเจลลี่สีแดงที่เตรียมมาจากดอกดาหลา ด้านล่างรองด้วยผักกุยช่ายขยำหอม ๆ ยังมีองค์ประกอบของกรรเชียงปูจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีทอดราดด้วยน้ำตาลแว่นจากจังหวัดปัตตานีให้รสชาติที่กลมกล่อมอีกด้วย (14/20)
มัสยาส้มใบ (ลาบปลากระพงแดง) (~724 ปี) Red Seabass Spicy Salad หนึ่งในเมนูที่ถอดความมาจากหนังสือ From Marco Polo to McDonald's: Thai cuisine In Transition เขียนโดย Penny Van Esterik โดยตัวเชฟต้องการเล่าถึงเมนูในแถบ Yunnan ประเทศจีนที่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของลาบอย่างไทยนำเสนอเป็นปลากระพงแดงสับมาเกือบละเอียดจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน จากนั้นนำไปยำกับเครื่องลาบรสชาติจัดจ้านและใส่ข้าวคั่ว มะแขว่น และพริกคั่วลงไปด้วย ด้านล่างรองด้วยใบชะมวงเสริมด้วยน้ำมะม่วงเยาให้รสเปรี้ยวแทนมะนาว ข้างกันคือแผ่น Cracker กรอบเตรียมมาจากน้ำมะม่วงเบาอีกเช่นกัน (13/20)
รูปที่ 4
มัสยาส้มใบ (ลาบปลากระพงแดง) (~724 ปี) Red Seabass Spicy Salad หนึ่งในเมนูที่ถอดความมาจากหนังสือ From Marco Polo to McDonald's: Thai cuisine In Transition เขียนโดย Penny Van Esterik โดยตัวเชฟต้องการเล่าถึงเมนูในแถบ Yunnan ประเทศจีนที่เชื่อกันว่าเป็นต้นกำเนิดของลาบอย่างไทยนำเสนอเป็นปลากระพงแดงสับมาเกือบละเอียดจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน จากนั้นนำไปยำกับเครื่องลาบรสชาติจัดจ้านและใส่ข้าวคั่ว มะแขว่น และพริกคั่วลงไปด้วย ด้านล่างรองด้วยใบชะมวงเสริมด้วยน้ำมะม่วงเยาให้รสเปรี้ยวแทนมะนาว ข้างกันคือแผ่น Cracker กรอบเตรียมมาจากน้ำมะม่วงเบาอีกเช่นกัน (13/20)
ร้อนรสโอชเอม (ข้าวคลุกน้ำพริก พริกไทยอ่อน-ไก่ย่าง) (~700 ปี) Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ประพันธ์หนังสือที่มีชื่อว่า “น้ำพริก” พร้อมกับสันนิษฐานถึงน้ำพริกครกแรกที่เกิดขึ้นในประเทศสยามว่าน่าจะได้ความเผ็ดร้อนมาจากพริกไทยอ่อนและได้ความเค็มมาจากถั่วเน่า (13/20)
รูปที่ 5
ร้อนรสโอชเอม (ข้าวคลุกน้ำพริก พริกไทยอ่อน-ไก่ย่าง) (~700 ปี) Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ประพันธ์หนังสือที่มีชื่อว่า “น้ำพริก” พร้อมกับสันนิษฐานถึงน้ำพริกครกแรกที่เกิดขึ้นในประเทศสยามว่าน่าจะได้ความเผ็ดร้อนมาจากพริกไทยอ่อนและได้ความเค็มมาจากถั่วเน่า (13/20)
ร้อนรสโอชเอม (ข้าวคลุกน้ำพริก พริกไทยอ่อน-ไก่ย่าง) (~700 ปี) Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste เชฟจึงหยิบองค์ประกอบตรงนี้นำเสนอมาโดยการนำไปคลุกกับข้าวให้รสชาติเผ็ดจัดจ้านและมีกลิ่นหอมชวนชิม ด้านบนท็อปด้วยปลาแห้งที่เตรียมขึ้นมาจากปลาช่อนแม่ลา ข้างกันคือไก่ย่างตะนาวศรีที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ไร้ซึ่งความเหนียวให้รับประทานไปพร้อม ๆ กัน (13/20)
รูปที่ 6
ร้อนรสโอชเอม (ข้าวคลุกน้ำพริก พริกไทยอ่อน-ไก่ย่าง) (~700 ปี) Grilled Chicken and Fried Rice with Green Peppercorn Paste เชฟจึงหยิบองค์ประกอบตรงนี้นำเสนอมาโดยการนำไปคลุกกับข้าวให้รสชาติเผ็ดจัดจ้านและมีกลิ่นหอมชวนชิม ด้านบนท็อปด้วยปลาแห้งที่เตรียมขึ้นมาจากปลาช่อนแม่ลา ข้างกันคือไก่ย่างตะนาวศรีที่มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ไร้ซึ่งความเหนียวให้รับประทานไปพร้อม ๆ กัน (13/20)
มัจฉาซ่อนรส (งบห่อหมกปลาบู่) (~1,200 ปี) Grilled Marbled Sand Goby Fish Curry in Banana Leaf งบปลาบู่เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกับ Pepes Ikan ของชาวอินโดนีเซีย เชฟตั้งใจนำเสนอปลาบู่ซึ่งเป็นเมนูที่คนไทยไม่ค่อยมีโอกาสได้ชิมกันมากนักนำมาคลุกกับเครื่องแกงที่มีอโรมาของขมิ้น (13/20)
รูปที่ 7
มัจฉาซ่อนรส (งบห่อหมกปลาบู่) (~1,200 ปี) Grilled Marbled Sand Goby Fish Curry in Banana Leaf งบปลาบู่เป็นเมนูที่มีความคล้ายคลึงกับ Pepes Ikan ของชาวอินโดนีเซีย เชฟตั้งใจนำเสนอปลาบู่ซึ่งเป็นเมนูที่คนไทยไม่ค่อยมีโอกาสได้ชิมกันมากนักนำมาคลุกกับเครื่องแกงที่มีอโรมาของขมิ้น (13/20)
มัจฉาซ่อนรส (งบห่อหมกปลาบู่) (~1,200 ปี) Grilled Marbled Sand Goby Fish Curry in Banana Leaf ในงบยังมีมะเขือเทศที่เรียกกันว่ามะเขือส้ม ด้านล่างรองด้วยใบผักแขยงที่ผ่านการต้มในน้ำกะทิเพื่อลดทอนรสขมแล้วค่อยย่างจนสุกนั่นเอง (13/20)
รูปที่ 8
มัจฉาซ่อนรส (งบห่อหมกปลาบู่) (~1,200 ปี) Grilled Marbled Sand Goby Fish Curry in Banana Leaf ในงบยังมีมะเขือเทศที่เรียกกันว่ามะเขือส้ม ด้านล่างรองด้วยใบผักแขยงที่ผ่านการต้มในน้ำกะทิเพื่อลดทอนรสขมแล้วค่อยย่างจนสุกนั่นเอง (13/20)
อัมพิละนางรม (หอยนางรมจี๊ดจ๊าด) (~336 ปี) Surat Thani Oyster with Cold Kumquat Tangy Sauce อัมพิละนางรม เป็นเมนูที่ได้บันทึกมาจากบันทึกของซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้เดินทางมาประเทศไทยในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย เชฟเลือกใช้หอยตะโกรมซึ่งเป็นหอยนางรมไซซ์ใหญ่จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีจับคู่กับกรานิต้าซิตรัสมะปิ๊ดและขิงขูด ด้านบนท็อปด้วยใบผักชีล้อมและใบมะตูมแขก ทั้งนี้ตัวหอยตะโกรมซึ่งปกติจะมี Earthy Aroma ปนมามากกลับกลับถูกกลบด้วยความเผ็ดของอาหารจานก่อนหน้าได้อย่างลงตัว (12/20)
รูปที่ 9
อัมพิละนางรม (หอยนางรมจี๊ดจ๊าด) (~336 ปี) Surat Thani Oyster with Cold Kumquat Tangy Sauce อัมพิละนางรม เป็นเมนูที่ได้บันทึกมาจากบันทึกของซีมง เดอ ลา ลูแบร์ ราชทูตของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้เดินทางมาประเทศไทยในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย เชฟเลือกใช้หอยตะโกรมซึ่งเป็นหอยนางรมไซซ์ใหญ่จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีจับคู่กับกรานิต้าซิตรัสมะปิ๊ดและขิงขูด ด้านบนท็อปด้วยใบผักชีล้อมและใบมะตูมแขก ทั้งนี้ตัวหอยตะโกรมซึ่งปกติจะมี Earthy Aroma ปนมามากกลับกลับถูกกลบด้วยความเผ็ดของอาหารจานก่อนหน้าได้อย่างลงตัว (12/20)
เครื่องแกงแฝงพวงร้อย (ฉู่ฉี่ไข่ปลา) (~336 ปี) Fried Fish Roe with Shoshi Curry หนึ่งในเมนูเด็ดประจำค่ำคืนนี้คือเมนูโบราณที่ต้องเล่าย้อนไปถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นยุคแรกที่คนไทยเริ่มใช้กะทิในการทำเครื่องแกงโดยได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดีย เชฟนำเสนอมาเป็นเครื่องแกงฉู่ฉี่เนียนละมุนจับคู่กับไข่ปลาโอที่ให้ความหนึบ อุมามิ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว อร่อยชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก รอบ ๆ คือดอกผักปัง สุดท้ายแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมขึ้นมาจากเคืร่องแกงฉู่ฉี่นั่นเอง (14/20)
รูปที่ 10
เครื่องแกงแฝงพวงร้อย (ฉู่ฉี่ไข่ปลา) (~336 ปี) Fried Fish Roe with Shoshi Curry หนึ่งในเมนูเด็ดประจำค่ำคืนนี้คือเมนูโบราณที่ต้องเล่าย้อนไปถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชซึ่งเป็นยุคแรกที่คนไทยเริ่มใช้กะทิในการทำเครื่องแกงโดยได้รับอิทธิพลมาจากชาวอินเดีย เชฟนำเสนอมาเป็นเครื่องแกงฉู่ฉี่เนียนละมุนจับคู่กับไข่ปลาโอที่ให้ความหนึบ อุมามิ ไร้ซึ่งกลิ่นคาว อร่อยชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก รอบ ๆ คือดอกผักปัง สุดท้ายแผ่น Tuile กรอบที่เตรียมขึ้นมาจากเคืร่องแกงฉู่ฉี่นั่นเอง (14/20)
กระยาหารส่งถวาย (ซุปไก่ดำรังนก) (~336 ปี) Bird's Nest in Black Chicken Soup กระยาหารส่งถวายเป็นเมนูที่ได้รับการบันทึกเอาไว้ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชช่วงที่เจ้าพระยาโกษาปานเดินทางไปกับเรือฝรั่งเศสเมื่อธันวาคม พ.ศ. 2228 เพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 ระหว่างนั้นท่านได้นำเมนูไปจัดเสิร์ฟเพื่อถวายแก่กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศสอีกด้วยและหนึ่งในนั้นคือซุปไก่ดำรังนกนั่นเอง (13/20)
รูปที่ 11
กระยาหารส่งถวาย (ซุปไก่ดำรังนก) (~336 ปี) Bird's Nest in Black Chicken Soup กระยาหารส่งถวายเป็นเมนูที่ได้รับการบันทึกเอาไว้ในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชช่วงที่เจ้าพระยาโกษาปานเดินทางไปกับเรือฝรั่งเศสเมื่อธันวาคม พ.ศ. 2228 เพื่อเข้าเฝ้าพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2229 ระหว่างนั้นท่านได้นำเมนูไปจัดเสิร์ฟเพื่อถวายแก่กษัตริย์แห่งประเทศฝรั่งเศสอีกด้วยและหนึ่งในนั้นคือซุปไก่ดำรังนกนั่นเอง (13/20)
กระยาหารส่งถวาย (ซุปไก่ดำรังนก) (~336 ปี) Bird's Nest in Black Chicken Soup น้ำซุปไก่เสิร์ฟมาในรูปแบบของ Consommé ให้รสชาติที่กลมกล่อม ด้านล่างคือรังนกให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเสริมด้วยความเปรี้ยวเล็กน้อยของเมล็ดเก๋ากี๊นั่นเอง (13/20)
รูปที่ 12
กระยาหารส่งถวาย (ซุปไก่ดำรังนก) (~336 ปี) Bird's Nest in Black Chicken Soup น้ำซุปไก่เสิร์ฟมาในรูปแบบของ Consommé ให้รสชาติที่กลมกล่อม ด้านล่างคือรังนกให้เนื้อสัมผัสกรุบกรอบเสริมด้วยความเปรี้ยวเล็กน้อยของเมล็ดเก๋ากี๊นั่นเอง (13/20)
เลิศรสลงสรง (กุ้งย่างน้ำปลามะกอก) (~112 ปี) Grilled River Prawn with Fermented Thai Olive Sauce ไฮไลท์ของมื้อนี้ต้องยกให้กับเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก” ประพันธ์โดยทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าถึงราชสกุลสนิทวงศ์ ว่ากันว่ากรุงเทพในสมัยก่อนมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดหาจับกุ้งแม่น้ำได้ด้วยมือเปล่า เชฟนำไปย่างจนสุกพอดีเสิร์ฟมาคู่กับหัวกุ้งและมันกุ้งเยิ้ม ๆ ปรุงรสด้วยพริกแดง หอมแดง และน้ำปลามะกอกซึ่งเป็นเมนูที่เคยพบได้ทุกครัวเรือนในกรุงเทพสมัยก่อนแต่กลับสูญหายไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน (14/20)
รูปที่ 13
เลิศรสลงสรง (กุ้งย่างน้ำปลามะกอก) (~112 ปี) Grilled River Prawn with Fermented Thai Olive Sauce ไฮไลท์ของมื้อนี้ต้องยกให้กับเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือ “เมื่อคุณตาคุณยายยังเด็ก” ประพันธ์โดยทิพย์วาณี สนิทวงศ์ ณ อยุธยา เล่าถึงราชสกุลสนิทวงศ์ ว่ากันว่ากรุงเทพในสมัยก่อนมีความอุดมสมบูรณ์ขนาดหาจับกุ้งแม่น้ำได้ด้วยมือเปล่า เชฟนำไปย่างจนสุกพอดีเสิร์ฟมาคู่กับหัวกุ้งและมันกุ้งเยิ้ม ๆ ปรุงรสด้วยพริกแดง หอมแดง และน้ำปลามะกอกซึ่งเป็นเมนูที่เคยพบได้ทุกครัวเรือนในกรุงเทพสมัยก่อนแต่กลับสูญหายไปอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบัน (14/20)
หมากชื่นกลิ่น (กรานิต้าหมากเม่า) (ร่วมสมัย) Ma Mao (Thai Blueberry) Granita ล้างปากก่อนเข้าสู้ Main Course ด้วยเมนูร่วมสมัยอย่างรานิต้าหมากเม่าท็อปด้านบนด้วย Mint Caviar นั่นเอง (13/20)
รูปที่ 14
หมากชื่นกลิ่น (กรานิต้าหมากเม่า) (ร่วมสมัย) Ma Mao (Thai Blueberry) Granita ล้างปากก่อนเข้าสู้ Main Course ด้วยเมนูร่วมสมัยอย่างรานิต้าหมากเม่าท็อปด้านบนด้วย Mint Caviar นั่นเอง (13/20)
การะเกตถือดาบ (~140 ปี) Grilled Lamb with Karaked Sauce การะเกต เป็นชื่อเมนูจากวังสวนสุนันทาที่พบปรากฎอยู่ในหนังสือโบราณ เชฟเลือกใช้ซี่โครงแกะย่างเสิร์ฟมากับซอสการะเกตที่ขึ้นมาจากขมิ้น กะทิ และกะปิเคยชั้นดี ด้านบนโรยด้วยผงที่เตรียมมาจากน้ำของเนื้อแกะผสมกันกับซอสการะเกตเช่นกัน ตรงกลางคือผักชีครุฑทอดกรอบ ข้างกันคือน้ำอาจาดกะทิจากสูตรของวังสวนสุนันทาสำหรับรับประทานตัดรสชาติกันได้อย่างลงตัว (13/20)
รูปที่ 15
การะเกตถือดาบ (~140 ปี) Grilled Lamb with Karaked Sauce การะเกต เป็นชื่อเมนูจากวังสวนสุนันทาที่พบปรากฎอยู่ในหนังสือโบราณ เชฟเลือกใช้ซี่โครงแกะย่างเสิร์ฟมากับซอสการะเกตที่ขึ้นมาจากขมิ้น กะทิ และกะปิเคยชั้นดี ด้านบนโรยด้วยผงที่เตรียมมาจากน้ำของเนื้อแกะผสมกันกับซอสการะเกตเช่นกัน ตรงกลางคือผักชีครุฑทอดกรอบ ข้างกันคือน้ำอาจาดกะทิจากสูตรของวังสวนสุนันทาสำหรับรับประทานตัดรสชาติกันได้อย่างลงตัว (13/20)
ทวิรสสดชื่น (ปลาแห้งแตงโม) (~500 ปี) Fresh Fruits Bites ล้างปากด้วยปลาแห้งแตงโมที่เชฟอาหารหวานประจำร้านนำมาตีความเสียใหม่โดยใช้แตงโมสองสีนำไป Brine กับ Moscato Wine ด้านบนท็อปด้วยเพสต์ปลาแห้งหอม มัน อุมามิ ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Tuile หอมเจียวกรอบ ๆ และ Popping Candy ช่วยเพิ่มความสนุกขณะชิม (13/20)
รูปที่ 16
ทวิรสสดชื่น (ปลาแห้งแตงโม) (~500 ปี) Fresh Fruits Bites ล้างปากด้วยปลาแห้งแตงโมที่เชฟอาหารหวานประจำร้านนำมาตีความเสียใหม่โดยใช้แตงโมสองสีนำไป Brine กับ Moscato Wine ด้านบนท็อปด้วยเพสต์ปลาแห้งหอม มัน อุมามิ ด้านบนท็อปด้วยแผ่น Tuile หอมเจียวกรอบ ๆ และ Popping Candy ช่วยเพิ่มความสนุกขณะชิม (13/20)
หินฝนทอง (~300 ปี) Gold Scratching Rock หินฝนทองแต่เดิมเป็นเมนูที่มีรสชาติหวาน ให้พลังงานสูง และเก็บเอาไว้ได้นานทำให้เหล่าทหารมักพกไปสำหรับรับประทานในช่วงเวลาออกรบ เชฟได้นำมาตีความเสียใหม่ให้อร่อยยิ่งขึ้นโดยใช้วัตถุดิบสำคัญเพียง 3 อย่างคือ น้ำตาล กะทิ และงาเท่านั้น (13/20)
รูปที่ 17
หินฝนทอง (~300 ปี) Gold Scratching Rock หินฝนทองแต่เดิมเป็นเมนูที่มีรสชาติหวาน ให้พลังงานสูง และเก็บเอาไว้ได้นานทำให้เหล่าทหารมักพกไปสำหรับรับประทานในช่วงเวลาออกรบ เชฟได้นำมาตีความเสียใหม่ให้อร่อยยิ่งขึ้นโดยใช้วัตถุดิบสำคัญเพียง 3 อย่างคือ น้ำตาล กะทิ และงาเท่านั้น (13/20)
บิสกิตแครนเบอร์รี่ (สัมปันนีแครนเบอร์รี่) (~300 ปี) Melting Thai Candle Cookie ขนมสัมปันนีมีชื่อที่แปลตรงตัวได้ว่าผู้เป็นที่รัก เชฟนำมาปรับปรุงสูตรโดยอาศัยเทคนิคที่ทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้นและไม่ติดคอ ตัวบิสกิตแช่เย็นมาช่วยเรียกความสดชื่นทั้งยังให้ความเปรี้ยวนิด ๆ จากแครนเบอร์รี่อีกด้วย (13/20)
รูปที่ 18
บิสกิตแครนเบอร์รี่ (สัมปันนีแครนเบอร์รี่) (~300 ปี) Melting Thai Candle Cookie ขนมสัมปันนีมีชื่อที่แปลตรงตัวได้ว่าผู้เป็นที่รัก เชฟนำมาปรับปรุงสูตรโดยอาศัยเทคนิคที่ทำให้รับประทานได้ง่ายขึ้นและไม่ติดคอ ตัวบิสกิตแช่เย็นมาช่วยเรียกความสดชื่นทั้งยังให้ความเปรี้ยวนิด ๆ จากแครนเบอร์รี่อีกด้วย (13/20)
คุกกี้หน้าปัดนาฬิกา Time Kaan Cookie ขนมคุกกี้เสิร์ฟมาให้รับประทานกับเล่น ๆ ระหว่างรออาหาร ตัวคุกกี้แฝงกิมมิคเป็นรูปนาฬิกาที่มีหน้าปัดนับถอยหลังสื่อถึงคอนเซปที่จะพานักชิมทุกคนย้อนไปชิมอาหารที่ถูกคิดค้นในวันวานนั่นเอง
รูปที่ 19
คุกกี้หน้าปัดนาฬิกา Time Kaan Cookie ขนมคุกกี้เสิร์ฟมาให้รับประทานกับเล่น ๆ ระหว่างรออาหาร ตัวคุกกี้แฝงกิมมิคเป็นรูปนาฬิกาที่มีหน้าปัดนับถอยหลังสื่อถึงคอนเซปที่จะพานักชิมทุกคนย้อนไปชิมอาหารที่ถูกคิดค้นในวันวานนั่นเอง
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเลือกรายการอาหารเพราะทางร้านนำเสนอ Tastimg Menu เพียงรูปแบบเดียวนำเสนอมาจำนวน 14 คอร์สในราคา 3,500++ ต่อท่าน ตลอดระยะเวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงเราจะได้เพลิดเพลินไปกับการจัดเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องและรื่นไหล นอกจากนี้ทางร้านยังมีตัวเลือกการจัยคู่เครื่องดื่มทั้งแบบมีและไม่มีแอลกอฮอล์ในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ อีกด้วย
รูปที่ 20
ลูกค้าไม่จำเป็นต้องเลือกรายการอาหารเพราะทางร้านนำเสนอ Tastimg Menu เพียงรูปแบบเดียวนำเสนอมาจำนวน 14 คอร์สในราคา 3,500++ ต่อท่าน ตลอดระยะเวลาราว ๆ 2 ชั่วโมงเราจะได้เพลิดเพลินไปกับการจัดเสิร์ฟอย่างต่อเนื่องและรื่นไหล นอกจากนี้ทางร้านยังมีตัวเลือกการจัยคู่เครื่องดื่มทั้งแบบมีและไม่มีแอลกอฮอล์ในราคาที่น่าสนใจมาก ๆ อีกด้วย
เชฟโปร เติบโตมากับคุณยายที่ประกอบอาชีพขายข้าวแกงก่อนจะเดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารไทยในนคร Brisbane ประเทศออสเตรเลียและดำรงตำแหน่งเป็นถึง Head Chef หลังจากนั้นเธอกลับมาร่วมงานกับร้านอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ชั้นนำอยู่นานถึง 5 ปีกว่าจึงการันตีได้ว่าฝีมือและรสมือของเธอนั้นไม่ธรรมดา
รูปที่ 21
เชฟโปร เติบโตมากับคุณยายที่ประกอบอาชีพขายข้าวแกงก่อนจะเดินทางไปทำงานที่ร้านอาหารไทยในนคร Brisbane ประเทศออสเตรเลียและดำรงตำแหน่งเป็นถึง Head Chef หลังจากนั้นเธอกลับมาร่วมงานกับร้านอาหารระดับ 2 MICHELIN Stars ชั้นนำอยู่นานถึง 5 ปีกว่าจึงการันตีได้ว่าฝีมือและรสมือของเธอนั้นไม่ธรรมดา
🎗 วันนี้แอดมินจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารเปิดใหม่ที่ใช้ชื่อน่ารัก ๆ ว่า “ตามกาล”
รูปที่ 22
🎗 วันนี้แอดมินจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารเปิดใหม่ที่ใช้ชื่อน่ารัก ๆ ว่า “ตามกาล”
ตำแหน่งของร้านนั้นตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 8 คู่กันกับร้านน้องสาวที่มีชื่อว่า “จิรกาล”
รูปที่ 23
ตำแหน่งของร้านนั้นตั้งอยู่ในสุขุมวิทซอย 8 คู่กันกับร้านน้องสาวที่มีชื่อว่า “จิรกาล”
เจ้าของร้านคือคุณปุ้ย-ตรีประดับ หวังวงศ์วิวัฒน์ อาศัยความเป็นนักอ่านและความชื่นชอบส่วนตัวเกี่ยวกับการค้นคว้าตำราอาหารโบราณ, งานวิจัย, บันทึก และจดหมายเหตุทั้งจากในและนอกประเทศเพื่อตีความเมนูที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ออกมาในรูปแบบของตัวเธอเอง นอกจากนี้เธอยังได้ ผศ.ดร.ศันสนีย์ จะสุวรรณ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยมาช่วยคัดเลือกเมนูที่น่าสนใจอีกด้วย
รูปที่ 24
เจ้าของร้านคือคุณปุ้ย-ตรีประดับ หวังวงศ์วิวัฒน์ อาศัยความเป็นนักอ่านและความชื่นชอบส่วนตัวเกี่ยวกับการค้นคว้าตำราอาหารโบราณ, งานวิจัย, บันทึก และจดหมายเหตุทั้งจากในและนอกประเทศเพื่อตีความเมนูที่สูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ออกมาในรูปแบบของตัวเธอเอง นอกจากนี้เธอยังได้ ผศ.ดร.ศันสนีย์ จะสุวรรณ์ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยมาช่วยคัดเลือกเมนูที่น่าสนใจอีกด้วย
ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยให้บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่เป็นทางการจนเกินไปทั้งยังแฝงกลิ่นอายการย้อนยุคเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
รูปที่ 25
ภายในตกแต่งแบบร่วมสมัยให้บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่เป็นทางการจนเกินไปทั้งยังแฝงกลิ่นอายการย้อนยุคเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
พื้นที่หน้าร้านโดดเด่นด้วยนาฬิกาเรือนใหญ่เสมือนเป็นคำใบ้บอกถึงสิ่งที่นักชิมทุกคนกำลังจะได้สัมผัส
รูปที่ 26
พื้นที่หน้าร้านโดดเด่นด้วยนาฬิกาเรือนใหญ่เสมือนเป็นคำใบ้บอกถึงสิ่งที่นักชิมทุกคนกำลังจะได้สัมผัส
🎗 อาหารทุกจานในวันนี้ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตผสมผสานกันกับเทคนิคยุคปัจจุบันออกมาได้อย่างกลมกล่อม เมื่อประกอบกับรสมือที่ดีของเชฟทำให้อาหารเกินครึ่งจากทั้ง 14 คอร์สมีความโดดเด่นในตัวเอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือโทรจองได้ที่เบอร์ 082-646-1664 กันได้เลย
รูปที่ 27
🎗 อาหารทุกจานในวันนี้ผ่านการร้อยเรียงเรื่องราวในอดีตผสมผสานกันกับเทคนิคยุคปัจจุบันออกมาได้อย่างกลมกล่อม เมื่อประกอบกับรสมือที่ดีของเชฟทำให้อาหารเกินครึ่งจากทั้ง 14 คอร์สมีความโดดเด่นในตัวเอง สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามหรือโทรจองได้ที่เบอร์ 082-646-1664 กันได้เลย

แกลเลอรี