
Samrub Samrub Thai · สำรับสำหรับไทย
Thai · อาหารไทย — 39/11 ซ.ยมราช แขวงสีลม เขตบางรัก, กรุงเทพ, 10500, ประเทศไทย
🎗 [INTRO] เชฟปริญญ์ ผลสุข เป็นหนึ่งในเชฟชาวไทยเพียงไม่กี่คนที่ตัวแอดมินเองมีความชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ด้วยเทคนิคและรสมือที่ใครหาเทียบเคียงได้ยากประกอบกับการปรุงอาหารที่มีเอกลักษณ์โดยการผสมผสานเทคนิคโมเดิร์นเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นหาชิมยากที่เชฟเสาะแสวงหามาได้อย่างน่าประทับใจ กระทั่งในปีล่าสุดที่เชฟปริญญ์สามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จเราจึงไม่พลาดที่จะขอแวะกลับมาชิมอาหารและรสมือที่เราแสนคิดถึงกันอีกครั้งในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา
🎗 [THE PLACE] ร้านสำรับสำหรับไทยย้ายจากพื้นที่เดิมมายังบ้านของคุณมิ้นต์ซึ่งเป็นภรรยาของเชฟปริญญ์นั่นเอง ลูกค้าที่เดินทางมาด้วยรถส่วนตัวสามารถจอดรถที่ตลาดศาลาแดงโดยมีค่าบริการ 100 บาทต่อคัน หลังจากนั้นให้เดินเข้าซอยมาจนกระทั่งพบเจอกับอาคารสีขาวสูง 4 ชั้นพร้อมกับป้ายชื่อและสัญลักษณ์ประจำร้านรูปหมูสีน้ำเงิน ห้องรับประทานอาหารหลักได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สามารถรองรับลูกค้าได้รวมกันราว 40 ที่นั่งต่อวัน เคาน์เตอร์รูปตัว L ขนาดใหญ่ออกแบบมาให้เหล่านักชิมสามารถมองเห็นเชฟปริญญ์และทีมจัดเตรียมอาหารแบบจานต่อจานไปจนถึงขั้นตอนการเสิร์ฟและอธิบายถึงรายละเอียดอาหารแต่ละคอร์สได้อย่างต่อเนื่อง เบื้องหลังเป็นห้องครัวไทยขนาดใหญ่ที่มีอุปกรณ์ทั้งแบบพื้นบ้านและอุปกรณ์สมัยใหม่ครบครัน อีกฝั่งหนึ่งเป็นโต๊ะรับประทานอาหารซึ่งจะมีความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น บนชั้นวางของประกอบไปด้วยโหลสำหรับดองผักผลไม้รวมไปถึงยาดองต่าง ๆ ที่เชฟใช้จัดเสิร์ฟให้กับลูกค้าในร้านนั่นเอง
🎗 [THE CHEF] ปริญญ์ ผลสุข เติบโตขึ้นมาในจังหวัดลำปางโดยมีคุณยายคอยเรียกเขาเข้าไปช่วยเตรียมกับข้าวอยู่เป็นประจำ เมื่อถึงวัยเขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์แต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงอาศัยอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในชีวิตจากหนังสือของเชฟ Anthony Bourdain ในการผันตัวมาศึกษาต่อสายอาชีพเชฟที่โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok นานประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นเชฟปริญญ์ได้เริ่มต้นทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหารศาลาริมน้ำกับเชฟวิชิต มุกุระ นานเกือบ 4 ปี วันหนึ่งเชฟ David Thompson ได้มองหาตัวเชฟชาวไทยไปทำงานที่ห้องอาหาร Nahm (1 MICHELIN Star) ในกรุง London จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเชฟปริญญ์ที่จะเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก เขาอาศัยอยู่ที่นั่นนานถึง 4 ปี หลังจากนั้นเชฟปริญญ์ได้รับความไว้วางใจจากเชฟ David Thompson ให้เดินทางกลับมาควบคุมห้องอาหาร Nahm ที่กรุงเทพจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองสำเร็จ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวเชฟปริญญ์ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ใช้ชื่อว่า Someday Everyday แล้วค่อยเปลี่ยนมาเริ่มต้นโปรเจคสำรับสำหรับไทยในเวลาต่อมา ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงปีล่าสุด นอกจากนี้ตัวเขายังมีส่วนร่วมในการควบคุมการออกแบบเมนูที่ห้องอาหารวิลาศ (Selected by MICHELIN Guide) อีกด้วย
🎗 [THE FOOD] เชฟปริญญ์ได้หยิบยกเมนูอาหารไทยที่สูญหายไปกับกาลเวลาโดยคัดเลือกจากหนังสือตำราอาหารโบราณหลากหลายเล่มอย่างเช่นแม่ครัวหัวป่าก์ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ และอื่น ๆ ทั้งยังออกเดินทางไปค้นหาวัตถุดิบท้องถิ่นหาชิมยากจากทั่วประเทศไทยนำมาประกอบกันเป็นเซ็ตเมนูที่จะเปลี่ยนแบบยกเซ็ตในทุก ๆ 2 เดือนนั่นเอง สำหรับคอนเซ็ปของเซ็ตเมนูประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2024 นี้มีชื่อว่า ”ร้านข้าวต้มลิ้มร่วมไท สาขาสีลม“ ที่ราคา 3,990++ โดยเชฟปริญญ์ได้ใช้สกุลแซ่ลิ้มของคุณภรรยามาใส่เอาไว้ในชื่อเซ็ตเมนูอีกด้วย เชฟปริญญ์ตั้งใจนำเสนอเมนูที่นิยมรับประทานคู่กันกับข้าวต้มอย่างเช่นยำหอยดอง หมูกรอบ ไข่เยี่ยวม้า และผัดผักกะเฉด มาในรูปแบบใหม่โดยใส่อัตลักษณ์และเทคนิคส่วนตัวลงไปจนได้ออกมาเป็นอาหารทุกมีความแตกต่างไม่ซ้ำใคร ใครที่คอดื่มห้ามพลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเหล้าและสาโทที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองและเครื่องดื่มท้องถิ่นอื่น ๆ จำหน่ายมาในราคาสมเหตุสมผล ส่วนอาหารจานที่เราประทับใจมาก ๆ ในวันนี้อย่างเช่น
✨ หมูกรอบหมูแดง
Crispy charcoal grilled pork belly with fermented rice sauce and pickled chilies
เมนูนี้เชฟปริญญ์อาศัยแนวคิดจากร้านเนื้อย่างจีนกวางตุ้งที่มักเสิร์ฟมาหมูกรอบแยกมากับหมูแดง เชฟจึงนำสองเมนูนี้มาผสมเข้าด้วยกันโดยการนำหมูกรอบไปย่างเอาหนังลงเพื่อไล่น้ำมันออกนานประมาณ 3-4 ชั่วโมง ต่อมาจึงนำหมูกรอบมาหมักต่อในข้าวอังคักที่ผ่านการบดให้ละเอียดเพื่อให้สีแดงแบบเดียวกันกับหมูแดง ตัวน้ำซอสก็มีสีแดงของข้าวอังคักเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีพริกเขียวดองซีอิ๋วให้รสชาติเผ็ดที่กลมกล่อมอีกด้วย (15/20)
✨ ไข่เค็มไข่เยี่ยวม้า
House-made salted quail egg and century quail egg salad with Asian celery dressing
เมนูนี้นำเสนอยำไข่เค็มไข่เยี่ยวม้าโดยเชฟปริญญ์นำไข่นกกระทาไปห่อด้วยองค์ประกอบที่ผสมผสานขี้เถ้า แกลบ โซเดียมคาร์บอเนต และน้ำชาจีนเข้าด้วยกัน จากนั้นหมักทิ้งไว้ 5-7 วัน ส่วนน้ำยำด้านล่างเตรียมมาจากผักขึ้นฉ่าย ต้นหอม หัวหอมใหญ่ ผสมผสานกันมาเป็นน้ำยำรสเลิศและเผ็ดจัดจ้าน ด้านบนท็อปด้วยใบผักชีล้อมมีกลิ่นหอมและอโรมาเฉพาะตัว (16/20)
✨ ฉู่ฉี่กะทิปลาช่อนทะเล
Dried red curry of cobia
เมนูฉู่ฉี่เชฟได้ผสมผสาน 3 เมนูจากตำราแม่ครัวหัวป่าก์ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ คือ ฉู่ฉี่ปลาทูสด, หมูฉู่ฉี่แห้ง และปลาเนื้ออ่อนฉู่ฉี่น้ำเข้าไว้ด้วยกันโดยเปลี่ยนโปรตีนหลักมาใช้เป็นปลาช่อนทะเลแทน เนื้อปลามีความเฟิร์ม สู้ฟัน ให้เนื้อสัมผัสที่ดี เชฟใส่เนื้อมะพร้าวขูดตำลงไปในเครื่องแกงเพื่อให้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวแตกต่างจากแกงฉู่ฉี่ที่พบเห็นทั่ว ๆ ไป ด้านบนชิ้นปลาโรยด้วยผงขี้โล้ที่ได้จากการเคี่ยวกะทิ ผิวมะกรูด และใบมะกรูด วิธีรับประทานเชฟปริญญ์ตั้งใจให้รับประทานควบคู่ไปกับใบโหระพาเพื่อให้มีอโรมาหอม ๆ ที่แตกต่างและมีความกรอบขณะเคี้ยวนั่นเอง (16/20)
🎗 [WHY GO] เชฟปริญญ์ ผลสุข ยังคงเป็นหนึ่งในเชฟระดับแถวหน้าของประเทศไทยที่สามารถรื้อฟื้นอาหารตำรับโบราณให้เหล่านักชิมยุคปัจจุบันได้ลิ้มลองกันได้อย่างน่าประทับใจ ราคาอาหารหากมองผิวเผินอาจดูค่อนข้างสูงแต่เราขอการันตีความคุ้มค่าเพราะเชฟคัดสรรค์วัตถุดิบที่หาชิมได้ยากในประเทศไทยอย่างเช่นหอยท้ายเภา เนื้อแก้มวัว และผักกระเฉดชะลูดน้ำมาให้เราได้ชิมกันแบบจุใจ ใครที่เป็นขาดื่มสามารถพกไวน์ไปเองโดยมีค่าเปิดเพียงขวดละ 500 บาท++ เท่านั้น สำหรับเพื่อน ๆ ที่สนใจสามารถเข้าไปดูใน instagram หรือแอด Line ID: samrubforthai เพื่อติดต่อขอจองโต๊ะกันได้เลย รับรองว่าจองไม่ยากอย่างที่คิดแน่นอน !
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 38 รูป





























![🎗 [INTRO] เชฟปริญญ์ ผลสุข เป็นหนึ่งในเชฟชาวไทยเพียงไม่กี่คนที่ตัวแอดมินเองมีความชื่นชอบเป็นการส่วนตัว ด้วยเทคนิคและรสมือที่ใครหาเทียบเคียงได้ยากประกอบกับการปรุงอาหารที่มีเอกลักษณ์โดยการผสมผสานเทคนิคโมเดิร์นเข้ากับวัตถุดิบท้องถิ่นหาชิมยากที่เชฟเสาะแสวงหามาได้อย่างน่าประทับใจ กระทั่งในปีล่าสุดที่เชฟปริญญ์สามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จเราจึงไม่พลาดที่จะขอแวะกลับมาชิมอาหารและรสมือที่เราแสนคิดถึงกันอีกครั้งในวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/03/429966141_942168674233353_7751244676363707023_n.webp)
![🎗 [THE PLACE] ร้านสำรับสำหรับไทยย้ายจากพื้นที่เดิมมายังบ้านของคุณมิ้นต์ซึ่งเป็นภรรยาของเชฟปริญญ์นั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/03/430040177_942169820899905_6959974272872813891_n.webp)




![🎗 [THE CHEF] ปริญญ์ ผลสุข เติบโตขึ้นมาในจังหวัดลำปางโดยมีคุณยายคอยเรียกเขาเข้าไปช่วยเตรียมกับข้าวอยู่เป็นประจำ เมื่อถึงวัยเขาตัดสินใจเข้าศึกษาต่อที่คณะวิศวกรรมศาสตร์แต่ไม่ประสบความสำเร็จจึงอาศัยอีกหนึ่งแรงบันดาลใจในชีวิตจากหนังสือของเชฟ Anthony Bourdain ในการผันตัวมาศึกษาต่อสายอาชีพเชฟที่โรงแรม Mandarin Oriental, Bangkok นานประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นเชฟปริญญ์ได้เริ่มต้นทำงานเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ห้องอาหารศาลาริมน้ำกับเชฟวิชิต มุกุระ นานเกือบ 4 ปี วันหนึ่งเชฟ David Thompson ได้มองหาตัวเชฟชาวไทยไปทำงานที่ห้องอาหาร Nahm (1 MICHELIN Star) ในกรุง London จึงเป็นโอกาสที่ดีสำหรับเชฟปริญญ์ที่จะเดินทางไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ในต่างประเทศเป็นครั้งแรก เขาอาศัยอยู่ที่นั่นนานถึง 4 ปี หลังจากนั้นเชฟปริญญ์ได้รับความไว้วางใจจากเชฟ David Thompson ให้เดินทางกลับมาควบคุมห้องอาหาร Nahm ที่กรุงเทพจนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองสำเร็จ เมื่อถึงจุดอิ่มตัวเชฟปริญญ์ตัดสินใจลาออกมาเปิดร้านข้าวแกงเล็ก ๆ ใช้ชื่อว่า Someday Everyday แล้วค่อยเปลี่ยนมาเริ่มต้นโปรเจคสำรับสำหรับไทยในเวลาต่อมา ตัวร้านได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในคู่มือปกแดงปีล่าสุด นอกจากนี้ตัวเขายังมีส่วนร่วมในการควบคุมการออกแบบเมนูที่ห้องอาหารวิลาศ (Selected by MICHELIN Guide) อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/03/429908221_942168720900015_1455872193173822765_n.webp)
![🎗 [THE FOOD] เชฟปริญญ์ได้หยิบยกเมนูอาหารไทยที่สูญหายไปกับกาลเวลาโดยคัดเลือกจากหนังสือตำราอาหารโบราณหลากหลายเล่มอย่างเช่นแม่ครัวหัวป่าก์ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ และอื่น ๆ ทั้งยังออกเดินทางไปค้นหาวัตถุดิบท้องถิ่นหาชิมยากจากทั่วประเทศไทยนำมาประกอบกันเป็นเซ็ตเมนูที่จะเปลี่ยนแบบยกเซ็ตในทุก ๆ 2 เดือนนั่นเอง สำหรับคอนเซ็ปของเซ็ตเมนูประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2024 นี้มีชื่อว่า ”ร้านข้าวต้มลิ้มร่วมไท สาขาสีลม“ ที่ราคา 3,990++ โดยเชฟปริญญ์ได้ใช้สกุลแซ่ลิ้มของคุณภรรยามาใส่เอาไว้ในชื่อเซ็ตเมนูอีกด้วย เชฟปริญญ์ตั้งใจนำเสนอเมนูที่นิยมรับประทานคู่กันกับข้าวต้มอย่างเช่นยำหอยดอง หมูกรอบ ไข่เยี่ยวม้า และผัดผักกะเฉด มาในรูปแบบใหม่โดยใส่อัตลักษณ์และเทคนิคส่วนตัวลงไปจนได้ออกมาเป็นอาหารทุกมีความแตกต่างไม่ซ้ำใคร ใครที่คอดื่มห้ามพลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จำนวนมากไม่ว่าจะเป็นเหล้าและสาโทที่ทางร้านเตรียมขึ้นมาเองและเครื่องดื่มท้องถิ่นอื่น ๆ จำหน่ายมาในราคาสมเหตุสมผล](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/03/430613109_942169364233284_4763088511897776913_n.webp)

