GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
The Water Library
Others

ThailandThe Water Library · เดอะ วอเตอร์ ไลบรารี่

Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — ชั้น 5 ห้างสรรพสินค้า Central Embassy, ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี, เขตปทุมวัน, กรุงเทพมหานคร 10330

🎗 [INTRO] The Water Library เป็นหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่เปิดทำการมานานเกินกว่า 10 ปีทั้งยังมีลูกค้าเก่าแวะเวียนกลับมาชิมกันอยู่เป็นประจำ ไม่นานมานี้ทางร้านได้คว้าตัว Head Chef คนใหม่ชาวออสเตรียนามว่า Oliver Drug ซึ่งการันตีความสามารถด้วยประสบการณ์การร่วมงานกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star หลายแห่งในยุโรปมานานเกินกว่า 10 ปีเลยทีเดียว

🎗 [THE PLACE] The Water Library ปัจจุบันย้ายมาตั้งอยู่บนชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้า Central Embassy ไม่ไกลกันกับอีกหนึ่งห้องอาหารในเครืออย่าง Hong Bao บริเวณทางเข้าร้านออกแบบในสไตล์รัสติคแลดูคล้ายกันกับส่วนฐานของหอไอเฟลโดยมีแผนกต้อนรับคอยตรวจสอบการจองและมีจุดสำหรับจำหน่ายของหวานอีกด้วย ภายในร้านตกแต่งให้มีความแคชวลแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา เคาน์เตอร์โดนเด่นด้วยแก้วไวน์คุณภาพดีครบทุกประเภท ข้าง ๆ กันเป็นห้องสำหรับเก็บไวน์ โซฟาสีแดงนั่งสบายพร้อมกับฉากหลังเป็นกระจกเงาทำให้พื้นที่ห้องรับประทานอาหารหลักดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำให้เลือกจองพื้นที่ด้านหลังของร้านซึ่งโดดเด่นด้วยโต๊ะพร้อมด้วยทัศนียภาพของตึกระฟ้าน้อยใหญ่โดยรอบผ่านกระจกใสที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ส่วนใครที่ช่างสังเกตอาจเห็นภาพและงานศิลป์ต่าง ๆ ที่ยกมาจากสาขาเดิมที่จามจุรีสแควร์รวมไปถึงชั้นวางขวดน้ำเปล่าที่วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] เชฟ Oliver Drug เกิดและเติบโตในกรุง Vienna ประเทศออสเตรีย Vendôme (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น), Das Loft (1 MICHELIN Star) รวมไปถึงการเป็นหนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญของเชฟ Juan Amador ในการพาห้องอาหาร Amador คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จอีกด้วย ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเขาเดินทางมาออกงานอีเว้นต์กับห้องอาหาร The Water Library ร่วมกับเชฟ Juan Amador และได้รับการทาบทามให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น Head Chef คุมห้องครัวที่นี่อย่างเต็มตัวนั่นเอง

🎗 [THE FOOD] The Water Library นำเสนอ Tasting Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ Classic (4,500++) ที่นำเสนอจานยอดนิยมของลูกค้าขาประจำตั้งแต่ร้านสาขาเดิมและ Rainy Romance (4,900++) ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่โดยเชฟ Oliver Drug ซึ่งผ่านการคิดค้นและปรับปรุงจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เทียบเคียงได้กับร้านอาหารระดับสูงในยุโรป ส่วนใครที่มีเวลาไม่มากก็สามารถเลือกสั่งรายการแบบ À La Carte มาชิมได้ตามใจชอบเช่นกัน รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายอันเนื่องมาจากเจ้าของร้านคือคุณพจน์ ลี เป็นนักสะสมไวน์ตัวยงทั้งยังนำเข้าไวน์จากหลากหลายแหล่งทั่วโลกเข้ามายังประเทศไทยด้วยตัวเอง สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นในวันนี้คือ

✨ Carabineros Ceviche

cucumber, avocado, cilantro

Ceviche ที่ได้จากการนำกุ้งแดง Carabinero จากประเทศสเปนที่ผ่านการแช่ในน้ำมันมะกอก เกลือ และผิวมะนาวจับคู่มากับซอส Ceviche ที่นำเสนอให้ออกมามีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น ยังมีความเปรี้ยวที่ได้จากแตงกวาดอง มะเขือเทศเขียว มะนาวนิ้วมือคาเวียร์ และหอมแดงดอง เชฟตัดด้วยความฉุนที่ได้จากน้ำมันผักชี นอกจากนี้ยังมีอโวคาโดครีมและอโวคาโดย่างช่วยผสานเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบให้เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)

✨ Patagonian Toothfish

N25 caviar, beetroot, chervil

Patagonian Toothfish จากทะเลลึกฝั่งอเมริกาใต้มีเนื้อสัมผัสที่เฟิร์มและสู้ฟันพอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์ N25 จากประเทศจีนซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์คาเวียร์ที่ทำออกมาได้ดีและมีเอกลักษณ์สูงมาก ๆ เชฟเสิร์ฟมากับมันฝรั่งและบีทรูทซึ่งมีระดับเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน จากนั้นราดด้วยซอส Buerre Blanc ให้ความเปรี้ยวมาตัดกันกับความเค็มของคาเวียร์และเอิร์ธโทนของบีทรูท นอกจากนี้ยังมีไข่ปลาแซลมอนใส่มาด้วย สุดท้ายคือความฉุนของน้ำมัน Chervil ช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติและกลิ่นให้สมดุลมากขึ้น (15/20)

✨ A4 Striploin

artichoke barigoule, black garlic, taliaga olive, lemon & vanilla jam

เนื้อวัววากิวระดับ A4 จากประเทศญี่ปุ่นที่เชฟนำไป Glazed ด้วยแยมเลมอนและวานิลลาเพื่อให้อโรมาหอม ๆ กลืนกับเข้าไปกับมันเนื้อ ข้าง ๆ กันคือมันฝรั่งที่นำไปกงฟีจนนุ่ม ด้านบนโรยด้วยโรสแมรี่และมะกอกดำ Taliaga แห้ง ชิ้นแก่นตะวันเตรียมมาในลักษณะของ Barigoule สุดคลาสสิค ยังมีครีมของกระเทียมดำช่วยเพิ่มความฉุน ไฮไลท์ของจานนี้คือซอสที่เตรียมมาจาก Jus วัวเข้มข้นผสมกันกับส่วนต่าง ๆ ของหัวลูกวัว ไขกระดูก เห็ดชิตาเกะ และเมล็ดมัสตาร์ดโดยเชฟเตรียมออกมาได้อย่างน่าประทับใจจนเราต้องขอเพิ่ม (15/20)

🎗 [WHY GO] ถึงแม้ว่า The Water Library จะมีทำเลตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแต่ภายในร้านได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคนได้ตลอดทั้งมื้อ สำหรับเพื่อน ๆ ที่อาจคุ้นเคยกับ Classic Tasting Menu เราขอแนะนำอย่างมากให้ลองเปิดใจชิม Seasonal Tasting Menu ของเชฟ Oliver Drug ซึ่งผ่านการคิดค้นมาอย่างดีสังเกตได้จากองค์ประกอบที่หลากหลายในอาหารทุกจานแต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่เข้าใจได้ง่ายและสร้างความประทับใจให้กับเราได้อย่างคาดไม่ถึง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 21 รูป

🇹🇭 The Water Library - เดอะ วอเตอร์ ไลบรารี่🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Oliver Drug - เชฟโอลิเวอร์ ดรูก
รูปที่ 1
🇹🇭 The Water Library - เดอะ วอเตอร์ ไลบรารี่🍴 Modern Cuisine - อาหารโมเดิร์น👨🏻‍🍳 Chef Oliver Drug - เชฟโอลิเวอร์ ดรูก
Amuse Bouchea little welcomeAmuse Bouche ในครั้งนี้เสิร์ฟมา 4 อย่างประกอบด้วยมาการองสีเขียวจับคู่มากับแซลมอนสับมาเป็น Tartare และครีมถั่วลันเตารสหวาน เชฟเพิ่มความเค็มที่ได้จาก Pancetta อิตาลีลงไปด้านบน ถัดมาคือ Beef Tartare ที่ผ่่นกระบวยการหมักในสไตล์เอเชียจับคู่กับครีมไข่แดง โฟมดาชิมิโสะ และยูบะหรือแผ่นฟองเต้าหู้ คำที่สามคือแผ่นปอเปี๊ยะกรอบจับคู่กับ Brandade หรือปลาค็อดเค็มที่ผสมผสานกันกับมันฝรั่งบด กระเทียมสด กระเทียมกงฟี และผิวเลมอน ด้านบนคือไข่ปลาแซลมอน คำสุดท้ายคือ Tartelette ที่บรรจุก้ามปูม้าที่ผ่านกระบวนการหมักสไตล์ออสเตรียที่เรียกว่า Housewives Method ความหอมของเนื้อปูผสานเข้ากันกับผักชีลาว แตงกวา เมล็ดมัสตาร์ด หอมแดง มันฝรั่ง และน้ำส้มสายชูได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 2
Amuse Bouchea little welcomeAmuse Bouche ในครั้งนี้เสิร์ฟมา 4 อย่างประกอบด้วยมาการองสีเขียวจับคู่มากับแซลมอนสับมาเป็น Tartare และครีมถั่วลันเตารสหวาน เชฟเพิ่มความเค็มที่ได้จาก Pancetta อิตาลีลงไปด้านบน ถัดมาคือ Beef Tartare ที่ผ่่นกระบวยการหมักในสไตล์เอเชียจับคู่กับครีมไข่แดง โฟมดาชิมิโสะ และยูบะหรือแผ่นฟองเต้าหู้ คำที่สามคือแผ่นปอเปี๊ยะกรอบจับคู่กับ Brandade หรือปลาค็อดเค็มที่ผสมผสานกันกับมันฝรั่งบด กระเทียมสด กระเทียมกงฟี และผิวเลมอน ด้านบนคือไข่ปลาแซลมอน คำสุดท้ายคือ Tartelette ที่บรรจุก้ามปูม้าที่ผ่านกระบวนการหมักสไตล์ออสเตรียที่เรียกว่า Housewives Method ความหอมของเนื้อปูผสานเข้ากันกับผักชีลาว แตงกวา เมล็ดมัสตาร์ด หอมแดง มันฝรั่ง และน้ำส้มสายชูได้อย่างลงตัว (15/20)
Purple Rainvodka, blue curacao, cranberry, grenadineจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟเครื่องดื่มที่รวมอยู่ในคอร์สเพื่อเรียกความสดชื่น
รูปที่ 3
Purple Rainvodka, blue curacao, cranberry, grenadineจากนั้นพนักงานจะเสิร์ฟเครื่องดื่มที่รวมอยู่ในคอร์สเพื่อเรียกความสดชื่น
Carabineros Cevichecucumber, avocado, cilantroCeviche ที่ได้จากการนำกุ้งแดง Carabinero จากประเทศสเปนที่ผ่านการแช่ในน้ำมันมะกอก เกลือ และผิวมะนาวจับคู่มากับซอส Ceviche ที่นำเสนอให้ออกมามีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น ยังมีความเปรี้ยวที่ได้จากแตงกวาดอง มะเขือเทศเขียว มะนาวนิ้วมือคาเวียร์ และหอมแดงดอง เชฟตัดด้วยความฉุนที่ได้จากน้ำมันผักชี นอกจากนี้ยังมีอโวคาโดครีมและอโวคาโดย่างช่วยผสานเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบให้เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
รูปที่ 4
Carabineros Cevichecucumber, avocado, cilantroCeviche ที่ได้จากการนำกุ้งแดง Carabinero จากประเทศสเปนที่ผ่านการแช่ในน้ำมันมะกอก เกลือ และผิวมะนาวจับคู่มากับซอส Ceviche ที่นำเสนอให้ออกมามีความโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น ยังมีความเปรี้ยวที่ได้จากแตงกวาดอง มะเขือเทศเขียว มะนาวนิ้วมือคาเวียร์ และหอมแดงดอง เชฟตัดด้วยความฉุนที่ได้จากน้ำมันผักชี นอกจากนี้ยังมีอโวคาโดครีมและอโวคาโดย่างช่วยผสานเนื้อสัมผัสของทุกองค์ประกอบให้เข้ากันได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
Deconstructed Onion Soupscallop, onion soup sago, epoisses cheese foamคอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศสแต่อาศัยเทคนิคการแยกองค์ประกอบเพื่อนำเสนออกมาในรูปแบบใหม่ ด้านล่างคือ Consommé หรือซุปใสเสิร์ฟมาพร้อมกันกับเมล็ดสาคูเคี้ยวหนึบ ไฮไลที่คือโฟมชีส Époisses นอกจากนี้ยังมีหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโดที่ย่างมากสุกกำลังดี สุดท้ายคือแผ่นขนมปังกรอบที่มีส่วนผสมและได้สีมาจากชีส Mimolette นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 5
Deconstructed Onion Soupscallop, onion soup sago, epoisses cheese foamคอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากซุปหัวหอมสไตล์ฝรั่งเศสแต่อาศัยเทคนิคการแยกองค์ประกอบเพื่อนำเสนออกมาในรูปแบบใหม่ ด้านล่างคือ Consommé หรือซุปใสเสิร์ฟมาพร้อมกันกับเมล็ดสาคูเคี้ยวหนึบ ไฮไลที่คือโฟมชีส Époisses นอกจากนี้ยังมีหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโดที่ย่างมากสุกกำลังดี สุดท้ายคือแผ่นขนมปังกรอบที่มีส่วนผสมและได้สีมาจากชีส Mimolette นั่นเอง (15/20)
Patagonian ToothfishN25 caviar, beetroot, chervilPatagonian Toothfish จากทะเลลึกฝั่งอเมริกาใต้มีเนื้อสัมผัสที่เฟิร์มและสู้ฟันพอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์ N25 จากประเทศจีนซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์คาเวียร์ที่ทำออกมาได้ดีและมีเอกลักษณ์สูงมาก ๆ เชฟเสิร์ฟมากับมันฝรั่งและบีทรูทซึ่งมีระดับเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน จากนั้นราดด้วยซอส Buerre Blanc ให้ความเปรี้ยวมาตัดกันกับความเค็มของคาเวียร์และเอิร์ธโทนของบีทรูท นอกจากนี้ยังมีไข่ปลาแซลมอนใส่มาด้วย สุดท้ายคือความฉุนของน้ำมัน Chervil ช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติและกลิ่นให้สมดุลมากขึ้น (15/20)
รูปที่ 6
Patagonian ToothfishN25 caviar, beetroot, chervilPatagonian Toothfish จากทะเลลึกฝั่งอเมริกาใต้มีเนื้อสัมผัสที่เฟิร์มและสู้ฟันพอเหมาะ ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์ N25 จากประเทศจีนซึ่งเป็นหนึ่งในแบรนด์คาเวียร์ที่ทำออกมาได้ดีและมีเอกลักษณ์สูงมาก ๆ เชฟเสิร์ฟมากับมันฝรั่งและบีทรูทซึ่งมีระดับเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน จากนั้นราดด้วยซอส Buerre Blanc ให้ความเปรี้ยวมาตัดกันกับความเค็มของคาเวียร์และเอิร์ธโทนของบีทรูท นอกจากนี้ยังมีไข่ปลาแซลมอนใส่มาด้วย สุดท้ายคือความฉุนของน้ำมัน Chervil ช่วยบาลานซ์โทนของรสชาติและกลิ่นให้สมดุลมากขึ้น (15/20)
A4 Striploinartichoke barigoule, black garlic, taliaga olive, lemon & vanilla jamเนื้อวัววากิวระดับ A4 จากประเทศญี่ปุ่นที่เชฟนำไป Glazed ด้วยแยมเลมอนและวานิลลาเพื่อให้อโรมาหอม ๆ กลืนกับเข้าไปกับมันเนื้อ ข้าง ๆ กันคือมันฝรั่งที่นำไปกงฟีจนนุ่ม ด้านบนโรยด้วยโรสแมรี่และมะกอกดำ Taliaga แห้ง ชิ้นแก่นตะวันเตรียมมาในลักษณะของ Barigoule สุดคลาสสิค ยังมีครีมของกระเทียมดำช่วยเพิ่มความฉุน ไฮไลท์ของจานนี้คือซอสที่เตรียมมาจาก Jus วัวเข้มข้นผสมกันกับส่วนต่าง ๆ ของหัวลูกวัว ไขกระดูก เห็ดชิตาเกะ และเมล็ดมัสตาร์ดโดยเชฟเตรียมออกมาได้อย่างน่าประทับใจจนเราต้องขอเพิ่ม (15/20)
รูปที่ 7
A4 Striploinartichoke barigoule, black garlic, taliaga olive, lemon & vanilla jamเนื้อวัววากิวระดับ A4 จากประเทศญี่ปุ่นที่เชฟนำไป Glazed ด้วยแยมเลมอนและวานิลลาเพื่อให้อโรมาหอม ๆ กลืนกับเข้าไปกับมันเนื้อ ข้าง ๆ กันคือมันฝรั่งที่นำไปกงฟีจนนุ่ม ด้านบนโรยด้วยโรสแมรี่และมะกอกดำ Taliaga แห้ง ชิ้นแก่นตะวันเตรียมมาในลักษณะของ Barigoule สุดคลาสสิค ยังมีครีมของกระเทียมดำช่วยเพิ่มความฉุน ไฮไลท์ของจานนี้คือซอสที่เตรียมมาจาก Jus วัวเข้มข้นผสมกันกับส่วนต่าง ๆ ของหัวลูกวัว ไขกระดูก เห็ดชิตาเกะ และเมล็ดมัสตาร์ดโดยเชฟเตรียมออกมาได้อย่างน่าประทับใจจนเราต้องขอเพิ่ม (15/20)
Bread & Butterเริ่มต้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังครัวซองต์ฝรั่งเศสและเนยโพสแมรี่หัวหอมใหญ่ อย่าลืมลองจับคู่กันกับเนยจืด เนยทรัฟเฟิล และเกลือทะเล
รูปที่ 8
Bread & Butterเริ่มต้นพนักงานจะเสิร์ฟขนมปังครัวซองต์ฝรั่งเศสและเนยโพสแมรี่หัวหอมใหญ่ อย่าลืมลองจับคู่กันกับเนยจืด เนยทรัฟเฟิล และเกลือทะเล
Pre Dessertmandarin, pomelo, yogurt foamล้างปากด้วยส้มโอและซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากส้ม ด้านบนท็อปด้วยโฟมโยเกิร์ตส้มและผิวเลมอน (15/20)
รูปที่ 9
Pre Dessertmandarin, pomelo, yogurt foamล้างปากด้วยส้มโอและซอร์เบท์ที่เตรียมมาจากส้ม ด้านบนท็อปด้วยโฟมโยเกิร์ตส้มและผิวเลมอน (15/20)
Wild Honey & Pearpear sorbet, honey foam, honeycomb, brown butter cake, honey tuileของหวานจานหลักคือ Brown Butter Financier จับคู่มากับลูกแพร์สดและซอร์เบท์ลูกแพร์ ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยโฟมน้ำผึ้งวานิลา ยังมีความหวานฉ่ำที่ได้มาจากรังผึ้งชิ้นจิ๋ว เชฟรอยผงวานิลลาลงไปด้านบนรวมไปถึงบริเวณขอบจาน องค์ประกอบทั้งหมดห่อล้อมด้วยแผ่น Tuile บางกรอบที่เตรียมมาจากน้ำผึ้งเช่นกัน (15/20)
รูปที่ 10
Wild Honey & Pearpear sorbet, honey foam, honeycomb, brown butter cake, honey tuileของหวานจานหลักคือ Brown Butter Financier จับคู่มากับลูกแพร์สดและซอร์เบท์ลูกแพร์ ทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยโฟมน้ำผึ้งวานิลา ยังมีความหวานฉ่ำที่ได้มาจากรังผึ้งชิ้นจิ๋ว เชฟรอยผงวานิลลาลงไปด้านบนรวมไปถึงบริเวณขอบจาน องค์ประกอบทั้งหมดห่อล้อมด้วยแผ่น Tuile บางกรอบที่เตรียมมาจากน้ำผึ้งเช่นกัน (15/20)
Petit Four (3 pcs)selection of homemade sweet treatsก่อนกลับบ้านพนักงานจะเสิร์ฟของหวานจิ๋วมาอีก 3 อย่างคือ Bonbon, Raspberry Macaron และ Choux with Vanilla Cream
รูปที่ 11
Petit Four (3 pcs)selection of homemade sweet treatsก่อนกลับบ้านพนักงานจะเสิร์ฟของหวานจิ๋วมาอีก 3 อย่างคือ Bonbon, Raspberry Macaron และ Choux with Vanilla Cream
Caffè Latteปิดท้ายด้วยกาแฟ ร้อน ๆ สักแก้วซึ่งรวมอยู่ในเซ็ตเมนูเรียบร้อยแล้ว
รูปที่ 12
Caffè Latteปิดท้ายด้วยกาแฟ ร้อน ๆ สักแก้วซึ่งรวมอยู่ในเซ็ตเมนูเรียบร้อยแล้ว
🎗 [INTRO] The Water Library เป็นหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่เปิดทำการมานานเกินกว่า 10 ปีทั้งยังมีลูกค้าเก่าแวะเวียนกลับมาชิมกันอยู่เป็นประจำ ไม่นานมานี้ทางร้านได้คว้าตัว Head Chef คนใหม่ชาวออสเตรียนามว่า Oliver Drug ซึ่งการันตีความสามารถด้วยประสบการณ์การร่วมงานกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star หลายแห่งในยุโรปมานานเกินกว่า 10 ปีเลยทีเดียว
รูปที่ 13
🎗 [INTRO] The Water Library เป็นหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่เปิดทำการมานานเกินกว่า 10 ปีทั้งยังมีลูกค้าเก่าแวะเวียนกลับมาชิมกันอยู่เป็นประจำ ไม่นานมานี้ทางร้านได้คว้าตัว Head Chef คนใหม่ชาวออสเตรียนามว่า Oliver Drug ซึ่งการันตีความสามารถด้วยประสบการณ์การร่วมงานกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star หลายแห่งในยุโรปมานานเกินกว่า 10 ปีเลยทีเดียว
🎗 [THE CHEF] เชฟ Oliver Drug เกิดและเติบโตในกรุง Vienna ประเทศออสเตรีย Vendôme (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น), Das Loft (1 MICHELIN Star) รวมไปถึงการเป็นหนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญของเชฟ Juan Amador ในการพาห้องอาหาร Amador คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จอีกด้วย ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเขาเดินทางมาออกงานอีเว้นต์กับห้องอาหาร The Water Library ร่วมกับเชฟ Juan Amador และได้รับการทาบทามให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น Head Chef คุมห้องครัวที่นี่อย่างเต็มตัวนั่นเอง
รูปที่ 14
🎗 [THE CHEF] เชฟ Oliver Drug เกิดและเติบโตในกรุง Vienna ประเทศออสเตรีย Vendôme (3 MICHELIN Stars ในขณะนั้น), Das Loft (1 MICHELIN Star) รวมไปถึงการเป็นหนึ่งในผู้ช่วยคนสำคัญของเชฟ Juan Amador ในการพาห้องอาหาร Amador คว้ารางวัล 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จอีกด้วย ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาเขาเดินทางมาออกงานอีเว้นต์กับห้องอาหาร The Water Library ร่วมกับเชฟ Juan Amador และได้รับการทาบทามให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเป็น Head Chef คุมห้องครัวที่นี่อย่างเต็มตัวนั่นเอง
🎗 [THE PLACE] The Water Library ปัจจุบันย้ายมาตั้งอยู่บนชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้า Central Embassy ไม่ไกลกันกับอีกหนึ่งห้องอาหารในเครืออย่าง Hong Bao
รูปที่ 15
🎗 [THE PLACE] The Water Library ปัจจุบันย้ายมาตั้งอยู่บนชั้น 5 ของห้างสรรพสินค้า Central Embassy ไม่ไกลกันกับอีกหนึ่งห้องอาหารในเครืออย่าง Hong Bao
ภายในร้านตกแต่งให้มีความแคชวลแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา โซฟาสีแดงนั่งสบายพร้อมกับฉากหลังเป็นกระจกเงาทำให้พื้นที่ห้องรับประทานอาหารหลักดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 16
ภายในร้านตกแต่งให้มีความแคชวลแต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา โซฟาสีแดงนั่งสบายพร้อมกับฉากหลังเป็นกระจกเงาทำให้พื้นที่ห้องรับประทานอาหารหลักดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
🎗 [THE FOOD] The Water Library นำเสนอ Tasting Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ Classic (4,500++) ที่นำเสนอจานยอดนิยมของลูกค้าขาประจำตั้งแต่ร้านสาขาเดิมและ Rainy Romance (4,900++) ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่โดยเชฟ Oliver Drug ซึ่งผ่านการคิดค้นและปรับปรุงจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เทียบเคียงได้กับร้านอาหารระดับสูงในยุโรป ส่วนใครที่มีเวลาไม่มากก็สามารถเลือกสั่งรายการแบบ À La Carte มาชิมได้ตามใจชอบเช่นกัน รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายอันเนื่องมาจากเจ้าของร้านคือคุณพจน์ ลี เป็นนักสะสมไวน์ตัวยงทั้งยังนำเข้าไวน์จากหลากหลายแหล่งทั่วโลกเข้ามายังประเทศไทยด้วยตัวเอง
รูปที่ 17
🎗 [THE FOOD] The Water Library นำเสนอ Tasting Menu ทั้งหมด 2 รูปแบบคือ Classic (4,500++) ที่นำเสนอจานยอดนิยมของลูกค้าขาประจำตั้งแต่ร้านสาขาเดิมและ Rainy Romance (4,900++) ซึ่งเป็นเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นใหม่โดยเชฟ Oliver Drug ซึ่งผ่านการคิดค้นและปรับปรุงจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์เทียบเคียงได้กับร้านอาหารระดับสูงในยุโรป ส่วนใครที่มีเวลาไม่มากก็สามารถเลือกสั่งรายการแบบ À La Carte มาชิมได้ตามใจชอบเช่นกัน รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายอันเนื่องมาจากเจ้าของร้านคือคุณพจน์ ลี เป็นนักสะสมไวน์ตัวยงทั้งยังนำเข้าไวน์จากหลากหลายแหล่งทั่วโลกเข้ามายังประเทศไทยด้วยตัวเอง
เราขอแนะนำให้เลือกจองพื้นที่ด้านหลังของร้านซึ่งโดดเด่นด้วยโต๊ะพร้อมด้วยทัศนียภาพของตึกระฟ้าน้อยใหญ่โดยรอบผ่านกระจกใสที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ส่วนใครที่ช่างสังเกตอาจเห็นภาพและงานศิลป์ต่าง ๆ ที่ยกมาจากสาขาเดิมที่จามจุรีสแควร์รวมไปถึงชั้นวางขวดน้ำเปล่าที่วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อีกด้วย
รูปที่ 18
เราขอแนะนำให้เลือกจองพื้นที่ด้านหลังของร้านซึ่งโดดเด่นด้วยโต๊ะพร้อมด้วยทัศนียภาพของตึกระฟ้าน้อยใหญ่โดยรอบผ่านกระจกใสที่สูงจากพื้นจรดเพดาน ส่วนใครที่ช่างสังเกตอาจเห็นภาพและงานศิลป์ต่าง ๆ ที่ยกมาจากสาขาเดิมที่จามจุรีสแควร์รวมไปถึงชั้นวางขวดน้ำเปล่าที่วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ อีกด้วย
เคาน์เตอร์โดนเด่นด้วยแก้วไวน์คุณภาพดีครบทุกประเภท ข้าง ๆ กันเป็นห้องสำหรับเก็บไวน์
รูปที่ 19
เคาน์เตอร์โดนเด่นด้วยแก้วไวน์คุณภาพดีครบทุกประเภท ข้าง ๆ กันเป็นห้องสำหรับเก็บไวน์
บริเวณทางเข้าร้านออกแบบในสไตล์รัสติคแลดูคล้ายกันกับส่วนฐานของหอไอเฟลโดยมีแผนกต้อนรับคอยตรวจสอบการจองและมีจุดสำหรับจำหน่ายของหวานอีกด้วย
รูปที่ 20
บริเวณทางเข้าร้านออกแบบในสไตล์รัสติคแลดูคล้ายกันกับส่วนฐานของหอไอเฟลโดยมีแผนกต้อนรับคอยตรวจสอบการจองและมีจุดสำหรับจำหน่ายของหวานอีกด้วย
🎗 [WHY GO] ถึงแม้ว่า The Water Library จะมีทำเลตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแต่ภายในร้านได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคนได้ตลอดทั้งมื้อ สำหรับเพื่อน ๆ ที่อาจคุ้นเคยกับ Classic Tasting Menu เราขอแนะนำอย่างมากให้ลองเปิดใจชิม Seasonal Tasting Menu ของเชฟ Oliver Drug ซึ่งผ่านการคิดค้นมาอย่างดีสังเกตได้จากองค์ประกอบที่หลากหลายในอาหารทุกจานแต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่เข้าใจได้ง่ายและสร้างความประทับใจให้กับเราได้อย่างคาดไม่ถึง
รูปที่ 21
🎗 [WHY GO] ถึงแม้ว่า The Water Library จะมีทำเลตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าแต่ภายในร้านได้รับการออกแบบมาอย่างดีเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคนได้ตลอดทั้งมื้อ สำหรับเพื่อน ๆ ที่อาจคุ้นเคยกับ Classic Tasting Menu เราขอแนะนำอย่างมากให้ลองเปิดใจชิม Seasonal Tasting Menu ของเชฟ Oliver Drug ซึ่งผ่านการคิดค้นมาอย่างดีสังเกตได้จากองค์ประกอบที่หลากหลายในอาหารทุกจานแต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่เข้าใจได้ง่ายและสร้างความประทับใจให้กับเราได้อย่างคาดไม่ถึง