GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Samrub Samrub Thai
Others

ThailandSamrub Samrub Thai · สำรับสำหรับไทย

Thai · อาหารไทย — 100 Mahaseth, 102, ถนนมหาเศรษฐ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500

🎗 [INTRO] รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับร้านอาหารสุดแปลกที่ได้จากการนำอาหารไทยจากตำราโบราณมาปัดฝุ่นและเล่าออกมาโดยใช้เทคนิคการปรุงยุคใหม่รวมไปถึงรสมืออันแยบยลของเชฟปริญญ์ ผลสุขผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหาร Nahm ณ โรงแรม COMO Metropolitan Bangkok นั่นเอง

🎗 [THE PLACE] สำรับสำหรับไทยเป็นร้านอาหารสไตล์ Chef's Table เล็ก ๆ ที่ใช้พื้นที่ร่วมกันกับห้องอาหาร ๑๐๐ มหาเศรษฐ์ และ FILLET เราขอแนะนำให้เลือกนั่งบริเวณเคาน์เตอร์เพื่อชมเชฟปริญญ์และทีมจัดเตรียมอาหารแล้วเสิร์ฟให้ลูกค้าด้วยมือของตัวเอง อย่างไรก็ตามสำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่มก็สามารถเลือกนั่งที่โต๊ะกลางร้านก็ได้เช่นกัน ด้านหลังมีชั้นสำหรับวางเครื่องดื่มหมักดองที่เชฟทำและจำหน่ายด้วยตัวเอง สุดท้ายคือบริเวณครัวที่แม้จะไม่ได้มีอุปกรณ์ครัวชั้นสูงมากมายนักเมื่อเทียบกับเชฟท่านอื่น ๆ ในระดับเดียวกันแต่ด้วยเทคนิคของเชฟปริญญ์ทำให้อาหารทุกจานถูกจัดเสิร์ฟมาได้อย่างลงตัวเทียบเท่ากับห้องอาหาร Fine Dining ในโรงแรมชั้นนำเลยทีเดียว

🎗 [THE CHEF] เชฟปริญญ์ ผลสุข เติบโตมาในจังหวัดลำปาง แม้จะมีความสนใจเกี่ยวกับเบเกอรี่และการทำอาหารอยู่เดิมแต่ชีวิตในช่วงแรกของเชฟปริญญ์นั้นกลับพุ่งเป้าไปที่การเข้าเรียนทางด้านวิศวกรรมมากกว่า อย่างไรก็ตามด้วยแรงบัลดาลใจจากคุณยายในช่วงเด็กและหนังสือของ Anthony Bourdain ทำให้ชีวิตจับพลัดจับผลูได้เข้ามาเรียนในกรุงเทพที่โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok ราว 3 เดือนก่อนที่มีโอกาสร่วมงานกับเชฟวิชิต มุกุระ ที่ห้องอาหารศาลาริมน้ำอยู่พักใหญ่ ต่อมาเชฟ David Thompson เจ้าของห้องอาหาร Nahm สาขากรุงลอนดอน (1 Michelin Star) กำลังเฟ้นหาเชฟชาวไทยมากฝีมือจึงดึงตัวเชฟปริญญ์ไปร่วมงานอยู่ด้วยกันเกือบ 4 ปีก่อนที่จะมอบหมายให้ย้ายมารับตำแหน่ง Head Chef ที่ห้องอาหาร Nahm สาขากรุงเทพทั้งยังสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star มาครองได้สำเร็จอีกด้วย หลังจากนั้นเชฟปริญญ์ได้ร่วมงานกับเชฟ David Thompson ในการคิดค้นเมนูให้กับร้าน Someday Everyday อยู่เป็นระยะเวลาสั้น ๆ ก่อนที่จะเปิดห้องอาหารสำรับสำหรับไทยขึ้นเป็นของตัวเองในที่สุด

🎗 [THE FOOD] อาหารที่นี่มีความไม่แน่นอนและไม่มี Signature Dish เนื่องจากเชฟปริญญ์รังสรรค์เมนูโดยการนำตำราการทำอาหารโบราณมาปัดฝุ่นก่อนที่จะปรุงด้วยเทคนิคยุคใหม่เพื่อยกระดับอาหารท้องถิ่นให้คนทั่ว ๆ ไปได้ลิ้มลองกัน ในรอบเดือนมกราคม 2565 นี้เชฟปริญญ์ได้ความคิดจากการเดินทางไปยังภาคอีสานเมื่อปีก่อนโดยผสมผสานอาหารอีสาน ลาว เขมร จากหนังสือตำราแม่ครัวหัวป่าก์, ม.ล ติ๋ว ชลมารคพิจารณ์ ท.จ., ປີ້ມຄົວກຶວລາວ ຂອງ ເພັຣສຶງ และตำรับอาหารกะเลิง จัดเสิร์ฟมาในเซ็ตเมนูที่มีชื่อว่า “คิดฮอด อีสาน เอ๊ย - Isan, I Miss You” นั่นเอง จานที่ทำออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ ลาบปูโคราชหมกกระดอง ปูนาทอด

Deep fried paddy field crab with wild jam starch ans spicy minced crab

เชฟปริญญ์ปรุงลาบปูโดยใช้ปูนาออร์แกนิคจากท้องนาในจังหวัดบุรีรัมย์ที่ปัจจุบันเริ่มหายากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมีถิ่นที่อยู่ตามธะรมชาติคือน้ำสะอาดเท่านั้น เชฟนำมาชุบแป้งกลอยแล้วทอดจนกรอบรับประทานได้ทั้งตัว เนื้อปูหวาน ในขณะที่เปลือกปูกรอบดี ไม่อมน้ำมัน ข้างกันคือลาบปูนาหมกกระดองที่เชฟนำกระดองปูมาเติบลาบปูที่ทางร้านทำเองโดยผสมมันปู เนื้อปู และน้ำเปล่าเล็กน้อย จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา ข้าวคั่ว และเครื่องลาบอื่น ๆ ลงไปให้รสชาติเปรี้ยวหวานมันหอม ตัดกันกับความกรอบของกระดองได้เป็นอย่างดี (14/20)

✨ ปลาต้มลาวผักแขยง

Isan fish soup with rice paddy herb and lemon basil

เชฟปริญญ์เสิร์ฟมาต้มลาวโดยใช้โปรตีนหลักคือปลาบู่เป็น ๆ ที่จับมาจากจังหวัดนครสวรรค์พร้อมทั้งใส่ผักแขยงลงไปเพื่อให้มีกลิ่นเฉพาะตัว จากนั้นปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะสังแทนมะนาวซึ่งจะมีความเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเข้ากับความเผ็ดของน้ำซุป เนื้อปลาบู่สุกกำลังดี นุ่มแต่ไม่เละ ซดเรื่อย ๆ สลับกับจานอื่น ๆ เพื่อความคล่องคอ (15/20)

✨ แกงปลาใส่กล้วย

River fish red curry with banana and basil

แกงปลาเป็นเมนูที่เชฟทำมาจากพริกแกงเผ็ดเสิร์ฟมากับกล้วยเล็บมือนางและปลาคังจากแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดนครสวรรค์ ด้านบนคือใบโหระพา ใบกระเพรา และใบกัญชา ขาดแต่ดอกกระดังงาที่หายากจนเชฟไม่สามารถใส่มาตามสูตรดั้งเดิมได้ เนื้อแกงเนียนละเอียด ให้รสชาติเค็มและเผ็ดจัดจ้านและมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เสิร์ฟมาคู่กับ Banana moonshine หมักโดยชาวไทยภูเขาในจังหวัดเชียงราย (15/20)

🎗 [CONCLUSION] ด้วยความที่สำรับสำหรับไทยนำเสนอเมนูโบราณทำให้อาหารหลาย ๆ จานอาจไม่ได้มีรสชาติที่อร่อยล้ำเมื่อเทียบกับอาหารไทยร่วมสมัย ในทางกลับกันแต่ละจานมีอัตลักษณ์เฉพาะตัวสูงมากจนอาจหาชิมที่ร้านอื่นไม่ได้ บรรยากาศภายในอาจไม่ได้หรูหราแต่เชฟปริญญ์สามารถเล่าเรื่องและที่มาของอาหารแต่ละจานให้ลูกค้าฟังได้อย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาเกือบ 3 ชั่วโมงทำให้อาหารมื้อนี้เป็นที่น่าจดจำและควรค่าแก่การลิ้มลองมากจริง ๆ

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 44 รูป

รูปที่ 1
รูปที่ 2
รูปที่ 3
รูปที่ 4
รูปที่ 5
รูปที่ 6
รูปที่ 7
รูปที่ 8
รูปที่ 9
รูปที่ 10
รูปที่ 11
รูปที่ 12
รูปที่ 13
รูปที่ 14
รูปที่ 15
รูปที่ 16
รูปที่ 17
รูปที่ 18
รูปที่ 19
รูปที่ 20
รูปที่ 21
รูปที่ 22
รูปที่ 23
รูปที่ 24
รูปที่ 25
รูปที่ 26
รูปที่ 27
รูปที่ 28
รูปที่ 29
รูปที่ 30
รูปที่ 31
รูปที่ 32
รูปที่ 33
รูปที่ 34
รูปที่ 35
รูปที่ 36
รูปที่ 37
รูปที่ 38
รูปที่ 39
รูปที่ 40
รูปที่ 41
รูปที่ 42
รูปที่ 43
รูปที่ 44