GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
schanz. restaurant.
3 MICHELIN Stars

Germanyschanz. restaurant. · ชั้นซ์. เรสโตรองต์.

Modern French, Creative · อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น, อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Bahnhofstraße 8a, Piesport, 54498, Germany

🎗 [INTRO] วันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวเราได้ขับรถข้ามภูเขาลูกเล็ก ๆ ผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวหักศอกมายัง Piesport เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี ถึงแม้พื้นที่โดยรอบจะแลดูค่อนข้างเงียบแต่สำหรับ schanz. restaurant. นั้นกลับเต็มไปด้วยเหล่านักชิมที่เดินทางมาเพื่อลิ้มลองอาหารของสุดยอดเชฟอย่าง Thomas Schanz สร้างความแปลกใจให้กับเราเป็นอย่างมาก

🎗 [THE PLACE] schanz. restaurant. hotel. เป็นโรงแรม-ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในเมือง Piesport ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำ Moselle ของประเทศเยอรมนี ครอบครัว Schanz ได้เข้าซื้อพื้นที่และตัวอาคารต่อจากนักผลิตไวน์ท้องถิ่นในปี 1978 ก่อนจะปรับปรุงให้กลายมาเป็นโรงแรมและห้องอาหารในเวลาต่อมา ฝั่งโรงแรมประกอบไปด้วยห้องพักที่ออกแบบโดย tibo ^ architektur จำนวน 12 ห้องและมีราคาเริ่มต้นที่ 137-233 € ต่อคืนเท่านั้น ฝั่งห้องอาหารตกแต่งในรูปแบบโมเดิร์น โดยใช้วัสดุอย่างเช่นหินชนวนของลุ่มแม่น้ำ Moselle และผ้าคุณภาพดีให้บรรยากาศที่แฝงไปด้วยความหรูหรา ไร้ซึ่งกาลเวลา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายและไม่เป็นทางการมากจนเกินไป ฝั่งห้องครัวบางส่วนกั้นด้วยกระจกใสส่งความไดนามิคเข้ามายังห้องอาหาร หลังจบมื้อเชฟ Thomas Schanz จะออกมาทักทายและส่งลูกค้าทุกคนด้วยตัวเองให้สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากห้องอาหารอื่น ๆ อย่างชัดเจน

🎗 [THE CHEF] Thomas Schanz เกิดที่ Trier เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนีโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Moselle โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคโรมันโบราณรวมไปถึงการเป็นเมืองเกิดของ Karl Marx ผู้ริเริ่มแนวคิดมาร์กซิสต์อีกด้วย สำหรับ Thomas Schanz นั้นเขาเติบโตขึ้นมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นผู้ประกอบการโรงแรมในเมือง Piesport ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขามีโอกาสได้ซึมซับธุรกิจการโรงแรมไปด้วย เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการฝึกงานเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ Hotel Traube Tonbach ซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีรวมถึงเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Schwarzwaldstube (3 MICHELIN Stars) อีกด้วย ระหว่างนี้เขาเริ่มต้นได้รับแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนไปเดินเส้นทางสายอาชีพเชฟที่ห้องอาหาร Altes Kelterhaus by Markus Plein ในเมือง Wintrich ต่อด้วยห้องอาหาร Gästehaus Klaus Erfort (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Saarbrücken หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร Waldhotel Sonnora ในเมือง Dreis ภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Helmut Thalteges ตั้วแต่ปี 2005 จนถึงปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมายัง schanz.restaurant.hotel. ในเดือนสิงหาคม 2011 เพื่อสานต่อกิจการเป็นรุ่นที่ 4 ทั้งยังเริ่มต้นปรับปรุงพัฒนาอาหารอย่างต่อเนื่อง schanz. restaurant. ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2012 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงราว ๆ 3 เดือนหลังเปิดทำการต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล Koch des Jahres 2021 (Chef of the Year 2021) โดย Gault&Millau อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอออกมาโดยใช้เทคนิคการเตรียมแบบฝรั่งเศสโมเดิร์นโดยแต่บะจานยังแฝงถึงอัตลักษณ์ของเชฟ Thomas Schanz เอาไว้ได้อย่างลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิมคอร์สเริ่มต้นคือ 4-course menu (I, II, V, VI.) (217 €) ถัดมาคือ 5-course menu (without carabinero) (243 €) ส่วนเมนูที่เราได้เลือกชิมในวันนี้คือ 6-course menu (complete) (260 €) ซึ่งประกอบไปด้วยรายการอาหารครบครัน สุดท้ายคือเมนูคอร์สใหญ่ที่รวมชีสเข้าไปด้วย 7-course menu (complete plus cheese) (277 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 73-125 € รายการไวน์มีให้เลือกอย่างหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นของลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นเส้นทางไวน์ที่สำคัญของประเทศเยอรมนีในราคาที่คุ้มค่า (เริ่มต้นที่ 55 €) จัดเสิร์ฟมาในแก้ว Zwiesel Handmade คุณภาพดี ส่วนคอร์สอาหารที่เราประทับใจในวันนี้คือ

✨ I.

Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice cream

เริ่มต้นคอร์สแรกคือฟัวกราส์ตับห่านแผ่นบางวางเรียงกันมาเป็น Rosace สวยงาม ด้านบนท็อปด้วยชีสนมแพะที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวตัดกันกับความมันและครีมมี่ของฟัวกราส์ นอกจากนี้ยังมีความกรอบที่ได้จาก Caramelized Beachnuts โดยแต่ละองค์ประกอบมีตัวเชื่อมคือไอศกรีมพริกไทยตรงกลาง เชฟเสิร์ฟมาให้รับประทานเป็นชิ้น ๆ หรือจะรับประทานกับขนมปัง Homemade Brioche ก็ได้เช่นกัน (20/20)

✨ Il.

Poached red mullet with "kaviari kristal" caviar, Banana and Cardamom-Riesling decoction

ปลา Red Mullet ที่ผ่านการ Poached จนสุกสังเกตได้จากเนื้อสัมผัสที่สู้ฟันพอเหมาะพอดี ด้านบนท็อปด้วย Kaviari Kristal Caviar จากกรุง Paris ประเทศฝรั่งเศสเติมแต่งรสเค็มและให้กลิ่นอายของทะเล ไฮไลท์คือตัวครีมที่เตรียมมาจากกล้วยบ่งบอกถึงการจัยคู่รสชาติที่มีความแปลกใหม่และพบเจอได้ยาก เราประทับใจที่กลิ่นของกล้วยกลับผสมสามารถผสานเข้ากันกับ Caviar ได้อย่างน่าทึ่ง ซอสใส ๆ รอบ ๆ เตรียมมาจาก Cardamom หรือกระวานผสมกันกับไวน์ Reisling เคี่ยวจนเข้มข้นให้รสชาติออกเปรี้ยว จากนั้นพนักงานจึงหยดน้ำมันกระวานลงไปเป็นอันพร้อมชิม (19/20)

✨ VI.

Rondell of Anna-Maria raspberry with arugula sorbet and soup

ของหวานเป็นจานที่เชฟเลือกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่แตกต่าง ด้านในประกอบไปด้วย Ragout ของ Anna-Maria Raspberry ให้ความเปรี้ยวนำผสมผสานกันกับซอร์เบท์ผักร็อคเก็ตที่เรียกความสดชื่นโดยไม่มีกลิ่นของผักปนมาด้วยมากนัก เชฟบาลานซ์ด้วยองค์ประกอบของแตงกวาบรูนัวส์เป็นชิ้นเต๋าเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มความกรอบให้มิติ นอกจากนี้ยังมีความฉุนของวาซาบิและความขมของวอดก้า สุดท้ายคือซุปสีเขียวรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากผักร็อคเก็ตอีกเช่นกัน ถือเป็นขนมหวานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่มาก ๆ (20/20)

🎗 [WHY GO] schanz. restaurant. เป็นห้องอาหารที่คู่ควรกับรางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามชฟ Thomas Schanz ได้ใส่ลายเซ็นต์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปค่อนข้างมากจนทำให้บางจานอาจต้องใช้ความคิดเพื่อตีความรสชาติอยู่บ้างอย่างเช่นการจับคู่ปลา Red Mullet กับกลิ่นของกล้วยหรือการเสิร์ฟของหวานเป็นผัก Rocket กับแอปเปิ้ลเขียวและเบอร์รี่เป็นต้น ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า ตัวเชฟและพนักงานทุกคนให้บริการได้อบอุ่นไร้ที่ติ รายการไวน์โดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นจัดเรียงออกมาได้อย่างน่าสนใจ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเมือง Cochem, Burg Eltz และ Trier พร้อมกับแวะมาชิม schanz. restaurant. ในช่วงค่ำน่าจะเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวในลุ่มแม่น้ำ Moselle ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 33 รูป

🇩🇪 schanz. restaurant. - ชั้นซ์. เรสโตรองต์.🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน🍴 Modern French, Creative - อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น, อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Thomas Schanz - เชฟโธมัส ชั้นซ์
รูปที่ 1
🇩🇪 schanz. restaurant. - ชั้นซ์. เรสโตรองต์.🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน🍴 Modern French, Creative - อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น, อาหารเชิงสร้างสรรค์👨🏻‍🍳 Chef Thomas Schanz - เชฟโธมัส ชั้นซ์
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อย 3 อย่าง ฝั่งขวามือสุดคือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากกุ้งจิ๋วโดยมีกลิ่นหอมที่ได้จาก Lardo หรือไขมันสัตว์และเมลอน ถัดมาตรงกลางคือ Blanket หรือหมอนกรอบ ๆ จับคู่กับรสชาติของปลาไหลรมควัน ด้านบนคือองค์ประกอบของไข่แดงและไข่ปลาเพิ่มความมันและอุมามิ ชิ้นสุดท้ายคือ Cannelloni ที่ห่อด้วยเนื้อปลาทูน่าและปิดหัวท้ายด้วยไข่ปลาเทร้าต์ (18/20)
รูปที่ 2
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยของว่างเรียกน้ำย่อย 3 อย่าง ฝั่งขวามือสุดคือแผ่นกรอบที่เตรียมมาจากกุ้งจิ๋วโดยมีกลิ่นหอมที่ได้จาก Lardo หรือไขมันสัตว์และเมลอน ถัดมาตรงกลางคือ Blanket หรือหมอนกรอบ ๆ จับคู่กับรสชาติของปลาไหลรมควัน ด้านบนคือองค์ประกอบของไข่แดงและไข่ปลาเพิ่มความมันและอุมามิ ชิ้นสุดท้ายคือ Cannelloni ที่ห่อด้วยเนื้อปลาทูน่าและปิดหัวท้ายด้วยไข่ปลาเทร้าต์ (18/20)
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.สำหรับขนมปังก็มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Schwarzbrot, Olive Oil Bread, Dark Bread, Chestnut Baguette เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Cold-pressed Grape Oil, Tomato & Soy Butter และ Fleur de Sel
รูปที่ 3
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.สำหรับขนมปังก็มีให้เลือกหลากหลายทั้ง Schwarzbrot, Olive Oil Bread, Dark Bread, Chestnut Baguette เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Cold-pressed Grape Oil, Tomato & Soy Butter และ Fleur de Sel
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.สุดยอดเมนู Signature Dish ที่มีมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เปิดร้านคือ Truffled Egg ด้านล่างเป็นองค์ประกอบของไข่ที่เตรียมมาให้มีเนื้อสัมผัสเบาละมุนและหอมกลิ่นทรัฟเฟิล ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลโฟมและแผ่นทรัฟเฟิลยิ่งเสริมความหอมให้โดดเด่นเป็นที่สุด (19/20)
รูปที่ 4
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.สุดยอดเมนู Signature Dish ที่มีมาตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เปิดร้านคือ Truffled Egg ด้านล่างเป็นองค์ประกอบของไข่ที่เตรียมมาให้มีเนื้อสัมผัสเบาละมุนและหอมกลิ่นทรัฟเฟิล ด้านบนท็อปด้วยทรัฟเฟิลโฟมและแผ่นทรัฟเฟิลยิ่งเสริมความหอมให้โดดเด่นเป็นที่สุด (19/20)
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.ของว่างอย่างสุดท้ายคือ Veal Tartare หรือทาทาร์เนื้อลูกวัวที่ห่อล้อมด้วยองค์ประกอบของมะกอก ด้านบนท็อปด้วยเลมอนซอร์เบท์ช่วยเติมแต่งรสชาติให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น รอบ ๆ คือซุป Gazpacho ที่เตรียมออกมาให้มีความเบาแต่ยังคงความเปรี้ยวอย่างมีมิติเข้ากันได้กับทาทาร์ได้เป็นอย่างดี (18/20)
รูปที่ 5
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.ของว่างอย่างสุดท้ายคือ Veal Tartare หรือทาทาร์เนื้อลูกวัวที่ห่อล้อมด้วยองค์ประกอบของมะกอก ด้านบนท็อปด้วยเลมอนซอร์เบท์ช่วยเติมแต่งรสชาติให้โดดเด่นมากยิ่งขึ้น รอบ ๆ คือซุป Gazpacho ที่เตรียมออกมาให้มีความเบาแต่ยังคงความเปรี้ยวอย่างมีมิติเข้ากันได้กับทาทาร์ได้เป็นอย่างดี (18/20)
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.ภาพแสดงองค์ประกอบด้านใน (18/20)
รูปที่ 6
Daily OfferOur chef Thomas Schanz has created a versatile menu using the best ingredients.ภาพแสดงองค์ประกอบด้านใน (18/20)
I.Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice creamเริ่มต้นคอร์สแรกคือฟัวกราส์ตับห่านแผ่นบางวางเรียงกันมาเป็น Rosace สวยงาม (20/20)
รูปที่ 7
I.Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice creamเริ่มต้นคอร์สแรกคือฟัวกราส์ตับห่านแผ่นบางวางเรียงกันมาเป็น Rosace สวยงาม (20/20)
I.Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice creamด้านบนท็อปด้วยชีสนมแพะที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวตัดกันกับความมันและครีมมี่ของฟัวกราส์ นอกจากนี้ยังมีความกรอบที่ได้จาก Caramelized Beachnuts โดยแต่ละองค์ประกอบมีตัวเชื่อมคือไอศกรีมพริกไทยตรงกลาง (20/20)
รูปที่ 8
I.Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice creamด้านบนท็อปด้วยชีสนมแพะที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวตัดกันกับความมันและครีมมี่ของฟัวกราส์ นอกจากนี้ยังมีความกรอบที่ได้จาก Caramelized Beachnuts โดยแต่ละองค์ประกอบมีตัวเชื่อมคือไอศกรีมพริกไทยตรงกลาง (20/20)
I.Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice creamเชฟเสิร์ฟมาให้รับประทานเป็นชิ้น ๆ หรือจะรับประทานกับขนมปัง Homemade Brioche ก็ได้เช่นกัน (20/20)
รูปที่ 9
I.Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice creamเชฟเสิร์ฟมาให้รับประทานเป็นชิ้น ๆ หรือจะรับประทานกับขนมปัง Homemade Brioche ก็ได้เช่นกัน (20/20)
Il.Poached red mullet with "kaviari kristal" caviar, Banana and Cardamom-Riesling decoctionปลา Red Mullet ที่ผ่านการ Poached จนสุกสังเกตได้จากเนื้อสัมผัสที่สู้ฟันพอเหมาะพอดี ด้านบนท็อปด้วย Kaviari Kristal Caviar จากกรุง Paris ประเทศฝรั่งเศสเติมแต่งรสเค็มและให้กลิ่นอายของทะเล ไฮไลท์คือตัวครีมที่เตรียมมาจากกล้วยบ่งบอกถึงการจัยคู่รสชาติที่มีความแปลกใหม่และพบเจอได้ยาก เราประทับใจที่กลิ่นของกล้วยกลับผสมสามารถผสานเข้ากันกับ Caviar ได้อย่างน่าทึ่ง ซอสใส ๆ รอบ ๆ เตรียมมาจาก Cardamom หรือกระวานผสมกันกับไวน์ Reisling เคี่ยวจนเข้มข้น ให้รสชาติออกเปรี้ยว จากนั้นพนักงานจึงหยดน้ำมันกระวานลงไปเป็นอันพร้อมชิม (19/20)
รูปที่ 10
Il.Poached red mullet with "kaviari kristal" caviar, Banana and Cardamom-Riesling decoctionปลา Red Mullet ที่ผ่านการ Poached จนสุกสังเกตได้จากเนื้อสัมผัสที่สู้ฟันพอเหมาะพอดี ด้านบนท็อปด้วย Kaviari Kristal Caviar จากกรุง Paris ประเทศฝรั่งเศสเติมแต่งรสเค็มและให้กลิ่นอายของทะเล ไฮไลท์คือตัวครีมที่เตรียมมาจากกล้วยบ่งบอกถึงการจัยคู่รสชาติที่มีความแปลกใหม่และพบเจอได้ยาก เราประทับใจที่กลิ่นของกล้วยกลับผสมสามารถผสานเข้ากันกับ Caviar ได้อย่างน่าทึ่ง ซอสใส ๆ รอบ ๆ เตรียมมาจาก Cardamom หรือกระวานผสมกันกับไวน์ Reisling เคี่ยวจนเข้มข้น ให้รสชาติออกเปรี้ยว จากนั้นพนักงานจึงหยดน้ำมันกระวานลงไปเป็นอันพร้อมชิม (19/20)
III.Atlantic Merluza "Caribbean-inspired" with sea spinach, mint, dried papaya and roasted riceปลา Atlantic Merluza มีจุดเด่นที่เนื่อสัมผัสซึ่งค่อนข้างแน่นแต่ไมากระด้าง เชฟอาศัยแรงยันดาลใจจากแถบแคริบเบียนโดยการท็อปด้านบนด้วย Roasted Rice หรือข้าวคั่ว นอกจากนี้ยังมัมิ้นต์ มะละกอแห้ง และผักโขมทะเลให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านล่างรองด้วยสาหร่ายทะเล เชฟเสิร์ฟมากับ Exotic Sauce มีบักษณะเป็นซอสเสาวรสรสเปรี้ยวและน้ำมันเลมอน เมื่อรับประทานครบทุกองค์ประกอบแล้วชวนนึกถึงเมนูลาบอย่างไทยในรูปแบบที่ไม่เผ็ดอยู่เหมือนกัน (17/20)
รูปที่ 11
III.Atlantic Merluza "Caribbean-inspired" with sea spinach, mint, dried papaya and roasted riceปลา Atlantic Merluza มีจุดเด่นที่เนื่อสัมผัสซึ่งค่อนข้างแน่นแต่ไมากระด้าง เชฟอาศัยแรงยันดาลใจจากแถบแคริบเบียนโดยการท็อปด้านบนด้วย Roasted Rice หรือข้าวคั่ว นอกจากนี้ยังมัมิ้นต์ มะละกอแห้ง และผักโขมทะเลให้เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน ด้านล่างรองด้วยสาหร่ายทะเล เชฟเสิร์ฟมากับ Exotic Sauce มีบักษณะเป็นซอสเสาวรสรสเปรี้ยวและน้ำมันเลมอน เมื่อรับประทานครบทุกองค์ประกอบแล้วชวนนึกถึงเมนูลาบอย่างไทยในรูปแบบที่ไม่เผ็ดอยู่เหมือนกัน (17/20)
IV.Grilled Atlantic Carabinero with melted ox marrow, Parsley and "bergamot sauce"กุ้งแดง Carabinero จากมหาสมุทร Atlantic ย่างจนสุกกำลังดีทั้งยังหั่นมาเป็นชิ้น ๆ พร้อมรับประทานอีกด้วย (18/20)
รูปที่ 12
IV.Grilled Atlantic Carabinero with melted ox marrow, Parsley and "bergamot sauce"กุ้งแดง Carabinero จากมหาสมุทร Atlantic ย่างจนสุกกำลังดีทั้งยังหั่นมาเป็นชิ้น ๆ พร้อมรับประทานอีกด้วย (18/20)
IV.Grilled Atlantic Carabinero with melted ox marrow, Parsley and "bergamot sauce"ด้านบนท็อปด้วยไขกระดูกวัวที่ผ่านความร้อนจนละลายเป็นวุ้นนุ่ม ๆ เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับซอสที่เตรียมมาจากเบอร์กามอทและพาสลีย์ให้อโรมาเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร (18/20)
รูปที่ 13
IV.Grilled Atlantic Carabinero with melted ox marrow, Parsley and "bergamot sauce"ด้านบนท็อปด้วยไขกระดูกวัวที่ผ่านความร้อนจนละลายเป็นวุ้นนุ่ม ๆ เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับซอสที่เตรียมมาจากเบอร์กามอทและพาสลีย์ให้อโรมาเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร (18/20)
หากคนที่มาโต๊ะเดียวกันสั่งอาหารจำนวนคอร์สไม่เท่ากันพนักงานจะมีคอร์สจิ๋วรสชาติออกเปรี้ยวกระตุ้นน้ำย่อยมาเสิร์ฟให้เพื่อไม่ให้อิ่มท้องไปก่อนอีกด้วย
รูปที่ 14
หากคนที่มาโต๊ะเดียวกันสั่งอาหารจำนวนคอร์สไม่เท่ากันพนักงานจะมีคอร์สจิ๋วรสชาติออกเปรี้ยวกระตุ้นน้ำย่อยมาเสิร์ฟให้เพื่อไม่ให้อิ่มท้องไปก่อนอีกด้วย
V.Eifler saddle of deer, -ragout and offal croustillant on pickled pumpkin with Vineyard field salad and rooibosjusSaddle หรือเนื้อส่วนหลังของกวางเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบมีเดียมแรร์ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ไร้ซึ่งกลิ่นสาบ เชฟจับคู่มากับฟักทองดองให้รสเปรี้ยวนำแทรกด้วยรสหวาน นอกจากนี้ยังมีครีมฟักทองท็อปด้านบนด้วยสลัดที่ใช้ผักที่เติบโตขึ้นมาในแถบไร่ไวน์ ไฮไลท์ของจานคือ Praline และ Croustillant ที่มีไส้เตรียมมาจากเครื่องในกวางและ Ragout ให้รสชาติที่เข้มข้นไร้ซึ่งกลิ่นคาวอีกเช่นกัน เชฟราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากรอยบอสและวานิลลาลงไปเพื่อเชื่อมรสชาติของทุกองค์ประกอบให้เข้ากัน (18/20)
รูปที่ 15
V.Eifler saddle of deer, -ragout and offal croustillant on pickled pumpkin with Vineyard field salad and rooibosjusSaddle หรือเนื้อส่วนหลังของกวางเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบมีเดียมแรร์ให้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุน ไร้ซึ่งกลิ่นสาบ เชฟจับคู่มากับฟักทองดองให้รสเปรี้ยวนำแทรกด้วยรสหวาน นอกจากนี้ยังมีครีมฟักทองท็อปด้านบนด้วยสลัดที่ใช้ผักที่เติบโตขึ้นมาในแถบไร่ไวน์ ไฮไลท์ของจานคือ Praline และ Croustillant ที่มีไส้เตรียมมาจากเครื่องในกวางและ Ragout ให้รสชาติที่เข้มข้นไร้ซึ่งกลิ่นคาวอีกเช่นกัน เชฟราดด้วยซอสที่เตรียมมาจากรอยบอสและวานิลลาลงไปเพื่อเชื่อมรสชาติของทุกองค์ประกอบให้เข้ากัน (18/20)
VI.Rondell of Anna-Maria raspberry with arugula sorbet and soupของหวานเป็นจานที่เชฟเลือกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่แตกต่าง ด้านในประกอบไปด้วย Ragout ของ Anna-Maria Raspberry ให้ความเปรี้ยวนำผสมผสานกันกับซอร์เบท์ผักร็อคเก็ตที่เรียกความสดชื่นโดยไม่มีกลิ่นของผักปนมาด้วยมากนัก (20/20)
รูปที่ 16
VI.Rondell of Anna-Maria raspberry with arugula sorbet and soupของหวานเป็นจานที่เชฟเลือกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่แตกต่าง ด้านในประกอบไปด้วย Ragout ของ Anna-Maria Raspberry ให้ความเปรี้ยวนำผสมผสานกันกับซอร์เบท์ผักร็อคเก็ตที่เรียกความสดชื่นโดยไม่มีกลิ่นของผักปนมาด้วยมากนัก (20/20)
VI.Rondell of Anna-Maria raspberry with arugula sorbet and soupเชฟบาลานซ์ด้วยองค์ประกอบของแตงกวาบรูนัวส์เป็นชิ้นเต๋าเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มความกรอบให้มิติ นอกจากนี้ยังมีความฉุนของวาซาบิและความขมของวอดก้า สุดท้ายคือซุปสีเขียวรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากผักร็อคเก็ตอีกเช่นกัน ถือเป็นขนมหวานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่มาก ๆ (20/20)
รูปที่ 17
VI.Rondell of Anna-Maria raspberry with arugula sorbet and soupเชฟบาลานซ์ด้วยองค์ประกอบของแตงกวาบรูนัวส์เป็นชิ้นเต๋าเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มความกรอบให้มิติ นอกจากนี้ยังมีความฉุนของวาซาบิและความขมของวอดก้า สุดท้ายคือซุปสีเขียวรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากผักร็อคเก็ตอีกเช่นกัน ถือเป็นขนมหวานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่มาก ๆ (20/20)
Petits foursปิดท้ายด้วย Blackcurrant with Cassis and Elderflower สำหรับผู้ที่มองหาขนมหวานแบบปกติมีทั้งกลิ่นหอมของ Elderflower และความเปรี้ยวของ Blackcurrant เข้าใจได้ไม่ยากนัก
รูปที่ 18
Petits foursปิดท้ายด้วย Blackcurrant with Cassis and Elderflower สำหรับผู้ที่มองหาขนมหวานแบบปกติมีทั้งกลิ่นหอมของ Elderflower และความเปรี้ยวของ Blackcurrant เข้าใจได้ไม่ยากนัก
Petits foursขนมชิ้นจิ๋วเริ่มต้นจาก 12 นาฬิกาแล้ววนไปตามเข็มคือ Apricot Parfait with Pineapple Gel, Pressed Macchiato Cup Praline, Rum Cheesecake, Peanut-Caramel Fudge และ Cornetto with Eggnog Cream and Chocolate ด้านบนคือ Montélimar Nougat ส่วนในช้อนคือ Chai Latte with Grand Marnier Cream; Orange and White Chocolate
รูปที่ 19
Petits foursขนมชิ้นจิ๋วเริ่มต้นจาก 12 นาฬิกาแล้ววนไปตามเข็มคือ Apricot Parfait with Pineapple Gel, Pressed Macchiato Cup Praline, Rum Cheesecake, Peanut-Caramel Fudge และ Cornetto with Eggnog Cream and Chocolate ด้านบนคือ Montélimar Nougat ส่วนในช้อนคือ Chai Latte with Grand Marnier Cream; Orange and White Chocolate
🍷 รายการเครื่องดื่มในวันนี้
รูปที่ 20
🍷 รายการเครื่องดื่มในวันนี้
💰 ราคา 567 €
รูปที่ 21
💰 ราคา 567 €
🎗 [INTRO] วันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวเราได้ขับรถข้ามภูเขาลูกเล็ก ๆ ผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวหักศอกมายัง Piesport เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี ถึงแม้พื้นที่โดยรอบจะแลดูค่อนข้างเงียบแต่สำหรับ schanz. restaurant. นั้นกลับเต็มไปด้วยเหล่านักชิมที่เดินทางมาเพื่อลิ้มลองอาหารของสุดยอดเชฟอย่าง Thomas Schanz สร้างความแปลกใจให้กับเราเป็นอย่างมาก
รูปที่ 22
🎗 [INTRO] วันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวเราได้ขับรถข้ามภูเขาลูกเล็ก ๆ ผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวหักศอกมายัง Piesport เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี ถึงแม้พื้นที่โดยรอบจะแลดูค่อนข้างเงียบแต่สำหรับ schanz. restaurant. นั้นกลับเต็มไปด้วยเหล่านักชิมที่เดินทางมาเพื่อลิ้มลองอาหารของสุดยอดเชฟอย่าง Thomas Schanz สร้างความแปลกใจให้กับเราเป็นอย่างมาก
🎗 [THE CHEF] Thomas Schanz เกิดที่ Trier เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนีโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Moselle โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคโรมันโบราณรวมไปถึงการเป็นเมืองเกิดของ Karl Marx ผู้ริเริ่มแนวคิดมาร์กซิสต์อีกด้วย สำหรับ Thomas Schanz นั้นเขาเติบโตขึ้นมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นผู้ประกอบการโรงแรมในเมือง Piesport ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขามีโอกาสได้ซึมซับธุรกิจการโรงแรมไปด้วย เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการฝึกงานเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ Hotel Traube Tonbach ซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีรวมถึงเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Schwarzwaldstube (3 MICHELIN Stars) อีกด้วย ระหว่างนี้เขาเริ่มต้นได้รับแรงบันดาบใจในการเปลี่ยนไปเดินเส้นทางสายอาชีพเชฟที่ห้องอาหาร Altes Kelterhaus by Markus Plein ในเมือง Wintrich ต่อด้วยห้องอาหาร Gästehaus Klaus Erfort (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Saarbrücken หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร Waldhotel Sonnora ในเมือง Dreis ภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Helmut Thalteges ตั้วแต่ปี 2005 จนถึงปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมายัง schanz.restaurant.hotel. ในเดือนสิงหาคม 2011 เพื่อสานต่อกิจการเป็นรุ่นที่ 4 ทั้งยังเริ่มต้นปรับปรุงพัฒนาอาหารอย่างต่อเนื่อง schanz. restaurant. ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2012 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงราว ๆ 3 เดือนหลังเปิดทำการต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล Koch des Jahres 2021 (Chef of the Year 2021) โดย Gault&Millau อีกด้วย
รูปที่ 23
🎗 [THE CHEF] Thomas Schanz เกิดที่ Trier เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนีโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Moselle โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคโรมันโบราณรวมไปถึงการเป็นเมืองเกิดของ Karl Marx ผู้ริเริ่มแนวคิดมาร์กซิสต์อีกด้วย สำหรับ Thomas Schanz นั้นเขาเติบโตขึ้นมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นผู้ประกอบการโรงแรมในเมือง Piesport ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขามีโอกาสได้ซึมซับธุรกิจการโรงแรมไปด้วย เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการฝึกงานเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ Hotel Traube Tonbach ซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีรวมถึงเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Schwarzwaldstube (3 MICHELIN Stars) อีกด้วย ระหว่างนี้เขาเริ่มต้นได้รับแรงบันดาบใจในการเปลี่ยนไปเดินเส้นทางสายอาชีพเชฟที่ห้องอาหาร Altes Kelterhaus by Markus Plein ในเมือง Wintrich ต่อด้วยห้องอาหาร Gästehaus Klaus Erfort (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Saarbrücken หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร Waldhotel Sonnora ในเมือง Dreis ภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Helmut Thalteges ตั้วแต่ปี 2005 จนถึงปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมายัง schanz.restaurant.hotel. ในเดือนสิงหาคม 2011 เพื่อสานต่อกิจการเป็นรุ่นที่ 4 ทั้งยังเริ่มต้นปรับปรุงพัฒนาอาหารอย่างต่อเนื่อง schanz. restaurant. ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2012 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงราว ๆ 3 เดือนหลังเปิดทำการต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล Koch des Jahres 2021 (Chef of the Year 2021) โดย Gault&Millau อีกด้วย
🎗 [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอออกมาโดยใช้เทคนิคการเตรียมแบบฝรั่งเศสโมเดิร์นโดยแต่บะจานยังแฝงถึงอัตลักษณ์ของเชฟ Thomas Schanz เอาไว้ได้อย่างลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิมคอร์สเริ่มต้นคือ 4-course menu (I, II, V, VI.) (217 €) ถัดมาคือ 5-course menu (without carabinero) (243 €) ส่วนเมนูที่เราได้เลือกชิมในวันนี้คือ 6-course menu (complete) (260 €) ซึ่งประกอบไปด้วยรายการอาหารครบครัน สุดท้ายคือเมนูคอร์สใหญ่ที่รวมชีสเข้าไปด้วย 7-course menu (complete plus cheese) (277 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 73-125 €
รูปที่ 24
🎗 [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอออกมาโดยใช้เทคนิคการเตรียมแบบฝรั่งเศสโมเดิร์นโดยแต่บะจานยังแฝงถึงอัตลักษณ์ของเชฟ Thomas Schanz เอาไว้ได้อย่างลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิมคอร์สเริ่มต้นคือ 4-course menu (I, II, V, VI.) (217 €) ถัดมาคือ 5-course menu (without carabinero) (243 €) ส่วนเมนูที่เราได้เลือกชิมในวันนี้คือ 6-course menu (complete) (260 €) ซึ่งประกอบไปด้วยรายการอาหารครบครัน สุดท้ายคือเมนูคอร์สใหญ่ที่รวมชีสเข้าไปด้วย 7-course menu (complete plus cheese) (277 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 73-125 €
รายการไวน์มีให้เลือกอย่างหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นของลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นเส้นทางไวน์ที่สำคัญของประเทศเยอรมนีในราคาที่คุ้มค่า (เริ่มต้นที่ 55 €) จัดเสิร์ฟมาในแก้ว Zwiesel Handmade คุณภาพดี
รูปที่ 25
รายการไวน์มีให้เลือกอย่างหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นของลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นเส้นทางไวน์ที่สำคัญของประเทศเยอรมนีในราคาที่คุ้มค่า (เริ่มต้นที่ 55 €) จัดเสิร์ฟมาในแก้ว Zwiesel Handmade คุณภาพดี
🎗 [THE PLACE] schanz. restaurant. hotel. เป็นโรงแรม-ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในเมือง Piesport ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำ Moselle ของประเทศเยอรมนี ครอบครัว Schanz ได้เข้าซื้อพื้นที่และตัวอาคารต่อจากนักผลิตไวน์ท้องถิ่นในปี 1978 ก่อนจะปรับปรุงให้กลายมาเป็นโรงแรมและห้องอาหารในเวลาต่อมา
รูปที่ 26
🎗 [THE PLACE] schanz. restaurant. hotel. เป็นโรงแรม-ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในเมือง Piesport ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำ Moselle ของประเทศเยอรมนี ครอบครัว Schanz ได้เข้าซื้อพื้นที่และตัวอาคารต่อจากนักผลิตไวน์ท้องถิ่นในปี 1978 ก่อนจะปรับปรุงให้กลายมาเป็นโรงแรมและห้องอาหารในเวลาต่อมา
ฝั่งห้องอาหารตกแต่งในรูปแบบโมเดิร์น โดยใช้วัสดุอย่างเช่นหินชนวนของลุ่มแม่น้ำ Moselle และผ้าคุณภาพดีให้บรรยากาศที่แฝงไปด้วยความหรูหรา ไร้ซึ่งกาลเวลา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายและไม่เป็นทางการมากจนเกินไป
รูปที่ 27
ฝั่งห้องอาหารตกแต่งในรูปแบบโมเดิร์น โดยใช้วัสดุอย่างเช่นหินชนวนของลุ่มแม่น้ำ Moselle และผ้าคุณภาพดีให้บรรยากาศที่แฝงไปด้วยความหรูหรา ไร้ซึ่งกาลเวลา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายและไม่เป็นทางการมากจนเกินไป
ฝั่งห้องครัวบางส่วนกั้นด้วยกระจกใสส่งความไดนามิคเข้ามายังห้องอาหาร
รูปที่ 28
ฝั่งห้องครัวบางส่วนกั้นด้วยกระจกใสส่งความไดนามิคเข้ามายังห้องอาหาร
หลังจบมื้อเชฟ Thomas Schanz จะออกมาทักทายและส่งลูกค้าทุกคนด้วยตัวเองให้สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากห้องอาหารอื่น ๆ อย่างชัดเจน
รูปที่ 29
หลังจบมื้อเชฟ Thomas Schanz จะออกมาทักทายและส่งลูกค้าทุกคนด้วยตัวเองให้สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากห้องอาหารอื่น ๆ อย่างชัดเจน
ฝั่งโรงแรมประกอบไปด้วยห้องพักที่ออกแบบโดย tibo ^ architektur จำนวน 12 ห้องและมีราคาเริ่มต้นที่ 137-233 € ต่อคืนเท่านั้น
รูปที่ 30
ฝั่งโรงแรมประกอบไปด้วยห้องพักที่ออกแบบโดย tibo ^ architektur จำนวน 12 ห้องและมีราคาเริ่มต้นที่ 137-233 € ต่อคืนเท่านั้น
🎗 [WHY GO] schanz. restaurant. เป็นห้องอาหารที่คู่ควรกับรางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามชฟ Thomas Schanz ได้ใส่ลายเซ็นต์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปค่อนข้างมากจนทำให้บางจานอาจต้องใช้ความคิดเพื่อตีความรสชาติอยู่บ้างอย่างเช่นการจับคู่ปลา Red Mullet กับกลิ่นของกล้วยหรือการเสิร์ฟของหวานเป็นผัก Rocket กับแอปเปิ้ลเขียวและเบอร์รี่เป็นต้น ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า
รูปที่ 31
🎗 [WHY GO] schanz. restaurant. เป็นห้องอาหารที่คู่ควรกับรางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามชฟ Thomas Schanz ได้ใส่ลายเซ็นต์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปค่อนข้างมากจนทำให้บางจานอาจต้องใช้ความคิดเพื่อตีความรสชาติอยู่บ้างอย่างเช่นการจับคู่ปลา Red Mullet กับกลิ่นของกล้วยหรือการเสิร์ฟของหวานเป็นผัก Rocket กับแอปเปิ้ลเขียวและเบอร์รี่เป็นต้น ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า
ตัวเชฟและพนักงานทุกคนให้บริการได้อบอุ่นไร้ที่ติ รายการไวน์โดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นจัดเรียงออกมาได้อย่างน่าสนใจ
รูปที่ 32
ตัวเชฟและพนักงานทุกคนให้บริการได้อบอุ่นไร้ที่ติ รายการไวน์โดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นจัดเรียงออกมาได้อย่างน่าสนใจ
สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเมือง Cochem, Burg Eltz และ Trier พร้อมกับแวะมาชิม schanz. restaurant. ในช่วงค่ำน่าจะเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวในลุ่มแม่น้ำ Moselle ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
รูปที่ 33
สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเมือง Cochem, Burg Eltz และ Trier พร้อมกับแวะมาชิม schanz. restaurant. ในช่วงค่ำน่าจะเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวในลุ่มแม่น้ำ Moselle ได้อย่างสมบูรณ์แบบ