
Schloss Schauenstein · ชลอส ชาวเอินชไตน์
Creative, Country cooking · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารประจำชาติ — Schlossgass 77, Fürstenau, 7414, Switzerland
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเรือธงของเชฟคนแรกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ได้รับมอบรางวัล MICHELIN Mentor Award ในปี 2020 โดยตลอดมื้อเหล่านักชิมจะได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหาร Fine Dining ในปราสาทสุดหรู ณ เมืองเล็ก ๆ อันห่างไกลของประเทศสวิสเซอร์แลนด์จนกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน
🎗 [THE PLACE, Fürstenau] Fürstenau เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พื้นที่โดยรอบรายล้อมด้วยหุบเขาอันสวยงามของเขต Domleschg ในขณะที่ผู้คนในเมืองสื่อสารกันด้วยภาษา Romansch อ้างอิงจากจดหมายของ King Charles IV ที่ส่งไปถึง Bishop of Chur ทำให้เราทราบว่าเมือง Fürstenau มีการก่อสร้างแล้วเสร็จอย่างเป็นทางการควบคู่กันไปกับปราสาทดั้งเดิมในปี 1272 ต่อมาการสร้างเส้นทาง Septimerpass ทำให้ Fürstenau กลายมาเป็นหนึ่งในจุดแวะพักสำคัญตั้งแต่ปี 1387 ก่อนจะลดบทบาทลงในช่วงที่ช่องเขา Viamala Geroge สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้ในปี 1473 สำหรับ Schloss Schauenstein แต่เดิมเป็นปีกฝั่งตะวันออกของป้อมปราการยุคกลางและเชื่อกันว่าได้รับการก่อสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1667 ถึง 1676 ภายใต้การอุปถัมป์ของ Baron Jobann Rudolf von Schawenstein อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ไฟไหม้เมือง Fürstenau ในปี 1742 ส่งผลให้ปราสาทส่วนใหญ่ทรุดตัวลงโดยมีเพียงตัวปราสาทฝั่งตะวันออกเท่านั้นที่ได้รับการก่อสร้างขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้หนึ่งในบุคคลที่มีชื่อเสียงและเป็นไอคอนของปราสาทแห่งนี้คือ Peter von Planta ผู้ร่ำรวยจากการค้าผ้าฝ้ายอียิปต์ในนคร Alexandria นั่นเอง
🎗 [THE PLACE, Schloss Schauenstein] กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2003 เชฟ Andreas Caminada ตัดสินใจเช่าพื้นที่และจากมูลนิธิ Heinrich Schwendener Foundation ซึ่งเป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1988 พร้อมกับปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นโรงแรมและห้องอาหารสุดหรู ในช่วงแรกโรงแรมประกอบไปด้วยห้องพักและห้องสวีทสำหรับรับรองแขกจำนวน 6 ห้อง ห้องรับประทานอาหารหลัก 2 ห้อง ซาลอน ห้องเก็บไวน์ ห้องซาวน่า และพื้นที่สวนโดยรอบ อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมาเชฟ Andreas Caminada ได้ต่อเติมและพัฒนาโรงแรมอย่างต่อเนื่องจนมีห้องสำหรับรับรองแขกทั้งหมด 9 ห้อง ทั้งนี้ยังมีการสร้างห้องอาหาร Casa Caminada (😋 Bib Gourmand, 🍀 MICHELIN Green Star) ขึ้นที่บริเวณคอกม้าเดิมทั้งสองคอกและมีห้องพักในอาคารแห่งนี้เพิ่มเติมมาอีก 10 ห้อง สุดท้ายคือโปรเจคล่าสุดอย่างห้องอาหาร OZ (🌟 1 MICHELIN Star, 🍀MICHELIN Green Star) ซึ่งเป็นห้องอาหารมังสวิรัติโดยอาศัยชื่อมาจากภาษา Romansh ซึ่งแปลตรงตัวได้ว่า Today หรือวันนี้นั่นเอง กลับมาที่ตัวปราสาทหลักซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Schloss Schauenstein (🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars, 🍀 MICHELIN Green Star) ลูกค้าที่เดินทางมาโดยรถยนต์ส่วนตัวสามารถเข้าจอดได้ที่ลานจอดของโรงแรมฝั่งตรงข้ามแล้วเดินต่อมายังตัวปราสาท ก่อนจะผ่านประตูไม้เก่าสูงตระหง่านเราขอแนะนำให้หันกลับไปซึมซับทัศนียภาพมุมกว้างของพื้นที่และหุบเขาโดยรอบ เมื่อตรวจสอบการจองแล้วเสร็จพนักงานจะพาเราเดินขึ้นไปยังชั้นบนเพื่อดื่มด่ำกับของว่างเรียกน้ำย่อยภายใต้ Smokers Lounge และ Salon ที่ตกแต่งโดยการผสมผสานระหว่างความคลาสสิคและความโมเดิร์นเข้าไว้ด้วยกัน ในวันนี้เราได้นั่งบริเวณฝั่ง Salon ที่ตกแต่งผนังด้วยเชิงเทียนและภาพวาดย้อนยุค หน้าต่างบานใหญ่ปล่อยให้แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามาในช่วงกลางวัน นอกจากนี้โต๊ะหินอ่อน, เก้าอี้ และโซฟายังช่วยเสริมความหรูหราได้อย่างลงตัว ห้องรับประทานอาหารหลักแบ่งออกเป็นสองฝั่งทั้งยังตกแต่งในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ฝั่งแรกเป็นห้องอาหารดั้งเดิมประกอบไปด้วยผนังไม้สีน้ำตาลเข้มพร้อมกับมีรูปของหุบเขาแขวนประดับเอาไว้หลายจุดให้ความรู้สึกเรียบหรู อีกฝั่งหนึ่งเป็นส่วนต่อขยายตกแต่งด้วยผนังสีชมพูแลดูแคชวลและมีความเป็นกันเองมากขึ้น นอกจากนี้ยังมี Terrace ซึ่งเหมาะเป็นอย่างมากสำหรับการเดินออกไปรับลมในวันที่อากาศเป็นใจ ก่อนกลับอย่าลืมขอพนักงานแวะลงไปชมห้องเก็บไวน์ที่ชั้นล่างโดยทางร้านมีไวน์จำนวนกว่า 800 Labels สำหรับจัดเสิร์ฟมาในราคาสมเหตุสมผล
🎗 [THE CHEF] Andreas Caminada เป็นเชฟผู้ทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เขาเกิดในปี 1977 ณ เมือง Ilanz ทางทิศตะวันออกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารประจำ Hotel Signina ในเมือง Laax ต่อด้วยห้องอาหารประจำโรงแรม Hotel Walserhof in Klosters สำหรับประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงเขาเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Wirtschaft zum Wiesengrund (2 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วย Restaurant Bareiss (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Andreas Caminada จึงตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Schloss Schauenstein ขึ้นเป็นของตัวเองทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 แและเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2010 รวมไปถึงรางวัล 🍀 MICHELIN Green Star นอกจากนี้ตัวร้านยังได้รับคะแนนสูงถึง 19/20 จาก Gault&Millau อีกด้วย ต่อมาในปี 2015 เชฟ Andreas ได้มีแนวคิดในการผลักดัน IGNIV แบรนด์ห้องอาหาร Fine Dining ภายใต้คอนเซปใหม่คือ Sharing Set Menu โดยก่อตั้งร้านสาขาแรกคือ IGNIV by Andreas Caminada ขึ้นที่ Grand Resort Bad Ragaz (🌟🌟 2 MICHELIN Stars) ตามมาด้วย IGNIV by Andreas Caminada (🌟🌟 2 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ในเมือง Saint Moritz และ IGNIV Zürich by Andreas Caminada (🌟🌟 2 MICHELIN Stars) ก่อนจะบรรลุข้อตกลงกับโรงแรม The St. Regis Bangkok ในการเปิดห้องอาหาร IGNIV สาขาแรกนอกประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ประเทศไทยในช่วงปลายปี 2020 พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จอีกเช่นกัน
🎗 [THE FOOD] เชฟ Andreas Caminada เน้นย้ำในการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศสวิสเซอร์แลนด์โดยเฉพาะแถบ Graubünden รวมไปถึงผลผลิตแบบออร์แกนิคและผลผลิตจากสวนของตัวปราสาทมาประกอบกันกับเทคนิคยุคใหม่ในการรังสรรค์อาหารเชิงสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu จำนวน 3 Courses (255 CHF), 4 Courses (280 CHF), และ 5 Courses (305 CHF) โดยทางร้านจะแบ่งเงินจำนวน 2 CHF ต่อคนเพื่อนำไปสนับสนุน Fundaziun Uccelin ซึ่งเป็นมูลนิธิที่เชฟ Andreas Caminada ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเชฟรุ่นใหม่มากพรสวรรค์อีกด้วย ถึงตัวเลขจำนวนคอร์สอาจดูไม่มากแต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะกว่าจะเข้าสู่คอร์สหลักทางร้านจะนำเสิร์ฟ Apperizers จำนวนกว่า 7 คำ ตามมาด้วย Snacks และ Amuse Bouche อีก 4 จานจึงขอการันตีว่าเมื่อชิมอาหารทั้งหมดแล้วลูกค้าจะรู้สึกอิ่มพอดีได้อย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ที่นำเสนอมาในราคาที่คุ้มค่าโดยเชฟได้หยิบยกเมนูยอดนิยมที่เคยจัดเสิร์ฟในอดีตมาปัดฝุ่นเพื่อให้ลูกค้าบางส่วนได้ลิ้มลองกันนั่นเอง รายการเครื่องดื่มมีทั้งการ Non-alcoholic Pairing (109 CHF) และ Beverage Pairing (185 CHF) ส่วนเราได้เลือกดื่มไวน์แบบเป็นขวดซึ่งมีราคาที่ค่อนข้างคุ้มค่าเมื่อเทียบกับระดับของตัวร้าน ตัวอย่างรายการอาหารที่เราประทับใจมาก ๆ ในวันนี้คือ
✨ Pike Perch
Quince - Hazelnut
เริ่มต้นคอร์สแรกในเซ็ตเมนูเชฟ Andreas Caminada ตั้งใจส่งสารถึงนักชิมว่าปลาน้ำจืดเป็นปลาที่มีความสำคัญยิ่ง เชฟนำเสนอปลาน้ำจืดท้องถิ่นอย่าง Pike Perch จับคู่มากับ Quince, Kohlrabi และถั่ว Hazelnut ชิ้นปลาให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนจนละลายไปกับองค์ประกอบอื่น ๆ ในขณะที่ชิ้น Kohlrabi บาง ๆ ยังมีความกรอบแต่ไร้ซึ่งความกระด้าง ข้างกันคือปลา Pike Perch สับมาเป็น Tartare รายล้อมด้วยความกรอบของ Kohlrabi ด้านบนคือ Quince Foam และความกรุบกรอบของถั่ว Hazelnut น้ำซอสรอบ ๆ ให้ความอุมามิช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้อย่างต่อเนื่อง (20/20)
✨ Roe Deer
Celeriac - Elderflower
หนึ่งในจานที่โดดเด่นมาก ๆ ในวันนี้คือเนื้อกวางโรที่เชฟพันห่อด้วยเบคอนเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสกรอบสู้ฟันพอเหมาะในขณะที่เนื้อกวางยังคงไว้ซึ่งความชุ่มฉ่ำ รอบ ๆ คือองค์ประกอบของ Celeriac ให้ Earthy Aroma มาช่วยบาลานซ์กันกับ Pickled Plum สีส้มที่คอยเติมแต่งรสชาติเปรี้ยว นอกจากนี้ยังมี Fermented Garlic Purée สีเหลืองนวลรวมไปถึงซอสรสชาติเข้มข้นแทรกด้วยความหอมของ Elderflower ในจานข้าง ๆ กันยังมีแซนวิชที่ผิวชั้นนอกมีความกรอบเพียงเบา ๆ ในขณะที่ตรงกลางสอดไส้ตรงกลางด้วยเครื่องในกวางแต่กลับให้รสชาติที่หวาน หอม ละมุนลิ้นจนแทบละลายในปากได้อย่างไม่น่าเชื่อ (20/20)
✨ Sea Buckthorn
Joghurt
Sea Buckthorn เสิร์ฟมาในหลากหลายรูปแบบที่แตกต่างกัน ในจานมีทั้งซุปและซอร์เบท์เปรี้ยว ๆ เย็น ๆ ชื่นใจ ตรงกลางเป็นองค์ประกอบของไวท์ช็อกโกแลตและขนมสายไหมท็อปอยู่ด้านบน อีกฝั่งหนึ่งคือ Frozen Yogurt Ball หอมมันท็อปด้วยแผ่นชิปส์กรอบ ๆ ของ Sea Buckthorn นอกจากนี้ยังมี Soufflé อบมาร้อน ๆ ให้ตักชิมควบคู่กันไปอีกด้วย (20/20)
🎗 [WHY GO] Schloss Schauenstein เป็นห้องอาหารที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับเราได้ในทุก ๆ มุมมองไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอาหารที่มีทั้งความละเอียดซับซ้อนแต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่เข้าถึงง่าย, ราคาที่จัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับมาตรฐานของประเทศสวิตเซอร์แลนด์, การบริการทั้งอาหารและไวน์ที่ดีงามไร้ที่ติ, บรรยากาศในปราสาทโบราณที่หรูหราและคงไว้ซึ่งความขลังทางประวัติศาสตร์ เราขอแนะนำอย่างมากให้เพื่อน ๆ ลองหาโอกาสเดินทางมาชิมกันสักครั้งในชีวิตเพื่อสัมผัสประสบการณ์ Fine Dining ที่ยากจะลืมเลือน
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 61 รูป

![🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารเรือธงของเชฟคนแรกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ที่ได้รับมอบรางวัล MICHELIN Mentor Award ในปี 2020 โดยตลอดมื้อเหล่านักชิมจะได้สัมผัสประสบการณ์การรับประทานอาหาร Fine Dining ในปราสาทสุดหรู ณ เมืองเล็ก ๆ อันห่างไกลของประเทศสวิสเซอร์แลนด์จนกลายเป็นหนึ่งในประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/438730402_974509210999299_7833802545557530946_n.webp)

































![🎗 [THE CHEF] Andreas Caminada เป็นเชฟผู้ทรงอิทธิพลทางอาหารมากที่สุดคนหนึ่งในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เขาเกิดในปี 1977 ณ เมือง Ilanz ทางทิศตะวันออกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ก่อนจะเริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพเชฟกับห้องอาหารประจำ Hotel Signina ในเมือง Laax ต่อด้วยห้องอาหารประจำโรงแรม Hotel Walserhof in Klosters สำหรับประสบการณ์ในห้องอาหารระดับสูงเขาเคยร่วมงานกับห้องอาหาร Wirtschaft zum Wiesengrund (2 MICHELIN Stars - ปัจจุบันปิดทำการไปแล้ว) ต่อด้วย Restaurant Bareiss (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Andreas Caminada จึงตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Schloss Schauenstein ขึ้นเป็นของตัวเองทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2008 แและเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในปี 2010 รวมไปถึงรางวัล 🍀 MICHELIN Green Star นอกจากนี้ตัวร้านยังได้รับคะแนนสูงถึง 19/20 จาก Gault&Millau อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/438725261_974510527665834_5979735351925788516_n.webp)


![🎗 [THE PLACE, Fürstenau] Fürstenau เป็นเมืองที่มีขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของโลกโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ พื้นที่โดยรอบรายล้อมด้วยหุบเขาอันสวยงามของเขต Domleschg ในขณะที่ผู้คนในเมืองสื่อสารกันด้วยภาษา Romansch อ้างอิงจากจดหมายของ King Charles IV ที่ส่งไปถึง Bishop of Chur ทำให้เราทราบว่าเมือง Fürstenau มีการก่อสร้างแล้วเสร็จอย่างเป็นทางการควบคู่กันไปกับปราสาทดั้งเดิมในปี 1272 ต่อมาการสร้างเส้นทาง Septimerpass ทำให้ Fürstenau กลายมาเป็นหนึ่งในจุดแวะพักสำคัญตั้งแต่ปี 1387 ก่อนจะลดบทบาทลงในช่วงที่ช่องเขา Viamala Geroge สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจรได้ในปี 1473 สำหรับ Schloss Schauenstein แต่เดิมเป็นปีกฝั่งตะวันออกของป้อมปราการยุคกลางและเชื่อกันว่าได้รับการก่อสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1667 ถึง 1676 ภายใต้การอุปถัมป์ของ Baron Jobann Rudolf von Schawenstein](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/438785988_974509044332649_7733211430775117306_n.webp)

![🎗 [THE PLACE, Schloss Schauenstein] กาลเวลาล่วงเลยมาจนกระทั่งในปี 2003 เชฟ Andreas Caminada ตัดสินใจเช่าพื้นที่และจากมูลนิธิ Heinrich Schwendener Foundation ซึ่งเป็นเจ้าของปราสาทแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1988 พร้อมกับปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นโรงแรมและห้องอาหารสุดหรู](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/439823598_974511107665776_4344271512018004836_n.webp)







![🎗 [THE FOOD] เชฟ Andreas Caminada เน้นย้ำในการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศสวิสเซอร์แลนด์โดยเฉพาะแถบ Graubünden รวมไปถึงผลผลิตแบบออร์แกนิคและผลผลิตจากสวนของตัวปราสาทมาประกอบกันกับเทคนิคยุคใหม่ในการรังสรรค์อาหารเชิงสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าประทับใจ ลูกค้าสามารถเลือกชิม Set Menu จำนวน 3 Courses (255 CHF), 4 Courses (280 CHF), และ 5 Courses (305 CHF) โดยทางร้านจะแบ่งเงินจำนวน 2 CHF ต่อคนเพื่อนำไปสนับสนุน Fundaziun Uccelin ซึ่งเป็นมูลนิธิที่เชฟ Andreas Caminada ก่อตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนเชฟรุ่นใหม่มากพรสวรรค์อีกด้วย ถึงตัวเลขจำนวนคอร์สอาจดูไม่มากแต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะกว่าจะเข้าสู่คอร์สหลักทางร้านจะนำเสิร์ฟ Apperizers จำนวนกว่า 7 คำ ตามมาด้วย Snacks และ Amuse Bouche อีก 4 จานจึงขอการันตีว่าเมื่อชิมอาหารทั้งหมดแล้วลูกค้าจะรู้สึกอิ่มพอดีได้อย่างแน่นอน](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/440075031_974511097665777_4139382612136267798_n.webp)






![🎗 [WHY GO] Schloss Schauenstein เป็นห้องอาหารที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับเราได้ในทุก ๆ มุมมองไม่ว่าจะเป็นคุณภาพอาหารที่มีทั้งความละเอียดซับซ้อนแต่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติที่เข้าถึงง่าย, ราคาที่จัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับมาตรฐานของประเทศสวิตเซอร์แลนด์, การบริการทั้งอาหารและไวน์ที่ดีงามไร้ที่ติ, บรรยากาศในปราสาทโบราณที่หรูหราและคงไว้ซึ่งความขลังทางประวัติศาสตร์](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/04/438691365_974511207665766_8093998850938347925_n.webp)





