
The Smokaccia Laboratory · เดอะ สโมคคัชชา แลบอราทอรี
Creative, Innovative · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารเชิงนวัตกรรม — 116/4 หมู่ 3, สุรินทร์, ตำบลเชิงทะเล, อำเภอถลาง ภูเก็ต 83110
🎗️ The Smokaccia Laboratory เป็นห้องอาหารที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ตัวร้านมีทำเลตั้งอยู่ในตำบลเชิงทะเลไม่ไกลกันจากหาดสุรินทร์และหาดกมลาอันโด่งดังของจังหวัดภูเก็ต เชฟ Luca Mascolo ค่อย ๆ ดัดแปลงร้านกาแฟเก่าให้กลายมาเป็นร้านอาหาร Fine Dining ที่มีบรรยากาศแบบเป็นกันเอง ด้านหน้าเป็นห้องรับรองขนาดย่อมที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อจัดเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างเรียกน้ำย่อย ภายในห้องรับประทานอาหารหลักมีเคาน์เตอร์สำหรับจัดเสิร์ฟอาหาร 2 คอร์สแรก เคาน์เตอร์หันหน้าเข้าหาครัวเปิดสร้างบรรยากาศที่ไม่หยุดนิ่งและน่าตื่นตาตื่นใจ ด้านหลังเป็นโต๊ะไม้ไร้ผ้าปูให้บรรยากาศที่เป็นส่วนตัวในกลุ่มเพื่อนมากขึ้น
🎗️ เชฟ Luca Mascolo เกิดที่เมือง Barletta ในแคว้น Puglia ของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาและเริ่มต้นงานเป็นเชฟมืออาชีพเขามีโอกาสร่วมมือกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star ในประเทศอิตาลีก่อนจะเดินทางข้ามซีกโลกมารับงานเป็น Head Chef ให้กับโรงแรมหรูหลายแห่งในประเทศไทย ถึงแม้ว่าฝีมือการเตรียมอาหารอิตาลีของเขาจะไม่ธรรมดาแต่สิ่งที่เขาต้องการสูงสุดคือการเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองอันเป็นที่มาของร้าน The Smokaccia ในระยะแรกนั่นเอง เขาเริ่มต้นคิดหาวิธีการทำขนมปังที่สมบูรณ์แบบในสไตล์ของตัวเองก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมาเขาจะปรับเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์ที่คิดค้นขึ้นจากจินตนาการและความทรงจำภูมิหลังของตัวเองดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
🎗️ ทางร้านนำเสนอ Tasting Menu ชุดใหญ่โดยใช้ชื่อว่า 18-Course Culinary Scientist มีให้เลือก 3 รูปแบบคือ Include meat/fish, Vegetarian และ Vegan ทุกคอร์สมีราคาเท่ากันคือ 6,900++ และใช้ระยะเวลาในการจัดเสิร์ฟประมาณ 2.5 ถึง 3 ชั่วโมง ตัวอย่างจานที่น่าสนใจคือ
✨ THE HAPPY GOOSE - VEGAN FOLE GRAS
Vegan fole gras terrine - Home-made fermented coconut yogurt - local seasonal fruit - Blood explosion - Pineapple glass
Nakhon Si Thammarat pomelo
คอร์สนี้เชฟตั้งชื่อว่า The Happy Goose - Vegan Foie Gras โดยเชฟตั้งใจทดลองซ้ำแล้วซ้ำอีกเพื่อเฟ้นหาเนื้อสัมผัสที่ใกล้เคียงกับฟัวกราส์ทอร์ชองของจริงมากที่สุด ทั้งยังคงไว้ซึ่งความเป็นอาหารวีแกนอีกด้วย รสชาติหวานในจานได้จากแตงโม ยังมีองค์ประกอบของส้มโอจากนครศรีธรรมราชรวมไปถึงเลมอนให้รสเปรี้ยว ส่วนความครีมมี่ของจานนี้ได้จากโยเกิร์ตมะพร้าวที่ผ่านการดองกับแกงให้อโรมาเฉพาะตัว ด้านบนท็อปด้วยแผ่นใสกรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากน้ำสับปะรดที่เหลือจากคอร์สก่อน ๆ นอกจากนี้หากเราใช้มีดตัดลึกเข้าไปตรงกลางคือเลือดปลอมที่เชฟจำลองขึ้นโดยใช้บีทรูท ขิง และเสาวรสให้รสชาติเปรี้ยวที่พอเหมาะ
✨ GUESS WHAAAAAT
Chef's surprise
คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรยากาศอันแสนสุขของครอบครัวชาวอิตาลีในวันอาทิตย์ เขาจึงหยิบยก Lasagna มานำเสนอในรูปแบบใหม่ให้มีความกรอบชวนนึกถึงส่วนขอบด้านบนที่ผ่านการอบด้วยความร้อนสูง สีเขียวของแป้งและเจลได้มาจากผักปวยเล้ง ด้านในแอบซ่อน Ragù alla Bolognese ที่เตรียมมาจากส่วนที่เหลือของเนื้อวัววากิวผสมผสานกับความอุมามิของชีสพาเมซานที่บ่มมานาน 36 เดือน ด้านบนคือไวน์แดงที่ปรับหน้าตาและเนื้อสัมผัสให้มีความคล้ายกันกับคาเวียร์
✨ WAGYU IN THE ANDAMAN
A5 Japanese wagyu Oguma - Oyster - Mango
Seaweed caviar - Plankton marino - Kale
เนื้อวัววากิวญี่ปุ่นระดับ A5 เสิร์ฟมาเป็นชิ้นขนาดพอดีคำกับมะม่วง 2 รูปแบบทั้งดิบที่ให้รสเปรี้ยวและสุกที่ให้รสหวาน ด้านล่างรองด้วยเทอร์รีนมันฝรั่งที่ทอดกับมันเนื้อวัววากิว จากนั้นเสิร์ฟมากับเดรสซิ่งผักเคลให้รสชาติขมนิด ๆ ด้านบนท็อปด้วย Pommes Soufflées โรยมากับผงผักเคลและสาหร่ายพวงองุ่น ยังมีน้ำมันผักเคลและซอสไวน์แดงเคี่ยวจากส่วนที่เหลือของเนื้อวัววากิว เชฟใส่อโรมาของแพลงก์ตอนและหอยนางรมลงไปด้วยเพื่อบาลานซ์ความมันของวากิว นอกจากนี้เชฟรมควันด้วยไม้แอชเพื่อรำลึกถึงช่วงเวลาของการย่างด้วยถ่าน
🎗️ The Smokaccia Laboratory เป็นหนึ่งในร้านที่นำกระแสจนสามารถปฏิวัติวงการอาหารของประเทศไทย ทุกจานมีเทคนิคมากมายแฝงอยู่เบื้องหลังแต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่จับต้องได้ สำหรับผู้ที่สนใจเราขอแนะนำอย่างมากให้จองกันไปก่อนล่วงหน้าเนื่องจากเชฟ Luca จำเป็นต้องเตรียมอาหารแต่ละคอร์สด้วยความละเอียดและใช้ระยะเวลาในการเตรียมที่ค่อนข้างนานนั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 31 รูป































