
schanz. restaurant. · ชั้นซ์. เรสโตรองต์.
Modern French, Creative · อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น, อาหารเชิงสร้างสรรค์ — Bahnhofstraße 8a, Piesport, 54498, Germany
🎗 [INTRO] วันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวเราได้ขับรถข้ามภูเขาลูกเล็ก ๆ ผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวหักศอกมายัง Piesport เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี ถึงแม้พื้นที่โดยรอบจะแลดูค่อนข้างเงียบแต่สำหรับ schanz. restaurant. นั้นกลับเต็มไปด้วยเหล่านักชิมที่เดินทางมาเพื่อลิ้มลองอาหารของสุดยอดเชฟอย่าง Thomas Schanz สร้างความแปลกใจให้กับเราเป็นอย่างมาก
🎗 [THE PLACE] schanz. restaurant. hotel. เป็นโรงแรม-ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในเมือง Piesport ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำ Moselle ของประเทศเยอรมนี ครอบครัว Schanz ได้เข้าซื้อพื้นที่และตัวอาคารต่อจากนักผลิตไวน์ท้องถิ่นในปี 1978 ก่อนจะปรับปรุงให้กลายมาเป็นโรงแรมและห้องอาหารในเวลาต่อมา ฝั่งโรงแรมประกอบไปด้วยห้องพักที่ออกแบบโดย tibo ^ architektur จำนวน 12 ห้องและมีราคาเริ่มต้นที่ 137-233 € ต่อคืนเท่านั้น ฝั่งห้องอาหารตกแต่งในรูปแบบโมเดิร์น โดยใช้วัสดุอย่างเช่นหินชนวนของลุ่มแม่น้ำ Moselle และผ้าคุณภาพดีให้บรรยากาศที่แฝงไปด้วยความหรูหรา ไร้ซึ่งกาลเวลา แต่ยังคงไว้ซึ่งความเข้าถึงง่ายและไม่เป็นทางการมากจนเกินไป ฝั่งห้องครัวบางส่วนกั้นด้วยกระจกใสส่งความไดนามิคเข้ามายังห้องอาหาร หลังจบมื้อเชฟ Thomas Schanz จะออกมาทักทายและส่งลูกค้าทุกคนด้วยตัวเองให้สร้างประสบการณ์ที่แตกต่างไปจากห้องอาหารอื่น ๆ อย่างชัดเจน
🎗 [THE CHEF] Thomas Schanz เกิดที่ Trier เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนีโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Moselle โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคโรมันโบราณรวมไปถึงการเป็นเมืองเกิดของ Karl Marx ผู้ริเริ่มแนวคิดมาร์กซิสต์อีกด้วย สำหรับ Thomas Schanz นั้นเขาเติบโตขึ้นมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นผู้ประกอบการโรงแรมในเมือง Piesport ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขามีโอกาสได้ซึมซับธุรกิจการโรงแรมไปด้วย เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการฝึกงานเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ Hotel Traube Tonbach ซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีรวมถึงเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Schwarzwaldstube (3 MICHELIN Stars) อีกด้วย ระหว่างนี้เขาเริ่มต้นได้รับแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนไปเดินเส้นทางสายอาชีพเชฟที่ห้องอาหาร Altes Kelterhaus by Markus Plein ในเมือง Wintrich ต่อด้วยห้องอาหาร Gästehaus Klaus Erfort (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Saarbrücken หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร Waldhotel Sonnora ในเมือง Dreis ภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Helmut Thalteges ตั้วแต่ปี 2005 จนถึงปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมายัง schanz.restaurant.hotel. ในเดือนสิงหาคม 2011 เพื่อสานต่อกิจการเป็นรุ่นที่ 4 ทั้งยังเริ่มต้นปรับปรุงพัฒนาอาหารอย่างต่อเนื่อง schanz. restaurant. ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2012 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงราว ๆ 3 เดือนหลังเปิดทำการต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล Koch des Jahres 2021 (Chef of the Year 2021) โดย Gault&Millau อีกด้วย
🎗 [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอออกมาโดยใช้เทคนิคการเตรียมแบบฝรั่งเศสโมเดิร์นโดยแต่บะจานยังแฝงถึงอัตลักษณ์ของเชฟ Thomas Schanz เอาไว้ได้อย่างลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิมคอร์สเริ่มต้นคือ 4-course menu (I, II, V, VI.) (217 €) ถัดมาคือ 5-course menu (without carabinero) (243 €) ส่วนเมนูที่เราได้เลือกชิมในวันนี้คือ 6-course menu (complete) (260 €) ซึ่งประกอบไปด้วยรายการอาหารครบครัน สุดท้ายคือเมนูคอร์สใหญ่ที่รวมชีสเข้าไปด้วย 7-course menu (complete plus cheese) (277 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 73-125 € รายการไวน์มีให้เลือกอย่างหลากหลายโดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นของลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นเส้นทางไวน์ที่สำคัญของประเทศเยอรมนีในราคาที่คุ้มค่า (เริ่มต้นที่ 55 €) จัดเสิร์ฟมาในแก้ว Zwiesel Handmade คุณภาพดี ส่วนคอร์สอาหารที่เราประทับใจในวันนี้คือ
✨ I.
Rosace of foie gras with sheep's cheese, caramelized beechnuts and pepper ice cream
เริ่มต้นคอร์สแรกคือฟัวกราส์ตับห่านแผ่นบางวางเรียงกันมาเป็น Rosace สวยงาม ด้านบนท็อปด้วยชีสนมแพะที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวตัดกันกับความมันและครีมมี่ของฟัวกราส์ นอกจากนี้ยังมีความกรอบที่ได้จาก Caramelized Beachnuts โดยแต่ละองค์ประกอบมีตัวเชื่อมคือไอศกรีมพริกไทยตรงกลาง เชฟเสิร์ฟมาให้รับประทานเป็นชิ้น ๆ หรือจะรับประทานกับขนมปัง Homemade Brioche ก็ได้เช่นกัน (20/20)
✨ Il.
Poached red mullet with "kaviari kristal" caviar, Banana and Cardamom-Riesling decoction
ปลา Red Mullet ที่ผ่านการ Poached จนสุกสังเกตได้จากเนื้อสัมผัสที่สู้ฟันพอเหมาะพอดี ด้านบนท็อปด้วย Kaviari Kristal Caviar จากกรุง Paris ประเทศฝรั่งเศสเติมแต่งรสเค็มและให้กลิ่นอายของทะเล ไฮไลท์คือตัวครีมที่เตรียมมาจากกล้วยบ่งบอกถึงการจัยคู่รสชาติที่มีความแปลกใหม่และพบเจอได้ยาก เราประทับใจที่กลิ่นของกล้วยกลับผสมสามารถผสานเข้ากันกับ Caviar ได้อย่างน่าทึ่ง ซอสใส ๆ รอบ ๆ เตรียมมาจาก Cardamom หรือกระวานผสมกันกับไวน์ Reisling เคี่ยวจนเข้มข้นให้รสชาติออกเปรี้ยว จากนั้นพนักงานจึงหยดน้ำมันกระวานลงไปเป็นอันพร้อมชิม (19/20)
✨ VI.
Rondell of Anna-Maria raspberry with arugula sorbet and soup
ของหวานเป็นจานที่เชฟเลือกนำเสนอออกมาในรูปแบบที่แตกต่าง ด้านในประกอบไปด้วย Ragout ของ Anna-Maria Raspberry ให้ความเปรี้ยวนำผสมผสานกันกับซอร์เบท์ผักร็อคเก็ตที่เรียกความสดชื่นโดยไม่มีกลิ่นของผักปนมาด้วยมากนัก เชฟบาลานซ์ด้วยองค์ประกอบของแตงกวาบรูนัวส์เป็นชิ้นเต๋าเล็ก ๆ ช่วยเพิ่มความกรอบให้มิติ นอกจากนี้ยังมีความฉุนของวาซาบิและความขมของวอดก้า สุดท้ายคือซุปสีเขียวรอบ ๆ ที่เตรียมมาจากผักร็อคเก็ตอีกเช่นกัน ถือเป็นขนมหวานที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่มาก ๆ (20/20)
🎗 [WHY GO] schanz. restaurant. เป็นห้องอาหารที่คู่ควรกับรางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามชฟ Thomas Schanz ได้ใส่ลายเซ็นต์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปค่อนข้างมากจนทำให้บางจานอาจต้องใช้ความคิดเพื่อตีความรสชาติอยู่บ้างอย่างเช่นการจับคู่ปลา Red Mullet กับกลิ่นของกล้วยหรือการเสิร์ฟของหวานเป็นผัก Rocket กับแอปเปิ้ลเขียวและเบอร์รี่เป็นต้น ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า ตัวเชฟและพนักงานทุกคนให้บริการได้อบอุ่นไร้ที่ติ รายการไวน์โดยเฉพาะไวน์ท้องถิ่นจัดเรียงออกมาได้อย่างน่าสนใจ สำหรับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวสามารถปักหมุดเมือง Cochem, Burg Eltz และ Trier พร้อมกับแวะมาชิม schanz. restaurant. ในช่วงค่ำน่าจะเติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวในลุ่มแม่น้ำ Moselle ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 33 รูป





















![🎗 [INTRO] วันหนึ่งในเดือนพฤศจิกายนซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูหนาวเราได้ขับรถข้ามภูเขาลูกเล็ก ๆ ผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวหักศอกมายัง Piesport เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำ Moselle ซึ่งเป็นแหล่งผลิตไวน์ที่สำคัญที่สุดของประเทศเยอรมนี ถึงแม้พื้นที่โดยรอบจะแลดูค่อนข้างเงียบแต่สำหรับ schanz. restaurant. นั้นกลับเต็มไปด้วยเหล่านักชิมที่เดินทางมาเพื่อลิ้มลองอาหารของสุดยอดเชฟอย่าง Thomas Schanz สร้างความแปลกใจให้กับเราเป็นอย่างมาก](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/436361145_988233622960191_5724663379494878051_n.webp)
![🎗 [THE CHEF] Thomas Schanz เกิดที่ Trier เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนีโดยมีตำแหน่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ Moselle โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมยุคโรมันโบราณรวมไปถึงการเป็นเมืองเกิดของ Karl Marx ผู้ริเริ่มแนวคิดมาร์กซิสต์อีกด้วย สำหรับ Thomas Schanz นั้นเขาเติบโตขึ้นมาโดยมีครอบครัวประกอบอาชีพเป็นผู้ประกอบการโรงแรมในเมือง Piesport ทำให้ชีวิตในวัยเด็กของเขามีโอกาสได้ซึมซับธุรกิจการโรงแรมไปด้วย เขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการฝึกงานเป็นผู้จัดการโรงแรมที่ Hotel Traube Tonbach ซึ่งเป็นโรงแรมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเยอรมนีรวมถึงเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Schwarzwaldstube (3 MICHELIN Stars) อีกด้วย ระหว่างนี้เขาเริ่มต้นได้รับแรงบันดาบใจในการเปลี่ยนไปเดินเส้นทางสายอาชีพเชฟที่ห้องอาหาร Altes Kelterhaus by Markus Plein ในเมือง Wintrich ต่อด้วยห้องอาหาร Gästehaus Klaus Erfort (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Saarbrücken หลังจากนั้นเขาเดินทางไปร่วมงานกับห้องอาหาร Waldhotel Sonnora ในเมือง Dreis ภายใต้การควบคุมของเชฟระดับตำนาน Helmut Thalteges ตั้วแต่ปี 2005 จนถึงปี 2011 หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเดินทางกลับมายัง schanz.restaurant.hotel. ในเดือนสิงหาคม 2011 เพื่อสานต่อกิจการเป็นรุ่นที่ 4 ทั้งยังเริ่มต้นปรับปรุงพัฒนาอาหารอย่างต่อเนื่อง schanz. restaurant. ได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2012 ซึ่งเป็นระยะเวลาเพียงราว ๆ 3 เดือนหลังเปิดทำการต่อด้วยการเลื่อนระดับสู่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2015 และ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars ในคู่มือปกแดงปี 2022 นอกจากนี้เขายังได้รับรางวัล Koch des Jahres 2021 (Chef of the Year 2021) โดย Gault&Millau อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/444151972_988233349626885_5511560028714021478_n.webp)
![🎗 [THE FOOD] อาหารที่นี่นำเสนอออกมาโดยใช้เทคนิคการเตรียมแบบฝรั่งเศสโมเดิร์นโดยแต่บะจานยังแฝงถึงอัตลักษณ์ของเชฟ Thomas Schanz เอาไว้ได้อย่างลงตัว ลูกค้าสามารถเลือกชิมคอร์สเริ่มต้นคือ 4-course menu (I, II, V, VI.) (217 €) ถัดมาคือ 5-course menu (without carabinero) (243 €) ส่วนเมนูที่เราได้เลือกชิมในวันนี้คือ 6-course menu (complete) (260 €) ซึ่งประกอบไปด้วยรายการอาหารครบครัน สุดท้ายคือเมนูคอร์สใหญ่ที่รวมชีสเข้าไปด้วย 7-course menu (complete plus cheese) (277 €) นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกชิมกันได้ตามใจชอบโดยมีราคาต่อจานอยู่ที่ 73-125 €](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/444124080_988233579626862_5690893216970349010_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] schanz. restaurant. hotel. เป็นโรงแรม-ห้องอาหารที่ตั้งอยู่ในเมือง Piesport ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกไวน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในลุ่มแม่น้ำ Moselle ของประเทศเยอรมนี ครอบครัว Schanz ได้เข้าซื้อพื้นที่และตัวอาคารต่อจากนักผลิตไวน์ท้องถิ่นในปี 1978 ก่อนจะปรับปรุงให้กลายมาเป็นโรงแรมและห้องอาหารในเวลาต่อมา](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/436210706_988233412960212_5834464446748727008_n.webp)




![🎗 [WHY GO] schanz. restaurant. เป็นห้องอาหารที่คู่ควรกับรางวัล 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars อย่างไรก็ตามชฟ Thomas Schanz ได้ใส่ลายเซ็นต์และเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาลงไปค่อนข้างมากจนทำให้บางจานอาจต้องใช้ความคิดเพื่อตีความรสชาติอยู่บ้างอย่างเช่นการจับคู่ปลา Red Mullet กับกลิ่นของกล้วยหรือการเสิร์ฟของหวานเป็นผัก Rocket กับแอปเปิ้ลเขียวและเบอร์รี่เป็นต้น ราคาอาหารถือว่าคุ้มค่า](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/05/436272389_988233006293586_5524413123815679927_n.webp)


