
The Smokaccia Laboratory · เดอะ สโมคคาเชีย แลบอราทอรี (2024)
Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — 116/4 หมู่ 3, สุรินทร์, ตำบลเชิงทะเล, อำเภอถลาง ภูเก็ต 83110
🎗️ [INTRO] ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยและชาวต่างขาติ ทั้งยังเป็นหนึ่งในจุดหมายทางอาหารที่สำคัญของโลกอีกด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากอาหารใต้ที่เราคุ้นเคยกันแล้วภูเก็ตยังเต็มไปด้วยร้านอาหารยุคใหม่ที่มีเหล่าเชฟนำเสนออาหารนอกกรอบอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ The Smokaccia Laboratory ที่ผสานความเป็นชาวอิตาลีของเชฟ Luca Mascolo เข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกาะภูเก็ตได้อย่างน่าสนใจ
🎗️ [THE PLACE] The Smokaccia Laboratory ตั้งอยู่ในตำบลเชิงทะเลไม่ไกลกันจากหาดสุรินทร์และหาดกมลาอันโด่งดัง ตัวร้านดัดแปลงมาจากร้านกาแฟเก่าให้บรรยากาศแบบแคชวลส่งผลให้ลูกค้ารับรู้ได้ถึงการต้อนรับที่เป็นกันเองของคนอิตาลี ทันทีที่เข้ามาในร้านจะพบกับเคาน์เตอร์สำหรับจัดเสิร์ฟอาหาร 2 คอร์สแรกโดยเชฟ Luca Mascolo จะเป็นผู้จัดเสิร์ฟอาหารให้กับทุกคนด้วยตัวเอง ห้องรับประทานอาหารหลักมีให้เลือกระหว่างโต๊ะไม้ไร้ผ้าปูกับเคาน์เตอร์ติดกันกับครัวเปิดสร้างบรรยากาศที่ไม่หยุดนิ่งและน่าตื่นตาตื่นใจได้ตลอดทั้งมื้อหรือบางคนอาจเลือกนั่งริมหน้าต่างมองออกไปเห็นรถน้อยใหญ่สัญจรผ่านไปมาได้เช่นกัน
🎗️ [THE CHEF] Luca Mascolo เกิดที่เมือง Barletta ในแคว้น Puglia ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนส้นรองเท้าบูทฝั่งทะเล Adriatic ของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาและเริ่มต้นงานเป็นเชฟมืออาชีพเขามีโอกาสร่วมมือกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star ในประเทศอิตาลีก่อนจะเดินทางข้ามซีกโลกมารับงานเป็น Head Chef ให้กับโรงแรมหรูหลายแห่งในประเทศไทย ถึงแม้ว่าฝีมือการเตรียมอาหารอิตาลีของเขาจะไม่ธรรมดาแต่สิ่งที่เขาต้องการสูงสุดคือการเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองอันเป็นที่มาของ The Smokaccia นั่นเอง ในช่วงแรกเขาเริ่มค้นคว้าการทำขนมปัง Sourdough ที่สมบูรณ์แบบก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมาเขาจะปรับเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์ที่คิดค้นขึ้นจากจินตนาการและความทรงจำภูมิหลังของตัวเองดังจะเห็นได้จาก Set Menu ที่เราจะได้ชิมกันในวันนี้
🎗️ [THE FOOD] ลูกค้าที่มาในช่วงกลางวันสามารถลองชิม Culinary Scientist 9-Course Tasting Menu (4,200++) ในขณะที่ช่วงเย็นเชฟ Luca จะจัดเสิร์ฟเฉพาะเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง Culinary Scientist 18-Course Tasting Menu (6,200++) ที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งในการจัดเสิร์ฟ ถึงแม้จำนวนคอร์สอาจฟังดูเยอะแต่เชฟ Luca ให้คำสัญญาว่าเขาได้คำนวณมาแล้วอย่างดีว่าลูกค้าจะกลับบ้านไปแบบอิ่มพอดีไม่แน่นท้องอย่างแน่นอน สุดท้ายคือ Vegan Experience ที่เชฟ Luca กำลังท้าทายตัวเองในการนำเสนออาหาร Vegan ให้ออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้กันกับเมนูปกติ ห้ามพลาดการจับคู่เครื่องดื่มจากแหล่งต่าง ๆ ในประเทศอิตาลีโดยคุณ Massimo Zoz นั้นเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Terra - The Magic Place ระดับ 2 MICHELIN Stars มาแล้วอีกด้วย ทุกแก้วมีเรื่องราวและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ส่วนอาหารจานที่เราประทับใจในวันนี้ได้แก่
✨ An unusual event with Bertha
One chicken two eggs, solving the mystery
Bertha เป็นชื่อของไก่ที่เชฟ Luca เลี้ยงเอาไว้ในฟาร์ม The Smokaccia Garden วันหนึ่งเชฟ Luca และคุณ Brigitta พบว่าไก่ตัวนี้ออกไข่มา 2 ฟองแต่ปรากฎว่าแท้จริงแล้วไข่ใบนี้คือไข่ของ Mia Pia ซึ่งเป็นไก่อีกตัวในฟาร์มนั่นเอง เชฟได้นำแรงบันดาลใจนี้มารังสรรค์เป็นเมนูที่น่าสนใจโดยการนำเสนอไข่ไก่มา 2 ถ้วย ถ้วยหนึ่งเป็นไข่ไก่จริงและอีกถ้วยหนึ่งเป็นไข่ไก่ Vegan ทั้งคู่มีรสชาติที่โดดเด่นและน่าสนใจ เชฟจับคู่ไข่ไก่จริงมากับ Taleggio Cheese ที่เตรียมมาจากนมควายจากทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ด้านล่างรองด้วย Apple Balsamic Caviar ส่วนไข่ไก่ Vegan เชฟนำเสนอมาคู่กันกับเต้าหู้และขมิ้น ส่วนของโฟมเตรียมขึ้นมาจากมันฝรั่ง เผือก และหัวขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celeriac) (16/20)
✨ Zero Waste & alchemy
Parma ham, Nonthaburi fermented burrata caramelised red onion, Thai basil
คอร์สนี้เชฟตั้งใจนำส่วนที่เหลือจากคอร์สอื่น ๆ มารังสรรค์ขึ้นเป็นเมนูชั้นยอดเริ่มต้นจากผงสีแดงที่เตรียมขึ้นมาจากมะเขือเทศเชียงใหม่ในคอร์สแรก ด้านล่างคือหัวหอมแดงผัดและ Salsa Verde Emulsion จับคู่กับ 24-month aged Parma Ham ที่ผ่านการแช่แข็งมาช่วยเรียกความสดชื่นและให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะ เชฟนำส่วนที่เหลือจาก Parma Ham ไปเตรียมมาเป็นแผ่นกรอบด้านบน สุดท้ายคือชีส Burrata หมักจากจังหวัดนนทบุรีที่เชฟนำไปผ่านกระบวนการพาสเจอไรซ์แล้วเสิร์ฟมาในรูปแบบอุ่น นอกจากนี้ยังมีน้ำมันใบโหระพาสร้างความฉุนที่พอเหมาะให้กับจานอีกด้วย (16/20)
✨ Where is my salad ?
Chef's essence of a salad
”Where is my salad ?“ เป็นเมนูสลัดที่เชฟ Luca นำเสนออกมาในรูปแบบใหม่ได้อย่างน่าสนใจ องค์ประกอบสำคัญอย่างแรกคือหน่อข้าวโพดหวานที่ปลูกขึ้นโดยชาวสวิสในจังหวัดภูเก็ตโดยเชฟแนะนำให้หยิบมาเคี้ยวสัก 5-6 วินาทีเพื่อสร้างรสชาติเฉพาะขึ้นในปากเสียก่อน จากนั้นให้ผสมองค์ประกอบต่าง ๆ เข้าด้วยกันไม่ว่าจะเป็นซอสมะเขือเทศและเจลแตงกวา ตรงกลางคือซอร์เบท์เมล็ดสนสร้างความสดชื่นตัดกันกับหอมแดงดอง ข้าง ๆ กันคือโฟมที่ผสมผสานหัวแครอท กะหล่ำ แรดิชชิโอ และน้ำมันใบเบซิลเข้าไว้ด้วยกัน (16/20)
🎗️ [WHY GO] สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวภูเก็ตแล้วอยากสัมผัสประสบการณ์อาหารเชิงสร้างสรรค์ที่คิดค้นขึ้นจากจินตนาการอันไม่ซ้ำใครของเชฟ Luca ก็ขอแนะนำให้จองกันมาก่อนล่วงหน้าเพราะทางร้านจะได้เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ส่งนใครที่ตัดสินใจ Walk-In ก็อาจลองโทรมาสอบถามกันก่อนได้ อย่าลืมเผื่อท้องและเวลาเอาไว้สักหน่อยเพื่อที่ทีมเชฟจะได้ต้อนรับลูกค้าแต่ละคนได้อย่างดีที่สุดนั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 33 รูป

![🎗️ [INTRO] ภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวไทยและชาวต่างขาติ ทั้งยังเป็นหนึ่งในจุดหมายทางอาหารที่สำคัญของโลกอีกด้วย อย่างไรก็ตามนอกจากอาหารใต้ที่เราคุ้นเคยกันแล้วภูเก็ตยังเต็มไปด้วยร้านอาหารยุคใหม่ที่มีเหล่าเชฟนำเสนออาหารนอกกรอบอีกมากมาย หนึ่งในนั้นคือ The Smokaccia Laboratory ที่ผสานความเป็นชาวอิตาลีของเชฟ Luca Mascolo เข้ากันกับวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเกาะภูเก็ตได้อย่างน่าสนใจ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/461481110_1077913280658891_6177676880888888156_n.webp)

























![🎗️ [THE CHEF] Luca Mascolo เกิดที่เมือง Barletta ในแคว้น Puglia ซึ่งเป็นพื้นที่ส่วนส้นรองเท้าบูทฝั่งทะเล Adriatic ของประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาและเริ่มต้นงานเป็นเชฟมืออาชีพเขามีโอกาสร่วมมือกับห้องอาหารระดับ MICHELIN Star ในประเทศอิตาลีก่อนจะเดินทางข้ามซีกโลกมารับงานเป็น Head Chef ให้กับโรงแรมหรูหลายแห่งในประเทศไทย ถึงแม้ว่าฝีมือการเตรียมอาหารอิตาลีของเขาจะไม่ธรรมดาแต่สิ่งที่เขาต้องการสูงสุดคือการเปิดห้องอาหารเล็ก ๆ เป็นของตัวเองอันเป็นที่มาของ The Smokaccia นั่นเอง ในช่วงแรกเขาเริ่มค้นคว้าการทำขนมปัง Sourdough ที่สมบูรณ์แบบก่อนที่ในอีก 2 ปีต่อมาเขาจะปรับเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์ที่คิดค้นขึ้นจากจินตนาการและความทรงจำภูมิหลังของตัวเองดังจะเห็นได้จาก Set Menu ที่เราจะได้ชิมกันในวันนี้](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/461673298_1077913693992183_785799316846630838_n.webp)
![🎗️ [THE FOOD] ลูกค้าที่มาในช่วงกลางวันสามารถลองชิม Culinary Scientist 9-Course Tasting Menu (4,200++) ในขณะที่ช่วงเย็นเชฟ Luca จะจัดเสิร์ฟเฉพาะเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง Culinary Scientist 18-Course Tasting Menu (6,200++) ที่ใช้ระยะเวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่งในการจัดเสิร์ฟ ถึงแม้จำนวนคอร์สอาจฟังดูเยอะแต่เชฟ Luca ให้คำสัญญาว่าเขาได้คำนวณมาแล้วอย่างดีว่าลูกค้าจะกลับบ้านไปแบบอิ่มพอดีไม่แน่นท้องอย่างแน่นอน สุดท้ายคือ Vegan Experience ที่เชฟ Luca กำลังท้าทายตัวเองในการนำเสนออาหาร Vegan ให้ออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้กันกับเมนูปกติ ห้ามพลาดการจับคู่เครื่องดื่มจากแหล่งต่าง ๆ ในประเทศอิตาลีโดยคุณ Massimo Zoz นั้นเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Terra - The Magic Place ระดับ 2 MICHELIN Stars มาแล้วอีกด้วย ทุกแก้วมีเรื่องราวและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/461552942_1077913443992208_5110228594154704190_n.webp)
![🎗️ [THE PLACE] The Smokaccia Laboratory ตั้งอยู่ในตำบลเชิงทะเลไม่ไกลกันจากหาดสุรินทร์และหาดกมลาอันโด่งดัง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/461668289_1077913337325552_6874527943407224350_n.webp)


![🎗️ [WHY GO] สำหรับใครที่เดินทางมาเที่ยวภูเก็ตแล้วอยากสัมผัสประสบการณ์อาหารเชิงสร้างสรรค์ที่คิดค้นขึ้นจากจินตนาการอันไม่ซ้ำใครของเชฟ Luca ก็ขอแนะนำให้จองกันมาก่อนล่วงหน้าเพราะทางร้านจะได้เตรียมวัตถุดิบให้พร้อม ส่งนใครที่ตัดสินใจ Walk-In ก็อาจลองโทรมาสอบถามกันก่อนได้ อย่าลืมเผื่อท้องและเวลาเอาไว้สักหน่อยเพื่อที่ทีมเชฟจะได้ต้อนรับลูกค้าแต่ละคนได้อย่างดีที่สุดนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/10/461591795_1077913610658858_3933443207507087587_n.webp)
