
Sühring · ซูห์ริ่ง
European Contemporary · อาหารยุโรปร่วมสมัย — 10 ซอยเย็นอากาศ 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
🎗 [INTRO] ประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Sühring ครั้งแรกของเรานั้นต้องเล่าย้อนไปในสมัยที่ตัวร้านเพิ่งได้รางวัล 1 MICHELIN Star มาใหม่ ๆ เพราะจัดว่ามีไม่บ่อยนักที่เชฟมากประสบการณ์จะตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Fine Dining เป็นของตัวเองในประเทศไทยในสมัยนั้น จนถึงวันนี้กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีก็เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะแวะกลับมาชิมอาหารที่นี่อีกครั้ง
🎗 [THE PLACE] Sühring เป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่ตั้งอยู่ในซอยเย็นอากาศ เพื่อน ๆ สามารถนำรถส่วนตัวเข้าจอดได้อย่างจำกัดบริเวณลานจอดด้านหน้าทั้งยังมีบริการ Valet Parking เพิ่มเติมให้เมื่อลานจอดเต็มอีกด้วย ตัวอาคารถูกปรับปรุงขึ้นมาจากบ้านหลังเก่าที่สร้างขึ้นในช่วงปี 70 รายล้อมด้วยสวนสีเขียวดูร่มรื่นตา ห้องรับประทานอาหารถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนโดยแต่ละส่วนล้วนให้บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปเริ่มจาก “Dining Room” หรือห้องรับประทานอาหารหลักมีลักษณะเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ให้บรรยากาศแบบผ่อนคลายและเป็นกันเอง ส่วนที่สองคือ “Kitchen” หรือห้องครัวที่ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาผ่านครัวแบบเปิด ถัดมาคือ “Glass House” หรือเรือนกระจกให้บรรยากาศอันสงบเงียบพร้อมวิวสวนอันสุดแสนโรแมนติค สุดท้ายคือ “Living Room” หรือห้องนั่งเล่นบริเวณชั้น 2 ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ทั้งยังสามารถรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มได้ถึง 8 คน โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าลินินสีขาว เชฟทั้งคู่ยังพิถีพิถันในการจัดเตรียมห้องอาหารสังเกตจากการเลือกใช้เครื่องเทเบิ้ลแวร์ระดับสูงอย่าง Robbe & Berking จากประเทศเยอรมนีอีกด้วย
🎗 [THE CHEF] Thomas และ Mathias Sühring เป็นคู่เชฟฝาแฝดชาวเยอรมนีผู้เกิดและเติบโตมาผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายโดยเชฟ Thomas นั้นเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Aqua (3 MICHELIN Stars) ในโรงแรม The Ritz-Carlton ในนคร Wolfsburg และ La Pergola (3 MICHELIN Stars) ณ โรงแรม Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel ในกรุง Rome มาแล้วส่วนเชฟ Mathias นั้นเคยผ่านงานในห้องอาหาร Aqua (3 MICHELIN Stars) เช่นกันก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร De Librije (3 MICHELIN Stars) ในประเทศเนเธอแลนด์ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยเป็นหนึ่งในเชฟทีมชาติรุ่นเยาวชนขณะฝึกงานอยู่ในกรุง Berlin อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอทั้งคู่มีโอกาสเดินทางมาทำ Pop Up ในกรุงเทพเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเลือกรับงานควบคุมห้องอาหาร Mezzaluna ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 65 ของ State Tower ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2008 จนถึงเดือนธันวาคมปี 2014 และได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลาม หลังจากเอาชนะทุกความท้าทายจนถึงจุดอิ่มตัว Thomas และ Mathias Sühring จึงตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในซอยเย็นอากาศทั้งยังเลือกนำชื่อสกุลมาใช้เป็นชื่อร้านอีกด้วย ห้องอาหาร Sühring ได้รัลรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2018 และเลื่อนระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2019 มาจนถึงปัจจุบัน
🎗 [THE FOOD] ด้วยความที่เชฟทั้งสองเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนีตะวันออกก่อนจะเกิดการทลายกำแพงเบอร์ลินขึ้นในขณะที่ทั้งคู่มีอายุได้ 12 ปีทำให้สไตล์การนำเสนออาหารที่ Sühring มีความเป็นเยอรมนีที่ผสมผสานความเป็นยุโรปตะวันออกจากหลากหลายประเทศอยู่ด้วยอย่างกลมกลืน ปัจจุบันลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวที่มีชื่อว่า Sühring Erlebnis (Sühring Experience) จำนวน 7 คอร์ส (5,500++) และ 9 คอร์ส (6,500++) นอกจากนี้ยังมี Caviar จาก Kaviari และ AKI รวมไปถึงเมนู Classic Dishes สำหรับ Add-ons เพิ่มเติมได้บางส่วนอีกด้วย สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถจับคู่ Wine Pairing กับอาหารที่ราคา 2,800++ และ 3,500++ ตามลำดับ สำหรับคอร์สที่เตรียมออกมาได้น่าประทับใจวันนี้อย่างเช่น
✨ Aal Grün
Smoked eel, cucumber, parsley
หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ aal Grün หรือแปลตรงตัวเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Green Eel เชฟเลือกใช้ Fresh Water River Eel หรือปลาไหลน้ำจืดจากพื้นที่แถบกรุง Berlin เชฟนำมารมควันก่อนจะเสิร์ฟมาคู่กับ Herb Foam ที่ได้มาจากป่าทางตอนใต้ของกรุง Berlin ให้มีกลิ่นของความเขียวและอโรมาติคในระดับที่พอเหมาะ ด้านบนคือ Pike Roe หรือไข่ปลาไพค์ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันกับความนุ่มละมุนของปลาไหล ข้างกันคือ Cucumber Mousse รอบล้อมด้วยแตงกวาฝานบางให้มีกลิ่นของแตงกวาที่ไม่โดดเด่นจนเกินไป จากนั้นจึงจบด้วยการเทราดซอสที่เตรียมมาจากแตงกว่าและ Parsley Oil ลงไปตรงกลางนั่นเอง (18/20)
✨ Blue Lobster & Scallop
Kelp, sweet potato, hazelnut
ในคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟ Blue Lobster จากแหล่งจับที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศสให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ด้านล่างคือ Purée เตรียมมาจากมันหวานและถั่วฮาเซลนัทให้รสชาติอันหวานละมุนตัดกันกับความเข้มข้นของซอส Lobster Bisque เข้มข้นที่ราดมาด้านบน อีกฝั่งหนึ่งคือหอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากเมือง Miyaki ประเทศญี่ปุ่นโดยเชฟนำไปผ่านกระบวนการหมักกับสาหร่าย Kelp ด้านบนคือแผ่นสาหร่าย Kelp บางกรอบ, ผง Seaweed Powder, Seaweed Mayonnaise และความกรอบของ Potato Soufflé ขนาดจิ๋ว (17/20)
✨ Duck – Aged for 10 Days
Beetroot, cherry, coffee
หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของห้องอาหาร Sühring คือเป็ด Barbary จากฟาร์มท้องถิ่นในจังหวัดระยองที่ผ่านการ Dry Aging นานกว่า 10 วันจนได้รสชาติที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เชฟเสิร์ฟส่วนอกเป็ดโดยการนำฝั่งหนังไปจี่บนกระทะเพื่อเพิ่มความกรอบก่อนจะนำไปย่างต่ออีกเล็กน้อย ข้างกันคือ Beetroot ในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันเริ่มจาก Yellow Beetroot Purée สีเหลืองในรสชาติหวาน ตรงกลางของจานคือ Candied Beetroot ที่มีความเข้มข้นจาก Cherry องค์ประกอบล่างสุดของจานคือ Baby Beetroot ที่มีองค์ประกอบของขาเป็ดราดด้วย Ruby Port Wine Sauce รสชาติเข้มข้น จากนั้นเชฟจะเทราด Coffee Sauce ที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟลงเข้ากันกับกลิ่นเฉพาะตัวของชิ้นเป็ดได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
🎗 [WHY GO] Sühring ยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหารยุโรปร่วมสมัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย อาหารทุกจานเตรียมออกมาได้ตามมาตรฐานไม่ต่างกันกับห้องอาหารระดับสูงในทวีปยุโรป ทีมพนักงานและ Sommelier ล้วนให้บริการอย่างมืออาชีพ บรรยากาศของร้านโดยรวมจัดว่ามีความโรแมคติค อย่างไรก็ตามถึงถึงจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าราคาอาหารที่ 6,500-7,400++ ยังไม่รวมเมนูเสริมต่าง ๆ จัดว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรตรงกันข้ามกับรายการไวน์ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 45 รูป






























![🎗 [INTRO] ประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Sühring ครั้งแรกของเรานั้นต้องเล่าย้อนไปในสมัยที่ตัวร้านเพิ่งได้รางวัล 1 MICHELIN Star มาใหม่ ๆ เพราะจัดว่ามีไม่บ่อยนักที่เชฟมากประสบการณ์จะตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Fine Dining เป็นของตัวเองในประเทศไทยในสมัยนั้น จนถึงวันนี้กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีก็เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะแวะกลับมาชิมอาหารที่นี่อีกครั้ง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/313105918_8703878236353563_3586935145119096548_n.webp)
![🎗 [THE FOOD] ด้วยความที่เชฟทั้งสองเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนีตะวันออกก่อนจะเกิดการทลายกำแพงเบอร์ลินขึ้นในขณะที่ทั้งคู่มีอายุได้ 12 ปีทำให้สไตล์การนำเสนออาหารที่ Sühring มีความเป็นเยอรมนีที่ผสมผสานความเป็นยุโรปตะวันออกจากหลากหลายประเทศอยู่ด้วยอย่างกลมกลืน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/313207394_8703878153020238_2172418551034009262_n.webp)









![🎗 [THE CHEF] Thomas และ Mathias Sühring เป็นคู่เชฟฝาแฝดชาวเยอรมนีผู้เกิดและเติบโตมาผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายโดยเชฟ Thomas นั้นเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Aqua (3 MICHELIN Stars) ในโรงแรม The Ritz-Carlton ในนคร Wolfsburg และ La Pergola (3 MICHELIN Stars) ณ โรงแรม Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel ในกรุง Rome มาแล้วส่วนเชฟ Mathias นั้นเคยผ่านงานในห้องอาหาร Aqua (3 MICHELIN Stars) เช่นกันก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร De Librije (3 MICHELIN Stars) ในประเทศเนเธอแลนด์ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยเป็นหนึ่งในเชฟทีมชาติรุ่นเยาวชนขณะฝึกงานอยู่ในกรุง Berlin อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอทั้งคู่มีโอกาสเดินทางมาทำ Pop Up ในกรุงเทพเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเลือกรับงานควบคุมห้องอาหาร Mezzaluna ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 65 ของ State Tower ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2008 จนถึงเดือนธันวาคมปี 2014 และได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลาม หลังจากเอาชนะทุกความท้าทายจนถึงจุดอิ่มตัว Thomas และ Mathias Sühring จึงตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในซอยเย็นอากาศทั้งยังเลือกนำชื่อสกุลมาใช้เป็นชื่อร้านอีกด้วย ห้องอาหาร Sühring ได้รัลรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2018 และเลื่อนระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2019 มาจนถึงปัจจุบัน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/312948724_8703854179689302_453016235047883157_n.webp)


![🎗 [WHY GO] Sühring ยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหารยุโรปร่วมสมัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย อาหารทุกจานเตรียมออกมาได้ตามมาตรฐานไม่ต่างกันกับห้องอาหารระดับสูงในทวีปยุโรป ทีมพนักงานและ Sommelier ล้วนให้บริการอย่างมืออาชีพ บรรยากาศของร้านโดยรวมจัดว่ามีความโรแมคติค อย่างไรก็ตามถึงถึงจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าราคาอาหารที่ 6,500-7,400++ ยังไม่รวมเมนูเสริมต่าง ๆ จัดว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรตรงกันข้ามกับรายการไวน์ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/312899405_8703851213022932_7058870361449457189_n.webp)
