GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Riva Del Fiume
Selected

ThailandRiva Del Fiume · ริว่า เดล ฟีอูเม

Italian · อาหารอิตาลี — 300 ถนนเจริญกรุง เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

🎗 [Intro] ปัจจุบันร้านอาหารอิตาเลียนมีอยู่มากมายและกระจายอยู่เกือบทุกมุมถนนในกรุงเทพ ทั้งพิซเซอเรีย แทร็ตโตเรีย ไปจนถึงร้านอาหารในโรงแรมชั้นนำ แต่เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่ามีเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับเมนูพื้นบ้านและจัดเสิร์ฟออกมาเทียบเคียงได้กับภัตตาคารในทวีปยุโรป หนึ่งในนั้นคือ Riva del Fiume ห้องอาหารอิตาลีน้องใหม่ประจำโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok At Chao Phraya River นั่นเอง

🎗 [The Place] ชื่อร้าน “Riva del Fiume” แปลตรงตัวได้ว่า “ริมแม่น้ำ” ภายในออกแบบโดยบริษัทอินทีเรียชั้นนำอย่าง AvroKO โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Villas ริมทะเลสาบ Como ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี เดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับโถงทางเดินยาวออกไปสู่เทอเรสแบบ Al Fresco ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารตั้งแต่ขั้นตอนการปรุงไปจนถึงการจัดจานเลยทีเดียว ข้างกันเป็นโซนที่นั่งใกล้เตาอบพิซซ่าสไตล์นาโปลีตันโดยมีไม้ฟืนจำนวนมากตั้งเรียงรายขึ้นมาจากพื้น ห้องทานอาหารหลักมีบาร์ตรงกลางสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม โต๊ะแต่ละตัวปูด้วยหินอ่อนซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศอิตาลี สำหรับใครที่มากันเป็นหมู่คณะทางร้านก็มีห้องส่วนตัวให้บริการ สุดท้ายคือที่นั่งริมระเบียงพร้อมวิวสระน้ำ Infinity Pools ยาวกว่า 30 เมตร ก่อนกลับอย่าลืมแวะชมผลิตภัณฑ์นำเข้าที่ผ่านการคัดสรรค์มาอย่างดีมีทั้งน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชูบัลซามิค ซอส และพาสต้าแบบแห้งต่างๆ บอกได้เลยว่าหาซื้อไม่ได้จากร้านค้าทั่วไปอย่างแน่นอน

🎗 [The Chef] Andrea Accordi เป็นชาวเมือง Nogara ทางตอนใต้ของ Verona ประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหารชั้นนำในเมือง Bardolino เมื่ออายุได้ 19 ปีเชฟ Andrea มีโอกาสบินลัดฟ้ามายังกรุงเทพเพื่อสาธิตการทำพาสต้าเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และประทับใจลักษณะของประเทศไทยเป็นอย่างมาก แม้จะต้องกลับไปทำงานในกรุง London แต่เชฟ Andrea ตั้งใจหางานประจำใหม่จนกระทั่งได้งานที่โรงแรมชั้นนำในกรุงเทพตามด้วยงานในรีสอร์ทสุดหรูในจังหวัดภูเก็ต แม้จะรับตำแหน่งเป็นเชฟคุมห้องอาหารอิตาเลียนแต่เชฟ Andrea ได้อาศัยช่วงเวลาว่างในการเรียนรู้รสชาติและเทคนิคการทำอาหารไทยและเอเชียชาติอื่น ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำอาหารของตัวเองจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเด่นชัดมากขึ้น ต่อมาเชฟ Andrea ได้กลับไปยังประเทศอิตาลีบ้านเกิดและได้ร่วมงานกับห้องอาหาร Villa La Vedetta ในกรุง Florence ทั้งยังสามารถคว้า ⭐️ Michelin Star ดวงแรกในชีวิตมาครองได้สำเร็จ สำหรับการร่วมงานกับ Four Seasons Hotel and Resorts ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ Four Seasons Hotel Prague ได้นำเสนอตำแหน่ง Executive Chef ประจำห้องอาหารอิตาเลียน Allegro ให้กับเชฟ Andrea ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการผสมผสานรสชาติทางตะวันออกเข้ากับอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมจนได้ออกมาเป็นอาหารรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร เมนู Signature Dish ชูโรงอย่าง Suckling Pig หรือหมูหันสไตล์อิตาเลียนของเชฟกลายเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากในบรรดานักชิมท้องถิ่นจนทำให้ Allegro สามารถคว้า ⭐️ Michelin Star มาครองใน Michelin Guide: Main Cities of Europe 2008 นับเป็นระยะเวลาเพียง 8 เดือนหลังตัวร้านเปิดทำการและสร้างประวัติศาสตร์เป็นห้องอาหาร Michelin Star แห่งแรกในกลุ่มประเทศแถบ Eastern Bloc ! หลังจากนั้นเชฟได้ร่วมงานกับ Four Seasons Hotel Group หลายแห่งทั้ง St. Petersburg และ Hong Kong ก่อนที่จะกลับมายังกรุงเทพเพื่อรับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River แห่งนี้

🎗 [The Food] อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในรูปแบบ À La Carte เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม เปิดสมุดเมนูออกมาจะพบกับรายการแยกออกเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่ Cichetti คำจิ๋วเสิร์ฟมาให้ทานระหว่างรออาหารจานอื่น Antipasti หรืออาหารเรียกน้ำย่อยที่นำเอาเมนูพื้นบ้านมายกระดับและจัดเสิร์ฟออกมาในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร Primi Piatti หรือพาสต้าที่รังสรรค์ออกมาได้เกือบไร้ที่ติเทียบกันได้กับห้องอาหารระดับ Michelin Star ในยุโรป Secondi Di Pesce E Carne เมนคอร์สที่มีให้เลือกทั้งเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ปิดท้ายด้วย Dolci หรือของหวานที่รังสรรค์โดยเชฟ Bruce Trouyet ชาวฝรั่งเศส อย่างไรก็ตามเราขอยกเมนูที่โดดเด่นจนต้องหยิบมาพูดถึงตรงนี้สัก 3-4 จานคือ

✨ Hand Cut Nero D'Aspromonte Ham (850++)

50 grams, served with matera pickled vegetables, gnocco bread

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโคลด์คัททางร้านมีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลายโดยเฉพาะ Chef's Selection ซึ่งรวบรวมโคลด์คัทหลายชนิดเสิร์ฟมาบน Tasting Board ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ต้องการเมนูเกรดพรีเมี่ยมที่สุดในลิสต์เพียงชนิดเดียวเราขอแนะนำ “เนโร ดาสโปรมอนเต้” เนื้อแฮมที่ได้จากหมูป่าสีดำแห่งเมือง Aspromonte ทางตอนใต้ของแคว้น Calabria โดยหมูทุกตัวจะถูกเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติในป่าและให้อาหารเป็นลูกสน เกาลัด เห็ด และผักรากเท่านั้นเพื่อให้เนื้อมีกลิ่นคล้ายผลไม้อบแห้ง หลังจากผ่านกรรมวิธีการแล่แล้วเนื้อหมูจะถูกนำไปหมัก ณ ถิ่นที่อยู่เดิมกับเกลือและพริกไทยนานถึง 24-48 เดือนจนเนื้อมีสีแดงเข้มเป็นเอกลักษณ์และเกิดรสชาติอันลึกซึ้งเข้มข้น เมื่อแล่ออกมาเป็นชิ้นบาง ๆ ตักทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงเนื้อสัมผัสอันหนึบพอดี มีสมดุลของรสเค็มและความมันจากส่วนไขมันที่เพอร์เฟค เชฟเสิร์ฟมาคู่กับผักดองจากเมือง Matera ให้รสเปรี้ยวกลมกล่อม ไม่บาดลิ้น ช่วยตัดกับความเค็มของแฮมได้ดีสุดๆ (15/20)

✨ Tortelli (1,500++)

Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon

พาสต้าจานที่ดีที่สุดในมื้อคือ “ตอเตลลี่” พาสต้าทรงเกี๊ยวที่นิยมทานกันมากในแคว้น Lombardy, Emilia-Romagna และ Tuscany สำหรับที่ร้าน Riva del Fiume เชฟได้นวดแป้งและทำพาสต้าเส้นสดกันแบบวันต่อวัน ขั้นตอนการทำเริ่มจากใส่เนยและน้ำที่ได้จากเลมอนนำเข้าจากแคว้น Sicily ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกเลมอนที่ดีที่สุดในโลก จากนั้นนำตอเตลลี่ที่ต้มจนสุกลงไปคลุกเคล้ากับซอส จากนั้นนำมาจัดจานโดยการวางตอเตลลี่ที่เคลือบด้วยซอสเลมอนลงไปบนพูเรถั่วลันเตา มีพูเรมิ้นท์ ข้างกันมีเนื้อจากลำตัวและส่วนก้ามของกุ้งแคนาเดียนล็อบสเตอร์ ปิดท้ายด้วยการเติม Extravirgin Olive Oil ลงไปเพียงเล็กน้อยเป็นอันเสร็จกระบวนการ ตัวพาสต้าจับจีบออกมาได้สวยงามสอดไส้รีคอตต้าและชีสนมแพะ ผิวด้านนอกสามารถยึดน้ำซอสเลมอนเคลือบเอาไว้ได้ทั่วถึงให้รสออกเปรี้ยวนิด ๆ ตัดกันกับความหวานจากพูเรถั่วลันเตา ทุกองค์ประกอบของล็อบสเตอร์ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ถือเป็นจานที่รวบรวมวัตถุดิบราคาสูงและปรุงออกมาได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)

✨ Spaghettone Aglio & Olio (450++)

Extravirgin olive oil, cruschi peppers, chili, garlic

ปกติแล้วห้องอาหาร Riva del Fiume จะนำเสนอพาสต้าเส้นสดทำเองเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นเพียงแค่ “สปาเก็ตโตนี่ แอกลิโอ้ อี โอลิโอ้” จานนี้เพียงจานเดียวเท่านั้น ถึงแม้จะเป็น Dry Pasta แต่ห้ามดูถูกกันเด็ดขาดเพราะ “Pasta Mancini” ที่เชฟเลือกใช้ถือเป็น Dry Pasta ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามห้องอาหารระดับ Michelin Star ในประเทศอิตาลีโดยมีองค์ประกอบหลักเป็นข้าวสาลี Durum เก็บเกี่ยวกันแบบปีต่อปีเสริมด้วยวัตถุดิบรองเพียงสองอย่างคือแป้ง Semolina และน้ำเปล่าเท่านั้น สำหรับเรา Pasta Mancini สามารถใช้เป็นมาตรฐานสำหรับสามารถอธิบายคำว่า Al Dente ได้ดีที่สุดคือมีเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ และแน่น ในระดับที่เพอร์เฟค เชฟนำลงไปคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น พริกแห้ง และกระเทียมให้รสชาติออกเผ็ดนิด ๆ ด้านล่างคือซอสสีแดงทำมาจาก Peperone Crusco หรือพริกสีแดงพื้นถิ่นของแคว้น Calabria มีรสชาติไม่เผ็ดมากนักแต่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมและอโรม่าคล้ายปาปริก้า… ใครที่อยากรู้ว่า Dry Pasta ที่ดีมาก ๆ เป็นอย่างไรต้องลองสั่งจานนี้มาชิมกันดู (15/20)

✨ Panna Cotta al Basilico (320++)

Basil panna cotta, citrus poached cherry tomatoes, burrata sorbet

สำหรับเหล่า Foodies ทั้งหลายเราขอปักหมุด “พานาคอตต้า อัล บาซิลิโก้” เมนูพานาคอตต้าสุดครีเอทที่แม้จะเป็นของหวานแต่เชฟ Bruce Trouyet ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Burrata Salad ซึ่งเป็นอาหารคาว ตัวพานาคอตต้าทำมาจากใบเบซิลนุ่ม เด้ง ละมุนลิ้นมากๆ ทั้งยังมีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน ชั้นบนคือมะเขือเทศเชอร์รี่ที่นำไปโพชในซิตรัสช่วยลดทอนความคาวไม่ให้เด่นจนเกินไปจนสามารถใส่มาในจานของหวานได้ สุดท้ายคือบูราต้าซอร์เบท์ที่มีความหอม มัน ตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันทานแล้วได้กลิ่นอายของความเป็นบูราต้าสลัดแต่ก็เป็นของหวานไปด้วยในตัว อย่างไรก็ตามเพื่อน ๆ ที่ลองควรมีประสบการณ์กับอาหารอิตาลีมาระดับหนึ่งและขอบอกเลยว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเมนูนี้เพราะต้องทั้งตีความและอาศัยความเข้าใจมากพอสมควรเลยทีเดียว (16/20)

🎗 [Conclusion] เชฟ Andrea Accordi ได้รังสรรค์ให้ Riva del Fiume เป็นจุดหมายทางอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การปรุง ไปจนถึงการจัดจานทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ การตกแต่งร้านชวนให้เรานึกถึง Villa del Balbianello หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญริม Lago di Como ราคาอาหารค่อนไปทางสูงแต่ก็แลกมาด้วย Service Level ระดับโรงแรม Four Seasons ขอแนะนำเพื่อน ๆ สายอาหารยุโรปให้ลองแวะมาชิมดูสักครั้งรับรองว่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 68 รูป

🇹🇭 Riva Del Fiume - ริว่า เดล ฟีอูเม 🍴 Italian - อาหารอิตาลี
รูปที่ 1
🇹🇭 Riva Del Fiume - ริว่า เดล ฟีอูเม 🍴 Italian - อาหารอิตาลี
Andrea Accordi เป็นชาวเมือง Nogara ทางตอนใต้ของ Verona ประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหารชั้นนำในเมือง Bardolino เมื่ออายุได้ 19 ปีเชฟ Andrea มีโอกาสบินลัดฟ้ามายังกรุงเทพเพื่อสาธิตการทำพาสต้าเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และประทับใจลักษณะของประเทศไทยเป็นอย่างมากแม้จะต้องกลับไปทำงานในกรุง London แต่เชฟ Andrea ตั้งใจหางานประจำใหม่จนกระทั่งได้งานที่โรงแรมชั้นนำในกรุงเทพตามด้วยงานในรีสอร์ทสุดหรูในจังหวัดภูเก็ต แม้จะรับตำแหน่งเป็นเชฟคุมห้องอาหารอิตาเลียนแต่เชฟ Andrea ได้อาศัยช่วงเวลาว่างในการเรียนรู้รสชาติและเทคนิคการทำอาหารไทยและเอเชียชาติอื่น ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำอาหารของตัวเองจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเด่นชัดมากขึ้น ต่อมาเชฟ Andrea ได้กลับไปยังประเทศอิตาลีบ้านเกิดและได้ร่วมงานกับห้องอาหาร Villa La Vedetta ในกรุง Florence ทั้งยังสามารถคว้า ⭐️ Michelin Star ดวงแรกในชีวิตมาครองได้สำเร็จ สำหรับการร่วมงานกับ Four Seasons Hotel Group ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ Four Seasons Hotel Prague ได้นำเสนอตำแหน่ง Executive Chef ประจำห้องอาหารอิตาเลียน Allegro ให้กับเชฟ Andrea ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการผสมผสานรสชาติทางตะวันออกเข้ากับอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมจนได้ออกมาเป็นอาหารรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร เมนู Signature Dish ชูโรงอย่าง Suckling Pig หรือหมูหันสไตล์อิตาเลียนของเชฟกลายเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากในบรรดานักชิมท้องถิ่นจนทำให้ Allegro สามารถคว้า ⭐️ Michelin Star มาครองใน Michelin Guide: Main Cities of Europe 2008 นับเป็นระยะเวลาเพียง 8 เดือนหลังตัวร้านเปิดทำการและสร้างประวัติศาสตร์เป็นห้องอาหาร Michelin Star แห่งแรกในกลุ่มประเทศแถบ Eastern Bloc ! หลังจากนั้นเชฟได้ร่วมงานกับ Four Seasons Hotel Group หลายแห่งทั้ง St. Petersburg และ Hong Kong ก่อนที่จะกลับมายังกรุงเทพเพื่อรับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River แห่งนี้
รูปที่ 2
Andrea Accordi เป็นชาวเมือง Nogara ทางตอนใต้ของ Verona ประเทศอิตาลี หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนการอาหารชั้นนำในเมือง Bardolino เมื่ออายุได้ 19 ปีเชฟ Andrea มีโอกาสบินลัดฟ้ามายังกรุงเทพเพื่อสาธิตการทำพาสต้าเป็นระยะเวลาสั้น ๆ และประทับใจลักษณะของประเทศไทยเป็นอย่างมากแม้จะต้องกลับไปทำงานในกรุง London แต่เชฟ Andrea ตั้งใจหางานประจำใหม่จนกระทั่งได้งานที่โรงแรมชั้นนำในกรุงเทพตามด้วยงานในรีสอร์ทสุดหรูในจังหวัดภูเก็ต แม้จะรับตำแหน่งเป็นเชฟคุมห้องอาหารอิตาเลียนแต่เชฟ Andrea ได้อาศัยช่วงเวลาว่างในการเรียนรู้รสชาติและเทคนิคการทำอาหารไทยและเอเชียชาติอื่น ๆ เพื่อเพิ่มพูนทักษะการทำอาหารของตัวเองจนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเด่นชัดมากขึ้น ต่อมาเชฟ Andrea ได้กลับไปยังประเทศอิตาลีบ้านเกิดและได้ร่วมงานกับห้องอาหาร Villa La Vedetta ในกรุง Florence ทั้งยังสามารถคว้า ⭐️ Michelin Star ดวงแรกในชีวิตมาครองได้สำเร็จ สำหรับการร่วมงานกับ Four Seasons Hotel Group ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ Four Seasons Hotel Prague ได้นำเสนอตำแหน่ง Executive Chef ประจำห้องอาหารอิตาเลียน Allegro ให้กับเชฟ Andrea ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวในการผสมผสานรสชาติทางตะวันออกเข้ากับอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมจนได้ออกมาเป็นอาหารรูปแบบใหม่ไม่ซ้ำใคร เมนู Signature Dish ชูโรงอย่าง Suckling Pig หรือหมูหันสไตล์อิตาเลียนของเชฟกลายเป็นที่พูดถึงกันปากต่อปากในบรรดานักชิมท้องถิ่นจนทำให้ Allegro สามารถคว้า ⭐️ Michelin Star มาครองใน Michelin Guide: Main Cities of Europe 2008 นับเป็นระยะเวลาเพียง 8 เดือนหลังตัวร้านเปิดทำการและสร้างประวัติศาสตร์เป็นห้องอาหาร Michelin Star แห่งแรกในกลุ่มประเทศแถบ Eastern Bloc ! หลังจากนั้นเชฟได้ร่วมงานกับ Four Seasons Hotel Group หลายแห่งทั้ง St. Petersburg และ Hong Kong ก่อนที่จะกลับมายังกรุงเทพเพื่อรับตำแหน่ง Executive Chef ให้กับ Four Seasons Hotel Bangkok at Chao Phraya River แห่งนี้
ปัจจุบันร้านอาหารอิตาเลียนมีอยู่มากมายและกระจายอยู่เกือบทุกมุมถนนในกรุงเทพ มีทั้งพิซเซอเรีย แทร็ตโตเรีย ไปจนถึงร้านอาหารในโรงแรมชั้นนำ แต่เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่ามีเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับเมนูพื้นบ้านและจัดเสิร์ฟออกมาเทียบเคียงได้กับภัตตาคารชั้นนำในทวีปยุโรป หนึ่งในนั้นคือ Riva del Fiume ห้องอาหารอิตาลีน้องใหม่ประจำโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok At Chao Phraya River นั่นเอง
รูปที่ 3
ปัจจุบันร้านอาหารอิตาเลียนมีอยู่มากมายและกระจายอยู่เกือบทุกมุมถนนในกรุงเทพ มีทั้งพิซเซอเรีย แทร็ตโตเรีย ไปจนถึงร้านอาหารในโรงแรมชั้นนำ แต่เมื่อมองลึกลงไปจะพบว่ามีเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถยกระดับเมนูพื้นบ้านและจัดเสิร์ฟออกมาเทียบเคียงได้กับภัตตาคารชั้นนำในทวีปยุโรป หนึ่งในนั้นคือ Riva del Fiume ห้องอาหารอิตาลีน้องใหม่ประจำโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok At Chao Phraya River นั่นเอง
Amuse Bouche Cacio e pepe เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูชอย่าง “คาชิโอ้ อี เปเป้” เชฟใช้ Stecca Bread กรอบ ๆ สอดไส้ชีส Pecorino Romano และพริกไทยเอาไว้ตรงกลางให้รสเค็มนิด ๆ ด้านบนเป็น Ricotta Cheese ทานทั้งหมดในคำเดียวช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (15/20)
รูปที่ 4
Amuse Bouche Cacio e pepe เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยอมูสบูชอย่าง “คาชิโอ้ อี เปเป้” เชฟใช้ Stecca Bread กรอบ ๆ สอดไส้ชีส Pecorino Romano และพริกไทยเอาไว้ตรงกลางให้รสเค็มนิด ๆ ด้านบนเป็น Ricotta Cheese ทานทั้งหมดในคำเดียวช่วยกระตุ้นน้ำย่อยได้เป็นอย่างดี (15/20)
Amuse Bouche Scallop tartar อมูสบูชที่นี่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยในอีกวันที่เราแวะไปเชฟนำเสนอเป็น “ทาทาร์หอยเชลล์” สับมาเป็นชิ้นเล็กๆพอให้มีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยว ด้านในมีอโวคาโด้พุดดิ้ง อาติโชค และแอปเปิ้ลเขียว ด้านบนทอปด้วยอาติโชคกรอบอีกทีหนึ่งให้มีความแตกต่างของเนื้อสัมผัส ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่นช่วยเรียกน้ำย่อยก่อนเข้าสู่มื้ออาหารหลัก (13/20)
รูปที่ 5
Amuse Bouche Scallop tartar อมูสบูชที่นี่จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ โดยในอีกวันที่เราแวะไปเชฟนำเสนอเป็น “ทาทาร์หอยเชลล์” สับมาเป็นชิ้นเล็กๆพอให้มีเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยว ด้านในมีอโวคาโด้พุดดิ้ง อาติโชค และแอปเปิ้ลเขียว ด้านบนทอปด้วยอาติโชคกรอบอีกทีหนึ่งให้มีความแตกต่างของเนื้อสัมผัส ทานแล้วจะรู้สึกสดชื่นช่วยเรียกน้ำย่อยก่อนเข้าสู่มื้ออาหารหลัก (13/20)
Pane Italiano Soft polenta, stecca bread, grissini ขนมปังที่นี่ทำเองในร้านกันสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวันโดยมีให้เลือก 3 อย่างคือโปเลนต้าเป็นขนมปังชิ้นโต กรอบนอก นุ่มใน ด้านในมีมะกอกอยู่ด้วยช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้เด่นชัดมากขึ้นไปอีก ถัดมาคือสเต๊กก้าเป็นขนมปังแผ่นกรอบชวนเคี้ยวเล่นได้เพลิน ๆ สุดท้ายคือกริซซินี่ที่มีส่วนผสมของไขมันเป็ด
รูปที่ 6
Pane Italiano Soft polenta, stecca bread, grissini ขนมปังที่นี่ทำเองในร้านกันสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวันโดยมีให้เลือก 3 อย่างคือโปเลนต้าเป็นขนมปังชิ้นโต กรอบนอก นุ่มใน ด้านในมีมะกอกอยู่ด้วยช่วยเพิ่มกลิ่นหอมให้เด่นชัดมากขึ้นไปอีก ถัดมาคือสเต๊กก้าเป็นขนมปังแผ่นกรอบชวนเคี้ยวเล่นได้เพลิน ๆ สุดท้ายคือกริซซินี่ที่มีส่วนผสมของไขมันเป็ด
Pane Italiano Soft polenta, stecca bread, grissini เสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและน้ำส้มสายชูบัลซามิคคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการหมักนานกว่า 10 ปีและบรรจุในเมือง Modena ประเทศอิตาลีสังเกตุได้จากข้อความบนบรรจุภัณฑ์ว่า Aceto Balsamico Di Modena ให้รสชาติหวานในระดับที่เกือบเท่า ๆ กันกับรสเปรี้ยว (ต่างจากน้ำส้มสายชูบัลซามิคที่หมักในระยะเวลาที่น้อยกว่าซึ่งจะมีรสชาติเปรี้ยวค่อนข้างโดด) ขอย้ำว่าห้ามพลาดเลยจริงๆเพราะตัวน้ำส้มสายชูบัลซามิคนี้ต้องขอจากพนักงานก่อนเท่านั้น
รูปที่ 7
Pane Italiano Soft polenta, stecca bread, grissini เสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและน้ำส้มสายชูบัลซามิคคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการหมักนานกว่า 10 ปีและบรรจุในเมือง Modena ประเทศอิตาลีสังเกตุได้จากข้อความบนบรรจุภัณฑ์ว่า Aceto Balsamico Di Modena ให้รสชาติหวานในระดับที่เกือบเท่า ๆ กันกับรสเปรี้ยว (ต่างจากน้ำส้มสายชูบัลซามิคที่หมักในระยะเวลาที่น้อยกว่าซึ่งจะมีรสชาติเปรี้ยวค่อนข้างโดด) ขอย้ำว่าห้ามพลาดเลยจริงๆเพราะตัวน้ำส้มสายชูบัลซามิคนี้ต้องขอจากพนักงานก่อนเท่านั้น
Pane Italiano Soft polenta, stecca bread, grissini ขวดน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและน้ำส้มสายชูบัลซามิค
รูปที่ 8
Pane Italiano Soft polenta, stecca bread, grissini ขวดน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้นและน้ำส้มสายชูบัลซามิค
Arancini (250++) Deep fried saffron risotto, buffalo mozzarella เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย “อรันชินี่” เชฟใช้ข้าว Canaroli มาปรุงโดยใส่แซฟรอนลงไปด้วยช่วยให่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จากนั้นนำมาคลุกกับเศษขนมปังเป็นก้อนกลมแล้วทอดจนกรอบและไม่อมน้ำมัน ด้านในมีชีสมอซซาเรลล่าและเบซิลผสมอยู่ ด้านบนทอปด้วยซอสสีแดงทำมาจากมะเขือเทศ Piennolo ให้รสเปรี้ยวอุมามิ อย่างไรก็ตามรสชาติของมะเขือเทศดูจะอ่อนไปเล็กน้อยเทียบกับปริมาณข้าวที่ใช้ (13/20)
รูปที่ 9
Arancini (250++) Deep fried saffron risotto, buffalo mozzarella เริ่มต้นมื้ออาหารด้วย “อรันชินี่” เชฟใช้ข้าว Canaroli มาปรุงโดยใส่แซฟรอนลงไปด้วยช่วยให่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จากนั้นนำมาคลุกกับเศษขนมปังเป็นก้อนกลมแล้วทอดจนกรอบและไม่อมน้ำมัน ด้านในมีชีสมอซซาเรลล่าและเบซิลผสมอยู่ ด้านบนทอปด้วยซอสสีแดงทำมาจากมะเขือเทศ Piennolo ให้รสเปรี้ยวอุมามิ อย่างไรก็ตามรสชาติของมะเขือเทศดูจะอ่อนไปเล็กน้อยเทียบกับปริมาณข้าวที่ใช้ (13/20)
Parmigiana di Melanzane (490++) Warm eggplant parmigiana, matera tomato fondue, 36 month aged parmigiano สำหรับอาหารทานเล่นจานแรกเราขอแนะนำ “พามิเจียน่า ดิ เมลานซาเน่” อาหารพื้นเมืองสุดคลาสสิคแห่งเมือง Napoli โดยมีบันทึกอยู่ในคู่มือปรุงอาหาร Il cuoco galante เขียนโดย Vincenzo Corrado ในปี 1786 แต่แทนที่จะนำมาเรียงซ่อนกันในถ้วยเซรามิคแบบดั้งเดิมเชฟ Andrea ได้ฝานมะเขือม่วงออกมาเป็นชิ้นบางๆแล้วห่อเป็นทรงกระบอกเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ข้างกันคือซอสมะเขือเทศค็อกเทลให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิ ด้านบนทอปด้วยพาเมซานอายุ 36 เดือนและใบเบซิล ใช้มีดตัดมะเขือม่วงออกแล้วจิ้มซอสมะเขือเทศ บอกเลยว่าทั้งสวยและอร่อยเลยจริง ๆ (15/20)
รูปที่ 10
Parmigiana di Melanzane (490++) Warm eggplant parmigiana, matera tomato fondue, 36 month aged parmigiano สำหรับอาหารทานเล่นจานแรกเราขอแนะนำ “พามิเจียน่า ดิ เมลานซาเน่” อาหารพื้นเมืองสุดคลาสสิคแห่งเมือง Napoli โดยมีบันทึกอยู่ในคู่มือปรุงอาหาร Il cuoco galante เขียนโดย Vincenzo Corrado ในปี 1786 แต่แทนที่จะนำมาเรียงซ่อนกันในถ้วยเซรามิคแบบดั้งเดิมเชฟ Andrea ได้ฝานมะเขือม่วงออกมาเป็นชิ้นบางๆแล้วห่อเป็นทรงกระบอกเสิร์ฟมาอุ่น ๆ ข้างกันคือซอสมะเขือเทศค็อกเทลให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิ ด้านบนทอปด้วยพาเมซานอายุ 36 เดือนและใบเบซิล ใช้มีดตัดมะเขือม่วงออกแล้วจิ้มซอสมะเขือเทศ บอกเลยว่าทั้งสวยและอร่อยเลยจริง ๆ (15/20)
Polipo e Cavolfiore (680++) Grilled octopus tentacle, cauliflower and avola almond “โปลิโป้ อี คาโวลฟิออเร่” อาหารเรียกน้ำย่อยที่มีโปรตีนหลักเป็นหนวดหมึกยักษ์นำเข้าจากทะเลเมดิเตอเรเนียน ประเทศสเปน ย่างมาจนสุก มีเนื้อสัมผัสหนึบกำลังพอดี ทานกับองค์ประกอบจากผักหลากหลายชนิด มีทั้งอโวล่าอัลมอนด์นำเข้าจากหมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี อีมัลชั่นสีขาวทำมาจากกะหล่ำดอก มีกะหล่ำดอกฝานเป็นแผ่นบางๆ และแรดิช ตักทานหลายๆอย่างเพื่อสัมผัสถึงระดับความกรอบที่แตกต่างกันออกไป (14/20)
รูปที่ 11
Polipo e Cavolfiore (680++) Grilled octopus tentacle, cauliflower and avola almond “โปลิโป้ อี คาโวลฟิออเร่” อาหารเรียกน้ำย่อยที่มีโปรตีนหลักเป็นหนวดหมึกยักษ์นำเข้าจากทะเลเมดิเตอเรเนียน ประเทศสเปน ย่างมาจนสุก มีเนื้อสัมผัสหนึบกำลังพอดี ทานกับองค์ประกอบจากผักหลากหลายชนิด มีทั้งอโวล่าอัลมอนด์นำเข้าจากหมู่เกาะ Sicily ทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี อีมัลชั่นสีขาวทำมาจากกะหล่ำดอก มีกะหล่ำดอกฝานเป็นแผ่นบางๆ และแรดิช ตักทานหลายๆอย่างเพื่อสัมผัสถึงระดับความกรอบที่แตกต่างกันออกไป (14/20)
Hand Cut Nero D'Aspromonte Ham (850++) 50 grams, served with matera pickled vegetables, gnocco bread สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโคลด์คัททางร้านมีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลายโดยเฉพาะ Chef's Selection ซึ่งรวบรวมโคลด์คัทหลายชนิดเสิร์ฟมาบน Tasting Board ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ต้องการเมนูเกรดพรีเมี่ยมที่สุดในลิสต์เพียงชนิดเดียวเราขอแนะนำ “เนโร ดาสโปรมอนเต้” เนื้อแฮมที่ได้จากหมูป่าสีดำแห่งเมือง Aspromonte ทางตอนใต้ของแคว้น Calabria นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 12
Hand Cut Nero D'Aspromonte Ham (850++) 50 grams, served with matera pickled vegetables, gnocco bread สำหรับผู้ที่ชื่นชอบโคลด์คัททางร้านมีตัวเลือกค่อนข้างหลากหลายโดยเฉพาะ Chef's Selection ซึ่งรวบรวมโคลด์คัทหลายชนิดเสิร์ฟมาบน Tasting Board ขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ที่ต้องการเมนูเกรดพรีเมี่ยมที่สุดในลิสต์เพียงชนิดเดียวเราขอแนะนำ “เนโร ดาสโปรมอนเต้” เนื้อแฮมที่ได้จากหมูป่าสีดำแห่งเมือง Aspromonte ทางตอนใต้ของแคว้น Calabria นั่นเอง (15/20)
Hand Cut Nero D'Aspromonte Ham (850++) 50 grams, served with matera pickled vegetables, gnocco bread หมูทุกตัวจะถูกเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติในป่าและให้อาหารเป็นลูกสน เกาลัด เห็ด และผักรากเท่านั้นเพื่อให้เนื้อมีกลิ่นคล้ายผลไม้อบแห้ง หลังจากผ่านกรรมวิธีการแล่แล้วเนื้อหมูจะถูกนำไปหมัก ณ ถิ่นที่อยู่เดิมกับเกลือและพริกไทยนานถึง 24-48 เดือนจนเนื้อมีสีแดงเข้มเป็นเอกลักษณ์และเกิดรสชาติอันลึกซึ้งเข้มข้น เมื่อแล่ออกมาเป็นชิ้นบาง ๆ ตักทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงเนื้อสัมผัสอันหนึบพอดี มีสมดุลของรสเค็มและความมันจากส่วนไขมันที่เพอร์เฟค เชฟเสิร์ฟมาคู่กับผักดองจากเมือง Matera ให้รสเปรี้ยวกลมกล่อม ไม่บาดลิ้น ช่วยตัดกับความเค็มของแฮมได้ดีสุด ๆ (15/20)
รูปที่ 13
Hand Cut Nero D'Aspromonte Ham (850++) 50 grams, served with matera pickled vegetables, gnocco bread หมูทุกตัวจะถูกเลี้ยงแบบปล่อยตามธรรมชาติในป่าและให้อาหารเป็นลูกสน เกาลัด เห็ด และผักรากเท่านั้นเพื่อให้เนื้อมีกลิ่นคล้ายผลไม้อบแห้ง หลังจากผ่านกรรมวิธีการแล่แล้วเนื้อหมูจะถูกนำไปหมัก ณ ถิ่นที่อยู่เดิมกับเกลือและพริกไทยนานถึง 24-48 เดือนจนเนื้อมีสีแดงเข้มเป็นเอกลักษณ์และเกิดรสชาติอันลึกซึ้งเข้มข้น เมื่อแล่ออกมาเป็นชิ้นบาง ๆ ตักทานแล้วจะสัมผัสได้ถึงเนื้อสัมผัสอันหนึบพอดี มีสมดุลของรสเค็มและความมันจากส่วนไขมันที่เพอร์เฟค เชฟเสิร์ฟมาคู่กับผักดองจากเมือง Matera ให้รสเปรี้ยวกลมกล่อม ไม่บาดลิ้น ช่วยตัดกับความเค็มของแฮมได้ดีสุด ๆ (15/20)
Hand Cut Nero D'Aspromonte Ham (850++) 50 grams, served with matera pickled vegetables, gnocco bread ข้างกันคือ “ขนมปังยอคโก้” เสิร์ฟมาอุ่น ๆ มีความฟูและกรอบ จะทานสลับกับแฮมหรือทานเปล่า ๆ ก็อร่อยเหมือนกัน (15/20)
รูปที่ 14
Hand Cut Nero D'Aspromonte Ham (850++) 50 grams, served with matera pickled vegetables, gnocco bread ข้างกันคือ “ขนมปังยอคโก้” เสิร์ฟมาอุ่น ๆ มีความฟูและกรอบ จะทานสลับกับแฮมหรือทานเปล่า ๆ ก็อร่อยเหมือนกัน (15/20)
Spaghettone Aglio & Olio (450++) Extravirgin olive oil, cruschi peppers, chili, garlic ปกติแล้วห้องอาหาร Riva del Fiume จะนำเสนอพาสต้าเส้นสดทำเองเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นเพียงแค่ “สปาเก็ตโตนี่ แอกลิโอ้ อี โอลิโอ้” จานนี้เพียงจานเดียวเท่านั้น ถึงแม้จะเป็น Dry Pasta แต่ห้ามดูถูกกันเด็ดขาดเพราะ “Pasta Mancini” ที่เชฟเลือกใช้ถือเป็น Dry Pasta ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามห้องอาหารระดับ Michelin Star ในประเทศอิตาลีโดยมีองค์ประกอบหลักเป็นข้าวสาลี Durum เก็บเกี่ยวกันแบบปีต่อปีเสริมด้วยวัตถุดิบรองเพียงสองอย่างคือแป้ง Semolina และน้ำเปล่าเท่านั้น สำหรับเรา Pasta Mancini สามารถใช้เป็นมาตรฐานสำหรับสามารถอธิบายคำว่า Al Dente ได้ดีที่สุดคือมีเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ และแน่น ในระดับที่เพอร์เฟค เชฟนำลงไปคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น พริกแห้ง และกระเทียมให้รสชาติออกเผ็ดนิด ๆ ด้านล่างคือซอสสีแดงทำมาจาก Peperone Crusco หรือพริกสีแดงพื้นถิ่นของแคว้น Calabria มีรสชาติไม่เผ็ดมากนักแต่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมและอโรม่าคล้ายปาปริก้า… ใครที่อยากรู้ว่า Dry Pasta ที่ดีมาก ๆ เป็นอย่างไรต้องลองสั่งจานนี้มาชิมกันดู (15/20)
รูปที่ 15
Spaghettone Aglio & Olio (450++) Extravirgin olive oil, cruschi peppers, chili, garlic ปกติแล้วห้องอาหาร Riva del Fiume จะนำเสนอพาสต้าเส้นสดทำเองเป็นส่วนใหญ่ยกเว้นเพียงแค่ “สปาเก็ตโตนี่ แอกลิโอ้ อี โอลิโอ้” จานนี้เพียงจานเดียวเท่านั้น ถึงแม้จะเป็น Dry Pasta แต่ห้ามดูถูกกันเด็ดขาดเพราะ “Pasta Mancini” ที่เชฟเลือกใช้ถือเป็น Dry Pasta ที่พบเห็นได้ทั่วไปตามห้องอาหารระดับ Michelin Star ในประเทศอิตาลีโดยมีองค์ประกอบหลักเป็นข้าวสาลี Durum เก็บเกี่ยวกันแบบปีต่อปีเสริมด้วยวัตถุดิบรองเพียงสองอย่างคือแป้ง Semolina และน้ำเปล่าเท่านั้น สำหรับเรา Pasta Mancini สามารถใช้เป็นมาตรฐานสำหรับสามารถอธิบายคำว่า Al Dente ได้ดีที่สุดคือมีเนื้อสัมผัสนุ่ม หนึบ และแน่น ในระดับที่เพอร์เฟค เชฟนำลงไปคลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอกเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น พริกแห้ง และกระเทียมให้รสชาติออกเผ็ดนิด ๆ ด้านล่างคือซอสสีแดงทำมาจาก Peperone Crusco หรือพริกสีแดงพื้นถิ่นของแคว้น Calabria มีรสชาติไม่เผ็ดมากนักแต่โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมและอโรม่าคล้ายปาปริก้า… ใครที่อยากรู้ว่า Dry Pasta ที่ดีมาก ๆ เป็นอย่างไรต้องลองสั่งจานนี้มาชิมกันดู (15/20)
Caramelle (560++) Slow cooked hen ravioli, robbiola cheese, cacciatora sauce “การาเมลเล่” พาสต้าทรงเกี๊ยวหน้าตาคล้ายลูกกวาดนี้มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Emilia-Romagna โดยเฉพาะแถบเมือง Parma และ Modena ว่ากันว่าชื่อเล่นของพาสต้าชนิดนี้คือ Holiday Pasta เพราะผู้คนนิยมทำกันในงานเฉลิมฉลองวัน Easter นั่นเอง สำหรับที่ร้าน Riva del Fiume เชฟได้เลือกใช้เนื้อของไก่ตัวเมียจากฟาร์มในจังหวัดเชียงรายไปบดจนละเอียดแล้วคลุกกับเครื่องเทศ จากนั้นนำมาห่อด้วยแป้งพาสต้าโฮมเมดพับจับจีบจนได้รูปทรงสวยงามจบด้วยการนำไป Slow Cooked จนสุกพอดี ด้านล่างสีส้มล่างคือ Cacciatora Sauce หรือ Hunter Sauce เป็นซอสที่นิยมนำมาจับคู่กับเนื้อไก่โดยใช้ผักที่หาได้จากในป่าเป็นวัตถุดิบหลักให้รสชาติเปรี้ยวจากมะเขือเทศแทรกด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรอื่นๆทั้งกระเทียม หอมใหญ่ และพริกไทย ข้างกันคือซอสสีเหลืองทำมาจาก Robbiola Cheese ทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด (15/20)
รูปที่ 16
Caramelle (560++) Slow cooked hen ravioli, robbiola cheese, cacciatora sauce “การาเมลเล่” พาสต้าทรงเกี๊ยวหน้าตาคล้ายลูกกวาดนี้มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Emilia-Romagna โดยเฉพาะแถบเมือง Parma และ Modena ว่ากันว่าชื่อเล่นของพาสต้าชนิดนี้คือ Holiday Pasta เพราะผู้คนนิยมทำกันในงานเฉลิมฉลองวัน Easter นั่นเอง สำหรับที่ร้าน Riva del Fiume เชฟได้เลือกใช้เนื้อของไก่ตัวเมียจากฟาร์มในจังหวัดเชียงรายไปบดจนละเอียดแล้วคลุกกับเครื่องเทศ จากนั้นนำมาห่อด้วยแป้งพาสต้าโฮมเมดพับจับจีบจนได้รูปทรงสวยงามจบด้วยการนำไป Slow Cooked จนสุกพอดี ด้านล่างสีส้มล่างคือ Cacciatora Sauce หรือ Hunter Sauce เป็นซอสที่นิยมนำมาจับคู่กับเนื้อไก่โดยใช้ผักที่หาได้จากในป่าเป็นวัตถุดิบหลักให้รสชาติเปรี้ยวจากมะเขือเทศแทรกด้วยกลิ่นหอมของสมุนไพรอื่นๆทั้งกระเทียม หอมใหญ่ และพริกไทย ข้างกันคือซอสสีเหลืองทำมาจาก Robbiola Cheese ทานทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด (15/20)
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon พาสต้าจานที่ดีที่สุดในมื้อคือ “ตอเตลลี่” พาสต้าทรงเกี๊ยวที่นิยมทานกันมากในแคว้น Lombardy, Emilia-Romagna และ Tuscany สำหรับที่ร้าน Riva del Fiume เชฟได้นวดแป้งและทำพาสต้าเส้นสดกันแบบวันต่อวัน จานนี้มีความพิเศษคือเราได้ขอพนักงานเดินไปที่ Pasta Station ในครัวเปิดเพื่อชมเชฟ Andrea ปรุงอาหารกันสดๆเลยทีเดียว (15/20)
รูปที่ 17
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon พาสต้าจานที่ดีที่สุดในมื้อคือ “ตอเตลลี่” พาสต้าทรงเกี๊ยวที่นิยมทานกันมากในแคว้น Lombardy, Emilia-Romagna และ Tuscany สำหรับที่ร้าน Riva del Fiume เชฟได้นวดแป้งและทำพาสต้าเส้นสดกันแบบวันต่อวัน จานนี้มีความพิเศษคือเราได้ขอพนักงานเดินไปที่ Pasta Station ในครัวเปิดเพื่อชมเชฟ Andrea ปรุงอาหารกันสดๆเลยทีเดียว (15/20)
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon ขั้นตอนการทำเริ่มจากใส่เนยและน้ำที่ได้จากเลมอนนำเข้าจากแคว้น Sicily ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกเลมอนที่ดีที่สุดในโลก จากนั้นนำตอเตลลี่ที่ต้มจนสุกลงไปคลุกเคล้ากับซอส หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าเชฟจับจีบรูปทรงตอเตลลี่ออกมาได้อย่างสวยงามจนสามารถยึดน้ำซอสเอาไว้ได้อย่างดี (15/20)
รูปที่ 18
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon ขั้นตอนการทำเริ่มจากใส่เนยและน้ำที่ได้จากเลมอนนำเข้าจากแคว้น Sicily ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งปลูกเลมอนที่ดีที่สุดในโลก จากนั้นนำตอเตลลี่ที่ต้มจนสุกลงไปคลุกเคล้ากับซอส หากสังเกตุให้ดีจะพบว่าเชฟจับจีบรูปทรงตอเตลลี่ออกมาได้อย่างสวยงามจนสามารถยึดน้ำซอสเอาไว้ได้อย่างดี (15/20)
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon จากนั้นนำมาจัดจานโดยการวางตอเตลลี่ที่เคลือบด้วยซอสเลมอนลงไปบนพูเรถั่วลันเตา มีพูเรมิ้นท์ ข้างกันมีเนื้อจากลำตัวและส่วนก้ามของกุ้งแคนาเดียนล็อบสเตอร์ ปิดท้ายด้วยการเติม Extravirgin Olive Oil ลงไปเพียงเล็กน้อยเป็นอันเสร็จกระบวนการ (15/20)
รูปที่ 19
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon จากนั้นนำมาจัดจานโดยการวางตอเตลลี่ที่เคลือบด้วยซอสเลมอนลงไปบนพูเรถั่วลันเตา มีพูเรมิ้นท์ ข้างกันมีเนื้อจากลำตัวและส่วนก้ามของกุ้งแคนาเดียนล็อบสเตอร์ ปิดท้ายด้วยการเติม Extravirgin Olive Oil ลงไปเพียงเล็กน้อยเป็นอันเสร็จกระบวนการ (15/20)
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon พาสต้าตอเตลลี่มีรูปทรงสวยงาม ด้านในสอดไส้รีคอตต้าและชีสนมแพะ ผิวด้านนอกสามารถยึดน้ำซอสเลมอนเคลือบเอาไว้ได้ทั่วถึงให้รสออกเปรี้ยวนิด ๆ ตัดกันกับความหวานจากพูเรถั่วลันเตา ทุกองค์ประกอบของล็อบสเตอร์ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ถือเป็นจานที่รวบรวมวัตถุดิบราคาสูงและปรุงออกมาได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
รูปที่ 20
Tortelli (1,500++) Lobster, ricotta, goat cheese, green pea, mint, Sicilian lemon พาสต้าตอเตลลี่มีรูปทรงสวยงาม ด้านในสอดไส้รีคอตต้าและชีสนมแพะ ผิวด้านนอกสามารถยึดน้ำซอสเลมอนเคลือบเอาไว้ได้ทั่วถึงให้รสออกเปรี้ยวนิด ๆ ตัดกันกับความหวานจากพูเรถั่วลันเตา ทุกองค์ประกอบของล็อบสเตอร์ทำออกมาได้ดีไม่แพ้กัน ถือเป็นจานที่รวบรวมวัตถุดิบราคาสูงและปรุงออกมาได้อย่างไร้ที่ติ (15/20)
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale ห้ามพลาด “สปาเก็ตตี้ อัลลา ชิทาร่า” เมนูพาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Abruzzo ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโรม กระบวนการทำเส้นพาสต้าชนิดนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ชื่อเดียวกันที่มีลักษณะคล้ายสายกีต้าร์ในการตัดแป้ง แม้ดูผ่านๆอาจไม่ต่างจากเส้นสปาเก็ตตี้ที่เราคุ้นเคยกันแต่หากสังเกตุดีๆจะพบว่าพาสต้าจากเครื่อง Chitarra มีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนและสามารถดึงน้ำซอสให้ติดกับเส้นได้มากขึ้นกว่าปกติ (14/20)
รูปที่ 21
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale ห้ามพลาด “สปาเก็ตตี้ อัลลา ชิทาร่า” เมนูพาสต้าที่มีต้นกำเนิดมาจากแคว้น Abruzzo ทางตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโรม กระบวนการทำเส้นพาสต้าชนิดนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ชื่อเดียวกันที่มีลักษณะคล้ายสายกีต้าร์ในการตัดแป้ง แม้ดูผ่านๆอาจไม่ต่างจากเส้นสปาเก็ตตี้ที่เราคุ้นเคยกันแต่หากสังเกตุดีๆจะพบว่าพาสต้าจากเครื่อง Chitarra มีผิวสัมผัสที่ไม่เรียบเนียนและสามารถดึงน้ำซอสให้ติดกับเส้นได้มากขึ้นกว่าปกติ (14/20)
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale เชฟนำเส้นสปาเก็ตตี้ ชิทาร่ามาปรุงกับซอสคาโบนาร่า เริ่มต้นด้วยการใส่ Guanciale หรือส่วนแก้มของหมูดำ Nero D'Aspromonte ลงไป ตามด้วยเส้นพาสต้าที่ต้มจนสุกแล้วคลุกเคล้ากับน้ำซอสเพียงครู่เดียวแล้วยกออก (14/20)
รูปที่ 22
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale เชฟนำเส้นสปาเก็ตตี้ ชิทาร่ามาปรุงกับซอสคาโบนาร่า เริ่มต้นด้วยการใส่ Guanciale หรือส่วนแก้มของหมูดำ Nero D'Aspromonte ลงไป ตามด้วยเส้นพาสต้าที่ต้มจนสุกแล้วคลุกเคล้ากับน้ำซอสเพียงครู่เดียวแล้วยกออก (14/20)
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale ก่อนเสิร์ฟปิดท้ายด้วยใส่ชีสลงไป 2 ชนิดคือ Pecorino Romano ตามสูตรต้นตำรับกรุงโรมและ Parmesan เพียงเล็กน้อยเพื่อให้คุ้นลิ้นกับคนไทยมากขึ้น (และน่าจะเป็นจานเดียวที่เชฟยอมปรับสูตรตามลิ้นคนไทยเพราะสูตรต้นตำรับนั้นมีรสชาติของชีส Pecorino เค็มโดดมาก) ด้านบนทอปด้วย Guanciale ของหมูดำ Nero D'Aspromonte ที่ผ่านการทอดจนกรอบ (14/20)
รูปที่ 23
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale ก่อนเสิร์ฟปิดท้ายด้วยใส่ชีสลงไป 2 ชนิดคือ Pecorino Romano ตามสูตรต้นตำรับกรุงโรมและ Parmesan เพียงเล็กน้อยเพื่อให้คุ้นลิ้นกับคนไทยมากขึ้น (และน่าจะเป็นจานเดียวที่เชฟยอมปรับสูตรตามลิ้นคนไทยเพราะสูตรต้นตำรับนั้นมีรสชาติของชีส Pecorino เค็มโดดมาก) ด้านบนทอปด้วย Guanciale ของหมูดำ Nero D'Aspromonte ที่ผ่านการทอดจนกรอบ (14/20)
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale เส้นพาสต้าสุกกำลังดี ซอสคาโบนาร่ามีความครีมมี่ ไม่เลี่ยนและเค็มกำลังดี แต่ไฮไลท์สำคัญของจานต้องยกให้กับแก้มหมูดำที่ทอดมาได้อย่างไร้ที่ติ มีกลิ่นหอม มีความกรอบแต่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์สำคัญคือเนื้อสัมผัสที่ละลายในปาก ทั้งยังมีความต่างทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกับแก้มหมูด้านล่างที่ไม่ผ่านการทอด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ควรต่าแก่การลิ้มลอง (14/20)
รูปที่ 24
Spaghetti alla Chitarra (480++) Carbonara, crispy nero d'aspromonte guanciale เส้นพาสต้าสุกกำลังดี ซอสคาโบนาร่ามีความครีมมี่ ไม่เลี่ยนและเค็มกำลังดี แต่ไฮไลท์สำคัญของจานต้องยกให้กับแก้มหมูดำที่ทอดมาได้อย่างไร้ที่ติ มีกลิ่นหอม มีความกรอบแต่ไม่ทิ้งเอกลักษณ์สำคัญคือเนื้อสัมผัสที่ละลายในปาก ทั้งยังมีความต่างทางเนื้อสัมผัสเมื่อเทียบกับแก้มหมูด้านล่างที่ไม่ผ่านการทอด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูเด็ดที่ควรต่าแก่การลิ้มลอง (14/20)
Lasagnetta Bolognese (590++) Traditional lasagna bolognese baked in soap stone “ลาซานเน็ตต้า” เป็นพาสต้าทรงริบบิ้นที่มีขนาดเล็กกว่าลาซานญ่าเล็กน้อย เชฟนำมาวางเรียงกันเป็นชั้นๆแล้วขั้นแต่ละชั้นด้วยชีส Pecorino Romano และ Parmesan สีแดงคือซอสเนื้อโบโลเนสคลาสสิค ส่วนองค์ประกอบด้านบนสุดทอปด้วยแผ่นพาสต้ากรอบอีกทีหนึ่ง (13/20)
รูปที่ 25
Lasagnetta Bolognese (590++) Traditional lasagna bolognese baked in soap stone “ลาซานเน็ตต้า” เป็นพาสต้าทรงริบบิ้นที่มีขนาดเล็กกว่าลาซานญ่าเล็กน้อย เชฟนำมาวางเรียงกันเป็นชั้นๆแล้วขั้นแต่ละชั้นด้วยชีส Pecorino Romano และ Parmesan สีแดงคือซอสเนื้อโบโลเนสคลาสสิค ส่วนองค์ประกอบด้านบนสุดทอปด้วยแผ่นพาสต้ากรอบอีกทีหนึ่ง (13/20)
Lasagnetta Bolognese (590++) Traditional lasagna bolognese baked in soap stone เชฟเสิร์ฟมาในหม้อแคสเซอโรลแบรนด์ Pentole Agnelli ทำมาจากหินสบู่ซึ่งช่วยกักเก็บความร้อนได้เป็นอย่างดี (13/20)
รูปที่ 26
Lasagnetta Bolognese (590++) Traditional lasagna bolognese baked in soap stone เชฟเสิร์ฟมาในหม้อแคสเซอโรลแบรนด์ Pentole Agnelli ทำมาจากหินสบู่ซึ่งช่วยกักเก็บความร้อนได้เป็นอย่างดี (13/20)
Lasagnetta Bolognese (590++) Traditional lasagna bolognese baked in soap stone ตักทานทุกองค์ประกอบจะพบว่าเส้นลาซานเน็ตต้ามีระดับความนุ่มพอเหมาะแตกต่างไปจากพาสต้ากรอบด้านบนจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ชีสสองชนิดมีกลิ่นหอมและรสออกเค็มพอเหมาะ ส่วนซอสเนื้อโบโลเนสถ้ามีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นมากกว่านี้สักนิดจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมได้อีกมากเลยทีเดียว (13/20)
รูปที่ 27
Lasagnetta Bolognese (590++) Traditional lasagna bolognese baked in soap stone ตักทานทุกองค์ประกอบจะพบว่าเส้นลาซานเน็ตต้ามีระดับความนุ่มพอเหมาะแตกต่างไปจากพาสต้ากรอบด้านบนจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดี ชีสสองชนิดมีกลิ่นหอมและรสออกเค็มพอเหมาะ ส่วนซอสเนื้อโบโลเนสถ้ามีกลิ่นและรสชาติที่เข้มข้นมากกว่านี้สักนิดจะช่วยเพิ่มความกลมกล่อมได้อีกมากเลยทีเดียว (13/20)
Cavatelli (580++) Blue shrimp, calamari, piennolo tomatoes, broccoli, pecorino “คาวาเตลลี่” เป็น Eggless Pasta ที่ได้จากการนำแป้ง Semolina มานวดแล้วปั้นออกมาเป็นทรงคล้ายขนมปังฮอทด็อก มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ในจานมีโปรตีนหลักคือเนื้อกุ้งและปลาหมึก ซอสสีเขียวด้านล่างทำจากบล็อกโคลี่ซึ่งเป็น Classic Sauce ที่นิยมเสิร์ฟมาคู่กันกับพาสต้าชนิดนี้ ข้างกันคืออีมัลชั่นที่ได้จากเนื้อกุ้งกับปลาหมึกผัดรวมกัน เจลที่ส้มด้านบนทำมาจากมะเขือเทศ Piennolo อย่างไรก็ตามเมื่อตักทุกองค์ประกอบทานรวมกันเรารู้สึกว่ารสชาติขมของบล็อคโคลี่ค่อนข้างเด่นแซงหน้ารสชาติอื่นๆไปนิด ส่วนองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างเนื้อกุ้งและปลาหมึกถือว่ามีระดับความสุกกำลังดี (12/20)
รูปที่ 28
Cavatelli (580++) Blue shrimp, calamari, piennolo tomatoes, broccoli, pecorino “คาวาเตลลี่” เป็น Eggless Pasta ที่ได้จากการนำแป้ง Semolina มานวดแล้วปั้นออกมาเป็นทรงคล้ายขนมปังฮอทด็อก มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบ ในจานมีโปรตีนหลักคือเนื้อกุ้งและปลาหมึก ซอสสีเขียวด้านล่างทำจากบล็อกโคลี่ซึ่งเป็น Classic Sauce ที่นิยมเสิร์ฟมาคู่กันกับพาสต้าชนิดนี้ ข้างกันคืออีมัลชั่นที่ได้จากเนื้อกุ้งกับปลาหมึกผัดรวมกัน เจลที่ส้มด้านบนทำมาจากมะเขือเทศ Piennolo อย่างไรก็ตามเมื่อตักทุกองค์ประกอบทานรวมกันเรารู้สึกว่ารสชาติขมของบล็อคโคลี่ค่อนข้างเด่นแซงหน้ารสชาติอื่นๆไปนิด ส่วนองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างเนื้อกุ้งและปลาหมึกถือว่ามีระดับความสุกกำลังดี (12/20)
Tagliatelle (850++) Clams, mussels, cockles, parsley water, bottarga “ตัลยาเตลเล่” พาสต้าเส้นแบนสุดคลาสสิคที่ทางร้านทำเองมีระดับความสุกที่พอดีไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไป เชฟนำเสนอโดยจับคู่มากับหอย 3 ชนิดคือหอยแมลงภู่นำเข้าจากประเทศอิตาลี หอยกาบและหอยแครงนำเข้าจากฝรั่งเศส ด้วยความที่เป็นหอยจากทะเลฝั่งยุโรปทำให้มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างเด่นชัดตามธรรมชาติของวัตถุดิบ ยังมี Bottarga ทำมาจากไข่ปลาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโรยหน้าเอาไว้ด้านบน องค์ประกอบของซอสมีสองฝั่งเริ่มจากสีเหลืองคือ Clam Jus ทำมาจากหอยเช่นกัน ส่วนน้ำสีเขียวอีกฝั่งทำมาจากพาสลีย์ช่วยให้กลิ่นหอยไม่โดดจนเกินไป คลุกทุกองค์ประกอบให้เข้ากันก่อนตักทาน จานนี้เหมาะกับคนชอบอาหารที่มีกลิ่นของทะเลโดดเด่นชัดเจน (14/20)
รูปที่ 29
Tagliatelle (850++) Clams, mussels, cockles, parsley water, bottarga “ตัลยาเตลเล่” พาสต้าเส้นแบนสุดคลาสสิคที่ทางร้านทำเองมีระดับความสุกที่พอดีไม่นุ่มไม่แข็งจนเกินไป เชฟนำเสนอโดยจับคู่มากับหอย 3 ชนิดคือหอยแมลงภู่นำเข้าจากประเทศอิตาลี หอยกาบและหอยแครงนำเข้าจากฝรั่งเศส ด้วยความที่เป็นหอยจากทะเลฝั่งยุโรปทำให้มีกลิ่นเฉพาะตัวที่ค่อนข้างเด่นชัดตามธรรมชาติของวัตถุดิบ ยังมี Bottarga ทำมาจากไข่ปลาหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วโรยหน้าเอาไว้ด้านบน องค์ประกอบของซอสมีสองฝั่งเริ่มจากสีเหลืองคือ Clam Jus ทำมาจากหอยเช่นกัน ส่วนน้ำสีเขียวอีกฝั่งทำมาจากพาสลีย์ช่วยให้กลิ่นหอยไม่โดดจนเกินไป คลุกทุกองค์ประกอบให้เข้ากันก่อนตักทาน จานนี้เหมาะกับคนชอบอาหารที่มีกลิ่นของทะเลโดดเด่นชัดเจน (14/20)
Risotto Caprese (720++) Bronte pistachio, cherry tomatoes, stracciatella, basil ขอแนะนำ “รีซอตโต้คาเปรซเซ่” เชฟ Andrea นำข้าว Canaroli มาปรุงกับซอส Pesto และวัตถุดิบชั้นนำระดับโลกอย่างถั่ว Bronte Pistachio นำเข้าจากเกาะ Sicily ทานแล้วให้กลิ่นหอมจากใบเบซิล ความกรอบถั่วพิสตาชิโอ้และความ Al Dente ของเมล็ดข้าวแตกต่างกันจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีขณะเคี้ยว องค์ประกอบตรงกลางเป็นชีสบูราต้าให้ความมันเพียงเล็กน้อยทอปด้านบนด้วยมะเขือเทศเชอร์รี่ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิช่วยเบรคความครีมมี่ไม่ให้โดดจนเกินไป เวลาทานอย่าลืมตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อสัมผัสถึงอุณหภูมิที่แตกต่างกันคือความร้อนจากรีซอตโต้และความเย็นจากบูราต้าและมะเขือเทศ สุดยอดมาก ๆ (15/20)
รูปที่ 30
Risotto Caprese (720++) Bronte pistachio, cherry tomatoes, stracciatella, basil ขอแนะนำ “รีซอตโต้คาเปรซเซ่” เชฟ Andrea นำข้าว Canaroli มาปรุงกับซอส Pesto และวัตถุดิบชั้นนำระดับโลกอย่างถั่ว Bronte Pistachio นำเข้าจากเกาะ Sicily ทานแล้วให้กลิ่นหอมจากใบเบซิล ความกรอบถั่วพิสตาชิโอ้และความ Al Dente ของเมล็ดข้าวแตกต่างกันจนเกิดมิติทางเนื้อสัมผัสที่ดีขณะเคี้ยว องค์ประกอบตรงกลางเป็นชีสบูราต้าให้ความมันเพียงเล็กน้อยทอปด้านบนด้วยมะเขือเทศเชอร์รี่ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิช่วยเบรคความครีมมี่ไม่ให้โดดจนเกินไป เวลาทานอย่าลืมตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันเพื่อสัมผัสถึงอุณหภูมิที่แตกต่างกันคือความร้อนจากรีซอตโต้และความเย็นจากบูราต้าและมะเขือเทศ สุดยอดมาก ๆ (15/20)
Schiacciata (380++) Signature potato and pancetta focaccia, basil นอกจากเมนูที่มีความซับซ้อนแล้วทาง River del Fiume ยังได้นำเสนอกูร์เม่ต์พิซซ่าหลายอย่างสำหรับเพื่อนๆที่มาทานกันเป็นกลั่มหรือหมู่คณะอีกด้วย เชฟ Andrea แนะนำ “สคิคเชียต้า” แฟลตเบรดที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Tuscany และ Umbria วิธีการทำเริ่มจากการนำขนมปัง Focaccia มาอบในเตาพิซซ่าจนสุก มีความกรอบนอก นุ่มใน ด้านบนทาด้วยซอส Pesto เพิ่มกลิ่นให้หอมเด่นชัด จบด้วยการวาง Pancetta หรือแฮมส่วนท้องของหมูที่ผ่านการหมักเกลือจนให้เค็ม มัน กลมกล่อม เป็นเมนูอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครทานก็ต้องติดใจ (14/20)
รูปที่ 31
Schiacciata (380++) Signature potato and pancetta focaccia, basil นอกจากเมนูที่มีความซับซ้อนแล้วทาง River del Fiume ยังได้นำเสนอกูร์เม่ต์พิซซ่าหลายอย่างสำหรับเพื่อนๆที่มาทานกันเป็นกลั่มหรือหมู่คณะอีกด้วย เชฟ Andrea แนะนำ “สคิคเชียต้า” แฟลตเบรดที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Tuscany และ Umbria วิธีการทำเริ่มจากการนำขนมปัง Focaccia มาอบในเตาพิซซ่าจนสุก มีความกรอบนอก นุ่มใน ด้านบนทาด้วยซอส Pesto เพิ่มกลิ่นให้หอมเด่นชัด จบด้วยการวาง Pancetta หรือแฮมส่วนท้องของหมูที่ผ่านการหมักเกลือจนให้เค็ม มัน กลมกล่อม เป็นเมนูอย่างง่ายที่ไม่ว่าใครทานก็ต้องติดใจ (14/20)
Agnellino da Latte (1,100++) Roasted milk fed lamb rack, braised shoulder celeriac, apple, pickled tropea onion ส่วน Secondi Piatti เราเลือกทาน “เนื้อลูกแกะเลี้ยงด้วยน้ำนม” พนักงานจะมาราดซอส Lamb Jus ให้ที่โต๊ะเลย (14/20)
รูปที่ 32
Agnellino da Latte (1,100++) Roasted milk fed lamb rack, braised shoulder celeriac, apple, pickled tropea onion ส่วน Secondi Piatti เราเลือกทาน “เนื้อลูกแกะเลี้ยงด้วยน้ำนม” พนักงานจะมาราดซอส Lamb Jus ให้ที่โต๊ะเลย (14/20)
Agnellino da Latte (1,100++) Roasted milk fed lamb rack, braised shoulder celeriac, apple, pickled tropea onion เนื้อลูกแกะถูกจะถูกแบ่งออกเป็นสององค์ประกอบ ฝั่งขวาคือ Crumbed Rack of Lamb หรือส่วนซี่โครงที่ผ่านการคลุกกับเกล็ดขนมปังแล้วย่าง เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ข้างกันคือ Herb Crusted Shoulder หรือเนื้อส่วนหัวไหล่ที่ตุ๋นจนนุ่ม ด้านนอกคลุกกับสมุนไพรจนมีลักษณะเป็นผงสีเขียว ด้วยความที่เป็นเนื้อลูกแกะทุกองค์ประกอบจึงนุ่มมากๆและไม่มีกลิ่นเฉพาะตัวจากเนื้อแกะแบบที่เราพบกันได้ทั่วไป ด้านล่างคือซอส Lamb Jus รสชาติเข้มข้น (15/20)
รูปที่ 33
Agnellino da Latte (1,100++) Roasted milk fed lamb rack, braised shoulder celeriac, apple, pickled tropea onion เนื้อลูกแกะถูกจะถูกแบ่งออกเป็นสององค์ประกอบ ฝั่งขวาคือ Crumbed Rack of Lamb หรือส่วนซี่โครงที่ผ่านการคลุกกับเกล็ดขนมปังแล้วย่าง เสิร์ฟมาที่ความสุกระดับ Medium Rare ข้างกันคือ Herb Crusted Shoulder หรือเนื้อส่วนหัวไหล่ที่ตุ๋นจนนุ่ม ด้านนอกคลุกกับสมุนไพรจนมีลักษณะเป็นผงสีเขียว ด้วยความที่เป็นเนื้อลูกแกะทุกองค์ประกอบจึงนุ่มมากๆและไม่มีกลิ่นเฉพาะตัวจากเนื้อแกะแบบที่เราพบกันได้ทั่วไป ด้านล่างคือซอส Lamb Jus รสชาติเข้มข้น (15/20)
Agnellino da Latte (1,100++) Roasted milk fed lamb rack, braised shoulder celeriac, apple, pickled tropea onion ขอแนะนำให้ทานสลับกับผักโขมและหัวหอมแดง Tropea Onion ดองซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับโลกจากประเทศอิตาลีมีรสหวานเฉพาะตัวและไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนที่เราพบกันในหอมแดงทั่วๆไป ด้านบนทอปด้วย Radicchio Sauce ให้รสชาติที่ตัดกันกับหอมแดงได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 34
Agnellino da Latte (1,100++) Roasted milk fed lamb rack, braised shoulder celeriac, apple, pickled tropea onion ขอแนะนำให้ทานสลับกับผักโขมและหัวหอมแดง Tropea Onion ดองซึ่งเป็นวัตถุดิบระดับโลกจากประเทศอิตาลีมีรสหวานเฉพาะตัวและไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนที่เราพบกันในหอมแดงทั่วๆไป ด้านบนทอปด้วย Radicchio Sauce ให้รสชาติที่ตัดกันกับหอมแดงได้อย่างลงตัว (15/20)
Tiramisu (350++) Traditional tiramisu, Amaretto ice cream เมนูของหวานสุดคลาสสิคประจำห้องอาหารอิตาลีทุกแห่งคือ “ทิรามิสุ” โดยสูตรของ Riva del Fiume เสิร์ฟมาคู่กับ Amaretto ice cream แม้ในเมนูจะบอกว่าขนาดในภาพคือขนาดเล็กสำหรับทาน 1 คนแต่เราขอยืนยันว่าด้วยขนาดจานที่ให้มาสามารถทานได้2-3 คนได้อย่างสบายๆ ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มก็มีขนาดใหญ่ให้เลือกสั่งในราคา 750++ เช่นกัน (14/20)
รูปที่ 35
Tiramisu (350++) Traditional tiramisu, Amaretto ice cream เมนูของหวานสุดคลาสสิคประจำห้องอาหารอิตาลีทุกแห่งคือ “ทิรามิสุ” โดยสูตรของ Riva del Fiume เสิร์ฟมาคู่กับ Amaretto ice cream แม้ในเมนูจะบอกว่าขนาดในภาพคือขนาดเล็กสำหรับทาน 1 คนแต่เราขอยืนยันว่าด้วยขนาดจานที่ให้มาสามารถทานได้2-3 คนได้อย่างสบายๆ ส่วนใครที่มาเป็นกลุ่มก็มีขนาดใหญ่ให้เลือกสั่งในราคา 750++ เช่นกัน (14/20)
Tiramisu (350++) Traditional tiramisu, Amaretto ice cream แม้เชฟอาหารหวาน Bruce Trouyet จะเป็นคนฝรั่งเศสแต่กลับทิรามิสุออกมาได้ดีเลยทีเดียว ด้านล่างเป็นเลดี้ฟิงเกอร์ที่ชุ่มด้วยกาแฟเอสเปรซโซ่ให้รสขมที่ดีและกลิ่นหอมโดดเด่นเสริมด้วยความมันของมัสคาโปเน่ครีมและผงโกโก้ด้านบน เชฟใส่ทองคำเปลวทานได้มาด้วยเพื่อตกแต่งให้จานดูหรูหรามากยิ่งขึ้น (14/20)
รูปที่ 36
Tiramisu (350++) Traditional tiramisu, Amaretto ice cream แม้เชฟอาหารหวาน Bruce Trouyet จะเป็นคนฝรั่งเศสแต่กลับทิรามิสุออกมาได้ดีเลยทีเดียว ด้านล่างเป็นเลดี้ฟิงเกอร์ที่ชุ่มด้วยกาแฟเอสเปรซโซ่ให้รสขมที่ดีและกลิ่นหอมโดดเด่นเสริมด้วยความมันของมัสคาโปเน่ครีมและผงโกโก้ด้านบน เชฟใส่ทองคำเปลวทานได้มาด้วยเพื่อตกแต่งให้จานดูหรูหรามากยิ่งขึ้น (14/20)
Tiramisu (350++) Traditional tiramisu, Amaretto ice cream ทิรามิสุเสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีมอมาเร็ตโต้หรือเหล้ากลิ่นอัลมอนต์ของอิตาลี เมื่อลองตักชิมดูพบว่ากลิ่นเหล้าไม่แรงมากนัก ยิ่งทานกับทิรามิสุพบว่าเข้ากันได้ดีมากจริง ๆ (14/20)
รูปที่ 37
Tiramisu (350++) Traditional tiramisu, Amaretto ice cream ทิรามิสุเสิร์ฟมาคู่กับไอศกรีมอมาเร็ตโต้หรือเหล้ากลิ่นอัลมอนต์ของอิตาลี เมื่อลองตักชิมดูพบว่ากลิ่นเหล้าไม่แรงมากนัก ยิ่งทานกับทิรามิสุพบว่าเข้ากันได้ดีมากจริง ๆ (14/20)
Panna Cotta al Basilico (320++) Basil panna cotta, citrus poached cherry tomatoes, burrata sorbet สำหรับเหล่า Foodies ทั้งหลายเราขอปักหมุด “พานาคอตต้า อัล บาซิลิโก้” เมนูพานาคอตต้าสุดสร้างสรรค์ที่แม้จะเป็นของหวานแต่เชฟ Bruce Trouyet ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Burrata Salad ซึ่งเป็นอาหารคาว ตัวพานาคอตต้าทำมาจากใบเบซิลนุ่ม เด้ง ละมุนลิ้นมากๆ ทั้งยังมีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน ชั้นบนคือมะเขือเทศเชอร์รี่ที่นำไป Poached ในซิตรัสช่วยลดทอนความคาวไม่ให้เด่นจนเกินไปจนสามารถใส่มาในจานของหวานได้ สุดท้ายคือบูราต้าซอร์เบท์ที่มีความหอม มัน ตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันทานแล้วได้กลิ่นอายของความเป็นบูราต้าสลัดแต่ก็เป็นของหวานไปด้วยในตัว อย่างไรก็ตามเพื่อน ๆ ที่ลองควรมีประสบการณ์กับอาหารอิตาลีมาระดับหนึ่งและขอบอกเลยว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเมนูนี้เพราะต้องทั้งตีความและอาศัยความเข้าใจมากพอสมควรเลยทีเดียว (16/20)
รูปที่ 38
Panna Cotta al Basilico (320++) Basil panna cotta, citrus poached cherry tomatoes, burrata sorbet สำหรับเหล่า Foodies ทั้งหลายเราขอปักหมุด “พานาคอตต้า อัล บาซิลิโก้” เมนูพานาคอตต้าสุดสร้างสรรค์ที่แม้จะเป็นของหวานแต่เชฟ Bruce Trouyet ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Burrata Salad ซึ่งเป็นอาหารคาว ตัวพานาคอตต้าทำมาจากใบเบซิลนุ่ม เด้ง ละมุนลิ้นมากๆ ทั้งยังมีกลิ่นหอมเด่นชัดเจน ชั้นบนคือมะเขือเทศเชอร์รี่ที่นำไป Poached ในซิตรัสช่วยลดทอนความคาวไม่ให้เด่นจนเกินไปจนสามารถใส่มาในจานของหวานได้ สุดท้ายคือบูราต้าซอร์เบท์ที่มีความหอม มัน ตักทุกองค์ประกอบพร้อมกันทานแล้วได้กลิ่นอายของความเป็นบูราต้าสลัดแต่ก็เป็นของหวานไปด้วยในตัว อย่างไรก็ตามเพื่อน ๆ ที่ลองควรมีประสบการณ์กับอาหารอิตาลีมาระดับหนึ่งและขอบอกเลยว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเมนูนี้เพราะต้องทั้งตีความและอาศัยความเข้าใจมากพอสมควรเลยทีเดียว (16/20)
Torta Caprese (380++) Chocolate cake, Piedmont hazelnut, amarena sorbet, pistachio torrone สำหรับใครที่อยากทานเมนูของหวานที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องตีความกันมากมายต้องลองสั่ง “ตอต้า กาเปรซเซ่” เมนูของหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเค้กพื้นเมืองยอดนิยมประจำเกาะ Capri ด้านในเป็นเค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่มละมุน มีรสชาติสมดุลระหว่างความขมและหวานกำลังดี เชฟใส่ Turrone หรือตูรอนพิสต้าชิโอ้มาด้วยเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบแตกต่างไปจากความนุ่มของเนื้อเค้ก ด้านบนคือมูสของถั่วฮาเซลนัทจากแคว้น Piedmont ตักทุกองค์ประกอบทานคู่กับ Amarena Sorbet เชอร์รี่ซอร์เบท์รสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ ถือเป็นการนำเมนูเค้กสุดคลาสสิคมาปรับแต่งเป็นอาหารหวานจานหรูได้อย่างน่าประทับใจ สุดยอดมาก ๆ (15/20)
รูปที่ 39
Torta Caprese (380++) Chocolate cake, Piedmont hazelnut, amarena sorbet, pistachio torrone สำหรับใครที่อยากทานเมนูของหวานที่เข้าถึงง่ายและไม่ต้องตีความกันมากมายต้องลองสั่ง “ตอต้า กาเปรซเซ่” เมนูของหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเค้กพื้นเมืองยอดนิยมประจำเกาะ Capri ด้านในเป็นเค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่มละมุน มีรสชาติสมดุลระหว่างความขมและหวานกำลังดี เชฟใส่ Turrone หรือตูรอนพิสต้าชิโอ้มาด้วยเพื่อให้มีเนื้อสัมผัสเคี้ยวหนึบแตกต่างไปจากความนุ่มของเนื้อเค้ก ด้านบนคือมูสของถั่วฮาเซลนัทจากแคว้น Piedmont ตักทุกองค์ประกอบทานคู่กับ Amarena Sorbet เชอร์รี่ซอร์เบท์รสชาติอมเปรี้ยวนิดๆ ถือเป็นการนำเมนูเค้กสุดคลาสสิคมาปรับแต่งเป็นอาหารหวานจานหรูได้อย่างน่าประทับใจ สุดยอดมาก ๆ (15/20)
Granita di Frogole (360++) Strawberry granita, Malvasia di Capofaro, ricotta cream, Avola almond foam ส่วนใครที่อยากลองของหวานที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องตีความให้มากมายขอแนะนำ “กรานิต้า ดิ โฟรโกเล่” เกล็ดน้ำแข็งไสรสหวานหอม ภายในบรรจุสตรอว์เบอร์รี่ที่ผ่านการแช่ในไวน์ขาว Malvasia di Capofaro ผสมกันกับรีคอตต้าครีม (15/20)
รูปที่ 40
Granita di Frogole (360++) Strawberry granita, Malvasia di Capofaro, ricotta cream, Avola almond foam ส่วนใครที่อยากลองของหวานที่เข้าถึงง่าย ไม่ต้องตีความให้มากมายขอแนะนำ “กรานิต้า ดิ โฟรโกเล่” เกล็ดน้ำแข็งไสรสหวานหอม ภายในบรรจุสตรอว์เบอร์รี่ที่ผ่านการแช่ในไวน์ขาว Malvasia di Capofaro ผสมกันกับรีคอตต้าครีม (15/20)
Granita di Frogole (360++) Strawberry granita, Malvasia di Capofaro, ricotta cream, Avola almond foam องค์ประกอบของโฟมสีขาวด้านบนทำมาจากอโวล่าอัลมอนด์จาก Sicily ให้กลิ่นหอมอันแตกต่างไปจากสตรอว์เบอร์รี่แต่กลับเสริมกันได้อย่างพอเหมาะพอดี (15/20)
รูปที่ 41
Granita di Frogole (360++) Strawberry granita, Malvasia di Capofaro, ricotta cream, Avola almond foam องค์ประกอบของโฟมสีขาวด้านบนทำมาจากอโวล่าอัลมอนด์จาก Sicily ให้กลิ่นหอมอันแตกต่างไปจากสตรอว์เบอร์รี่แต่กลับเสริมกันได้อย่างพอเหมาะพอดี (15/20)
Gelati Artigianale (340++) Piedmont hazelnut, fior di latte - white espresso แม้ว่าทางร้านจะมี “เจลาโต้” หรือไอศกรีมให้เลือกชิมหลากหลายรสชาติ แต่ด้วยความที่เป็นห้องอาหารอิตาเลียนเราขอแนะนำให้ลองถั่วฮาเซลนัทจากแคว้น Piedmont ซึ่งถูกจัดให้เป็นวัตถุดิบระดับโลก ทานแล้วจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสหวานพอเหมาะ อีกฝั่งหนึ่งคือฟิยอ ดิ ลัตเต้ ไวท์เอสเปรซโซ่ มีกลิ่นหอมกาแฟเบา ๆ พ่วงด้วยความนุ่ม ละมุนของเจลาโต้ ทานสลับกับมูสและบิสกิตกรอบที่จัดวางมาอย่างสวยงาม (15/20)
รูปที่ 42
Gelati Artigianale (340++) Piedmont hazelnut, fior di latte - white espresso แม้ว่าทางร้านจะมี “เจลาโต้” หรือไอศกรีมให้เลือกชิมหลากหลายรสชาติ แต่ด้วยความที่เป็นห้องอาหารอิตาเลียนเราขอแนะนำให้ลองถั่วฮาเซลนัทจากแคว้น Piedmont ซึ่งถูกจัดให้เป็นวัตถุดิบระดับโลก ทานแล้วจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีรสหวานพอเหมาะ อีกฝั่งหนึ่งคือฟิยอ ดิ ลัตเต้ ไวท์เอสเปรซโซ่ มีกลิ่นหอมกาแฟเบา ๆ พ่วงด้วยความนุ่ม ละมุนของเจลาโต้ ทานสลับกับมูสและบิสกิตกรอบที่จัดวางมาอย่างสวยงาม (15/20)
Passion Fruit Cake สำหรับเพื่อนๆที่มาเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษกับทางร้านจะได้รับเค้กสมนาคุณจากทางโรงแรม 1 ชิ้น (12/20)
รูปที่ 43
Passion Fruit Cake สำหรับเพื่อนๆที่มาเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษกับทางร้านจะได้รับเค้กสมนาคุณจากทางโรงแรม 1 ชิ้น (12/20)
Passion Fruit Cake วันนี้เราได้ทาน Passion Fruit Cake เนื้อนุ่ม ด้านในตรงกลางสอดไส้เสาวรส ด้านล่างรองด้วย Sablé กรอบ ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี (12/20)
รูปที่ 44
Passion Fruit Cake วันนี้เราได้ทาน Passion Fruit Cake เนื้อนุ่ม ด้านในตรงกลางสอดไส้เสาวรส ด้านล่างรองด้วย Sablé กรอบ ช่วยปิดท้ายมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี (12/20)
Petit Fours Lemon tartelette, chocolate truffle ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย “เปอตี โฟว์” สองอย่างเริ่มจากเลมอนทาร์ตชิ้นจิ๋ว แป้งด้านนอกกรอบ เลมอนเคิร์ดด้านในรสเปรี้ยวกำลังดี ข้างกันคือช็อกโกแลตทรัฟเฟิล เชฟเลือกใช้ช็อกโกแลตจากร้าน Kad KoKoa ซึ่งเป็นช็อกโกแลตพื้นถิ่นของประเทศไทยให้รสชาติเปรี้ยวเด่นชัดตามสภาพดินที่ใช้ปลูกนั่นเอง (13/20)
รูปที่ 45
Petit Fours Lemon tartelette, chocolate truffle ปิดท้ายมื้ออาหารด้วย “เปอตี โฟว์” สองอย่างเริ่มจากเลมอนทาร์ตชิ้นจิ๋ว แป้งด้านนอกกรอบ เลมอนเคิร์ดด้านในรสเปรี้ยวกำลังดี ข้างกันคือช็อกโกแลตทรัฟเฟิล เชฟเลือกใช้ช็อกโกแลตจากร้าน Kad KoKoa ซึ่งเป็นช็อกโกแลตพื้นถิ่นของประเทศไทยให้รสชาติเปรี้ยวเด่นชัดตามสภาพดินที่ใช้ปลูกนั่นเอง (13/20)
💰 ราคาอาหารวันแรก 6,355.80 บาท
รูปที่ 46
💰 ราคาอาหารวันแรก 6,355.80 บาท
💰 ราคาอาหารวันที่สอง 6,320.49 บาท
รูปที่ 47
💰 ราคาอาหารวันที่สอง 6,320.49 บาท
ชื่อร้าน “Riva del Fiume” แปลตรงตัวได้ว่า “ริมแม่น้ำ”
รูปที่ 48
ชื่อร้าน “Riva del Fiume” แปลตรงตัวได้ว่า “ริมแม่น้ำ”
อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในรูปแบบ À La Carte เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม เปิดสมุดเมนูออกมาจะพบกับรายการแยกออกเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่ Cichetti คำจิ๋วเสิร์ฟมาให้ทานระหว่างรออาหารจานอื่น Antipasti หรืออาหารเรียกน้ำย่อยที่นำเอาเมนูพื้นบ้านมายกระดับและจัดเสิร์ฟออกมาในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร Primi Piatti หรือพาสต้าที่รังสรรค์ออกมาได้เกือบไร้ที่ติเทียบกันได้กับห้องอาหารระดับ Michelin Star ในยุโรป Secondi Di Pesce E Carne เมนคอร์สที่มีให้เลือกทั้งเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ปิดท้ายด้วย Dolci หรือของหวานที่รังสรรค์โดยเชฟ Bruce Trouyet ชาวฝรั่งเศส
รูปที่ 49
อาหารที่นี่นำเสนอออกมาในรูปแบบ À La Carte เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายสำหรับลูกค้าทุกกลุ่ม เปิดสมุดเมนูออกมาจะพบกับรายการแยกออกเป็นหมวดหมู่ตั้งแต่ Cichetti คำจิ๋วเสิร์ฟมาให้ทานระหว่างรออาหารจานอื่น Antipasti หรืออาหารเรียกน้ำย่อยที่นำเอาเมนูพื้นบ้านมายกระดับและจัดเสิร์ฟออกมาในรูปแบบที่ไม่ซ้ำใคร Primi Piatti หรือพาสต้าที่รังสรรค์ออกมาได้เกือบไร้ที่ติเทียบกันได้กับห้องอาหารระดับ Michelin Star ในยุโรป Secondi Di Pesce E Carne เมนคอร์สที่มีให้เลือกทั้งเนื้อสัตว์และอาหารทะเล ปิดท้ายด้วย Dolci หรือของหวานที่รังสรรค์โดยเชฟ Bruce Trouyet ชาวฝรั่งเศส
ภายในออกแบบโดยบริษัทอินทีเรียชั้นนำอย่าง AvroKO โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Villas ริมทะเลสาบ Como ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี
รูปที่ 50
ภายในออกแบบโดยบริษัทอินทีเรียชั้นนำอย่าง AvroKO โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Villas ริมทะเลสาบ Como ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี
โต๊ะแต่ละตัวปูด้วยหินอ่อนซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศอิตาลี
รูปที่ 51
โต๊ะแต่ละตัวปูด้วยหินอ่อนซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของประเทศอิตาลี
ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารตั้งแต่ขั้นตอนการปรุงไปจนถึงการจัดจานเลยทีเดียว
รูปที่ 52
ฝั่งซ้ายมือเป็นห้องครัวแบบ Open Kitchen ลูกค้าสามารถชมทีมเชฟจัดเตรียมอาหารตั้งแต่ขั้นตอนการปรุงไปจนถึงการจัดจานเลยทีเดียว
ห้องทานอาหารหลักมีบาร์ตรงกลางสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
รูปที่ 53
ห้องทานอาหารหลักมีบาร์ตรงกลางสำหรับจัดเตรียมเครื่องดื่ม
ที่นั่งริมระเบียงพร้อมวิวสระน้ำ Infinity Pools ยาวกว่า 30 เมตร
รูปที่ 54
ที่นั่งริมระเบียงพร้อมวิวสระน้ำ Infinity Pools ยาวกว่า 30 เมตร
ที่นั่งริมระเบียงมองออกไปเห็นวิวสระน้ำสวยงามไม่แพ้มุมอื่นๆเลยทีเดียว
รูปที่ 55
ที่นั่งริมระเบียงมองออกไปเห็นวิวสระน้ำสวยงามไม่แพ้มุมอื่นๆเลยทีเดียว
เดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับโถงทางเดินยาวออกไปสู่เทอเรสแบบ Al Fresco ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
รูปที่ 56
เดินผ่านประตูเข้าไปจะพบกับโถงทางเดินยาวออกไปสู่เทอเรสแบบ Al Fresco ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
ข้างกันเป็นโซนที่นั่งใกล้เตาอบพิซซ่าสไตล์นาโปลีตันโดยมีไม้ฟืนจำนวนมากตั้งเรียงรายขึ้นมาจากพื้น
รูปที่ 57
ข้างกันเป็นโซนที่นั่งใกล้เตาอบพิซซ่าสไตล์นาโปลีตันโดยมีไม้ฟืนจำนวนมากตั้งเรียงรายขึ้นมาจากพื้น
ใครที่มากันเป็นหมู่คณะทางร้านก็มีห้องส่วนตัวให้บริการ
รูปที่ 58
ใครที่มากันเป็นหมู่คณะทางร้านก็มีห้องส่วนตัวให้บริการ
ที่นั่งฝั่งตรงข้าม
รูปที่ 59
ที่นั่งฝั่งตรงข้าม
ด้านนอกเป็นเทอเรสแบบ Al Fresco ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
รูปที่ 60
ด้านนอกเป็นเทอเรสแบบ Al Fresco ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
มุมเดียวกันในช่วงกลางวัน
รูปที่ 61
มุมเดียวกันในช่วงกลางวัน
มองออกไปเห็นมุมโค้งของแม่น้ำชัดเจน
รูปที่ 62
มองออกไปเห็นมุมโค้งของแม่น้ำชัดเจน
ภายนอกตัวอาคารเป็นโซน Pet Friendly ลูกค้าสามารถพาน้องหมาแมวมาทานอาหารที่ร้านได้ด้วย
รูปที่ 63
ภายนอกตัวอาคารเป็นโซน Pet Friendly ลูกค้าสามารถพาน้องหมาแมวมาทานอาหารที่ร้านได้ด้วย
ก่อนกลับอย่าลืมแวะชมผลิตภัณฑ์นำเข้าที่ผ่านการคัดสรรค์มาอย่างดีมีทั้งน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชูบัลซามิค ซอส และพาสต้าแบบแห้งต่างๆ บอกได้เลยว่าหาซื้อไม่ได้จากร้านค้าทั่วไปอย่างแน่นอน
รูปที่ 64
ก่อนกลับอย่าลืมแวะชมผลิตภัณฑ์นำเข้าที่ผ่านการคัดสรรค์มาอย่างดีมีทั้งน้ำมันมะกอก น้ำส้มสายชูบัลซามิค ซอส และพาสต้าแบบแห้งต่างๆ บอกได้เลยว่าหาซื้อไม่ได้จากร้านค้าทั่วไปอย่างแน่นอน
เชฟ Andrea Accordi ได้รังสรรค์ให้ Riva del Fiume เป็นจุดหมายทางอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การปรุง ไปจนถึงการจัดจานทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
รูปที่ 65
เชฟ Andrea Accordi ได้รังสรรค์ให้ Riva del Fiume เป็นจุดหมายทางอาหารที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ทุกขั้นตอนตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ การปรุง ไปจนถึงการจัดจานทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
บริเวณ Hotel Receptions ของโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok At Chao Phraya River
รูปที่ 66
บริเวณ Hotel Receptions ของโรงแรม Four Seasons Hotel Bangkok At Chao Phraya River
ราคาอาหารค่อนไปทางสูงแต่ก็แลกมาด้วย Service Level ระดับโรงแรม Four Seasons
รูปที่ 67
ราคาอาหารค่อนไปทางสูงแต่ก็แลกมาด้วย Service Level ระดับโรงแรม Four Seasons
ขอแนะนำเพื่อน ๆ สายอาหารยุโรปให้ลองแวะมาชิมดูสักครั้งรับรองว่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน
รูปที่ 68
ขอแนะนำเพื่อน ๆ สายอาหารยุโรปให้ลองแวะมาชิมดูสักครั้งรับรองว่าประทับใจกลับไปอย่างแน่นอน

แกลเลอรี