GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Speisemeisterei
2 MICHELIN Stars

GermanySpeisemeisterei · ชปายเซอร์มายส์เตอราย

Modern Cuisine, International · อาหารโมเดิร์น, อาหารนานาชาติ — Schloss Hohenheim 1B, Stuttgart, 70599, Germany

🎗 [INTRO] หลังจากฝ่าฟันและก้าวพ้นปัญหาวิกฤติอย่างหนัก ในที่สุด Speisemeisterei ห้องอาหารที่มีสัญลักษณ์สุดแปลกเป็นรูปคนที่มีมือและเท้าเป็น Cephalopod Limbs แบบหมึกยักษ์บริเวณชานเมือง Stuttgart ก็สามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปีล่าสุด

🎗[THE PLACE] Schloss Hohenheim เป็นปราสาทของเจ้าศักดินาผู้ปกครองในระบบ Feudalism ช่วงศตวรรษที่ 12 ก่อนจะเปลี่ยนผู้ถือครองมาอยู่ในมือของ Charles Eugene, Duke of Württemberg ในปี 1768 โดยตัวท่านดยุคได้ต่อเติมและปรับปรุงอาคารใหม่ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบ Rococo พร้อมทั้งต่อเติมพื้นที่สวนขนาดใหญ่บริเวณโดยรอบอีกด้วย สำหรับชื่อของปราสาทนั้นท่านดยุคได้ชื่อมาจากหญิงสาวนามว่า Franziska von Hohenheim ผู้ที่ได้มาเป็นภรรยาของท่านในเวลาต่อมา ห่างออกมาจากตัวปราสาทเป็นอาคารที่เรียกว่า Kavaliersbau ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันของ Squire's Lodge ถูกสร้างขึ้นในปี 1918 และถูกปรับปรุงให้กลายมาเป็นร้านอาหารตั้งแต่ปี 1958 นั่นเอง ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณลานจอดหน้าปราสาท หลังจากตรวจสอบการจองเสร็จพนักงานจะพาเราเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งออกมาได้อย่างอลังการ โคมระย้าขนาดใหญ่ห้อยลงมาช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูหรูหรา กระจกเงากรอบสีทองได้รับการจัดวางตามจุดต่าง ๆ ช่วยให้พื้นที่โดยรอบดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น

🎗 [THE CHEF] Stefan Gschwendtner เกิดในเมือง Heilbronn แต่ตัวเขากลับใช้เวลาในวัยเด็กเติบโตขึ้นมาในประเทศซาอุดิอาระเบียก่อนจะเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำงานเกี่ยวกับการลงทุน ต่อมาในปี 1997 เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาขีพเชฟกับห้องอาหาร Schweizer Stuben (2 MICHELIN Stars) และ Drei Stuben ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่ง Sous-chef ให้กับห้องอาหาร Speisemeisterei ในปี 2008 อย่างไรก็ตามในช่วงแรกนั้น Speisemeisterei ทำทีมโดยเชฟชื่อดัง Frank Oehler ผู้สร้างชื่อเสียงรายการทางโทรทัศน์ในประเทศเยอรมนีทั้งตัวเขายังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกด้วย กระทั่งในปี 2016 ตำแหน่ง Head Chef ได้ถูกส่งต่อมาให้กับ Stefan Gschwendtner โดยเขามารถรักษารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ได้อย่างต่อเนื่องและเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 ที่ผ่านมา ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Tasting Menu เริ่มต้นที่ 5 Courses (185 €) ถัดมาคือเซ็ต 6 Courses (200 €) ที่ดูจะคุ้มค่าที่สุดเพราะได้รวมวัตถุดิบอย่าง Wagyu เอาไว้ด้วยและ 7 Courses (220 €) ซึ่งเป็นเซ็ตที่ใหญ่ที่สุดนั่นเ ง นอกจากนี้สำหรับใครที่เป็น Vegetarian สามารถแจ้งล่วงหน้าเพื่อขอให้ทางร้านเตรียม 5 Courses Vegetarian Menu ได้เช่นกัน อาหารทุกจานในวันนี้มีรสชาติและวัตถุดิบที่เข้าถึงได้ง่ายแตกต่างจากห้องอาหารระดับสูงบางแห่ง รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นที่นำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล สำหรับจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นเช่น

✨ Char by Nikolai Birnbaum

kohlrabi | buttermilk | black label caviar

Char ปลาในวงษ์ Salmonidae จากฟาร์มชื่อดังของคุณ Nikolai Birnbaum ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของนคร Munich เตรียมมาจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ รอบ ๆ คือ Buttermilk Foam หรือโฟมของฟักทองน้ำเต้าให้ความหวาน มัน ครีมมี่ตัดด้วยอโรมาฉุน ๆ ของ Chive Oil หรือต้นหอมจีน ด้านบนเชฟเติมแต่ง Kohlrabi ให้มิติความกรอบ ส่วนแผ่นกรอบเตรียมมาจากหอยเชลล์และหอยนางรม ยังมี Black Label Caviar ให้รสชาติเค็มอุมามิและ Oyster Mayonnaise ให้กลิ่นอายของทะเลบาลานซ์กันได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)

✨ Carp from Dinkelsbühl

winter truffle | jerusalem artichoke | veal heart

ปลา Carp เป็นคอร์สพิเศษที่มีอยู่เฉพาะในเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 7 คอร์สเท่านั้น เชฟได้ปลามาจากเมืองเล็ก ๆ ที่มีขื่อว่า Dinkelsbühl ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Stuttgart เนื้อปลาให้เนื้อสัมผัสทีทค่อนข้างเฟิร์มได้ระดับ ด้านล่างเป็นสลัดที่ผสมผสานครีมแก่นตะวันรสหวานละมุนเข้ากันกับสลัดหัวใจลูกวัวที่ให้เนื้อสัมผัสที่ดีและไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ องค์ประกอบรอบ ๆ เป็นซอสทรัฟเฟิลรสชาติเข้มข้น ด้านบนคือ Winter Black Truffle ชิ้นโตฝานมาหนาเพียงพอที่จะเพิ่มความกรอบจนกลายเป็นอีกหนึ่งมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (17/20)

✨ Saddle of Miyazaki Wagyu A5

fried onions | leek | kombu seaweed

เนื้อวัว Miyazaki Wagyu ระดับ A5 ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายในปากตัดกันกับความกรอบของกระเทียมต้นและสาหร่ายคอมบุที่วางมาด้านบน รอบ ๆ เป็นซอสที่เตรียมมาจากหัวหอมทอดให้รสชาติหวานกลมกล่อมตัดด้วยกลิ่นฉุนของน้ำมันใบ Shiso สีเขียว ถือเป็นการผสมผสานองค์ประกอบคลาสสิคออกมาได้น่าสนใจ (17/20)

🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานได้รับการเตรียมออกมาให้มีรสชาติที่เข้าถึงง่ายชนิดที่บุคคลทั่วไปก็รับประทานได้อร่อย พนักงานอธิบายอาหารทุกคอร์สได้อย่างละเอียดและเป็นกันเอง ราคาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของชาวเยอรมัน บรรยากาศปราสาทเก่าช่วยเพิ่มเติมความหรูหราและเอกลักษณ์ของมื้อนี้ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ใครที่แวะตามมาชิมเราขอแนะนำให้ลองดูเซ็ตเมนูชุดกลาง 6 คอร์สดูจะคุ้มค่าที่สุด

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 24 รูป

🇩🇪 Speisemeisterei - ชปายเซอร์มายส์เตอราย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 Modern Cuisine, International - อาหารโมเดิร์น, อาหารนานาชาติ 👨🏻‍🍳 Chef Stefan Gschwendtner - เชฟชเตฟาน ชเวนด์นาร์
รูปที่ 1
🇩🇪 Speisemeisterei - ชปายเซอร์มายส์เตอราย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 Modern Cuisine, International - อาหารโมเดิร์น, อาหารนานาชาติ 👨🏻‍🍳 Chef Stefan Gschwendtner - เชฟชเตฟาน ชเวนด์นาร์
Amuse-bouche เริ่มต้นด้วยองค์ประกอบของปลาไหลรมควัน ด้านล่างรองด้วยสลัดที่เตรียมมาจากองุ่นและเซเลอรี่ให้รสชาติออกเปรี้ยวพอเหมาะ รอบ ๆ คือซอสอัลมอนด์หอม ๆ ด้านบนคือไอศกรีมที่เตรียมมาจากปลาไหลรมควันให้กลิ่นหอมเช่นกัน (16/20)
รูปที่ 2
Amuse-bouche เริ่มต้นด้วยองค์ประกอบของปลาไหลรมควัน ด้านล่างรองด้วยสลัดที่เตรียมมาจากองุ่นและเซเลอรี่ให้รสชาติออกเปรี้ยวพอเหมาะ รอบ ๆ คือซอสอัลมอนด์หอม ๆ ด้านบนคือไอศกรีมที่เตรียมมาจากปลาไหลรมควันให้กลิ่นหอมเช่นกัน (16/20)
Amuse-bouche ของว่างเรียกน้ำย่อยถัดมาเป็น Waffle ท็อปด้วยมูสผักชีและปลาแมคเคอเรลเผามาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบให้รสเค็มนิด ๆ พร้อมกับรสชาติหวานของซอส Teriyaki (16/20)
รูปที่ 3
Amuse-bouche ของว่างเรียกน้ำย่อยถัดมาเป็น Waffle ท็อปด้วยมูสผักชีและปลาแมคเคอเรลเผามาแบบกึ่งสุกกึ่งดิบให้รสเค็มนิด ๆ พร้อมกับรสชาติหวานของซอส Teriyaki (16/20)
Amuse-bouche แผ่นบิสกิตกรอบ ด้านบนคือ Shiso Jelly นุ่ม ๆ รสชาติเปรี้ยวโดดตัดกันกับความกรอบของ Char Caviar หรือไข่ปลาชาร์ซึ่งเป็นปลาในวงษ์ Salmonidae (16/20)
รูปที่ 4
Amuse-bouche แผ่นบิสกิตกรอบ ด้านบนคือ Shiso Jelly นุ่ม ๆ รสชาติเปรี้ยวโดดตัดกันกับความกรอบของ Char Caviar หรือไข่ปลาชาร์ซึ่งเป็นปลาในวงษ์ Salmonidae (16/20)
Amuse-bouche Wagyu Tartare เนื้อวัววากิวสับมาเกือบละเอียดจนนุ่ม ด้านบนท็อปด้วย Charcoal Cherries หอม ๆ ปรุงรสชาติด้วยซอส Ponzu (16/20)
รูปที่ 5
Amuse-bouche Wagyu Tartare เนื้อวัววากิวสับมาเกือบละเอียดจนนุ่ม ด้านบนท็อปด้วย Charcoal Cherries หอม ๆ ปรุงรสชาติด้วยซอส Ponzu (16/20)
Char by Nikolai Birnbaum kohlrabi | buttermilk | black label caviar Char ปลาในวงษ์ Salmonidae จากฟาร์มชื่อดังของคุณ Nikolai Birnbaum ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของนคร Munich เตรียมมาจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ รอบ ๆ คือ Buttermilk Foam หรือโฟมของฟักทองน้ำเต้าให้ความหวาน มัน ครีมมี่ตัดด้วยอโรมาฉุน ๆ ของ Chive Oil หรือต้นหอมจีน ด้านบนเชฟเติมแต่ง Kohlrabi ให้มิติความกรอบ ส่วนแผ่นกรอบเตรียมมาจากหอยเชลล์และหอยนางรม ยังมี Black Label Caviar ให้รสชาติเค็มอุมามิและ Oyster Mayonnaise ให้กลิ่นอายของทะเลบาลานซ์กันได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
รูปที่ 6
Char by Nikolai Birnbaum kohlrabi | buttermilk | black label caviar Char ปลาในวงษ์ Salmonidae จากฟาร์มชื่อดังของคุณ Nikolai Birnbaum ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของนคร Munich เตรียมมาจนได้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ รอบ ๆ คือ Buttermilk Foam หรือโฟมของฟักทองน้ำเต้าให้ความหวาน มัน ครีมมี่ตัดด้วยอโรมาฉุน ๆ ของ Chive Oil หรือต้นหอมจีน ด้านบนเชฟเติมแต่ง Kohlrabi ให้มิติความกรอบ ส่วนแผ่นกรอบเตรียมมาจากหอยเชลล์และหอยนางรม ยังมี Black Label Caviar ให้รสชาติเค็มอุมามิและ Oyster Mayonnaise ให้กลิ่นอายของทะเลบาลานซ์กันได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
Carp from Dinkelsbühl winter truffle | jerusalem artichoke | veal heart ปลา Carp เป็นคอร์สพิเศษที่มีอยู่เฉพาะในเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 7 คอร์สเท่านั้น เชฟได้ปลามาจากเมืองเล็ก ๆ ที่มีขื่อว่า Dinkelsbühl ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Stuttgart เนื้อปลาให้เนื้อสัมผัสทีทค่อนข้างเฟิร์มได้ระดับ ด้านล่างเป็นสลัดที่ผสมผสานครีมแก่นตะวันรสหวานละมุนเข้ากันกับสลัดหัวใจลูกวัวที่ให้เนื้อสัมผัสที่ดีและไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ องค์ประกอบรอบ ๆ เป็นซอสทรัฟเฟิลรสชาติเข้มข้น ด้านบนคือ Winter Black Truffle ชิ้นโตฝานมาหนาเพียงพอที่จะเพิ่มความกรอบจนกลายเป็นอีกหนึ่งมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (17/20)
รูปที่ 7
Carp from Dinkelsbühl winter truffle | jerusalem artichoke | veal heart ปลา Carp เป็นคอร์สพิเศษที่มีอยู่เฉพาะในเซ็ตเมนูชุดใหญ่ 7 คอร์สเท่านั้น เชฟได้ปลามาจากเมืองเล็ก ๆ ที่มีขื่อว่า Dinkelsbühl ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมือง Stuttgart เนื้อปลาให้เนื้อสัมผัสทีทค่อนข้างเฟิร์มได้ระดับ ด้านล่างเป็นสลัดที่ผสมผสานครีมแก่นตะวันรสหวานละมุนเข้ากันกับสลัดหัวใจลูกวัวที่ให้เนื้อสัมผัสที่ดีและไร้ซึ่งกลิ่นคาวใด ๆ องค์ประกอบรอบ ๆ เป็นซอสทรัฟเฟิลรสชาติเข้มข้น ด้านบนคือ Winter Black Truffle ชิ้นโตฝานมาหนาเพียงพอที่จะเพิ่มความกรอบจนกลายเป็นอีกหนึ่งมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (17/20)
Bread ขนมปัง Sourdough เสิร์ฟมากับ Brittany Butter และเนยที่เชฟทำเลียนแบบ Caesar Salad Dressing โดยมีส่วนผสมของเบคอน พาเมซานชีส และแองโชวี่
รูปที่ 8
Bread ขนมปัง Sourdough เสิร์ฟมากับ Brittany Butter และเนยที่เชฟทำเลียนแบบ Caesar Salad Dressing โดยมีส่วนผสมของเบคอน พาเมซานชีส และแองโชวี่
Trout from Calmbach apple | cabbage | sunflower seeds ปลาเทร้าต์จาก Calmbach ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ไม่ไกลกันจากเมือง Stuttgart ด้านบนท็อปด้วยครีมที่เตรียมขึ้นมาจากปลาเทร้าต์รมควันและไข่ปลาเทร้าต์ โฟมรอบ ๆ เตรียมมาจากกะหล่ำปลี Pointed Cabbage อีกฝั่งหนึ่งเชฟใส่เมล็ดทานตะวันมาช่วยเพิ่มมิติทางความกรอบให้กับจาน (16/20)
รูปที่ 9
Trout from Calmbach apple | cabbage | sunflower seeds ปลาเทร้าต์จาก Calmbach ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ไม่ไกลกันจากเมือง Stuttgart ด้านบนท็อปด้วยครีมที่เตรียมขึ้นมาจากปลาเทร้าต์รมควันและไข่ปลาเทร้าต์ โฟมรอบ ๆ เตรียมมาจากกะหล่ำปลี Pointed Cabbage อีกฝั่งหนึ่งเชฟใส่เมล็ดทานตะวันมาช่วยเพิ่มมิติทางความกรอบให้กับจาน (16/20)
Egg from Organic Farm Henzler siberian caviar | cauliflower | alici ไข่แดงออร์กานิคจากฟาร์ม Henzler ที่พร้อมจะแตกไหลเยิ้มออกมาเพียงใช้ช้อนเขี่ยเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วยกะหล่ำดอกกรอบ ๆ และ Siberian Caviar คุณภาพดี ด้านล่างรองด้วย Quinoa-Bacon Salad ช่วยเสริมความกรอบให้กับจาน ไฮไลท์คือซุปรอบ ๆ ที่เตรียมมาจาก Alici หรือน้ำปลาอิตาลีชวนนึกถึงเมนูไข่ลวกเหยาะน้ำปลาที่เราเคยชิมในสมัยเด็ก (16/20)
รูปที่ 10
Egg from Organic Farm Henzler siberian caviar | cauliflower | alici ไข่แดงออร์กานิคจากฟาร์ม Henzler ที่พร้อมจะแตกไหลเยิ้มออกมาเพียงใช้ช้อนเขี่ยเบา ๆ ด้านบนท็อปด้วยกะหล่ำดอกกรอบ ๆ และ Siberian Caviar คุณภาพดี ด้านล่างรองด้วย Quinoa-Bacon Salad ช่วยเสริมความกรอบให้กับจาน ไฮไลท์คือซุปรอบ ๆ ที่เตรียมมาจาก Alici หรือน้ำปลาอิตาลีชวนนึกถึงเมนูไข่ลวกเหยาะน้ำปลาที่เราเคยชิมในสมัยเด็ก (16/20)
Saddle of Miyazaki Wagyu A5 fried onions | leek | kombu seaweed เนื้อวัว Miyazaki Wagyu ระดับ A5 ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายในปากตัดกันกับความกรอบของกระเทียมต้นและสาหร่ายคอมบุที่วางมาด้านบน รอบ ๆ เป็นซอสที่เตรียมมาจากหัวหอมทอดให้รสชาติหวานกลมกล่อมตัดด้วยกลิ่นฉุนของน้ำมันใบ Shiso สีเขียว ถือเป็นการผสมผสานองค์ประกอบคลาสสิคออกมาได้น่าสนใจ (17/20)
รูปที่ 11
Saddle of Miyazaki Wagyu A5 fried onions | leek | kombu seaweed เนื้อวัว Miyazaki Wagyu ระดับ A5 ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายในปากตัดกันกับความกรอบของกระเทียมต้นและสาหร่ายคอมบุที่วางมาด้านบน รอบ ๆ เป็นซอสที่เตรียมมาจากหัวหอมทอดให้รสชาติหวานกลมกล่อมตัดด้วยกลิ่นฉุนของน้ำมันใบ Shiso สีเขียว ถือเป็นการผสมผสานองค์ประกอบคลาสสิคออกมาได้น่าสนใจ (17/20)
Suckling pig from Hohenlohe cima di Rapa | sweet mustard | pine nuts เนื้อลูกหมูจากเมือง Hohenlohe ทางตอนเหนือของนคร Stuttgart ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของเบคอนกรอบจับคู่กับซอส Pork Jus รสชาติเข้มข้นที่มีอโรมาของ Sweet Mustard ข้างกันคือ Cime di Rapa หรือผักในตระกูล Broccoletto นุ่ม ๆ ท็อปด้วยเห็ดฝานบางช่วยสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ยังมีมันฝรั่งกรอบ ๆ เสิร์ฟมากับครีมมันฝรั่ง สุดท้ายคือ Purée เห็ดให้ Earthy Flavor มาผสมผสานกับองค์ปนะกอบอื่น ๆ ได้ดี (17/20)
รูปที่ 12
Suckling pig from Hohenlohe cima di Rapa | sweet mustard | pine nuts เนื้อลูกหมูจากเมือง Hohenlohe ทางตอนเหนือของนคร Stuttgart ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบของเบคอนกรอบจับคู่กับซอส Pork Jus รสชาติเข้มข้นที่มีอโรมาของ Sweet Mustard ข้างกันคือ Cime di Rapa หรือผักในตระกูล Broccoletto นุ่ม ๆ ท็อปด้วยเห็ดฝานบางช่วยสร้างความแตกต่างทางเนื้อสัมผัส ยังมีมันฝรั่งกรอบ ๆ เสิร์ฟมากับครีมมันฝรั่ง สุดท้ายคือ Purée เห็ดให้ Earthy Flavor มาผสมผสานกับองค์ปนะกอบอื่น ๆ ได้ดี (17/20)
Pre-dessert ล้างปากด้วย Cream Cheese Espuma มีลักษณะเป็นโฟมหอมมันจับคู่กับราสเบอร์รี่เสิร์ฟมาทั้งในรูปแบบ Crunch กรอบ ๆ และซอสรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของข้าวโอ๊ตผสมอยู่ด้วย ด้านบนคือไอศกรีม Mastic หรือที่ภาษาไทยเรียกว่ามาตะกี่ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี (16/20)
รูปที่ 13
Pre-dessert ล้างปากด้วย Cream Cheese Espuma มีลักษณะเป็นโฟมหอมมันจับคู่กับราสเบอร์รี่เสิร์ฟมาทั้งในรูปแบบ Crunch กรอบ ๆ และซอสรสเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของข้าวโอ๊ตผสมอยู่ด้วย ด้านบนคือไอศกรีม Mastic หรือที่ภาษาไทยเรียกว่ามาตะกี่ช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี (16/20)
Cru Virunga from Original Beans dulce de leche | hazelnut | miso มูสช็อกโกแลต Cru Virunga จากแบรนด์ Original Beans รองด้านล่างด้วย Dulce de Leche หอมมัน ด้านบนคือไอศกรีม Miso ให้รสเค็มกลาง ๆ จากนั้นพนักงานจะเท Frozen Hazelnut and Chocolate ลงไปรอบ ๆ เติมเต็มมิติคยามกรอบให้กับจาน (17/20)
รูปที่ 14
Cru Virunga from Original Beans dulce de leche | hazelnut | miso มูสช็อกโกแลต Cru Virunga จากแบรนด์ Original Beans รองด้านล่างด้วย Dulce de Leche หอมมัน ด้านบนคือไอศกรีม Miso ให้รสเค็มกลาง ๆ จากนั้นพนักงานจะเท Frozen Hazelnut and Chocolate ลงไปรอบ ๆ เติมเต็มมิติคยามกรอบให้กับจาน (17/20)
Mignardises ปิดท้ายด้วยของหวานชิ้นจิ๋วประกอบไปด้วย Tahiti Vanilla Cream with Rum and Apple, Ginger and Yuzu Tartelette และ Dark Chocolate with Raspberry and Honey
รูปที่ 15
Mignardises ปิดท้ายด้วยของหวานชิ้นจิ๋วประกอบไปด้วย Tahiti Vanilla Cream with Rum and Apple, Ginger and Yuzu Tartelette และ Dark Chocolate with Raspberry and Honey
Café Crema (5.3 €) ขอแนะนำให้จับคู่กับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
รูปที่ 16
Café Crema (5.3 €) ขอแนะนำให้จับคู่กับกาแฟร้อน ๆ สักแก้ว
💰 ราคา 804.9 € แต่หากเพื่อน ๆ รูดด้วยบัตร AMEX ก็รับเงินคืนทันที 7,500 บาท
รูปที่ 17
💰 ราคา 804.9 € แต่หากเพื่อน ๆ รูดด้วยบัตร AMEX ก็รับเงินคืนทันที 7,500 บาท
🎗 [INTRO] หลังจากฝ่าฟันและก้าวพ้นปัญหาวิกฤติอย่างหนัก ในที่สุด Speisemeisterei ห้องอาหารที่มีสัญลักษณ์สุดแปลกเป็นรูปคนที่มีมือและเท้าเป็น Cephalopod Limbs แบบหมึกยักษ์บริเวณชานเมือง Stuttgart ก็สามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปีล่าสุด
รูปที่ 18
🎗 [INTRO] หลังจากฝ่าฟันและก้าวพ้นปัญหาวิกฤติอย่างหนัก ในที่สุด Speisemeisterei ห้องอาหารที่มีสัญลักษณ์สุดแปลกเป็นรูปคนที่มีมือและเท้าเป็น Cephalopod Limbs แบบหมึกยักษ์บริเวณชานเมือง Stuttgart ก็สามารถคว้ารางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จในคู่มือปกแดงปีล่าสุด
🎗[THE PLACE] Schloss Hohenheim เป็นปราสาทของเจ้าศักดินาผู้ปกครองในระบบ Feudalism ช่วงศตวรรษที่ 12 ก่อนจะเปลี่ยนผู้ถือครองมาอยู่ในมือของ Charles Eugene, Duke of Württemberg ในปี 1768 โดยตัวท่านดยุคได้ต่อเติมและปรับปรุงอาคารใหม่ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบ Rococo พร้อมทั้งต่อเติมพื้นที่สวนขนาดใหญ่บริเวณโดยรอบอีกด้วย
รูปที่ 19
🎗[THE PLACE] Schloss Hohenheim เป็นปราสาทของเจ้าศักดินาผู้ปกครองในระบบ Feudalism ช่วงศตวรรษที่ 12 ก่อนจะเปลี่ยนผู้ถือครองมาอยู่ในมือของ Charles Eugene, Duke of Württemberg ในปี 1768 โดยตัวท่านดยุคได้ต่อเติมและปรับปรุงอาคารใหม่ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบ Rococo พร้อมทั้งต่อเติมพื้นที่สวนขนาดใหญ่บริเวณโดยรอบอีกด้วย
สำหรับชื่อของปราสาทนั้นท่านดยุคได้ชื่อมาจากหญิงสาวนามว่า Franziska von Hohenheim ผู้ที่ได้มาเป็นภรรยาของท่านในเวลาต่อมา ห่างออกมาจากตัวปราสาทเป็นอาคารที่เรียกว่า Kavaliersbau ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันของ Squire's Lodge ถูกสร้างขึ้นในปี 1918 และถูกปรับปรุงให้กลายมาเป็นร้านอาหารตั้งแต่ปี 1958 นั่นเอง
รูปที่ 20
สำหรับชื่อของปราสาทนั้นท่านดยุคได้ชื่อมาจากหญิงสาวนามว่า Franziska von Hohenheim ผู้ที่ได้มาเป็นภรรยาของท่านในเวลาต่อมา ห่างออกมาจากตัวปราสาทเป็นอาคารที่เรียกว่า Kavaliersbau ซึ่งเป็นภาษาเยอรมันของ Squire's Lodge ถูกสร้างขึ้นในปี 1918 และถูกปรับปรุงให้กลายมาเป็นร้านอาหารตั้งแต่ปี 1958 นั่นเอง
โคมระย้าขนาดใหญ่ห้อยลงมาช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูหรูหรา กระจกเงากรอบสีทองได้รับการจัดวางตามจุดต่าง ๆ ช่วยให้พื้นที่โดยรอบดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 21
โคมระย้าขนาดใหญ่ห้อยลงมาช่วยเสริมบรรยากาศให้ดูหรูหรา กระจกเงากรอบสีทองได้รับการจัดวางตามจุดต่าง ๆ ช่วยให้พื้นที่โดยรอบดูกว้างขวางมากยิ่งขึ้น
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณลานจอดหน้าปราสาท หลังจากตรวจสอบการจองเสร็จพนักงานจะพาเราเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งออกมาได้อย่างอลังการ
รูปที่ 22
ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดบริเวณลานจอดหน้าปราสาท หลังจากตรวจสอบการจองเสร็จพนักงานจะพาเราเข้าสู่ห้องรับประทานอาหารที่ตกแต่งออกมาได้อย่างอลังการ
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Stefan Gschwendtner เกิดในเมือง Heilbronn แต่ตัวเขากลับใช้เวลาในวัยเด็กเติบโตขึ้นมาในประเทศซาอุดิอาระเบียก่อนจะเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำงานเกี่ยวกับการลงทุน ต่อมาในปี 1997 เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาขีพเชฟกับห้องอาหาร Schweizer Stuben (2 MICHELIN Stars) และ Drei Stuben ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่ง Sous-chef ให้กับห้องอาหาร Speisemeisterei ในปี 2008 อย่างไรก็ตามในช่วงแรกนั้น Speisemeisterei ทำทีมโดยเชฟชื่อดัง Frank Oehler ผู้สร้างชื่อเสียงรายการทางโทรทัศน์ในประเทศเยอรมนีทั้งตัวเขายังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกด้วย กระทั่งในปี 2016 ตำแหน่ง Head Chef ได้ถูกส่งต่อมาให้กับ Stefan Gschwendtner โดยเขามารถรักษารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ได้อย่างต่อเนื่องและเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 ที่ผ่านมา ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Tasting Menu เริ่มต้นที่ 5 Courses (185 €) ถัดมาคือเซ็ต 6 Courses (200 €) ที่ดูจะคุ้มค่าที่สุดเพราะได้รวมวัตถุดิบอย่าง Wagyu เอาไว้ด้วยและ 7 Courses (220 €) ซึ่งเป็นเซ็ตที่ใหญ่ที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้สำหรับใครที่เป็น Vegetarian สามารถแจ้งล่วงหน้าเพื่อขอให้ทางร้านเตรียม 5 Courses Vegetarian Menu ได้เช่นกัน อาหารทุกจานในวันนี้มีรสชาติและวัตถุดิบที่เข้าถึงได้ง่ายแตกต่างจากห้องอาหารระดับสูงบางแห่ง รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นที่นำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล
รูปที่ 23
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] Stefan Gschwendtner เกิดในเมือง Heilbronn แต่ตัวเขากลับใช้เวลาในวัยเด็กเติบโตขึ้นมาในประเทศซาอุดิอาระเบียก่อนจะเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำงานเกี่ยวกับการลงทุน ต่อมาในปี 1997 เขาเริ่มต้นเส้นทางสายอาขีพเชฟกับห้องอาหาร Schweizer Stuben (2 MICHELIN Stars) และ Drei Stuben ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่ง Sous-chef ให้กับห้องอาหาร Speisemeisterei ในปี 2008 อย่างไรก็ตามในช่วงแรกนั้น Speisemeisterei ทำทีมโดยเชฟชื่อดัง Frank Oehler ผู้สร้างชื่อเสียงรายการทางโทรทัศน์ในประเทศเยอรมนีทั้งตัวเขายังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกด้วย กระทั่งในปี 2016 ตำแหน่ง Head Chef ได้ถูกส่งต่อมาให้กับ Stefan Gschwendtner โดยเขามารถรักษารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ได้อย่างต่อเนื่องและเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 ที่ผ่านมา ลูกค้าสามารถเลือกชิมอาหารในรูปแบบ Tasting Menu เริ่มต้นที่ 5 Courses (185 €) ถัดมาคือเซ็ต 6 Courses (200 €) ที่ดูจะคุ้มค่าที่สุดเพราะได้รวมวัตถุดิบอย่าง Wagyu เอาไว้ด้วยและ 7 Courses (220 €) ซึ่งเป็นเซ็ตที่ใหญ่ที่สุดนั่นเอง นอกจากนี้สำหรับใครที่เป็น Vegetarian สามารถแจ้งล่วงหน้าเพื่อขอให้ทางร้านเตรียม 5 Courses Vegetarian Menu ได้เช่นกัน อาหารทุกจานในวันนี้มีรสชาติและวัตถุดิบที่เข้าถึงได้ง่ายแตกต่างจากห้องอาหารระดับสูงบางแห่ง รายการไวน์มีให้เลือกมากพอสมควรโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นที่นำเสนอมาในราคาสมเหตุสมผล
🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานได้รับการเตรียมออกมาให้มีรสชาติที่เข้าถึงง่ายชนิดที่บุคคลทั่วไปก็รับประทานได้อร่อย พนักงานอธิบายอาหารทุกคอร์สได้อย่างละเอียดและเป็นกันเอง ราคาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของชาวเยอรมัน บรรยากาศปราสาทเก่าช่วยเพิ่มเติมความหรูหราและเอกลักษณ์ของมื้อนี้ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ใครที่แวะตามมาชิมเราขอแนะนำให้ลองดูเซ็ตเมนูชุดกลาง 6 คอร์สดูจะคุ้มค่าที่สุด
รูปที่ 24
🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานได้รับการเตรียมออกมาให้มีรสชาติที่เข้าถึงง่ายชนิดที่บุคคลทั่วไปก็รับประทานได้อร่อย พนักงานอธิบายอาหารทุกคอร์สได้อย่างละเอียดและเป็นกันเอง ราคาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเมื่อเทียบกับค่าครองชีพของชาวเยอรมัน บรรยากาศปราสาทเก่าช่วยเพิ่มเติมความหรูหราและเอกลักษณ์ของมื้อนี้ให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น ใครที่แวะตามมาชิมเราขอแนะนำให้ลองดูเซ็ตเมนูชุดกลาง 6 คอร์สดูจะคุ้มค่าที่สุด

แกลเลอรี