GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Selected by MICHELIN Guide
Selected

ThailandSelected by MICHELIN Guide

Thai contemporary · อาหารไทยร่วมสมัย — 31 ซ.สวนพลู 2 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพ 10120

🎗 [INTRO] หลังจากความประทับใจในช่วงต้นปี เราได้แสะกลับไปชิมอาหารที่หลานยานซึ่งเป็นห้องอาหาร Fine Dining ของเชฟต้นอีกครั้ง เซ็ตเมนูมื้อค่ำในวันนี้นำเสนออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและผสมผสานรสชาติของอาหารไทยเข้ากันกับเทคนิคร่วมสมัยได้อย่างลงตัว

🎗 [THE PLACE] Lahnyai ตั้งอยู่ในโครงการณ์ Baan Turtle คฤหาสถ์สไตล์ยุโรปโมเดิร์นหลังใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคารมาเป็นคอมเพล็กซ์เพื่อรวบรวมห้องอาหารและบาร์ชั้นดีเข้ามาไว้ด้วยกัน พื้นที่ด้านหน้าเรียกว่า The Lounge ตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกมาแบบมาอย่างดีสำหรับชงเครื่องดื่มให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนทางเข้าห้องอาหาร Lahnyai อยู่บริเวณฝั่งซ้ายมือ เมื่อเดินผ่านม่านสีแดงเข้าไปจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลักที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็แลกมาความเป็นส่วนตัวที่ค่อนข้างสูง บนผนังกำมะหยี่ตกแต่งด้วยรูปภาพขาวดำโบราณรวมไปถึงรูปของเชฟต้นและคุณยายนุสรา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบเปิดเผยให้เห็นทีมงานคอยจัดเตรียมอาหารให้ชมกันได้ตลอดเวลา

🎗 [THE CHEF] ถึงแม้ปัจจุบันเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้สร้างชื่อมาจากห้องอาหาร Le Du (🌟 1 MICHELIN Star) และ Nusara (Selected by MCIHELIN Guide) และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand อีกด้วย สำหรับห้องอาหารหลานยายเชฟต้นได้มีผู้ช่วยคนสำคัญอย่างเชฟ Dimitrios Moudios หรือเชฟดีมี่คอยควบคุมและร่วมออกแบบรายการเมนูให้มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง สำหรับเชฟดีมี่นั้นเกิดและเติบโตที่ประเทศกรีซ เขาผ่านประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงมาอย่างโชกโชนโดยเริ่มต้นงานกับห้องอาหาร Atelier (3 MICHELIN Stars) ในนคร Munich ก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารอีกหลายแห่งเช่น Alchemist (2 MICHELIN Stars) ในกรุง Copenhagen, ernst (1 MICHELIN Star) ในกรุง Berlin, focus ATELIER (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Vitznau ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเคยมีส่วนร่วมกับห้องอาหาร Boragó ในประเทศชิลีอีกด้วย ปัจจุบันเขารับหน้าที่กุมบังเหียนห้องอาหาร Lahnyai รวมไปถึงห้องอาหาร Ōre ให้ออกมาในสไตล์ของตัวเอง

🎗 [THE FOOD] เชฟต้นและเชฟดีมี่ได้หยิบยกอาหารไทยชาววังมาตีความในรูปแบบใหม่ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยวัตถุดิบทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศผสมผสานกันออกมาได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูได้ 2 รูปแบบคือ Set Lunch (2,990++) ที่นำเสนอมาเฉพาะช่วงเวลากลางวันของวันเสาร์-อาทิตย์และ Set Dinner (4,590++) สำหรับมื้อค่ำ ส่วนเมนูที่เตรียมออกมาอย่างโดดเด่นคือ

✨ แกงระแวง

คอร์สนี้คือแกงระแวงโดยมีวัตถุดิบหลักที่ซ่อนอยู่คือปลาเต๋าเต้ยซ่อนอยู่ในขนมปังทอดมาแบบกรอบ ๆ ไม่อมน้ำมัน ด้านบนคือทรัฟเฟิลดำจากออสเตรเลียขูดละเอียดซึ่งอโรมาของดินจากทรัฟเฟิลสามารถช่วยบาลานซ์รสชาติจัดจ้านของพริกแกงได้อย่างน่าทึ่ง (16/20)

✨ ยำชมพู่

คอร์สนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจมาจากตำรับอาหารชาววังของท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร องค์ประกอยตรงกลางคือดอกกุหลาบเรียงขึ้นมาจากองค์ประกอบหลัก 3 อย่างคือหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโด ชมพู่ และหัวไชเท้า รอบ ๆ คือซอสน้ำยำรสชาติจัดจ้านเข้ากันได้กับทุกองค์ประกอบที่ใส่มาได้อย่างน่าทึ่ง (15/20)

✨ แกงโฮะ

Duck breast curry, grapes, green peppercorns, Thai basil

หนี่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้คือแกงโฮะสูตรพิเศษ เนื้อแกงเนียนละมุน มีกลิ่นหอมเครื่องเทศที่เด่นชัด เนื้อเคี้ยวไปจะพบกับชิ้นองุ่นสร้างมิติความหวานที่พอเหมาะ ยังมีพริกไทยที่เพิ่มความกรอบและรสชาติเผ็ด อกเป็ดมีความหนึบสู้ฟัน ไม่ว่าจะรับประทานเปล่า ๆ หรือรับประทานกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็ล้วนอร่อยแบบไร้ที่ติ (15/20)

🎗 [WHY GO] Lahnyai เป็นห้องอาหารที่มีบรรยากาศส่วนตัวมากกว่าร้านพี่น้องแห่งอื่น ๆ อาหารแต่ละจานรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมโดยมีมีรสชาติที่เข้าถึงง่ายทั้งจากลูกค้ากลุ่มแคชวลและลูกค้าที่คุ้นเคยกับอาหารระดับ Fine Dining ปริมาณอาหารจัดว่าอิ่มพอดี พนักงานทุกท่านให้บริการแบบเป็นกันเองและในครั้งนี้สามารถอธิบายรายละเอียดของอาหารได้เป็นอย่างดีนั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 36 รูป

🇹🇭 Lahnyai - หลานยาย🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Thai contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Thitid Tassanakajohn (Chef Ton) & Chef Dimitrios Moudios - เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร (เชฟต้น) & เชฟดีมี่
รูปที่ 1
🇹🇭 Lahnyai - หลานยาย🍽 Selected by MICHELIN Guide - ร้านอาหารที่ได้รับเลือกในมิชลินไกด์🍴 Thai contemporary - อาหารไทยร่วมสมัย👨🏻‍🍳 Chef Thitid Tassanakajohn (Chef Ton) & Chef Dimitrios Moudios - เชฟธิติฏฐ์ ทัศนาขจร (เชฟต้น) & เชฟดีมี่
สำหรับการจับคู่ชาแก้วแรกคือกรานิต้ามังคุดเสิร์ฟมากับชาขาวแบบเย็นและขิงอ่อน
รูปที่ 2
สำหรับการจับคู่ชาแก้วแรกคือกรานิต้ามังคุดเสิร์ฟมากับชาขาวแบบเย็นและขิงอ่อน
กุ้งซ่อนกลิ่นทาร์ตขนาดพอดีคำบรรจุเนื้อกุ้งดิบ เชฟเพิ่มความกรอบและความหอมด้วยครัมเบิ้ลหอมแดงและกระเทียม ด้านบนท็อปด้วยหัวไชเท้าและใบมะกรูดซอยทอดกรอบ (15/20)c
รูปที่ 3
กุ้งซ่อนกลิ่นทาร์ตขนาดพอดีคำบรรจุเนื้อกุ้งดิบ เชฟเพิ่มความกรอบและความหอมด้วยครัมเบิ้ลหอมแดงและกระเทียม ด้านบนท็อปด้วยหัวไชเท้าและใบมะกรูดซอยทอดกรอบ (15/20)c
สะเต๊ะลือสะเต๊ะลือเสิร์ฟมาในลักษณะคล้ายกันกับไส้กรอกหมูให้รสเปรี้ยวเบา ๆ และความหอมที่โดดเด่น เนื้อสัมผัสมีความสู้ฟันแต่ไม่เหนียว ด้านนอกคือแครกเกอร์พริกหวาน ส่วนน้ำซอสเตรียมมาจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (15/20)
รูปที่ 4
สะเต๊ะลือสะเต๊ะลือเสิร์ฟมาในลักษณะคล้ายกันกับไส้กรอกหมูให้รสเปรี้ยวเบา ๆ และความหอมที่โดดเด่น เนื้อสัมผัสมีความสู้ฟันแต่ไม่เหนียว ด้านนอกคือแครกเกอร์พริกหวาน ส่วนน้ำซอสเตรียมมาจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ (15/20)
แกงเหลืองแกงเหลืองเสิร์ฟมาในรูปแบบของทาร์ต อโรมาของพริกแกงหอมเคล้ากันไปกับความหอมหวานของข้าวโพด นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสของหมึกใส่มาอีกด้วย (14/20)
รูปที่ 5
แกงเหลืองแกงเหลืองเสิร์ฟมาในรูปแบบของทาร์ต อโรมาของพริกแกงหอมเคล้ากันไปกับความหอมหวานของข้าวโพด นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสของหมึกใส่มาอีกด้วย (14/20)
การจับคู่ชาแก้วที่สองคือ Oriental Beauty เสิร์ฟมากับ Roasted Oolong Tea
รูปที่ 6
การจับคู่ชาแก้วที่สองคือ Oriental Beauty เสิร์ฟมากับ Roasted Oolong Tea
ลาบดิบคอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูลาบดิบโดยนำเนื้อแบล็คแองกัสจากประเทศออสเตรเลียดิบมาสับจนเป็น Tartare จากนั้นคลุกเคล้ากับเครื่องลาบแบบภาคเหนือก่อนจะค่อย ๆ ใส่กลับลงไปตามช่องว่างด้านหลังของแผ่นข้าวเกรียบดีหมึกที่เตรียมมาจากแบบพิมพ์รูปวงล้อ ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์คุณภาพดีจากประเทศฝรั่งเศสพื่อสร้างมิติรสเค็มที่กลมกล่อมควบคู่ไปกับใบ Oxalis ยกระดับเมนูนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (15/20)
รูปที่ 7
ลาบดิบคอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากเมนูลาบดิบโดยนำเนื้อแบล็คแองกัสจากประเทศออสเตรเลียดิบมาสับจนเป็น Tartare จากนั้นคลุกเคล้ากับเครื่องลาบแบบภาคเหนือก่อนจะค่อย ๆ ใส่กลับลงไปตามช่องว่างด้านหลังของแผ่นข้าวเกรียบดีหมึกที่เตรียมมาจากแบบพิมพ์รูปวงล้อ ด้านบนท็อปด้วยคาเวียร์คุณภาพดีจากประเทศฝรั่งเศสพื่อสร้างมิติรสเค็มที่กลมกล่อมควบคู่ไปกับใบ Oxalis ยกระดับเมนูนี้ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (15/20)
แกงระแวงคอร์สนี้คือแกงระแวงโดยมีวัตถุดิบหลักที่ซ่อนอยู่คือปลาเต๋าเต้ยซ่อนอยู่ในขนมปังทอดมาแบบกรอบ ๆ ไม่อมน้ำมัน ด้านบนคือทรัฟเฟิลดำจากออสเตรเลียขูดละเอียดซึ่งอโรมาของดินจากทรัฟเฟิลสามารถช่วยบาลานซ์รสชาติจัดจ้านของพริกแกงได้อย่างน่าทึ่ง (16/20)
รูปที่ 8
แกงระแวงคอร์สนี้คือแกงระแวงโดยมีวัตถุดิบหลักที่ซ่อนอยู่คือปลาเต๋าเต้ยซ่อนอยู่ในขนมปังทอดมาแบบกรอบ ๆ ไม่อมน้ำมัน ด้านบนคือทรัฟเฟิลดำจากออสเตรเลียขูดละเอียดซึ่งอโรมาของดินจากทรัฟเฟิลสามารถช่วยบาลานซ์รสชาติจัดจ้านของพริกแกงได้อย่างน่าทึ่ง (16/20)
ยำชมพู่คอร์สนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจมาจากตำรับอาหารชาววังของท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร องค์ประกอยตรงกลางคือดอกกุหลาบเรียงขึ้นมาจากองค์ประกอบหลัก 3 อย่างคือหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโด ชมพู่ และหัวไชเท้า รอบ ๆ คือซอสน้ำยำรสชาติจัดจ้านเข้ากันได้กับทุกองค์ประกอบที่ใส่มาได้อย่างน่าทึ่ง (15/20)
รูปที่ 9
ยำชมพู่คอร์สนี้เชฟอาศัยแรงบันดาลใจมาจากตำรับอาหารชาววังของท่านผู้หญิงกลีบ มหิธร องค์ประกอยตรงกลางคือดอกกุหลาบเรียงขึ้นมาจากองค์ประกอบหลัก 3 อย่างคือหอยเชลล์โฮตาเตะจากจังหวัดฮอกไกโด ชมพู่ และหัวไชเท้า รอบ ๆ คือซอสน้ำยำรสชาติจัดจ้านเข้ากันได้กับทุกองค์ประกอบที่ใส่มาได้อย่างน่าทึ่ง (15/20)
น้ำพริกมะกรูดกับผักตีน้ำมันจานนี้เชฟนำเสนอน้ำพริกมะกรูดกับผักตีน้ำมัน ตรงกลางคือหมูสามชั้นย่างและมันหวานสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ด้านบนท็อปด้วยน้ำพริกมะกรูดปั้นก้อนและหัวไชเท้าดอง เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยแคบหมู งาขาว งาดำ และต้นหอม ส่วนซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากครีมมะพร้าวนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 10
น้ำพริกมะกรูดกับผักตีน้ำมันจานนี้เชฟนำเสนอน้ำพริกมะกรูดกับผักตีน้ำมัน ตรงกลางคือหมูสามชั้นย่างและมันหวานสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ด้านบนท็อปด้วยน้ำพริกมะกรูดปั้นก้อนและหัวไชเท้าดอง เชฟเพิ่มมิติความกรอบด้วยแคบหมู งาขาว งาดำ และต้นหอม ส่วนซอสรอบ ๆ เตรียมมาจากครีมมะพร้าวนั่นเอง (15/20)
สำหรับการจับคู่ชาถัดไปคือ Jin Xuan Tea จากจังหวัดเชียงใหม่
รูปที่ 11
สำหรับการจับคู่ชาถัดไปคือ Jin Xuan Tea จากจังหวัดเชียงใหม่
แกงมัสมั่นพนักงานจะนำเป็ดมาให้ยลโฉมกันเนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักของคอร์สนี้
รูปที่ 12
แกงมัสมั่นพนักงานจะนำเป็ดมาให้ยลโฉมกันเนื่องจากเป็นวัตถุดิบหลักของคอร์สนี้
แกงมัสมั่นเครื่องเทศของแกงมัสมั่น
รูปที่ 13
แกงมัสมั่นเครื่องเทศของแกงมัสมั่น
แกงมัสมั่นคอร์สนี้คือแกงมัสมั่นเนื้อเนียนละเอียด ทั้งยังมีอโรมาของเครื่องเทศที่โดดเด่น (14/20)
รูปที่ 14
แกงมัสมั่นคอร์สนี้คือแกงมัสมั่นเนื้อเนียนละเอียด ทั้งยังมีอโรมาของเครื่องเทศที่โดดเด่น (14/20)
แกงมัสมั่นเชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับเนื้อเป็ดที่ผ่านการบ่มนานกว่า 14 วัน (14/20)น้ำพริกเต้าหู้ยี้Pickled bean curd relish, Thai mackerelสุดท้ายคือปลาทูไทยย่างเสิร์ฟมากับน้ำพริกเต้าหู้ยี้ (14/20)
รูปที่ 15
แกงมัสมั่นเชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับเนื้อเป็ดที่ผ่านการบ่มนานกว่า 14 วัน (14/20)น้ำพริกเต้าหู้ยี้Pickled bean curd relish, Thai mackerelสุดท้ายคือปลาทูไทยย่างเสิร์ฟมากับน้ำพริกเต้าหู้ยี้ (14/20)
แกงมัสมั่นนอกจากนี้ยังมีแผ่นโรตีสำหรับฉีกเพื่อใช้ปาดซอสอีกด้วย (14/20)
รูปที่ 16
แกงมัสมั่นนอกจากนี้ยังมีแผ่นโรตีสำหรับฉีกเพื่อใช้ปาดซอสอีกด้วย (14/20)
การจับคู่ชาถัดไปเป็นการผสมผสาน Oolong Tea, Marigold Tea และมะตูม (Bael) จนได้ออกมาเป็นชาที่มีรสชาติเฉพาะตัว
รูปที่ 17
การจับคู่ชาถัดไปเป็นการผสมผสาน Oolong Tea, Marigold Tea และมะตูม (Bael) จนได้ออกมาเป็นชาที่มีรสชาติเฉพาะตัว
สำรับวัตถุดิบหลักของสำรับ
รูปที่ 18
สำรับวัตถุดิบหลักของสำรับ
แกงโฮะหนี่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้คือแกงโฮะสูตรพิเศษ เนื้อแกงเนียนละมุน มีกลิ่นหอมเครื่องเทศที่เด่นชัด เนื้อเคี้ยวไปจะพบกับชิ้นองุ่นสร้างมิติความหวานที่พอเหมาะ ยังมีพริกไทยที่เพิ่มความกรอบและรสชาติเผ็ด อกเป็ดมีความหนึบสู้ฟัน ไม่ว่าจะรับประทานเปล่า ๆ หรือรับประทานกับข้าวร้อน ๆ ก็ล้วนอร่อยแบบไร้ที่ติ (15/20)
รูปที่ 19
แกงโฮะหนี่งในจานที่ดีที่สุดในมื้อนี้คือแกงโฮะสูตรพิเศษ เนื้อแกงเนียนละมุน มีกลิ่นหอมเครื่องเทศที่เด่นชัด เนื้อเคี้ยวไปจะพบกับชิ้นองุ่นสร้างมิติความหวานที่พอเหมาะ ยังมีพริกไทยที่เพิ่มความกรอบและรสชาติเผ็ด อกเป็ดมีความหนึบสู้ฟัน ไม่ว่าจะรับประทานเปล่า ๆ หรือรับประทานกับข้าวร้อน ๆ ก็ล้วนอร่อยแบบไร้ที่ติ (15/20)
ไก่ใต้น้ำซุปไก่เสิร์ฟมาร้อน ๆ กับหน่อไม้และน้ำมันใบมะกรูดในถ้วยจิ๋ว (14/20)
รูปที่ 20
ไก่ใต้น้ำซุปไก่เสิร์ฟมาร้อน ๆ กับหน่อไม้และน้ำมันใบมะกรูดในถ้วยจิ๋ว (14/20)
ยำตะลิงปลิงยำตะลิงปลิงที่ผสมผสานความเปรี้ยวของตะลิงปลิง ส้มโอ เข้ามากับเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ (14/20)
รูปที่ 21
ยำตะลิงปลิงยำตะลิงปลิงที่ผสมผสานความเปรี้ยวของตะลิงปลิง ส้มโอ เข้ามากับเนื้อกุ้งล็อบสเตอร์ (14/20)
น้ำพริกมะแขว่นน้ำพริกมะแขว่นเสิร์ฟมากับมะม่วงดอบและแตงกวาพร้อมรับประทานได้ในคำเดียว (13/20)
รูปที่ 22
น้ำพริกมะแขว่นน้ำพริกมะแขว่นเสิร์ฟมากับมะม่วงดอบและแตงกวาพร้อมรับประทานได้ในคำเดียว (13/20)
ยอดฟักแม้วคั่วเป็ดยอดฟักแม้วคั่วกับเนื้อเป็ดและไข่ในกระทะร้อน ๆ สร้างความหอมที่โดดเด่น (14/20)
รูปที่ 23
ยอดฟักแม้วคั่วเป็ดยอดฟักแม้วคั่วกับเนื้อเป็ดและไข่ในกระทะร้อน ๆ สร้างความหอมที่โดดเด่น (14/20)
สำรับข้าวสามารถขอเติมได้อีก
รูปที่ 24
สำรับข้าวสามารถขอเติมได้อีก
ส้มฉุนส้มฉุนเสิร์ฟมาโดยใช้ลิ้นจี่หมักกับแชมเปญแล้วนำเสนอมารูปแบบของกรานิต้า นอกจากนี้ยังมีครีมมะพร้าว กุ้งแห้ง และหอมเจียวใส่มาด้วย (14/20)
รูปที่ 25
ส้มฉุนส้มฉุนเสิร์ฟมาโดยใช้ลิ้นจี่หมักกับแชมเปญแล้วนำเสนอมารูปแบบของกรานิต้า นอกจากนี้ยังมีครีมมะพร้าว กุ้งแห้ง และหอมเจียวใส่มาด้วย (14/20)
การจับคู่ชาแก้วสุดท้ายคือหลานยายมอคค่าให้ความเปรี้ยวและกลิ่นของโกโก้จับคู่กับของหวานได้ดี
รูปที่ 26
การจับคู่ชาแก้วสุดท้ายคือหลานยายมอคค่าให้ความเปรี้ยวและกลิ่นของโกโก้จับคู่กับของหวานได้ดี
หมี่กรอบส้มซ่าทรงเครื่องของหวานจานหลักเป็นไอศกรีมชาไทยจับคูากับมูสชาดำ ส่วนความกรอบในจานนั้นได้จากป๊อบคอร์นและแผ่น Tuile แครอท (14/20)
รูปที่ 27
หมี่กรอบส้มซ่าทรงเครื่องของหวานจานหลักเป็นไอศกรีมชาไทยจับคูากับมูสชาดำ ส่วนความกรอบในจานนั้นได้จากป๊อบคอร์นและแผ่น Tuile แครอท (14/20)
ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วหลายอย่างคือ ทุเรียนทาร์ต, พราลีนช็อกโกแลตและเสาวรส, เจลลี่ฝรั่งและผงบ๊วย, โคนเปียกปูนงาตัด, โดนัทสังขยาและใบมะกรูดทอด, แอปเปิ้ลออกซิไดซ์เค้กเสิร์ฟมากับแยมกล้วยและน้ำปลา สุดท้ายคือรัมบาบาที่ใช้บรั่นดรรีเจนซี่ของไทยเสิร์ฟมาตู่กับมัสคาโปนและไวท์ช็อกโกแลต
รูปที่ 28
ปิดท้ายด้วยของหวานจิ๋วหลายอย่างคือ ทุเรียนทาร์ต, พราลีนช็อกโกแลตและเสาวรส, เจลลี่ฝรั่งและผงบ๊วย, โคนเปียกปูนงาตัด, โดนัทสังขยาและใบมะกรูดทอด, แอปเปิ้ลออกซิไดซ์เค้กเสิร์ฟมากับแยมกล้วยและน้ำปลา สุดท้ายคือรัมบาบาที่ใช้บรั่นดรรีเจนซี่ของไทยเสิร์ฟมาตู่กับมัสคาโปนและไวท์ช็อกโกแลต
พนักงานนำมาจัดเรียงบนโต๊ะ
รูปที่ 29
พนักงานนำมาจัดเรียงบนโต๊ะ
ของฝากกลับบ้าน
รูปที่ 30
ของฝากกลับบ้าน
🎗 [INTRO] หลังจากความประทับใจในช่วงต้นปี เราได้แสะกลับไปชิมอาหารที่หลานยานซึ่งเป็นห้องอาหาร Fine Dining ของเชฟต้นอีกครั้ง เซ็ตเมนูมื้อค่ำในวันนี้นำเสนออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและผสมผสานรสชาติของอาหารไทยเข้ากันกับเทคนิคร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
รูปที่ 31
🎗 [INTRO] หลังจากความประทับใจในช่วงต้นปี เราได้แสะกลับไปชิมอาหารที่หลานยานซึ่งเป็นห้องอาหาร Fine Dining ของเชฟต้นอีกครั้ง เซ็ตเมนูมื้อค่ำในวันนี้นำเสนออกมาได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจและผสมผสานรสชาติของอาหารไทยเข้ากันกับเทคนิคร่วมสมัยได้อย่างลงตัว
🎗 [THE PLACE] Lahnyai ตั้งอยู่ในโครงการณ์ Baan Turtle คฤหาสถ์สไตล์ยุโรปโมเดิร์นหลังใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคารมาเป็นคอมเพล็กซ์เพื่อรวบรวมห้องอาหารและบาร์ชั้นดีเข้ามาไว้ด้วยกัน พื้นที่ด้านหน้าเรียกว่า The Lounge ตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกมาแบบมาอย่างดีสำหรับชงเครื่องดื่มให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนทางเข้าห้องอาหาร Lahnyai อยู่บริเวณฝั่งซ้ายมือ
รูปที่ 32
🎗 [THE PLACE] Lahnyai ตั้งอยู่ในโครงการณ์ Baan Turtle คฤหาสถ์สไตล์ยุโรปโมเดิร์นหลังใหญ่ที่ปรับเปลี่ยนรูปแบบอาคารมาเป็นคอมเพล็กซ์เพื่อรวบรวมห้องอาหารและบาร์ชั้นดีเข้ามาไว้ด้วยกัน พื้นที่ด้านหน้าเรียกว่า The Lounge ตกแต่งอย่างหรูหราโดยมีเคาน์เตอร์บาร์ที่ออกมาแบบมาอย่างดีสำหรับชงเครื่องดื่มให้กับผู้ที่สนใจ ส่วนทางเข้าห้องอาหาร Lahnyai อยู่บริเวณฝั่งซ้ายมือ
เมื่อเดินผ่านม่านสีแดงเข้าไปจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลักที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็แลกมาความเป็นส่วนตัวที่ค่อนข้างสูง บนผนังกำมะหยี่ตกแต่งด้วยรูปภาพขาวดำโบราณรวมไปถึงรูปของเชฟต้นและคุณยายนุสรา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบเปิดเผยให้เห็นทีมงานคอยจัดเตรียมอาหารให้ชมกันได้ตลอดเวลา
รูปที่ 33
เมื่อเดินผ่านม่านสีแดงเข้าไปจะพบกับห้องรับประทานอาหารหลักที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็แลกมาความเป็นส่วนตัวที่ค่อนข้างสูง บนผนังกำมะหยี่ตกแต่งด้วยรูปภาพขาวดำโบราณรวมไปถึงรูปของเชฟต้นและคุณยายนุสรา ห้องครัวที่นี่เป็นแบบเปิดเผยให้เห็นทีมงานคอยจัดเตรียมอาหารให้ชมกันได้ตลอดเวลา
🎗 [THE CHEF] ถึงแม้ปัจจุบันเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้สร้างชื่อมาจากห้องอาหาร Le Du (🌟 1 MICHELIN Star) และ Nusara (Selected by MCIHELIN Guide) และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand อีกด้วย สำหรับห้องอาหารหลานยายเชฟต้นได้มีผู้ช่วยคนสำคัญอย่างเชฟ Dimitrios Moudios หรือเชฟดีมี่คอยควบคุมและร่วมออกแบบรายการเมนูให้มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง สำหรับเชฟดีมี่นั้นเกิดและเติบโตที่ประเทศกรีซ เขาผ่านประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงมาอย่างโชกโชนโดยเริ่มต้นงานกับห้องอาหาร Atelier (3 MICHELIN Stars) ในนคร Munich ก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารอีกหลายแห่งเช่น Alchemist (2 MICHELIN Stars) ในกรุง Copenhagen, ernst (1 MICHELIN Star) ในกรุง Berlin, focus ATELIER (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Vitznau ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเคยมีส่วนร่วมกับห้องอาหาร Boragó ในประเทศชิลีอีกด้วย ปัจจุบันเขารับหน้าที่กุมบังเหียนห้องอาหาร Lahnyai รวมไปถึงห้องอาหาร Ōre ให้ออกมาในสไตล์ของตัวเอง
รูปที่ 34
🎗 [THE CHEF] ถึงแม้ปัจจุบันเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้สร้างชื่อมาจากห้องอาหาร Le Du (🌟 1 MICHELIN Star) และ Nusara (Selected by MCIHELIN Guide) และเป็นหนึ่งในคณะกรรมการรายการ Top Chef Thailand อีกด้วย สำหรับห้องอาหารหลานยายเชฟต้นได้มีผู้ช่วยคนสำคัญอย่างเชฟ Dimitrios Moudios หรือเชฟดีมี่คอยควบคุมและร่วมออกแบบรายการเมนูให้มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเอง สำหรับเชฟดีมี่นั้นเกิดและเติบโตที่ประเทศกรีซ เขาผ่านประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงมาอย่างโชกโชนโดยเริ่มต้นงานกับห้องอาหาร Atelier (3 MICHELIN Stars) ในนคร Munich ก่อนจะเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหารอีกหลายแห่งเช่น Alchemist (2 MICHELIN Stars) ในกรุง Copenhagen, ernst (1 MICHELIN Star) ในกรุง Berlin, focus ATELIER (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Vitznau ประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเคยมีส่วนร่วมกับห้องอาหาร Boragó ในประเทศชิลีอีกด้วย ปัจจุบันเขารับหน้าที่กุมบังเหียนห้องอาหาร Lahnyai รวมไปถึงห้องอาหาร Ōre ให้ออกมาในสไตล์ของตัวเอง
🎗 [THE FOOD] เชฟต้นและเชฟดีมี่ได้หยิบยกอาหารไทยชาววังมาตีความในรูปแบบใหม่ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยวัตถุดิบทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศผสมผสานกันออกมาได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูได้ 2 รูปแบบคือ Set Lunch (2,990++) ที่นำเสนอมาเฉพาะช่วงเวลากลางวันของวันเสาร์-อาทิตย์และ Set Dinner (4,590++) สำหรับมื้อค่ำ
รูปที่ 35
🎗 [THE FOOD] เชฟต้นและเชฟดีมี่ได้หยิบยกอาหารไทยชาววังมาตีความในรูปแบบใหม่ที่มีอัตลักษณ์เป็นของตัวเองโดยอาศัยวัตถุดิบทั้งจากในประเทศไทยและต่างประเทศผสมผสานกันออกมาได้อย่างน่าสนใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิมเซ็ตเมนูได้ 2 รูปแบบคือ Set Lunch (2,990++) ที่นำเสนอมาเฉพาะช่วงเวลากลางวันของวันเสาร์-อาทิตย์และ Set Dinner (4,590++) สำหรับมื้อค่ำ
🎗 [WHY GO] Lahnyai เป็นห้องอาหารที่มีบรรยากาศส่วนตัวมากกว่าร้านพี่น้องแห่งอื่น ๆ อาหารแต่ละจานรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมโดยมีมีรสชาติที่เข้าถึงง่ายทั้งจากลูกค้ากลุ่มแคชวลและลูกค้าที่คุ้นเคยกับอาหารระดับ Fine Dining ปริมาณอาหารจัดว่าอิ่มพอดี พนักงานทุกท่านให้บริการแบบเป็นกันเองและในครั้งนี้สามารถอธิบายรายละเอียดของอาหารได้เป็นอย่างดีนั่นเอง
รูปที่ 36
🎗 [WHY GO] Lahnyai เป็นห้องอาหารที่มีบรรยากาศส่วนตัวมากกว่าร้านพี่น้องแห่งอื่น ๆ อาหารแต่ละจานรังสรรค์ขึ้นจากวัตถุดิบชั้นเยี่ยมโดยมีมีรสชาติที่เข้าถึงง่ายทั้งจากลูกค้ากลุ่มแคชวลและลูกค้าที่คุ้นเคยกับอาหารระดับ Fine Dining ปริมาณอาหารจัดว่าอิ่มพอดี พนักงานทุกท่านให้บริการแบบเป็นกันเองและในครั้งนี้สามารถอธิบายรายละเอียดของอาหารได้เป็นอย่างดีนั่นเอง