GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Salvia
Others

ThailandSalvia · ซาลเวีย

Italian · อาหารอิตาลี — โรงแรม Grand Hyatt Erawan, 494 ถนน ราชดำริ แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

🎗 ร้านที่เราคัดเลือกมาเเนะนำเพื่อนๆในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่ถึง 1 เดือน มีจุดเด่นคือการนำเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนในราคาที่ทุกคนจับต้องได้ ตัวร้านมีชื่อว่า Salvia แปลว่าใบเสจซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอาหารอิตาเลียน ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดในส่วนโรงแรมเเล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น M ของโรมแรม Grand Hyatt Erawan ได้เลย ภายในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ Osteria มีบรรยากาศเป็นกันเองเหมาะสำหรับการนัดเพื่อนๆมาสังสรรค์กันหลังเลิกงาน ห้องทานอาหารหลักปูด้วยพื้นไม้สีน้ำตาลเข้ม บนโต๊ะมีจานเซรามิคลายฟ้าขาวและขวดน้ำมันมะกอกสีสันสดใสชวนนึกถึงทริปอิตาลีตอนใต้ที่เราได้ไปมาเมื่อปีก่อน ใครที่อยากเเวะมาดื่มทางร้านมีส่วนบาร์สำหรับชงเครื่อมดื่มที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับบริการลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะ รวมถึงเมนูสำหรับสั่งกลับบ้านและ Delivery อีกด้วย

🎗 อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Roberto Parentela ชาวอิตาเลียน ผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารกึ่งบาร์ชื่อดังอย่าง Spasso หลังจากทางโรงแรมอนุญาตให้เชฟย้ายมาคุมห้องอาหาร Salvia เชฟโรเบอร์โต้จึงมีอิสระในการรังสรรค์เมนูด้วยตัวเองอย่างเต็มที่ แม้ว่าตัวจะเกิดที่เเคว้น Piedmont ทางตอนเหนือแต่เชฟ Roberto เคยเดินทางไปหาประสบการณ์จากเเคว้นต่างๆโดยเฉพาะเกาะ Sardinia ทางตะวันตกทำให้อาหารที่นี่มีความหลากหลายทางรสชาติค่อนข้างสูง ระหว่างเลือกดูเมนูอาหารทางร้านจะนำเสิร์ฟ Amuse bouche เป็นไส้กรอกสไตล์อิตาเลียนราดด้วยซอสมะเขือเทศเพื่อเรียกน้ำย่อยเเละความอยากอาหาร จากนั้นจึงเสิร์ฟอาหารทานเล่น พาสต้า เมนคอร์ส และของหวานตามลำดับ จุดเด่นที่สุดของ Salvia ที่หาร้านอาหารอิตาเลียนอื่นๆเทียบเคียงได้ยากคือ “ความคุ้มค่า” อาหารเเต่ละจานมีราคาย่อมเยาชนิดที่ใครๆก็ทานได้ เราขอแนะนำ

✨ Pizza Mel Forno A Legna

ย้อนไปเมื่อปีก่อนหากตั้งโจทย์ให้เราหาร้านอาหารอิตาเลียนชั้นสูงที่เสิร์ฟพิซซ่าสูตรนาโปลีแท้ๆในราคาไม่เกิน 200 บาทอาจต้องมีกุมขมับ เเต่วันนี้ที่ห้องอาหาร Salvia นำเสนอ Pizza Margherita ในราคาเริ่มต้นเพียง 150 บาท หรือ Pizza Four Cheeses ที่ราคา 210 บาท แต่เราขอเเนะนำพิซซ่าหน้า Culatello หรือแฮมอิตาเลียนที่ราคา 260 บาท นอกจากราคาไม่แพงเเล้วรสชาติยังอร่อยกว่ามาตรฐานไปเยอะมากๆ (13/20)

✨ Fusilli Casarecci Al Ferretto

พาสต้าฟูซิลี่ทรงเกลียวเส้นสด เหนียว นุ่ม ทานกับซอสเนื้อเเกะตุ๋นสับละเอียดรสเด็ด จานนี้จัดเป็นเมนูเเนะนำที่เชฟ Roberto ภูมิใจนำเสนอมากๆ นอกจากจะเป็นพาสต้าเส้นสดทำมือเเล้วยังมีราคาเพียง 330 บาทเท่านั้น (13/20)

✨ Tiramisu

อาหารหวานคลาสสิคที่ได้สูตรมาจนกคุณยายของเชฟอย่าง Pick me up ชิ้นโตที่เชฟใช้ขนมเลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มในกาแฟเอสเปรซโซ่ทานกับครีมมัสคาโปเน่เนื้อเนียน หอม มัน โรยด้วยผงกาแฟด้านบนและอมาเรตโต้ช่วยเพิ่มความกรอบตอนทาน อร่อยเกินราคา 190 บาทไปมาก (13/20)

🎗 รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ ราคาที่ตั้งไว้ถือว่าคุ้มค่ามากๆเทียบกับการได้มานั่งทานอาหารที่ปรุงโดยเชฟชาวอิตาเลียนเเท้ๆในเซ็ตติ้งระดับโรงแรม 5 ดาว ใครไม่ชอบอาหารคาวจะมาสั่งของหวานพร้อมจิบชายามบ่ายหรือไวน์สักเเก้วทางร้านก็ไม่ว่ากัน Salvia ถือเป็นห้องอาหารเปิดใหม่ที่น่าสนใจที่สุดร้านหนึ่งที่เราเจอมาในปีนี้ในเเง่ของความคุ้มค่าเลยก็ว่าได้

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 31 รูป

🇹🇭 Salvia - ซาลเวีย 🍴 Italian - อาหารอิตาเลียน
รูปที่ 1
🇹🇭 Salvia - ซาลเวีย 🍴 Italian - อาหารอิตาเลียน
ร้านที่เราคัดเลือกมาเเนะนำเพื่อนๆในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่ถึง 1 เดือน มีจุดเด่นคือการนำเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนในราคาที่ทุกคนจับต้องได้
รูปที่ 2
ร้านที่เราคัดเลือกมาเเนะนำเพื่อนๆในวันนี้เป็นห้องอาหารอิตาเลียนน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดทำการได้ไม่ถึง 1 เดือน มีจุดเด่นคือการนำเสิร์ฟอาหารอิตาเลียนในราคาที่ทุกคนจับต้องได้
Prosciutto cotto (350++) Homemade cooked ham in salvia broth, artisanal Italian butter เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเเฮมสูตรพิเศษของทางโรงแรม วิธีทานให้นำขนมปังกรอบมาทาเนย เเล้วค่อยวางเเฮมทอปเอาไว้ด้านบน ความนุ่มของเเฮมตัดกันกับความกรอบของขนมปังได้ลงตัว แนะนำทานสลับกับ Pickled ที่เสิร์ฟมาคู่กัน (12/20)
รูปที่ 3
Prosciutto cotto (350++) Homemade cooked ham in salvia broth, artisanal Italian butter เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยเเฮมสูตรพิเศษของทางโรงแรม วิธีทานให้นำขนมปังกรอบมาทาเนย เเล้วค่อยวางเเฮมทอปเอาไว้ด้านบน ความนุ่มของเเฮมตัดกันกับความกรอบของขนมปังได้ลงตัว แนะนำทานสลับกับ Pickled ที่เสิร์ฟมาคู่กัน (12/20)
Burrata e pomodori (390++) Creamy burrata, organic tomatoes, shallot, olives ถัดมาคือบูราต้า ชีสนมวัวจากเเหล่งบ่มชีสที่อำเภอหัวหิน ประเทศไทยวางมากลางจาน ทานกับมะเขือเทศออร์แกนิค มะกอก และใบเบซิล (12/20)
รูปที่ 4
Burrata e pomodori (390++) Creamy burrata, organic tomatoes, shallot, olives ถัดมาคือบูราต้า ชีสนมวัวจากเเหล่งบ่มชีสที่อำเภอหัวหิน ประเทศไทยวางมากลางจาน ทานกับมะเขือเทศออร์แกนิค มะกอก และใบเบซิล (12/20)
Burrata e pomodori (390++) Creamy burrata, organic tomatoes, shallot, olives หั่นชีสบูราต้าออกมาเเล้วตักทานกับมะเขือเทศได้เลย ตัวชีสหอม มัน ถือว่าคุณภาพดีเลยสำหรับระดับราคานี้ ส่วนมะเขือเทศบ้านเราต่างจากของอิตาลีที่อัตราส่วนปริมาณน้ำจะเยอะพอสมควร ตรงนี้เเล้วเเต่คนชอบ (12/20)
รูปที่ 5
Burrata e pomodori (390++) Creamy burrata, organic tomatoes, shallot, olives หั่นชีสบูราต้าออกมาเเล้วตักทานกับมะเขือเทศได้เลย ตัวชีสหอม มัน ถือว่าคุณภาพดีเลยสำหรับระดับราคานี้ ส่วนมะเขือเทศบ้านเราต่างจากของอิตาลีที่อัตราส่วนปริมาณน้ำจะเยอะพอสมควร ตรงนี้เเล้วเเต่คนชอบ (12/20)
Amuse bouche and focaccia Italian sausage สำหรับอมูสบูชทางร้านนำเสนอไส้กรอกสไตล์อิตาเลียนขนาดพอดีคำราดด้วยซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวอุมามิช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี (12/20)
รูปที่ 6
Amuse bouche and focaccia Italian sausage สำหรับอมูสบูชทางร้านนำเสนอไส้กรอกสไตล์อิตาเลียนขนาดพอดีคำราดด้วยซอสมะเขือเทศรสเปรี้ยวอุมามิช่วยกระตุ้นความอยากอาหารได้ดี (12/20)
Amuse-bouche and house made focaccia Italian sausage ส่วนขนมปังทางร้านนำเสิร์ฟโฟกาชช่าผิวบางกรอบเเต่เนื้อด้านในนุ่ม เชฟใส่มะเขือเทศลงไปด้วยเพิ่มรสเปรี้ยวเล็กน้อย ทานกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเเละน้ำส้มสายชูบัลซามิคจากเมืองโมดีน่า ประเทศอิตาลี
รูปที่ 7
Amuse-bouche and house made focaccia Italian sausage ส่วนขนมปังทางร้านนำเสิร์ฟโฟกาชช่าผิวบางกรอบเเต่เนื้อด้านในนุ่ม เชฟใส่มะเขือเทศลงไปด้วยเพิ่มรสเปรี้ยวเล็กน้อย ทานกับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นเเละน้ำส้มสายชูบัลซามิคจากเมืองโมดีน่า ประเทศอิตาลี
Paccheri neri al granchio (790++) Squid ink paccheri, fresh crab, tarragon, shellfish broth เมนูที่เราเเนะนำมากๆสำหรับใครที่มาร้าน Salvia คือสุดยอด Classic Venetian Dish อย่างพาสต้า Paccheri จับคู่กับวัตถุดิบเลอค่าบ้านเราอย่าง Mud Crab หรือปูดำเป็นๆตัวโตๆ โดยเส้นปากเกรี่ที่ใช้จะสีดำจากการผสมหมึกดำลงไปด้วย เสิร์ฟมาสุกระดับ Al Dente แบบอิตาเลียนขนานเเท้ (13/20)
รูปที่ 8
Paccheri neri al granchio (790++) Squid ink paccheri, fresh crab, tarragon, shellfish broth เมนูที่เราเเนะนำมากๆสำหรับใครที่มาร้าน Salvia คือสุดยอด Classic Venetian Dish อย่างพาสต้า Paccheri จับคู่กับวัตถุดิบเลอค่าบ้านเราอย่าง Mud Crab หรือปูดำเป็นๆตัวโตๆ โดยเส้นปากเกรี่ที่ใช้จะสีดำจากการผสมหมึกดำลงไปด้วย เสิร์ฟมาสุกระดับ Al Dente แบบอิตาเลียนขนานเเท้ (13/20)
Paccheri neri al granchio (790++) Squid ink paccheri, fresh crab, tarragon, shellfish broth ด้วยความที่ตัวเส้นที่มีความหนามากกว่าพาสต้าชนิดอื่นๆทำให้ตอนทานจะมีเนื้อสัมผัสความกรึบเบาๆ ตัดกันกับความนุ่มของเนื้อปูได้อย่างลงตัว (ใครชอบเส้นนิ่มๆให้บอกพนักงานก่อนสั่ง) จากนั้นราดด้วยซอสทะเลสไตล์เวเนเชี่ยนรสเปรี้ยวหวานอุมามิ ทางร้านใจดีใส่ปูดำมาให้ทั้งตัวรวมถึงก้ามสองข้างทำให้เมนูนี้จัดว่าคุ้มค่าสุดๆ เพราะโดยปกติเเค่ราคาปูดำขนาดกลางในร้านอาหารทั่วไปก็ราคาราวๆ 700-1,000 บาทเเล้ว (13/20)
รูปที่ 9
Paccheri neri al granchio (790++) Squid ink paccheri, fresh crab, tarragon, shellfish broth ด้วยความที่ตัวเส้นที่มีความหนามากกว่าพาสต้าชนิดอื่นๆทำให้ตอนทานจะมีเนื้อสัมผัสความกรึบเบาๆ ตัดกันกับความนุ่มของเนื้อปูได้อย่างลงตัว (ใครชอบเส้นนิ่มๆให้บอกพนักงานก่อนสั่ง) จากนั้นราดด้วยซอสทะเลสไตล์เวเนเชี่ยนรสเปรี้ยวหวานอุมามิ ทางร้านใจดีใส่ปูดำมาให้ทั้งตัวรวมถึงก้ามสองข้างทำให้เมนูนี้จัดว่าคุ้มค่าสุดๆ เพราะโดยปกติเเค่ราคาปูดำขนาดกลางในร้านอาหารทั่วไปก็ราคาราวๆ 700-1,000 บาทเเล้ว (13/20)
Fusilli caserecci al ferretto (330++) Fresh fusilli, slow braised lamb ragout, dried ricotta เมนูที่เชฟ Roberto ภูมิใจนำเสนอมากที่สุด ทั้งยังเป็นพาสต้าเส้นสดทำมือคือ Fusilli ราดด้วยซอสเนื้อแกะ ปกติเส้นฟูซิลี่จะเป็นพาสต้าทรงเกลียว ใหญ่ๆ อวบๆ สั้นๆ เเต่สูตรของเชฟได้ดัดเเปลงให้มีความเรียวยาวมากขึ้น เสิร์ฟมากับ Lamb ragout หรือซอสเนื้อเเกะตุ๋นรสเลิศ (13/20)
รูปที่ 10
Fusilli caserecci al ferretto (330++) Fresh fusilli, slow braised lamb ragout, dried ricotta เมนูที่เชฟ Roberto ภูมิใจนำเสนอมากที่สุด ทั้งยังเป็นพาสต้าเส้นสดทำมือคือ Fusilli ราดด้วยซอสเนื้อแกะ ปกติเส้นฟูซิลี่จะเป็นพาสต้าทรงเกลียว ใหญ่ๆ อวบๆ สั้นๆ เเต่สูตรของเชฟได้ดัดเเปลงให้มีความเรียวยาวมากขึ้น เสิร์ฟมากับ Lamb ragout หรือซอสเนื้อเเกะตุ๋นรสเลิศ (13/20)
Fusilli caserecci al ferretto (330++) Fresh fusilli, slow braised lamb ragout, dried ricotta ต่างจากพักเกรี่จานก่อนหน้า เส้นฟูซิลี่สูตรพิเศษของเชฟ Roberto ทำออกมาจะมีความเหนียว นุ่ม และหนึบ พอมาจับคู่กับซอสที่มีเนื้อเเกะตุ๋นสับละเอียดทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว น้ำซอสหอม ไม่มีกลิ่นสาบเเกะ ตัดด้วยรสเค็มของชีสรีคอตต้าเเห้งที่ขูดมาด้านบน ที่สำคัญคือราคาที่ตั้งเอาไว้เพียง 330 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากๆสำหรับพาสต้าเส้นสดรสชาติระดับนี้ (13/20)
รูปที่ 11
Fusilli caserecci al ferretto (330++) Fresh fusilli, slow braised lamb ragout, dried ricotta ต่างจากพักเกรี่จานก่อนหน้า เส้นฟูซิลี่สูตรพิเศษของเชฟ Roberto ทำออกมาจะมีความเหนียว นุ่ม และหนึบ พอมาจับคู่กับซอสที่มีเนื้อเเกะตุ๋นสับละเอียดทำให้เกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ลงตัว น้ำซอสหอม ไม่มีกลิ่นสาบเเกะ ตัดด้วยรสเค็มของชีสรีคอตต้าเเห้งที่ขูดมาด้านบน ที่สำคัญคือราคาที่ตั้งเอาไว้เพียง 330 บาท ถือว่าคุ้มค่ามากๆสำหรับพาสต้าเส้นสดรสชาติระดับนี้ (13/20)
Dentice all’acqua pazza (1,120++) Braised red snapper fillet, saffron shellfish broth, octopus, olives มาถึง Secondi หรือเมนคอร์สจานเเรก เป็นเนื้อปลาสเเนปเปอร์ที่ถูกแล่ออกมาเป็นฟิเลท์ชิ้นโต เสิร์ฟมาในซอสซีฟู้ดสไตล์อิตาเลียนที่มีกลิ่นหอมของเเซฟรอน ทั้งยังมีรสเปรี้ยวอ่อนๆของมะเขือเทศเเซมด้วยรสเค็มเฉพาะตัวของมะกอก ทานสลับกับหอยตลับและหนวดหมึกยักษ์ จานนี้เเสดงถึงกลิ่นอายความเป็นทะเลได้ชัดเจนมากๆ (12/20)
รูปที่ 12
Dentice all’acqua pazza (1,120++) Braised red snapper fillet, saffron shellfish broth, octopus, olives มาถึง Secondi หรือเมนคอร์สจานเเรก เป็นเนื้อปลาสเเนปเปอร์ที่ถูกแล่ออกมาเป็นฟิเลท์ชิ้นโต เสิร์ฟมาในซอสซีฟู้ดสไตล์อิตาเลียนที่มีกลิ่นหอมของเเซฟรอน ทั้งยังมีรสเปรี้ยวอ่อนๆของมะเขือเทศเเซมด้วยรสเค็มเฉพาะตัวของมะกอก ทานสลับกับหอยตลับและหนวดหมึกยักษ์ จานนี้เเสดงถึงกลิ่นอายความเป็นทะเลได้ชัดเจนมากๆ (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano จานยอดนิยมที่เราแอบเห็นว่าเเขกคนอื่นสั่งกันทุกโต๊ะเลยจริงๆคือเนื้อวัวออสเตรเลียนเเองกัสส่วนริบอายชิ้นโต 350 กรัม เชฟจะนำเนื้อไปย่างด้วยไม้ไวน์แดงเพื่อให้เนื้อมีกลิ่นหอม ขอเเนะนำให้ทานที่ความสุขระดับมีเดียมเเรร์เพื่อรสชาติเเละความชุ่มฉ่ำที่พอเหมาะ (12/20)
รูปที่ 13
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano จานยอดนิยมที่เราแอบเห็นว่าเเขกคนอื่นสั่งกันทุกโต๊ะเลยจริงๆคือเนื้อวัวออสเตรเลียนเเองกัสส่วนริบอายชิ้นโต 350 กรัม เชฟจะนำเนื้อไปย่างด้วยไม้ไวน์แดงเพื่อให้เนื้อมีกลิ่นหอม ขอเเนะนำให้ทานที่ความสุขระดับมีเดียมเเรร์เพื่อรสชาติเเละความชุ่มฉ่ำที่พอเหมาะ (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano จากนั้นพนักงานจะมาตกเเต่งจานโดยใช้ผักร็อกเก็ต มะเขือเทศ ใครชอบชีสทางร้านจะเติมชีสกราด้า ปาดาโน่ ชีรสเค็มจัดลงไปเพื่อบาลานซ์รสชาติโดยรวมของสลัด (12/20)
รูปที่ 14
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano จากนั้นพนักงานจะมาตกเเต่งจานโดยใช้ผักร็อกเก็ต มะเขือเทศ ใครชอบชีสทางร้านจะเติมชีสกราด้า ปาดาโน่ ชีรสเค็มจัดลงไปเพื่อบาลานซ์รสชาติโดยรวมของสลัด (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano พอเนื้อย่างได้ที่พนักงานจะนำเนื้อมาหั่นที่เคาเตอร์หั่นเนื้อ ใครอยากถ่ายรูปสามารถเดินไปชมพนักงานหั่นกันสดๆได้เลย (12/20)
รูปที่ 15
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano พอเนื้อย่างได้ที่พนักงานจะนำเนื้อมาหั่นที่เคาเตอร์หั่นเนื้อ ใครอยากถ่ายรูปสามารถเดินไปชมพนักงานหั่นกันสดๆได้เลย (12/20)
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano จานนี้คลาสสิค ไม่ซับซ้อน เนื้อวัวออสเตรเลียนเเองกัสมีกลิ่นหอมโดดเด่นมากๆ เนื้อนุ่มในแบบที่ควรจะเป็น ทั้งยังคงความชุ่มฉ่ำตรงกลางเอาไว้ได้ดี ทานสลับกับสลัดผักร็อกเก็ตด้านล่าง จานนี้จานเดียวสามารถแบ่งกันทานได้ 2-3 คนเลยล่ะ (12/20)
รูปที่ 16
Tagliata di manzo 350 g (1,380++) Grapevine-grilled Australian Angus rib eye, tomatoes rocket salad, Grana Padano จานนี้คลาสสิค ไม่ซับซ้อน เนื้อวัวออสเตรเลียนเเองกัสมีกลิ่นหอมโดดเด่นมากๆ เนื้อนุ่มในแบบที่ควรจะเป็น ทั้งยังคงความชุ่มฉ่ำตรงกลางเอาไว้ได้ดี ทานสลับกับสลัดผักร็อกเก็ตด้านล่าง จานนี้จานเดียวสามารถแบ่งกันทานได้ 2-3 คนเลยล่ะ (12/20)
🥄 CONTORNI ใครที่สั่งจานเนื้อทาวร้านจะนำเสิร์ฟคู่กับคอนตอร์นี่ หรือเครื่องเคียงเลือกได้สองอย่าง Patate al forno Roasted new potatoes, caramelized onion butter มันฝรั่งย่างเนื้อนุ่ม ทานเข้าไปจะมีรสเค็มของเกลือทะเลเบาๆมาตัด (12/20) Insalata di pomodori Organic tomato salad, aged balsamic หรือจะเป็นสลัดมะเขือเทศออร์เเกนิคราดด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิคทานสลับกับเนื้อช่วยให้รู้สึกไม่หนักจนเกินไป (12/20)
รูปที่ 17
🥄 CONTORNI ใครที่สั่งจานเนื้อทาวร้านจะนำเสิร์ฟคู่กับคอนตอร์นี่ หรือเครื่องเคียงเลือกได้สองอย่าง Patate al forno Roasted new potatoes, caramelized onion butter มันฝรั่งย่างเนื้อนุ่ม ทานเข้าไปจะมีรสเค็มของเกลือทะเลเบาๆมาตัด (12/20) Insalata di pomodori Organic tomato salad, aged balsamic หรือจะเป็นสลัดมะเขือเทศออร์เเกนิคราดด้วยน้ำส้มสายชูบัลซามิคทานสลับกับเนื้อช่วยให้รู้สึกไม่หนักจนเกินไป (12/20)
Pizza Culatello (260++) Tomato, mozzarella, Grana Padano, Culatello, rocket สิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดของห้องอาหาร Salvia คือการที่เชฟ Roberto ตัดสินใจที่จะเสิร์ฟพิซซ่าแบบนาโปลีขนานแท้ เเต่มีราคาเริ่มต้นเเค่เพียง 150 บาท ! … ใช่เเล้ว Pizza Margherrita ของทางร้านตั้งราคาเอาไว้เพียง 150 บาทเท่านั้น เเต่สำหรับเราขอเลือกทานเป็นพิซซ่าคูราเตลโย่ ที่เชฟใช้แฮมอิตาเลียนคุณภาพสูงวางมาบนซอสมะเขือเทศ ทอปด้วยผักรอกเก็ตและชีสกราด้า ปาดาโน่ … ที่สำคัญ “พิซซ่าสไตล์นาโปลีของเเท้ต้องมีขอบไหม้” เหนียว นุ่ม ทางร้านถือว่านำเสิร์ฟมาได้ตรงตามต้นตำรับ สุดยอดมากๆ (13/20)
รูปที่ 18
Pizza Culatello (260++) Tomato, mozzarella, Grana Padano, Culatello, rocket สิ่งที่เราประทับใจมากที่สุดของห้องอาหาร Salvia คือการที่เชฟ Roberto ตัดสินใจที่จะเสิร์ฟพิซซ่าแบบนาโปลีขนานแท้ เเต่มีราคาเริ่มต้นเเค่เพียง 150 บาท ! … ใช่เเล้ว Pizza Margherrita ของทางร้านตั้งราคาเอาไว้เพียง 150 บาทเท่านั้น เเต่สำหรับเราขอเลือกทานเป็นพิซซ่าคูราเตลโย่ ที่เชฟใช้แฮมอิตาเลียนคุณภาพสูงวางมาบนซอสมะเขือเทศ ทอปด้วยผักรอกเก็ตและชีสกราด้า ปาดาโน่ … ที่สำคัญ “พิซซ่าสไตล์นาโปลีของเเท้ต้องมีขอบไหม้” เหนียว นุ่ม ทางร้านถือว่านำเสิร์ฟมาได้ตรงตามต้นตำรับ สุดยอดมากๆ (13/20)
Tiramisu (190++) Mascapone, espresso, lady fingers, amaretto นอกจากอาหารคาวขอย้ำว่าให้เผื่อท้องเอาไว้สำหรับอาหารหวานเพราะทางร้านทำออกมาได้ดีเกินราคามากๆ เริ่มจาก Pick me up หรือทิรามิสุชิ้นโตที่เชฟใช้ขนมเลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มในกาแฟเอสเปรซโซ่รองไว้ด้านล่าง ชั้นบนเป็นครีมมัสคาโปเน่เนื้อเนียน หอม มัน จบด้วยการโรยด้วยผงกาแฟด้านบนและอมาเรตโต้ช่วยเพิ่มความกรอบตอนทาน อร่อยเกินราคาไปมาก (13/20)
รูปที่ 19
Tiramisu (190++) Mascapone, espresso, lady fingers, amaretto นอกจากอาหารคาวขอย้ำว่าให้เผื่อท้องเอาไว้สำหรับอาหารหวานเพราะทางร้านทำออกมาได้ดีเกินราคามากๆ เริ่มจาก Pick me up หรือทิรามิสุชิ้นโตที่เชฟใช้ขนมเลดี้ฟิงเกอร์ไปจุ่มในกาแฟเอสเปรซโซ่รองไว้ด้านล่าง ชั้นบนเป็นครีมมัสคาโปเน่เนื้อเนียน หอม มัน จบด้วยการโรยด้วยผงกาแฟด้านบนและอมาเรตโต้ช่วยเพิ่มความกรอบตอนทาน อร่อยเกินราคาไปมาก (13/20)
Crostata di mele (190++) Grandma style apple tart, “Bronte” Pistachio ice cream ถัดมาคือแอปเปิ้ลทาร์ตสูตรคุณยายที่เชฟนำแอปเปิ้ลไปเชื่อมและเสิร์ฟมาเป็นแผ่นบางๆ มีความหวานกรอบพอดี จับคู่กับไอศกรีมและถั่วพิสตาชิโอ้ที่ปลูกบนดินภูเขาไฟเอ็ตน่าทในหมู่บ้านบรอนเต้ เเคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี แอบกระซิบว่านี่คือหนึ่งในวัตถุดิบราคาสูงที่ได้รับการขนานนามว่า Green gold จากคนเเถบนั้นเลยทีเดียว (13/20)
รูปที่ 20
Crostata di mele (190++) Grandma style apple tart, “Bronte” Pistachio ice cream ถัดมาคือแอปเปิ้ลทาร์ตสูตรคุณยายที่เชฟนำแอปเปิ้ลไปเชื่อมและเสิร์ฟมาเป็นแผ่นบางๆ มีความหวานกรอบพอดี จับคู่กับไอศกรีมและถั่วพิสตาชิโอ้ที่ปลูกบนดินภูเขาไฟเอ็ตน่าทในหมู่บ้านบรอนเต้ เเคว้นซิซิลี ประเทศอิตาลี แอบกระซิบว่านี่คือหนึ่งในวัตถุดิบราคาสูงที่ได้รับการขนานนามว่า Green gold จากคนเเถบนั้นเลยทีเดียว (13/20)
Panna cotta al forno (190++) Bufala milk custard, organic palm sugar caramel สุดท้ายคือ “พานาคอตต้าอบ“ พอทานจริงๆเเล้วให้ความรู้สึกคล้าย “ฟลาน” แบบสเปนมากกว่า ด้านในเป็นกับคัสตาร์ดนมควายที่มีเนื้อสัมผัสอยู่ตรงกลางระหว่างพานาคอตต้ากับเค้ก มีรสหวานจากคาราเมล หอม อร่อยสุดๆ (13/20)
รูปที่ 21
Panna cotta al forno (190++) Bufala milk custard, organic palm sugar caramel สุดท้ายคือ “พานาคอตต้าอบ“ พอทานจริงๆเเล้วให้ความรู้สึกคล้าย “ฟลาน” แบบสเปนมากกว่า ด้านในเป็นกับคัสตาร์ดนมควายที่มีเนื้อสัมผัสอยู่ตรงกลางระหว่างพานาคอตต้ากับเค้ก มีรสหวานจากคาราเมล หอม อร่อยสุดๆ (13/20)
อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Roberto Parentela ชาวอิตาเลียน ผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารกึ่งบาร์ชื่อดังอย่าง Spasso หลังจากทางโรงแรมอนุญาตให้เชฟย้ายมาคุมห้องอาหาร Salvia เชฟโรเบอร์โต้จึงมีอิสระในการรังสรรค์เมนูด้วยตัวเองอย่างเต็มที่
รูปที่ 22
อาหารที่นี่ควบคุมโดยเชฟ Roberto Parentela ชาวอิตาเลียน ผู้เคยฝากผลงานเอาไว้กับห้องอาหารกึ่งบาร์ชื่อดังอย่าง Spasso หลังจากทางโรงแรมอนุญาตให้เชฟย้ายมาคุมห้องอาหาร Salvia เชฟโรเบอร์โต้จึงมีอิสระในการรังสรรค์เมนูด้วยตัวเองอย่างเต็มที่
ห้องทานอาหารหลักปูด้วยพื้นไม้สีน้ำตาลเข้ม บนโต๊ะมีจานเซรามิคลายฟ้าขาวและขวดน้ำมันมะกอกสีสันสดใสชวนนึกถึงทริปอิตาลีตอนใต้ที่เราได้ไปมาเมื่อปีก่อน
รูปที่ 23
ห้องทานอาหารหลักปูด้วยพื้นไม้สีน้ำตาลเข้ม บนโต๊ะมีจานเซรามิคลายฟ้าขาวและขวดน้ำมันมะกอกสีสันสดใสชวนนึกถึงทริปอิตาลีตอนใต้ที่เราได้ไปมาเมื่อปีก่อน
รายการอาหารของทางร้าน
รูปที่ 24
รายการอาหารของทางร้าน
ภายในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ Osteria มีบรรยากาศเป็นกันเองเหมาะสำหรับการนัดเพื่อนๆมาสังสรรค์กันหลังเลิกงาน
รูปที่ 25
ภายในตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ Osteria มีบรรยากาศเป็นกันเองเหมาะสำหรับการนัดเพื่อนๆมาสังสรรค์กันหลังเลิกงาน
ใครที่อยากเเวะมาดื่มทางร้านมีส่วนบาร์สำหรับชงเครื่อมดื่มที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับบริการลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะ รวมถึงเมนูสำหรับสั่งกลับบ้านและ Delivery อีกด้วย
รูปที่ 26
ใครที่อยากเเวะมาดื่มทางร้านมีส่วนบาร์สำหรับชงเครื่อมดื่มที่คัดสรรมาเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวสำหรับบริการลูกค้าที่มาเป็นหมู่คณะ รวมถึงเมนูสำหรับสั่งกลับบ้านและ Delivery อีกด้วย
ตู้เก็บน้ำ Brine ที่ทางร้านทำเอง
รูปที่ 27
ตู้เก็บน้ำ Brine ที่ทางร้านทำเอง
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ ราคาที่ตั้งไว้ถือว่าคุ้มค่ามากๆเทียบกับการได้มานั่งทานอาหารที่ปรุงโดยเชฟชาวอิตาเลียนเเท้ๆในเซ็ตติ้งระดับโรงแรม 5 ดาว ใครไม่ชอบอาหารคาวจะมาสั่งของหวานพร้อมจิบชายามบ่ายหรือไวน์สักเเก้วทางร้านก็ไม่ว่ากัน
รูปที่ 28
รสชาติอาหารโดยรวมถือว่าทำออกมาได้น่าประทับใจ ราคาที่ตั้งไว้ถือว่าคุ้มค่ามากๆเทียบกับการได้มานั่งทานอาหารที่ปรุงโดยเชฟชาวอิตาเลียนเเท้ๆในเซ็ตติ้งระดับโรงแรม 5 ดาว ใครไม่ชอบอาหารคาวจะมาสั่งของหวานพร้อมจิบชายามบ่ายหรือไวน์สักเเก้วทางร้านก็ไม่ว่ากัน
จุดเด่นที่สุดของ Salvia ที่หาร้านอาหารอิตาเลียนอื่นๆเทียบเคียงได้ยากคือ “ความคุ้มค่า” อาหารเเต่ละจานมีราคาย่อมเยาชนิดที่ใครๆก็ทานได้
รูปที่ 29
จุดเด่นที่สุดของ Salvia ที่หาร้านอาหารอิตาเลียนอื่นๆเทียบเคียงได้ยากคือ “ความคุ้มค่า” อาหารเเต่ละจานมีราคาย่อมเยาชนิดที่ใครๆก็ทานได้
บริเวณหน้าห้องอาหาร
รูปที่ 30
บริเวณหน้าห้องอาหาร
ชื่อร้าน Salvia แปลว่าใบเสจซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอาหารอิตาเลียน ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดในส่วนโรงแรมเเล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น M ของโรมแรม Grand Hyatt Erawan ได้เลย
รูปที่ 31
ชื่อร้าน Salvia แปลว่าใบเสจซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุดิบสำคัญของอาหารอิตาเลียน ลูกค้าสามารถนำรถเข้าจอดในส่วนโรงแรมเเล้วเดินขึ้นมาที่ชั้น M ของโรมแรม Grand Hyatt Erawan ได้เลย