GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
RIJKS®
1 MICHELIN Star

NetherlandsRIJKS® · ไรจ์คส์®

Creative, Modern French · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น — Museumstraat 2, 1071 XX Amsterdam, Netherlands

🎗 [INTRO] Rijksmuseum เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศเนเธอแลนด์ทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุง Amsterdam ควบคู่กันไปกับ Van Gogh Museum, Stedelijk Museum Amsterdam และ Moco Museum อีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับเราขอแนะนำอย่างมากให้เผื่อเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงในการแวะชิมห้องอาหาร RIJKS® ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชฟมากประสบการณ์ Joris Bijdendijk รังสรรค์ Signature Dishes ภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine ส่งผลให้อาหารทุกจานมีความมีความละเอียด ซับซ้อน และสวยงามไม่ต่างจากงานศิลป์ใน Rijksmuseum เลยทีเดียว

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร RIJKS® เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2014 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่บริเวณ Philips Wing ของพิพิธภัณฑ์ Rijkmuseum อันโด่งดัง ลูกค้าสามารถเดินทางด้วยรถบัสและรถรางมายัง Museum Square แต่สำหรับใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเราได้ค้นหาข้อมูลของที่จอดรถที่คุ้มค่าที่สุดเอาไว้แล้วนั่นก็คือ Parkeren Q-Park Museumplein ซึ่งมีอัตราค่าจอด Daily Rate อยู่ที่ 55 € (ในขณะที่ที่จอดรถอื่น ๆ ข้างกันราคาสูงกว่านี้ไปอีก) พื้นที่ด้านหน้าเป็นเทอเรสแบบ Al Fresco สำหรับรองรับลูกค้าในช่วงมื้อกลางวันเคล้ากันไปกับเสียงเพลงบรรเลงจากเหล่าศิลปินเปิดหมวก ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัย ตู้เก็บไวน์ขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานดึงดูดสายตาของเหล่าคอไวน์ได้เป็นอย่างดี พื้นไม้สีน้ำตาลอ่อนและโต๊ะอาหารสีดำขลับช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราแต่ไม่ละทิ้งความเรียบง่าย นอกจากนี้เพดานสูงและห้องครัวแบบ Open Kitchen ยังช่วยให้พื้นที่ปิดดูมีความโปร่งและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Joris Bijdendijk เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพตั้งแต่มีอายุได้เพียง 19 ปีที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Ron Blaauw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และห้องอาหาร Le Jardin des Sens (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Montpelier ต่อมาในปี 2012 เชฟ Joris Bijdendijk เดินทางกลับมายังประเทศเนเธอแลนด์เพื่อรับงานควบคุมห้องอาหาร Bridges ในกรุง Amsterdam พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2014 นับเป็นระยะเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้นหลังตัวร้านเปิดทำการ ต่อมาในช่วงปลายปี 2014 เขาได้รับตำแหน่งเป็น Executive Chef ควบคุมห้องอาหาร RIJKS® ก่อนที่จะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2017 พ่วงด้วยตำแหน่ง SVH Meesterkok ในปีเดียวกัน ล่าสุดเชฟ Joris Bijdendijk ยังรับงานควบคุมห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า Wils ตั้งอยู่ ณ Olympic Stadium ในกรุง Amsterdam โดยตัวร้านเพิ่งคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2021 นั่นเอง

🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร RIJKS® นำเสนออาหารภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์ ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCHMENU - LUNCH MENU (Four Courses - 65 €) สุดคุ้มค่าจัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้น ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง RIJKSTAFEL - RIJKS TABLE (Five Courses - 80 €, Six Courses - 90 €) และรายการเมนูแบบ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกด้วย เมื่อเปิด Wine List ออกดูจะพบว่า Sommelier ประจำร้านได้คัดสรรไวน์คุณภาพสูงจากทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมหรือจะเลือก Wine Pairing ในราคาเพียง 11 € per Course ก็ได้เช่นกัน สำหรับคอร์สที่เตรียมออกมาได้อย่างน่าสนใจเช่น

✨ Langoustinetartaar | Langoustine tartar

groene curry, koolrabi, foreleitjes

green curry, kohlrabi, trout eggs

กุ้ง Langoustine สับละเอียดมาเป็น Tartare ให้รสชาติที่หวานละมุน เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยความกรอบของ Granny Snith Apple แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ ทั้งยังให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของเนื้อกุ้งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านบนท็อปด้วยไข่ปลาเทร้าต์กรุบ ๆ ที่พร้อมจะแตกระเบิดออกในปากโดยไม่ส่งกลิ่นคาวมารบกวนแม้แต่น้อย สุดท้ายคือองค์ประกอบของ Green Curry หรือแกงเขียวหวานที่เตรียมมาจาก Kohlrabi และขิงช่วยเบรคไม่ให้ความหวานและความเปรี้ยวแสดงออกมาโดดจนเกินไป (17/20)

✨ Geglaceerde zwezerik | Glazed sweetbread

kers, onrijpe pruim, Boerenmeiden-jus

cherry, unripe plum, ‘Boerenmeiden’ sauce

หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ Sweetbread หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวที่ผ่านการ Glzed บนกระทะจนผิวด้านนอกกรอบในขณะที่เนื้อตรงกลางยังนุ่มและครีมมี่ ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบสีเขียวของ Pistachio ให้กลิ่นหอมของถั่ว รอบ ๆ คือซอสทำมาจากบ๊วยให้รสชาติเปรี้ยวจัด ข้างกันคือลูก Cherry ที่เชฟนำเมล็ดออกแล้วใส่ Sweetbread Cream ลงไปแทนให้รสชาติที่หอม มัน ครีมมี่ ตัดกันกับความเปรี้ยวของลูก Cherry ได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)

✨ Tomasu beurre blanc, peterselie-olie

Tomasu beurre blanc, parsley oil

ห้ามพลาดสุดยอด Signature Dish ที่ได้รับการยกย่องจาก MICHELIN Guide อย่าง Beetroot เสิร์ฟมาเป็นชั้น ๆ ในรูปแบบของ Millefeuille สวยงามดูน่าลิ้มลองเป็นที่สุด แต่ละเลเยอร์ของแผ่นบีทรูทช่วยรังสรรค์ให้เกิดเนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงความสู้ฟันนิด ๆ และไม่นิ่มจนเกินไป ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของจานนั่นก็คือน้ำซอสที่เตรียมมาจาก Tomasu Soy Sauce หรือซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากนคร Rotterdam ประเทศเนเธอแลนด์ ทั้งยังมีขั้นตอนการทำอันซับซ้อนตั้งแต่การปลูกถั่วเหลืองและธัญพืชขึ้นบริเวณพื้นที่ Hoekche Waard ทางตะวันตกของประเทศเนเธอแลนด์ จากนั้นนำมาผสมเข้ากันกับน้ำแร่ธรรมชาติและ Gros Sel de Guérande หรือเกลือจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เติมเชื้อราเฉพาะ Aspergillus Oryzae Tomasu ลงไปจนได้มาเป็น Soy Sauce แล้วนำไปบ่มในถังวิสกี้เก่าอายุ 25-50 ปีจากโรงหมักเหล้าที่ดีที่สุดจองประเทศสกอตแลนด์นานกว่า 24 เดือนจนได้มาเป็นซอสถั่วเหลืองชั้นดีที่มีรสชาติอันแสนกลมกล่อม เชฟเสิร์ฟมาในลักษณะ Tomasu Beurre Blanc ให้รสชาติครบทั้งหอม มัน ของเนยและความเค็มของซอสถั่วเหลือง จากนั้นเบรคด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของ Parsley Oil ได้อย่างพอเหมาะลงตัว (17/20)

🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานของห้องอาหาร RIJKS® มีการผสมผสานวัตถุดิบทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความแปลกใหม่และลงตัว ราคาอาหารค่อนข้างสูงอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากจนเกินไป พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง Sommelier สามารถแนะนำไวน์ทุกชนิดได้อย่างละเอียด ก่อนเริ่มหรือหลังจบมื้ออาหารอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมภาพ The Night Watch อันโด่งดังของ Rembrandt ใน Rijksmuseum รวมไปถึงภาพวาด Almond Blossoms ของ Vincent van Gogh ใน Van Gogh Museum (ต้องจองล่วงหน้าประมาณ 3 อาทิตย์) รับรองว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความประทับใจกลับบ้านไปด้วยอย่างแน่นอน

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 39 รูป

🇳🇱 RIJKS® - ไรจ์คส์® 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵 17/20 Gault&Millau - 17/20 โก&มีโย 🍴 Creative, Modern French - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Joris Bijdendijk - เชฟโยนิส ไบเดนไดก์
รูปที่ 1
🇳🇱 RIJKS® - ไรจ์คส์® 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🏵🏵🏵🏵 17/20 Gault&Millau - 17/20 โก&มีโย 🍴 Creative, Modern French - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น 👨🏻‍🍳 Chef Joris Bijdendijk - เชฟโยนิส ไบเดนไดก์
Amuse-bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยคอร์สเรียกน้ำย่อยอย่าง Tartelette บางกรอบทำมาจากแป้งข้าวโพด ภายในบรรจุ Caramelized Onion รสชาติเข้มข้นและ Sichuan Pepper ผสมผสานกับความครีมมี่ของโยเกิร์ตให้รสชาติที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร (15/20)
รูปที่ 2
Amuse-bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยคอร์สเรียกน้ำย่อยอย่าง Tartelette บางกรอบทำมาจากแป้งข้าวโพด ภายในบรรจุ Caramelized Onion รสชาติเข้มข้นและ Sichuan Pepper ผสมผสานกับความครีมมี่ของโยเกิร์ตให้รสชาติที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร (15/20)
Amuse-bouche ถัดมาคือแตงโมฉ่ำ ๆ ปรุงรสด้วย Furikake หรือผงโรยข้าวที่เตรียมมาจากองค์ประกอบของสาหร่าย, งา และไข่ปลาหรือ Bonito นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 3
Amuse-bouche ถัดมาคือแตงโมฉ่ำ ๆ ปรุงรสด้วย Furikake หรือผงโรยข้าวที่เตรียมมาจากองค์ประกอบของสาหร่าย, งา และไข่ปลาหรือ Bonito นั่นเอง (15/20)
Amuse-bouche ปิดท้ายด้วย Green Gazpacho รสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมช่วยล้างปากก่อนเข้าสู่เมนูหลักได้เป็นอย่างดี (15/20)
รูปที่ 4
Amuse-bouche ปิดท้ายด้วย Green Gazpacho รสเปรี้ยวและมีกลิ่นหอมช่วยล้างปากก่อนเข้าสู่เมนูหลักได้เป็นอย่างดี (15/20)
Amuse-bouche Amuse-bouche ทั้ง 3 อย่างจะถูกจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (15/20)
รูปที่ 5
Amuse-bouche Amuse-bouche ทั้ง 3 อย่างจะถูกจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน (15/20)
Bread & Hammus ทางร้านนำเสนอขนมปังที่อบกันสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวันมาคู่กันกับ Broad Bean Hammus ที่ให้เนื้อสัมผัสอย่าง Hammus ที่ดี รับประทานง่าย มีกลิ่นถั่วเพียงเบา ๆ
รูปที่ 6
Bread & Hammus ทางร้านนำเสนอขนมปังที่อบกันสด ๆ ใหม่ ๆ ทุกวันมาคู่กันกับ Broad Bean Hammus ที่ให้เนื้อสัมผัสอย่าง Hammus ที่ดี รับประทานง่าย มีกลิ่นถั่วเพียงเบา ๆ
Fine de Claire (4 €) citroen, rozenazijn (per oester) lemon, rose vinegar (per oyster) ทางร้านนำเสนอหอยนางรม Fine de Claire ที่ราคาตัวละ 4 € เสิร์ฟมาคู่กับ Lemon และ Rose Vinegar ให้ชิมกันเล่นก่อนเข้าสู่อาหารมื้อหลัก (12/20)
รูปที่ 7
Fine de Claire (4 €) citroen, rozenazijn (per oester) lemon, rose vinegar (per oyster) ทางร้านนำเสนอหอยนางรม Fine de Claire ที่ราคาตัวละ 4 € เสิร์ฟมาคู่กับ Lemon และ Rose Vinegar ให้ชิมกันเล่นก่อนเข้าสู่อาหารมื้อหลัก (12/20)
Oester | Oyster gefermenteerde witte asperge, radijs, Anna Dutch kaviaar fermented white asparagus, radish, Anna Dutch caviar เมนูหลักจานแรกเชฟนำเสนอหอยนางรมสับมาเป็น Tartare เลเยอร์ชั้นกลางคือ Caviar จากผู้ผลิตชื่อดังของประเทศเนเธอแลนด์อย่าง Anna Dutch ชั้นบนสุดคือ Variety of Radishes หลากหลายสีและ Fermented White Asparagus จบด้วยการราด Fermented White Asparagus Sauce ลงไปอีกทีหนึ่ง (16/20)
รูปที่ 8
Oester | Oyster gefermenteerde witte asperge, radijs, Anna Dutch kaviaar fermented white asparagus, radish, Anna Dutch caviar เมนูหลักจานแรกเชฟนำเสนอหอยนางรมสับมาเป็น Tartare เลเยอร์ชั้นกลางคือ Caviar จากผู้ผลิตชื่อดังของประเทศเนเธอแลนด์อย่าง Anna Dutch ชั้นบนสุดคือ Variety of Radishes หลากหลายสีและ Fermented White Asparagus จบด้วยการราด Fermented White Asparagus Sauce ลงไปอีกทีหนึ่ง (16/20)
Oester | Oyster gefermenteerde witte asperge, radijs, Anna Dutch kaviaar fermented white asparagus, radish, Anna Dutch caviar หอยนางรมเนื้อนุ่มละมุนทั้งยังมีความครีมมี่ในระดับที่พอเหมาะ Radishes และ Fermented White Asparagus ให้เนื้อสัมผัสและระดับความนุ่ม-กรอบที่แตกต่างกัน ตัวซอสมีรสเปรี้ยวเล็กน้อยจากการหมักเข้ากันกับความเค็มของ Caviar ได้อย่างพอเหมาะ (16/20)
รูปที่ 9
Oester | Oyster gefermenteerde witte asperge, radijs, Anna Dutch kaviaar fermented white asparagus, radish, Anna Dutch caviar หอยนางรมเนื้อนุ่มละมุนทั้งยังมีความครีมมี่ในระดับที่พอเหมาะ Radishes และ Fermented White Asparagus ให้เนื้อสัมผัสและระดับความนุ่ม-กรอบที่แตกต่างกัน ตัวซอสมีรสเปรี้ยวเล็กน้อยจากการหมักเข้ากันกับความเค็มของ Caviar ได้อย่างพอเหมาะ (16/20)
Langoustinetartaar | Langoustine tartar groene curry, koolrabi, foreleitjes green curry, kohlrabi, trout eggs กุ้ง Langoustine สับละเอียดมาเป็น Tartare ให้รสชาติที่หวานละมุน เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยความกรอบของ Granny Snith Apple แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ ทั้งยังให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของเนื้อกุ้งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านบนท็อปด้วยไข่ปลาเทร้าต์กรุบ ๆ ที่พร้อมจะแตกระเบิดออกในปากโดยไม่ส่งกลิ่นคาวมารบกวนแม้แต่น้อย สุดท้ายคือองค์ประกอบของ Green Curry หรือแกงเขียวหวานที่เตรียมมาจาก Kohlrabi และขิงช่วยเบรคไม่ให้ความหวานและความเปรี้ยวแสดงออกมาโดดจนเกินไป (17/20)
รูปที่ 10
Langoustinetartaar | Langoustine tartar groene curry, koolrabi, foreleitjes green curry, kohlrabi, trout eggs กุ้ง Langoustine สับละเอียดมาเป็น Tartare ให้รสชาติที่หวานละมุน เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยความกรอบของ Granny Snith Apple แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ ทั้งยังให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของเนื้อกุ้งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านบนท็อปด้วยไข่ปลาเทร้าต์กรุบ ๆ ที่พร้อมจะแตกระเบิดออกในปากโดยไม่ส่งกลิ่นคาวมารบกวนแม้แต่น้อย สุดท้ายคือองค์ประกอบของ Green Curry หรือแกงเขียวหวานที่เตรียมมาจาก Kohlrabi และขิงช่วยเบรคไม่ให้ความหวานและความเปรี้ยวแสดงออกมาโดดจนเกินไป (17/20)
Artisjok | Artichoke eidooier, spekbokking, lavendel egg yolk, smoked bucking, lavender Artichoke เตรียมมาในลักษณะของมูสเนื้อนุ่มละมุน ตรงกลางคือไข่แดงที่ปรุงด้วยความร้อน 63 องศาเซลเซียสนานถึง 24 ชั่วโมง รอบ ๆ คือแผ่น Chips กรอบเตรียมมาจาก Artichoke อีกเช่นกัน (16/20)
รูปที่ 11
Artisjok | Artichoke eidooier, spekbokking, lavendel egg yolk, smoked bucking, lavender Artichoke เตรียมมาในลักษณะของมูสเนื้อนุ่มละมุน ตรงกลางคือไข่แดงที่ปรุงด้วยความร้อน 63 องศาเซลเซียสนานถึง 24 ชั่วโมง รอบ ๆ คือแผ่น Chips กรอบเตรียมมาจาก Artichoke อีกเช่นกัน (16/20)
Artisjok | Artichoke eidooier, spekbokking, lavendel egg yolk, smoked bucking, lavender ยังมีเนื้อปลา Bucking รมควันเสริมด้วยอโรมาของ Lavender สุดท้ายคือองค์ประกอบสีดำทำมาจาก Herring Caviar นั่นเอง
รูปที่ 12
Artisjok | Artichoke eidooier, spekbokking, lavendel egg yolk, smoked bucking, lavender ยังมีเนื้อปลา Bucking รมควันเสริมด้วยอโรมาของ Lavender สุดท้ายคือองค์ประกอบสีดำทำมาจาก Herring Caviar นั่นเอง
Geglaceerde zwezerik | Glazed sweetbread kers, onrijpe pruim, Boerenmeiden-jus cherry, unripe plum, ‘Boerenmeiden’ sauce หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ Sweetbread หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวที่ผ่านการ Glzed บนกระทะจนผิวด้านนอกกรอบในขณะที่เนื้อตรงกลางยังนุ่มและครีมมี่ ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบสีเขียวของ Pistachio ให้กลิ่นหอมของถั่ว รอบ ๆ คือซอสทำมาจากบ๊วยให้รสชาติเปรี้ยวจัด (17/20)
รูปที่ 13
Geglaceerde zwezerik | Glazed sweetbread kers, onrijpe pruim, Boerenmeiden-jus cherry, unripe plum, ‘Boerenmeiden’ sauce หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ Sweetbread หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวที่ผ่านการ Glzed บนกระทะจนผิวด้านนอกกรอบในขณะที่เนื้อตรงกลางยังนุ่มและครีมมี่ ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบสีเขียวของ Pistachio ให้กลิ่นหอมของถั่ว รอบ ๆ คือซอสทำมาจากบ๊วยให้รสชาติเปรี้ยวจัด (17/20)
Geglaceerde zwezerik | Glazed sweetbread kers, onrijpe pruim, Boerenmeiden-jus cherry, unripe plum, ‘Boerenmeiden’ sauce ข้างกันคือลูก Cherry ที่เชฟนำเมล็ดออกแล้วใส่ Sweetbread Cream ลงไปแทนให้รสชาติที่หอม มัน ครีมมี่ ตัดกันกับความเปรี้ยวของลูก Cherry ได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
รูปที่ 14
Geglaceerde zwezerik | Glazed sweetbread kers, onrijpe pruim, Boerenmeiden-jus cherry, unripe plum, ‘Boerenmeiden’ sauce ข้างกันคือลูก Cherry ที่เชฟนำเมล็ดออกแล้วใส่ Sweetbread Cream ลงไปแทนให้รสชาติที่หอม มัน ครีมมี่ ตัดกันกับความเปรี้ยวของลูก Cherry ได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
Millefeuille van rode biet | Millefeuille of beetroot Tomasu beurre blanc, peterselie-olie Tomasu beurre blanc, parsley oil ห้ามพลาดสุดยอด Signature Dish ที่ได้รับการยกย่องจาก MICHELIN Guide อย่าง Beetroot เสิร์ฟมาเป็นชั้น ๆ ในรูปแบบของ Millefeuille สวยงามดูน่าลิ้มลองเป็นที่สุด แต่ละเลเยอร์ของแผ่นบีทรูทช่วยรังสรรค์ให้เกิดเนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงความสู้ฟันนิด ๆ และไม่นิ่มจนเกินไป ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของจานนั่นก็คือน้ำซอสที่เตรียมมาจาก Tomasu Soy Sauce หรือซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากนคร Rotterdam ประเทศเนเธอแลนด์ ทั้งยังมีขั้นตอนการทำอันซับซ้อนตั้งแต่การปลูกถั่วเหลืองและธัญพืชขึ้นบริเวณพื้นที่ Hoekche Waard ทางตะวันตกของประเทศเนเธอแลนด์ จากนั้นนำมาผสมเข้ากันกับน้ำแร่ธรรมชาติและ Gros Sel de Guérande หรือเกลือจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เติมเชื้อราเฉพาะ Aspergillus Oryzae Tomasu ลงไปจนได้มาเป็น Soy Sauce แล้วนำไปบ่มในถังวิสกี้เก่าอายุ 25-50 ปีจากโรงหมักเหล้าที่ดีที่สุดจองประเทศสกอตแลนด์นานกว่า 24 เดือนจนได้มาเป็นซอสถั่วเหลืองชั้นดีที่มีรสชาติอันแสนกลมกล่อม เชฟเสิร์ฟมาในลักษณะ Tomasu Beurre Blanc ให้รสชาติครบทั้งหอม มัน ของเนยและความเค็มของซอสถั่วเหลือง จากนั้นเบรคด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของ Parsley Oil ได้อย่างพอเหมาะลงตัว (17/20)
รูปที่ 15
Millefeuille van rode biet | Millefeuille of beetroot Tomasu beurre blanc, peterselie-olie Tomasu beurre blanc, parsley oil ห้ามพลาดสุดยอด Signature Dish ที่ได้รับการยกย่องจาก MICHELIN Guide อย่าง Beetroot เสิร์ฟมาเป็นชั้น ๆ ในรูปแบบของ Millefeuille สวยงามดูน่าลิ้มลองเป็นที่สุด แต่ละเลเยอร์ของแผ่นบีทรูทช่วยรังสรรค์ให้เกิดเนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงความสู้ฟันนิด ๆ และไม่นิ่มจนเกินไป ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของจานนั่นก็คือน้ำซอสที่เตรียมมาจาก Tomasu Soy Sauce หรือซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากนคร Rotterdam ประเทศเนเธอแลนด์ ทั้งยังมีขั้นตอนการทำอันซับซ้อนตั้งแต่การปลูกถั่วเหลืองและธัญพืชขึ้นบริเวณพื้นที่ Hoekche Waard ทางตะวันตกของประเทศเนเธอแลนด์ จากนั้นนำมาผสมเข้ากันกับน้ำแร่ธรรมชาติและ Gros Sel de Guérande หรือเกลือจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เติมเชื้อราเฉพาะ Aspergillus Oryzae Tomasu ลงไปจนได้มาเป็น Soy Sauce แล้วนำไปบ่มในถังวิสกี้เก่าอายุ 25-50 ปีจากโรงหมักเหล้าที่ดีที่สุดจองประเทศสกอตแลนด์นานกว่า 24 เดือนจนได้มาเป็นซอสถั่วเหลืองชั้นดีที่มีรสชาติอันแสนกลมกล่อม เชฟเสิร์ฟมาในลักษณะ Tomasu Beurre Blanc ให้รสชาติครบทั้งหอม มัน ของเนยและความเค็มของซอสถั่วเหลือง จากนั้นเบรคด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของ Parsley Oil ได้อย่างพอเหมาะลงตัว (17/20)
Millefeuille van rode biet | Millefeuille of beetroot Tomasu beurre blanc, peterselie-olie Tomasu beurre blanc, parsley oil พนักงานยังได้นำตัวอย่างของ Tomasu Soy Sauce มาให้เราลองชิมกันอีกด้วย
รูปที่ 16
Millefeuille van rode biet | Millefeuille of beetroot Tomasu beurre blanc, peterselie-olie Tomasu beurre blanc, parsley oil พนักงานยังได้นำตัวอย่างของ Tomasu Soy Sauce มาให้เราลองชิมกันอีกด้วย
Pre-dessert ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Gooseberry Granite รสชาติเปรี้ยวจัดเข้ากันกับ Red Fruits และครีมหอมมันที่รองอยู่ด้านล่างช่วยล้างปากดับคาวรสชาติของซอสถั่วเหลืองจานก่อนหน้าได้อย่างหมดจด (13/20)
รูปที่ 17
Pre-dessert ล้างปากก่อนเข้าสู่ของหวานด้วย Gooseberry Granite รสชาติเปรี้ยวจัดเข้ากันกับ Red Fruits และครีมหอมมันที่รองอยู่ด้านล่างช่วยล้างปากดับคาวรสชาติของซอสถั่วเหลืองจานก่อนหน้าได้อย่างหมดจด (13/20)
Vlierbloesemparfait | Elderflower parfait abrikoos, rabarbersap, vlierbloesemolie apricot, rhubarb juice, elderflower oil ปิดท้ายด้วยของหวานจานเด็ดอย่าง Elderflower Parfait และ Elderflower Oil ให้อโรมาหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้านบนท็อปด้วยแอปริคอตดิบฝานมาเป็นชิ้นบาง ๆ วางเรียงซ้อนกันอย่างสวยงามให้เนื้อสัมผัสนุ่มลิ้น ทั้งยังมีรสชาติของน้ำ Rhubarb Juice ช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี (16/20)
รูปที่ 18
Vlierbloesemparfait | Elderflower parfait abrikoos, rabarbersap, vlierbloesemolie apricot, rhubarb juice, elderflower oil ปิดท้ายด้วยของหวานจานเด็ดอย่าง Elderflower Parfait และ Elderflower Oil ให้อโรมาหอมโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ด้านบนท็อปด้วยแอปริคอตดิบฝานมาเป็นชิ้นบาง ๆ วางเรียงซ้อนกันอย่างสวยงามให้เนื้อสัมผัสนุ่มลิ้น ทั้งยังมีรสชาติของน้ำ Rhubarb Juice ช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี (16/20)
Friandises ปิดท้ายด้วย Koektrommel หรือ Cookie Jar ซึ่งประกอบไปด้วยขนมชิ้นจิ๋ว 5 ชนิด
รูปที่ 19
Friandises ปิดท้ายด้วย Koektrommel หรือ Cookie Jar ซึ่งประกอบไปด้วยขนมชิ้นจิ๋ว 5 ชนิด
KOEKTROMMEL - COOKIE JAR RIJKS® bonbon pecan, misokaramel pecan, miso caramel ขนม Bonbon ประดับด้วยตรา RIJKS® ด้านในสอดไส้ Miso Caramel และถั่ว Pecan Fudge Piëmonte hazelnoot Pièmonte hazelnut ขนม Fidge นุ่ม ๆ ท็อปด้านบนด้วยถั่ว Hazelnut จากแคว้น Pièmonte ประเทศอิตาลี Truffel viooltjes-suiker violet sugar ทรัฟเฟิลชิ้นกลมที่มีความหวานจากน้ำตาลและความหอมของดอก Violet Madeleine chocolade, geroosterde gist chocolate, roasted yeast ขนม Madeleine ชิ้นจิ๋วที่มีกลิ่นของ Chocolate และ Roasted Yeast ‘Stroopwafel‘ gekarameliseerde witte chocolade caramelized white chocolate จบด้วยขนมยอดนิยมของประเทศเนเธอแลนด์อย่าง ‘Stroopwafel‘ เสิร์ฟมาพร้อมกับ Caramelized White Chocolate
รูปที่ 20
KOEKTROMMEL - COOKIE JAR RIJKS® bonbon pecan, misokaramel pecan, miso caramel ขนม Bonbon ประดับด้วยตรา RIJKS® ด้านในสอดไส้ Miso Caramel และถั่ว Pecan Fudge Piëmonte hazelnoot Pièmonte hazelnut ขนม Fidge นุ่ม ๆ ท็อปด้านบนด้วยถั่ว Hazelnut จากแคว้น Pièmonte ประเทศอิตาลี Truffel viooltjes-suiker violet sugar ทรัฟเฟิลชิ้นกลมที่มีความหวานจากน้ำตาลและความหอมของดอก Violet Madeleine chocolade, geroosterde gist chocolate, roasted yeast ขนม Madeleine ชิ้นจิ๋วที่มีกลิ่นของ Chocolate และ Roasted Yeast ‘Stroopwafel‘ gekarameliseerde witte chocolade caramelized white chocolate จบด้วยขนมยอดนิยมของประเทศเนเธอแลนด์อย่าง ‘Stroopwafel‘ เสิร์ฟมาพร้อมกับ Caramelized White Chocolate
ปิดท้ายมื้อด้วยกาแฟสักแก้ว
รูปที่ 21
ปิดท้ายมื้อด้วยกาแฟสักแก้ว
ราคาสำหรับ 4 คน
รูปที่ 22
ราคาสำหรับ 4 คน
🎗 [INTRO] Rijksmuseum เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศเนเธอแลนด์ทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุง Amsterdam ควบคู่กันไปกับ Van Gogh Museum, Stedelijk Museum Amsterdam และ Moco Museum
รูปที่ 23
🎗 [INTRO] Rijksmuseum เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศเนเธอแลนด์ทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุง Amsterdam ควบคู่กันไปกับ Van Gogh Museum, Stedelijk Museum Amsterdam และ Moco Museum
อย่างไรก็ตามสำหรับเราขอแนะนำอย่างมากให้เผื่อเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงในการแวะชิมห้องอาหาร RIJKS® ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชฟมากประสบการณ์ Joris Bijdendijk รังสรรค์ Signature Dishes ภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine ส่งผลให้อาหารทุกจานมีความมีความละเอียด ซับซ้อน และสวยงามไม่ต่างจากงานศิลป์ใน Rijksmuseum เลยทีเดียว
รูปที่ 24
อย่างไรก็ตามสำหรับเราขอแนะนำอย่างมากให้เผื่อเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงในการแวะชิมห้องอาหาร RIJKS® ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชฟมากประสบการณ์ Joris Bijdendijk รังสรรค์ Signature Dishes ภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine ส่งผลให้อาหารทุกจานมีความมีความละเอียด ซับซ้อน และสวยงามไม่ต่างจากงานศิลป์ใน Rijksmuseum เลยทีเดียว
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร RIJKS® นำเสนออาหารภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์ ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCHMENU - LUNCH MENU (Four Courses - 65 €) สุดคุ้มค่าจัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้น ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง RIJKSTAFEL - RIJKS TABLE (Five Courses - 80 €, Six Courses - 90 €) และรายการเมนูแบบ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกด้วย
รูปที่ 25
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร RIJKS® นำเสนออาหารภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์ ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCHMENU - LUNCH MENU (Four Courses - 65 €) สุดคุ้มค่าจัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้น ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง RIJKSTAFEL - RIJKS TABLE (Five Courses - 80 €, Six Courses - 90 €) และรายการเมนูแบบ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกด้วย
เมื่อเปิด Wine List ออกดูจะพบว่า Sommelier ประจำร้านได้คัดสรรไวน์คุณภาพสูงจากทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมหรือจะเลือก Wine Pairing ในราคาเพียง 11 € per Course ก็ได้เช่นกัน
รูปที่ 26
เมื่อเปิด Wine List ออกดูจะพบว่า Sommelier ประจำร้านได้คัดสรรไวน์คุณภาพสูงจากทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมหรือจะเลือก Wine Pairing ในราคาเพียง 11 € per Course ก็ได้เช่นกัน
🎗 [THE PLACE] ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัย ตู้เก็บไวน์ขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานดึงดูดสายตาของเหล่าคอไวน์ได้เป็นอย่างดี
รูปที่ 27
🎗 [THE PLACE] ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัย ตู้เก็บไวน์ขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานดึงดูดสายตาของเหล่าคอไวน์ได้เป็นอย่างดี
พื้นไม้สีน้ำตาลอ่อนและโต๊ะอาหารสีดำขลับช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราแต่ไม่ละทิ้งความเรียบง่าย
รูปที่ 28
พื้นไม้สีน้ำตาลอ่อนและโต๊ะอาหารสีดำขลับช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราแต่ไม่ละทิ้งความเรียบง่าย
นอกจากนี้เพดานสูงและห้องครัวแบบ Open Kitchen ยังช่วยให้พื้นที่ปิดดูมีความโปร่งและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
รูปที่ 29
นอกจากนี้เพดานสูงและห้องครัวแบบ Open Kitchen ยังช่วยให้พื้นที่ปิดดูมีความโปร่งและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
ห้องอาหาร RIJKS® เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2014 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่บริเวณ Philips Wing ของพิพิธภัณฑ์ Rijkmuseum อันโด่งดัง ลูกค้าสามารถเดินทางด้วยรถบัสและรถรางมายัง Museum Square
รูปที่ 30
ห้องอาหาร RIJKS® เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2014 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่บริเวณ Philips Wing ของพิพิธภัณฑ์ Rijkmuseum อันโด่งดัง ลูกค้าสามารถเดินทางด้วยรถบัสและรถรางมายัง Museum Square
สำหรับใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเราได้ค้นหาข้อมูลของที่จอดรถที่คุ้มค่าที่สุดเอาไว้แล้วนั่นก็คือ Parkeren Q-Park Museumplein ซึ่งมีอัตราค่าจอด Daily Rate อยู่ที่ 55 € (ในขณะที่ที่จอดรถอื่น ๆ ข้างกันราคาสูงกว่านี้ไปอีก)
รูปที่ 31
สำหรับใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเราได้ค้นหาข้อมูลของที่จอดรถที่คุ้มค่าที่สุดเอาไว้แล้วนั่นก็คือ Parkeren Q-Park Museumplein ซึ่งมีอัตราค่าจอด Daily Rate อยู่ที่ 55 € (ในขณะที่ที่จอดรถอื่น ๆ ข้างกันราคาสูงกว่านี้ไปอีก)
พื่นที่บริเวณเทอเรส
รูปที่ 32
พื่นที่บริเวณเทอเรส
พื้นที่ด้านหน้าเป็นเทอเรสแบบ Al Fresco สำหรับรองรับลูกค้าในช่วงมื้อกลางวันเคล้ากันไปกับเสียงเพลงบรรเลงจากเหล่าศิลปินเปิดหมวก
รูปที่ 33
พื้นที่ด้านหน้าเป็นเทอเรสแบบ Al Fresco สำหรับรองรับลูกค้าในช่วงมื้อกลางวันเคล้ากันไปกับเสียงเพลงบรรเลงจากเหล่าศิลปินเปิดหมวก
🎗 [THE CHEF] Joris Bijdendijk เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพตั้งแต่มีอายุได้เพียง 19 ปีที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Ron Blaauw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และห้องอาหาร Le Jardin des Sens (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Montpelier ต่อมาในปี 2012 เชฟ Joris Bijdendijk เดินทางกลับมายังประเทศเนเธอแลนด์เพื่อรับงานควบคุมห้องอาหาร Bridges ในกรุง Amsterdam พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2014 นับเป็นระยะเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้นหลังตัวร้านเปิดทำการ
รูปที่ 34
🎗 [THE CHEF] Joris Bijdendijk เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพตั้งแต่มีอายุได้เพียง 19 ปีที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Ron Blaauw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และห้องอาหาร Le Jardin des Sens (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Montpelier ต่อมาในปี 2012 เชฟ Joris Bijdendijk เดินทางกลับมายังประเทศเนเธอแลนด์เพื่อรับงานควบคุมห้องอาหาร Bridges ในกรุง Amsterdam พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2014 นับเป็นระยะเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้นหลังตัวร้านเปิดทำการ
ต่อมาในช่วงปลายปี 2014 เขาได้รับตำแหน่งเป็น Executive Chef ควบคุมห้องอาหาร RIJKS® ก่อนที่จะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2017 พ่วงด้วยตำแหน่ง SVH Meesterkok ในปีเดียวกัน ล่าสุดเชฟ Joris Bijdendijk ยังรับงานควบคุมห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า Wils ตั้งอยู่ ณ Olympic Stadium ในกรุง Amsterdam โดยตัวร้านเพิ่งคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2021 อีกด้วย
รูปที่ 35
ต่อมาในช่วงปลายปี 2014 เขาได้รับตำแหน่งเป็น Executive Chef ควบคุมห้องอาหาร RIJKS® ก่อนที่จะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2017 พ่วงด้วยตำแหน่ง SVH Meesterkok ในปีเดียวกัน ล่าสุดเชฟ Joris Bijdendijk ยังรับงานควบคุมห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า Wils ตั้งอยู่ ณ Olympic Stadium ในกรุง Amsterdam โดยตัวร้านเพิ่งคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2021 อีกด้วย
รางวัลต่าง ๆ
รูปที่ 36
รางวัลต่าง ๆ
🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานของห้องอาหาร RIJKS® มีการผสมผสานวัตถุดิบทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความแปลกใหม่และลงตัว
รูปที่ 37
🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานของห้องอาหาร RIJKS® มีการผสมผสานวัตถุดิบทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความแปลกใหม่และลงตัว
ราคาอาหารค่อนข้างสูงอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากจนเกินไป พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง Sommelier สามารถแนะนำไวน์ทุกชนิดได้อย่างละเอียด
รูปที่ 38
ราคาอาหารค่อนข้างสูงอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากจนเกินไป พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง Sommelier สามารถแนะนำไวน์ทุกชนิดได้อย่างละเอียด
ก่อนเริ่มหรือหลังจบมื้ออาหารอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมภาพ The Night Watch อันโด่งดังของ Rembrandt ใน Rijksmuseum รวมไปถึงภาพวาด Almond Blossoms ของ Vincent van Gogh ใน Van Gogh Museum (ต้องจองล่วงหน้าประมาณ 3 อาทิตย์) รับรองว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความประทับใจกลับบ้านไปด้วยอย่างแน่นอน
รูปที่ 39
ก่อนเริ่มหรือหลังจบมื้ออาหารอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมภาพ The Night Watch อันโด่งดังของ Rembrandt ใน Rijksmuseum รวมไปถึงภาพวาด Almond Blossoms ของ Vincent van Gogh ใน Van Gogh Museum (ต้องจองล่วงหน้าประมาณ 3 อาทิตย์) รับรองว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความประทับใจกลับบ้านไปด้วยอย่างแน่นอน