
Resonance · เรโซแนนซ์
Modern Cuisine · อาหารโมเดิร์น — 108, 4 สุขุมวิท 65 แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา, กรุงเทพ, 10110, ประเทศไทย
🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารของเชฟ Shunsuke Shimomura ผู้ซึ่งอาศัยประสบการณ์การทำงานในห้องอาหารระดับสูงหลายแห่งมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันและนำเสนออกมาเป็น Tasting Menu ของห้องอาหาร Resonance โดยผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารสไตล์ตะวันตกเข้ากันกับวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียออกมาได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ
🎗️ [THE PLACE] Restaurant Resonance เป็นร้านอาหารที่แอบซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 บริเวณด้านหน้ามีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง ตัวอาคาร 2 ชั้นตกแต่งแบบเรียบง่ายชนิดที่มองแทบไม่ออกว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงชั้นเลิศ ภายในร้านออกแบบในสไตล์ Minimalistic สังเกตได้จากโต๊ะที่ปูด้วยผ้าขาวเค้าคู่กันกับเก้าอี้สีเบจนั่งสบาย บนผนังตกแต่งด้วยภาพที่เติมแต่งสีสันให้ห้องอาหารแลดูโมเดิร์นมากขึ้น นอกจากนี้สำหรับใครที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ทางร้านก็มีห้องส่วนตัวรองรับเช่นกัน
🎗️ [THE CHEF] Shunsuke Shimomura เป็นเชฟชาวญี่ปุ่นผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาในเมืองริมทะเลทำให้ตัวเขามีความคุ้นเคยวัตถุดิบจากท้องทะเลตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยความหลงไหลในศาสตร์การทำอาหารและมีความฝันที่จะคว้ารางวัล MICHELIN Star มาครองทำให้เขาตัดสินใจเข้าเรียนเป็นเชฟมืออาชีพอย่างเต็มตัว ระหว่างฝึกงานเขามีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหารระดับโลกทั้ง Geranium (3 MICHELIN Stars) และ Kokkeriet ก่อนที่จะเรียนจบและเริ่มต้นเดินทางไปยังแถบชนบททางตอนเหนือของประเทศอิตาลีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Magnolia (2 MICHELIN Stars) และ Agli Amici (2 MICHELIN Stars) รวมไปถึง Metamorfosi (1 MICHELIN Star) ในกรุง Rome ประเทศอิตาลี หลังจากนั้นเขาเดินทางไปยังนคร Melbourne เพื่อร่วมงานกับ Amaru ซึ่งเป็นห้องอาหารออสเตรเลียร่วมสมัยและข้ามทวีปมายังประเทศไทยเพื่อเป็น R&D Chef ให้กับห้องอาหาร Gaggan (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเปิดห้องอาหาร Resonance เป็นของตัวเองและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในที่สุด
🎗️ [THE FOOD] เชฟ Shunsuke นำเสนออาหารในรูปแบบที่เรียกว่า Boundless Cuisine หรืออาหารแบบไร้กรอบโดยใช้เทคนิคแบบโมเดิร์น ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ 12-COURSES (4,500++) และ 14 COURSES (6,500++) โดยคอร์สใหญ่จะเพิ่มเริมวัตถุดิบพรีเมี่ยมขึ้นมาอย่างเช่นไข่หอยเม่น, ลิ้นวัว และหอยเป๋าฮื้อ นอกจากนี้ยังมี 7-Courses Menu (2,900++) นำเสนอมาเฉพาะมื้อกลางวันของวันเสาร์อีกด้วย รายการไวน์ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดีรวมไปถึงไวน์หาชิมยากที่ได้นำเข้าจากทั่วทุกมุมโลกมาจำหน่ายให้คนไทยได้ลิ้มลองกัน นอกจากนี้ยังมีรายการจับคู่ชาคุณภาพสูงที่ต้องสั่งจองกันล่วงหน้ากับทางร้านประมาณ 1-2 วันทำการ ตัวอย่างเมนูเด็ดในวันนี้ได้แก่
✨ Chutoro, Avocado
คอร์สนี้เชฟนำเสนออโวคาโดที่ปรุงในซุปดาชิแบบญี่ปุ่น ด้านบนท็อปด้วยชูโทโร่ที่พร้อมจะละลายกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไปกับอโวคาโด นอกจากนี้ยังมีเนื้อสัมผัสความกรอบของ Iburi-gakko หรือแรดิชรมควัน ด้านบนคือใบ Kinome เชฟยังเติมแต่งอโรมาหอม ๆ ของ น้ำมันพริกไทย Sancho และน้ำมัน Mujan จากนั้นพนักงานจะเทซุปเย็นรสเปรี้ยวที่เตรียมมาจาก Cape Gooseberry ลงไปช่วยตัดความมันของชูโทโร่ได้อย่างไร้ที่ติ (16/20)
✨ Asparagus, Hokkigai
จากนั้นพนักงานจะนำวัตถุดิบหลักของคอร์สถัดไปมานำเสนอให้ชมกันประกอบไปด้วยสาหร่ายคอมบุ, กุ้งแห้ง, หอยเชลล์โฮตาเตะแห้ง, ปลาแห้ง Niboshi และ Katsuobushi เชฟนำหน่อไม้ฝรั่งไปฝานและย่างบนเตาถ่าน จากนั้นเสิร์ฟมากับหอยปีกนกยักษ์ Hokkigai จากประเทศญี่ปุ่น รอบ ๆ คือน้ำซุปอุ่น ๆ ที่เตรียมมาจากอาหารทะเลแห้งที่นำเสนอให้เราได้ชมกันก่อนหน้านี้ให้ความอูมามิกลมกล่อม จากนั้นจบด้วยการหยดน้ำมันหญ้าฟางรมควันโฮมเมดลงไปให้ความหอมที่โดดเด่น (16/20)
✨ Tokyo-X
Tokyo-X เป็นคอร์สที่เช็คนำเสนอหมูพรีเมี่ยมจากประเทศญี่ปุ่นที่ผสมหมู 3 สายพันธุ์คือ US, UK และ Beijing เข้าด้วยกัน เชฟเสิร์ฟมาที่ความสุกปานกลางเพื่อคงไว้ซึ่งความฉ่ำนุ่ม ด้านล่างคือ Purée กะหล่ำดอกและซอส Strawberry Jus รสชาติเข้มข้นปนด้วยความหวานเพียงเล็กน้อยตัดด้วยความเปรี้ยวและขมเบา ๆ ของเปลือกเลมอนเชื่อม ด้านบนคือใบมิ้นท์และคาเคานิบส์และ Macau Pepper (16/20)
🎗️ [WHY GO] ถึงแม้หน้าตาอาหารแต่ละคอร์สจะแลดูเรียบง่ายแต่หากวิเคราะห์ดูให้ดีจะพบว่าเชฟ Shunsuke ใส่ทั้งเทคนิคระดับสูงและอัตลักษณ์ของตัวเองลงไปได้อย่างเด่นชัด รสชาติทุกจานมีความเข้าถึงง่าย การบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่มองหาร้านอาหาร Fine Dining ได้ลองแวะมาชิมกันดู รับรองว่าต้องติดใจกันอย่างแน่นอน !
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 29 รูป

![🎗️ [INTRO] ในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารของเชฟ Shunsuke Shimomura ผู้ซึ่งอาศัยประสบการณ์การทำงานในห้องอาหารระดับสูงหลายแห่งมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันและนำเสนออกมาเป็น Tasting Menu ของห้องอาหาร Resonance โดยผสมผสานเทคนิคการปรุงอาหารสไตล์ตะวันตกเข้ากันกับวัตถุดิบจากฝั่งเอเชียออกมาได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/481083894_1181812160269002_5915482787230199776_n.webp)



















![🎗️ [THE CHEF] Shunsuke Shimomura เป็นเชฟชาวญี่ปุ่นผู้เกิดและเติบโตขึ้นมาในเมืองริมทะเลทำให้ตัวเขามีความคุ้นเคยวัตถุดิบจากท้องทะเลตั้งแต่วัยเยาว์ ด้วยความหลงไหลในศาสตร์การทำอาหารและมีความฝันที่จะคว้ารางวัล MICHELIN Star มาครองทำให้เขาตัดสินใจเข้าเรียนเป็นเชฟมืออาชีพอย่างเต็มตัว ระหว่างฝึกงานเขามีโอกาสร่วมงานกับห้องอาหารระดับโลกทั้ง Geranium (3 MICHELIN Stars) และ Kokkeriet ก่อนที่จะเรียนจบและเริ่มต้นเดินทางไปยังแถบชนบททางตอนเหนือของประเทศอิตาลีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Magnolia (2 MICHELIN Stars) และ Agli Amici (2 MICHELIN Stars) รวมไปถึง Metamorfosi (1 MICHELIN Star) ในกรุง Rome ประเทศอิตาลี หลังจากนั้นเขาเดินทางไปยังนคร Melbourne เพื่อร่วมงานกับ Amaru ซึ่งเป็นห้องอาหารออสเตรเลียร่วมสมัยและข้ามทวีปมายังประเทศไทยเพื่อเป็น R&D Chef ให้กับห้องอาหาร Gaggan (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเขาจึงเปิดห้องอาหาร Resonance เป็นของตัวเองและคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในที่สุด](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480788352_1181815463602005_6200473536519176358_n.webp)
![🎗️ [THE FOOD] เชฟ Shunsuke นำเสนออาหารในรูปแบบที่เรียกว่า Boundless Cuisine หรืออาหารแบบไร้กรอบโดยใช้เทคนิคแบบโมเดิร์น ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ได้ 2 รูปแบบคือ 12-COURSES (4,500++) และ 14 COURSES (6,500++) โดยคอร์สใหญ่จะเพิ่มเริมวัตถุดิบพรีเมี่ยมขึ้นมาอย่างเช่นไข่หอยเม่น, ลิ้นวัว และหอยเป๋าฮื้อ นอกจากนี้ยังมี 7-Courses Menu (2,900++) นำเสนอมาเฉพาะมื้อกลางวันของวันเสาร์อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/481082477_1181807843602767_7862951017749319039_n.webp)

![🎗️ [THE PLACE] Restaurant Resonance เป็นร้านอาหารที่แอบซ่อนตัวอยู่ในซอยสุขุมวิท 65 บริเวณด้านหน้ามีพื้นที่จอดรถกว้างขวาง ตัวอาคาร 2 ชั้นตกแต่งแบบเรียบง่ายชนิดที่มองแทบไม่ออกว่านี่คือหนึ่งในห้องอาหารระดับสูงชั้นเลิศ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480782928_1181816236935261_6329756522841043745_n.webp)


![🎗️ [WHY GO] ถึงแม้หน้าตาอาหารแต่ละคอร์สจะแลดูเรียบง่ายแต่หากวิเคราะห์ดูให้ดีจะพบว่าเชฟ Shunsuke ใส่ทั้งเทคนิคระดับสูงและอัตลักษณ์ของตัวเองลงไปได้อย่างเด่นชัด รสชาติทุกจานมีความเข้าถึงง่าย การบริการอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ราคาอาหารจัดว่าเหมาะสมเมื่อเทียบกับคุณภาพของวัตถุดิบ เราขอแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่มองหาร้านอาหาร Fine Dining ได้ลองแวะมาชิมกันดู รับรองว่าต้องติดใจกันอย่างแน่นอน !](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2025/03/480671833_1181815446935340_467009299118997876_n.webp)

