GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Sorn
2 MICHELIN Stars

ThailandSorn · ศรณ์

Southern Thai · อาหารใต้ — 56, Sukhumvit 26 Soi Ari, Klongton Khlong Toei, Bangkok 10110

🎗 [Intro] ร้าน “ศรณ์” ที่เรายกมารีวิวในวันนี้มีประวัติไม่ธรรมดาเพราะเป็นหนึ่งในสองร้านอาหารไทยหรือร้านอาหารใต้เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถคว้ารางวัล 2 ดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จภายใน 2 ปีตั้งเเต่เปิดร้าน ทั้งยังก้าวเข้าไปติดอันดับที่ 16 จาก 50 ของการจัดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย (No. 16 Asia's 50 Best Restaurant) ปีล่าสุดอีกด้วย

🎗 [The Chef] เชฟเจ้าของร้านคุณไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เติบโตมาในจังหวัดนครศรีธรรมราช เรื่องเริ่มมาจากคุณย่าซึ่งเเต่เดิมมีอาชีพรับราชการครูอยู่ที่เมืองนครมักถูกมอบหมายงานให้เป็นเเม่ครัวมือหนึ่งเวลาจัดงานบุญกันในวัดท้องถิ่น หลังจากเกษียรอายุราชการคุณย่าก็ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองกรุงและเรียกคุณไอซ์ซึ่งเป็นหลานชายคนโตมาเป็นลูกมือหลักในการทำอาหารปักษ์ใต้จนเกิดผูกพันธ์กับการทำอาหารมาตั้งเเต่เด็ก ส่วนความคิดในการเปิดร้านอาหารนั้นเริ่มมาจากในปี พ.ศ. 2533 คุณพ่อของคุณไอซ์ได้เช่าพื้นที่คูหาเล็กๆในย่านประชานิเวศน์เพื่อเปิดขายอาหารปักษ์ใต้สูตรดั้งเดิมในชื่อ “บ้านไอซ์” กาลเวลาผ่านไปหลายสิบปีเมื่อคุณไอซ์เติบโตขึ้นเเละเรียนจบมาจากต่างประเทศ คุณย่าเองก็อายุมากขึ้นจนทำร้านเองต่อไม่ไหว คุณไอซ์จึงตัดสินใจเข้ามาปรับปรุงยกระดับร้านเสียใหม่จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารใต้ที่เราชาวกรุงเทพฯคุ้นหูกัน ทั้งยังขยับขยายสาขาออกไปทั่วเมืองอีกด้วย

🎗 เชฟยอด-ยอดขวัญ อยู่พุ่มพฤกษ์ เกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เเม้จะไม่ได้เรียนจบมาจากโรงเรียนสอนทำอาหารโดยตรง แต่ด้วยความที่เป็นหลานชายแท้ๆของหม่อมหลวงเติบ ชุมสาย ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณและยังมีตำราการปรุงอาหารเป็นของตัวเอง รวมถึงเป็นผู้เผยเเพร่อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวโลก ทำให้เชฟยอดได้รับเเรงบันดาลใจจากคุณย่ามาเต็มๆ หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านบ้านไอซ์ คุณไอซ์เจ้าของร้านต้องการมองหาความท้าทายใหม่ๆจึงได้ชวนเชฟยอดเดินทางลงใต้เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตรวมถึงอาหารการกินของคนใต้เเต่ละจังหวัด เชฟเคยเล่าให้เราฟังตั้งเเต่ตอนที่มาครั้งเเรกว่ามีหลายคืนที่เชฟลองไปกินไปนอนกับชาวบ้านตามหมู่บ้านในชนบท รวมถึงออกเรือไปหาปลากับชาวประมงท้องถิ่นกว่า 1 ปีครึ่งก่อนที่จะเก็บรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดมาประมวลเเละเปิดเป็นร้าน “ศรณ์” เพื่อนำเสนออาหารใต้รูปแบบดั้งเดิมให้เราทุกคนได้ชิมกัน

🎗 [The Place] คำว่า “ศรณ์” แปลตรงตัวว่า สรณะ หรือผู้สร้างตัวเองด้วยตัวเอง ตัวร้านเเต่เดิมเคยเป็นบ้านไม้เก่าในซอยสุขุมวิท 26 ที่คุณไอซ์นำมาต่อเติมและปรับโฉมเสียใหม่ทั้งภายในเเละภายนอก ใครที่มาก่อนเวลาร้านเปิดสามารถนั่งรอที่บริเวณสวนด้านนอก ห้องทานอาหารหลักถูกจัดเเบ่งออกเป็นหลายส่วนทั้งชั้นล่างเเละชั้นบน ทางเข้าร้านจัดเเสดงอุปกรณ์ทำอาหารโบราณเช่น ครก เตาอั่งโล่ กระต่ายขูดมะพร้าว ไปจนถึงภาชนะใส่น้ำเเละอาหารแบบโบราณ นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายขาวดำรวมไปถึงแผนที่เฉพาะภาคใต้ของไทยช่วยบ่งบอกถึงรากเหง้าดั้งเดิมของอาหารที่เราจะได้ทานกัน ใครที่มาเป็นหมู่คณะอาจโชคได้นั่งฝั่งตรงข้ามห้องครัวซึ่งมีเพียงกระจกใสบางๆกั้นทำให้สามารถมองเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้ตลอดเวลา ไม่เพียงเฉพาะอาหารเเต่กระทั่งภาชนะที่ใช้ล้วนถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อรองรับเมนูอาหารในเเต่ละคอร์ส ยกตัวอย่างเช่นจาน “จักจั่นทะเล” ที่มีสีสันเเละผิวสัมผัสเหมือนทรายบนชายหาด มีการกดลายเปลือกหอย ปะการัง ฟองน้ำทะเลลงไปช่วยบ่งบอกถึงเเหล่งที่อยู่ตามธรรมชาติ หรือจะเป็นคอร์ส “กุ้งมังกร 7 สี” ที่ใช้เทคนิคการแกะลายจากต้นแบบแล้วจึงใช้ดินสอมากดลอกลายลงบนปูนปลาสเตอร์ จากนั้นจึงเคลือบเเร่เพื่อไล่เฉดสีให้เหมือนสีของกุ้งมังกรจากภูเก็ต กระทั่งจานเครื่องเคียงยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากฝักสะตอซึ่งใช้เป็นสัญลักษณ์ช่วยสื่อถึงอาหารใต้ได้เป็นอย่างดี คุณชนกเจ้าของผลงานเคลือบมันเงาด้วยสีเขียวเเกมน้ำตาลเเล้วจึงนำไปเผาที่อุณหภูมิ 1250 องศาเซลเซียสเพื่อให้ได้สีใกล้เคียงกับธรรมชาติของฝักสะตอมากที่สุด ส่วนตัวเราเองครั้งนี้ได้นั่งที่โต๊ะกลมบนชั้นสองซึ่งมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูง พนักงานเเต่ละคนมีความรู้เกี่ยวกับอาหารเเต่ละจานพอสมควรเทียบเคียงได้กับห้องอาหารชั้นสูงในต่างประเทศ ตัวร้านเปิดทำการในปี 2018 และสามารถคว้าดาวมิชลินมาครองได้ทันทีตั้งเเต่ปีเเรก ต่อด้วยการเลื่อนขั้นสู่ 2 ดาวในปีถัดมาทำให้ “ศรณ์” ถือเป็น 1 ใน 2 ห้องอาหารไทย (หรือร้านอาหารใต้เพียงหนึ่งเดียวในโลก) ที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน

🎗 [The Food] แม้ตัวร้านจะตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงแต่รากเหง้าและรสชาติของ “ศรณ์” เป็นอาหารใต้ขนานเเท้ตั้งเเต่จังหวัดชุมพรลงไปจนถึงนครศรีธรรมราช วัตถุดิบต่างๆเกือบ 100% ล้วนส่งตรงมาจากภาคใต้ คุณไอซ์และเชฟยอดเลือกซัพพลายเออร์รายย่อยที่ทำการประมงอย่างยั่งยืนหรือ Sustainable Fisheries เท่านั้นเช่นการเลือกตกปลาโดยใช้เบ็ดเเทนการใช้อวนซึ่งสามารถเลือกขนาดและช่วงอายุของปลาที่เหมาะสมกับการนำมาทำอาหารได้ หรืออย่างเนื้อวัวที่ใช้ในร้านก็ได้มาจากฟาร์มวัวนมพันธุ์ไทยของชาวมุสลิมที่จังหวัดพัทลุงเป็นต้น อาหารที่นี่จะเสิร์ฟเป็นเซ็ทเมนูที่เรียกว่า Your Southern Thai Food Experience ที่ราคา 3,500+/p, ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% เเต่ไม่มีค่าบริการเพิ่มเติมแล้ว โดยจะนำเสิร์ฟ Amuse-bouche หรือเมนู “เปิดลิ้น” ก่อน 2 อย่างเพื่อกระตุ้นความอยากอาหาร จากนั้นจึงเข้าสู่ Prelude หรือ “โหมโรง” จำนวน 6+1 คอร์สเล็กๆที่แฝงไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ส่วนจาน Main Course ทางร้านนำเสิร์ฟเป็น “สำรับองค์ ๑” และ “สำรับองค์ ๒” เสิร์ฟมาในเวลาใกล้เคียงกันเต็มโต๊ะแบบไทยๆพร้อมเครื่องเคียง ก่อนจะคั่นด้วยเมนู Palate Cleanser Sorbet เพื่อ “ล้างปาก” และ Sweet หรือ “ของหวาน” ตามลำดับ

🎗 รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้ละเมียดและน่าประทับใจ เราขอยกบางจานที่ทำออกมาได้ดีชนิดที่หาใครเทียบได้ยากมาเล่าให้ฟังคร่าวๆ เช่น

✨ Gems on crab stick (กรรชูเปียง)

เมนู Signature Dish ที่เชฟใช้ปูม้าเป็นๆส่วนกรรเชียงไปนึ่งเเละย่างบนเตาถ่าน เคลือบด้านนอกด้วยน้ำพริกไข่ปูที่ได้จากการนำไข่ปูทะเลไปนึ่งที่อีกอุณหภูมิหนึ่งจนได้เนื้อสัมผัสแบบยางมะตูมเเล้วคลุกเคล้ากับพริกเหลือง อร่อยเกินคาด (18/20)

✨ The sea holds the forest (ข้าวยำ)

“ข้าวยำข้าวกรอบ” เมนูดั้งเดิมที่มีต้นกำเนิดมาจากพระยานครซึ่งมอบหมายงานให้หมอหลวงคิดค้นเมนูอาหารทานแก้ท้องอืดท้องเฟ้อจากการอดอาหารในเดือนรอมฎอน เชฟยอดเลือกใช้ข้าวหอมมะลิพันธุ์เข็มทองจากจังหวัดนครศรีธรรมราชไปหุงด้วยน้ำขมิ้นจนมีสีเหลืองเเล้วจึงนำไปตากแดดนาน 3 วัน ทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว องค์ประกอบสำคัญอื่นๆเริ่มจากริ้วสีชมพูเข้มด้านล่างทำมาจากดอกดาหลา สีชมพูอ่อนคือส้มโอทับทิมสยามจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ข้างกันคือโชนหรือถั่วงอกหัวโตจากภาคใต้ มีมะม่วงเบาจากจังหวัดสงขลา ในถ้วยข้างๆคือน้ำบูดูสูตรพิเศษจากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี (18/20)

✨ Coconut milk dip with sea urchin (หลนไข่หอยเม่น)

ใครที่นึกไม่ออกว่าไข่หอยเม่นของไทยเราจะสามารถนำมาทำเมนูระดับมิชลินสตาร์ได้ยังไงต้องมาลองที่นี่ หลนแบบไทยๆ ทอปด้านบนด้วยอูนิหรืออูนิจากหอยเม่นเป็นๆจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสสุดครีมมี่ ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ เชฟปรุงรสด้วยอินทผาลัมเพิ่มความหวานนิดๆโดยไม่ใช้น้ำตาล ทานเข้ากันกับหลนได้อย่างลงตัว ถือเป็นพระเอกของเครื่องเคียงวันนี้ อร่อยขนาดสามารถนำเสิร์ฟแยกเป็นคอร์สหนึ่งก็ยังได้ (16/20)

✨ Tapioca boiled in coconut water (สาคูเปียกลำไย)

จานอาหารหวานที่เชฟเลือกใช้สาคูเเท้สีน้ำตาลไหม้จากต้นสาคูจังหวัดพัทลุงเสิร์ฟมากับไอศกรีมลำไยที่คั้นน้ำมาจากลูกลำไยสดโดยไม่ผสมน้ำตาล ยังมีผงกะทิเกล็ดน้ำเเข็ง เนื้อมะพร้าวกะทิย่าง เเละเเยมลำไย ทั้งอร่อยเเละมีความซับซ้อนมากๆ (17/20)

🎗 [Conclusion] ทั้งรสชาติเเละเทคนิครวมไปถึงการคัดเลือกวัตถุดิบเฉพาะเพื่อนำมาปรุงอาหารถือว่าทำออกมาได้สมกับมาตรฐาน 2 ดาวมิชลินโดยเฉพาะอาหารคอร์สโหมโรงและของหวานที่ทำออกมาได้ดีขึ้นกว่าเมื่อปีก่อนอย่างชัดเจน น่าเสียดายที่บางจานในสำรับหลักเทียบกับคอร์สอื่นๆยังพอมีข้อให้ติได้อยู่บ้าง ราคาอาหาร 3,500 บาทต่อคนถือว่าไม่แพงเลยเทียบกับการนำเสิร์ฟอาหารจำนวนมากเกือบ 20 จาน ขอชมที่ทางร้านเปิดใจปรับเปลี่ยนระบบการจองเป็นแบบออนไลน์เพื่อให้มีความเป็นสากลมากขึ้น จากเหตุผลทั้งหมดที่ว่ามาทำให้ “ศรณ์” ถือเป็นสุดยอดร้านอาหารไทยที่ดีที่สุดสำหรับเราในตอนนี้ และขอแนะนำให้เพื่อนๆที่มีใจรักในอาหารไทยว่าห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 58 รูป

🇹🇭 Sorn - ศรณ์ 🍴 Southern Thai - อาหารใต้
รูปที่ 1
🇹🇭 Sorn - ศรณ์ 🍴 Southern Thai - อาหารใต้
⭐️⭐️ 2 Michelin Star - 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 2
⭐️⭐️ 2 Michelin Star - 2 ดาวมิชลิน
ร้าน “ศรณ์” ที่เรายกมารีวิวในวันนี้มีประวัติไม่ธรรมดาเพราะเป็นหนึ่งในสองร้านอาหารไทยหรือร้านอาหารใต้เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถคว้ารางวัล 2 ดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จภายใน 2 ปีตั้งเเต่เปิดร้าน ทั้งยังก้าวเข้าไปติดอันดับที่ 16 จาก 50 ของการจัดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย (No. 16 Asia's 50 Best Restaurant) ปีล่าสุดอีกด้วย
รูปที่ 3
ร้าน “ศรณ์” ที่เรายกมารีวิวในวันนี้มีประวัติไม่ธรรมดาเพราะเป็นหนึ่งในสองร้านอาหารไทยหรือร้านอาหารใต้เพียงหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถคว้ารางวัล 2 ดาวมิชลินมาครองได้สำเร็จภายใน 2 ปีตั้งเเต่เปิดร้าน ทั้งยังก้าวเข้าไปติดอันดับที่ 16 จาก 50 ของการจัดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย (No. 16 Asia's 50 Best Restaurant) ปีล่าสุดอีกด้วย
Young mangosteen (คุดคัดเคย) Crispy krill / crispy shallot / coconut palm sugar เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Amuse bouche เพื่อเปิดลิ้นเเละต่อมรับรส อย่างแรกคือ “คุดคัดเคย” เชฟใช้มังคุดคัดหรือมังคุดแก้ว มังคุดอ่อนสีเขียวจากแหล่งเพาะปลูกบนภูเขาสูงที่หมู่บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย นำมาเคลือบน้ำตาลโตนดแล้วทอปด้านบนด้วยเคยกรอบ มะพร้าวคั่ว และหอมเจียว ด้วยความที่เป็นมังคุดอ่อนทำให้ตอนทานคำนี้จะมีเนื้อสัมผัสกรอบมากกว่ามังคุดปกติแต่ยังคงติดรสหวานธรรมชาติของมังคุดมาด้วย เสริมด้วยกลิ่นหอมของหอมเจียวเเละเคยกรอบ น่าสนใจมากๆ (16/20) Cashew nut relish (น้ำพริกกาหยู) Cashew nut butter / cucumber อีกอย่างหนึ่งคือ “น้ำพริกกาหยู” หรือน้ำพริกหัวครก คำว่ากาหยูเป็นภาษาใต้แปลว่าเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ด้านล่างเป็นแตงกวาแช่เย็นกรอบๆ ทอปด้านบนด้วยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ส่วนน้ำพริกใช้กะปิเคยตักหรือกะปิกุ้งตักจากจังหวัดระนองให้รสเผ็ดแซมด้วยรสหวานช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี (16/20)
รูปที่ 4
Young mangosteen (คุดคัดเคย) Crispy krill / crispy shallot / coconut palm sugar เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย Amuse bouche เพื่อเปิดลิ้นเเละต่อมรับรส อย่างแรกคือ “คุดคัดเคย” เชฟใช้มังคุดคัดหรือมังคุดแก้ว มังคุดอ่อนสีเขียวจากแหล่งเพาะปลูกบนภูเขาสูงที่หมู่บ้านคีรีวง อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย นำมาเคลือบน้ำตาลโตนดแล้วทอปด้านบนด้วยเคยกรอบ มะพร้าวคั่ว และหอมเจียว ด้วยความที่เป็นมังคุดอ่อนทำให้ตอนทานคำนี้จะมีเนื้อสัมผัสกรอบมากกว่ามังคุดปกติแต่ยังคงติดรสหวานธรรมชาติของมังคุดมาด้วย เสริมด้วยกลิ่นหอมของหอมเจียวเเละเคยกรอบ น่าสนใจมากๆ (16/20) Cashew nut relish (น้ำพริกกาหยู) Cashew nut butter / cucumber อีกอย่างหนึ่งคือ “น้ำพริกกาหยู” หรือน้ำพริกหัวครก คำว่ากาหยูเป็นภาษาใต้แปลว่าเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ด้านล่างเป็นแตงกวาแช่เย็นกรอบๆ ทอปด้านบนด้วยเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ ส่วนน้ำพริกใช้กะปิเคยตักหรือกะปิกุ้งตักจากจังหวัดระนองให้รสเผ็ดแซมด้วยรสหวานช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี (16/20)
The beach (จักจั่นทะเล) Sand mold crab / squid hand / seaweed powder / sand mole crab powder เริ่มต้นคอร์สแรกด้วย “จักจั่นทะเล” แม้หน้าตาจะดูคล้ายเเมลงแต่เเท้จริงแล้วจักจั่นทะเลเป็นสัตว์ในกลุ่ม Arthropod ไฟลัม Crustacean กลุ่มเดียวกับกุ้งเเละปูนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์ที่ใช้เป็นดรรชนีชี้วัดความบริสุทธิ์ของน้ำทะเล สำหรับในประเทศพบได้เฉพาะบนหาดไม้ขาวจังหวัดภูเก็ตเพราะเป็นหาดธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์อยู่มาก เชฟนำไปคั่วโดยใช้น้ำมันรำข้าวจนกรอบมัน หากใครนึกไม่ออกขอยกตัวอย่าวคางกุ้งซึ่งมีเนื้อสัมผัสคล้ายกัน อีกฝั่งหนึ่งคือหนวดหมึกไข่ที่เชฟนำไปตากแดด จากนั้นรมควันด้วยตะไคร้ให้มีกลิ่นหอม ความสุดยอดคือเนื้อสัมผัสของหนวดหมึกที่ทำออกมาได้กรอบมากเท่ากันทั้งชิ้น ไม่มีส่วนที่เหนียวเเม้เเต่น้อย ด้านล่างเป็นกระเทียมเจียวกรอบๆ ไม่อมน้ำมัน เพิ่มความอุมามิด้วยการโรยผงสาหร่ายขนนกเข้าไปด้านบนทำให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ส่วนสาเหตุที่ใช้หนวดหมึกไข่เพราะเป็นส่วนที่เหลือจากเมนคอร์สคือ สะตอกะปิหมึกไข่ทอด ทำให้ลด Food waste หรือการทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น (15/20) จานที่ใช้รองอาหารคอร์สนี้เป็นฝีมือการปั้นของศิลปินไทย 2 ท่านคือคุณณพกมล อัครพงศ์ไพศาลเเละคุณนล เนตรพรหม จากละมุนละไม คราฟท์สตูดิโอ โดยอาศัยเเนวคิดจากหาดทรายซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของจักจั่นทะเล เริ่มจากเนื้อสัมผัสของจานที่มีความขรุขระประกอบกับการเลือกใช้สีส้มอ่อนๆเช่นเดียวกับผืนทราย ตรงกลางเคลือบเป็นสีขาวมัน นอกจากนี้ศิลปินยังได้กดลายเป็นรูปเปลือกหอย ปะการัง และฟองน้ำทะเลลงไปอีกด้วย
รูปที่ 5
The beach (จักจั่นทะเล) Sand mold crab / squid hand / seaweed powder / sand mole crab powder เริ่มต้นคอร์สแรกด้วย “จักจั่นทะเล” แม้หน้าตาจะดูคล้ายเเมลงแต่เเท้จริงแล้วจักจั่นทะเลเป็นสัตว์ในกลุ่ม Arthropod ไฟลัม Crustacean กลุ่มเดียวกับกุ้งเเละปูนั่นเอง นอกจากนี้ยังเป็นสัตว์ที่ใช้เป็นดรรชนีชี้วัดความบริสุทธิ์ของน้ำทะเล สำหรับในประเทศพบได้เฉพาะบนหาดไม้ขาวจังหวัดภูเก็ตเพราะเป็นหาดธรรมชาติที่ยังคงความบริสุทธิ์อยู่มาก เชฟนำไปคั่วโดยใช้น้ำมันรำข้าวจนกรอบมัน หากใครนึกไม่ออกขอยกตัวอย่าวคางกุ้งซึ่งมีเนื้อสัมผัสคล้ายกัน อีกฝั่งหนึ่งคือหนวดหมึกไข่ที่เชฟนำไปตากแดด จากนั้นรมควันด้วยตะไคร้ให้มีกลิ่นหอม ความสุดยอดคือเนื้อสัมผัสของหนวดหมึกที่ทำออกมาได้กรอบมากเท่ากันทั้งชิ้น ไม่มีส่วนที่เหนียวเเม้เเต่น้อย ด้านล่างเป็นกระเทียมเจียวกรอบๆ ไม่อมน้ำมัน เพิ่มความอุมามิด้วยการโรยผงสาหร่ายขนนกเข้าไปด้านบนทำให้อาหารมีรสชาติกลมกล่อมมากยิ่งขึ้น ส่วนสาเหตุที่ใช้หนวดหมึกไข่เพราะเป็นส่วนที่เหลือจากเมนคอร์สคือ สะตอกะปิหมึกไข่ทอด ทำให้ลด Food waste หรือการทิ้งอาหารโดยไม่จำเป็น (15/20) จานที่ใช้รองอาหารคอร์สนี้เป็นฝีมือการปั้นของศิลปินไทย 2 ท่านคือคุณณพกมล อัครพงศ์ไพศาลเเละคุณนล เนตรพรหม จากละมุนละไม คราฟท์สตูดิโอ โดยอาศัยเเนวคิดจากหาดทรายซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของจักจั่นทะเล เริ่มจากเนื้อสัมผัสของจานที่มีความขรุขระประกอบกับการเลือกใช้สีส้มอ่อนๆเช่นเดียวกับผืนทราย ตรงกลางเคลือบเป็นสีขาวมัน นอกจากนี้ศิลปินยังได้กดลายเป็นรูปเปลือกหอย ปะการัง และฟองน้ำทะเลลงไปอีกด้วย
Phuket lobster (กุ้งมังกร 7 สี) Mixed Thai herbs / lime zest “กุ้งมังกรเจ็ดสี” หรือภูเก็ตล็อบสเตอร์ที่ทางร้านได้มาแบบเป็นๆ เชฟเลาะเปลือกออกแล้วนำไปดองน้ำปลา จากนั้นแช่ในความเย็นที่เเบบเฉียบพลันที่อุณหภูมิเย็นจัด องค์ประกอบด้านบนคือแตงโมจากเกาะสุกร จังหวัดตรัง สีเขียวด้านบนคือน้ำจิ้มสมุนไพรที่ทำเป็นกรานิต้า ด้วยความที่เชฟนำเนื้อกุ้งไปแช่เย็นอย่างรวดเร็วทำให้เนื้อสัมผัสด้านนอกของล็อบสเตอร์มีความกรอบแต่ยังคงความนุ่มที่ด้านใน ถ้าเทียบกันกับครั้งก่อนที่เรามาทานเมื่อปีที่เเล้วที่ขนาดกุ้งค่อนข้างใหญ่จนทานคำเดียวได้ยากวันนี้ถือว่าขนาดกุ้งหั่นมาพอดีคำมากขึ้น ตัวเเตงโมเพิ่มความฉ่ำสดชื่นได้บ้างเล็กน้อย เเต่ด้วยความที่ตัวล็อบสเตอร์เองเป็นกุ้งที่เด่นเรื่องเนื้อสัมผัสเเต่ไม่ค่อยมีรสชาติมากนัก ว่าง่ายๆคือไม่ได้หวานเด่นเหมือนเนื้อปู, กุ้งเเดงสเปน, กุ้งแลงกูสทีน หรือกุ้งอามะเอบิ ทำให้น้ำจิ้มหรือซอสที่เสิร์ฟคู่กันมาควรมีกลิ่นหรือรสชาติจัดจ้านเด่นชัดกว่านี้ จะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดเเซ่บๆแบบไทยเลยก็ได้ หากมองไปทางฝั่งตะวันตกเค้าชอบนำไปย่างเนย, เทอร์มิดอร์, กราแตง เพื่อเอาเนื้อสัมผัสของล็อบสเตอร์เเต่เอารสของซอสหรือองค์ประกอบอื่นๆ คำนี้พอเคี้ยวไปได้สัก 2-3 ครั้ง เนื้อสัมผัสความกรอบเริ่มหมดไปพร้อมกับรสชาติที่เหลือไม่โดดเด่นนัก ความว้าวจะลดลงทันทีเหมือนเคี้ยวกุ้งดิบทั่วไป ... ที่พูดมาโดยรวมขอยืนยันว่าจานนี้ไม่ได้แย่ เเต่แอบเสียดายวัตถุดิบอย่างล็อบสเตอร์ที่เราอยากให้นำเสนอรสชาติขององค์ประกอบอื่นๆออกมาได้ว้าวกว่านี้ (15/20) สำหรับจานที่ใส่รองเนื้อกุ้งมาในคอร์สนี้ที่ใช้เทคนิคการแกะลายจากกุ้งมังกร 7 สี พิมพ์ออกมาเป็นปูนปลาสเตอร์ แล้วจึงใช้ดินสอมากดลอกลายลงไปอีกที จากนั้นจึงใช้เทคนิคการทำสีที่เคลือบเเร่จากธรรมชาติเพื่อไล่เฉดสีให้เหมือนกับตัวกุ้งมังกรมากที่สุด
รูปที่ 6
Phuket lobster (กุ้งมังกร 7 สี) Mixed Thai herbs / lime zest “กุ้งมังกรเจ็ดสี” หรือภูเก็ตล็อบสเตอร์ที่ทางร้านได้มาแบบเป็นๆ เชฟเลาะเปลือกออกแล้วนำไปดองน้ำปลา จากนั้นแช่ในความเย็นที่เเบบเฉียบพลันที่อุณหภูมิเย็นจัด องค์ประกอบด้านบนคือแตงโมจากเกาะสุกร จังหวัดตรัง สีเขียวด้านบนคือน้ำจิ้มสมุนไพรที่ทำเป็นกรานิต้า ด้วยความที่เชฟนำเนื้อกุ้งไปแช่เย็นอย่างรวดเร็วทำให้เนื้อสัมผัสด้านนอกของล็อบสเตอร์มีความกรอบแต่ยังคงความนุ่มที่ด้านใน ถ้าเทียบกันกับครั้งก่อนที่เรามาทานเมื่อปีที่เเล้วที่ขนาดกุ้งค่อนข้างใหญ่จนทานคำเดียวได้ยากวันนี้ถือว่าขนาดกุ้งหั่นมาพอดีคำมากขึ้น ตัวเเตงโมเพิ่มความฉ่ำสดชื่นได้บ้างเล็กน้อย เเต่ด้วยความที่ตัวล็อบสเตอร์เองเป็นกุ้งที่เด่นเรื่องเนื้อสัมผัสเเต่ไม่ค่อยมีรสชาติมากนัก ว่าง่ายๆคือไม่ได้หวานเด่นเหมือนเนื้อปู, กุ้งเเดงสเปน, กุ้งแลงกูสทีน หรือกุ้งอามะเอบิ ทำให้น้ำจิ้มหรือซอสที่เสิร์ฟคู่กันมาควรมีกลิ่นหรือรสชาติจัดจ้านเด่นชัดกว่านี้ จะเป็นน้ำจิ้มซีฟู้ดเเซ่บๆแบบไทยเลยก็ได้ หากมองไปทางฝั่งตะวันตกเค้าชอบนำไปย่างเนย, เทอร์มิดอร์, กราแตง เพื่อเอาเนื้อสัมผัสของล็อบสเตอร์เเต่เอารสของซอสหรือองค์ประกอบอื่นๆ คำนี้พอเคี้ยวไปได้สัก 2-3 ครั้ง เนื้อสัมผัสความกรอบเริ่มหมดไปพร้อมกับรสชาติที่เหลือไม่โดดเด่นนัก ความว้าวจะลดลงทันทีเหมือนเคี้ยวกุ้งดิบทั่วไป ... ที่พูดมาโดยรวมขอยืนยันว่าจานนี้ไม่ได้แย่ เเต่แอบเสียดายวัตถุดิบอย่างล็อบสเตอร์ที่เราอยากให้นำเสนอรสชาติขององค์ประกอบอื่นๆออกมาได้ว้าวกว่านี้ (15/20) สำหรับจานที่ใส่รองเนื้อกุ้งมาในคอร์สนี้ที่ใช้เทคนิคการแกะลายจากกุ้งมังกร 7 สี พิมพ์ออกมาเป็นปูนปลาสเตอร์ แล้วจึงใช้ดินสอมากดลอกลายลงไปอีกที จากนั้นจึงใช้เทคนิคการทำสีที่เคลือบเเร่จากธรรมชาติเพื่อไล่เฉดสีให้เหมือนกับตัวกุ้งมังกรมากที่สุด
Special Item (โอวฮื้อ) ถัดมาคือเมนูพิเศษอย่างปลากระบอกเย็นหรือที่ชาวสงขลาเรียกกันว่า “โอวฮื้อ” เชฟใช้ปลากระบอกไข่จากจังหวัดสงขลานำไปหมักกับดอกเกลือเเละสาหร่ายขนนกเพื่อเพิ่มรสเค็มอุมามิ จากนั้นนำไปนึ่งในอุณหภูมิต่ำเพื่อให้เนื้อปลานุ่ม ไม่เเข็งกระด้าง เสิร์ฟให้ทานกับไอศกรีมที่ทำมาจากกระเทียมเเละเต้าเจี้ยว เนื้อปลากระบอกนุ่มคล้ายสำลี เสิร์ฟมากับไข่ปลาที่อุณหภูมิเย็นให้รสชาติที่เเตกต่างๆ การใส่ไอศกรีมกระเทียมเเละเต้าเจี้ยวมาช่วยดับความคาวที่เกิดจากไข่ปลาเเช่เย็นได้พอเหมาะพอดี ถือเป็นจานที่แปลกใหม่มากๆ (15/20)
รูปที่ 7
Special Item (โอวฮื้อ) ถัดมาคือเมนูพิเศษอย่างปลากระบอกเย็นหรือที่ชาวสงขลาเรียกกันว่า “โอวฮื้อ” เชฟใช้ปลากระบอกไข่จากจังหวัดสงขลานำไปหมักกับดอกเกลือเเละสาหร่ายขนนกเพื่อเพิ่มรสเค็มอุมามิ จากนั้นนำไปนึ่งในอุณหภูมิต่ำเพื่อให้เนื้อปลานุ่ม ไม่เเข็งกระด้าง เสิร์ฟให้ทานกับไอศกรีมที่ทำมาจากกระเทียมเเละเต้าเจี้ยว เนื้อปลากระบอกนุ่มคล้ายสำลี เสิร์ฟมากับไข่ปลาที่อุณหภูมิเย็นให้รสชาติที่เเตกต่างๆ การใส่ไอศกรีมกระเทียมเเละเต้าเจี้ยวมาช่วยดับความคาวที่เกิดจากไข่ปลาเเช่เย็นได้พอเหมาะพอดี ถือเป็นจานที่แปลกใหม่มากๆ (15/20)
“Surat Thani” (สุราษฎร์ธานี) Tapee river prawn / rambutan / salted egg / hot and cold ก่อนเริ่มคอร์สถัดมาพนักงานจะมาขูดไข่เค็มไชยาโรยไปบนจานฝั่งซ้าย (18/20)
รูปที่ 8
“Surat Thani” (สุราษฎร์ธานี) Tapee river prawn / rambutan / salted egg / hot and cold ก่อนเริ่มคอร์สถัดมาพนักงานจะมาขูดไข่เค็มไชยาโรยไปบนจานฝั่งซ้าย (18/20)
“Surat Thani” (สุราษฎร์ธานี) Tapee river prawn / rambutan / salted egg / hot and cold พนักงานนำซอสมันกุ้งที่เชฟนำไปตุ๋นบนเตาถ่านมาเเสดงให้ดูด้วย (18/20)
รูปที่ 9
“Surat Thani” (สุราษฎร์ธานี) Tapee river prawn / rambutan / salted egg / hot and cold พนักงานนำซอสมันกุ้งที่เชฟนำไปตุ๋นบนเตาถ่านมาเเสดงให้ดูด้วย (18/20)
“Surat Thani” (สุราษฎร์ธานี) Tapee river prawn / rambutan / salted egg / hot and cold ถัดมาคือ “สุราษฎร์ธานี” คอร์สที่รวมของดีหลายอย่างจากเมืองสุราษฎร์เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มจากกุ้งเเม่น้ำธรรมชาติจับจากแม่น้ำตาปี โดยเเม่น้ำตาปีถูกยกให้เป็นแหล่งจับกุ้งเเม่น้ำคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน เริ่มจากฝั่งซ้ายได้จากส่วนหัวของกุ้งทำออกมาคล้ายกับโครเก็ต ผิวด้านนอกบางกรอบนิดๆ ด้านในเป็นซอสมันกุ้งที่เชฟนำไปตุ๋นบนเตาถ่านจนความมันและกลิ่นหอมเข้มข้นและอัดเเน่นอยู่ภาย ตอนที่เคี้ยวเเล้วน้ำซอสด้านในไหลออกมาในปากนี่คือฟินสุดๆ ตัดด้วยรสเค็มของไข่เค็มจากอำเภอไชยาทราเชฟขูดโรยเอาไว้ทั่วๆด้านบน กลมกล่อม สุดยอดมากๆ (18/20) ฝั่งขวาคือส่วนตัวกุ้งที่นำไปย่างบนเตาถ่านด้วยไฟอ่อนๆ จากนั้นหมักกับน้ำยำแล้วทาด้วยน้ำพริกที่ได้จากการนำพริกขี้นกไปตำกับเกลือ เนื้อกุ้งเเน่น หนึบ ไม่แห้งเเม้ผ่านการย่างมาบนเตาถ่าน น้ำยำเเละน้ำพริกทำหน้าที่ของตัวเองเพิ่มรสชาติจัดจ้านให้กับเนื้อกุ้ง ความสุดยอดของจานนี้คือแผ่นขุ่นๆด้านบนเป็นเงาะโรงเรียนนาสารจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเช่นกันใส่มาเพื่อช่วยเพิ่มรสหวานให้กับตัวกุ้ง เป็นอาหารคำเดียวที่มีรสชาติหลากหลายเเต่ไม่ละทิ้งความเรียบง่าย ขอนับถือเชฟที่คิดค้นคอมบิเนชั่นนี้ออกมาได้ดีมากจริงๆ (18/20)
รูปที่ 10
“Surat Thani” (สุราษฎร์ธานี) Tapee river prawn / rambutan / salted egg / hot and cold ถัดมาคือ “สุราษฎร์ธานี” คอร์สที่รวมของดีหลายอย่างจากเมืองสุราษฎร์เข้าไว้ด้วยกัน เริ่มจากกุ้งเเม่น้ำธรรมชาติจับจากแม่น้ำตาปี โดยเเม่น้ำตาปีถูกยกให้เป็นแหล่งจับกุ้งเเม่น้ำคุณภาพดีที่สุดในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน เริ่มจากฝั่งซ้ายได้จากส่วนหัวของกุ้งทำออกมาคล้ายกับโครเก็ต ผิวด้านนอกบางกรอบนิดๆ ด้านในเป็นซอสมันกุ้งที่เชฟนำไปตุ๋นบนเตาถ่านจนความมันและกลิ่นหอมเข้มข้นและอัดเเน่นอยู่ภาย ตอนที่เคี้ยวเเล้วน้ำซอสด้านในไหลออกมาในปากนี่คือฟินสุดๆ ตัดด้วยรสเค็มของไข่เค็มจากอำเภอไชยาทราเชฟขูดโรยเอาไว้ทั่วๆด้านบน กลมกล่อม สุดยอดมากๆ (18/20) ฝั่งขวาคือส่วนตัวกุ้งที่นำไปย่างบนเตาถ่านด้วยไฟอ่อนๆ จากนั้นหมักกับน้ำยำแล้วทาด้วยน้ำพริกที่ได้จากการนำพริกขี้นกไปตำกับเกลือ เนื้อกุ้งเเน่น หนึบ ไม่แห้งเเม้ผ่านการย่างมาบนเตาถ่าน น้ำยำเเละน้ำพริกทำหน้าที่ของตัวเองเพิ่มรสชาติจัดจ้านให้กับเนื้อกุ้ง ความสุดยอดของจานนี้คือแผ่นขุ่นๆด้านบนเป็นเงาะโรงเรียนนาสารจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีเช่นกันใส่มาเพื่อช่วยเพิ่มรสหวานให้กับตัวกุ้ง เป็นอาหารคำเดียวที่มีรสชาติหลากหลายเเต่ไม่ละทิ้งความเรียบง่าย ขอนับถือเชฟที่คิดค้นคอมบิเนชั่นนี้ออกมาได้ดีมากจริงๆ (18/20)
Gems on crab stick (กรรชูเปียง) Crab / crab roe / yellow chili paste Signature Dish ที่ดีที่สุดในมื้อนี้เป็นเมนู “กรรชูเปียง” หรือกรรเชียงปูนั่นเอง เชฟใช้ปูม้าเป็นๆส่วนกรรเชียงไปนึ่งเเล้วค่อยย่างบนเตาถ่านจนหอม จากนั้นเคลือบด้วยน้ำพริกไข่ปูที่ได้จากการนำไข่ปูทะเลไปนึ่งที่อีกอุณหภูมิหนึ่งจนได้เนื้อสัมผัสแบบยางมะตูมเเล้วคลุกเคล้ากับพริกเหลืองดูน่าทานมากขนาดที่เชฟเปรียบไข่ปูในจานนี้ว่าเป็น “อัญมณีจากท้องทะเล” เลยทีเดียว ส่วนของรสชาติต้องบอกเลยว่าเกินคาดจริงๆ รสหวานธรรมชาติของเนื้อปูม้าดูเสริมด้วยความมัน นุ่ม ละมุนของไข่ปูทะเล ยังมีพริกเหลืองช่วยเพิ่มกลิ่นเเละรสชาติเผ็ดเล็กน้อย ส่วนขาปูถูกใช้เป็นด้ามจับ ทั้งยังสามารถใช้เป็นช้อนตักกวาดไข่ปูที่เหลืออยู่ก้นถ้วยได้อีกด้วย จานนี้ถูกพัฒนามาอีกขั้นจากตอนที่เปิดร้านใหม่ๆโดยการลดทอนความเผ็ดของน้ำพริกลงทำให้รสหวานของเนื้อปูเเละความมันของไข่ปูนั้นโดดเด่นมากยิ่งขึ้น (18/20)
รูปที่ 11
Gems on crab stick (กรรชูเปียง) Crab / crab roe / yellow chili paste Signature Dish ที่ดีที่สุดในมื้อนี้เป็นเมนู “กรรชูเปียง” หรือกรรเชียงปูนั่นเอง เชฟใช้ปูม้าเป็นๆส่วนกรรเชียงไปนึ่งเเล้วค่อยย่างบนเตาถ่านจนหอม จากนั้นเคลือบด้วยน้ำพริกไข่ปูที่ได้จากการนำไข่ปูทะเลไปนึ่งที่อีกอุณหภูมิหนึ่งจนได้เนื้อสัมผัสแบบยางมะตูมเเล้วคลุกเคล้ากับพริกเหลืองดูน่าทานมากขนาดที่เชฟเปรียบไข่ปูในจานนี้ว่าเป็น “อัญมณีจากท้องทะเล” เลยทีเดียว ส่วนของรสชาติต้องบอกเลยว่าเกินคาดจริงๆ รสหวานธรรมชาติของเนื้อปูม้าดูเสริมด้วยความมัน นุ่ม ละมุนของไข่ปูทะเล ยังมีพริกเหลืองช่วยเพิ่มกลิ่นเเละรสชาติเผ็ดเล็กน้อย ส่วนขาปูถูกใช้เป็นด้ามจับ ทั้งยังสามารถใช้เป็นช้อนตักกวาดไข่ปูที่เหลืออยู่ก้นถ้วยได้อีกด้วย จานนี้ถูกพัฒนามาอีกขั้นจากตอนที่เปิดร้านใหม่ๆโดยการลดทอนความเผ็ดของน้ำพริกลงทำให้รสหวานของเนื้อปูเเละความมันของไข่ปูนั้นโดดเด่นมากยิ่งขึ้น (18/20)
Coco on coconut (สุดยอดมะพร้าว) All good things from coconut / Southern plants / dried squid and shrimp ถัดมาคือ “สุดยอดมะพร้าว” ที่เชฟตั้งใจเสิร์ฟมาเพื่อตัดรสชาติลดทอนความเผ็ดจากกรรชูเปียงจานที่เเล้ว เริ่มจากการคัดส่วนที่ดีที่สุดจากส่วนต่างๆของมะพร้าว เช่นน้ำกะทิคั้นมือที่ได้จากน้ำมะพร้าวคั้นสดนำไปเคี่ยวกับใบเหลียงเพื่อให้มีรสหวานจากใบเหลียงปนลงไปกับน้ำกะทิ ตัดเลี่ยนด้วยรสเค็มที่ได้มาจากกุ้งแห้ง กะปิย่าง ปลาหมึกแห้งย่าง เสิร์ฟกับเนื้อมะพร้าวกะทิเคี้ยวหนึบ ปิดท้ายด้วยการหยดน้ำมันหอยเชลล์ตากแห้งที่เชฟคิดว่าสามารถเคลือบลิ้นช่วยให้รู้สึกเผ็ดลดลง น้ำซุปที่ใส่มารสชาติหวานกลมกล่อม มีความละมุนของน้ำกะทิเเต่ไม่เลี่ยน หอมเด่น เเละช่วยดับรสเผ็ดได้จริงๆ (17/20)
รูปที่ 12
Coco on coconut (สุดยอดมะพร้าว) All good things from coconut / Southern plants / dried squid and shrimp ถัดมาคือ “สุดยอดมะพร้าว” ที่เชฟตั้งใจเสิร์ฟมาเพื่อตัดรสชาติลดทอนความเผ็ดจากกรรชูเปียงจานที่เเล้ว เริ่มจากการคัดส่วนที่ดีที่สุดจากส่วนต่างๆของมะพร้าว เช่นน้ำกะทิคั้นมือที่ได้จากน้ำมะพร้าวคั้นสดนำไปเคี่ยวกับใบเหลียงเพื่อให้มีรสหวานจากใบเหลียงปนลงไปกับน้ำกะทิ ตัดเลี่ยนด้วยรสเค็มที่ได้มาจากกุ้งแห้ง กะปิย่าง ปลาหมึกแห้งย่าง เสิร์ฟกับเนื้อมะพร้าวกะทิเคี้ยวหนึบ ปิดท้ายด้วยการหยดน้ำมันหอยเชลล์ตากแห้งที่เชฟคิดว่าสามารถเคลือบลิ้นช่วยให้รู้สึกเผ็ดลดลง น้ำซุปที่ใส่มารสชาติหวานกลมกล่อม มีความละมุนของน้ำกะทิเเต่ไม่เลี่ยน หอมเด่น เเละช่วยดับรสเผ็ดได้จริงๆ (17/20)
Grilled southern beef (เนื้อกอและ) Beef from Phattalung / curry paste / mango / termite mushroom กอและเป็นภาษามลายูแปลว่ากลิ้งหรือกลับไปกลับมา ในจานนี้เชฟเลือกใช้เนื้อวัวนมอายุ 7-8 ปีที่เลี้ยงโดยชาวบ้านมุสลิมจากจังหวัดพัทลุงโดยจงใจเลือกใช้เนื้อวัวแก่เพื่อให้มีกลิ่นของเนื้อที่เด่นชัด ส่วนเครื่องหมักเชฟนำไปตากแดดก่อนเพื่อให้มีกลิ่นหอม ความหวานของตัวซอสในจานได้มาจากมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสุกโดยที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเลยเเม้เเต่น้อยแล้วจึงนำไปหมักกับเนื้อวัว ตอนย่างโรยด้วยผงสมุนไพร เสิร์ฟมาคู่กับเห็ดนางฟ้าย่างถ่านเเละหอมแดงดองพันด้วยใบชะพลูย่าง เสิร์ฟมาบนเตาถ่านจิ๋วน่าทาน (14/20)
รูปที่ 13
Grilled southern beef (เนื้อกอและ) Beef from Phattalung / curry paste / mango / termite mushroom กอและเป็นภาษามลายูแปลว่ากลิ้งหรือกลับไปกลับมา ในจานนี้เชฟเลือกใช้เนื้อวัวนมอายุ 7-8 ปีที่เลี้ยงโดยชาวบ้านมุสลิมจากจังหวัดพัทลุงโดยจงใจเลือกใช้เนื้อวัวแก่เพื่อให้มีกลิ่นของเนื้อที่เด่นชัด ส่วนเครื่องหมักเชฟนำไปตากแดดก่อนเพื่อให้มีกลิ่นหอม ความหวานของตัวซอสในจานได้มาจากมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองสุกโดยที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาลเลยเเม้เเต่น้อยแล้วจึงนำไปหมักกับเนื้อวัว ตอนย่างโรยด้วยผงสมุนไพร เสิร์ฟมาคู่กับเห็ดนางฟ้าย่างถ่านเเละหอมแดงดองพันด้วยใบชะพลูย่าง เสิร์ฟมาบนเตาถ่านจิ๋วน่าทาน (14/20)
Grilled southern beef (เนื้อกอและ) Beef from Phattalung / curry paste / mango / termite mushroom ในขณะที่เราเคยทานเมนูเดียวกันเมื่อปีที่เเล้วซึ่งเชฟนำเนื้อเเล่มาเป็นแผ่นบางๆทำให้เคี้ยวง่าย เเต่เนื้อกอเเละวันนี้ชิ้นค่อนข้างหนา ด้วยความที่เป็นเนื้อวัวไทยอายุมากทำให้เนื้อยังคงความเหนียวอยู่ระดับหนึ่ง นอกจากนี้ด้วยความที่เนื้อค่อนข้าง lean มีมันน้อยทำให้ซอสกอและเเทรกไม่เข้าถึงด้านใน (เทียบกับจานเดียวกันเมื่อปีก่อน) เห็ดนางฟ้าย่างและหอมแดงดองห่อใบชะพลูเผาทำออกมาพอใช้ได้ รสขมของใบชะพลูเเละรสเปรี้ยวของหอมแดงดองช่วยล้างรสชาติความมันของเครื่องกอและออกไปเตรียมเข้าสู่คอร์สถัดไป ต่างจากจานอื่นก่อนหน้าที่พัฒนาขึ้นมาก จานนี้เรากลับประทับใจจานเดียวกันของเมื่อปีก่อนมากกว่า (14/20)
รูปที่ 14
Grilled southern beef (เนื้อกอและ) Beef from Phattalung / curry paste / mango / termite mushroom ในขณะที่เราเคยทานเมนูเดียวกันเมื่อปีที่เเล้วซึ่งเชฟนำเนื้อเเล่มาเป็นแผ่นบางๆทำให้เคี้ยวง่าย เเต่เนื้อกอเเละวันนี้ชิ้นค่อนข้างหนา ด้วยความที่เป็นเนื้อวัวไทยอายุมากทำให้เนื้อยังคงความเหนียวอยู่ระดับหนึ่ง นอกจากนี้ด้วยความที่เนื้อค่อนข้าง lean มีมันน้อยทำให้ซอสกอและเเทรกไม่เข้าถึงด้านใน (เทียบกับจานเดียวกันเมื่อปีก่อน) เห็ดนางฟ้าย่างและหอมแดงดองห่อใบชะพลูเผาทำออกมาพอใช้ได้ รสขมของใบชะพลูเเละรสเปรี้ยวของหอมแดงดองช่วยล้างรสชาติความมันของเครื่องกอและออกไปเตรียมเข้าสู่คอร์สถัดไป ต่างจากจานอื่นก่อนหน้าที่พัฒนาขึ้นมาก จานนี้เรากลับประทับใจจานเดียวกันของเมื่อปีก่อนมากกว่า (14/20)
The sea holds the forest (ข้าวยำ) Southern herbs / turmeric rice / morinda rice / fish innards dressing อีกหนึ่ง Signature Dish ที่ดีที่สุดในวันนี้ต้องยกให้กับ “ข้าวยำข้าวกรอบ” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากพระยานครซึ่งมอบหมายงานให้หมอหลวงคิดค้นเมนูอาหารทานแก้ท้องอืดท้องเฟ้อจากการอดอาหารในเดือนรอมฎอน สำหรับสูตรของร้านศรณ์เชฟเลือกใช้ข้าวหอมมะลิพันธุ์เข็มทองจากจังหวัดนครศรีธรรมราชนำไปหุงด้วยน้ำขมิ้นจนมีสีเหลืองเเล้วจึงนำไปตากแดด 3 แดด (นาน 3 วันนั่นเอง) จากนั้นจึงนำไปทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว องค์ประกอบสำคัญอื่นๆเริ่มจากริ้วสีชมพูเข้มด้านล่างทำมาจากดอกดาหลา สีชมพูอ่อนคือส้มโอทับทิมสยามจากจังวหัดนครศรีธรรมราช ข้างกันคือโชนหรือถั่วงอกหัวโตจากภาคใต้ มีมะม่วงเบาจากจังหวัดสงขลา ในถ้วยข้างๆคือน้ำบูดูสูตรพิเศษจากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี (18/20)
รูปที่ 15
The sea holds the forest (ข้าวยำ) Southern herbs / turmeric rice / morinda rice / fish innards dressing อีกหนึ่ง Signature Dish ที่ดีที่สุดในวันนี้ต้องยกให้กับ “ข้าวยำข้าวกรอบ” ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากพระยานครซึ่งมอบหมายงานให้หมอหลวงคิดค้นเมนูอาหารทานแก้ท้องอืดท้องเฟ้อจากการอดอาหารในเดือนรอมฎอน สำหรับสูตรของร้านศรณ์เชฟเลือกใช้ข้าวหอมมะลิพันธุ์เข็มทองจากจังหวัดนครศรีธรรมราชนำไปหุงด้วยน้ำขมิ้นจนมีสีเหลืองเเล้วจึงนำไปตากแดด 3 แดด (นาน 3 วันนั่นเอง) จากนั้นจึงนำไปทอดด้วยน้ำมันมะพร้าว องค์ประกอบสำคัญอื่นๆเริ่มจากริ้วสีชมพูเข้มด้านล่างทำมาจากดอกดาหลา สีชมพูอ่อนคือส้มโอทับทิมสยามจากจังวหัดนครศรีธรรมราช ข้างกันคือโชนหรือถั่วงอกหัวโตจากภาคใต้ มีมะม่วงเบาจากจังหวัดสงขลา ในถ้วยข้างๆคือน้ำบูดูสูตรพิเศษจากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี (18/20)
The sea holds the forest (ข้าวยำ) Southern herbs / turmeric rice / morinda rice / fish innards dressing จากนั้นพนักงานจะคลุกข้าวยำให้ต่อหน้าเราบนโต๊ะ เเละต้องค่อยๆคลุกทีละองค์ประกอบเพื่อไม่ให้ผักช้ำจนส่งรสขมออกมา (18/20)
รูปที่ 16
The sea holds the forest (ข้าวยำ) Southern herbs / turmeric rice / morinda rice / fish innards dressing จากนั้นพนักงานจะคลุกข้าวยำให้ต่อหน้าเราบนโต๊ะ เเละต้องค่อยๆคลุกทีละองค์ประกอบเพื่อไม่ให้ผักช้ำจนส่งรสขมออกมา (18/20)
The sea holds the forest (ข้าวยำ) Southern herbs / turmeric rice / morinda rice / fish innards dressing ตอนทานจะได้รสชาติขององค์ประกอบต่างๆกันที่เชฟใส่มามากกว่า 30 ชนิด ทั้งความกรอบหลากหลายระดับของข้าวพอง ถั่วฝักยาว รสชาติเปรี้ยวหวานเค็มกลมกล่อมมากๆ ที่สำคัญไม่มีกลิ่นเขียวของผักและไม่มีกลิ่นแรงของน้ำบูดูเลย ถือว่าเชฟบาลานซ์รสชาติมาได้เพอร์เฟคมากๆ ถือว่าพัฒนาไปไกลกว่า The forest meets the sea ver.2 (ข้าวยำ) สูตรของเมื่อปีก่อนอีกขั้นหนึ่ง จานนี้เราอธิบายอย่างไรก็คงไม่เห็นภาพเพราะรสชาติซับซ้อนมากจริงๆ บอกเลยว่าต้องลองมาทานด้วยตัวเอง (18/20)
รูปที่ 17
The sea holds the forest (ข้าวยำ) Southern herbs / turmeric rice / morinda rice / fish innards dressing ตอนทานจะได้รสชาติขององค์ประกอบต่างๆกันที่เชฟใส่มามากกว่า 30 ชนิด ทั้งความกรอบหลากหลายระดับของข้าวพอง ถั่วฝักยาว รสชาติเปรี้ยวหวานเค็มกลมกล่อมมากๆ ที่สำคัญไม่มีกลิ่นเขียวของผักและไม่มีกลิ่นแรงของน้ำบูดูเลย ถือว่าเชฟบาลานซ์รสชาติมาได้เพอร์เฟคมากๆ ถือว่าพัฒนาไปไกลกว่า The forest meets the sea ver.2 (ข้าวยำ) สูตรของเมื่อปีก่อนอีกขั้นหนึ่ง จานนี้เราอธิบายอย่างไรก็คงไม่เห็นภาพเพราะรสชาติซับซ้อนมากจริงๆ บอกเลยว่าต้องลองมาทานด้วยตัวเอง (18/20)
🥄 CONDIMENTS (เครื่องเคียงพื้นบ้าน) จานเครื่องเคียงเชฟไอซ์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฝักสะตอโดยตั้งใจใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อช่วยสื่อถึงอาหารใต้ได้ คุณชนก ชนะสุมล เจ้าของผลงานเคลือบมันเงาด้วยสีเขียวเเกมน้ำตาลทั้งยังออกแบบเป็นรูปทรงโค้งรับกับจานข้าวของร้านศรณ์ เเล้วจึงนำไปเผาที่อุณหภูมิ 1250 องศาเซลเซียสเพื่อให้ได้สีใกล้เคียงกับธรรมชาติของฝักสะตอมากที่สุด
รูปที่ 18
🥄 CONDIMENTS (เครื่องเคียงพื้นบ้าน) จานเครื่องเคียงเชฟไอซ์ได้รับแรงบันดาลใจมาจากฝักสะตอโดยตั้งใจใช้เป็นสัญลักษณ์เพื่อช่วยสื่อถึงอาหารใต้ได้ คุณชนก ชนะสุมล เจ้าของผลงานเคลือบมันเงาด้วยสีเขียวเเกมน้ำตาลทั้งยังออกแบบเป็นรูปทรงโค้งรับกับจานข้าวของร้านศรณ์ เเล้วจึงนำไปเผาที่อุณหภูมิ 1250 องศาเซลเซียสเพื่อให้ได้สีใกล้เคียงกับธรรมชาติของฝักสะตอมากที่สุด
Songkhla lake-grown jasmine rice (ข้าวหอมราชินี) Cooked in clay pot over charcoal stove / Ranong mineral water สำหรับข้าวเชฟเลือกใช้ “ข้าวหอมราชินี” จากจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นข้าวนากลางเลหรือข้าวที่ปลูกบริเวณริมทะเลสาบ นำมาใส่หม้อดินหุงข้าวแบบเช็ดน้ำเเบบโบราณ การหุงข้าวก็ไม่ธรรมดาเพราะทางร้านใช้น้ำเเร่ธรรมชาติจากจังหวัดระนองหุงบนเตาถ่านทีละหม้อๆ เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย ขนาดเท่ากันทุกเมล็ด แทบไม่มีเมล็ดข้าวที่หักหรือไม่สมบูรณ์ เนื้อข้าวนุ่ม อร่อยสมกับเป็นห้องอาหารไทยระดับมิชลินสตาร์ (15/20)
รูปที่ 19
Songkhla lake-grown jasmine rice (ข้าวหอมราชินี) Cooked in clay pot over charcoal stove / Ranong mineral water สำหรับข้าวเชฟเลือกใช้ “ข้าวหอมราชินี” จากจังหวัดพัทลุง ซึ่งเป็นข้าวนากลางเลหรือข้าวที่ปลูกบริเวณริมทะเลสาบ นำมาใส่หม้อดินหุงข้าวแบบเช็ดน้ำเเบบโบราณ การหุงข้าวก็ไม่ธรรมดาเพราะทางร้านใช้น้ำเเร่ธรรมชาติจากจังหวัดระนองหุงบนเตาถ่านทีละหม้อๆ เมล็ดข้าวเรียงตัวสวย ขนาดเท่ากันทุกเมล็ด แทบไม่มีเมล็ดข้าวที่หักหรือไม่สมบูรณ์ เนื้อข้าวนุ่ม อร่อยสมกับเป็นห้องอาหารไทยระดับมิชลินสตาร์ (15/20)
Songkhla lake-grown jasmine rice (ข้าวหอมราชินี) Cooked in clay pot over charcoal stove / Ranong mineral water สำหรับข้าวเเม้จะสามารถเติมได้เรื่อยๆเเต่ให้เผื่อท้องเอาไว้บ้างเพราะอาหารที่นี่เสิร์ฟมาเยอะพอสมควรเลย
รูปที่ 20
Songkhla lake-grown jasmine rice (ข้าวหอมราชินี) Cooked in clay pot over charcoal stove / Ranong mineral water สำหรับข้าวเเม้จะสามารถเติมได้เรื่อยๆเเต่ให้เผื่อท้องเอาไว้บ้างเพราะอาหารที่นี่เสิร์ฟมาเยอะพอสมควรเลย
Stink beans (สะตอกะปิหมึกไข่ทอด) Squid and roe / shrimp paste จานนี้คือ “ผัดสะตอกะปิ” แบบภาคใต้ โดยเชฟเลือกใช้หมึกไข่จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำไปผัดกับกะปิที่ทางร้านหมักเอง เครื่องหมักประกอบด้วยกั้งแก้ว เอ็นหอยจอบ และหอยเป่าฮื้อไทยจากจังหวัดภูเก็ต ด้านบนคือวัตถุดิบหลักเป็นสะตอข้าว ซึ่งจะมีรสขมและกลิ่นฉุนน้อยกว่าสะตอดาน ตอนทานจะได้ความนุ่มหนึบของหมึก รสหวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมของกะปิ สะตอข้าวกรอบดีมีรสขมและกลิ่นบเบากว่าสะตอดานก็จริง เเต่จะใช้คำว่าไม่มีรสขมก็คงไม่ได้ (เพราะเป็นเอกลักษณ์ของสะตอ) จานนี้ใครที่ไม่ชอบสะตอเชฟก็จะนำเสิร์ฟเป็นหมึกผัดกะปิมาให้เเทน (15/20)
รูปที่ 21
Stink beans (สะตอกะปิหมึกไข่ทอด) Squid and roe / shrimp paste จานนี้คือ “ผัดสะตอกะปิ” แบบภาคใต้ โดยเชฟเลือกใช้หมึกไข่จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี นำไปผัดกับกะปิที่ทางร้านหมักเอง เครื่องหมักประกอบด้วยกั้งแก้ว เอ็นหอยจอบ และหอยเป่าฮื้อไทยจากจังหวัดภูเก็ต ด้านบนคือวัตถุดิบหลักเป็นสะตอข้าว ซึ่งจะมีรสขมและกลิ่นฉุนน้อยกว่าสะตอดาน ตอนทานจะได้ความนุ่มหนึบของหมึก รสหวานกลมกล่อมและกลิ่นหอมของกะปิ สะตอข้าวกรอบดีมีรสขมและกลิ่นบเบากว่าสะตอดานก็จริง เเต่จะใช้คำว่าไม่มีรสขมก็คงไม่ได้ (เพราะเป็นเอกลักษณ์ของสะตอ) จานนี้ใครที่ไม่ชอบสะตอเชฟก็จะนำเสิร์ฟเป็นหมึกผัดกะปิมาให้เเทน (15/20)
Yellow curry (แกงส้มปลาทรายแดง) Thread fin bream / fish roe / grilled vegetables ถัดมาคือเมนู “แกงส้มแห้งปลาทรายแดง” เชฟนำปลาทรายแดงจากจังหวัดกระบี่มาราดน้ำน้ำมันร้อนๆลงไปโดยที่ไม่ได้ขอดเกล็ดเพื่อให้เกล็ดกรอบจนสามารถทานได้ เสิร์ฟกับผักย่างนานาชนิดทั้งไหลบัว หน่อไม้ ผักดอง มะละกอ และมังคุดคัด ลูกกลมๆฝั่งขวาล่างคือไข่ปลาริวกิวที่ผ่านการต้มจนมีเนื้อสัมผัสคล้ายยางมะตูม จากนั้นพนักงานจะเทแกงส้มสูตรดั้งเดิมของร้านศรณ์ที่ผ่านการเคี่ยวให้เข้มข้นมากขึ้นโดยที่ทางร้านตำเครื่องแกงเองกันสดๆทุกๆวัน ตอนทานจะได้มีรสเปรี้ยวจากมะขามอ่อนเเละยอดมะม่วงหิมพานต์ อย่างไรก็ตามตัวเเกงมีความเผ็ดโดดค่อนข้างมาก อาจเพราะแกงเหลืองในบางพื้นที่เช่นเเถบเมืองพัทลุงจะมีรสเผ็ดโดดเเบบนี้ เเต่เราก็ยังรู้สึกว่าจานนี้มีรสเผ็ดมากเกินความจำเป็นอยู่ดี (สำหรับคนไม่ทานเผ็ดสามารถขอซุปอีกสูตรหนึ่งกับทางร้านได้) โดยรวมถือว่าพอใช้ได้ (14/20) สำหรับภาชนะจานนี้ปั้นโดยคุณเปิ้น วัลย์ริยา เพ็งสว่าง ซึ่งได้รับเเรงบันดาลใจมากจากธรรมชาติรอบตัว นำดินมาปั้นด้วยมือแล้ว มีส่วนผสมจากต้นครามกับดินแฮ่ จึงเผาไฟที่อุณหภูมิ 1250 องศาเซลเซียสจนได้สีอมเขียวจากธรรมชาติแท้ๆ
รูปที่ 22
Yellow curry (แกงส้มปลาทรายแดง) Thread fin bream / fish roe / grilled vegetables ถัดมาคือเมนู “แกงส้มแห้งปลาทรายแดง” เชฟนำปลาทรายแดงจากจังหวัดกระบี่มาราดน้ำน้ำมันร้อนๆลงไปโดยที่ไม่ได้ขอดเกล็ดเพื่อให้เกล็ดกรอบจนสามารถทานได้ เสิร์ฟกับผักย่างนานาชนิดทั้งไหลบัว หน่อไม้ ผักดอง มะละกอ และมังคุดคัด ลูกกลมๆฝั่งขวาล่างคือไข่ปลาริวกิวที่ผ่านการต้มจนมีเนื้อสัมผัสคล้ายยางมะตูม จากนั้นพนักงานจะเทแกงส้มสูตรดั้งเดิมของร้านศรณ์ที่ผ่านการเคี่ยวให้เข้มข้นมากขึ้นโดยที่ทางร้านตำเครื่องแกงเองกันสดๆทุกๆวัน ตอนทานจะได้มีรสเปรี้ยวจากมะขามอ่อนเเละยอดมะม่วงหิมพานต์ อย่างไรก็ตามตัวเเกงมีความเผ็ดโดดค่อนข้างมาก อาจเพราะแกงเหลืองในบางพื้นที่เช่นเเถบเมืองพัทลุงจะมีรสเผ็ดโดดเเบบนี้ เเต่เราก็ยังรู้สึกว่าจานนี้มีรสเผ็ดมากเกินความจำเป็นอยู่ดี (สำหรับคนไม่ทานเผ็ดสามารถขอซุปอีกสูตรหนึ่งกับทางร้านได้) โดยรวมถือว่าพอใช้ได้ (14/20) สำหรับภาชนะจานนี้ปั้นโดยคุณเปิ้น วัลย์ริยา เพ็งสว่าง ซึ่งได้รับเเรงบันดาลใจมากจากธรรมชาติรอบตัว นำดินมาปั้นด้วยมือแล้ว มีส่วนผสมจากต้นครามกับดินแฮ่ จึงเผาไฟที่อุณหภูมิ 1250 องศาเซลเซียสจนได้สีอมเขียวจากธรรมชาติแท้ๆ
Pumpkin and egg (ผัดฟักทองกับกุ้งมังกร) Nakhon Si Thammarat pumpkin / wild quail egg / lobster ตัดรสเผ็ดด้วยความหวานจากเมนู “ผัดฟักทอง” ที่เชฟนำเศษกุ้งมังกรที่เหลือจากคอร์ส กุ้งมังกร 7 สี นำส่วนหัวเเละส่วนก้ามมาผัดกับฟักทองจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวฟักทองมีรสหวานพอใช้ได้ เเม้ว่าจะผัดออกมาได้ดี ไม่เละ เเต่รสชาติก็ไม่มีอะไรพิเศษ เนื้อล็อบสเตอร์ที่เหลือใส่มาในคอร์สนี้ถือว่าน้อยมากจนเเทบสัมผัสไม่ได้เวลาทาน (เทียบกับรอบก่อนที่เรามาทานยังได้เนื้อกุ้งใส่มาเยอะกว่านี้จนหอมกลิ่นล็อบสเตอร์และเนื้อสัมผัสความเด้งเคล้ากันกับรสหวานและความนุ่มของฟักทองได้ลงตัว) ด้านบนเป็นไข่นกกระทาดาวซึ่งทำออกมาได้กรอบดีเเต่พอทานเปล่าทำให้รสชาติที่ได้ค่อนข้างจืดจนแอบคิดว่าเชฟเสิร์ฟแยกมากับซอสหรือแนะนำให้ลูกค้าหยอดพริกน้ำปลาลงไปด้วยน่าจะเข้ากันดีมากกว่า (13/20)
รูปที่ 23
Pumpkin and egg (ผัดฟักทองกับกุ้งมังกร) Nakhon Si Thammarat pumpkin / wild quail egg / lobster ตัดรสเผ็ดด้วยความหวานจากเมนู “ผัดฟักทอง” ที่เชฟนำเศษกุ้งมังกรที่เหลือจากคอร์ส กุ้งมังกร 7 สี นำส่วนหัวเเละส่วนก้ามมาผัดกับฟักทองจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวฟักทองมีรสหวานพอใช้ได้ เเม้ว่าจะผัดออกมาได้ดี ไม่เละ เเต่รสชาติก็ไม่มีอะไรพิเศษ เนื้อล็อบสเตอร์ที่เหลือใส่มาในคอร์สนี้ถือว่าน้อยมากจนเเทบสัมผัสไม่ได้เวลาทาน (เทียบกับรอบก่อนที่เรามาทานยังได้เนื้อกุ้งใส่มาเยอะกว่านี้จนหอมกลิ่นล็อบสเตอร์และเนื้อสัมผัสความเด้งเคล้ากันกับรสหวานและความนุ่มของฟักทองได้ลงตัว) ด้านบนเป็นไข่นกกระทาดาวซึ่งทำออกมาได้กรอบดีเเต่พอทานเปล่าทำให้รสชาติที่ได้ค่อนข้างจืดจนแอบคิดว่าเชฟเสิร์ฟแยกมากับซอสหรือแนะนำให้ลูกค้าหยอดพริกน้ำปลาลงไปด้วยน่าจะเข้ากันดีมากกว่า (13/20)
Pumpkin and egg (ผัดฟักทองกับกุ้งมังกร) Nakhon Si Thammarat pumpkin / wild quail egg / lobster ตัดรสเผ็ดด้วยความหวานจากเมนู “ผัดฟักทอง” ที่เชฟนำเศษกุ้งมังกรที่เหลือจากคอร์ส กุ้งมังกร 7 สี นำส่วนหัวเเละส่วนก้ามมาผัดกับฟักทองจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวฟักทองมีรสหวานพอใช้ได้ เเม้ว่าจะผัดออกมาได้ดี ไม่เละ เเต่รสชาติก็ไม่มีอะไรพิเศษ เนื้อล็อบสเตอร์ที่เหลือใส่มาในคอร์สนี้ถือว่าน้อยมากจนเเทบสัมผัสไม่ได้เวลาทาน (เทียบกับรอบก่อนที่เรามาทานยังได้เนื้อกุ้งใส่มาเยอะกว่านี้จนหอมกลิ่นล็อบสเตอร์และเนื้อสัมผัสความเด้งเคล้ากันกับรสหวานและความนุ่มของฟักทองได้ลงตัว) ด้านบนเป็นไข่นกกระทาดาวซึ่งทำออกมาได้กรอบดีเเต่พอทานเปล่าทำให้รสชาติที่ได้ค่อนข้างจืดจนแอบคิดว่าเชฟเสิร์ฟแยกมากับซอสหรือแนะนำให้ลูกค้าหยอดพริกน้ำปลาลงไปด้วยน่าจะเข้ากันดีมากกว่า (13/20)
รูปที่ 24
Pumpkin and egg (ผัดฟักทองกับกุ้งมังกร) Nakhon Si Thammarat pumpkin / wild quail egg / lobster ตัดรสเผ็ดด้วยความหวานจากเมนู “ผัดฟักทอง” ที่เชฟนำเศษกุ้งมังกรที่เหลือจากคอร์ส กุ้งมังกร 7 สี นำส่วนหัวเเละส่วนก้ามมาผัดกับฟักทองจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ตัวฟักทองมีรสหวานพอใช้ได้ เเม้ว่าจะผัดออกมาได้ดี ไม่เละ เเต่รสชาติก็ไม่มีอะไรพิเศษ เนื้อล็อบสเตอร์ที่เหลือใส่มาในคอร์สนี้ถือว่าน้อยมากจนเเทบสัมผัสไม่ได้เวลาทาน (เทียบกับรอบก่อนที่เรามาทานยังได้เนื้อกุ้งใส่มาเยอะกว่านี้จนหอมกลิ่นล็อบสเตอร์และเนื้อสัมผัสความเด้งเคล้ากันกับรสหวานและความนุ่มของฟักทองได้ลงตัว) ด้านบนเป็นไข่นกกระทาดาวซึ่งทำออกมาได้กรอบดีเเต่พอทานเปล่าทำให้รสชาติที่ได้ค่อนข้างจืดจนแอบคิดว่าเชฟเสิร์ฟแยกมากับซอสหรือแนะนำให้ลูกค้าหยอดพริกน้ำปลาลงไปด้วยน่าจะเข้ากันดีมากกว่า (13/20)
Sweet bamboo shoots (แกงจืดหน่อไม้หวาน) Clear soup น้ำซุปที่เราได้ทานในวันนี้คือซุปกระดูกหมูดอกไม้ป่า เชฟใช้กระดูกหมูสองส่วนคือ “เอียเล้ง” หรือส่วนกระดูกสันหลังเเละ “ขาตั๊ง” หรือส่วนหน้าเเข้งของหมู ซึ่งจะให้รสชาติหวานเข้าไปในน้ำซุปมากกว่าส่วนอื่น เชฟนำน้ำซุปไปนึ่งเป็นระยะเวลา 4-6 ชั่วโมง เสิรมด้วยรสเค็มจากปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง และซีอิ๊วขาวจากจังหวัดตราด (13/20)
รูปที่ 25
Sweet bamboo shoots (แกงจืดหน่อไม้หวาน) Clear soup น้ำซุปที่เราได้ทานในวันนี้คือซุปกระดูกหมูดอกไม้ป่า เชฟใช้กระดูกหมูสองส่วนคือ “เอียเล้ง” หรือส่วนกระดูกสันหลังเเละ “ขาตั๊ง” หรือส่วนหน้าเเข้งของหมู ซึ่งจะให้รสชาติหวานเข้าไปในน้ำซุปมากกว่าส่วนอื่น เชฟนำน้ำซุปไปนึ่งเป็นระยะเวลา 4-6 ชั่วโมง เสิรมด้วยรสเค็มจากปลาหมึกแห้ง กุ้งแห้ง และซีอิ๊วขาวจากจังหวัดตราด (13/20)
Crispy shrimp chili paste (น้ำพริกกุ้งเสียบ) / Coconut milk dip with sea urchin (หลนไข่หอยเม่น) / Sweet pork (หมูหวาน) / pork rind (กากหมู) / Fish sauce and chili (พริกน้ำปลา) อาหารจานหลักทานคู่กับเครื่องเคียงแบบพื้นบ้านคือ “น้ำพริกกุ้งเสียบ” ทานเเล้วติดรสเค็มมากไปนิด (13/20), “หลนไข่หอยเม่น” หลนแบบไทยๆส่งกลิ่นหอมน้ำกะทิ ทอปด้านบนด้วยอูนิหรือไข่หอยเม่นเป็นๆจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสสุดครีมมี่ ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ เชฟปรุงรสด้วยอินทผาลัมเพิ่มความหวานนิดๆโดยไม่ใช้น้ำตาล ทานเข้ากันกับหลนได้อย่างลงตัว นี่คือพระเอกของเครื่องเคียงเลย อร่อยขนาดสามารถนำเสิร์ฟแยกเป็นคอร์สหนึ่งก็ยังได้ (16/20) “หมูหวาน” รสชาติมาตรฐาน เนื้อหมูนุ่ม ไม่แข็ง ใช้ทานตัดรสเผ็ดของเเกงส้มได้ดี (13/20) “กากหมู” ทอดมากรอบดี เคี้ยวง่าย ไม่มีส่วนเเข็ง (13/20) และพริกน้ำปลาชั้นดีให้ความหอมและรสชาติเค็มกลมกล่อม ไม่มีกลิ่นฉุน (14/20)
รูปที่ 26
Crispy shrimp chili paste (น้ำพริกกุ้งเสียบ) / Coconut milk dip with sea urchin (หลนไข่หอยเม่น) / Sweet pork (หมูหวาน) / pork rind (กากหมู) / Fish sauce and chili (พริกน้ำปลา) อาหารจานหลักทานคู่กับเครื่องเคียงแบบพื้นบ้านคือ “น้ำพริกกุ้งเสียบ” ทานเเล้วติดรสเค็มมากไปนิด (13/20), “หลนไข่หอยเม่น” หลนแบบไทยๆส่งกลิ่นหอมน้ำกะทิ ทอปด้านบนด้วยอูนิหรือไข่หอยเม่นเป็นๆจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้เนื้อสัมผัสสุดครีมมี่ ไม่มีกลิ่นคาวใดๆ เชฟปรุงรสด้วยอินทผาลัมเพิ่มความหวานนิดๆโดยไม่ใช้น้ำตาล ทานเข้ากันกับหลนได้อย่างลงตัว นี่คือพระเอกของเครื่องเคียงเลย อร่อยขนาดสามารถนำเสิร์ฟแยกเป็นคอร์สหนึ่งก็ยังได้ (16/20) “หมูหวาน” รสชาติมาตรฐาน เนื้อหมูนุ่ม ไม่แข็ง ใช้ทานตัดรสเผ็ดของเเกงส้มได้ดี (13/20) “กากหมู” ทอดมากรอบดี เคี้ยวง่าย ไม่มีส่วนเเข็ง (13/20) และพริกน้ำปลาชั้นดีให้ความหอมและรสชาติเค็มกลมกล่อม ไม่มีกลิ่นฉุน (14/20)
🥄 CONDIMENTS (เครื่องเคียงพื้นบ้าน) “หลนไข่หอยเม่น” เป็นพระเอกของเครื่องเคียงในค่ำคืนนี้ ลูกค้าสามารถขอเพิ่มได้ประมาณ 3 จาน (แต่เราเเนะนำอย่าขอเพิ่มเกิน 2 จานเพราะจะทำให้เลี่ยนได้ง่าย)
รูปที่ 27
🥄 CONDIMENTS (เครื่องเคียงพื้นบ้าน) “หลนไข่หอยเม่น” เป็นพระเอกของเครื่องเคียงในค่ำคืนนี้ ลูกค้าสามารถขอเพิ่มได้ประมาณ 3 จาน (แต่เราเเนะนำอย่าขอเพิ่มเกิน 2 จานเพราะจะทำให้เลี่ยนได้ง่าย)
🥄 CONDIMENTS (เครื่องเคียงพื้นบ้าน) Vegetables (ผักเหนาะ) สำหรับผักเหนาะมีมากมายหลายอย่าง เริ่มจากข้าวโพดหวานสีแดงราชีนีทับทิมสยามเสิร์ฟมาให้ทานคู่กับเมนูสะตอกะปิหมึกไข่ทอด ถัดมาคือยอดมันปู ยอดมะตูมแขก และผักเสี้ยนดองสำหรับทานคู่กับแกงส้มปลาทรายแดงนั่นเอง
รูปที่ 28
🥄 CONDIMENTS (เครื่องเคียงพื้นบ้าน) Vegetables (ผักเหนาะ) สำหรับผักเหนาะมีมากมายหลายอย่าง เริ่มจากข้าวโพดหวานสีแดงราชีนีทับทิมสยามเสิร์ฟมาให้ทานคู่กับเมนูสะตอกะปิหมึกไข่ทอด ถัดมาคือยอดมันปู ยอดมะตูมแขก และผักเสี้ยนดองสำหรับทานคู่กับแกงส้มปลาทรายแดงนั่นเอง
Southern beef curry (ข้าวมันแกงเนื้อ) Coconut milk-steamed rice / beef grind / pickled papaya สำหรับจานเมนคอร์สในสำรับที่ 2 อย่างเเรกคือข้าวมันเเกงเนื้อ เชฟใช้ข้าวหอมราชินีจากจังหวัดพัทลุงหุงกับน้ำกะทิทำให้มีความมันเคลือบอยู่บนเมล็ดข้าว ส่วนเนื้อเชฟเลือกใช้เนื้อวัวนมอายุ 7-8 ปีที่เลี้ยงโดยชาวบ้านมุสลิมจากจังหวัดพัทลุงเช่นเดียวกับคอร์สเนื้อกอและ หั่นเป็นชิ้นๆเเล้วนำไปตุ๋นกับกะทิเป็นระยะเวลา 1 วันจนมีความนุ่มมากขึ้น ส่วนแกงที่เสิร์ฟมาเนื้อเนียนละเอียด อร่อยใช้ได้ เสิร์ฟมากับมะละกอดองเเละกากหมูเจียวเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสความกรอบ (15/20)
รูปที่ 29
Southern beef curry (ข้าวมันแกงเนื้อ) Coconut milk-steamed rice / beef grind / pickled papaya สำหรับจานเมนคอร์สในสำรับที่ 2 อย่างเเรกคือข้าวมันเเกงเนื้อ เชฟใช้ข้าวหอมราชินีจากจังหวัดพัทลุงหุงกับน้ำกะทิทำให้มีความมันเคลือบอยู่บนเมล็ดข้าว ส่วนเนื้อเชฟเลือกใช้เนื้อวัวนมอายุ 7-8 ปีที่เลี้ยงโดยชาวบ้านมุสลิมจากจังหวัดพัทลุงเช่นเดียวกับคอร์สเนื้อกอและ หั่นเป็นชิ้นๆเเล้วนำไปตุ๋นกับกะทิเป็นระยะเวลา 1 วันจนมีความนุ่มมากขึ้น ส่วนแกงที่เสิร์ฟมาเนื้อเนียนละเอียด อร่อยใช้ได้ เสิร์ฟมากับมะละกอดองเเละกากหมูเจียวเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสความกรอบ (15/20)
Crab curry (โรตีแกงปู) Roti pastry / crab curry / pickled papaya หรือจะเป็นโรตีแกงปูที่เชฟใช้เนื้อส่วนก้ามเเละกรรเชียงรวมถึงไข่ปูนำไปย่างถ่าน เนื้อปูหวานอร่อย หอม มีความมันจากไข่ปู ด้านล่างเป็นหัวกลอยจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส แกงปูรสชาติเข้มข้นพอประมาณ เสิร์ฟมากับเครื่องเคียงคือมะละกอดองเพื่อให้มีรสเปรี้ยวตัดกันกับความมันของเนื้อปู (14/20)
รูปที่ 30
Crab curry (โรตีแกงปู) Roti pastry / crab curry / pickled papaya หรือจะเป็นโรตีแกงปูที่เชฟใช้เนื้อส่วนก้ามเเละกรรเชียงรวมถึงไข่ปูนำไปย่างถ่าน เนื้อปูหวานอร่อย หอม มีความมันจากไข่ปู ด้านล่างเป็นหัวกลอยจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส แกงปูรสชาติเข้มข้นพอประมาณ เสิร์ฟมากับเครื่องเคียงคือมะละกอดองเพื่อให้มีรสเปรี้ยวตัดกันกับความมันของเนื้อปู (14/20)
Crab curry (โรตีแกงปู) Roti pastry / crab curry / pickled papaya ส่วนฝั่งของโรตีเสิร์ฟมาอุ่นๆบนเตาถ่าน เนื้อสัมผัสโรตีที่ร้านค่อนข้างนิ่ม ไม่เหนียว ไม่หนึบ ไม่กรอบ อันนี้เเล้วเเต่คนชอบ (14/20)
รูปที่ 31
Crab curry (โรตีแกงปู) Roti pastry / crab curry / pickled papaya ส่วนฝั่งของโรตีเสิร์ฟมาอุ่นๆบนเตาถ่าน เนื้อสัมผัสโรตีที่ร้านค่อนข้างนิ่ม ไม่เหนียว ไม่หนึบ ไม่กรอบ อันนี้เเล้วเเต่คนชอบ (14/20)
Torch ginger sorbet with kumquat jelly (เชอเบทดาหลาเยลลี่ส้มจี๊ด) ล้างปากด้วยซอเบท์ทำจากกลีบดอกดาหลาสดๆนำไปคั้นน้ำให้รสเปรี้ยวแทรกด้วยรสเผ็ดเล็กน้อย ด้านบนคือเจลลี่ส้มจี๊ดทานเเล้วให้ความรู้สึกสดชื่นเเละช่วยล้างรสชาติ ความมัน เเละความคาวจากสำรับต่างๆก่อนหน้านี้เพื่อเตรียมเข้าสู่เมนูอาหารหวานนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 32
Torch ginger sorbet with kumquat jelly (เชอเบทดาหลาเยลลี่ส้มจี๊ด) ล้างปากด้วยซอเบท์ทำจากกลีบดอกดาหลาสดๆนำไปคั้นน้ำให้รสเปรี้ยวแทรกด้วยรสเผ็ดเล็กน้อย ด้านบนคือเจลลี่ส้มจี๊ดทานเเล้วให้ความรู้สึกสดชื่นเเละช่วยล้างรสชาติ ความมัน เเละความคาวจากสำรับต่างๆก่อนหน้านี้เพื่อเตรียมเข้าสู่เมนูอาหารหวานนั่นเอง (16/20)
Tapioca boiled in coconut water (สาคูเปียกลำไย) Longan ice / longan jam / frozen coconut milk / grilled coconut เมนูขนมหวานจานแรกคือ ”สาคูเปียกลำไย” ที่เชฟยอดเลือกใช้สาคูแท้สีน้ำตาลไหม้ที่ได้มาจากต้นสาคูในจังหวัดพัทลุง (ต่างจากสาคูเมล็ดใสๆตามตลาดที่ทำมาจากแป้งมัน) ให้เนื้อสัมผัสความนุ่มเเละความหนึบที่เพอร์เฟคมากๆ เสิร์ฟมากับไอศกรีมลำไยที่คั้นน้ำมาจากลูกลำไยสดโดยไม่ผสมน้ำตาล รสชาติหวานกลมกล่อม เกล็ดน้ำเเข็งเนื้อเนียนละเอียดทางฝั่งซ้ายคือผงกะทิ ฝั่งขวาคือเนื้อมะพร้าวกะทิย่าง และเเยมลำไยรสหวานอร่อย เวลาทานให้ตักให้ครบทุกองค์ประกอบเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด จานนี้เป็นการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใส่รวมเข้าด้วยกัน มีรสชาติเทคนิคการทำที่ซับซ้อน สมบูรณ์แบบมากๆ (17/20)
รูปที่ 33
Tapioca boiled in coconut water (สาคูเปียกลำไย) Longan ice / longan jam / frozen coconut milk / grilled coconut เมนูขนมหวานจานแรกคือ ”สาคูเปียกลำไย” ที่เชฟยอดเลือกใช้สาคูแท้สีน้ำตาลไหม้ที่ได้มาจากต้นสาคูในจังหวัดพัทลุง (ต่างจากสาคูเมล็ดใสๆตามตลาดที่ทำมาจากแป้งมัน) ให้เนื้อสัมผัสความนุ่มเเละความหนึบที่เพอร์เฟคมากๆ เสิร์ฟมากับไอศกรีมลำไยที่คั้นน้ำมาจากลูกลำไยสดโดยไม่ผสมน้ำตาล รสชาติหวานกลมกล่อม เกล็ดน้ำเเข็งเนื้อเนียนละเอียดทางฝั่งซ้ายคือผงกะทิ ฝั่งขวาคือเนื้อมะพร้าวกะทิย่าง และเเยมลำไยรสหวานอร่อย เวลาทานให้ตักให้ครบทุกองค์ประกอบเพื่อรสชาติที่ดีที่สุด จานนี้เป็นการนำวัตถุดิบจากธรรมชาติมาใส่รวมเข้าด้วยกัน มีรสชาติเทคนิคการทำที่ซับซ้อน สมบูรณ์แบบมากๆ (17/20)
Sweet until midnight (ไอติมน้ำเต้าหู้จาโก้ย) Soy milk ice cream / black sesame cream / pickled ginger / coconut rice tuiles / Southern coconut crepe หรืออาจเลือกทานเป็นไอติมน้ำเต้าหู้ที่ทางร้านทำเอง รสชาติหาน มัน อร่อยจนเราต้องเเอบขอไอติมเพิ่มอีก 1 ลูก ด้านบนคือครีมงาดำที่ทางร้านทำเอง ฝั่งซ้ายคือขิงดองให้รสเผ็ดเบาๆเพื่อตัดความมันของน้ำเต้าหู้ องค์ประกอบด้านบนของไอติมคือขนมทองพับช่วยให้จานนี้มีความกรอบเพิ่มขึ้นมา ในขณะที่แผ่นทางขวาที่หน้าตาคล้ายกันคือขนมอาโป๊งหรือขนมเบื้องเมืองภูเก็ตทานเเล้วให้เนื้อสัมผัสคล้ายเครปนุ่มๆ อร่อยมากไม่เเพ้กัน (16/20)
รูปที่ 34
Sweet until midnight (ไอติมน้ำเต้าหู้จาโก้ย) Soy milk ice cream / black sesame cream / pickled ginger / coconut rice tuiles / Southern coconut crepe หรืออาจเลือกทานเป็นไอติมน้ำเต้าหู้ที่ทางร้านทำเอง รสชาติหาน มัน อร่อยจนเราต้องเเอบขอไอติมเพิ่มอีก 1 ลูก ด้านบนคือครีมงาดำที่ทางร้านทำเอง ฝั่งซ้ายคือขิงดองให้รสเผ็ดเบาๆเพื่อตัดความมันของน้ำเต้าหู้ องค์ประกอบด้านบนของไอติมคือขนมทองพับช่วยให้จานนี้มีความกรอบเพิ่มขึ้นมา ในขณะที่แผ่นทางขวาที่หน้าตาคล้ายกันคือขนมอาโป๊งหรือขนมเบื้องเมืองภูเก็ตทานเเล้วให้เนื้อสัมผัสคล้ายเครปนุ่มๆ อร่อยมากไม่เเพ้กัน (16/20)
🥄 SEASONAL CANNED FRUIT (ผลไม้กระป๋อง) ถัดมาคือผลไม้กระป๋องจำลองที่เชฟต้องการสื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยจนสามารถส่งออกผลไม้กระป๋องได้เป็นจำนวนมาก (16/20)
รูปที่ 35
🥄 SEASONAL CANNED FRUIT (ผลไม้กระป๋อง) ถัดมาคือผลไม้กระป๋องจำลองที่เชฟต้องการสื่อให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทยจนสามารถส่งออกผลไม้กระป๋องได้เป็นจำนวนมาก (16/20)
🥄 SEASONAL CANNED FRUIT (ผลไม้กระป๋อง) ด้านในเป็นมังคุดจากหมู่บ้านคีรีวง ทานคู่กับกรานิต้ามังคุดด้านบน ให้รสหวานสดชื่นมากๆ (16/20)
รูปที่ 36
🥄 SEASONAL CANNED FRUIT (ผลไม้กระป๋อง) ด้านในเป็นมังคุดจากหมู่บ้านคีรีวง ทานคู่กับกรานิต้ามังคุดด้านบน ให้รสหวานสดชื่นมากๆ (16/20)
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee ชาซีลอนมีสีออกส้มๆ เชฟได้รับแรงบันดาลใจมากจากชาสามสีของภาคใต้ที่มีน้ำเชื่อมลำไยรองอยู่ด้านล่าง ทางร้านจึงใช้นมและน้ำเชื่อมลำไยตากแห้งใส่ลงไปแล้วจึงเทชาตามลงไปด้านบน ส่วนโกปี๊เป็นกาแฟพื้นบ้านของภาคใต้ ด้านล่างเป็นนมย้น มีกลิ่นหอมกรุ่นชวนดื่มมากๆ (15/20)
รูปที่ 37
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee ชาซีลอนมีสีออกส้มๆ เชฟได้รับแรงบันดาลใจมากจากชาสามสีของภาคใต้ที่มีน้ำเชื่อมลำไยรองอยู่ด้านล่าง ทางร้านจึงใช้นมและน้ำเชื่อมลำไยตากแห้งใส่ลงไปแล้วจึงเทชาตามลงไปด้านบน ส่วนโกปี๊เป็นกาแฟพื้นบ้านของภาคใต้ ด้านล่างเป็นนมย้น มีกลิ่นหอมกรุ่นชวนดื่มมากๆ (15/20)
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee ขนมไข่จำนวน 7 ชิ้นโตๆที่เชฟได้สูตรมาจากร้านดังในจังหวัดสงขลา อบมาร้อนๆบนเตาทองเหลือง จะทานเปล่าๆ หรือทานจุ่มลงไปกับชาซีลอนและโกปี๊ที่ทางร้านให้มาก็ได้ ตัวขนมไข่อร่อยกว่าที่คิดมาก มีเนื้อสัมผัสกรอบที่ผิวนอก นุ่มที่เนื้อใน อร่อยมากๆ แอบกระซิบบอกว่าไม่ว่าจะมากัน 2 หรือ 4 คนทางร้านก็เสิร์ฟมาที่ 7 ลูกเท่ากัน ทานหมดเตานี้ใครไม่จุกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว (15/20)
รูปที่ 38
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee ขนมไข่จำนวน 7 ชิ้นโตๆที่เชฟได้สูตรมาจากร้านดังในจังหวัดสงขลา อบมาร้อนๆบนเตาทองเหลือง จะทานเปล่าๆ หรือทานจุ่มลงไปกับชาซีลอนและโกปี๊ที่ทางร้านให้มาก็ได้ ตัวขนมไข่อร่อยกว่าที่คิดมาก มีเนื้อสัมผัสกรอบที่ผิวนอก นุ่มที่เนื้อใน อร่อยมากๆ แอบกระซิบบอกว่าไม่ว่าจะมากัน 2 หรือ 4 คนทางร้านก็เสิร์ฟมาที่ 7 ลูกเท่ากัน ทานหมดเตานี้ใครไม่จุกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว (15/20)
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee สุดท้ายคือชาดอกเบญจมาศจากจังหวัดตรัง พนักงานเเนะนำให้ดื่มปิดท้ายเพื่อล้างความหวานจากสำรับของหวานทั้งหมด (15/20)
รูปที่ 39
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee สุดท้ายคือชาดอกเบญจมาศจากจังหวัดตรัง พนักงานเเนะนำให้ดื่มปิดท้ายเพื่อล้างความหวานจากสำรับของหวานทั้งหมด (15/20)
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee เปิดดูด้านในจะพบดอกเบญจมาศลอยอยู่ด้านบน (15/20)
รูปที่ 40
Southern style tea or coffee (ขนม, ชา, โกปี๊) Southern style tea or coffee เปิดดูด้านในจะพบดอกเบญจมาศลอยอยู่ด้านบน (15/20)
A little gift (ของฝากจากใจ) Cashewnut butter / rambutan jam ก่อนกลับบ้านพนักงานจะมอบ “ของฝากจากใจ” ติดไม้ติดมือกันไปคนละชุด ด้านในคือ “เนยกาหยู” ที่ใช้เมล็ดมะม่วงหิมพานต์สายพันธุ์เกาะพยามจากจังหวัดระนองซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในประเทศไทยนำไปคั่วสดเเล้วบดด้วยโม่หินจนละเอียด อีกอย่างหนึ่คือ “แยมเงาะ” ที่เชฟใช้เงาะโรงเรียนนาสารคว้านเมล็ด ซึ่งเป็นของดีเมืองสุราษฎร์นำมาเคี้ยวทำเป็นเเยม เเยมทั้งคู่ทำสดๆที่ร้านโดยที่ไม่ใส่สารกันบูด เพื่อนๆสามารถนำไปทานกับขนมปังได้อร่อยเลยทีเดียว
รูปที่ 41
A little gift (ของฝากจากใจ) Cashewnut butter / rambutan jam ก่อนกลับบ้านพนักงานจะมอบ “ของฝากจากใจ” ติดไม้ติดมือกันไปคนละชุด ด้านในคือ “เนยกาหยู” ที่ใช้เมล็ดมะม่วงหิมพานต์สายพันธุ์เกาะพยามจากจังหวัดระนองซึ่งถือเป็นแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในประเทศไทยนำไปคั่วสดเเล้วบดด้วยโม่หินจนละเอียด อีกอย่างหนึ่คือ “แยมเงาะ” ที่เชฟใช้เงาะโรงเรียนนาสารคว้านเมล็ด ซึ่งเป็นของดีเมืองสุราษฎร์นำมาเคี้ยวทำเป็นเเยม เเยมทั้งคู่ทำสดๆที่ร้านโดยที่ไม่ใส่สารกันบูด เพื่อนๆสามารถนำไปทานกับขนมปังได้อร่อยเลยทีเดียว
💰 ราคา 16,478 บาท/4คน
รูปที่ 42
💰 ราคา 16,478 บาท/4คน
เชฟเจ้าของร้านคุณไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เติบโตมาในจังหวัดนครศรีธรรมราช
รูปที่ 43
เชฟเจ้าของร้านคุณไอซ์-ศุภักษร จงศิริ เติบโตมาในจังหวัดนครศรีธรรมราช
เรื่องเริ่มมาจากคุณย่าซึ่งเเต่เดิมมีอาชีพรับราชการครูอยู่ที่เมืองนครมักถูกมอบหมายงานให้เป็นเเม่ครัวมือหนึ่งเวลาจัดงานบุญกันในวัดท้องถิ่น หลังจากเกษียรอายุราชการคุณย่าก็ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองกรุงและเรียกคุณไอซ์ซึ่งเป็นหลานชายคนโตมาเป็นลูกมือหลักในการทำอาหารปักษ์ใต้จนเกิดผูกพันธ์กับการทำอาหารมาตั้งเเต่เด็ก ส่วนความคิดในการเปิดร้านอาหารนั้นเริ่มมาจากในปี พ.ศ. 2533 คุณพ่อของคุณไอซ์ได้เช่าพื้นที่คูหาเล็กๆในย่านประชานิเวศน์เพื่อเปิดขายอาหารปักษ์ใต้สูตรดั้งเดิมในชื่อ “บ้านไอซ์” กาลเวลาผ่านไปหลายสิบปีเมื่อคุณไอซ์เติบโตขึ้นเเละเรียนจบมาจากต่างประเทศ คุณย่าเองก็อายุมากขึ้นจนทำร้านเองต่อไม่ไหว คุณไอซ์จึงตัดสินใจเข้ามาปรับปรุงยกระดับร้านเสียใหม่จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารใต้ที่เราชาวกรุงเทพฯคุ้นหูกัน ทั้งยังขยับขยายสาขาออกไปทั่วเมืองอีกด้วย
รูปที่ 44
เรื่องเริ่มมาจากคุณย่าซึ่งเเต่เดิมมีอาชีพรับราชการครูอยู่ที่เมืองนครมักถูกมอบหมายงานให้เป็นเเม่ครัวมือหนึ่งเวลาจัดงานบุญกันในวัดท้องถิ่น หลังจากเกษียรอายุราชการคุณย่าก็ย้ายเข้ามาอยู่ในเมืองกรุงและเรียกคุณไอซ์ซึ่งเป็นหลานชายคนโตมาเป็นลูกมือหลักในการทำอาหารปักษ์ใต้จนเกิดผูกพันธ์กับการทำอาหารมาตั้งเเต่เด็ก ส่วนความคิดในการเปิดร้านอาหารนั้นเริ่มมาจากในปี พ.ศ. 2533 คุณพ่อของคุณไอซ์ได้เช่าพื้นที่คูหาเล็กๆในย่านประชานิเวศน์เพื่อเปิดขายอาหารปักษ์ใต้สูตรดั้งเดิมในชื่อ “บ้านไอซ์” กาลเวลาผ่านไปหลายสิบปีเมื่อคุณไอซ์เติบโตขึ้นเเละเรียนจบมาจากต่างประเทศ คุณย่าเองก็อายุมากขึ้นจนทำร้านเองต่อไม่ไหว คุณไอซ์จึงตัดสินใจเข้ามาปรับปรุงยกระดับร้านเสียใหม่จนกลายเป็นหนึ่งในร้านอาหารใต้ที่เราชาวกรุงเทพฯคุ้นหูกัน ทั้งยังขยับขยายสาขาออกไปทั่วเมืองอีกด้วย
สมุดเมนูของทางร้านทำออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามสำหรับเก็บกลับไปเป็นที่ระลึก
รูปที่ 45
สมุดเมนูของทางร้านทำออกมาเป็นรูปเล่มสวยงามสำหรับเก็บกลับไปเป็นที่ระลึก
ห้องทานอาหารหลักถูกจัดเเบ่งออกเป็นหลายส่วนทั้งชั้นล่างเเละชั้นบน
รูปที่ 46
ห้องทานอาหารหลักถูกจัดเเบ่งออกเป็นหลายส่วนทั้งชั้นล่างเเละชั้นบน
สำหรับใครที่มาทานเป็นหมู่คณะทางร้านก็มีห้องและโต๊ะยาวรับรองด้วย
รูปที่ 47
สำหรับใครที่มาทานเป็นหมู่คณะทางร้านก็มีห้องและโต๊ะยาวรับรองด้วย
บริเวณห้องอาหารชั้นสอง การออกแบบผนังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกล็ดปลา
รูปที่ 48
บริเวณห้องอาหารชั้นสอง การออกแบบผนังได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกล็ดปลา
คำว่า “ศรณ์” แปลตรงตัวว่า สรณะ หรือผู้สร้างตัวเองด้วยตัวเอง
รูปที่ 49
คำว่า “ศรณ์” แปลตรงตัวว่า สรณะ หรือผู้สร้างตัวเองด้วยตัวเอง
เชฟยอด-ยอดขวัญ อยู่พุ่มพฤกษ์ (คนที่หันหลังฝั่งขวาริมกระจก) เกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เเม้จะไม่ได้เรียนจบมาจากโรงเรียนสอนทำอาหารโดยตรง แต่ด้วยความที่เป็นหลานชายแท้ๆของหม่อมหลวงเติบ ชุมสาย ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณและยังมีตำราการปรุงอาหารเป็นของตัวเอง รวมถึงเป็นผู้เผยเเพร่อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวโลก ทำให้เชฟยอดได้รับเเรงบันดาลใจจากคุณย่ามาเต็มๆ หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านบ้านไอซ์ คุณไอซ์เจ้าของร้านต้องการมองหาความท้าทายใหม่ๆจึงได้ชวนเชฟยอดเดินทางลงใต้เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตรวมถึงอาหารการกินของคนใต้เเต่ละจังหวัด เชฟเคยเล่าให้เราฟังตั้งเเต่ตอนที่มาครั้งเเรกว่ามีหลายคืนที่เชฟลองไปกินไปนอนกับชาวบ้านตามหมู่บ้านในชนบท รวมถึงออกเรือไปหาปลากับชาวประมงท้องถิ่นกว่า 1 ปีครึ่งก่อนที่จะเก็บรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดมาประมวลเเละเปิดเป็นร้าน “ศรณ์” เพื่อนำเสนออาหารใต้รูปแบบดั้งเดิมให้เราทุกคนได้ชิมกัน
รูปที่ 50
เชฟยอด-ยอดขวัญ อยู่พุ่มพฤกษ์ (คนที่หันหลังฝั่งขวาริมกระจก) เกิดที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เเม้จะไม่ได้เรียนจบมาจากโรงเรียนสอนทำอาหารโดยตรง แต่ด้วยความที่เป็นหลานชายแท้ๆของหม่อมหลวงเติบ ชุมสาย ผู้เชี่ยวชาญอาหารไทยโบราณและยังมีตำราการปรุงอาหารเป็นของตัวเอง รวมถึงเป็นผู้เผยเเพร่อาหารไทยให้เป็นที่รู้จักของชาวโลก ทำให้เชฟยอดได้รับเเรงบันดาลใจจากคุณย่ามาเต็มๆ หลังจากประสบความสำเร็จกับร้านบ้านไอซ์ คุณไอซ์เจ้าของร้านต้องการมองหาความท้าทายใหม่ๆจึงได้ชวนเชฟยอดเดินทางลงใต้เพื่อเรียนรู้วิถีชีวิตรวมถึงอาหารการกินของคนใต้เเต่ละจังหวัด เชฟเคยเล่าให้เราฟังตั้งเเต่ตอนที่มาครั้งเเรกว่ามีหลายคืนที่เชฟลองไปกินไปนอนกับชาวบ้านตามหมู่บ้านในชนบท รวมถึงออกเรือไปหาปลากับชาวประมงท้องถิ่นกว่า 1 ปีครึ่งก่อนที่จะเก็บรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดมาประมวลเเละเปิดเป็นร้าน “ศรณ์” เพื่อนำเสนออาหารใต้รูปแบบดั้งเดิมให้เราทุกคนได้ชิมกัน
บริเวณหน้าร้านที่ดูราวกับเป็น Mini museum
รูปที่ 51
บริเวณหน้าร้านที่ดูราวกับเป็น Mini museum
ทางเข้าร้านจัดเเสดงอุปกรณ์ทำอาหารโบราณเช่น ครก เตาอั่งโล่ กระต่ายขูดมะพร้าว ไปจนถึงภาชนะใส่น้ำเเละอาหารแบบโบราณ นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายขาวดำรวมไปถึงแผนที่เฉพาะภาคใต้ของไทยช่วยบ่งบอกถึงรากเหง้าดั้งเดิมของอาหารที่เราจะได้ทานกัน
รูปที่ 52
ทางเข้าร้านจัดเเสดงอุปกรณ์ทำอาหารโบราณเช่น ครก เตาอั่งโล่ กระต่ายขูดมะพร้าว ไปจนถึงภาชนะใส่น้ำเเละอาหารแบบโบราณ นอกจากนี้ยังมีภาพถ่ายขาวดำรวมไปถึงแผนที่เฉพาะภาคใต้ของไทยช่วยบ่งบอกถึงรากเหง้าดั้งเดิมของอาหารที่เราจะได้ทานกัน
ศรณ์ ได้ก้าวเข้าไปติดอันดับที่ 16 จาก 50 ของการจัดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย (No. 16 Asia's 50 Best Restaurant) ปีล่าสุดอีกด้วย
รูปที่ 53
ศรณ์ ได้ก้าวเข้าไปติดอันดับที่ 16 จาก 50 ของการจัดอันดับร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย (No. 16 Asia's 50 Best Restaurant) ปีล่าสุดอีกด้วย
ป้าย Asia's 50 Best Restaurant ปี 2020
รูปที่ 54
ป้าย Asia's 50 Best Restaurant ปี 2020
ร้านศรณ์เปิดทำการในปี 2018 และสามารถคว้าดาวมิชลินมาครองได้ทันทีตั้งเเต่ปีเเรก ต่อด้วยการเลื่อนขั้นสู่ 2 ดาวในปีถัดมาทำให้ “ศรณ์” ถือเป็น 1 ใน 2 ห้องอาหารไทย (หรือร้านอาหารใต้เพียงหนึ่งเดียวในโลก) ที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 55
ร้านศรณ์เปิดทำการในปี 2018 และสามารถคว้าดาวมิชลินมาครองได้ทันทีตั้งเเต่ปีเเรก ต่อด้วยการเลื่อนขั้นสู่ 2 ดาวในปีถัดมาทำให้ “ศรณ์” ถือเป็น 1 ใน 2 ห้องอาหารไทย (หรือร้านอาหารใต้เพียงหนึ่งเดียวในโลก) ที่ได้รับรางวัล 2 ดาวมิชลิน
ใครที่มาก่อนเวลาร้านเปิดสามารถนั่งรอที่บริเวณสวนด้านนอก
รูปที่ 56
ใครที่มาก่อนเวลาร้านเปิดสามารถนั่งรอที่บริเวณสวนด้านนอก
ตัวร้านเเต่เดิมเคยเป็นบ้านไม้เก่าในซอยสุขุมวิท 26 ที่คุณไอซ์นำมาต่อเติมและปรับโฉมเสียใหม่ทั้งภายในเเละภายนอก
รูปที่ 57
ตัวร้านเเต่เดิมเคยเป็นบ้านไม้เก่าในซอยสุขุมวิท 26 ที่คุณไอซ์นำมาต่อเติมและปรับโฉมเสียใหม่ทั้งภายในเเละภายนอก
🇹🇭 Sorn Fine Southern Cuisine
รูปที่ 58
🇹🇭 Sorn Fine Southern Cuisine

แกลเลอรี