GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
The Allium Bangkok
Others

ThailandThe Allium Bangkok · ดิ อัลเลี่ยม แบงค็อก

European Comtemporary · อาหารยุโรปร่วมสมัย — 61 ถ. วิทยุ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

🎗 The Allium Bangkok เป็นห้องอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนที่ได้ชื่อมาจากพืชดอกสมุนไพรในกลุ่มจีนัส Monocotyledonous อันประกอบไปด้วยหอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม กระเทียม และอื่น ๆ อีกนับร้อยชนิด ตัวร้านตั้งอยู่บน 3 ของโรงแรม The Athenee Hotel, A Luxury Collection โดดเด่นด้วยประตูทางเข้าสีแดง Royal Red ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่สำหรับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า บริเวณ Dining Area มีผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสโค้งรับไปกับตัวอาคารรองรับแสงแดดให้สาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวันช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งและไม่อึดอัดตา ส่วนเราได้เลือกนั่งบริเวณโต๊ะไม้หน้าห้องครัวแบบ Open Kitchen เพื่อชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารและตกเเต่งจานก่อนที่จะนำมาเสิร์ฟ นอกจากนี้ทางร้านยังมีหัวส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาทานกับเป็นหมู่คณะอีกด้วย

🎗 ในช่วงกลางวันห้องอาหารได้นำเสนอ SET LUNCH จำนวน 2 Course (850++) และ 3 Course (950++) ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ ส่วนในมื้อกลางคืนลูกค้าสามารถเลือกชิมระหว่างเซ็ตเมนู THE EXPERIENCE ที่ราคา 6 Course (2,900++) และ 8 Course (3,600++) หรือจะเป็นรายการ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ อาหารที่นี่เตรียมออกมาในสไตล์ตะวันตกโดยผสมผสานวัตถุดิบของไทยและวัตถุดิบนำเข้าจากทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลียเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Hokkaido scallop | morel | pancetta | bisque foam (850++)

หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากฮอกไกโดแพนเซียมาสุกกำลังดีทอปด้วยเห็ดโมเรลซึ่งเป็นวัตถุดิบราคาสูง มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบต่างกันไปจากหอยเชลล์ จากนั้นแต่งแต้มรสชาติด้วยพูเรสองชนิดเริ่มจากสีเหลืองนวลทำมาจากเนื้อหอยเชลล์ผัดกับไวน์ขาวและสีน้ำตาลเข้มทำมาจากเห็ดโมเรล ด้านบนทอปด้วยแผ่นกรอบทำมาจาก Pancetta หรือส่วนท้องของหมูให้รสชาติเค็มและมันอย่างมีมิติ โฟมรอบ ๆ ทำมาจากซุปข้นล็อบสเตอร์แต่เชฟทำออกมาให้มีความเบาและหอมมันมากกว่าในรูปแบบซุปทั่ว ๆ ไป (13/20)

✨ Risotto Buillabaisse | saffron foam (650++)

Buillabaise (บุยยาเบลส) เป็นซุปปลาที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Provence โดยเฉพาะในเมือง Marseille เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเป็นมาข้าวรีซอตโต้ เพิ่มเติมอโรมาความเป็น Provence โดยการใส่ Saffron Foam เติมแต่งความเป็น Mediterranean ด้วยการวางอาหารทะเลสด ๆ มากมายทั้งเนื้อกั้ง หอยแมลงภู่ หมคกเอาไว้จนเต็มจาน จากนั้นเพิ่มมิติทางรสชาติด้วยความอุมามิของมะเขือเทศตากแห้ง ถือเป็นจานที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และน่ารับประทานมากจริง ๆ (13/20)

✨ Iberico pork chop | sunchoke | mustard sauce (750++)

จานที่เราประทับใจที่สุดในคืนนี้คือเนื้อหมู Iberico หรือหมูดำจากคาบสมุทรไอบีเรียนำเข้าจากประเทศสเปน ขนาดว่าในที่นี่เชฟย่างมาจนเกือบสุกแต่เนื้อหมูยังคงมีความนุ่มและฉ่ำ ชั้ยไขมันละลายในปากและส่งกลิ่นหอมขึ้นจมูก สำหรับใครที่ตามมาชิมแล้วอย่างลิ้มลองรสชาติที่ดีที่สุดให้ขอเชฟเสิร์ฟที่ความสุกระดับมีเดียม (ไม่ต้องกังวลเพราะเนื้อหมูไอบีเรียสามารถทานดิบได้และเสิร์ฟกันทั่วไปในร้านระดับ Michelin Star ที่สเปน) เชฟเสริมความหวานด้วยครีมทำมาจากแก่นตะวันและความกรอบจากกระเทียมต้นทอดและอโรมาหอม ๆ ของซอสน้ำผึ้งมัสตาร์ดที่ลดทอนความเผ็ดออกจนเกือบหมด ด้านบนคือแอปเปิ้ลย่าง ข้างกันคือ Potato Gratin เรียงมาเป็นชั้น ๆ ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากมันฝรั่งทั่วไป แม้จะเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนแต่เชฟบาลานซ์รสชาติมาได้ลงตัวมากจริง ๆ (13/20)

🎗 แม้จะมีบรรยากาศแบบ Casual Dining แต่ทุกจานล้วนมีองค์ประกอบและรายละเอียดสูงกว่าห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไปอย่างชัดเจน พนักงานเอาใจใส่และคอยดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ราคาจัดว่าเหมาะสมตามมาตรฐานห้องอาหารชั้นดีโดยเฉพาะ Set Lunch ที่คุ้มค่าเอามาก ๆ สำหรับใครที่สนใจทางร้านได้ฝากลิ้งค์จองมาให้ด้วยจ้า: https://athenee.co/thealliumbangkok

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 23 รูป

🇹🇭 The Allium Bangkok - ดิ อัลเลี่ยม แบงค็อก 🍴 European Comtemporary - อาหารยุโรปร่วมสมัย
รูปที่ 1
🇹🇭 The Allium Bangkok - ดิ อัลเลี่ยม แบงค็อก 🍴 European Comtemporary - อาหารยุโรปร่วมสมัย
Bread and butter ระหว่างรออาหารพนักงานจะนำขนมปังอบมาร้อน ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับเนยข้าง ๆ กัน
รูปที่ 2
Bread and butter ระหว่างรออาหารพนักงานจะนำขนมปังอบมาร้อน ๆ เสิร์ฟมาพร้อมกับเนยข้าง ๆ กัน
Lobster salad | beetroot textures | yogurt (980++) กุ้งล็อบสเตอร์ที่ผ่านการโพชกับสมุนไพรนาน 4 นาทีจนสุกได้ระดับ เนื้อนุ่มฉ่ำใช้ได้ จัดวางมากับผักนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีบีทรูทเสิร์ฟมาในรูปแบบ Different Textures เริ่มจากบีทรูทดองกรอบ ๆ มีรสอมเปรี้ยว Crispy Beetroot กรอบ Beetroot Gel ให้ Earthy Aroma ที่เด่นชัด ตรงกลางคือโฟมโยเกิร์ตช่วยเรียกความสดชื่นโรยด้วย Beetroot Powder แต่งแต้มสีสันด้วยดอกไม้รับประทานได้ ถือเป็นเมนูสลัดที่ทำออกมาได้น่าสนใจมากจริง ๆ (13/20)
รูปที่ 3
Lobster salad | beetroot textures | yogurt (980++) กุ้งล็อบสเตอร์ที่ผ่านการโพชกับสมุนไพรนาน 4 นาทีจนสุกได้ระดับ เนื้อนุ่มฉ่ำใช้ได้ จัดวางมากับผักนานาชนิด นอกจากนี้ยังมีบีทรูทเสิร์ฟมาในรูปแบบ Different Textures เริ่มจากบีทรูทดองกรอบ ๆ มีรสอมเปรี้ยว Crispy Beetroot กรอบ Beetroot Gel ให้ Earthy Aroma ที่เด่นชัด ตรงกลางคือโฟมโยเกิร์ตช่วยเรียกความสดชื่นโรยด้วย Beetroot Powder แต่งแต้มสีสันด้วยดอกไม้รับประทานได้ ถือเป็นเมนูสลัดที่ทำออกมาได้น่าสนใจมากจริง ๆ (13/20)
Niçoise | tuna | baby potato | edamame | quail egg (320++) Niçoise Salad เป็นเมนูง่าย ๆ ที่นำผักหลายชนิดคลุกเคล้ามากับมันฝรั่ง เนื้อปลาทูน่า ไข่นกกระทา และถั่วแระญี่ปุ่น ที่โต๊ะพนักงานจะราด Lemon Mustard Sauce ลงไปจนทั่วเพื่อเชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (12/20)
รูปที่ 4
Niçoise | tuna | baby potato | edamame | quail egg (320++) Niçoise Salad เป็นเมนูง่าย ๆ ที่นำผักหลายชนิดคลุกเคล้ามากับมันฝรั่ง เนื้อปลาทูน่า ไข่นกกระทา และถั่วแระญี่ปุ่น ที่โต๊ะพนักงานจะราด Lemon Mustard Sauce ลงไปจนทั่วเพื่อเชื่อมทุกองค์ประกอบเข้าด้วยกัน (12/20)
Steak tartare | Royal Oscietra caviar | brioche (800++) เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวส่วนสันในสับละเอียดคลุกเคล้ากับหอมแดง เคเปอร์ มายองเนส และ Worcestershire Sauce ให้รสชาติอมเปรี้ยวนิด ๆ ก่อนจะคลุกเคล้าให้เข้ากัน ด้านบนเป็นบัลซามิคเจลและ Royal Oscietra Caviar ห่อด้วยทองคำเปลว วิธีรับประทานให้ทาทาทาร์ลงบนครูตองหรือขนมปังให้ความกรอบในขณะที่เนื้อที่เตรียมมานั้นกลับนุ่ม ละมุน ละลายไปในปาก (13/20)
รูปที่ 5
Steak tartare | Royal Oscietra caviar | brioche (800++) เนื้อวัวออสเตรเลียนวากิวส่วนสันในสับละเอียดคลุกเคล้ากับหอมแดง เคเปอร์ มายองเนส และ Worcestershire Sauce ให้รสชาติอมเปรี้ยวนิด ๆ ก่อนจะคลุกเคล้าให้เข้ากัน ด้านบนเป็นบัลซามิคเจลและ Royal Oscietra Caviar ห่อด้วยทองคำเปลว วิธีรับประทานให้ทาทาทาร์ลงบนครูตองหรือขนมปังให้ความกรอบในขณะที่เนื้อที่เตรียมมานั้นกลับนุ่ม ละมุน ละลายไปในปาก (13/20)
Hokkaido scallop | morel | pancetta | bisque foam (850++) หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากฮอกไกโดแพนเซียมาสุกกำลังดีทอปด้วยเห็ดโมเรลซึ่งเป็นวัตถุดิบราคาสูง มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบต่างกันไปจากหอยเชลล์ จากนั้นแต่งแต้มรสชาติด้วยพูเรสองชนิดเริ่มจากสีเหลืองนวลทำมาจากเนื้อหอยเชลล์ผัดกับไวน์ขาวและสีน้ำตาลเข้มทำมาจากเห็ดโมเรล ด้านบนทอปด้วยแผ่นกรอบทำมาจาก Pancetta หรือส่วนท้องของหมูให้รสชาติเค็มและมันอย่างมีมิติ โฟมรอบ ๆ ทำมาจากซุปข้นล็อบสเตอร์แต่เชฟทำออกมาให้มีความเบาและหอมมันมากกว่าในรูปแบบซุปทั่ว ๆ ไป (13/20)
รูปที่ 6
Hokkaido scallop | morel | pancetta | bisque foam (850++) หอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากฮอกไกโดแพนเซียมาสุกกำลังดีทอปด้วยเห็ดโมเรลซึ่งเป็นวัตถุดิบราคาสูง มีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบต่างกันไปจากหอยเชลล์ จากนั้นแต่งแต้มรสชาติด้วยพูเรสองชนิดเริ่มจากสีเหลืองนวลทำมาจากเนื้อหอยเชลล์ผัดกับไวน์ขาวและสีน้ำตาลเข้มทำมาจากเห็ดโมเรล ด้านบนทอปด้วยแผ่นกรอบทำมาจาก Pancetta หรือส่วนท้องของหมูให้รสชาติเค็มและมันอย่างมีมิติ โฟมรอบ ๆ ทำมาจากซุปข้นล็อบสเตอร์แต่เชฟทำออกมาให้มีความเบาและหอมมันมากกว่าในรูปแบบซุปทั่ว ๆ ไป (13/20)
Onion soup | Gruyère baguette (400++) เราเลือกชิมซุปหัวหอมที่เสิร์ฟมาโดยมีเลเยอร์ของ Caramelized Onion และ Gruyère Cheese รวมไปถึงขนมปัง Baguette เตรียมเอาไว้ในจาน จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซุปหัวหอมอุ่น ๆ ลงไป (12/20)
รูปที่ 7
Onion soup | Gruyère baguette (400++) เราเลือกชิมซุปหัวหอมที่เสิร์ฟมาโดยมีเลเยอร์ของ Caramelized Onion และ Gruyère Cheese รวมไปถึงขนมปัง Baguette เตรียมเอาไว้ในจาน จากนั้นที่โต๊ะพนักงานจะเทราดซุปหัวหอมอุ่น ๆ ลงไป (12/20)
Onion soup | Gruyère baguette (400++) ตัวน้ำซุปดูจะติดรสหวานไปสักนิด ส่วนชีสกรุยแยร์ยืด ๆ ให้ความหอมมันพอประมาณ (12/20)
รูปที่ 8
Onion soup | Gruyère baguette (400++) ตัวน้ำซุปดูจะติดรสหวานไปสักนิด ส่วนชีสกรุยแยร์ยืด ๆ ให้ความหอมมันพอประมาณ (12/20)
Risotto Buillabaisse | saffron foam (650++) Buillabaise (บุยยาเบลส) เป็นซุปปลาที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Provence โดยเฉพาะในเมือง Marseille เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเป็นมาข้าวรีซอตโต้ เพิ่มเติมอโรมาความเป็น Provence โดยการใส่ Saffron Foam เติมแต่งความเป็น Mediterranean ด้วยการวางอาหารทะเลสด ๆ มากมายทั้งเนื้อกั้ง หอยแมลงภู่ หมคกเอาไว้จนเต็มจาน จากนั้นเพิ่มมิติทางรสชาติด้วยความอุมามิของมะเขือเทศตากแห้ง ถือเป็นจานที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และน่ารับประทานมากจริง ๆ (13/20)
รูปที่ 9
Risotto Buillabaisse | saffron foam (650++) Buillabaise (บุยยาเบลส) เป็นซุปปลาที่มีต้นกำเนิดมาจากแถบ Provence โดยเฉพาะในเมือง Marseille เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเป็นมาข้าวรีซอตโต้ เพิ่มเติมอโรมาความเป็น Provence โดยการใส่ Saffron Foam เติมแต่งความเป็น Mediterranean ด้วยการวางอาหารทะเลสด ๆ มากมายทั้งเนื้อกั้ง หอยแมลงภู่ หมคกเอาไว้จนเต็มจาน จากนั้นเพิ่มมิติทางรสชาติด้วยความอุมามิของมะเขือเทศตากแห้ง ถือเป็นจานที่รังสรรค์ออกมาได้อย่างสร้างสรรค์และน่ารับประทานมากจริง ๆ (13/20)
Iberico pork chop | sunchoke | mustard sauce (750++) จานที่เราประทับใจที่สุดในคืนนี้คือเนื้อหมู Iberico หรือหมูดำจากคาบสมุทรไอบีเรียนำเข้าจากประเทศสเปน ขนาดว่าในที่นี่เชฟย่างมาจนเกือบสุกแต่เนื้อหมูยังคงมีความนุ่มและฉ่ำ ชั้ยไขมันละลายในปากและส่งกลิ่นหอมขึ้นจมูก สำหรับใครที่ตามมาชิมแล้วอย่างลิ้มลองรสชาติที่ดีที่สุดให้ขอเชฟเสิร์ฟที่ความสุกระดับมีเดียม (ไม่ต้องกังวลเพราะเนื้อหมูไอบีเรียสามารถทานดิบได้และเสิร์ฟกันทั่วไปในร้านระดับ Michelin Star ที่สเปน) เชฟเสริมความหวานด้วยครีมทำมาจากแก่นตะวันและความกรอบจากกระเทียมต้นทอดและอโรมาหอม ๆ ของซอสน้ำผึ้งมัสตาร์ดที่ลดทอนความเผ็ดออกจนเกือบหมด ด้านบนคือแอปเปิ้ลย่าง ข้างกันคือ Potato Gratin เรียงมาเป็นชั้น ๆ ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากมันฝรั่งทั่วไป แม้จะเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนแต่เชฟบาลานซ์รสชาติมาได้ลงตัวมากจริง ๆ (13/20)
รูปที่ 10
Iberico pork chop | sunchoke | mustard sauce (750++) จานที่เราประทับใจที่สุดในคืนนี้คือเนื้อหมู Iberico หรือหมูดำจากคาบสมุทรไอบีเรียนำเข้าจากประเทศสเปน ขนาดว่าในที่นี่เชฟย่างมาจนเกือบสุกแต่เนื้อหมูยังคงมีความนุ่มและฉ่ำ ชั้ยไขมันละลายในปากและส่งกลิ่นหอมขึ้นจมูก สำหรับใครที่ตามมาชิมแล้วอย่างลิ้มลองรสชาติที่ดีที่สุดให้ขอเชฟเสิร์ฟที่ความสุกระดับมีเดียม (ไม่ต้องกังวลเพราะเนื้อหมูไอบีเรียสามารถทานดิบได้และเสิร์ฟกันทั่วไปในร้านระดับ Michelin Star ที่สเปน) เชฟเสริมความหวานด้วยครีมทำมาจากแก่นตะวันและความกรอบจากกระเทียมต้นทอดและอโรมาหอม ๆ ของซอสน้ำผึ้งมัสตาร์ดที่ลดทอนความเผ็ดออกจนเกือบหมด ด้านบนคือแอปเปิ้ลย่าง ข้างกันคือ Potato Gratin เรียงมาเป็นชั้น ๆ ให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างจากมันฝรั่งทั่วไป แม้จะเป็นเมนูที่ไม่ซับซ้อนแต่เชฟบาลานซ์รสชาติมาได้ลงตัวมากจริง ๆ (13/20)
Beef tenderloin (120 g) | foie gras | bordelaise sauce (1,800++) เนื้อวัวส่วนเทนเดอร์ลอยน์เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียมแรร์ทำให้ตรงกลางยังคงมีความฉ่ำของเนื้ออยู่อย่างชัดเจน รอบ ๆ คือ Bordelaise Sauce ที่ขึ้นมาจากหอมแดงและไวน์แดงเกือบ 2 ขวดเคี่ยวนานกว่า 6 ชั่วโมงจนงวดและเข้มข้น ด้านบนทอปด้วยฟัวกราส์นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ข้างกันคือ Mashed Potato แครอท และหน่อไม้ฝรั่งเนื้อเนียนละเอียด จานนี้บอกเลยว่าเหมาะสำหรับสายเนื้ออย่างแท้จริง (13/20)
รูปที่ 11
Beef tenderloin (120 g) | foie gras | bordelaise sauce (1,800++) เนื้อวัวส่วนเทนเดอร์ลอยน์เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับมีเดียมแรร์ทำให้ตรงกลางยังคงมีความฉ่ำของเนื้ออยู่อย่างชัดเจน รอบ ๆ คือ Bordelaise Sauce ที่ขึ้นมาจากหอมแดงและไวน์แดงเกือบ 2 ขวดเคี่ยวนานกว่า 6 ชั่วโมงจนงวดและเข้มข้น ด้านบนทอปด้วยฟัวกราส์นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส ข้างกันคือ Mashed Potato แครอท และหน่อไม้ฝรั่งเนื้อเนียนละเอียด จานนี้บอกเลยว่าเหมาะสำหรับสายเนื้ออย่างแท้จริง (13/20)
Lemon tart I meringue (300++) สำหรับของหวานจานแรกคือเลมอนทาร์ตแป้งกรอบมีกลิ่นหอมจากผงไวท์ช็อกโกแลต ตรงกลางคือเลมอนคัสตาร์ดรสเปรี้ยวตัดกันกับความหวานของมะม่วงสุก ผลเบอร์รี่ และเมอแรงก์ด้านบน (13/20)
รูปที่ 12
Lemon tart I meringue (300++) สำหรับของหวานจานแรกคือเลมอนทาร์ตแป้งกรอบมีกลิ่นหอมจากผงไวท์ช็อกโกแลต ตรงกลางคือเลมอนคัสตาร์ดรสเปรี้ยวตัดกันกับความหวานของมะม่วงสุก ผลเบอร์รี่ และเมอแรงก์ด้านบน (13/20)
Black forest Mille-Feuille I port wine sorbet (350++) มิลเฟยทำมาจากแป้งพัฟแพสทรี่กรอบ ตรงกลางเป็นครีมช็อกโกแลต บลูเบอร์รี่และเชอร์รี่กอมโปต ด้านบนคือผลบลูเบอร์รี่ เราชอบมาก ๆ ที่เชฟเลือกจับคู่มากับไอศกรีมพอร์ทไวน์ที่ช่วยเสริมรสขมของช็อกโกแลตให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (13/20)
รูปที่ 13
Black forest Mille-Feuille I port wine sorbet (350++) มิลเฟยทำมาจากแป้งพัฟแพสทรี่กรอบ ตรงกลางเป็นครีมช็อกโกแลต บลูเบอร์รี่และเชอร์รี่กอมโปต ด้านบนคือผลบลูเบอร์รี่ เราชอบมาก ๆ ที่เชฟเลือกจับคู่มากับไอศกรีมพอร์ทไวน์ที่ช่วยเสริมรสขมของช็อกโกแลตให้มีมิติมากยิ่งขึ้น (13/20)
Macchiato mousse I salted caramel ice cream (350++) ปิดท้ายด้วยมูส Macchiato หอมกรุ่นแต่งออกมาเป็นรูปเมล็ดกาแฟ เนื้อสัมผัสนุ่ม เบา รองด้านล่างด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ตรงกลางคือไอศกรีม Salted Caramel หวานเค็มเสริมรสชาติกันได้อย่างลงตัว (13/20)
รูปที่ 14
Macchiato mousse I salted caramel ice cream (350++) ปิดท้ายด้วยมูส Macchiato หอมกรุ่นแต่งออกมาเป็นรูปเมล็ดกาแฟ เนื้อสัมผัสนุ่ม เบา รองด้านล่างด้วยครัมเบิ้ลกรอบ ตรงกลางคือไอศกรีม Salted Caramel หวานเค็มเสริมรสชาติกันได้อย่างลงตัว (13/20)
The Allium เป็นห้องอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนที่ได้ชื่อมาจากพืชดอกสมุนไพรในกลุ่มจีนัส Monocotyledonous อันประกอบไปด้วยหอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม กระเทียม และอื่น ๆ อีกนับร้อยชนิด
รูปที่ 15
The Allium เป็นห้องอาหารสไตล์ยูโรเปี้ยนที่ได้ชื่อมาจากพืชดอกสมุนไพรในกลุ่มจีนัส Monocotyledonous อันประกอบไปด้วยหอมใหญ่ หอมแดง ต้นหอม กระเทียม และอื่น ๆ อีกนับร้อยชนิด
ส่วนเราได้เลือกนั่งบริเวณโต๊ะไม้หน้าห้องครัวแบบ Open Kitchen เพื่อชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารและตกเเต่งจานก่อนที่จะนำมาเสิร์ฟ
รูปที่ 16
ส่วนเราได้เลือกนั่งบริเวณโต๊ะไม้หน้าห้องครัวแบบ Open Kitchen เพื่อชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารและตกเเต่งจานก่อนที่จะนำมาเสิร์ฟ
บริเวณห้องครัว
รูปที่ 17
บริเวณห้องครัว
นอกจากนี้ทางร้านยังมีหัวส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาทานกับเป็นหมู่คณะอีกด้วย
รูปที่ 18
นอกจากนี้ทางร้านยังมีหัวส่วนตัวสำหรับรองรับลูกค้าที่มาทานกับเป็นหมู่คณะอีกด้วย
ในช่วงกลางวันห้องอาหาร The Allium นำเสนอ SET LUNCH จำนวน 2 Course (850++) และ 3 Course (950++) ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ ส่วนในมื้อกลางคืนลูกค้าสามารถเลือกชิมระหว่างเซ็ตเมนู THE EXPERIENCE ที่ราคา 6 Course (2,900++) และ 8 Course (3,600++) หรือจะเป็นรายการ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ
รูปที่ 19
ในช่วงกลางวันห้องอาหาร The Allium นำเสนอ SET LUNCH จำนวน 2 Course (850++) และ 3 Course (950++) ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ ส่วนในมื้อกลางคืนลูกค้าสามารถเลือกชิมระหว่างเซ็ตเมนู THE EXPERIENCE ที่ราคา 6 Course (2,900++) และ 8 Course (3,600++) หรือจะเป็นรายการ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ
อาหารที่นี่เตรียมออกมาในสไตล์ตะวันตกโดยผสมผสานวัตถุดิบของไทยและวัตถุดิบนำเข้าจากทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลียเข้าไว้ด้วยกัน
รูปที่ 20
อาหารที่นี่เตรียมออกมาในสไตล์ตะวันตกโดยผสมผสานวัตถุดิบของไทยและวัตถุดิบนำเข้าจากทั้งยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลียเข้าไว้ด้วยกัน
ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่สำหรับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า บริเวณ Dining Area มีผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสโค้งรับไปกับตัวอาคารรองรับแสงแดดให้สาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวันช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งและไม่อึดอัดตา
รูปที่ 21
ด้านหน้าเป็นเคาน์เตอร์บาร์ขนาดใหญ่สำหรับชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้า บริเวณ Dining Area มีผนังฝั่งหนึ่งเป็นกระจกใสโค้งรับไปกับตัวอาคารรองรับแสงแดดให้สาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวันช่วยให้บรรยากาศโดยรวมดูโปร่งและไม่อึดอัดตา
ตัวร้านตั้งอยู่บน 3 ของโรงแรม The Athenee Hotel, A Luxury Collection โดดเด่นด้วยประตูทางเข้าสีแดง Royal Red
รูปที่ 22
ตัวร้านตั้งอยู่บน 3 ของโรงแรม The Athenee Hotel, A Luxury Collection โดดเด่นด้วยประตูทางเข้าสีแดง Royal Red
แม้จะมีบรรยากาศแบบ Casual Dining แต่ทุกจานล้วนมีองค์ประกอบและรายละเอียดสูงกว่าห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไปอย่างชัดเจน พนักงานเอาใจใส่และคอยดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ราคาจัดว่าเหมาะสมตามมาตรฐานห้องอาหารชั้นดีโดยเฉพาะ Set Lunch ที่คุ้มค่าเอามาก ๆ สำหรับใครที่สนใจทางร้านได้ฝากลิ้งค์จองมาให้ด้วยจ้า: https://athenee.co/thealliumbangkok
รูปที่ 23
แม้จะมีบรรยากาศแบบ Casual Dining แต่ทุกจานล้วนมีองค์ประกอบและรายละเอียดสูงกว่าห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไปอย่างชัดเจน พนักงานเอาใจใส่และคอยดูแลลูกค้าเป็นอย่างดี ราคาจัดว่าเหมาะสมตามมาตรฐานห้องอาหารชั้นดีโดยเฉพาะ Set Lunch ที่คุ้มค่าเอามาก ๆ สำหรับใครที่สนใจทางร้านได้ฝากลิ้งค์จองมาให้ด้วยจ้า: https://athenee.co/thealliumbangkok