GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Sushi Shikon
3 MICHELIN Stars

Hong KongSushi Shikon · ซูชิ ชิคอน

Sushi Restaurant · ร้านซูชิ — 7/F, The Landmark Mandarin Oriental, 15 Queen's Road Central, Central, Hong Kong

🍣 หลังจากเปิดตัวในปี 2012 ภายใต้ชื่อ Sushi Yoshitake ตามชื่อร้านสาขาหลักของเชฟ Masahiro Yoshitake ที่กรุงโตเกียว Sushi Yoshitake สาขาฮ่องกงถูกยกให้เป็นหนึ่งในร้านซูชินอกญี่ปุ่นที่ดีที่สุดในโลก 🎌 การันตีด้วยรางวัล 3 ดาวมิชลิน, ฮ่องกงแท็ตเลอร์ และคะเเนนเกือบเต็มจากสื่อและนักวิจารย์อาหารมากมายจึงไม่น่าแปลกใจที่ Sushi Yoshitake กลายเป็นร้านอาหารที่จองยากที่สุดร้านหนึ่ง ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อร้านเป็น Sushi Shikon เพื่อป้องกันความสับสนเมื่อมีลูกค้าหลายคนจองร้านสาขาหนึ่งแต่ไปปรากฎตัวที่อีกสาขาหนึ่งคนละประเทศ

🍣 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Sushi Shikon ได้ปิดตัวเพื่อปรับปรุงร้านครั้งใหญ่และย้ายร้านจากโรงแรม Mercer Hotel มายังสถานที่ใหม่ที่หรูหรายิ่งขึ้นคือ The Landmark Mandarin Oriental โดยใช้ชื่อว่า Shikon by Yoshitake เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือร้านซูชิสาขาเรือธงนอกญี่ปุ่นของร้านซูชิชื่อดังระดับ 3 ดาว มิชลินในกรุงโตเกียว หน้าร้านใหม่ตกแต่งแบบ Minimalist มีเพียงป้ายไม้สลักชื่อร้านและผ้าม่านกั้นทางเข้าตามแบบร้านซูชิทั่วไป ภายในร้านมีขนาดค่อนข้างเล็ก เดินเข้าไปจะพบกับเคาเตอร์ซูชิทำจากไม้ Hinoki งานแกะสลักไม้ด้วยมือแบบ Kumiko-style ไปจนถึงผนังปูนก่อแบบ Tsuchi-kabe ทั้งร้านมีที่นั่งหน้าเคาเตอร์เพียง 8 ที่ โดยเปิดรับลูกค้ารอบกลางวัน 1 ชุดและรอบเย็น 2 ชุดเท่ากับวันหนึ่งทางร้านจะรับลูกค้าทั่วไปเต็มที่ได้เพียง 24 คนเท่านั้นทำให้ Sushi Shikon เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่จองยากที่สุดในฮ่องกงเลยทีเดียว

🍣 Yoshiharu Kakinuma หัวหน้าเชฟของที่นี่เติบโตมาโดยมีทั้งคุณพ่อเเละคุณปู่เป็นเชฟซูชิพื้นบ้าน เมื่ออายุราว 17 ปี คุณพ่อต้องการให้ลูกชายได้ฝึกเพื่อเป็น Prefessional chef และค้นหาเส้นทางชีวิตของตัวเอง Kaki จึงย้ายไปทำงานในร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆในเมืองเกียวโต หลังจากฝึกงานอยู่ได้ 2 ปีก็มีโอกาสได้พบกับมาสเตอร์เชฟ Masahiro Yoshitake และย้ายไปฝึกงานในร้าน Sushi Yoshitake ณ กรุงโตเกียว เชฟ Kaki สั่งสมประสบการณ์เบื้องต้นอย่างรวดเร็วและย้ายไปทำงานที่อเมริกาเพื่อฝึกฝนภาษาอังกฤษและขัดเกลาความสามารถในการเปิดร้านซูชิเป็นของตัวเอง ในที่สุดเมื่อทุกอย่างลงตัวจึงย้ายมาที่ฮ่องกงเพื่อเปิดสาขาแรกนอกกรุงโตเกียวของ Sushi Yoshitake นั่นก็คือ Sushi Shikon

🍣 อาหารที่นี่เป็น Omakase Course มื้อกลางวันราคา 1,800 HKD และมื้อเย็น 3,500 HKD ยังไม่รวมเมนูพิเศษประจำวันที่เชฟจะแจ้งกับลูกค้าก่อนเริ่มคอร์สว่าจะรับหรือไม่และค่าบริการอีก 10 % ซูชิที่นี่เสิร์ฟในสไตล์ดั้งเดิมหรือ Edo-mae โดยนำเข้าปลา 🐟 และวัตถุดิบเกือบ 100 % ส่งตรงมาจากตลาดปลา Tsukiji กรุงโตเกียวแบบ “วันต่อวัน” ทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ถึง “ความสดใหม่” และ “ความเป็นญี่ปุ่น” 🎌 ของวัตถุดิบทุกชิ้น อาหารทุกคอร์สที่เราได้ชิมมีรสชาติอร่อยอย่างเหลือเชื่อ วัตถุดิบทุกจานถูกรีดศักยภาพออกมาจนถึงขีดสุดและแทบไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ ทางร้านมีเมนูซิกเนเจอร์ที่ได้มาจากร้านสาขาดั้งเดิมอย่าง “หอยเป่าฮื้อนึ่งราดด้วยซอสตับหอยเป่าฮื้อ” ซึ่งก็ทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ 🍣 นิงิริซูชิทุกคำรสชาติเกินมาตรฐานร้านซูชิทั่วไปไปไกลมากชนิดที่ว่าร้านซูชิขั้นนำในประเทศไทยก็ยังไม่มีร้านใดทำคุณภาพได้ใกล้เคียง ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างองุ่นญี่ปุ่นที่ทานแล้วยังทึ่งกับรสชาติองุ่นที่ไม่ธรรมดามาจนถึงตอนนี้ เรียกได้ว่าอาหารมื้อนี้แม้จะมีราคาสูงอยู่พอสมควร แต่หลังทานเเล้วรู้สึกว่าคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ และเรากล้าบอกเลยว่าคงจะยากมากๆที่จะหาร้านซูชิอื่นๆนอกญี่ปุ่นไปเทียบชั้นหรือแม้กระทั่งทำรสชาติได้ใกล้เคียงกับ Sushi Shikon

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 27 รูป

🇭🇰 Sushi Shikon - ซูชิ ชิคอน ⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Star - 3 ดาวมิชลิน
รูปที่ 1
🇭🇰 Sushi Shikon - ซูชิ ชิคอน ⭐️⭐️⭐️ 3 Michelin Star - 3 ดาวมิชลิน
Chawanmushi สำหรับคอร์สเเรกของวันนี้คือ “ชาวานมูชิ” หรือ Steam egg custard with sea urchin and bonito soup (17/20)
รูปที่ 2
Chawanmushi สำหรับคอร์สเเรกของวันนี้คือ “ชาวานมูชิ” หรือ Steam egg custard with sea urchin and bonito soup (17/20)
Chawanmushi “ชาวานมูชิ” ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นเนื้อเนียน นุ่ม ละมุนมากๆ ทอปด้านบนด้วยไข่หอยเม่นสุดครีมมี่และวาซาบิ ราดด้วยน้ำซุปสีเหลืองข้นรสกลมกล่อมทำจากปลาโอแถบจากญี่ปุ่น แค่คำเเรกก็อร่อยกว่าไข่ตุ๋นที่เคยทานมาจากร้านซูชิทั่วๆไปเเล้ว (17/20)
รูปที่ 3
Chawanmushi “ชาวานมูชิ” ไข่ตุ๋นญี่ปุ่นเนื้อเนียน นุ่ม ละมุนมากๆ ทอปด้านบนด้วยไข่หอยเม่นสุดครีมมี่และวาซาบิ ราดด้วยน้ำซุปสีเหลืองข้นรสกลมกล่อมทำจากปลาโอแถบจากญี่ปุ่น แค่คำเเรกก็อร่อยกว่าไข่ตุ๋นที่เคยทานมาจากร้านซูชิทั่วๆไปเเล้ว (17/20)
Tako ต่อมาคือเมนูพิเศษประจำวันคือ “ทาโกะ” หรือ Tender Octopus ส่วนหนวดของปลาหมึกยักษ์ตัวโตที่หมักไว้ใน Soy sauce สูตรพิเศษ ขายในราคา 150 HKD หรือประมาณ 650 บาทต่อจานต่อคนรวมค่าบริการ โดยเชฟจะนำหนวดหมึกขนาดยักษ์มาโชว์ให้ลูกค้าดูก่อน (17/20)
รูปที่ 4
Tako ต่อมาคือเมนูพิเศษประจำวันคือ “ทาโกะ” หรือ Tender Octopus ส่วนหนวดของปลาหมึกยักษ์ตัวโตที่หมักไว้ใน Soy sauce สูตรพิเศษ ขายในราคา 150 HKD หรือประมาณ 650 บาทต่อจานต่อคนรวมค่าบริการ โดยเชฟจะนำหนวดหมึกขนาดยักษ์มาโชว์ให้ลูกค้าดูก่อน (17/20)
Tako ต่อมาเชฟจะหั่นหนวดหมึกยักษ์ทีละชิ้นจัดวางใส่ลงในจานทีละจาน (17/20)
รูปที่ 5
Tako ต่อมาเชฟจะหั่นหนวดหมึกยักษ์ทีละชิ้นจัดวางใส่ลงในจานทีละจาน (17/20)
Tako ด้วยความที่ใช้หนวดหมึกขนาดใหญ่มากทำให้หมึกที่หั่นมามีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบในเเบบที่หาได้ยากในร้านซูชิทั่วไป ส่วนของปุ่มดูดที่ปกติในหมึกตัวเล็กจะสุกจนแข็งเหนียว เเต่ในหมึกชิ้นใหญ่กลับมีเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างออกไป เป็นจานที่ดูเบสิคเเต่อร่อยมากๆ (17/20)
รูปที่ 6
Tako ด้วยความที่ใช้หนวดหมึกขนาดใหญ่มากทำให้หมึกที่หั่นมามีเนื้อสัมผัสนุ่มหนึบในเเบบที่หาได้ยากในร้านซูชิทั่วไป ส่วนของปุ่มดูดที่ปกติในหมึกตัวเล็กจะสุกจนแข็งเหนียว เเต่ในหมึกชิ้นใหญ่กลับมีเนื้อสัมผัสที่เเตกต่างออกไป เป็นจานที่ดูเบสิคเเต่อร่อยมากๆ (17/20)
Ika สำหรับนิงิริซูชิคำเเรกคือ “อิกะ” หรือหมึกที่เชฟเพิ่มความซับซ้อนทางเนื้อสัมผัสขึ้นไปอีกโดยการนำมาแล่เป็นเส้นๆบางๆก่อนจะนำไปวางบนข้าวซูชิรสเปรี้ยว เนื้อหมึกสดมากๆ เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ เเละไม่มีเมือกปนมาเลยแม้แต่น้อย อัตราส่วนของหมึกต่อข้าวลงตัวมากๆ รสธรรมชาติของหมึกตัดกับรสเปรี้ยวของข้าวได้อย่างดี เพอร์เฟคสุดๆ (18/20)
รูปที่ 7
Ika สำหรับนิงิริซูชิคำเเรกคือ “อิกะ” หรือหมึกที่เชฟเพิ่มความซับซ้อนทางเนื้อสัมผัสขึ้นไปอีกโดยการนำมาแล่เป็นเส้นๆบางๆก่อนจะนำไปวางบนข้าวซูชิรสเปรี้ยว เนื้อหมึกสดมากๆ เนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ เเละไม่มีเมือกปนมาเลยแม้แต่น้อย อัตราส่วนของหมึกต่อข้าวลงตัวมากๆ รสธรรมชาติของหมึกตัดกับรสเปรี้ยวของข้าวได้อย่างดี เพอร์เฟคสุดๆ (18/20)
Tai ถัดมาคือ “ไท่” หรือปลากระพงญี่ปุ่นที่เชฟ Dry aged ไว้เป็นเวลา 3 คืน ทำให้เกิดรสชาติอุมามิตัดกับรสธรรมชาติของเนื้อปลา ทานเเล้วรับรู้ได้ถึงมิติทางรสชาติที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเนื้อปลาสดๆ (18/20)
รูปที่ 8
Tai ถัดมาคือ “ไท่” หรือปลากระพงญี่ปุ่นที่เชฟ Dry aged ไว้เป็นเวลา 3 คืน ทำให้เกิดรสชาติอุมามิตัดกับรสธรรมชาติของเนื้อปลา ทานเเล้วรับรู้ได้ถึงมิติทางรสชาติที่ซับซ้อนมากขึ้นกว่าเนื้อปลาสดๆ (18/20)
Otoro ถัดมาคือหนึ่งในพระเอกชองค่ำคืนนี้ “โอโทโร่” หรือส่วนท้องของปลาทูน่า เพียงเเค่มองดูลายที่มันราวกับเนื้อวัววากิวก็พอจะเดารสชาติได้ว่าต้องอร่อยเพียงไหน เนื้อปลาสด มีไขมันเเทรกจนเกิดเป็นลายสวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุนจนแทบละลายในปาก ปริมาณเนื้อปลาให้มาในอัตราส่วนพอดีกับข้าวมากๆ คำนี้คำเดียวคือฟินสุดๆ (20/20)
รูปที่ 9
Otoro ถัดมาคือหนึ่งในพระเอกชองค่ำคืนนี้ “โอโทโร่” หรือส่วนท้องของปลาทูน่า เพียงเเค่มองดูลายที่มันราวกับเนื้อวัววากิวก็พอจะเดารสชาติได้ว่าต้องอร่อยเพียงไหน เนื้อปลาสด มีไขมันเเทรกจนเกิดเป็นลายสวยงาม เนื้อสัมผัสนุ่ม ละมุนจนแทบละลายในปาก ปริมาณเนื้อปลาให้มาในอัตราส่วนพอดีกับข้าวมากๆ คำนี้คำเดียวคือฟินสุดๆ (20/20)
Uni ถัดมาคือ “อูนิ” โดยเชฟจะเริ่มปั้นข้าวก่อน (20/20)
รูปที่ 10
Uni ถัดมาคือ “อูนิ” โดยเชฟจะเริ่มปั้นข้าวก่อน (20/20)
Uni เสร็จแล้วห่อด้วยสาหร่าย วางเรียงกันไว้ที่เคาเตอร์ (20/20)
รูปที่ 11
Uni เสร็จแล้วห่อด้วยสาหร่าย วางเรียงกันไว้ที่เคาเตอร์ (20/20)
Bafun Uni ทอปด้านบนด้วย “บาฟุน อูนิ” ปิดท้ายด้วยการโรย Seaweed powder หรือผงสาหร่ายลงไปพร้อมเสิร์ฟ เนื้อสัมผัสอูนิละมุน ครีมมี่มากๆ จนแทบจะละลายในปาก ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ผงสาหร่ายที่โรยไปมีรสเค็มแบบอูมามิช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว สุดยอดจริงๆ (20/20)
รูปที่ 12
Bafun Uni ทอปด้านบนด้วย “บาฟุน อูนิ” ปิดท้ายด้วยการโรย Seaweed powder หรือผงสาหร่ายลงไปพร้อมเสิร์ฟ เนื้อสัมผัสอูนิละมุน ครีมมี่มากๆ จนแทบจะละลายในปาก ไม่มีกลิ่นคาวแม้แต่น้อย ผงสาหร่ายที่โรยไปมีรสเค็มแบบอูมามิช่วยตัดเลี่ยนได้อย่างลงตัว สุดยอดจริงๆ (20/20)
Awabi สุดยอดคอร์สซิกเนเจอร์ประจำร้าน ซูชิ ชิคอน ที่ได้มาจากร้าน ซูชิ โยชิทาเกะสาขาดั้งเดิมคือสุดยอดเมนูรสเลิศ อย่าง Japanese Abalone หรือ “หอยเปาฮื้อญี่ปุ่น” ราดด้วยซอสตับหอยเปาฮื้อ โดยเชฟเล่าว่าหอยเปาฮื้อที่ส่งมาที่ซุชิ ชิคอนทุกตัวจะผ่านการดีท็อกซ์สารพิษออกก่อน เริ่มจากจับหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อมาชาวประมงจะนำหอยไปแช่ในบ่อที่มีสาหร่ายเคลป์ แช่อยู่หลายวันสาหร่ายเคลป์จะช่วยทำให้หอยบริสุทธ์มากยิ่งขึ้น ความสุดยอดของคือเชฟสามารถรีดศักยภาพของเนื้อสัมผัสที่เป็นจุดเด่นของหอยเปาฮื้อออกมาได้เต็มที่ เคี้ยวเเล้วทั้งนุ่มทั้งหนึบในเวลาเดียวกัน อีกทีเด็ดคือซอสตับหอยที่ทานแล้วต้องร้องว้าวออกมาทันที ครีมมี่ มีกลิ่นหอม มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไร้ซึ่งกลิ่นหอยหรือกลิ่นเครื่องในในแบบที่เราจินตนาการเอาไว้เลย ข้าวที่ใส่มามีรสเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูตัดกับรสของหอยเเละซอส จานนี้คือที่สุดของที่สุด สมกับเป็นร้านซูชิเอโดะมาเอะระดับ 3 ดาวมิชลินจริงๆ (20/20)
รูปที่ 13
Awabi สุดยอดคอร์สซิกเนเจอร์ประจำร้าน ซูชิ ชิคอน ที่ได้มาจากร้าน ซูชิ โยชิทาเกะสาขาดั้งเดิมคือสุดยอดเมนูรสเลิศ อย่าง Japanese Abalone หรือ “หอยเปาฮื้อญี่ปุ่น” ราดด้วยซอสตับหอยเปาฮื้อ โดยเชฟเล่าว่าหอยเปาฮื้อที่ส่งมาที่ซุชิ ชิคอนทุกตัวจะผ่านการดีท็อกซ์สารพิษออกก่อน เริ่มจากจับหอยจากแหล่งน้ำธรรมชาติ ต่อมาชาวประมงจะนำหอยไปแช่ในบ่อที่มีสาหร่ายเคลป์ แช่อยู่หลายวันสาหร่ายเคลป์จะช่วยทำให้หอยบริสุทธ์มากยิ่งขึ้น ความสุดยอดของคือเชฟสามารถรีดศักยภาพของเนื้อสัมผัสที่เป็นจุดเด่นของหอยเปาฮื้อออกมาได้เต็มที่ เคี้ยวเเล้วทั้งนุ่มทั้งหนึบในเวลาเดียวกัน อีกทีเด็ดคือซอสตับหอยที่ทานแล้วต้องร้องว้าวออกมาทันที ครีมมี่ มีกลิ่นหอม มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ไร้ซึ่งกลิ่นหอยหรือกลิ่นเครื่องในในแบบที่เราจินตนาการเอาไว้เลย ข้าวที่ใส่มามีรสเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูตัดกับรสของหอยเเละซอส จานนี้คือที่สุดของที่สุด สมกับเป็นร้านซูชิเอโดะมาเอะระดับ 3 ดาวมิชลินจริงๆ (20/20)
Kuruma Ebi ถัดมาคือ “คุรุมะอิบิ” หรือกุ้งลายเสือญี่ปุ่นโดยเชฟจะเเกะกุ้งอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วที่หน้าเคาเตอร์ (20/20)
รูปที่ 14
Kuruma Ebi ถัดมาคือ “คุรุมะอิบิ” หรือกุ้งลายเสือญี่ปุ่นโดยเชฟจะเเกะกุ้งอย่างคล่องแคล่วรวดเร็วที่หน้าเคาเตอร์ (20/20)
Kuruma Ebi กุ้งลายเสือสุกกำลังดีมากๆ นุ่มเท่ากันทั้งตัว ไม่มีส่วนใดที่สุกเกินไปจนเเข็ง ข้างใต้มี Shrimp paste ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ซูชิ ชิคอน ได้มาจากการสกัดส่วนมันในส่วนหัวของกุ้งช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติของกุ้งให้แรงมากยิ่งขึ้น เสิร์ฟมาในขณะที่อุณหภูมิยังอุ่นอยู่ ทานเเล้วจะได้รสกุ้งตัดกับรสของวาซาบิ รสเปรี้ยวของข้าวซูชิหมักในน้ำส้มสายชูเพิ่มมิติให้กับเนื้อกุ้งเป็นอย่างมาก คำนี้แทบจะไม่มีที่ติเลยจริงๆ (20/20)
รูปที่ 15
Kuruma Ebi กุ้งลายเสือสุกกำลังดีมากๆ นุ่มเท่ากันทั้งตัว ไม่มีส่วนใดที่สุกเกินไปจนเเข็ง ข้างใต้มี Shrimp paste ที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน ซูชิ ชิคอน ได้มาจากการสกัดส่วนมันในส่วนหัวของกุ้งช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติของกุ้งให้แรงมากยิ่งขึ้น เสิร์ฟมาในขณะที่อุณหภูมิยังอุ่นอยู่ ทานเเล้วจะได้รสกุ้งตัดกับรสของวาซาบิ รสเปรี้ยวของข้าวซูชิหมักในน้ำส้มสายชูเพิ่มมิติให้กับเนื้อกุ้งเป็นอย่างมาก คำนี้แทบจะไม่มีที่ติเลยจริงๆ (20/20)
Anago นิงิริคำสุดท้ายคืออีกหนึ่งทีเด็ดหมัดหนักประจำมื้อนี้ “อนาโกะ” หรือปลาไหลทะเล สิ่งที่ทำให้เราทึ่งเลยคือปลาไหลคำนี้พอทานเข้าไปแล้วเพียงใช้ลิ้นแตะเบาๆ เนื้อปลาจะละลายในปากทันที เราเคยทานปลาไหลทะเลมามากทั้งจากร้านซูชิระดับมิชลินเพลทจนถึงระดับมิชลินสตาร์ แต่ไม่เคยมีที่ไหนทำเนื้อปลาไหละลายในปากได้ขนาดนี้ ทั้งรสชาติของซอสยังเข้มข้นเข้ากันได้ดีกับเนื้อปลา คำนี้ถือว่าน่าอัศจรรย์มากๆ (20+/20)
รูปที่ 16
Anago นิงิริคำสุดท้ายคืออีกหนึ่งทีเด็ดหมัดหนักประจำมื้อนี้ “อนาโกะ” หรือปลาไหลทะเล สิ่งที่ทำให้เราทึ่งเลยคือปลาไหลคำนี้พอทานเข้าไปแล้วเพียงใช้ลิ้นแตะเบาๆ เนื้อปลาจะละลายในปากทันที เราเคยทานปลาไหลทะเลมามากทั้งจากร้านซูชิระดับมิชลินเพลทจนถึงระดับมิชลินสตาร์ แต่ไม่เคยมีที่ไหนทำเนื้อปลาไหละลายในปากได้ขนาดนี้ ทั้งรสชาติของซอสยังเข้มข้นเข้ากันได้ดีกับเนื้อปลา คำนี้ถือว่าน่าอัศจรรย์มากๆ (20+/20)
Otoro Maki ถัดมาก่อนเข้าของหวานเชฟจะทำมากิโดยใช้โอโทโร่ ใบชิโสะ และแรดิชดอง (17/20)
รูปที่ 17
Otoro Maki ถัดมาก่อนเข้าของหวานเชฟจะทำมากิโดยใช้โอโทโร่ ใบชิโสะ และแรดิชดอง (17/20)
Otoro Maki ม้วนให้ลูกค้ากันสดๆเลย (17/20)
รูปที่ 18
Otoro Maki ม้วนให้ลูกค้ากันสดๆเลย (17/20)
Otoro Maki พร้อมเสิร์ฟ
รูปที่ 19
Otoro Maki พร้อมเสิร์ฟ
Otoro Maki มากิถูกม้วนมาเป็นอย่างดี ดูในรูปจะเห็นชัดเจนว่าอัตราส่วนของข้าวต่อเนื้อปลาเพอร์เฟคลงตัวสุดๆ รสของเเรดิชดองช่วยตัดไม่ให้รสเลี่ยนของไขมันมาปลาทูน่าเด่นจนเกินไป ทานคำเดียว ฟินสุดๆ (17/20)
รูปที่ 20
Otoro Maki มากิถูกม้วนมาเป็นอย่างดี ดูในรูปจะเห็นชัดเจนว่าอัตราส่วนของข้าวต่อเนื้อปลาเพอร์เฟคลงตัวสุดๆ รสของเเรดิชดองช่วยตัดไม่ให้รสเลี่ยนของไขมันมาปลาทูน่าเด่นจนเกินไป ทานคำเดียว ฟินสุดๆ (17/20)
Tamago ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยทามาโกะหรือไข่หวานรสเลิศ นิ่ม ละมุน มีรสหวานที่ไม่มากจนเกินไป (18/20)
รูปที่ 21
Tamago ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยทามาโกะหรือไข่หวานรสเลิศ นิ่ม ละมุน มีรสหวานที่ไม่มากจนเกินไป (18/20)
Miso Soup มิโสะซุปรสชาติกลมกล่อม ไม่มีรสเค็มหรือเปรี้ยวโดด ดับคาวก่อนทานอาหารหวานจานสุดท้าย (16/20)
รูปที่ 22
Miso Soup มิโสะซุปรสชาติกลมกล่อม ไม่มีรสเค็มหรือเปรี้ยวโดด ดับคาวก่อนทานอาหารหวานจานสุดท้าย (16/20)
Japanese Grape อาหารหวานจานสุดท้ายคือผลองุ่นแดงนำเข้าจากญี่ปุ่น เชฟปลอกเปลือกออกจนเหงือเเต่ลูกองุ่นรสเลิศอยู่ด้านล่าง ส่วนของเปลือกทำไปทำเป็นเจลลี่และน้ำหวานราดทอปด้านบนอีกที ไม่น่าเชื่อว่าด้วยวัตถุดิบคือองุ่นเพียงอย่างเดียวจะทำอาหารหวานที่รสชาติซับซ้อนไปแบบนี้ ผิดจากร้านซูชิทั่วไปที่จนมหวานปิดท้ายมักรสชาติไม่เด็ดมาก แต่สำหรับที่นี่ทำออกมาได้เหนือความคาดหมายจริงๆ (18/20)
รูปที่ 23
Japanese Grape อาหารหวานจานสุดท้ายคือผลองุ่นแดงนำเข้าจากญี่ปุ่น เชฟปลอกเปลือกออกจนเหงือเเต่ลูกองุ่นรสเลิศอยู่ด้านล่าง ส่วนของเปลือกทำไปทำเป็นเจลลี่และน้ำหวานราดทอปด้านบนอีกที ไม่น่าเชื่อว่าด้วยวัตถุดิบคือองุ่นเพียงอย่างเดียวจะทำอาหารหวานที่รสชาติซับซ้อนไปแบบนี้ ผิดจากร้านซูชิทั่วไปที่จนมหวานปิดท้ายมักรสชาติไม่เด็ดมาก แต่สำหรับที่นี่ทำออกมาได้เหนือความคาดหมายจริงๆ (18/20)
Green Tea ชาเขียวที่นี่เสิร์ฟคู่กันกับซูชิโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตอนเข้าไปนั่งรอพนักงานจะถามว่ารับน้ำอะไรหรือไม่ แนะนำว่าไม่ต้องสั่งน้ำอะไรเพิ่มเลยเพราะชาเขียวคือน้ำที่ทานเข้ากันกับซูชิมากที่สุดแล้วจริงๆ (15/20)
รูปที่ 24
Green Tea ชาเขียวที่นี่เสิร์ฟคู่กันกับซูชิโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ตอนเข้าไปนั่งรอพนักงานจะถามว่ารับน้ำอะไรหรือไม่ แนะนำว่าไม่ต้องสั่งน้ำอะไรเพิ่มเลยเพราะชาเขียวคือน้ำที่ทานเข้ากันกับซูชิมากที่สุดแล้วจริงๆ (15/20)
ราคา 4,351 หรือประมาณ 17,150 บาท
รูปที่ 25
ราคา 4,351 หรือประมาณ 17,150 บาท
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Sushi Shikon ได้ปิดตัวเพื่อปรับปรุงร้านครั้งใหญ่และย้ายร้านจากโรงแรม Mercer Hotel มายังสถานที่ใหม่ที่หรูหรายิ่งขึ้นคือ The Landmark Mandarin Oriental โดยใช้ชื่อว่า Shikon by Yoshitake เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือร้านซูชิสาขาเรือธงนอกญี่ปุ่นของร้านซูชิชื่อดังระดับ 3 ดาว มิชลินในกรุงโตเกียว
รูปที่ 26
เมื่อต้นปีที่ผ่านมา Sushi Shikon ได้ปิดตัวเพื่อปรับปรุงร้านครั้งใหญ่และย้ายร้านจากโรงแรม Mercer Hotel มายังสถานที่ใหม่ที่หรูหรายิ่งขึ้นคือ The Landmark Mandarin Oriental โดยใช้ชื่อว่า Shikon by Yoshitake เพื่อแสดงให้เห็นว่านี่คือร้านซูชิสาขาเรือธงนอกญี่ปุ่นของร้านซูชิชื่อดังระดับ 3 ดาว มิชลินในกรุงโตเกียว
หน้าร้านใหม่ตกแต่งแบบ Minimalist มีเพียงป้ายไม้สลักชื่อร้านและผ้าม่านกั้นทางเข้าตามแบบร้านซูชิทั่วไป ภายในร้านมีขนาดค่อนข้างเล็ก เดินเข้าไปจะพบกับเคาเตอร์ซูชิทำจากไม้ Hinoki งานแกะสลักไม้ด้วยมือแบบ Kumiko-style ไปจนถึงผนังปูนก่อแบบ Tsuchi-kabe
รูปที่ 27
หน้าร้านใหม่ตกแต่งแบบ Minimalist มีเพียงป้ายไม้สลักชื่อร้านและผ้าม่านกั้นทางเข้าตามแบบร้านซูชิทั่วไป ภายในร้านมีขนาดค่อนข้างเล็ก เดินเข้าไปจะพบกับเคาเตอร์ซูชิทำจากไม้ Hinoki งานแกะสลักไม้ด้วยมือแบบ Kumiko-style ไปจนถึงผนังปูนก่อแบบ Tsuchi-kabe

แกลเลอรี