GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Signature Bangkok
1 MICHELIN Star

ThailandSignature Bangkok · ซิกเนเจอร์ แบงค็อก

French · อาหารฝรั่งเศส — 117, 39-40 Phayathai Rd, Ratchathewi, Bangkok THAILAND

🎗 [INTRO] Signature Bangkok เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่เรามีโอกาสไปชิมตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เปิดทำการและด้วยรสชาติ เทคนิค และอัตลักษณ์ของเชฟ Thierry Drapeau ทำให้เรายังคงแวะกลับมาชิมเป็นประจำทุกปี กระทั่งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2022 ตัวร้านได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟 1 MICHELIN Star อย่างเต็มตัว

🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถเดินทางมายัง VIE Hotel Bangkok ด้วยรถส่วนตัวหรือรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี เมื่อกดลิฟต์มายังชั้น 11 จะพบกับพนักงานคอยต้อนรับและตรวจสอบการจอง มื้ออาหารจะเริ่มต้นด้วยการนำเสิร์ฟ Surprise Canapés กันบริเวณเลาจน์ที่ตกแต่งออกมาในสไตล์ Art Deco จากนั้นพนักงานจะเชิญลูกค้าไปที่โต๊ะอาหารหลัก อย่าลืมเลือกจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ารวมไปถึงแสงสียามค่ำคืนของตึกสูงและห้างสรรพสินค้าในย่านราชเทวี อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะติดผ้าม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มซึ่งจะเปิดออกช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. เผยให้เห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ที่แอบซ่อนอยู่หลังฉากราวกับเป็นเวทีการแสดงทางอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาจากด้านหน้าหรือเดินไปรอบ ๆ ห้องครัวเพื่อชมการจัดแสดงวัตถุดิบ, การเตรียมอาหาร ไปจนถึงขั้นตอนการจัดแต่งจานโดยมีพนักงานในชุดกระโปรงลายดอกไม้คอยแนะนำอย่างเป็นกันเองตลอดทั้งมื้อ

🎗 [THE CHEF] เชฟ Thierry Drapeau เกิดที่เมือง Nantes ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเขาได้รับอิทธิพลทางอาหารจากคุณพ่อและมีโอกาสฝึกงานกับห้องอาหารชั้นนำอย่าง Le Central ในเมือง Guilvinec และ Le Manoir de la Comète (1 MICHELIN Star) ในเมือง Saint-Sébastien sur Loire ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากอายุครบ 18 ปี Thierry Drapeau เริ่มต้นสายงานเชฟมืออาชีพกับห้องอาหารระดับ Haute Cuisine มากมายเช่น La Truffe Noire (1 MICHELIN Star) ในเมือง Neuilly-sur-Seine, Le Grand Véfour ห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของกรุง Paris, Le Bateau Ivre (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Le Bourget du Lac, Gill ในเมือง Rouen, Le Clos de la Violette ในเมือง Aix-en-Provence และ L'Escale (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Carry-le-Rouet หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Thierry Deapeau ได้เปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นในปี 1996 ที่เมือง Les Sables d'Olonne โดยใช้ชื่อว่า Auberge Robinson และได้รับรางวัล 😋 Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide France แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเขามากที่สุดคือการรับงานควบคุม Restaurant Thierry Drapeau à la Chabotterie ห้องอาหารในปราสาทเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ในเมือง Saint-Sulpice-le-Verdon ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2010 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2011 กระทั่งช่วงปลายปี 2020 เชฟ Thierry Drapeau ได้บรรลุข้อตกลงกับ VIE Hotel Bangkok ในการย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร Signature Bangkok และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น

🎗 [THE FOOD] เชฟ Thierry Drapeau อาศัยหลักปรัชญา “Cuisine of the Soil” ในการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงรวมไปถึงรสชาติทั้งจากผืนดินและผืนทะเลให้กับลูกค้าได้สัมผัส แต่ละคอร์สใน Set Menu ล้วนมีองค์ประกอบของผัก ผลไม้ และดอกไม้รับประทานได้ภายใต้คอนเซป Floral Cuisine เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของตัวเชฟเองซึ่งใช้ชีวิตอยู่บริเวณ Loire Valley มาอย่างยาวนานโดยแบ่งออกเป็น 8 Course Flower Bouquet (4,100++/p) และ 5 Course Flower Bouquet (3,700++/p) สำหรับใครที่เป็น Vegetarian ทางร้านยังมี 5 Course Vegetarian Bouquet (3,200++/p) รองรับด้วยเช่นกัน ในรอบนี้เราขอยกตัวอย่างจานที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ L'asperge

French Asparagus | Bergamot | Tagette

คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟตั้งนำเสนอความหลากหลายของหน่อไม้ฝรั่งซึ่งเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ เริ่มต้นที่ Asparagus Paper บางกรอบให้รสชาติหวานปนเค็มนิด ๆ ในแผ่นเดียว ส่วนจานหลักคือ Poached Fresh Asparagus ที่ได้จากการนำหน่อไม้ฝรั่งคัดไซซ์มาอย่างดี Poached จนสุก กรอบนอก แต่ยังคงความฉ่ำและหวานด้านใน ข้างกันคือ Asparagus Tart เรียงกันอย่างสวยงามเพิ่มมิติทางความกรอบด้วยถั่วคั่ว อีกฝั่งหนึ่งคือ Bergamot Sabayon และ Cedar Chutney ช่วยเสริมความเปรี้ยวให้กับจาน สุดท้ายคือ Asparagus Velouté ท็อปด้วย Lemon Foam เข้ากันได้ดีเป็นที่สุด คอร์สนี้นำเสนอมาคู่กันกับ Lemon Bread นุ่ม ๆ ให้อโรมาหอม ๆ และความขมที่ดีของเลมอน (17/20)

✨ La Mer

“Laurent Daniel” Fish | Chiang Mai Vegetable | 14 Spices of Maroccan

ปลา Monk Fish ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสโดยคุณ Laurent Daniel เพื่อนของเชฟได้จัดการหามาให้ เชฟนำไปจี่บนกระจนได้เนื้อสัมผัสหนึบพอเหมาะ ด้านบนคือ Chutney มะม่วงให้รสหวานและสลัดผักหลายชนิดจากจังหวัดเชียงใหม่ ชิ้นสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือคือเนื้อมะพร้าวท็อปด้วยข้าวเกรียบกรอบและโยเกิร์ต จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ประกอบขึ้นจากเครื่องเทศจากแถบประเทศโมร็อกโกถึง 14 ชนิดให้อโรมาที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ (17/20)

✨ Le Pigeon

Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower

Main Course ในวันนี้คือ Bresse Pigeon หรือนกพิราบจากเมือง Bresse เชฟเลือกใช้ส่วนอกนำไปหมักกับไวน์ขาวเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare เพื่อคงความฉ่ำของเนื้อ ข้างกันคือ Cherry Compote, Cherry Jelly และ Cherry Chutney ให้รสเปรี้ยวตัดกันกับความเข้มข้นของเนื้อนกที่ราดด้วยซอส Pigeon Jus ได้อย่างลงตัว ยังมีองค์ประกอบของถั่วคลุกกับเนยจนได้ความหอมมัน สุดท้ายคือ Pistachio Tartelette กรอบ ๆ ตรงกลางบรรจุองค์ประกอยที่เตรียมขึ้นมาจากเครื่องในนกพิราบให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาวแม้แต่น้อย (17/20)

🎗 [WHY GO] องค์ประกอบที่หลากหลายในแต่ละคอร์สและเทคนิคการปรุงอันซับซ้อนของเชฟ Thierry Drapeau สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้มากขึ้นกว่าเดิม พนักงานทุกคนให้บริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไป ราคาอาหารเทียบกับบรรยากาศถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จากที่กล่าวมาเราอาจพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า Signature Bangkok เป็นห้องอาหารระดับ Haute Cuisine ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งกรุงเทพอย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 50 รูป

🇹🇭 Signature - ซิกเนเจอร์ 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 French - อาหารฝรั่งเศส 👨🏻‍🍳 Chef Thierry Drapeau - เชฟเทียร์รี่ ดราโป
รูปที่ 1
🇹🇭 Signature - ซิกเนเจอร์ 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 French - อาหารฝรั่งเศส 👨🏻‍🍳 Chef Thierry Drapeau - เชฟเทียร์รี่ ดราโป
Surprise Canapés มื้ออาหารเริ่มต้นด้วย Canapés เรียกน้ำย่อยถึง 4 อย่าง ในภาพคือ Potato Tartelette ทาร์ตมันฝรั่งขนาดจิ๋ว ตรงกลางบรรจุสลัดและมูสมันฝรั่งมัน ๆ ตัดกันกับความกรอบของไข่ปลาแซลมอนและกระเทียมต้นฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปทอด จากนั้นจบด้วยการโรยผง Terragon Powder ลงไปเพิ่มเติมแต่งอโรมาให้หอมยิ่งขึ้น(16/20)
รูปที่ 2
Surprise Canapés มื้ออาหารเริ่มต้นด้วย Canapés เรียกน้ำย่อยถึง 4 อย่าง ในภาพคือ Potato Tartelette ทาร์ตมันฝรั่งขนาดจิ๋ว ตรงกลางบรรจุสลัดและมูสมันฝรั่งมัน ๆ ตัดกันกับความกรอบของไข่ปลาแซลมอนและกระเทียมต้นฝานเป็นชิ้นบาง ๆ แล้วนำไปทอด จากนั้นจบด้วยการโรยผง Terragon Powder ลงไปเพิ่มเติมแต่งอโรมาให้หอมยิ่งขึ้น(16/20)
Surprise Canapés Blue Crab Salad ประกอบขึ้นจากเนื้อปูม้าสด ๆ จับคู่มากับเจลลี่ปูม้าตกแต่งด้วยสมุนไพรเอเชียนานาชนิดจัดเสิร์ฟมาในกระดองปูช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี (16/20)
รูปที่ 3
Surprise Canapés Blue Crab Salad ประกอบขึ้นจากเนื้อปูม้าสด ๆ จับคู่มากับเจลลี่ปูม้าตกแต่งด้วยสมุนไพรเอเชียนานาชนิดจัดเสิร์ฟมาในกระดองปูช่วยเรียกความสดชื่นได้ดี (16/20)
Surprise Canapés Waffle Caviar เป็นเมนูที่เชฟนำเสนอวาฟเฟิลที่มีสีดำจากดีหมึกเคี้ยวกรอบแล้วท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์คุณภาพสูง เพิ่มความสดชื่นด้วยไข่มุกที่เตรียมมาจากแตงกวา เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยไข่ปลาแซลมอนนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 4
Surprise Canapés Waffle Caviar เป็นเมนูที่เชฟนำเสนอวาฟเฟิลที่มีสีดำจากดีหมึกเคี้ยวกรอบแล้วท็อปด้านบนด้วยคาเวียร์คุณภาพสูง เพิ่มความสดชื่นด้วยไข่มุกที่เตรียมมาจากแตงกวา เพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสด้วยไข่ปลาแซลมอนนั่นเอง (16/20)
Surprise Canapés Black Ink Crispy Rice หรือข้าวเกรียบดีหมึกกรอบ ๆ ท็อปด้วยปลา Haddock รมควัน เชฟเติมแต่งรสชาติด้วยความเปรี้ยวของโฟมเลมอน และความฉุนของวาซาบิมายองเนส (16/20)
รูปที่ 5
Surprise Canapés Black Ink Crispy Rice หรือข้าวเกรียบดีหมึกกรอบ ๆ ท็อปด้วยปลา Haddock รมควัน เชฟเติมแต่งรสชาติด้วยความเปรี้ยวของโฟมเลมอน และความฉุนของวาซาบิมายองเนส (16/20)
Surprise Canapés ทั้งหมดจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)
รูปที่ 6
Surprise Canapés ทั้งหมดจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (16/20)
Amuse Bouche Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos หลังจากนั้นพนักงานจะพาเรามานั่งที่โต๊ะแล้วจัดเสิร์ฟ Amuse Bouche ที่เตรียมขึ้นมาจากวัตถุดิบหลักคือมะเขือเทศนั่นเอง องค์ประกอบแรกคือ Gazpacho หรือซุปเย็นที่ประกอบขึ้นจากชั้นล่างสีเขียวเตรียมมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนท็อปด้วยโฟมของมะเขือเทศ Heirloom เสริมด้วยอโรมาเฉพาะตัวของมะกอกดำ อย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบในหนึ่งคำเพื่อความสดชื่น (17/20)
รูปที่ 7
Amuse Bouche Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos หลังจากนั้นพนักงานจะพาเรามานั่งที่โต๊ะแล้วจัดเสิร์ฟ Amuse Bouche ที่เตรียมขึ้นมาจากวัตถุดิบหลักคือมะเขือเทศนั่นเอง องค์ประกอบแรกคือ Gazpacho หรือซุปเย็นที่ประกอบขึ้นจากชั้นล่างสีเขียวเตรียมมาจากผักต่าง ๆ ด้านบนท็อปด้วยโฟมของมะเขือเทศ Heirloom เสริมด้วยอโรมาเฉพาะตัวของมะกอกดำ อย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบในหนึ่งคำเพื่อความสดชื่น (17/20)
Amuse Bouche Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos ต่อกันด้วยมะเขือเทศ Heorloom สด ๆ ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิจับคู่กับองค์ประกอบอันหลากหลายของมะเขือเทศทั้ง Tomato Purée, Tomato Pearl และ Tomato Chutney ช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัสให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น (17/20)
รูปที่ 8
Amuse Bouche Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos ต่อกันด้วยมะเขือเทศ Heorloom สด ๆ ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิจับคู่กับองค์ประกอบอันหลากหลายของมะเขือเทศทั้ง Tomato Purée, Tomato Pearl และ Tomato Chutney ช่วยเสริมมิติทางเนื้อสัมผัสให้ซับซ้อนยิ่งขึ้น (17/20)
Amuse Bouche Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos คอร์สนี้จบด้วยขนมปังทะเขือเทศจับคู่มากับเนยมะเขือเทศและครัมเบิ้ลมะกอกดำให้รสชาติที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร (17/20)
รูปที่ 9
Amuse Bouche Heirloom Tomato | Black Olive | Cosmos คอร์สนี้จบด้วยขนมปังทะเขือเทศจับคู่มากับเนยมะเขือเทศและครัมเบิ้ลมะกอกดำให้รสชาติที่แปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร (17/20)
Signature Bread สำหรับขนมปังทางร้านนำเสนอยีสต์ที่เชฟหมักเองตั้งแต่เปิดร้านเตรียมออกมาเป็น Sourdough ที่กรอบนอกนุ่มในจับคู่มากับ Les Beurres Bordier จากแคว้น Brittany
รูปที่ 10
Signature Bread สำหรับขนมปังทางร้านนำเสนอยีสต์ที่เชฟหมักเองตั้งแต่เปิดร้านเตรียมออกมาเป็น Sourdough ที่กรอบนอกนุ่มในจับคู่มากับ Les Beurres Bordier จากแคว้น Brittany
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟตั้งนำเสนอความหลากหลายของหน่อไม้ฝรั่งซึ่งเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ (17/20)
รูปที่ 11
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette คอร์สแรกอย่างเป็นทางการเชฟตั้งนำเสนอความหลากหลายของหน่อไม้ฝรั่งซึ่งเป็นตัวแทนของฤดูใบไม้ผลิ (17/20)
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette เชฟแนะนำให้เริ่มต้นที่แผ่น Asparagus Paper บางกรอบให้รสชาติหวานปนเค็มนิด ๆ ต่อด้วย Poached Fresh Asparagus ที่ได้จากการนำหน่อไม้ฝรั่งคัดไซซ์มาอย่างดี Poached จนสุก กรอบนอก แต่ยังคงความฉ่ำและหวานด้านใน ข้างกันคือ Asparagus Tart เรียงกันอย่างสวยงามเพิ่มมิติทางความกรอบด้วยถั่วคั่ว อีกฝั่งหนึ่งคือ Bergamot Sabayon และ Cedar Chutney ช่วยเสริมความเปรี้ยวให้กับจาน (17/20)
รูปที่ 12
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette เชฟแนะนำให้เริ่มต้นที่แผ่น Asparagus Paper บางกรอบให้รสชาติหวานปนเค็มนิด ๆ ต่อด้วย Poached Fresh Asparagus ที่ได้จากการนำหน่อไม้ฝรั่งคัดไซซ์มาอย่างดี Poached จนสุก กรอบนอก แต่ยังคงความฉ่ำและหวานด้านใน ข้างกันคือ Asparagus Tart เรียงกันอย่างสวยงามเพิ่มมิติทางความกรอบด้วยถั่วคั่ว อีกฝั่งหนึ่งคือ Bergamot Sabayon และ Cedar Chutney ช่วยเสริมความเปรี้ยวให้กับจาน (17/20)
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette สุดท้ายคือ Asparagus Velouté ท็อปด้วย Lemon Foam เข้ากันได้ดีเป็นที่สุด (17/20)
รูปที่ 13
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette สุดท้ายคือ Asparagus Velouté ท็อปด้วย Lemon Foam เข้ากันได้ดีเป็นที่สุด (17/20)
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette คอร์สนี้นำเสนอมาคู่กันกับ Lemon Bread นุ่ม ๆ ให้อโรมาหอม ๆ และความขมที่ดีของเลมอน (17/20)
รูปที่ 14
L'asperge French Asparagus | Bergamot | Tagette คอร์สนี้นำเสนอมาคู่กันกับ Lemon Bread นุ่ม ๆ ให้อโรมาหอม ๆ และความขมที่ดีของเลมอน (17/20)
Le Saint Jacques “Glênan” Scallop | Potagère | Borage หอยเชลล์ยักษ์จากหมู่เกาะ Glênan ในแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำมานึ่งจนสุก นุ่ม และหวาน เคลือบด้วยซอส Beurre Blanc ให้ความครีมมี่และความนวล ด้านบนท็อปด้วย Scallop Wing Pearl รวมไปถึงดอก Borage และสาหร่ายพวงองุ่น ด้านล่างคือ Potagère หรือสลัดที่ประกอบขึ้นจากหอมใหญ่, กระเทียมต้น และผักโขมสับและผัดรวมกันนั่นเอง (16/20)
รูปที่ 15
Le Saint Jacques “Glênan” Scallop | Potagère | Borage หอยเชลล์ยักษ์จากหมู่เกาะ Glênan ในแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เชฟนำมานึ่งจนสุก นุ่ม และหวาน เคลือบด้วยซอส Beurre Blanc ให้ความครีมมี่และความนวล ด้านบนท็อปด้วย Scallop Wing Pearl รวมไปถึงดอก Borage และสาหร่ายพวงองุ่น ด้านล่างคือ Potagère หรือสลัดที่ประกอบขึ้นจากหอมใหญ่, กระเทียมต้น และผักโขมสับและผัดรวมกันนั่นเอง (16/20)
Le Saint Jacques “Glênan” Scallop | Potagère | Borage จากนั้นพนักงานจะเทราด Beurre Blanc Cream Sauce ลงไปช่วยเชื่อมทุกเนื้อสัมผัสเข้าด้วยกัน (16/20)
รูปที่ 16
Le Saint Jacques “Glênan” Scallop | Potagère | Borage จากนั้นพนักงานจะเทราด Beurre Blanc Cream Sauce ลงไปช่วยเชื่อมทุกเนื้อสัมผัสเข้าด้วยกัน (16/20)
La Mer “Laurent Daniel” Fish | Chiang Mai Vegetable | 14 Spices of Maroccan ปลา Monk Fish ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสโดยคุณ Laurent Daniel เพื่อนของเชฟได้จัดการหามาให้ เชฟนำไปจี่บนกระจนได้เนื้อสัมผัสหนึบพอเหมาะ ด้านบนคือ Chutney มะม่วงให้รสหวานและสลัดผักหลายชนิดจากจังหวัดเชียงใหม่ ชิ้นสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือคือเนื้อมะพร้าวท็อปด้วยข้าวเกรียบกรอบและโยเกิร์ต จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ประกอบขึ้นจากเครื่องเทศจากแถบประเทศโมร็อกโกถึง 14 ชนิดให้อโรมาที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ (17/20)
รูปที่ 17
La Mer “Laurent Daniel” Fish | Chiang Mai Vegetable | 14 Spices of Maroccan ปลา Monk Fish ส่งตรงมาจากฝรั่งเศสโดยคุณ Laurent Daniel เพื่อนของเชฟได้จัดการหามาให้ เชฟนำไปจี่บนกระจนได้เนื้อสัมผัสหนึบพอเหมาะ ด้านบนคือ Chutney มะม่วงให้รสหวานและสลัดผักหลายชนิดจากจังหวัดเชียงใหม่ ชิ้นสี่เหลี่ยมฝั่งขวามือคือเนื้อมะพร้าวท็อปด้วยข้าวเกรียบกรอบและโยเกิร์ต จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ประกอบขึ้นจากเครื่องเทศจากแถบประเทศโมร็อกโกถึง 14 ชนิดให้อโรมาที่โดดเด่นไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ (17/20)
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower Main Course ในวันนี้คือ Bresse Pigeon (17/20)
รูปที่ 18
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower Main Course ในวันนี้คือ Bresse Pigeon (17/20)
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower เชฟเลือกใช้ส่วนอกนำไปหมักกับไวน์ขาวเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare เพื่อคงความฉ่ำของเนื้อ ข้างกันคือ Cherry Compote, Cherry Jelly และ Cherry Chutney ให้รสเปรี้ยวตัดกันกับความเข้มข้นของเนื้อนกที่ราดด้วยซอส Pigeon Jus ได้อย่างลงตัว (17/20)
รูปที่ 19
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower เชฟเลือกใช้ส่วนอกนำไปหมักกับไวน์ขาวเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Rare เพื่อคงความฉ่ำของเนื้อ ข้างกันคือ Cherry Compote, Cherry Jelly และ Cherry Chutney ให้รสเปรี้ยวตัดกันกับความเข้มข้นของเนื้อนกที่ราดด้วยซอส Pigeon Jus ได้อย่างลงตัว (17/20)
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower ยังมีองค์ประกอบของถั่วคลุกกับเนยจนได้ความหอมมัน (17/20)
รูปที่ 20
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower ยังมีองค์ประกอบของถั่วคลุกกับเนยจนได้ความหอมมัน (17/20)
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower สุดท้ายคือ Pistachio Tartelette กรอบ ๆ ตรงกลางบรรจุองค์ประกอยที่เตรียมขึ้นมาจากเครื่องในนกพิราบให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาวแม้แต่น้อย (17/20)
รูปที่ 21
Le Pigeon Pigeon | Cherry | Pistachio | Star Flower สุดท้ายคือ Pistachio Tartelette กรอบ ๆ ตรงกลางบรรจุองค์ประกอยที่เตรียมขึ้นมาจากเครื่องในนกพิราบให้เนื้อสัมผัสนุ่มละมุนโดยไร้ซึ่งกลิ่นคาวแม้แต่น้อย (17/20)
Le Fromage “Les Frères Marchand” Cheese สำหรับคอร์สชีสทางร้านนำเข้ามาจาก Fromage Les Frères Marchand เราสามารถเลือกชิมได้ 4 อย่างประกอบไปด้วย Brin d'Amour, Comté, Camembert และ Brillat-Savarin
รูปที่ 22
Le Fromage “Les Frères Marchand” Cheese สำหรับคอร์สชีสทางร้านนำเข้ามาจาก Fromage Les Frères Marchand เราสามารถเลือกชิมได้ 4 อย่างประกอบไปด้วย Brin d'Amour, Comté, Camembert และ Brillat-Savarin
Le Fromage “Les Frères Marchand” Cheese ชีสเสิร์ฟมาคู่กับโคนกรอบบรรจุองค์ประกอบของแอเปิ้ลและหัวหอม ข้างกันคือ Fruit Bread หรือขนมปังผลไม้นั่นเอง
รูปที่ 23
Le Fromage “Les Frères Marchand” Cheese ชีสเสิร์ฟมาคู่กับโคนกรอบบรรจุองค์ประกอบของแอเปิ้ลและหัวหอม ข้างกันคือ Fruit Bread หรือขนมปังผลไม้นั่นเอง
Plaisirs Sucré Pomerol | Rose | Cosmos ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Granita ที่เตรียมขึ้นมาจากลิ้นจี่และ Pomerol (17/20)
รูปที่ 24
Plaisirs Sucré Pomerol | Rose | Cosmos ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Granita ที่เตรียมขึ้นมาจากลิ้นจี่และ Pomerol (17/20)
Plaisirs Sucré Pomerol | Rose | Cosmos องร์ประกอบในถ้วยคือ Sponge Cake นเลเยอร์บั้นกลางคือ Vanilla Cream องค์ประกอบด้านบนสุดคือ Rose Jelly และ Crispy Rose หอม ๆ (17/20)
รูปที่ 25
Plaisirs Sucré Pomerol | Rose | Cosmos องร์ประกอบในถ้วยคือ Sponge Cake นเลเยอร์บั้นกลางคือ Vanilla Cream องค์ประกอบด้านบนสุดคือ Rose Jelly และ Crispy Rose หอม ๆ (17/20)
Plaisirs Sucré Pomerol | Rose | Cosmos จากนั้นพนักงานจะเทราดกรานิต้าลงไปจนเต็มถ้วย (17/20)
รูปที่ 26
Plaisirs Sucré Pomerol | Rose | Cosmos จากนั้นพนักงานจะเทราดกรานิต้าลงไปจนเต็มถ้วย (17/20)
La Fraise Gariguette Strawberry | Yuzu | Oxalis | Begonia อาหารหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่ Gariguette จับคู่กับอโรมาเฉพาะตัวของพริกหวาน ตรงกลางคือ Verbena Cream หอม ๆ ท็อปด้วย Verbena Sugar กรอบ ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ผสมผสานกันระหว่างสตรอว์เบอร์รี่และพริกหวานลงไปนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 27
La Fraise Gariguette Strawberry | Yuzu | Oxalis | Begonia อาหารหวานจานหลักคือสตรอว์เบอร์รี่ Gariguette จับคู่กับอโรมาเฉพาะตัวของพริกหวาน ตรงกลางคือ Verbena Cream หอม ๆ ท็อปด้วย Verbena Sugar กรอบ ๆ จากนั้นพนักงานจะเทราดซอสที่ผสมผสานกันระหว่างสตรอว์เบอร์รี่และพริกหวานลงไปนั่นเอง (17/20)
Surprise du Vergers ปิดท้ายด้วยของหวาน Petits Fours เสิร์ฟมาพร้อมกัน
รูปที่ 28
Surprise du Vergers ปิดท้ายด้วยของหวาน Petits Fours เสิร์ฟมาพร้อมกัน
Surprise du Vergers ในเซ็ตประกอบไปด้วย Chocolate Millefeuille, Calamansi and Almond Mousse และ Caramel Toffee
รูปที่ 29
Surprise du Vergers ในเซ็ตประกอบไปด้วย Chocolate Millefeuille, Calamansi and Almond Mousse และ Caramel Toffee
Surprise du Vergers ชิ้น Lolipop ที่ตรงกลางบรรจุ Apple Tartin และ Apple Jelly และโฟมหอมมัน
รูปที่ 30
Surprise du Vergers ชิ้น Lolipop ที่ตรงกลางบรรจุ Apple Tartin และ Apple Jelly และโฟมหอมมัน
Surprise du Vergers ในกระถางนี้เราต้องดึงรากออกมาเพื่อพบกับขนม Hazelnut Chocolate
รูปที่ 31
Surprise du Vergers ในกระถางนี้เราต้องดึงรากออกมาเพื่อพบกับขนม Hazelnut Chocolate
Surprise du Vergers Surprise Egg ที่เราต้องทุบให้เพื่อเผยให้เห็นขนมข้างใน
รูปที่ 32
Surprise du Vergers Surprise Egg ที่เราต้องทุบให้เพื่อเผยให้เห็นขนมข้างใน
Madeleine จากนั้นพนักจะมอบขนม Madeleine ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย
รูปที่ 33
Madeleine จากนั้นพนักจะมอบขนม Madeleine ติดไม้ติดมือกลับบ้านไปด้วย
🎗 [INTRO] Signature Bangkok เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่เรามีโอกาสไปชิมตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เปิดทำการและด้วยรสชาติ เทคนิค และอัตลักษณ์ของเชฟ Thierry Drapeau ทำให้เรายังคงแวะกลับมาชิมเป็นประจำทุกปี กระทั่งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2022 ตัวร้านได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟 1 MICHELIN Star อย่างเต็มตัว
รูปที่ 34
🎗 [INTRO] Signature Bangkok เป็นห้องอาหารฝรั่งเศสชั้นสูงที่เรามีโอกาสไปชิมตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เปิดทำการและด้วยรสชาติ เทคนิค และอัตลักษณ์ของเชฟ Thierry Drapeau ทำให้เรายังคงแวะกลับมาชิมเป็นประจำทุกปี กระทั่งเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2022 ตัวร้านได้รับการเลื่อนขั้นสู่การเป็นห้องอาหารระดับ 🌟 1 MICHELIN Star อย่างเต็มตัว
🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถเดินทางมายัง VIE Hotel Bangkok ด้วยรถส่วนตัวหรือรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี
รูปที่ 35
🎗 [THE PLACE] ลูกค้าสามารถเดินทางมายัง VIE Hotel Bangkok ด้วยรถส่วนตัวหรือรถไฟฟ้า BTS สถานีราชเทวี
มื้ออาหารจะเริ่มต้นด้วยการนำเสิร์ฟ Surprise Canapés กันบริเวณเลาจน์ที่ตกแต่งออกมาในสไตล์ Art Deco
รูปที่ 36
มื้ออาหารจะเริ่มต้นด้วยการนำเสิร์ฟ Surprise Canapés กันบริเวณเลาจน์ที่ตกแต่งออกมาในสไตล์ Art Deco
จากนั้นพนักงานจะเชิญลูกค้าไปที่โต๊ะอาหารหลัก
รูปที่ 37
จากนั้นพนักงานจะเชิญลูกค้าไปที่โต๊ะอาหารหลัก
อย่าลืมเลือกจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ารวมไปถึงแสงสียามค่ำคืนของตึกสูงและห้างสรรพสินค้าในย่านราชเทวี
รูปที่ 38
อย่าลืมเลือกจองที่นั่งริมหน้าต่างเพื่อชมทัศนียภาพมุมสูงช่วงพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ารวมไปถึงแสงสียามค่ำคืนของตึกสูงและห้างสรรพสินค้าในย่านราชเทวี
บรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
รูปที่ 39
บรรยากาศช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะติดผ้าม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มซึ่งจะเปิดออกช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. เผยให้เห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen
รูปที่ 40
อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะติดผ้าม่านกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มซึ่งจะเปิดออกช่วงเวลาประมาณ 19.30 น. เผยให้เห็นห้องครัวแบบ Open Kitchen
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 41
ภายในห้องอาหาร
🎗 [THE FOOD] เชฟ Thierry Drapeau อาศัยหลักปรัชญา “Cuisine of the Soil” ในการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงรวมไปถึงรสชาติทั้งจากผืนดินและผืนทะเลให้กับลูกค้าได้สัมผัส แต่ละคอร์สใน Set Menu ล้วนมีองค์ประกอบของผัก ผลไม้ และดอกไม้รับประทานได้ภายใต้คอนเซป Floral Cuisine เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของตัวเชฟเองซึ่งใช้ชีวิตอยู่บริเวณ Loire Valley มาอย่างยาวนานโดยแบ่งออกเป็น 8 Course Flower Bouquet (4,100++/p) และ 5 Course Flower Bouquet (3,700++/p) สำหรับใครที่เป็น Vegetarian ทางร้านยังมี 5 Course Vegetarian Bouquet (3,200++/p) รองรับด้วยเช่นกัน
รูปที่ 42
🎗 [THE FOOD] เชฟ Thierry Drapeau อาศัยหลักปรัชญา “Cuisine of the Soil” ในการนำเสนอวัตถุดิบคุณภาพสูงรวมไปถึงรสชาติทั้งจากผืนดินและผืนทะเลให้กับลูกค้าได้สัมผัส แต่ละคอร์สใน Set Menu ล้วนมีองค์ประกอบของผัก ผลไม้ และดอกไม้รับประทานได้ภายใต้คอนเซป Floral Cuisine เพื่อบ่งบอกถึงอัตลักษณ์และตัวตนของตัวเชฟเองซึ่งใช้ชีวิตอยู่บริเวณ Loire Valley มาอย่างยาวนานโดยแบ่งออกเป็น 8 Course Flower Bouquet (4,100++/p) และ 5 Course Flower Bouquet (3,700++/p) สำหรับใครที่เป็น Vegetarian ทางร้านยังมี 5 Course Vegetarian Bouquet (3,200++/p) รองรับด้วยเช่นกัน
ห้องครัวแบบ Open Kitchen แอบซ่อนอยู่หลังฉากราวกับเป็นเวทีการแสดงทางอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ
รูปที่ 43
ห้องครัวแบบ Open Kitchen แอบซ่อนอยู่หลังฉากราวกับเป็นเวทีการแสดงทางอาหารอันน่าตื่นตาตื่นใจ
ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาจากด้านหน้าหรือเดินไปรอบ ๆ ห้องครัวเพื่อชมการจัดแสดงวัตถุดิบ, การเตรียมอาหาร ไปจนถึงขั้นตอนการจัดแต่งจานโดยมีพนักงานในชุดกระโปรงลายดอกไม้คอยแนะนำอย่างเป็นกันเองตลอดทั้งมื้อ
รูปที่ 44
ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟปรุงอาหารได้ตลอดเวลาจากด้านหน้าหรือเดินไปรอบ ๆ ห้องครัวเพื่อชมการจัดแสดงวัตถุดิบ, การเตรียมอาหาร ไปจนถึงขั้นตอนการจัดแต่งจานโดยมีพนักงานในชุดกระโปรงลายดอกไม้คอยแนะนำอย่างเป็นกันเองตลอดทั้งมื้อ
🎗 [THE CHEF] เชฟ Thierry Drapeau เกิดที่เมือง Nantes ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเขาได้รับอิทธิพลทางอาหารจากคุณพ่อและมีโอกาสฝึกงานกับห้องอาหารชั้นนำอย่าง Le Central ในเมือง Guilvinec และ Le Manoir de la Comète (1 MICHELIN Star) ในเมือง Saint-Sébastien sur Loire ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากอายุครบ 18 ปี Thierry Drapeau เริ่มต้นสายงานเชฟมืออาชีพกับห้องอาหารระดับ Haute Cuisine มากมายเช่น La Truffe Noire (1 MICHELIN Star) ในเมือง Neuilly-sur-Seine, Le Grand Véfour ห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของกรุง Paris, Le Bateau Ivre (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Le Bourget du Lac, Gill ในเมือง Rouen, Le Clos de la Violette ในเมือง Aix-en-Provence และ L'Escale (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Carry-le-Rouet หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Thierry Deapeau ได้เปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นในปี 1996 ที่เมือง Les Sables d'Olonne โดยใช้ชื่อว่า Auberge Robinson และได้รับรางวัล 😋 Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide France แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเขามากที่สุดคือการรับงานควบคุม Restaurant Thierry Drapeau à la Chabotterie ห้องอาหารในปราสาทเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ในเมือง Saint-Sulpice-le-Verdon ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2010 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2011
รูปที่ 45
🎗 [THE CHEF] เชฟ Thierry Drapeau เกิดที่เมือง Nantes ทางตะวันตกของประเทศฝรั่งเศส ชีวิตในช่วงวัยรุ่นของเขาได้รับอิทธิพลทางอาหารจากคุณพ่อและมีโอกาสฝึกงานกับห้องอาหารชั้นนำอย่าง Le Central ในเมือง Guilvinec และ Le Manoir de la Comète (1 MICHELIN Star) ในเมือง Saint-Sébastien sur Loire ตั้งแต่อายุยังน้อย หลังจากอายุครบ 18 ปี Thierry Drapeau เริ่มต้นสายงานเชฟมืออาชีพกับห้องอาหารระดับ Haute Cuisine มากมายเช่น La Truffe Noire (1 MICHELIN Star) ในเมือง Neuilly-sur-Seine, Le Grand Véfour ห้องอาหารที่เก่าแก่ที่สุดของกรุง Paris, Le Bateau Ivre (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Le Bourget du Lac, Gill ในเมือง Rouen, Le Clos de la Violette ในเมือง Aix-en-Provence และ L'Escale (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Carry-le-Rouet หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Thierry Deapeau ได้เปิดห้องอาหารแห่งแรกเป็นของตัวเองขึ้นในปี 1996 ที่เมือง Les Sables d'Olonne โดยใช้ชื่อว่า Auberge Robinson และได้รับรางวัล 😋 Bib Gourmand จาก MICHELIN Guide France แต่สิ่งที่สร้างชื่อเสียงให้กับตัวเขามากที่สุดคือการรับงานควบคุม Restaurant Thierry Drapeau à la Chabotterie ห้องอาหารในปราสาทเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 15 ในเมือง Saint-Sulpice-le-Verdon ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2010 ตามมาด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2011
กระทั่งช่วงปลายปี 2020 เชฟ Thierry Drapeau ได้บรรลุข้อตกลงกับ VIE Hotel Bangkok ในการย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร Signature Bangkok และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
รูปที่ 46
กระทั่งช่วงปลายปี 2020 เชฟ Thierry Drapeau ได้บรรลุข้อตกลงกับ VIE Hotel Bangkok ในการย้ายมารับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับห้องอาหาร Signature Bangkok และสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้อย่างที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
🎗 [WHY GO] องค์ประกอบที่หลากหลายในแต่ละคอร์สและเทคนิคการปรุงอันซับซ้อนของเชฟ Thierry Drapeau สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้มากขึ้นกว่าเดิม พนักงานทุกคนให้บริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไป ราคาอาหารเทียบกับบรรยากาศถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จากที่กล่าวมาเราอาจพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า Signature Bangkok เป็นห้องอาหารระดับ Haute Cuisine ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งกรุงเทพอย่างแน่นอน
รูปที่ 47
🎗 [WHY GO] องค์ประกอบที่หลากหลายในแต่ละคอร์สและเทคนิคการปรุงอันซับซ้อนของเชฟ Thierry Drapeau สามารถสร้างความประทับใจให้กับเราได้มากขึ้นกว่าเดิม พนักงานทุกคนให้บริการแบบเรียบง่ายและเป็นกันเองแตกต่างจากห้องอาหารฝรั่งเศสทั่วไป ราคาอาหารเทียบกับบรรยากาศถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม จากที่กล่าวมาเราอาจพูดอย่างเต็มปากเต็มคำว่า Signature Bangkok เป็นห้องอาหารระดับ Haute Cuisine ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งกรุงเทพอย่างแน่นอน
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 48
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
หลังจากเดินสู่โรงแรมลูกค้าต้องกดลิฟต์มายังชั้น 11 จะพบกับพนักงานคอยต้อนรับและตรวจสอบการจอง
รูปที่ 49
หลังจากเดินสู่โรงแรมลูกค้าต้องกดลิฟต์มายังชั้น 11 จะพบกับพนักงานคอยต้อนรับและตรวจสอบการจอง
บริเวณทางเข้าโรงแรม
รูปที่ 50
บริเวณทางเข้าโรงแรม

แกลเลอรี