GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Sühring
2 MICHELIN Stars

ThailandSühring · ซูห์ริ่ง

European Contemporary · อาหารยุโรปร่วมสมัย — 10 ซอยเย็นอากาศ 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120

🎗 [INTRO] ประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Sühring ครั้งแรกของเรานั้นต้องเล่าย้อนไปในสมัยที่ตัวร้านเพิ่งได้รางวัล 1 MICHELIN Star มาใหม่ ๆ เพราะจัดว่ามีไม่บ่อยนักที่เชฟมากประสบการณ์จะตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Fine Dining เป็นของตัวเองในประเทศไทยในสมัยนั้น จนถึงวันนี้กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีก็เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะแวะกลับมาชิมอาหารที่นี่อีกครั้ง

🎗 [THE PLACE] Sühring เป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่ตั้งอยู่ในซอยเย็นอากาศ เพื่อน ๆ สามารถนำรถส่วนตัวเข้าจอดได้อย่างจำกัดบริเวณลานจอดด้านหน้าทั้งยังมีบริการ Valet Parking เพิ่มเติมให้เมื่อลานจอดเต็มอีกด้วย ตัวอาคารถูกปรับปรุงขึ้นมาจากบ้านหลังเก่าที่สร้างขึ้นในช่วงปี 70 รายล้อมด้วยสวนสีเขียวดูร่มรื่นตา ห้องรับประทานอาหารถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนโดยแต่ละส่วนล้วนให้บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไปเริ่มจาก “Dining Room” หรือห้องรับประทานอาหารหลักมีลักษณะเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ให้บรรยากาศแบบผ่อนคลายและเป็นกันเอง ส่วนที่สองคือ “Kitchen” หรือห้องครัวที่ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาผ่านครัวแบบเปิด ถัดมาคือ “Glass House” หรือเรือนกระจกให้บรรยากาศอันสงบเงียบพร้อมวิวสวนอันสุดแสนโรแมนติค สุดท้ายคือ “Living Room” หรือห้องนั่งเล่นบริเวณชั้น 2 ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ทั้งยังสามารถรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มได้ถึง 8 คน โต๊ะทุกตัวปูด้วยผ้าลินินสีขาว เชฟทั้งคู่ยังพิถีพิถันในการจัดเตรียมห้องอาหารสังเกตจากการเลือกใช้เครื่องเทเบิ้ลแวร์ระดับสูงอย่าง Robbe & Berking จากประเทศเยอรมนีอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Thomas และ Mathias Sühring เป็นคู่เชฟฝาแฝดชาวเยอรมนีผู้เกิดและเติบโตมาผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายโดยเชฟ Thomas นั้นเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Aqua (3 MICHELIN Stars) ในโรงแรม The Ritz-Carlton ในนคร Wolfsburg และ La Pergola (3 MICHELIN Stars) ณ โรงแรม Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel ในกรุง Rome มาแล้วส่วนเชฟ Mathias นั้นเคยผ่านงานในห้องอาหาร Aqua (3 MICHELIN Stars) เช่นกันก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร De Librije (3 MICHELIN Stars) ในประเทศเนเธอแลนด์ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยเป็นหนึ่งในเชฟทีมชาติรุ่นเยาวชนขณะฝึกงานอยู่ในกรุง Berlin อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอทั้งคู่มีโอกาสเดินทางมาทำ Pop Up ในกรุงเทพเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเลือกรับงานควบคุมห้องอาหาร Mezzaluna ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 65 ของ State Tower ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2008 จนถึงเดือนธันวาคมปี 2014 และได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลาม หลังจากเอาชนะทุกความท้าทายจนถึงจุดอิ่มตัว Thomas และ Mathias Sühring จึงตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในซอยเย็นอากาศทั้งยังเลือกนำชื่อสกุลมาใช้เป็นชื่อร้านอีกด้วย ห้องอาหาร Sühring ได้รัลรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2018 และเลื่อนระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2019 มาจนถึงปัจจุบัน

🎗 [THE FOOD] ด้วยความที่เชฟทั้งสองเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนีตะวันออกก่อนจะเกิดการทลายกำแพงเบอร์ลินขึ้นในขณะที่ทั้งคู่มีอายุได้ 12 ปีทำให้สไตล์การนำเสนออาหารที่ Sühring มีความเป็นเยอรมนีที่ผสมผสานความเป็นยุโรปตะวันออกจากหลากหลายประเทศอยู่ด้วยอย่างกลมกลืน ปัจจุบันลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวที่มีชื่อว่า Sühring Erlebnis (Sühring Experience) จำนวน 7 คอร์ส (5,500++) และ 9 คอร์ส (6,500++) นอกจากนี้ยังมี Caviar จาก Kaviari และ AKI รวมไปถึงเมนู Classic Dishes สำหรับ Add-ons เพิ่มเติมได้บางส่วนอีกด้วย สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถจับคู่ Wine Pairing กับอาหารที่ราคา 2,800++ และ 3,500++ ตามลำดับ สำหรับคอร์สที่เตรียมออกมาได้น่าประทับใจวันนี้อย่างเช่น

✨ Aal Grün

Smoked eel, cucumber, parsley

หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ aal Grün หรือแปลตรงตัวเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Green Eel เชฟเลือกใช้ Fresh Water River Eel หรือปลาไหลน้ำจืดจากพื้นที่แถบกรุง Berlin เชฟนำมารมควันก่อนจะเสิร์ฟมาคู่กับ Herb Foam ที่ได้มาจากป่าทางตอนใต้ของกรุง Berlin ให้มีกลิ่นของความเขียวและอโรมาติคในระดับที่พอเหมาะ ด้านบนคือ Pike Roe หรือไข่ปลาไพค์ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันกับความนุ่มละมุนของปลาไหล ข้างกันคือ Cucumber Mousse รอบล้อมด้วยแตงกวาฝานบางให้มีกลิ่นของแตงกวาที่ไม่โดดเด่นจนเกินไป จากนั้นจึงจบด้วยการเทราดซอสที่เตรียมมาจากแตงกว่าและ Parsley Oil ลงไปตรงกลางนั่นเอง (18/20)

✨ Blue Lobster & Scallop

Kelp, sweet potato, hazelnut

ในคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟ Blue Lobster จากแหล่งจับที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศสให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ด้านล่างคือ Purée เตรียมมาจากมันหวานและถั่วฮาเซลนัทให้รสชาติอันหวานละมุนตัดกันกับความเข้มข้นของซอส Lobster Bisque เข้มข้นที่ราดมาด้านบน อีกฝั่งหนึ่งคือหอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากเมือง Miyaki ประเทศญี่ปุ่นโดยเชฟนำไปผ่านกระบวนการหมักกับสาหร่าย Kelp ด้านบนคือแผ่นสาหร่าย Kelp บางกรอบ, ผง Seaweed Powder, Seaweed Mayonnaise และความกรอบของ Potato Soufflé ขนาดจิ๋ว (17/20)

✨ Duck – Aged for 10 Days

Beetroot, cherry, coffee

หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของห้องอาหาร Sühring คือเป็ด Barbary จากฟาร์มท้องถิ่นในจังหวัดระยองที่ผ่านการ Dry Aging นานกว่า 10 วันจนได้รสชาติที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เชฟเสิร์ฟส่วนอกเป็ดโดยการนำฝั่งหนังไปจี่บนกระทะเพื่อเพิ่มความกรอบก่อนจะนำไปย่างต่ออีกเล็กน้อย ข้างกันคือ Beetroot ในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันเริ่มจาก Yellow Beetroot Purée สีเหลืองในรสชาติหวาน ตรงกลางของจานคือ Candied Beetroot ที่มีความเข้มข้นจาก Cherry องค์ประกอบล่างสุดของจานคือ Baby Beetroot ที่มีองค์ประกอบของขาเป็ดราดด้วย Ruby Port Wine Sauce รสชาติเข้มข้น จากนั้นเชฟจะเทราด Coffee Sauce ที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟลงเข้ากันกับกลิ่นเฉพาะตัวของชิ้นเป็ดได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)

🎗 [WHY GO] Sühring ยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหารยุโรปร่วมสมัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย อาหารทุกจานเตรียมออกมาได้ตามมาตรฐานไม่ต่างกันกับห้องอาหารระดับสูงในทวีปยุโรป ทีมพนักงานและ Sommelier ล้วนให้บริการอย่างมืออาชีพ บรรยากาศของร้านโดยรวมจัดว่ามีความโรแมคติค อย่างไรก็ตามถึงถึงจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าราคาอาหารที่ 6,500-7,400++ ยังไม่รวมเมนูเสริมต่าง ๆ จัดว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรตรงกันข้ามกับรายการไวน์ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 45 รูป

🇹🇭 Sühring - ซูห์ริ่ง 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 European Contemporary - อาหารยุโรปร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Thomas & Mathias Sühring - เชฟโธมัส & แมทธิอัส ซูห์ริ่ง
รูปที่ 1
🇹🇭 Sühring - ซูห์ริ่ง 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 European Contemporary - อาหารยุโรปร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Thomas & Mathias Sühring - เชฟโธมัส & แมทธิอัส ซูห์ริ่ง
Leek Ash Tartelette เริ่มต้น Amuse-bouche คำแรกด้วย Leek Ash Tartlette ที่ได้สีดำจากการนำกระเทียมต้นไปเผาแล้วนำมาทำเป็นมินิทาร์ตขนาดจิ๋วที่มีกลิ่นหอมจากการเผาไฟ ตรงกลางบรรจุ Purée ที่เตรียมมากจากพืชรากอย่าง Kohlrabi โดยมีกลิ่นหอมของ Truffle ปนอยู่ด้วย ด้านบนท็อปด้วย Kohlrabi ฝานบางและดอกไม้สีขาวจากกระเทียมต้น (17/20)
รูปที่ 2
Leek Ash Tartelette เริ่มต้น Amuse-bouche คำแรกด้วย Leek Ash Tartlette ที่ได้สีดำจากการนำกระเทียมต้นไปเผาแล้วนำมาทำเป็นมินิทาร์ตขนาดจิ๋วที่มีกลิ่นหอมจากการเผาไฟ ตรงกลางบรรจุ Purée ที่เตรียมมากจากพืชรากอย่าง Kohlrabi โดยมีกลิ่นหอมของ Truffle ปนอยู่ด้วย ด้านบนท็อปด้วย Kohlrabi ฝานบางและดอกไม้สีขาวจากกระเทียมต้น (17/20)
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze ส่วนท้องของปลา Bluefin Tuna ที่เชฟนำไปหมักกับ Terragon และ Avocado แล้วสับมาอย่างดีจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก จากนั้นนำไปบรรจุลงใน Buckwheat Tart ทอดกรอบ คำนี้จบด้วยการเติม Tomato Foam ให้รสเปรี้ยวอุมามิลงไปทั้งยังรับหน้าที่เชื่อมเนื้อสัมผัสความกรอบของทาร์ตและเนื้อปลาได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
รูปที่ 3
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze ส่วนท้องของปลา Bluefin Tuna ที่เชฟนำไปหมักกับ Terragon และ Avocado แล้วสับมาอย่างดีจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนจนแทบละลายในปาก จากนั้นนำไปบรรจุลงใน Buckwheat Tart ทอดกรอบ คำนี้จบด้วยการเติม Tomato Foam ให้รสเปรี้ยวอุมามิลงไปทั้งยังรับหน้าที่เชื่อมเนื้อสัมผัสความกรอบของทาร์ตและเนื้อปลาได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze คอร์สถัดมาคือปลา Rainbow Trout ที่เชฟได้มาจากโครงการณ์หลวงในดอยอินทนนท์ ด้วยความที่ธรรมชาติของวัตถุดิบนั้นให้เนื้อสัมผัสที่สู้กับปลาแซลมอนนำเข้าไม่ได้เชฟจึงนำไปรมควันด้วยไม้แอปเปิ้ลแล้วนำมาปั่นกับ Horseradish ให้รสชาติเผ็ดร้อนเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วย Trout Roe หรือ ไข่ปลาเทร้าต์และ Dill Mayonnaise ที่เตรียมมาจากผักชีลาวช่วยให้มีความซับซ้อนทางกลิ่นที่มากยิ่งขึ้น (17/20)
รูปที่ 4
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze คอร์สถัดมาคือปลา Rainbow Trout ที่เชฟได้มาจากโครงการณ์หลวงในดอยอินทนนท์ ด้วยความที่ธรรมชาติของวัตถุดิบนั้นให้เนื้อสัมผัสที่สู้กับปลาแซลมอนนำเข้าไม่ได้เชฟจึงนำไปรมควันด้วยไม้แอปเปิ้ลแล้วนำมาปั่นกับ Horseradish ให้รสชาติเผ็ดร้อนเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วย Trout Roe หรือ ไข่ปลาเทร้าต์และ Dill Mayonnaise ที่เตรียมมาจากผักชีลาวช่วยให้มีความซับซ้อนทางกลิ่นที่มากยิ่งขึ้น (17/20)
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze Amuse-bouche คำสุดท้ายคือ Eisbeinsülze ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันที่แปลว่า Pork Knuckle เชฟเตรียมส่วนขาหมูมาในสไตล์ Berlin ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชฟเกิดและเติบโตขึ้นมาโดยการนำมาทำเป็นเจลลี่ ด้านบนท็อปด้วยเมล็ดมัสตาร์ด ยังมีองค์ประกอบของ Chive Mayonnaise และ Horseradish Cream ที่ผสมผสานอโรมาเข้ากันได้อย่างลงตัวนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 5
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze Amuse-bouche คำสุดท้ายคือ Eisbeinsülze ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันที่แปลว่า Pork Knuckle เชฟเตรียมส่วนขาหมูมาในสไตล์ Berlin ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เชฟเกิดและเติบโตขึ้นมาโดยการนำมาทำเป็นเจลลี่ ด้านบนท็อปด้วยเมล็ดมัสตาร์ด ยังมีองค์ประกอบของ Chive Mayonnaise และ Horseradish Cream ที่ผสมผสานอโรมาเข้ากันได้อย่างลงตัวนั่นเอง (17/20)
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze Amuse-bouche ทั้งหมดจะเสิร์ฟมาพร้อมกัน (17/20)
รูปที่ 6
Appetithäppchen Bluefin tuna, Rainbow trout, Eisbeinsülze Amuse-bouche ทั้งหมดจะเสิร์ฟมาพร้อมกัน (17/20)
Duck Liver Buchteln, Riesling Spätlese อีกหนึ่งเมนูคลาสสิคประจำร้านคือฟัวกราส์ตับเป็ดนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสเนื้อสัมผัสเนียนละมุนและครีมมี่ในระดับที่พอเหมาะ ด้านล่างรองด้วย Buchteln หรือขนมปังสไตล์เยอรมนีที่มีความใกล้เคียงกับขนมปัง Brioche ของประเทศฝรั่งเศสโดยมีอัตราส่วนของแป้งที่น้อยกว่าช่วยให้เกิดความแตกต่างกันทางเนื้อสัมผัส ด้านล่างคือ Riesling Spätlese ไวน์ Riesling ที่เก็บเกี่ยวองุ่นช้าลงกว่าปกติ (Spätlese แปลว่า Late Harvest) ทำให้มีรสชาติค่อนข้างหวานเข้ากันดีกับความครีมมี่ของฟัวกราส์ตับเป็ดเป็นที่สุด (16/20)
รูปที่ 7
Duck Liver Buchteln, Riesling Spätlese อีกหนึ่งเมนูคลาสสิคประจำร้านคือฟัวกราส์ตับเป็ดนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสเนื้อสัมผัสเนียนละมุนและครีมมี่ในระดับที่พอเหมาะ ด้านล่างรองด้วย Buchteln หรือขนมปังสไตล์เยอรมนีที่มีความใกล้เคียงกับขนมปัง Brioche ของประเทศฝรั่งเศสโดยมีอัตราส่วนของแป้งที่น้อยกว่าช่วยให้เกิดความแตกต่างกันทางเนื้อสัมผัส ด้านล่างคือ Riesling Spätlese ไวน์ Riesling ที่เก็บเกี่ยวองุ่นช้าลงกว่าปกติ (Spätlese แปลว่า Late Harvest) ทำให้มีรสชาติค่อนข้างหวานเข้ากันดีกับความครีมมี่ของฟัวกราส์ตับเป็ดเป็นที่สุด (16/20)
Blue Swimmer Crab Zeeland oyster, sekt คอร์สถัดมาเชฟตั้งในนำเสนอสุดยอดวัตถุดิบจากทะเลลสองชนิดคือ Blue Swimmer Crab หรือปูม้าและ Zeeland Oyster หรือหอยนางรมจากพื้นที่ Zeeland ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ เพิ่มกลิ่นอายของความเป็นทะเลด้วย Mayonnaise ที่เตรียมมาจากสาหร่าย ด้านบนคือโฟมสีขาวเตรียมมาจาก Riesling Sekt หรือ Riesling ที่เตรียมมาในรูปแบบ Sparkling Wine นั่นเอง จากนั้นจบท้ายด้วยการโรย Seaweed Powder รหร่อผงสาหร่ายแล้วแต่งแต้มสีสันด้วยดอกไม้รับประทานได้นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 8
Blue Swimmer Crab Zeeland oyster, sekt คอร์สถัดมาเชฟตั้งในนำเสนอสุดยอดวัตถุดิบจากทะเลลสองชนิดคือ Blue Swimmer Crab หรือปูม้าและ Zeeland Oyster หรือหอยนางรมจากพื้นที่ Zeeland ทางตอนใต้ของประเทศเนเธอแลนด์ เพิ่มกลิ่นอายของความเป็นทะเลด้วย Mayonnaise ที่เตรียมมาจากสาหร่าย ด้านบนคือโฟมสีขาวเตรียมมาจาก Riesling Sekt หรือ Riesling ที่เตรียมมาในรูปแบบ Sparkling Wine นั่นเอง จากนั้นจบท้ายด้วยการโรย Seaweed Powder รหร่อผงสาหร่ายแล้วแต่งแต้มสีสันด้วยดอกไม้รับประทานได้นั่นเอง (17/20)
Homemade Bread and Butter คั่นกลางด้วยคอร์สขนมปัง Sourdough ที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากยีสต์เลี้ยงเองรวมอายุเกินกว่า 6 ปี
รูปที่ 9
Homemade Bread and Butter คั่นกลางด้วยคอร์สขนมปัง Sourdough ที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากยีสต์เลี้ยงเองรวมอายุเกินกว่า 6 ปี
Homemade Bread and Butter เชฟนำมาทำเป็นขนมปัง 3 ชนิดคือ Sourdough, Whole Graine Breadn with Sunflower and Pumpkin Seed และ Pretzel
รูปที่ 10
Homemade Bread and Butter เชฟนำมาทำเป็นขนมปัง 3 ชนิดคือ Sourdough, Whole Graine Breadn with Sunflower and Pumpkin Seed และ Pretzel
Homemade Bread and Butter เชฟเสิร์ฟมาคู่กับเนยสามสีที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีธงชาติของประเทศเยอรมนีคือ Seasalt Butter, Aged Camembert with Sweet Paprika และ Black Garlic with Truffle
รูปที่ 11
Homemade Bread and Butter เชฟเสิร์ฟมาคู่กับเนยสามสีที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากสีธงชาติของประเทศเยอรมนีคือ Seasalt Butter, Aged Camembert with Sweet Paprika และ Black Garlic with Truffle
Aal Grün Smoked eel, cucumber, parsley หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ Aal Grün หรือแปลตรงตัวเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Green Eel เชฟเลือกใช้ Fresh Water River Eel หรือปลาไหลน้ำจืดจากพื้นที่แถบกรุง Berlin เชฟนำมารมควันก่อนจะเสิร์ฟมาคู่กับ Herb Foam ที่ได้มาจากป่าทางตอนใต้ของกรุง Berlin ให้มีกลิ่นของความเขียวและอโรมาติคในระดับที่พอเหมาะ ด้านบนคือ Pike Roe หรือไข่ปลาไพค์ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันกับความนุ่มละมุนของปลาไหล ข้างกันคือ Cucumber Mousse รอบล้อมด้วยแตงกวาฝานบางให้มีกลิ่นของแตงกวาที่ไม่โดดเด่นจนเกินไป จากนั้นจึงจบด้วยการเทราดซอสที่เตรียมมาจากแตงกว่าและ Parsley Oil ลงไปตรงกลางนั่นเอง (18/20)
รูปที่ 12
Aal Grün Smoked eel, cucumber, parsley หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ Aal Grün หรือแปลตรงตัวเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Green Eel เชฟเลือกใช้ Fresh Water River Eel หรือปลาไหลน้ำจืดจากพื้นที่แถบกรุง Berlin เชฟนำมารมควันก่อนจะเสิร์ฟมาคู่กับ Herb Foam ที่ได้มาจากป่าทางตอนใต้ของกรุง Berlin ให้มีกลิ่นของความเขียวและอโรมาติคในระดับที่พอเหมาะ ด้านบนคือ Pike Roe หรือไข่ปลาไพค์ช่วยสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันกับความนุ่มละมุนของปลาไหล ข้างกันคือ Cucumber Mousse รอบล้อมด้วยแตงกวาฝานบางให้มีกลิ่นของแตงกวาที่ไม่โดดเด่นจนเกินไป จากนั้นจึงจบด้วยการเทราดซอสที่เตรียมมาจากแตงกว่าและ Parsley Oil ลงไปตรงกลางนั่นเอง (18/20)
Blue Lobster & Scallop Kelp, sweet potato, hazelnut ในคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟ Blue Lobster จากแหล่งจับที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศสให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ด้านล่างคือ Purée เตรียมมาจากมันหวานและถั่วฮาเซลนัทให้รสชาติอันหวานละมุนตัดกันกับความเข้มข้นของซอส Lobster Bisque เข้มข้นที่ราดมาด้านบน อีกฝั่งหนึ่งคือหอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากเมือง Miyaki ประเทศญี่ปุ่นโดยเชฟนำไปผ่านกระบวนการหมักกับสาหร่าย Kelp ด้านบนคือแผ่นสาหร่าย Kelp บางกรอบ, ผง Seaweed Powder, Seaweed Mayonnaise และความกรอบของ Potato Soufflé ขนาดจิ๋ว อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของหอยเชลล์ญี่ปุ่นมักจะมีความเฟิร์มมากกว่าหอยเชลล์จากฝั่งยุโรป เมื่อจับคู่กับแผ่นสาหร่าย Kelp แล้วอาจทำให้ต้องรู้สึกตัองเคี้ยวมากไปนิด (17/20)
รูปที่ 13
Blue Lobster & Scallop Kelp, sweet potato, hazelnut ในคอร์สนี้เชฟเสิร์ฟ Blue Lobster จากแหล่งจับที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศสให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ด้านล่างคือ Purée เตรียมมาจากมันหวานและถั่วฮาเซลนัทให้รสชาติอันหวานละมุนตัดกันกับความเข้มข้นของซอส Lobster Bisque เข้มข้นที่ราดมาด้านบน อีกฝั่งหนึ่งคือหอยเชลล์ยักษ์นำเข้าจากเมือง Miyaki ประเทศญี่ปุ่นโดยเชฟนำไปผ่านกระบวนการหมักกับสาหร่าย Kelp ด้านบนคือแผ่นสาหร่าย Kelp บางกรอบ, ผง Seaweed Powder, Seaweed Mayonnaise และความกรอบของ Potato Soufflé ขนาดจิ๋ว อย่างไรก็ตามเนื้อสัมผัสของหอยเชลล์ญี่ปุ่นมักจะมีความเฟิร์มมากกว่าหอยเชลล์จากฝั่งยุโรป เมื่อจับคู่กับแผ่นสาหร่าย Kelp แล้วอาจทำให้ต้องรู้สึกตัองเคี้ยวมากไปนิด (17/20)
Brill Summer squash, Oscietra caviar, mussel Atlantic Brill คือปลาในกลุ่ม Flatfish เชฟนำไป Poched จนได้เนื้อสัมผัสที่พอเหมาะแล้วห่อรอบ ๆ ด้วย Summer Squash หรือสควอชเหลืองช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสกับชิ้นปลา ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caciar จากประเทศเยอรมนีเพิ่มรสชาติเค็มได้อย่างมีมิติ รอบ ๆ ชิ้นปลาคือ Lemon Pepper Sauce และ Purée สองสีที่เตรียมมาจาก Dutch Mussel และ Summer Squash นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 14
Brill Summer squash, Oscietra caviar, mussel Atlantic Brill คือปลาในกลุ่ม Flatfish เชฟนำไป Poched จนได้เนื้อสัมผัสที่พอเหมาะแล้วห่อรอบ ๆ ด้วย Summer Squash หรือสควอชเหลืองช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสกับชิ้นปลา ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caciar จากประเทศเยอรมนีเพิ่มรสชาติเค็มได้อย่างมีมิติ รอบ ๆ ชิ้นปลาคือ Lemon Pepper Sauce และ Purée สองสีที่เตรียมมาจาก Dutch Mussel และ Summer Squash นั่นเอง (17/20)
Spätzle - Soft Egg Noodles (800++) Allgäuer Mountain cheese ขอแนะนำให้ลองชิมเมนู Classic of The House อย่าง Spätzle หรือพาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ Swabia ดั้งเดิมทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีมีลักษณะเป็นแป้งชิ้นนุ่มหนึบ (15/20)
รูปที่ 15
Spätzle - Soft Egg Noodles (800++) Allgäuer Mountain cheese ขอแนะนำให้ลองชิมเมนู Classic of The House อย่าง Spätzle หรือพาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่ Swabia ดั้งเดิมทางตอนใต้ของประเทศเยอรมนีมีลักษณะเป็นแป้งชิ้นนุ่มหนึบ (15/20)
Spätzle - Soft Egg Noodles (800++) Allgäuer Mountain cheese ในที่นี้เชฟต้มจนสุกแล้วนำไปผัดกับ Allgäuer Mountain Cheese และเห็ด Cep (15/20)
รูปที่ 16
Spätzle - Soft Egg Noodles (800++) Allgäuer Mountain cheese ในที่นี้เชฟต้มจนสุกแล้วนำไปผัดกับ Allgäuer Mountain Cheese และเห็ด Cep (15/20)
Spätzle - Soft Egg Noodles (800++) Allgäuer Mountain cheese ข้างกันคือ Caramelized Crispy Onion สำหรับเติมลงไปในจานเพื่อเพิ่มความกรอบเหมือนกับที่นิยมรับประทานในพื้นที่แถบ Baden-Württemberg อีกด้วย (15/20)
รูปที่ 17
Spätzle - Soft Egg Noodles (800++) Allgäuer Mountain cheese ข้างกันคือ Caramelized Crispy Onion สำหรับเติมลงไปในจานเพื่อเพิ่มความกรอบเหมือนกับที่นิยมรับประทานในพื้นที่แถบ Baden-Württemberg อีกด้วย (15/20)
ก่อนเข้าสู่เมนคอร์สพรักงานจะนำมีดมาให้เลือก
รูปที่ 18
ก่อนเข้าสู่เมนคอร์สพรักงานจะนำมีดมาให้เลือก
Duck – Aged for 10 Days Beetroot, cherry, coffee หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของห้องอาหาร Sühring คือเป็ด Barbary จากฟาร์มท้องถิ่นในจังหวัดระยองที่ผ่านการ Dry Aging นานกว่า 10 วันจนได้รสชาติที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น (17/20)
รูปที่ 19
Duck – Aged for 10 Days Beetroot, cherry, coffee หนึ่งในเมนูขึ้นชื่อของห้องอาหาร Sühring คือเป็ด Barbary จากฟาร์มท้องถิ่นในจังหวัดระยองที่ผ่านการ Dry Aging นานกว่า 10 วันจนได้รสชาติที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น (17/20)
Duck – Aged for 10 Days Beetroot, cherry, coffee เชฟเสิร์ฟส่วนอกเป็ดโดยการนำฝั่งหนังไปจี่บนกระทะเพื่อเพิ่มความกรอบก่อนจะนำไปย่างต่ออีกเล็กน้อย ข้างกันคือ Beetroot ในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันเริ่มจาก Yellow Beetroot Purée สีเหลืองในรสชาติหวาน ตรงกลางของจานคือ Candied Beetroot ที่มีความเข้มข้นจาก Cherry องค์ประกอบล่างสุดของจานคือ Baby Beetroot ที่มีองค์ประกอบของขาเป็ดราดด้วย Ruby Port Wine Sauce รสชาติเข้มข้น จากนั้นเชฟจะเทราด Coffee Sauce ที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟลงเข้ากันกับกลิ่นเฉพาะตัวของชิ้นเป็ดได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
รูปที่ 20
Duck – Aged for 10 Days Beetroot, cherry, coffee เชฟเสิร์ฟส่วนอกเป็ดโดยการนำฝั่งหนังไปจี่บนกระทะเพื่อเพิ่มความกรอบก่อนจะนำไปย่างต่ออีกเล็กน้อย ข้างกันคือ Beetroot ในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกันเริ่มจาก Yellow Beetroot Purée สีเหลืองในรสชาติหวาน ตรงกลางของจานคือ Candied Beetroot ที่มีความเข้มข้นจาก Cherry องค์ประกอบล่างสุดของจานคือ Baby Beetroot ที่มีองค์ประกอบของขาเป็ดราดด้วย Ruby Port Wine Sauce รสชาติเข้มข้น จากนั้นเชฟจะเทราด Coffee Sauce ที่มีอโรมาหอม ๆ ของกาแฟลงเข้ากันกับกลิ่นเฉพาะตัวของชิ้นเป็ดได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
Hokkaido A3 Wagyu Tenderloin (add 900++) Celeriac, oxtail, Blaufränkisch ใครที่อยากสัมผัสเมนูเนื้อสามารถเพิ่มเงิน 900 บาทเพื่อเปลี่ยนจากเป็ดมาชิม Wagyu Tenderloin ระดับ A3 นำเข้าจากฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไป Poched ด้วยไขมันก่อนจะนำมาย่างแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุก Medium Rare ข้างกันฝั่งบนสุดคือองค์ประกอบของ Oxtail Ragout พันล้อมรอบด้วยกะหล่ำปลีนุ่ม ๆ ถัดมาคือ Meyer Potato หรือมันฝรั่งเมเยอร์ท็อปด้านบนด้วย Crispy Cheese กรอบ ๆ จบท้ายด้วยการเมราดซอสหางวัวที่มีส่วนผสมของ Blaufränkisch ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งขององุ่นแดงนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 21
Hokkaido A3 Wagyu Tenderloin (add 900++) Celeriac, oxtail, Blaufränkisch ใครที่อยากสัมผัสเมนูเนื้อสามารถเพิ่มเงิน 900 บาทเพื่อเปลี่ยนจากเป็ดมาชิม Wagyu Tenderloin ระดับ A3 นำเข้าจากฮอกไกโดในประเทศญี่ปุ่น เชฟนำไป Poched ด้วยไขมันก่อนจะนำมาย่างแล้วเสิร์ฟมาที่ความสุก Medium Rare ข้างกันฝั่งบนสุดคือองค์ประกอบของ Oxtail Ragout พันล้อมรอบด้วยกะหล่ำปลีนุ่ม ๆ ถัดมาคือ Meyer Potato หรือมันฝรั่งเมเยอร์ท็อปด้านบนด้วย Crispy Cheese กรอบ ๆ จบท้ายด้วยการเมราดซอสหางวัวที่มีส่วนผสมของ Blaufränkisch ซึ่งเป็นสายพันธุ์หนึ่งขององุ่นแดงนั่นเอง (17/20)
Käsefondue & Likörwein (600++) Ëpoisses, Fortified wine Käsefondue หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Cheese Fondue เชฟนำเสนอมาในรูปแบบ Tartelette บางกรอบ รองด้านล่างด้วยชัทนีย์ลูกแพร์รสชาติหวานละมุนเสริมด้วยความหอมเบา ๆ จาก Black Truffle องค์ประกอบด้านบนคือ Ëpoisses Cheese Fondue ที่จะแตกระเบิดออกในปาหขณะเคี้ยวส่งอโรมาเฉพาะตัวคลุ้งขึ้นจมูก เชฟนำเสนอคอร์สนี้มาคู่กับ Fortified Wine รสชาติหวานนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 22
Käsefondue & Likörwein (600++) Ëpoisses, Fortified wine Käsefondue หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษได้ว่า Cheese Fondue เชฟนำเสนอมาในรูปแบบ Tartelette บางกรอบ รองด้านล่างด้วยชัทนีย์ลูกแพร์รสชาติหวานละมุนเสริมด้วยความหอมเบา ๆ จาก Black Truffle องค์ประกอบด้านบนคือ Ëpoisses Cheese Fondue ที่จะแตกระเบิดออกในปาหขณะเคี้ยวส่งอโรมาเฉพาะตัวคลุ้งขึ้นจมูก เชฟนำเสนอคอร์สนี้มาคู่กับ Fortified Wine รสชาติหวานนั่นเอง (17/20)
Gin Fizz Saneha gin, peach, lemon ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Gin Fizz โดยเชฟตั้งใจนำเสนอ Saneha Gin ซึ่งเป็นเหล้า Gin ท้องถิ่นจากจังหวัดภูเก็ตนำเสนอมาในรูปแบบโฟมบางเบาทั้งยังมีกลิ่นหอมโดดเด่น เชฟเสริมด้วยความชื่นของ Yogurt Stone และความเปรี้ยวจาก Lemon Gel พนักงานแนะนำให้ตักลงไปให้ถึงก้นจานซึ่งมี Peach Sorbet รองอยู่ด้านล่าง (17/20)
รูปที่ 23
Gin Fizz Saneha gin, peach, lemon ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Gin Fizz โดยเชฟตั้งใจนำเสนอ Saneha Gin ซึ่งเป็นเหล้า Gin ท้องถิ่นจากจังหวัดภูเก็ตนำเสนอมาในรูปแบบโฟมบางเบาทั้งยังมีกลิ่นหอมโดดเด่น เชฟเสริมด้วยความชื่นของ Yogurt Stone และความเปรี้ยวจาก Lemon Gel พนักงานแนะนำให้ตักลงไปให้ถึงก้นจานซึ่งมี Peach Sorbet รองอยู่ด้านล่าง (17/20)
Rote Grütze Red berries, Original Beans Edelweiss 37% Rote Grütze เป็นของหวานพื้นบ้านซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Mecklenburg ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนีโดยปกติจะมีลักษณะเป็น Red Fruit เสิร์ฟมาอุ่น ๆ คู่กันกับ Vanilla Sauce แต่ในที่นี้เขฟนำมาหรับรูปแบบการนำเสนอใหม่โดยนำผลเบอร์รี่หลากหลายชนิดตามฤดูกาลมาผ่านกระบวนการ Slow-cooked จนกลายเป็น Ragout เข้มข้น เชฟนำมาบรรจุอยู่โดยมี Shell หรือเปลือกด้านนอกเตรียมมาจาก Edelweiss 37% ซึ่งเป็น White Chocolate แบรนด์ Original Beans จากนั้นพนักงานจะทำการเติม Milk Foam ที่เทลงไปในไนโตรเจนเหลวจนเกิดการแข็งตัวแบบเฉียบพลัน ยังมีองค์ประกอบของ Blackberry และ Raspberry แช่แข็งรวมไปถึง Meringue กรอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
รูปที่ 24
Rote Grütze Red berries, Original Beans Edelweiss 37% Rote Grütze เป็นของหวานพื้นบ้านซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Mecklenburg ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนีโดยปกติจะมีลักษณะเป็น Red Fruit เสิร์ฟมาอุ่น ๆ คู่กันกับ Vanilla Sauce แต่ในที่นี้เขฟนำมาหรับรูปแบบการนำเสนอใหม่โดยนำผลเบอร์รี่หลากหลายชนิดตามฤดูกาลมาผ่านกระบวนการ Slow-cooked จนกลายเป็น Ragout เข้มข้น เชฟนำมาบรรจุอยู่โดยมี Shell หรือเปลือกด้านนอกเตรียมมาจาก Edelweiss 37% ซึ่งเป็น White Chocolate แบรนด์ Original Beans จากนั้นพนักงานจะทำการเติม Milk Foam ที่เทลงไปในไนโตรเจนเหลวจนเกิดการแข็งตัวแบบเฉียบพลัน ยังมีองค์ประกอบของ Blackberry และ Raspberry แช่แข็งรวมไปถึง Meringue กรอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
Rote Grütze Red berries, Original Beans Edelweiss 37% Rote Grütze เป็นของหวานพื้นบ้านซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Mecklenburg ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนีโดยปกติจะมีลักษณะเป็น Red Fruit เสิร์ฟมาอุ่น ๆ คู่กันกับ Vanilla Sauce แต่ในที่นี้เขฟนำมาหรับรูปแบบการนำเสนอใหม่โดยนำผลเบอร์รี่หลากหลายชนิดตามฤดูกาลมาผ่านกระบวนการ Slow-cooked จนกลายเป็น Ragout เข้มข้น เชฟนำมาบรรจุอยู่โดยมี Shell หรือเปลือกด้านนอกเตรียมมาจาก Edelweiss 37% ซึ่งเป็น White Chocolate แบรนด์ Original Beans จากนั้นพนักงานจะทำการเติม Milk Foam ที่เทลงไปในไนโตรเจนเหลวจนเกิดการแข็งตัวแบบเฉียบพลัน ยังมีองค์ประกอบของ Blackberry และ Raspberry แช่แข็งรวมไปถึง Meringue กรอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
รูปที่ 25
Rote Grütze Red berries, Original Beans Edelweiss 37% Rote Grütze เป็นของหวานพื้นบ้านซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากพื้นที่แถบ Mecklenburg ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมนีโดยปกติจะมีลักษณะเป็น Red Fruit เสิร์ฟมาอุ่น ๆ คู่กันกับ Vanilla Sauce แต่ในที่นี้เขฟนำมาหรับรูปแบบการนำเสนอใหม่โดยนำผลเบอร์รี่หลากหลายชนิดตามฤดูกาลมาผ่านกระบวนการ Slow-cooked จนกลายเป็น Ragout เข้มข้น เชฟนำมาบรรจุอยู่โดยมี Shell หรือเปลือกด้านนอกเตรียมมาจาก Edelweiss 37% ซึ่งเป็น White Chocolate แบรนด์ Original Beans จากนั้นพนักงานจะทำการเติม Milk Foam ที่เทลงไปในไนโตรเจนเหลวจนเกิดการแข็งตัวแบบเฉียบพลัน ยังมีองค์ประกอบของ Blackberry และ Raspberry แช่แข็งรวมไปถึง Meringue กรอบ ๆ อีกด้วย (17/20)
Feines Gebäck Sweets & pastries Salted Caramel เสิร์ฟมาใน Truffle Roll ล้อมรอบด้วย Fizzy Gold ที่จะเกิดเสียงเป๊าะแป๊ะในปากขณะเคี้ยว
รูปที่ 26
Feines Gebäck Sweets & pastries Salted Caramel เสิร์ฟมาใน Truffle Roll ล้อมรอบด้วย Fizzy Gold ที่จะเกิดเสียงเป๊าะแป๊ะในปากขณะเคี้ยว
Feines Gebäck Sweets & pastries White Chocolate Bonbon เสริมด้วยรสชาติของ Strawberry และ Yogurt
รูปที่ 27
Feines Gebäck Sweets & pastries White Chocolate Bonbon เสริมด้วยรสชาติของ Strawberry และ Yogurt
Feines Gebäck Sweets & pastries สุดท้ายคือ Eggnog สูตรพิเศษของคุณย่าของเชฟที่เตรียมมาจากไข่แดง นมข้น วานิลลา และว็อดก้า
รูปที่ 28
Feines Gebäck Sweets & pastries สุดท้ายคือ Eggnog สูตรพิเศษของคุณย่าของเชฟที่เตรียมมาจากไข่แดง นมข้น วานิลลา และว็อดก้า
Feines Gebäck Sweets & pastries หนังสือที่เชฟคัดลอกสูตร Eggnog ของคุณย่ามาใส่เอาไว้
รูปที่ 29
Feines Gebäck Sweets & pastries หนังสือที่เชฟคัดลอกสูตร Eggnog ของคุณย่ามาใส่เอาไว้
Feines Gebäck Sweets & pastries Petit Four เสิร์ฟมาพร้อมกันถึง 4 อย่าง
รูปที่ 30
Feines Gebäck Sweets & pastries Petit Four เสิร์ฟมาพร้อมกันถึง 4 อย่าง
🎗 [INTRO] ประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Sühring ครั้งแรกของเรานั้นต้องเล่าย้อนไปในสมัยที่ตัวร้านเพิ่งได้รางวัล 1 MICHELIN Star มาใหม่ ๆ เพราะจัดว่ามีไม่บ่อยนักที่เชฟมากประสบการณ์จะตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Fine Dining เป็นของตัวเองในประเทศไทยในสมัยนั้น จนถึงวันนี้กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีก็เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะแวะกลับมาชิมอาหารที่นี่อีกครั้ง
รูปที่ 31
🎗 [INTRO] ประสบการณ์ที่ห้องอาหาร Sühring ครั้งแรกของเรานั้นต้องเล่าย้อนไปในสมัยที่ตัวร้านเพิ่งได้รางวัล 1 MICHELIN Star มาใหม่ ๆ เพราะจัดว่ามีไม่บ่อยนักที่เชฟมากประสบการณ์จะตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Fine Dining เป็นของตัวเองในประเทศไทยในสมัยนั้น จนถึงวันนี้กาลเวลาล่วงเลยมานานกว่า 4 ปีก็เป็นโอกาสเหมาะที่เราจะแวะกลับมาชิมอาหารที่นี่อีกครั้ง
🎗 [THE FOOD] ด้วยความที่เชฟทั้งสองเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนีตะวันออกก่อนจะเกิดการทลายกำแพงเบอร์ลินขึ้นในขณะที่ทั้งคู่มีอายุได้ 12 ปีทำให้สไตล์การนำเสนออาหารที่ Sühring มีความเป็นเยอรมนีที่ผสมผสานความเป็นยุโรปตะวันออกจากหลากหลายประเทศอยู่ด้วยอย่างกลมกลืน
รูปที่ 32
🎗 [THE FOOD] ด้วยความที่เชฟทั้งสองเกิดและเติบโตขึ้นมาในประเทศเยอรมนีตะวันออกก่อนจะเกิดการทลายกำแพงเบอร์ลินขึ้นในขณะที่ทั้งคู่มีอายุได้ 12 ปีทำให้สไตล์การนำเสนออาหารที่ Sühring มีความเป็นเยอรมนีที่ผสมผสานความเป็นยุโรปตะวันออกจากหลากหลายประเทศอยู่ด้วยอย่างกลมกลืน
ปัจจุบันลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวที่มีชื่อว่า Sühring Erlebnis (Sühring Experience) จำนวน 7 คอร์ส (5,500++) และ 9 คอร์ส (6,500++) นอกจากนี้ยังมี Caviar จาก Kaviari และ AKI รวมไปถึงเมนู Classic Dishes สำหรับ Add-ons เพิ่มเติมได้บางส่วนอีกด้วย สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถจับคู่ Wine Pairing กับอาหารที่ราคา 2,800++ และ 3,500++ ตามลำดับ
รูปที่ 33
ปัจจุบันลูกค้าจะได้รับการนำเสนอ Tasting Menu รูปแบบเดียวที่มีชื่อว่า Sühring Erlebnis (Sühring Experience) จำนวน 7 คอร์ส (5,500++) และ 9 คอร์ส (6,500++) นอกจากนี้ยังมี Caviar จาก Kaviari และ AKI รวมไปถึงเมนู Classic Dishes สำหรับ Add-ons เพิ่มเติมได้บางส่วนอีกด้วย สำหรับใครที่เป็นคอไวน์สามารถจับคู่ Wine Pairing กับอาหารที่ราคา 2,800++ และ 3,500++ ตามลำดับ
บรรยากาศภายในห้องครัว
รูปที่ 34
บรรยากาศภายในห้องครัว
ห้องรับประทานอาหารถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนโดยแต่ละส่วนล้วนให้บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป
รูปที่ 35
ห้องรับประทานอาหารถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วนโดยแต่ละส่วนล้วนให้บรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป
“Dining Room” หรือห้องรับประทานอาหารหลักมีลักษณะเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ให้บรรยากาศแบบผ่อนคลายและเป็นกันเอง
รูปที่ 36
“Dining Room” หรือห้องรับประทานอาหารหลักมีลักษณะเป็นห้องขนาดใหญ่ที่ให้บรรยากาศแบบผ่อนคลายและเป็นกันเอง
ภายในห้อง Dining Room
รูปที่ 37
ภายในห้อง Dining Room
“Kitchen” หรือห้องครัวที่ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาผ่านครัวแบบเปิด
รูปที่ 38
“Kitchen” หรือห้องครัวที่ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาผ่านครัวแบบเปิด
“Living Room” หรือห้องนั่งเล่นบริเวณชั้น 2 ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ทั้งยังสามารถรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มได้ถึง 8 คนอีกด้วย
รูปที่ 39
“Living Room” หรือห้องนั่งเล่นบริเวณชั้น 2 ให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่าพื้นที่อื่น ๆ ทั้งยังสามารถรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มได้ถึง 8 คนอีกด้วย
“Glass House” หรือเรือนกระจกให้บรรยากาศอันสงบเงียบพร้อมวิวสวนอันสุดแสนโรแมนติค
รูปที่ 40
“Glass House” หรือเรือนกระจกให้บรรยากาศอันสงบเงียบพร้อมวิวสวนอันสุดแสนโรแมนติค
พื้นที่ห้องรับรองด้านหน้า
รูปที่ 41
พื้นที่ห้องรับรองด้านหน้า
🎗 [THE CHEF] Thomas และ Mathias Sühring เป็นคู่เชฟฝาแฝดชาวเยอรมนีผู้เกิดและเติบโตมาผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายโดยเชฟ Thomas นั้นเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Aqua (3 MICHELIN Stars) ในโรงแรม The Ritz-Carlton ในนคร Wolfsburg และ La Pergola (3 MICHELIN Stars) ณ โรงแรม Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel ในกรุง Rome มาแล้วส่วนเชฟ Mathias นั้นเคยผ่านงานในห้องอาหาร Aqua (3 MICHELIN Stars) เช่นกันก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร De Librije (3 MICHELIN Stars) ในประเทศเนเธอแลนด์ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยเป็นหนึ่งในเชฟทีมชาติรุ่นเยาวชนขณะฝึกงานอยู่ในกรุง Berlin อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอทั้งคู่มีโอกาสเดินทางมาทำ Pop Up ในกรุงเทพเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเลือกรับงานควบคุมห้องอาหาร Mezzaluna ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 65 ของ State Tower ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2008 จนถึงเดือนธันวาคมปี 2014 และได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลาม หลังจากเอาชนะทุกความท้าทายจนถึงจุดอิ่มตัว Thomas และ Mathias Sühring จึงตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในซอยเย็นอากาศทั้งยังเลือกนำชื่อสกุลมาใช้เป็นชื่อร้านอีกด้วย ห้องอาหาร Sühring ได้รัลรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2018 และเลื่อนระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2019 มาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 42
🎗 [THE CHEF] Thomas และ Mathias Sühring เป็นคู่เชฟฝาแฝดชาวเยอรมนีผู้เกิดและเติบโตมาผู้ผ่านงานในห้องอาหารระดับสูงมาแล้วมากมายโดยเชฟ Thomas นั้นเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Aqua (3 MICHELIN Stars) ในโรงแรม The Ritz-Carlton ในนคร Wolfsburg และ La Pergola (3 MICHELIN Stars) ณ โรงแรม Rome Cavalieri, A Waldorf Astoria Hotel ในกรุง Rome มาแล้วส่วนเชฟ Mathias นั้นเคยผ่านงานในห้องอาหาร Aqua (3 MICHELIN Stars) เช่นกันก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร De Librije (3 MICHELIN Stars) ในประเทศเนเธอแลนด์ นอกจากนี้ทั้งคู่ยังเคยเป็นหนึ่งในเชฟทีมชาติรุ่นเยาวชนขณะฝึกงานอยู่ในกรุง Berlin อีกด้วย หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอทั้งคู่มีโอกาสเดินทางมาทำ Pop Up ในกรุงเทพเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเลือกรับงานควบคุมห้องอาหาร Mezzaluna ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 65 ของ State Tower ตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2008 จนถึงเดือนธันวาคมปี 2014 และได้รับกระแสตอบรับในเชิงบวกอย่างล้นหลาม หลังจากเอาชนะทุกความท้าทายจนถึงจุดอิ่มตัว Thomas และ Mathias Sühring จึงตัดสินใจครั้งสำคัญในการเปิดห้องอาหารเป็นของตัวเองในซอยเย็นอากาศทั้งยังเลือกนำชื่อสกุลมาใช้เป็นชื่อร้านอีกด้วย ห้องอาหาร Sühring ได้รัลรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2018 และเลื่อนระดับสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2019 มาจนถึงปัจจุบัน
Sühring เป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่ตั้งอยู่ในซอยเย็นอากาศ เพื่อน ๆ สามารถนำรถส่วนตัวเข้าจอดได้อย่างจำกัดบริเวณลานจอดด้านหน้าทั้งยังมีบริการ Valet Parking เพิ่มเติมให้เมื่อลานจอดเต็มอีกด้วย
รูปที่ 43
Sühring เป็นห้องอาหาร Fine Dining ที่ตั้งอยู่ในซอยเย็นอากาศ เพื่อน ๆ สามารถนำรถส่วนตัวเข้าจอดได้อย่างจำกัดบริเวณลานจอดด้านหน้าทั้งยังมีบริการ Valet Parking เพิ่มเติมให้เมื่อลานจอดเต็มอีกด้วย
ตัวอาคารถูกปรับปรุงขึ้นมาจากบ้านหลังเก่าที่สร้างขึ้นในช่วงปี 70 รายล้อมด้วยสวนสีเขียวดูร่มรื่นตา
รูปที่ 44
ตัวอาคารถูกปรับปรุงขึ้นมาจากบ้านหลังเก่าที่สร้างขึ้นในช่วงปี 70 รายล้อมด้วยสวนสีเขียวดูร่มรื่นตา
🎗 [WHY GO] Sühring ยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหารยุโรปร่วมสมัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย อาหารทุกจานเตรียมออกมาได้ตามมาตรฐานไม่ต่างกันกับห้องอาหารระดับสูงในทวีปยุโรป ทีมพนักงานและ Sommelier ล้วนให้บริการอย่างมืออาชีพ บรรยากาศของร้านโดยรวมจัดว่ามีความโรแมคติค อย่างไรก็ตามถึงถึงจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าราคาอาหารที่ 6,500-7,400++ ยังไม่รวมเมนูเสริมต่าง ๆ จัดว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรตรงกันข้ามกับรายการไวน์ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย
รูปที่ 45
🎗 [WHY GO] Sühring ยังคงเป็นหนึ่งในห้องอาหารยุโรปร่วมสมัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย อาหารทุกจานเตรียมออกมาได้ตามมาตรฐานไม่ต่างกันกับห้องอาหารระดับสูงในทวีปยุโรป ทีมพนักงานและ Sommelier ล้วนให้บริการอย่างมืออาชีพ บรรยากาศของร้านโดยรวมจัดว่ามีความโรแมคติค อย่างไรก็ตามถึงถึงจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ที่กล่าวมาแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าราคาอาหารที่ 6,500-7,400++ ยังไม่รวมเมนูเสริมต่าง ๆ จัดว่าค่อนข้างสูงอยู่พอสมควรตรงกันข้ามกับรายการไวน์ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีทั้งยังนำเสนอมาในราคาที่สมเหตุสมผลอีกด้วย