
RIJKS® · ไรจ์คส์®
Creative, Modern French · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารฝรั่งเศสโมเดิร์น — Museumstraat 2, 1071 XX Amsterdam, Netherlands
🎗 [INTRO] Rijksmuseum เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศเนเธอแลนด์ทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุง Amsterdam ควบคู่กันไปกับ Van Gogh Museum, Stedelijk Museum Amsterdam และ Moco Museum อีกด้วย อย่างไรก็ตามสำหรับเราขอแนะนำอย่างมากให้เผื่อเวลาสัก 2-3 ชั่วโมงในการแวะชิมห้องอาหาร RIJKS® ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เชฟมากประสบการณ์ Joris Bijdendijk รังสรรค์ Signature Dishes ภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine ส่งผลให้อาหารทุกจานมีความมีความละเอียด ซับซ้อน และสวยงามไม่ต่างจากงานศิลป์ใน Rijksmuseum เลยทีเดียว
🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร RIJKS® เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 2014 โดยมีตำแหน่งตั้งอยู่บริเวณ Philips Wing ของพิพิธภัณฑ์ Rijkmuseum อันโด่งดัง ลูกค้าสามารถเดินทางด้วยรถบัสและรถรางมายัง Museum Square แต่สำหรับใครที่เดินทางมาด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าเราได้ค้นหาข้อมูลของที่จอดรถที่คุ้มค่าที่สุดเอาไว้แล้วนั่นก็คือ Parkeren Q-Park Museumplein ซึ่งมีอัตราค่าจอด Daily Rate อยู่ที่ 55 € (ในขณะที่ที่จอดรถอื่น ๆ ข้างกันราคาสูงกว่านี้ไปอีก) พื้นที่ด้านหน้าเป็นเทอเรสแบบ Al Fresco สำหรับรองรับลูกค้าในช่วงมื้อกลางวันเคล้ากันไปกับเสียงเพลงบรรเลงจากเหล่าศิลปินเปิดหมวก ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัย ตู้เก็บไวน์ขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานดึงดูดสายตาของเหล่าคอไวน์ได้เป็นอย่างดี พื้นไม้สีน้ำตาลอ่อนและโต๊ะอาหารสีดำขลับช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศดูหรูหราแต่ไม่ละทิ้งความเรียบง่าย นอกจากนี้เพดานสูงและห้องครัวแบบ Open Kitchen ยังช่วยให้พื้นที่ปิดดูมีความโปร่งและเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย
🎗 [THE CHEF] Joris Bijdendijk เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพตั้งแต่มีอายุได้เพียง 19 ปีที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Ron Blaauw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และห้องอาหาร Le Jardin des Sens (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Montpelier ต่อมาในปี 2012 เชฟ Joris Bijdendijk เดินทางกลับมายังประเทศเนเธอแลนด์เพื่อรับงานควบคุมห้องอาหาร Bridges ในกรุง Amsterdam พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2014 นับเป็นระยะเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้นหลังตัวร้านเปิดทำการ ต่อมาในช่วงปลายปี 2014 เขาได้รับตำแหน่งเป็น Executive Chef ควบคุมห้องอาหาร RIJKS® ก่อนที่จะคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้สำเร็จในปี 2017 พ่วงด้วยตำแหน่ง SVH Meesterkok ในปีเดียวกัน ล่าสุดเชฟ Joris Bijdendijk ยังรับงานควบคุมห้องอาหารอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า Wils ตั้งอยู่ ณ Olympic Stadium ในกรุง Amsterdam โดยตัวร้านเพิ่งคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2021 นั่นเอง
🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร RIJKS® นำเสนออาหารภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์ ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCHMENU - LUNCH MENU (Four Courses - 65 €) สุดคุ้มค่าจัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้น ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง RIJKSTAFEL - RIJKS TABLE (Five Courses - 80 €, Six Courses - 90 €) และรายการเมนูแบบ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกด้วย เมื่อเปิด Wine List ออกดูจะพบว่า Sommelier ประจำร้านได้คัดสรรไวน์คุณภาพสูงจากทั่วโลกนำเสนอมาในราคาที่เหมาะสมหรือจะเลือก Wine Pairing ในราคาเพียง 11 € per Course ก็ได้เช่นกัน สำหรับคอร์สที่เตรียมออกมาได้อย่างน่าสนใจเช่น
✨ Langoustinetartaar | Langoustine tartar
groene curry, koolrabi, foreleitjes
green curry, kohlrabi, trout eggs
กุ้ง Langoustine สับละเอียดมาเป็น Tartare ให้รสชาติที่หวานละมุน เชฟตัดเนื้อสัมผัสด้วยความกรอบของ Granny Snith Apple แล่มาเป็นชิ้นบาง ๆ ทั้งยังให้รสชาติเปรี้ยวมาช่วยดึงความหวานของเนื้อกุ้งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านบนท็อปด้วยไข่ปลาเทร้าต์กรุบ ๆ ที่พร้อมจะแตกระเบิดออกในปากโดยไม่ส่งกลิ่นคาวมารบกวนแม้แต่น้อย สุดท้ายคือองค์ประกอบของ Green Curry หรือแกงเขียวหวานที่เตรียมมาจาก Kohlrabi และขิงช่วยเบรคไม่ให้ความหวานและความเปรี้ยวแสดงออกมาโดดจนเกินไป (17/20)
✨ Geglaceerde zwezerik | Glazed sweetbread
kers, onrijpe pruim, Boerenmeiden-jus
cherry, unripe plum, ‘Boerenmeiden’ sauce
หนึ่งในจานที่ดีที่สุดในวันนี้คือ Sweetbread หรือส่วนต่อมไทมัสของลูกวัวที่ผ่านการ Glzed บนกระทะจนผิวด้านนอกกรอบในขณะที่เนื้อตรงกลางยังนุ่มและครีมมี่ ด้านบนท็อปด้วยองค์ประกอบสีเขียวของ Pistachio ให้กลิ่นหอมของถั่ว รอบ ๆ คือซอสทำมาจากบ๊วยให้รสชาติเปรี้ยวจัด ข้างกันคือลูก Cherry ที่เชฟนำเมล็ดออกแล้วใส่ Sweetbread Cream ลงไปแทนให้รสชาติที่หอม มัน ครีมมี่ ตัดกันกับความเปรี้ยวของลูก Cherry ได้อย่างไร้ที่ติ (17/20)
✨ Tomasu beurre blanc, peterselie-olie
Tomasu beurre blanc, parsley oil
ห้ามพลาดสุดยอด Signature Dish ที่ได้รับการยกย่องจาก MICHELIN Guide อย่าง Beetroot เสิร์ฟมาเป็นชั้น ๆ ในรูปแบบของ Millefeuille สวยงามดูน่าลิ้มลองเป็นที่สุด แต่ละเลเยอร์ของแผ่นบีทรูทช่วยรังสรรค์ให้เกิดเนื้อสัมผัสที่นุ่มแต่ยังคงความสู้ฟันนิด ๆ และไม่นิ่มจนเกินไป ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ของจานนั่นก็คือน้ำซอสที่เตรียมมาจาก Tomasu Soy Sauce หรือซอสถั่วเหลืองสไตล์ญี่ปุ่นที่มีต้นกำเนิดมาจากนคร Rotterdam ประเทศเนเธอแลนด์ ทั้งยังมีขั้นตอนการทำอันซับซ้อนตั้งแต่การปลูกถั่วเหลืองและธัญพืชขึ้นบริเวณพื้นที่ Hoekche Waard ทางตะวันตกของประเทศเนเธอแลนด์ จากนั้นนำมาผสมเข้ากันกับน้ำแร่ธรรมชาติและ Gros Sel de Guérande หรือเกลือจากแคว้น Brittany ประเทศฝรั่งเศส เติมเชื้อราเฉพาะ Aspergillus Oryzae Tomasu ลงไปจนได้มาเป็น Soy Sauce แล้วนำไปบ่มในถังวิสกี้เก่าอายุ 25-50 ปีจากโรงหมักเหล้าที่ดีที่สุดจองประเทศสกอตแลนด์นานกว่า 24 เดือนจนได้มาเป็นซอสถั่วเหลืองชั้นดีที่มีรสชาติอันแสนกลมกล่อม เชฟเสิร์ฟมาในลักษณะ Tomasu Beurre Blanc ให้รสชาติครบทั้งหอม มัน ของเนยและความเค็มของซอสถั่วเหลือง จากนั้นเบรคด้วยกลิ่นเฉพาะตัวของ Parsley Oil ได้อย่างพอเหมาะลงตัว (17/20)
🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานของห้องอาหาร RIJKS® มีการผสมผสานวัตถุดิบทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความแปลกใหม่และลงตัว ราคาอาหารค่อนข้างสูงอยู่บ้างเล็กน้อยแต่ก็ไม่มากจนเกินไป พนักงานบริการดีและเป็นกันเอง Sommelier สามารถแนะนำไวน์ทุกชนิดได้อย่างละเอียด ก่อนเริ่มหรือหลังจบมื้ออาหารอย่าลืมแวะไปเยี่ยมชมภาพ The Night Watch อันโด่งดังของ Rembrandt ใน Rijksmuseum รวมไปถึงภาพวาด Almond Blossoms ของ Vincent van Gogh ใน Van Gogh Museum (ต้องจองล่วงหน้าประมาณ 3 อาทิตย์) รับรองว่าเพื่อน ๆ จะได้รับความประทับใจกลับบ้านไปด้วยอย่างแน่นอน
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 39 รูป






















![🎗 [INTRO] Rijksmuseum เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งชาติของประเทศเนเธอแลนด์ทั้งยังเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในกรุง Amsterdam ควบคู่กันไปกับ Van Gogh Museum, Stedelijk Museum Amsterdam และ Moco Museum](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/302052663_8424896124251777_5879057067683531852_n.webp)

![🎗 [THE FOOD] ห้องอาหาร RIJKS® นำเสนออาหารภายใต้ปรัชญา Low Countries' Cuisine โดยอาศัยวัตถุดิบท้องถิ่นของประเทศเนเธอแลนด์ ลูกค้าสามารถเลือกชิม LUNCHMENU - LUNCH MENU (Four Courses - 65 €) สุดคุ้มค่าจัดเสิร์ฟมาเฉพาะช่วงมื้อกลางวันเท่านั้น ถัดมาคือเซ็ตเมนูชุดใหญ่อย่าง RIJKSTAFEL - RIJKS TABLE (Five Courses - 80 €, Six Courses - 90 €) และรายการเมนูแบบ À LA CARTE ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/301766040_8424896450918411_2800822661976550277_n.webp)

![🎗 [THE PLACE] ห้องรับประทานอาหารหลักตกแต่งแบบร่วมสมัย ตู้เก็บไวน์ขนาดใหญ่สูงจากพื้นจรดเพดานดึงดูดสายตาของเหล่าคอไวน์ได้เป็นอย่างดี](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/302041246_8424895787585144_813856142799737588_n.webp)






![🎗 [THE CHEF] Joris Bijdendijk เป็นเชฟมากประสบการณ์ผู้เริ่มต้นเส้นทางสายอาชีพตั้งแต่มีอายุได้เพียง 19 ปีที่ห้องอาหารระดับตำนานอย่าง Ron Blaauw (2 MICHELIN Stars - ปิดทำการไปแล้ว) และห้องอาหาร Le Jardin des Sens (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) ที่นคร Montpelier ต่อมาในปี 2012 เชฟ Joris Bijdendijk เดินทางกลับมายังประเทศเนเธอแลนด์เพื่อรับงานควบคุมห้องอาหาร Bridges ในกรุง Amsterdam พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars มาครองได้ใน MICHELIN Guide Netherlands ฉบับปี 2014 นับเป็นระยะเวลาเพียง 10 เดือนเท่านั้นหลังตัวร้านเปิดทำการ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/301729498_8424897520918304_3829507552624658993_n.webp)


![🎗 [WHY GO] อาหารทุกจานของห้องอาหาร RIJKS® มีการผสมผสานวัตถุดิบทั้งฝั่งยุโรปและเอเชียจนได้ออกมาเป็นจานที่มีความแปลกใหม่และลงตัว](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/301687091_8424896347585088_7791136638504583498_n.webp)


