GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Terrazza Bosquet
1 MICHELIN Star

ItalyTerrazza Bosquet · เทอราซซ่า บอสเก็ต

Creative · อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Piazza Torquato Tasso, 34, 80067 Sorrento NA, Italy

🎗 [INTRO] Sorrento หรือชื่อเดิมในภาษาโรมันว่า Surrentum เป็นเมืองริมทะเลในภูมิภาค Campania ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ตัวเมืองมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจนได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริเวณใจกลางเมืองไม่ห่างจากถนนคนเดินเป็นที่ตั้งของ Terrazza Bosquet ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นห้องอาหารที่มีความหรูหรา, สวยงาม และน่าสนใจที่สุดในย่านนี้

🎗 [THE PLACE] ในปี ค.ศ. 1834 ครอบครัว Fiorentino ตัดสินใจเลือกทำเลใจกลางนคร Sorrento เพื่อเปิดเป็นโรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาวอย่าง Grand Hotel Excelsior Vittoria โดยมีพื้นที่ฝั่งหนึ่งยื่นเข้าไปชิดกับหน้าผาสูง อาคารเก่าแก่ดั้งเดิมทั้งสามได้รับตกแต่งอย่างหรูหรา นอกจากนี้ยังมีสปาสุดหรู La Serra และสระว่ายน้ำพร้อมกับระบบนวด Hydromessage สำหรับรองรับแขกทุกคนที่เข้าพักอีกด้วย ทัศนียภาพของอ่าว Naples สีน้ำเงินครามสุดลูกหูลูกตาและสวนสีเขียวขนาด 20,000 ตารางเมตรที่มีภูเขาไฟ Vesuvius เป็นฉากหลังดึงดูดบรรดาผู้มีชื่อเสียงระดับโลกให้แวะเวียนสลับกันมาเข้าพักอย่างเช่น Richard Wagner, Enrico Caruso, Jack Lemmon, Marilyn Monroe, Luciano Pavarotti, Sophia Loren, Lucio Dalla รวมไปถึงพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้เคยเสด็จมายังโรงแรมแห่งนี้ในเดือนมีนาคม 1933 เช่นกัน สำหรับลูกค้าที่จองร้านอาหารหรือโรงแรมสามารถขับรถผ่านการตรวจตราอันเข้มงวดเข้ามายังลานจอดซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้ามาพอสมควร ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่าย พื้นหินอ่อนสีส้มขาวดูเข้ากันดีกับภาพขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนัง กระจกบานใหญ่ปล่อยให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาในห้องอาหารช่วงมื้อกลางวัน ส่วนใครที่เดินทางมาช่วงกลางวันในวันที่อากาศเป็นใจทางห้องอาหารมักเปิดเทอเรสแบบ Al Fresco ให้ทุกคนได้สัมผัสความบริสุทธิ์ของลมจากทะเลได้ตลอดมื้ออาหารกันอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Antonino Montefusco เป็นชาวเมือง Sorrento โดยกำเนิดทำให้ตัวเขาคุ้นชินกับวัตถุดิบของพื้นที่ในแถบนี้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ประสบการณ์ของเขาก็ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะในวัย 18 ปีเขาได้เริ่มต้นสายอาชีพเชฟโดยการร่วมงานกับ Grand Hotel du Golf Crans Montana ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์อยู่นานถึง 2 ปีทั้งยังเคยร่วมงานกับ Grand Hotel Excelsior Vittoria แห่งนี้ในปี 2004 เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ราว 1 ปีก่อนจะเดินทางไปหาประสบการณ์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ห้องอาหาร Domaine de Châteauvieux (2 MICHELIN Stars) และกลับมายังกรุง Rome เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในปี 2005-2006 หลังจากนั้นเขาร่วมงานกับ Hotel de Russie อยู่พักหนึ่งและย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร Rossellini’s (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วย Quattro Passi (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) จนกระทั่งในปี 2017 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef กุมบังเหียนให้กับห้องอาหาร Terrazza Bosquet ในปี 2017 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีในปีเดียวกัน

🎗 [THE FOOD] อาหารที่นี่ได้รับการรังสรรค์โดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของภูมิภาค Campania โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากสวนของโรงแรมเองอย่างเช่นส้ม, เลมอน และน้ำมันมะกอกคุณภาพสูง ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 4 อย่างคือ Sacred (125 €) นำเสนออาหารจำนวน 6 คอร์สมาในราคาที่เข้าถึงง่าย ถัดมาคือ Profane (155 €) เซ็ตเมนูจำนวน 9 คอร์สที่เกิดจากการรังสรรค์ล่าสุด ยังมี Not Scared Not Profane ...Vegetarian (120 €) เซ็ตเมนู 5 คอร์สสำหรับผู้ที่ชื่นชอบผักต่าง ๆ หรือเป็น Vegetarian และสุดท้ายคือ Greatest Eats (125 €) เซ็ตเมนูที่รวบรวมสุดยอด Signature Dishes ที่ได้รับความนิยมสูงสุดของเชฟจำนวน 4 จานเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งนี้แต่ละเซ็ตสามารถเพิ่มเติมชีสท้องถิ่นคุณภาพสูงจากภูมิภาค Campania ในราคาเพียง 10 € เท่านั้น สำหรับใครที่เป็นคอไวน์ทางร้านได้กักเก็บไวน์ชั้นเลิศเอาไว้ในถ้ำใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัย Pre-existing Roman กว่า 2,000 ปีเพื่อควบคุมอุณหภูมิและความชื้นให้เหมาะสม ส่วนอาหารจานที่เตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้คือ

✨ Red shrimp carpaccio, burrata cheese and raspberry

2016

Gambero Rosso หรือกุ้งแดงดิบเสิร์ฟมาในสไตล์ Carpaccio แบนบาง ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly ที่ขึ้นรูปเป็นทรงแอปเปิ้ลเพื่อสื่อถึงผลแอปเปิ้ลของ Adam กับ Eve ภายในสอดไส้ Burrata Cheese คุณภาพสูงให้ความหอม มัน ครีมมี่ผสมผสานกันกับความหวานละมุนของกุ้งแดงได้อย่างไร้ที่ติ ยังมีมิติความกรอบที่ลงตัวของครัมเบิ้ลสมุนไพร ก่อนจบคอร์สเชฟเตรียมผล Raspberry เอาไว้เพื่อมีให้รสเปรี้ยวมาช่วยล้างปากก่อนเข้าคอร์สถัดไปอีกด้วย (17/20)

✨ Tribute to Pollock

Mixed pasta with smoked potatoes, chives, caviar

2017

สุดยอดเมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ Jackson Pollock ศิลปินผู้โด่งดังและมีความเชี่ยวชาญทางด้าน Drip Tecnique หรือการสะบัดหรือสาดสีลงบนผืนผ้าใบ เชฟ Antonino Montefusco นำเสนอ Dried Pasta จาก Gragnano มาในหลากหลายรูปทรงเพื่อให้เกิดความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ยังมีมันฝรั่งหลายชนิดนำมารมควันและชีส Provolone del Monaco ให้ความหอม มัน ครีมมี่ที่เข้ากันได้ดี องค์ประกอบด้านบนคือ Caviar ช่วยเสริมมิติรสเค็ม, Chive หรือต้นหอมให้กลิ่นเฉพาะตัวและ Tomato Powder ให้ความอุมามิแฝงมาอยู่ลึก ๆ นั่นเอง (16/20)

✨ Sorrento lemon Fantastique

Lemon, yogurt, almond and lemon balm

2018

สุดยอดเมนูอาหารหวานที่ได้เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจประกอบมูสโยเกิร์ตและเลมอนท้องถิ่นของนคร Sorrento ซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับโลกของภูมิภาค Campania รวมกันขึ้นมาเป็นผลเลมอน ด้านล่างรองด้วย Almond Soft Biscuit องค์ประกอบของกิ่งไม้เตรียมมาจาก Merisa ผงที่เตรียมขึ้นมาเป็นรูปใบไม้คือ Dehydrated Lemon Leaf ให้อโรมาเฉพาะตัวและช่วยเสริมกลิ่นหอมของเลมอน สุดท้ายคือดอกไม้ที่เตรียมมาจาก White Chocolate และทองคำเปลวรับประทานได้นั่นเอง จากนั้นเชฟจะมาเตรียมเลมอนซอร์เบท์ให้กับลูกค้าทุก ๆ คนที่ข้างโต๊ะโดยการเทน้ำเลมอนลงไปในไนโตรเจนเหลว ตัวซอร์เบท์ให้รสชาติเปรี้ยวที่กลมกล่อมลงตัวโดยมีความขมตามมาเป็น Aftertaste จากนั้นเชฟจะเทราด Lemon Essence ลงไปเพื่อให้มีอโรมาฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งโต๊ะ (17/20)

🎗 [WHY GO] ถึงแม้กิจการของ Grand Hotel Excelsior Vittoria ยังถูกส่งต่อมายังลูกหลานรุ่นที่ 5 แล้วแต่พื้นที่โดยรอบยังแสดงออกถึงมนต์ขลังของนคร Sorrento ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย อาหารทุกจานที่ Terrazza Bosquet ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตทั้งยังมีรายละเอียดและอัตลักษณ์สูงชนิดหาใครเทียบได้ยาก ถึงแม้เราจะแวะมาชิมอาหารมื้อค่ำแต่ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกเดินทางมาในช่วงกลางวันเพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามจนแทบหยุดหายใจของอ่าว Naples แห่งนี้นั่นเอ

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 42 รูป

🇮🇹 Terrazza Bosquet - เทอราซซ่า บอสเก็ต 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Antonino Montefusco - เชฟอันโตนิโน่ มอนตีฟุสโก้
รูปที่ 1
🇮🇹 Terrazza Bosquet - เทอราซซ่า บอสเก็ต 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Creative - อาหารเชิงสร้างสรรค์ 👨🏻‍🍳 Chef Antonino Montefusco - เชฟอันโตนิโน่ มอนตีฟุสโก้
Amuse-bouche เริ่มต้นด้วย Amuse-bouche อย่างแรกคือ Calzone จับคู่กับความเปรี้ยวของ Lemon Ricotta สอดไส้อยู่ด้านในและมีซอส Capers Mayonnaise สำหรับจิ้ม (16/20)
รูปที่ 2
Amuse-bouche เริ่มต้นด้วย Amuse-bouche อย่างแรกคือ Calzone จับคู่กับความเปรี้ยวของ Lemon Ricotta สอดไส้อยู่ด้านในและมีซอส Capers Mayonnaise สำหรับจิ้ม (16/20)
Amuse-bouche Nicoise Salad ที่เชฟนำเสนอมาเป็น Sweet Tuna Mousse จับคู่กับอโรมาหอม ๆ ของ Pepper Jelly รสชาติโดยรวมออกไปทางเปรี้ยวนิด ๆ ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้ดี (16/20)
รูปที่ 3
Amuse-bouche Nicoise Salad ที่เชฟนำเสนอมาเป็น Sweet Tuna Mousse จับคู่กับอโรมาหอม ๆ ของ Pepper Jelly รสชาติโดยรวมออกไปทางเปรี้ยวนิด ๆ ช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้ดี (16/20)
Amuse-bouche Celery Macaron รสชาติเค็มกลมกล่อมละลายในปาก ด้านในบรรจุ Goat Cheese Mousse ให้ความฝาดเสริมด้วยความฉ่ำของ Tomato Chutney และความเค็มของ Anchovy และ Wild Celery ท็อปอยู่ด้านบน (16/20)
รูปที่ 4
Amuse-bouche Celery Macaron รสชาติเค็มกลมกล่อมละลายในปาก ด้านในบรรจุ Goat Cheese Mousse ให้ความฝาดเสริมด้วยความฉ่ำของ Tomato Chutney และความเค็มของ Anchovy และ Wild Celery ท็อปอยู่ด้านบน (16/20)
Amuse-bouche คำนี้คือ Caesar Salad ที่เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่ ด้านล่างเป็น Parmesan Cheese Crouton หรือขนมปังกรอบที่มีกลิ่นหอมของชีสพาเมซานจับคู่กับ Chicken Mousse เนื้อเนียนละมุน (16/20)
รูปที่ 5
Amuse-bouche คำนี้คือ Caesar Salad ที่เชฟนำมาปรับรูปแบบการนำเสนอเสียใหม่ ด้านล่างเป็น Parmesan Cheese Crouton หรือขนมปังกรอบที่มีกลิ่นหอมของชีสพาเมซานจับคู่กับ Chicken Mousse เนื้อเนียนละมุน (16/20)
Amuse-bouche พนักงานจะเสิร์ฟมาพร้อมกัน 4 อย่าง
รูปที่ 6
Amuse-bouche พนักงานจะเสิร์ฟมาพร้อมกัน 4 อย่าง
Amuse-bouche Rose Petals หรือกลีบด้านกุหลาบ ด้านในบรรจุ Mackerel Mousse ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly และ Rose Water เสริมอโรมาของกุหลาบให้ชัดเจนมากขึ้น แม้ฟังดูแต่ละวัตถุดิบแล้วไม่น่าเข้ากันได้แต่เชฟกลับผสมผสานกลิ่นและรสชาติออกมาได้อย่างลงตัว (16/20)
รูปที่ 7
Amuse-bouche Rose Petals หรือกลีบด้านกุหลาบ ด้านในบรรจุ Mackerel Mousse ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly และ Rose Water เสริมอโรมาของกุหลาบให้ชัดเจนมากขึ้น แม้ฟังดูแต่ละวัตถุดิบแล้วไม่น่าเข้ากันได้แต่เชฟกลับผสมผสานกลิ่นและรสชาติออกมาได้อย่างลงตัว (16/20)
Amuse-bouche Razor Clams หรือหอยหลอด บริเวณชั้นนอกเชฟทำเลียนแบบเปลือกหอย ด้านในบรรจุ Razor Clams Salad หรือสลัดหอยหลอดเคี้ยวหนึบและ Lime Mayonaisse ช่วยกระตุ้นรอมรับรสได้ก่อนเข้าสู่จานหลัก (16/20)
รูปที่ 8
Amuse-bouche Razor Clams หรือหอยหลอด บริเวณชั้นนอกเชฟทำเลียนแบบเปลือกหอย ด้านในบรรจุ Razor Clams Salad หรือสลัดหอยหลอดเคี้ยวหนึบและ Lime Mayonaisse ช่วยกระตุ้นรอมรับรสได้ก่อนเข้าสู่จานหลัก (16/20)
Bread สำหรับขนมปังเชฟเริ่มด้วยขนมปังและเนยที่มีกลิ่นหอมของ Lemon และใบ Thyme
รูปที่ 9
Bread สำหรับขนมปังเชฟเริ่มด้วยขนมปังและเนยที่มีกลิ่นหอมของ Lemon และใบ Thyme
Bread ยังมีPlankton Bread Sticks และ Crackers ที่มี Anchovies ให้รสเค็มกลมกล่อม
รูปที่ 10
Bread ยังมีPlankton Bread Sticks และ Crackers ที่มี Anchovies ให้รสเค็มกลมกล่อม
Amuse-bouche ยังไม่หมดเท่านั้นเพราะพนักงานยังจัดเสิร์ฟ Glazed Chestnut มาในลูกเกาลัดดูน่าชิมมาก ๆ (16/20)
รูปที่ 11
Amuse-bouche ยังไม่หมดเท่านั้นเพราะพนักงานยังจัดเสิร์ฟ Glazed Chestnut มาในลูกเกาลัดดูน่าชิมมาก ๆ (16/20)
Amuse-bouche ในจานคือองค์ประกอบของเกาลัดหวาน ๆ เสิร์ฟมากับเห็ด Honey Mushrooms (Armillaria) นุ่มหนึบ ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของฟักทอง ผงสีเขียวด้านบนเตรียมมาจากใบ Bay Leaf (16/20)
รูปที่ 12
Amuse-bouche ในจานคือองค์ประกอบของเกาลัดหวาน ๆ เสิร์ฟมากับเห็ด Honey Mushrooms (Armillaria) นุ่มหนึบ ด้านล่างรองด้วยองค์ประกอบของฟักทอง ผงสีเขียวด้านบนเตรียมมาจากใบ Bay Leaf (16/20)
Amuse-bouche ส่วนฝั่งขวามือคือ Smoked Pumpkin Chip กรอบ ๆ ให้รสหวานนิด ๆ ของฟักทองได้อย่างลงตัว (16/20)
รูปที่ 13
Amuse-bouche ส่วนฝั่งขวามือคือ Smoked Pumpkin Chip กรอบ ๆ ให้รสหวานนิด ๆ ของฟักทองได้อย่างลงตัว (16/20)
Amuse-bouche ทั้งสามอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน
รูปที่ 14
Amuse-bouche ทั้งสามอย่างเสิร์ฟมาพร้อมกัน
Bread ยังมีขนมปังชุดใหญ่เสิร์ฟมาอีกแต่ชิ้นที่เด็ดคือ Focaccia และ Croissant
รูปที่ 15
Bread ยังมีขนมปังชุดใหญ่เสิร์ฟมาอีกแต่ชิ้นที่เด็ดคือ Focaccia และ Croissant
Incipit Red shrimp carpaccio, burrata cheese and raspberry 2016 Gambero Rosso หรือกุ้งแดงดิบเสิร์ฟมาในสไตล์ Carpaccio แบนบาง ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly ที่ขึ้นรูปเป็นทรงแอปเปิ้ลเพื่อสื่อถึงผลแอปเปิ้ลของ Adam กับ Eve ภายในสอดไส้ Burrata Cheese คุณภาพสูงให้ความหอม มัน ครีมมี่ผสมผสานกันกับความหวานละมุนของกุ้งแดงได้อย่างไร้ที่ติ ยังมีมิติความกรอบที่ลงตัวของครัมเบิ้ลสมุนไพร ก่อนจบคอร์สเชฟเตรียมผล Raspberry เอาไว้เพื่อมีให้รสเปรี้ยวมาช่วยล้างปากก่อนเข้าคอร์สถัดไปอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 16
Incipit Red shrimp carpaccio, burrata cheese and raspberry 2016 Gambero Rosso หรือกุ้งแดงดิบเสิร์ฟมาในสไตล์ Carpaccio แบนบาง ด้านบนท็อปด้วย Raspberry Jelly ที่ขึ้นรูปเป็นทรงแอปเปิ้ลเพื่อสื่อถึงผลแอปเปิ้ลของ Adam กับ Eve ภายในสอดไส้ Burrata Cheese คุณภาพสูงให้ความหอม มัน ครีมมี่ผสมผสานกันกับความหวานละมุนของกุ้งแดงได้อย่างไร้ที่ติ ยังมีมิติความกรอบที่ลงตัวของครัมเบิ้ลสมุนไพร ก่อนจบคอร์สเชฟเตรียมผล Raspberry เอาไว้เพื่อมีให้รสเปรี้ยวมาช่วยล้างปากก่อนเข้าคอร์สถัดไปอีกด้วย (17/20)
Tribute to Pollock Mixed pasta with smoked potatoes, chives, caviar 2017 เมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ Jackson Pollock ศิลปินผู้โด่งดังและมีความเชี่ยวชาญทางด้าน Drip Tecnique หรือการสะบัดหรือสาดสีลงบนผืนผ้าใบ เชฟ Antonino Montefusco นำเสนอ Dried Pasta จาก Gragnano มาในหลากหลายรูปทรงเพื่อให้เกิดความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ยังมีมันฝรั่งหลายชนิดนำมารมควันและชีส Provolone del Monaco ให้ความหอม มัน ครีมมี่ที่เข้ากันได้ดี องค์ประกอบด้านบนคือ Caviar ช่วยเสริมมิติรสเค็ม, Chive หรือต้นหอมให้กลิ่นเฉพาะตัวและ Tomato Powder ให้ความอุมามิแฝงมาอยู่ลึก ๆ (16/20)
รูปที่ 17
Tribute to Pollock Mixed pasta with smoked potatoes, chives, caviar 2017 เมนูที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นในปี 2017 เพื่อเป็นเกียรติให้แก่ Jackson Pollock ศิลปินผู้โด่งดังและมีความเชี่ยวชาญทางด้าน Drip Tecnique หรือการสะบัดหรือสาดสีลงบนผืนผ้าใบ เชฟ Antonino Montefusco นำเสนอ Dried Pasta จาก Gragnano มาในหลากหลายรูปทรงเพื่อให้เกิดความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ยังมีมันฝรั่งหลายชนิดนำมารมควันและชีส Provolone del Monaco ให้ความหอม มัน ครีมมี่ที่เข้ากันได้ดี องค์ประกอบด้านบนคือ Caviar ช่วยเสริมมิติรสเค็ม, Chive หรือต้นหอมให้กลิ่นเฉพาะตัวและ Tomato Powder ให้ความอุมามิแฝงมาอยู่ลึก ๆ (16/20)
I did it my way Turbot, pine nut froth, raisins and parsley sauce 2017 สำหรับจาน Main Course เชฟได้เลือกนำเสนอเมนู Neapolitan ท้องถิ่นแต่เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหลักเป็นปลา Turbot ที่มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มและแน่น ข้างกันคือ Froth หรือโฟมเบาละมุนเตรียมมาจากเมล็ดสน เชฟตั้งใจจับคู่กับ Parsley Sauce ให้กลิ่นเขียวที่ไม่มากจนเกินไป องค์ประกอบด้านล่างคือ Tomato Jelly และ Raisins Pesto ช่วยเสริมมิติทางกลิ่นและเนื้อสัมผัสให้กับจาน (16/20)
รูปที่ 18
I did it my way Turbot, pine nut froth, raisins and parsley sauce 2017 สำหรับจาน Main Course เชฟได้เลือกนำเสนอเมนู Neapolitan ท้องถิ่นแต่เปลี่ยนมาใช้วัตถุดิบหลักเป็นปลา Turbot ที่มีเนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มและแน่น ข้างกันคือ Froth หรือโฟมเบาละมุนเตรียมมาจากเมล็ดสน เชฟตั้งใจจับคู่กับ Parsley Sauce ให้กลิ่นเขียวที่ไม่มากจนเกินไป องค์ประกอบด้านล่างคือ Tomato Jelly และ Raisins Pesto ช่วยเสริมมิติทางกลิ่นและเนื้อสัมผัสให้กับจาน (16/20)
Selection of cheese from ancient Campania refiners (10 € supplement) สำหรับใครที่สนใจคอร์สชีสสามารถเพิ่มเงินอีกเพียง 10 € เพื่อลิ้มลองชีสท้องถิ่นคุณภาพสูงของภูมิภาค Campania เรียงจากซ้ายไปขวาตามอายุการบ่มน้อยไปมากคือ Fromagela di Bufala ซึ่งเป็นชีสนมควาย 100 % ถัดมาคือ Pecorino ซึ่งเป็นชีสนมแกะ ต่อด้วย Caprino ซึ่งเป็นชีสนมแพะและ Blue di Jersy ซึ่งเป็นบลูชีสที่ได้มาจากนมวัวสายพันธุ์ Jersey ให้รสชาติและกลิ่นเข้มข้นที่สุดในถาดนี้ พนักงานแนะนำให้รับประทานคู่กับ Apricot, Fresh Berries และ Cherries Jam นั่นเอง
รูปที่ 19
Selection of cheese from ancient Campania refiners (10 € supplement) สำหรับใครที่สนใจคอร์สชีสสามารถเพิ่มเงินอีกเพียง 10 € เพื่อลิ้มลองชีสท้องถิ่นคุณภาพสูงของภูมิภาค Campania เรียงจากซ้ายไปขวาตามอายุการบ่มน้อยไปมากคือ Fromagela di Bufala ซึ่งเป็นชีสนมควาย 100 % ถัดมาคือ Pecorino ซึ่งเป็นชีสนมแกะ ต่อด้วย Caprino ซึ่งเป็นชีสนมแพะและ Blue di Jersy ซึ่งเป็นบลูชีสที่ได้มาจากนมวัวสายพันธุ์ Jersey ให้รสชาติและกลิ่นเข้มข้นที่สุดในถาดนี้ พนักงานแนะนำให้รับประทานคู่กับ Apricot, Fresh Berries และ Cherries Jam นั่นเอง
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 สำหรับเมนูอาหารหวานเป็นจานที่เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจนำเสนอวัตถุดิบอย่าง Sorrento Lemon (17/20)
รูปที่ 20
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 สำหรับเมนูอาหารหวานเป็นจานที่เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจนำเสนอวัตถุดิบอย่าง Sorrento Lemon (17/20)
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 จากนั้นเชฟจะมาเตรียมเลมอนซอร์เบท์ให้กับลูกค้าทุก ๆ คนที่ข้างโต๊ะโดยการเทน้ำเลมอนลงไปในไนโตรเจนเหลว (17/20)
รูปที่ 21
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 จากนั้นเชฟจะมาเตรียมเลมอนซอร์เบท์ให้กับลูกค้าทุก ๆ คนที่ข้างโต๊ะโดยการเทน้ำเลมอนลงไปในไนโตรเจนเหลว (17/20)
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจประกอบมูสโยเกิร์ตและเลมอนท้องถิ่นของนคร Sorrento ซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับโลกของภูมิภาค Campania รวมกันขึ้นมาเป็นผลเลมอน ด้านล่างรองด้วย Almond Soft Biscuit องค์ประกอบของกิ่งไม้เตรียมมาจาก Merisa ผงที่เตรียมขึ้นมาเป็นรูปใบไม้คือ Dehydrated Lemon Leaf ให้อโรมาเฉพาะตัวและช่วยเสริมกลิ่นหอมของเลมอน สุดท้ายคือดอกไม้ที่เตรียมมาจาก White Chocolate และทองคำเปลวรับประทานได้ (17/20)
รูปที่ 22
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 เชฟ Antonino Montefusco ตั้งใจประกอบมูสโยเกิร์ตและเลมอนท้องถิ่นของนคร Sorrento ซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับโลกของภูมิภาค Campania รวมกันขึ้นมาเป็นผลเลมอน ด้านล่างรองด้วย Almond Soft Biscuit องค์ประกอบของกิ่งไม้เตรียมมาจาก Merisa ผงที่เตรียมขึ้นมาเป็นรูปใบไม้คือ Dehydrated Lemon Leaf ให้อโรมาเฉพาะตัวและช่วยเสริมกลิ่นหอมของเลมอน สุดท้ายคือดอกไม้ที่เตรียมมาจาก White Chocolate และทองคำเปลวรับประทานได้ (17/20)
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 ตัวซอร์เบท์ให้รสชาติเปรี้ยวที่กลมกล่อมลงตัวโดยมีความขมตามมาเป็น Aftertaste จบด้วยการที่เชฟเทราด Lemon Essence ลงไปเพื่อให้มีอโรมาฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งโต๊ะ (17/20)
รูปที่ 23
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 ตัวซอร์เบท์ให้รสชาติเปรี้ยวที่กลมกล่อมลงตัวโดยมีความขมตามมาเป็น Aftertaste จบด้วยการที่เชฟเทราด Lemon Essence ลงไปเพื่อให้มีอโรมาฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งโต๊ะ (17/20)
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 จากนั้นจึงเสิร์ฟมาพร้อมกัน (17/20)
รูปที่ 24
Sorrento lemon Fantastique Lemon, yogurt, almond and lemon balm 2018 จากนั้นจึงเสิร์ฟมาพร้อมกัน (17/20)
Petits fours ปิดท้ายด้วยขนม Walnut Biscuit และ Chocolate and Passionfruit
รูปที่ 25
Petits fours ปิดท้ายด้วยขนม Walnut Biscuit และ Chocolate and Passionfruit
Petits fours Jelly of black Almond and Chamomile และ Apricot and Hazelnut
รูปที่ 26
Petits fours Jelly of black Almond and Chamomile และ Apricot and Hazelnut
นอกจากนี้ยังมีขนม Macaron ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย
รูปที่ 27
นอกจากนี้ยังมีขนม Macaron ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย
💰 ราคา 719 €
รูปที่ 28
💰 ราคา 719 €
🎗 [INTRO] Sorrento หรือชื่อเดิมในภาษาโรมันว่า Surrentum เป็นเมืองริมทะเลในภูมิภาค Campania ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ตัวเมืองมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจนได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริเวณใจกลางเมืองไม่ห่างจากถนนคนเดินเป็นที่ตั้งของ Terrazza Bosquet ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นห้องอาหารที่มีความหรูหรา, สวยงาม และน่าสนใจที่สุดในย่านนี้
รูปที่ 29
🎗 [INTRO] Sorrento หรือชื่อเดิมในภาษาโรมันว่า Surrentum เป็นเมืองริมทะเลในภูมิภาค Campania ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี ถึงจะมีขนาดไม่ใหญ่นักแต่ตัวเมืองมีความโดดเด่นด้วยทัศนียภาพอันสวยงามจนได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลก บริเวณใจกลางเมืองไม่ห่างจากถนนคนเดินเป็นที่ตั้งของ Terrazza Bosquet ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นห้องอาหารที่มีความหรูหรา, สวยงาม และน่าสนใจที่สุดในย่านนี้
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่าย
รูปที่ 30
ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งอย่างเรียบง่าย
พื้นหินอ่อนสีส้มขาวดูเข้ากันดีกับภาพขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนัง
รูปที่ 31
พื้นหินอ่อนสีส้มขาวดูเข้ากันดีกับภาพขนาดใหญ่ที่แขวนประดับอยู่บนผนัง
กระจกบานใหญ่ปล่อยให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาในห้องอาหารช่วงมื้อกลางวัน
รูปที่ 32
กระจกบานใหญ่ปล่อยให้แสงธรรมชาติสาดส่องเข้ามาในห้องอาหารช่วงมื้อกลางวัน
ส่วนใครที่เดินทางมาช่วงกลางวันในวันที่อากาศเห็นใจทางห้องอาหารมักเปิดเทอเรสแบบ Al Fresco ให้ทุกคนได้สัมผัสความบริสุทธิ์ของลมจากทะเลได้ตลอดมื้ออาหารกันอีกด้วย
รูปที่ 33
ส่วนใครที่เดินทางมาช่วงกลางวันในวันที่อากาศเห็นใจทางห้องอาหารมักเปิดเทอเรสแบบ Al Fresco ให้ทุกคนได้สัมผัสความบริสุทธิ์ของลมจากทะเลได้ตลอดมื้ออาหารกันอีกด้วย
🎗 [THE CHEF] Antonino Montefusco เป็นชาวเมือง Sorrento โดยกำเนิดทำให้ตัวเขาคุ้นชินกับวัตถุดิบของพื้นที่ในแถบนี้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ประสบการณ์ของเขาก็ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะในวัย 18 ปีเขาได้เริ่มต้นสายอาชีพเชฟโดยการร่วมงานกับ Grand Hotel du Golf Crans Montana ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์อยู่นานถึง 2 ปีทั้งยังเคยร่วมงานกับ Grand Hotel Excelsior Vittoria แห่งนี้ในปี 2004 เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ราว 1 ปีก่อนจะเดินทางไปหาประสบการณ์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ห้องอาหาร Domaine de Châteauvieux (2 MICHELIN Stars) และกลับมายังกรุง Rome เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในปี 2005-2006 หลังจากนั้นเขาร่วมงานกับ Hotel de Russie อยู่พักหนึ่งและย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร Rossellini’s (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วย Quattro Passi (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) จนกระทั่งในปี 2017 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef กุมบังเหียนให้กับห้องอาหาร Terrazza Bosquet ในปี 2017 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีในปีเดียวกัน
รูปที่ 34
🎗 [THE CHEF] Antonino Montefusco เป็นชาวเมือง Sorrento โดยกำเนิดทำให้ตัวเขาคุ้นชินกับวัตถุดิบของพื้นที่ในแถบนี้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ประสบการณ์ของเขาก็ถือว่าไม่ธรรมดาเพราะในวัย 18 ปีเขาได้เริ่มต้นสายอาชีพเชฟโดยการร่วมงานกับ Grand Hotel du Golf Crans Montana ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์อยู่นานถึง 2 ปีทั้งยังเคยร่วมงานกับ Grand Hotel Excelsior Vittoria แห่งนี้ในปี 2004 เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ราว 1 ปีก่อนจะเดินทางไปหาประสบการณ์ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ห้องอาหาร Domaine de Châteauvieux (2 MICHELIN Stars) และกลับมายังกรุง Rome เพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร La Pergola (3 MICHELIN Stars) ในปี 2005-2006 หลังจากนั้นเขาร่วมงานกับ Hotel de Russie อยู่พักหนึ่งและย้ายไปร่วมงานกับห้องอาหาร Rossellini’s (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ต่อด้วย Quattro Passi (1 MICHELIN Star ในขณะนั้น) จนกระทั่งในปี 2017 เขาได้ย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef กุมบังเหียนให้กับห้องอาหาร Terrazza Bosquet ในปี 2017 และคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ทันทีในปีเดียวกัน
🎗 [THE PLACE] ในปี ค.ศ. 1834 ครอบครัว Fiorentino ตัดสินใจเลือกทำเลใจกลางนคร Sorrento เพื่อเปิดเป็นโรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาวอย่าง Grand Hotel Excelsior Vittoria โดยมีพื้นที่ฝั่งหนึ่งยื่นเข้าไปชิดกับหน้าผาสูง
รูปที่ 35
🎗 [THE PLACE] ในปี ค.ศ. 1834 ครอบครัว Fiorentino ตัดสินใจเลือกทำเลใจกลางนคร Sorrento เพื่อเปิดเป็นโรงแรมสุดหรูระดับ 5 ดาวอย่าง Grand Hotel Excelsior Vittoria โดยมีพื้นที่ฝั่งหนึ่งยื่นเข้าไปชิดกับหน้าผาสูง
ทัศนียภาพของอ่าว Naples สีน้ำเงินครามสุดลูกหูลูกตาและสวนสีเขียวขนาด 20,000 ตารางเมตรที่มีภูเขาไฟ Vesuvius เป็นฉากหลังดึงดูดบรรดาผู้มีชื่อเสียงระดับโลกให้แวะเวียนสลับกันมาเข้าพักอย่างเช่น Richard Wagner, Enrico Caruso, Jack Lemmon, Marilyn Monroe, Luciano Pavarotti, Sophia Loren, Lucio Dalla ส่วนในภาพคือรัชกาลที่ 7 ทั้งรูปแนวตั้งและแนวนอน
รูปที่ 36
ทัศนียภาพของอ่าว Naples สีน้ำเงินครามสุดลูกหูลูกตาและสวนสีเขียวขนาด 20,000 ตารางเมตรที่มีภูเขาไฟ Vesuvius เป็นฉากหลังดึงดูดบรรดาผู้มีชื่อเสียงระดับโลกให้แวะเวียนสลับกันมาเข้าพักอย่างเช่น Richard Wagner, Enrico Caruso, Jack Lemmon, Marilyn Monroe, Luciano Pavarotti, Sophia Loren, Lucio Dalla ส่วนในภาพคือรัชกาลที่ 7 ทั้งรูปแนวตั้งและแนวนอน
นอกจากนี้ยังมีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้เคยเสด็จมายังโรงแรมแห่งนี้ในเดือนมีนาคม 1933 เช่นกัน
รูปที่ 37
นอกจากนี้ยังมีพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวซึ่งได้เคยเสด็จมายังโรงแรมแห่งนี้ในเดือนมีนาคม 1933 เช่นกัน
อาคารเก่าแก่ดั้งเดิมทั้งสามได้รับตกแต่งอย่างหรูหรา นอกจากนี้ยังมีสปาสุดหรู La Serra และสระว่ายน้ำพร้อมกับระบบนวด Hydromessage สำหรับรองรับแขกทุกคนที่เข้าพักอีกด้วย
รูปที่ 38
อาคารเก่าแก่ดั้งเดิมทั้งสามได้รับตกแต่งอย่างหรูหรา นอกจากนี้ยังมีสปาสุดหรู La Serra และสระว่ายน้ำพร้อมกับระบบนวด Hydromessage สำหรับรองรับแขกทุกคนที่เข้าพักอีกด้วย
บริเวณทางเข้าอาคารโรงแรม
รูปที่ 39
บริเวณทางเข้าอาคารโรงแรม
สำหรับลูกค้าที่จองร้านอาหารหรือโรงแรมสามารถขับรถผ่านการตรวจตราอันเข้มงวดเข้ามายังลานจอดซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้ามาพอสมควร
รูปที่ 40
สำหรับลูกค้าที่จองร้านอาหารหรือโรงแรมสามารถขับรถผ่านการตรวจตราอันเข้มงวดเข้ามายังลานจอดซึ่งตั้งอยู่ลึกเข้ามาพอสมควร
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 41
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
🎗 [WHY GO] ถึงแม้กิจการของ Grand Hotel Excelsior Vittoria ยังถูกส่งต่อมายังลูกหลานรุ่นที่ 5 แล้วแต่พื้นที่โดยรอบยังแสดงออกถึงมนต์ขลังของนคร Sorrento ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย อาหารทุกจานที่ Terrazza Bosquet ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตทั้งยังมีรายละเอียดและอัตลักษณ์สูงชนิดหาใครเทียบได้ยาก ถึงแม้เราจะแวะมาชิมอาหารมื้อค่ำแต่ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกเดินทางมาในช่วงกลางวันเพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามจนแทบหยุดหายใจของอ่าว Naples แห่งนี้นั่นเอง
รูปที่ 42
🎗 [WHY GO] ถึงแม้กิจการของ Grand Hotel Excelsior Vittoria ยังถูกส่งต่อมายังลูกหลานรุ่นที่ 5 แล้วแต่พื้นที่โดยรอบยังแสดงออกถึงมนต์ขลังของนคร Sorrento ได้อย่างไม่เสื่อมคลาย อาหารทุกจานที่ Terrazza Bosquet ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตทั้งยังมีรายละเอียดและอัตลักษณ์สูงชนิดหาใครเทียบได้ยาก ถึงแม้เราจะแวะมาชิมอาหารมื้อค่ำแต่ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เลือกเดินทางมาในช่วงกลางวันเพื่อสัมผัสกับทัศนียภาพอันสวยงามจนแทบหยุดหายใจของอ่าว Naples แห่งนี้นั่นเอง

แกลเลอรี