
Table 38 · เทเบิ้ล 38
Thai · อาหารไทย — 8 ซอยสุขุมวิท 38, พระโขนง, คลองเตย, กรุงเทพ 10110 (บริเวณชั้น 1 ของคอนโด Ashton Morph 38)
🌶 ย้อนไปเมื่อปี 2010 มีเสียงฮือฮาในหมู่นักชิมชาวอเมริกันถึงร้านอาหาร Rhong Tiam (โรงเตี๊ยม) ซึ่งเป็นร้านอาหารไทยในกรุงนิวยอร์คตั้งอยู่ไม่ไกลจากย่าน Broadway และเป็นร้านแรกของโลกที่สามารถคว้าดาว Michelin Star มาครองได้สำเร็จ ตัวร้านนำทีมโดยหนึ่งในสุดยอดเชฟอาหารไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุดในยุคนี้อย่างเชฟแอนดี้ ยังเอกสกุล หรืออีกชื่อหนึ่งคือเชฟ Andy Yang ต่อมาหลังจากร้านปิดตัวลง เชฟแอนดี้ได้เริ่มต้นความท้าทายใหม่ๆโดยการเปิดร้านอาหารไทยอีกมากมายทั้งในอเมริกา ยุโรป ตะวันออกกลาง หลังจากเก็บเกี่ยวประสบการณ์มามากมาย ในที่สุดเชฟจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ยากที่สุดคือ "การกลับมาเปิดร้านอาหารไทยในประเทศไทย" โดยมีจุดประสงค์หลักคือการเปลี่ยนมุมมองของบุคคนทั่วไปที่มีต่ออาหารไทย เริ่มจากการเปิดตัวสุดยอดร้านผัดไทยที่ดีที่สุดร้านหนึ่งในกรุงเทพอย่าง "ผัดไทยไฟทะลุ" เมื่อปี 2018 และได้รับการบันทึกลงใน Michelin Guide ทันทีในหมวดหมู่ Bib Gourmand ตามมาด้วยการเปิดสุดยอดห้องอาหาร Fine Dining ซึ่งก็คือ Table 38 แห่งนี้นั่นเอง
🌶 สำหรับร้าน Table 38 นอกจากจะตั้งชื่อตามโครงการณ์ Ashton 38 แล้ว (ซึ่งได้มาจากซอยสุขุมวิท 38 อีกที) เชฟแอนดี้เล่าว่าในร้านอาหารหลายๆร้านของเขามักมีโต๊ะที่เป็นโต๊ะใหญ่พิเศษหรือโต๊ะปาตี้ และใช้เลขประจำโต๊ะที่แปลกไปกว่าโต๊ะอื่นคือโต๊ะ 38 หรือ Table 38 ซึ่งตรงกันกับชื่อโครงการณ์นี้พอดีจนรู้สึกถูกโฉลกและนำมาตั้งเป็นชื่อร้าน ตัวร้านเป็นห้องอาหารไทยแบบ Chef’s Table โดยตั้งอยู่บริเวณชั้นล่างของโครงการ Ashton Morph 38 ดัดแปลงจากคาเฟ่เก่าเดิมเปลี่ยนให้กลายเป็นห้องอาหารขนาดย่อม ตรงกลางมีโต๊ะหินอ่อนสีขาวทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าเข้าคู่กันกับเก้าอี้สีส้มเเละมีที่นั่งรองรับเพียง 10 ที่เท่านั้น ด้านบนเป็นโคมไฟส่องสว่างลงมายังกลางโต๊ะ บนผนังมีชื่อร้าน Table 38 ขนาบข้างด้วยภาพวาดขนาดใหญ่ของม้าซึ่งเป็นสัตว์ที่เชฟแอนดี้ชื่นชอบมากที่สุดและเป็นสัญลักษณ์ของทางร้าน ถัดไปเป็นส่วนของห้องครัวแบบ Open kitchen มีแผ่นไม้ที่ออกแบบโดยได้รับเเรงบันดาลใจจากคอกม้า เมื่อเปิดครัวแผ่นไม้จะเลื่อนไปกั้นปิดรูปม้าพอดิบพอดีเสมือนม้าถูกกั้นให้อยู่ในคอก อาหารที่นี่มีหลากหลายราคาหลากหลายรูปแบบสลับหมุนเวียนกันไป แต่โดยส่วนใหญ่ทางร้านจะนำเสนอคอร์ส Full Experience ในราคา 4,900++ ต่อคนเสิร์ฟเฉพาะมื้อเย็น
🌶 แนวคิดหลักของ Table 38 คือการนำเสนอเมนู Street food ให้ออกมาในรูปแบบ Fine dining โดยมีจุดเด่นคือการดึงศักยภาพของวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยออกมาได้ถึงขีดสุด สังเกตได้จากการที่เชฟลงทุนซื้อเรือประมงของตัวเองที่ปราณบุรีเพื่อให้ชาวประมงท้องถื่นใช้เรือไปตกกุ้งและนำกลับมาในปริมาณไม่มากโดยไม้ใช้สารกระตุ้นเพื่อทำอหารคอร์ส SHRIMP เพียงคอร์สเดียว หรือจะเป็นเมนู NOODLE ที่เชฟต้องการเสิร์ฟไข่นกกระทาแบบยางมะตูม เพียงเเค่เหตุผลข้อเดียวนี้ทำให้เชฟต้องออกตามล่าหาฟาร์มที่มีไข่นกกระทาออร์แกนิคจนกระทั่งพบเจอกับ Coca farm ฟาร์มนกกระทาเจ้าของเดียวกับสุกี้โคคาซึ่งเป็นฟาร์มเดียวในประเทศไทย (และไม่กี่ที่ในเอเชีย) ที่จำหน่ายไข่นกกระทาออร์แกนิคจากนกทั้งฟาร์มเพียง 60 ตัว จากที่กล่าวมาสังเกตได้ว่าหากดูสมุดเมนูของ Table 38 อาจพบว่าเป็นเมนูพื้นบ้านอย่างกุ้งเผา ข้าวซอย มัสมั่นแกะ เเต่ทุกคอร์สเน้นรสธรรมชาติของวัตถุดิบ ไม่มีการเติมน้ำตาลหรือเติมเกลือใดๆ วัตถุดิบทุกอย่างถูกคัดสรรค์มาอย่างดี มีเทคนิคการปรุงชั้นสูง ซอสที่เสิร์ฟในเเต่ละคอร์สได้มาจากการใช้เทคนิคพิเศษเฉพาะตัวของเชฟคือการใช้ความเร็วและเสียงเพื่อสกัดซอสรสชาติเข้มข้นออกมา (flavor extraction using speed and sound) ซึ่งเป็นเรื่องที่หาได้ยากมากในบรรดาห้องอาหารระดับ 1 ดาวมิชลินด้วยกัน หรือแม้กระทั่งร้าน 2 ดาวมิชลินก็ตาม สมกับหลักปรัชญาที่ทางร้านประกาศเอาไว้นั่นก็คือ "Using today’s knowledge to tell yesterday’s story" นั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 30 รูป






























