GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Reale
3 MICHELIN Stars

ItalyReale · รีอาลเล่

Creative, Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย — Contrada Piana Santa Liberata, 67031 Castel di Sangro AQ, Italy

🎗 [INTRO] หากจะถามถึงความอัจฉริยะของ Niko Romito คงต้องบอกว่าเขาคือหนึ่งในเชฟไม่กี่คนบนโลกที่เรียนรู้และศึกษาเส้นทางสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองโดยไม่เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหารใด ๆ แต่สามารถคว้าหนึ่งในรางวัลอันสูงสุดในวงการอาหารคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ Tasting Menu ของเขายังมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครโดยการนำเสนออาหาร Vegetarian ทั้งหมดกว่า 14 คอร์สพร้อมกับทิ้งความประทับใจเอาให้กับนักชิมแต่ละคนได้อย่างไม่รู้ลืม

🎗 [THE PLACE] Ristorante Reale ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Castel di Sangro บริเวณรอยต่อของแคว้น Abruzzo และ Molise ลูกค้าสามารถเดินทางมาโดยรถส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีสำหรับการเดินทางมาจากกรุง Rome และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางมาจากนคร Naples ทันทีที่นำรถเข้าจอดทุกคนจะพบกับไร่ไวน์ทดลองขนาดย่อมที่ความสูง 860 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลอันประกอบไปด้วยองุ่นสายพันธุ์ Pinot Noir, Riesling, Silvaner และ Veltliner ทั้งนี้ด้วยความร่วมมือของเชฟ Niko Romito กับ Feudo Antico ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตไวน์จากเมือง Tollo ทำให้ผลผลิตของไร่ไวน์แห่งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่เบา เบื้องหลังคืออาคารที่ดัดแปลงมาจาก Casadonna อารามเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 16 พื้นที่บางส่วนถูกใช้งานเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารระดับมืออาชีพ Accademia Niko Romito ในขณะที่บางส่วนได้รับการปรับปรุงเป็น Boutique Hotel สุดหรูจำนวน 9 ห้อง สำหรับห้องรับประทานอาหารหลักนั้นตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ Minimalism โดยมีโต๊ะทรงกลมวางสลับกันห่าง ๆ กับโต๊ะสี่เหลี่ยม ทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูกลืนกันไปกับสีของผนัง ตัวร้านฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นทัศนียภาพกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของเนินเขาน้อยใหญ่โดยรอบได้อีกด้วย

🎗 [THE CHEF] Niko Romito เกิดที่เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Abruzzo อย่าง Castel di Sangro ในปี 1974 โดยมีคุณพ่อประกอบอาชีพเปิดร้านขายขนมปัง ต่อมาตัวเขาตัดสินใจศึกษาเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองก่อนที่จะเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟเต็มตัวเริ่มต้นจากการเดินทางไปฝึกงานที่ห้องอาหาร El Celler de Can Roca (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและเทคนิคการปรุงอาหารยุคใหม่ก่อนจะกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Caino (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Montemerano แคว้น Tuscany เพื่อเรียนรู้การจัดการกับวัตถุดิบท้องถิ่นและการเคารพวัตถุดิบ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Niko Romito ตัดสินใจปรับปรุงร้านขนมปังเก่าของคุณพ่อให้กลายมาเป็นห้องอาหาร Reale ขึ้นในเมืองสกีรีสอร์ท Rivisondoli พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ก่อนจะย้ายห้องอาหารมาเปิดยังเมืองบ้านเกิดของเขาคือ Castel di Sangro ในปี 2011 ทั้งยังสามารถคว้ารางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2014 อีกด้วย ปัจจุบันเชฟ Niko Romito ได้ร่วมมือกับ Bulgari Hotel ในการเปิดห้องอาหาร Il Ristorante-Niko Romito อีกหลายแห่งโดยมีสาขาที่นครดูไบการันตีด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars, สาขาที่นครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งการันตีด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars, สาขาที่กรุงปารีสและมิลานได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide และสุดท้ายคือห้องอาหาร Casual Dining ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Galleria Vittorio Emanuele II คือ Spazio Niko Romito Milano ก็ได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide อีกเช่นกัน

🎗 [THE FOOD] เชฟ Niko Romito คิดค้นและพัฒนาอาหารแต่ละจานออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ลูกค้าจะสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte แต่เราขอแนะนำอย่างมากให้ลิ้มลอง Tasting Menu ที่เชฟตั้งใจนำเสนอออกมาในรูปแบบ Vegetarian โดยมีราคาต่อคอร์สเพียง 170 € เท่านั้น อาหารทั้ง 14 จานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคการปรุงชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยากแม้กระทั่งห้องอาหารในระดับเดียวกัน ส่วนใครที่ต้องการสัมผัสอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์ยังสามารถสั่งแยกจากรายการแบบ À La Carte ได้มากที่สุดถึง 3 จานต่อคนโดยมีราคาอยู่ที่จานละ 30 € เท่านั้น บรรดาคอไวน์สามารถสอบถามกับ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Gianni Sinesi ผู้ร่วมงานกับเชฟ Niko Romito มาตั้งแต่ปี 2004 โดยตัวเขาสามารถคัดสรรไวน์ชั้นดีจำนวนกว่า 9,000 ขวดจากทั่วประเทศอิตาลีและทวีปยุโรปให้เหมาะสมกับงบประมาณและมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี สำหรับจานที่ได้รับการเตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น

✨ Onion reduction, parmigiano buttons and toasted saffron (30 €)

เมนู Signature Dish ที่ติดอยู่ในรายการเมนูมาตั้งแต่ปี 2009 คือ L’assoluto di Cipolle หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Absolute Onion ที่เชฟนำหัวหอมมาบีบคั้นน้ำแล้วกรองกากออก เติมน้ำส้มสายชูและกรด Ascorbic ลงไปเล็กน้อย จากนั้นเคี่ยวจนได้น้ำหัวหอมเข้มข้นให้รสชาติที่หวานและเปรี้ยวกลมกล่อมโดยไม่ได้ผสมน้ำเปล่าเพิ่มเติมลงไปแม้แต่น้อย ยังมีองค์ประกอบของ Toasted Saffron เติมแต่งรสชาติด้วย Button หรือเม็ดกระดุมซึ่งในที่นี้มีลักษณะเป็น Ravioli จิ๋วสอดไส้ชีส Parmigiano ให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะลงตัวเสริมให้กับจานนั่นเอง (20/20)

✨ Potato soup

เชฟ Niko Romito นำเสนอซุปมันฝรั่งออกมาในรูปแบบใหม่โดยใช้มันฝรั่ง 2 สายพันธุ์คือ Agria Potato เตรียมมาเป็น Broth หรือซุปใสโดยผสมผสานอโรมาของชาดำลงไปด้วย ถัดมาคือ Red Potato เสิร์ฟมา 3 เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือ Potato Purée เสริมด้วยรสชาติของน้ำเลมอนและผิวเลมอนจนได้รสเปรี้ยวบาง ๆ ประกอบกันไปกับเนื้อสัมผัสมุนละเอียดตัดด้วย Potato Cube ให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวนุ่มและผง Potato Powder โรยอยู่ด้านบนสุด จากนั้นจบด้วยการใส่น้ำมันมะกอกลหยดลงไปเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ (20/20)

✨ Gratinée cauliflower

หนึ่งในเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นในปี 2018 และกลายมาเป็นเมนู Signature Dish ของเชฟ Niko Romito คือกะหล่ำปลีที่ผ่านการ Steam-cooked หรือนึ่งจนสุก จากนั้นทิ้งไว้ในอุณหภูมิและความชื้นที่พอเหมาะนาน 1 อาทิตย์ ทั้งนี้สภาพแวดล้อมที่ใช่ระหว่างการบ่มต้องไม่มีอ๊อกซิเจนเพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการเน่าเสีย จากนั้นแบ่งกะหล่ำดอกบางส่วนนำมา Gratinée หรืออบในเตาอบต่อจนได้เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ สำหรับส่วนที่เหลือเชฟนำไปหั่นเต๋าและเคี่ยวหรือ Reduction จนได้น้ำซอสที่เข้มข้น การปรุงรสมีเพียงเกลือและน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย ตัวกะหล่ำดอกให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมเพิ่มเติมคือเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายจนแทบไม่ต้องเคี้ยวแตกต่างจากกะหล่ำดอกทั่วไปอย่างน่าประทับใจ (20/20)

🎗 [WHY GO] ห้องอาหาร Reale อาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการนำเสนออาหารแต่ละคอร์สออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย Tasting Menu ซึ่งเป็น Vegetarian ได้รับการรังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจและมีราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตามด้วยตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ลึกเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้งยังไร้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณใกล้เคียงทำให้การเดินทางมาที่นี่จำเป็นต้องอาศัยรถส่วนตัวและความพยายามเป็นอย่างมากนั่นเอง

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 44 รูป

🇮🇹 Reale - รีอาลเล่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Niko Romito - เชฟนิโก้ โรมิโต้
รูปที่ 1
🇮🇹 Reale - รีอาลเล่ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน 🍴 Creative, Contemporary - อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย 👨🏻‍🍳 Chef Niko Romito - เชฟนิโก้ โรมิโต้
Celery, carrot and onion เริ่มต้นมื้อด้วยซุปอุ่น ๆ ที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาโดยการนำเซเลอรี่ แครอท และหัวหอมไปเข้ากระบวนการ Double Extraction จนได้ซุปรสชาติเข้มข้นโดยไม่ผสมน้ำเปล่าเพิ่มเติมลงไปแม้แต่น้อย จากนั้นหยดน้ำมันมะกอก EVO ลงไปพร้อมกับวางใบ Sage เป็นอันพร้อมชิม (20/20)
รูปที่ 2
Celery, carrot and onion เริ่มต้นมื้อด้วยซุปอุ่น ๆ ที่เชฟรังสรรค์ขึ้นมาโดยการนำเซเลอรี่ แครอท และหัวหอมไปเข้ากระบวนการ Double Extraction จนได้ซุปรสชาติเข้มข้นโดยไม่ผสมน้ำเปล่าเพิ่มเติมลงไปแม้แต่น้อย จากนั้นหยดน้ำมันมะกอก EVO ลงไปพร้อมกับวางใบ Sage เป็นอันพร้อมชิม (20/20)
Broccoli leaf and anise ใบ Broccoli ที่เชฟเตรียมเนื้อสัมผัสมาได้อย่างไร้ที่ติคือมีเนื้อสัมผัสอยู่ระหว่างความสุกกับไม่สุก ถึงจะมีความขมเบา ๆ แต่รสชาติทั้งหมดกลับถูกบาลานซ์ด้วย Broccoli Reduction และ Anise มีลักษณะเป็นน้ำที่สกัดขึ้นมาโดยใช้เทคนิคพิเศษจนหอมทั้งยังเสริมรสชาติได้อย่างมีมิติชนิดที่เราแทบไม่อยากเชื่อว่าผักเพียงหนึ่งใบที่ดูเรียบง่ายจะเต็มไปด้วยรสชาติที่อร่อยลงตัวได้ถึงเพียงนี้ (20/20)
รูปที่ 3
Broccoli leaf and anise ใบ Broccoli ที่เชฟเตรียมเนื้อสัมผัสมาได้อย่างไร้ที่ติคือมีเนื้อสัมผัสอยู่ระหว่างความสุกกับไม่สุก ถึงจะมีความขมเบา ๆ แต่รสชาติทั้งหมดกลับถูกบาลานซ์ด้วย Broccoli Reduction และ Anise มีลักษณะเป็นน้ำที่สกัดขึ้นมาโดยใช้เทคนิคพิเศษจนหอมทั้งยังเสริมรสชาติได้อย่างมีมิติชนิดที่เราแทบไม่อยากเชื่อว่าผักเพียงหนึ่งใบที่ดูเรียบง่ายจะเต็มไปด้วยรสชาติที่อร่อยลงตัวได้ถึงเพียงนี้ (20/20)
Bread จากนั้นพนักงานยังได้นำเสิร์ฟขนมปังที่ทางร้านทำเองในทุก ๆ ขั้นตอนโดยใช้เมล็ดธัญพืชสองสายพันธุ์คือ Solina และ Saragola จากภูมิภาค Abruzzo นั่นเอง
รูปที่ 4
Bread จากนั้นพนักงานยังได้นำเสิร์ฟขนมปังที่ทางร้านทำเองในทุก ๆ ขั้นตอนโดยใช้เมล็ดธัญพืชสองสายพันธุ์คือ Solina และ Saragola จากภูมิภาค Abruzzo นั่นเอง
Potato soup เชฟ Niko Romito นำเสนอซุปมันฝรั่งออกมาในรูปแบบใหม่โดยใช้มันฝรั่ง 2 สายพันธุ์คือ Agria Potato เตรียมมาเป็น Broth หรือซุปใสโดยผสมผสานอโรมาของชาดำลงไปด้วย ถัดมาคือ Red Potato เสิร์ฟมา 3 เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือ Potato Purée เสริมด้วยรสชาติของน้ำเลมอนและผิวเลมอนจนได้รสเปรี้ยวบาง ๆ ประกอบกันไปกับเนื้อสัมผัสมุนละเอียดตัดด้วย Potato Cube ให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวนุ่มและผง Potato Powder โรยอยู่ด้านบนสุด จากนั้นจบด้วยการใส่น้ำมันมะกอกลหยดลงไปเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ (20/20)
รูปที่ 5
Potato soup เชฟ Niko Romito นำเสนอซุปมันฝรั่งออกมาในรูปแบบใหม่โดยใช้มันฝรั่ง 2 สายพันธุ์คือ Agria Potato เตรียมมาเป็น Broth หรือซุปใสโดยผสมผสานอโรมาของชาดำลงไปด้วย ถัดมาคือ Red Potato เสิร์ฟมา 3 เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือ Potato Purée เสริมด้วยรสชาติของน้ำเลมอนและผิวเลมอนจนได้รสเปรี้ยวบาง ๆ ประกอบกันไปกับเนื้อสัมผัสมุนละเอียดตัดด้วย Potato Cube ให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวนุ่มและผง Potato Powder โรยอยู่ด้านบนสุด จากนั้นจบด้วยการใส่น้ำมันมะกอกลหยดลงไปเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ (20/20)
Lentils, hazelnut and garlic oil ถัดมาคือถั่ว Lentils ที่ปรุงสุกพอดีเสิร์ฟมาคู่กับ Hazelnut Emulsion ให้รสหวานที่พอเหมาะและ Garlic Oil เสริมกลิ่นที่ซับซ้อน ส่วนด้านล่างเป็น Jelly นุ่ม ๆ ที่เตรียมมาจากน้ำที่ใช้ต้มถั่วนั่นเอง (18/20)
รูปที่ 6
Lentils, hazelnut and garlic oil ถัดมาคือถั่ว Lentils ที่ปรุงสุกพอดีเสิร์ฟมาคู่กับ Hazelnut Emulsion ให้รสหวานที่พอเหมาะและ Garlic Oil เสริมกลิ่นที่ซับซ้อน ส่วนด้านล่างเป็น Jelly นุ่ม ๆ ที่เตรียมมาจากน้ำที่ใช้ต้มถั่วนั่นเอง (18/20)
Lentils, hazelnut and garlic oil อย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบใน 1 คำ (18/20)
รูปที่ 7
Lentils, hazelnut and garlic oil อย่าลืมตักให้ครบทุกองค์ประกอบใน 1 คำ (18/20)
Bread ขนมปังที่ห้องอาหาร Reale เป็นสูตรที่เชฟ Niko Romito พัฒนาขึ้นเองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากคุณพ่อที่มีอาชีพขายขนมปังจนได้เนื้อสัมผัสที่เพอร์เฟคไร้ที่ติ ด้านในมีความนุ่มและฉ่ำโดยมีรสชาติอมเปรี้ยวเพียงเล็กน้อย
รูปที่ 8
Bread ขนมปังที่ห้องอาหาร Reale เป็นสูตรที่เชฟ Niko Romito พัฒนาขึ้นเองในช่วงหลายปีที่ผ่านมาโดยอาศัยแรงบันดาลใจจากคุณพ่อที่มีอาชีพขายขนมปังจนได้เนื้อสัมผัสที่เพอร์เฟคไร้ที่ติ ด้านในมีความนุ่มและฉ่ำโดยมีรสชาติอมเปรี้ยวเพียงเล็กน้อย
Bread ผิวด้านนอกกรอบ เคี้ยวง่าย ถือเป็นขนมปังที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่จะหาได้ในประเทศอิตาลีจนเชฟตั้งใจยกให้เป็นอาหารคอร์สหนึ่งใน Tasting Menu กันเลยทีเดียว
รูปที่ 9
Bread ผิวด้านนอกกรอบ เคี้ยวง่าย ถือเป็นขนมปังที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งเท่าที่จะหาได้ในประเทศอิตาลีจนเชฟตั้งใจยกให้เป็นอาหารคอร์สหนึ่งใน Tasting Menu กันเลยทีเดียว
Alcoholic lettuce and sour cream ใบผักกาด Regina Lettuce ที่หมักด้วยน้ำและเกลือจนให้รสออกขม จากนั้นราดด้วย Lettuce Reduction รสชาติเข้มข้นตัดด้วยรสเปรี้ยวจาก Sour Cream ที่รองอยู่ด้านล่าง ทั้งนี้ยังมีองค์ประกอบของแอลกอฮอล์หยดลงไปทั้งด้านล่างและด้านบนอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 10
Alcoholic lettuce and sour cream ใบผักกาด Regina Lettuce ที่หมักด้วยน้ำและเกลือจนให้รสออกขม จากนั้นราดด้วย Lettuce Reduction รสชาติเข้มข้นตัดด้วยรสเปรี้ยวจาก Sour Cream ที่รองอยู่ด้านล่าง ทั้งนี้ยังมีองค์ประกอบของแอลกอฮอล์หยดลงไปทั้งด้านล่างและด้านบนอีกด้วย (17/20)
Alcoholic lettuce and sour cream อย่างไรก็ตามหากพิจารณาอย่างละเอียดแล้วพบว่า Lettuce และ Sour Cream ยังมีช่องว่างตรงกลางที่รสชาติยังไม่เชื่อมกันอยู่เล็กน้อยแตกต่างออกไปจาก Brocoli ในคอร์สแรก ๆ นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 11
Alcoholic lettuce and sour cream อย่างไรก็ตามหากพิจารณาอย่างละเอียดแล้วพบว่า Lettuce และ Sour Cream ยังมีช่องว่างตรงกลางที่รสชาติยังไม่เชื่อมกันอยู่เล็กน้อยแตกต่างออกไปจาก Brocoli ในคอร์สแรก ๆ นั่นเอง (17/20)
Roasted squid, pink grapefruit and black olives (30 €) เมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาในปี 2017 นี้คือปลาหมึกทั้งตัวที่ผ่านการย่างมาจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายในปากชนิดที่พวกเราทั้งโต๊ะต่างยกนิ้วให้ นอกจากนี้เชฟยังสามารถเตรียมส่วนกลางลำตัวของหมึกให้มีเนื้อสัมผัสครีมมี่ได้อย่างน่าตกใจ ด้านบนคือองค์ประกอบของ Pink Grapefruit และ Black Olives ช่วยเสริมรสชาติของหมึกได้อย่างน่าทึ่ง (20/20)
รูปที่ 12
Roasted squid, pink grapefruit and black olives (30 €) เมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นมาในปี 2017 นี้คือปลาหมึกทั้งตัวที่ผ่านการย่างมาจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายในปากชนิดที่พวกเราทั้งโต๊ะต่างยกนิ้วให้ นอกจากนี้เชฟยังสามารถเตรียมส่วนกลางลำตัวของหมึกให้มีเนื้อสัมผัสครีมมี่ได้อย่างน่าตกใจ ด้านบนคือองค์ประกอบของ Pink Grapefruit และ Black Olives ช่วยเสริมรสชาติของหมึกได้อย่างน่าทึ่ง (20/20)
Onion reduction, parmigiano buttons and toasted saffron (30 €) เมนู Signature Dish ที่ติดอยู่ในรายการเมนูมาตั้งแต่ปี 2009 คือ L’assoluto di Cipolle หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Absolute Onion ที่เชฟนำหัวหอมมาบีบคั้นน้ำแล้วกรองกากออก เติมน้ำส้มสายชูและกรด Ascorbic ลงไปเล็กน้อย จากนั้นเคี่ยวจนได้น้ำหัวหอมเข้มข้นให้รสชาติที่หวานและเปรี้ยวกลมกล่อมโดยไม่ได้ผสมน้ำเปล่าเพิ่มเติมลงไปแม้แต่น้อย ยังมีองค์ประกอบของ Toasted Saffron เติมแต่งรสชาติด้วย Button หรือเม็ดกระดุมซึ่งในที่นี้มีลักษณะเป็น Ravioli จิ๋วสอดไส้ชีส Parmigiano ให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะลงตัวเสริมให้กับจานนั่นเอง (20/20)
รูปที่ 13
Onion reduction, parmigiano buttons and toasted saffron (30 €) เมนู Signature Dish ที่ติดอยู่ในรายการเมนูมาตั้งแต่ปี 2009 คือ L’assoluto di Cipolle หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Absolute Onion ที่เชฟนำหัวหอมมาบีบคั้นน้ำแล้วกรองกากออก เติมน้ำส้มสายชูและกรด Ascorbic ลงไปเล็กน้อย จากนั้นเคี่ยวจนได้น้ำหัวหอมเข้มข้นให้รสชาติที่หวานและเปรี้ยวกลมกล่อมโดยไม่ได้ผสมน้ำเปล่าเพิ่มเติมลงไปแม้แต่น้อย ยังมีองค์ประกอบของ Toasted Saffron เติมแต่งรสชาติด้วย Button หรือเม็ดกระดุมซึ่งในที่นี้มีลักษณะเป็น Ravioli จิ๋วสอดไส้ชีส Parmigiano ให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะลงตัวเสริมให้กับจานนั่นเอง (20/20)
Fettucelle with red prawns and pink pepper (30 €) อีกหนึ่งจานเด็ดที่ได้รับการคิดค้นขึ้นในปี 2011 เป็นพาสต้าเส้น Fettucelle คลุกเคล้ากับเนื้อกุ้งแดงที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มและรสชาติอันหวานฉ่ำ ยังมีองค์ประกอบของมันจากหัวกุ้งเตรียมมาเป็นซอสเข้มข้นเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของ Pink Pepper เข้ากันได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ (18/20)
รูปที่ 14
Fettucelle with red prawns and pink pepper (30 €) อีกหนึ่งจานเด็ดที่ได้รับการคิดค้นขึ้นในปี 2011 เป็นพาสต้าเส้น Fettucelle คลุกเคล้ากับเนื้อกุ้งแดงที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มและรสชาติอันหวานฉ่ำ ยังมีองค์ประกอบของมันจากหัวกุ้งเตรียมมาเป็นซอสเข้มข้นเสริมด้วยอโรมาหอม ๆ ของ Pink Pepper เข้ากันได้อย่างลงตัวไร้ที่ติ (18/20)
Sliced porcini mushroom จานนี้เป็นหนึ่งในผลงาน Experimeltal Dish ของเชฟที่ตั้งใจนำเสนอเห็ด Porcini ที่เติบโตขึ้นมาบริเวณรากของต้นไม้ 2 ชนิดเพื่อให้ได้รสชาติและอโรมาที่แตกต่างกันเริ่มต้นด้วยซอสสีน้ำตาลที่รองอยู่ด้านล่างเตรียมมาจากเห็ด Porcini ที่เจริญเติบโตมาจากรากของต้น Oak ซึ่งสามารถบอกได้จากกลิ่นของต้น Oak ที่ติดมาด้วยอย่างชัดเจนในขณะที่เห็ด Porcini อีกส่วนหนึ่งด้านบนเจริญเติบโตขึ้นมาบนรากของต้น Popple ให้รสชาติขมที่พอเหมาะ จากนั้นเติม Terragon Extraction ลงไปเป็นอันพร้อมรับประทาน (20/20)
รูปที่ 15
Sliced porcini mushroom จานนี้เป็นหนึ่งในผลงาน Experimeltal Dish ของเชฟที่ตั้งใจนำเสนอเห็ด Porcini ที่เติบโตขึ้นมาบริเวณรากของต้นไม้ 2 ชนิดเพื่อให้ได้รสชาติและอโรมาที่แตกต่างกันเริ่มต้นด้วยซอสสีน้ำตาลที่รองอยู่ด้านล่างเตรียมมาจากเห็ด Porcini ที่เจริญเติบโตมาจากรากของต้น Oak ซึ่งสามารถบอกได้จากกลิ่นของต้น Oak ที่ติดมาด้วยอย่างชัดเจนในขณะที่เห็ด Porcini อีกส่วนหนึ่งด้านบนเจริญเติบโตขึ้นมาบนรากของต้น Popple ให้รสชาติขมที่พอเหมาะ จากนั้นเติม Terragon Extraction ลงไปเป็นอันพร้อมรับประทาน (20/20)
Gratinée cauliflower หนึ่งในเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นในปี 2018 และกลายมาเป็นเมนู Signature Dish ของเชฟ Niko Romito คือกะหล่ำปลีที่ผ่านการ Steam-cooked หรือนึ่งจนสุก จากนั้นทิ้งไว้ในอุณหภูมิและความชื้นที่พอเหมาะนาน 1 อาทิตย์ ทั้งนี้สภาพแวดล้อมที่ใช้ระหว่างการบ่มต้องไม่มีออกซิเจนเพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการเน่าเสีย จากนั้นแบ่งกะหล่ำดอกบางส่วนนำมา Gratinée หรืออบในเตาอบต่อจนได้เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ สำหรับส่วนที่เหลือเชฟนำไปหั่นเต๋าและเคี่ยวหรือ Reduction จนได้น้ำซอสที่เข้มข้น การปรุงรสมีเพียงเกลือและน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย ตัวกะหล่ำดอกให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมเพิ่มเติมคือเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายจนแทบไม่ต้องเคี้ยวแตกต่างจากกะหล่ำดอกทั่วไปอย่างน่าประทับใจ (20/20)
รูปที่ 16
Gratinée cauliflower หนึ่งในเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นในปี 2018 และกลายมาเป็นเมนู Signature Dish ของเชฟ Niko Romito คือกะหล่ำปลีที่ผ่านการ Steam-cooked หรือนึ่งจนสุก จากนั้นทิ้งไว้ในอุณหภูมิและความชื้นที่พอเหมาะนาน 1 อาทิตย์ ทั้งนี้สภาพแวดล้อมที่ใช้ระหว่างการบ่มต้องไม่มีออกซิเจนเพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการเน่าเสีย จากนั้นแบ่งกะหล่ำดอกบางส่วนนำมา Gratinée หรืออบในเตาอบต่อจนได้เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ สำหรับส่วนที่เหลือเชฟนำไปหั่นเต๋าและเคี่ยวหรือ Reduction จนได้น้ำซอสที่เข้มข้น การปรุงรสมีเพียงเกลือและน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย ตัวกะหล่ำดอกให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมเพิ่มเติมคือเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายจนแทบไม่ต้องเคี้ยวแตกต่างจากกะหล่ำดอกทั่วไปอย่างน่าประทับใจ (20/20)
Red onion, Montepulciano and bread คอร์สนี้เชฟนำเสนอขนมปังที่จุ่มลงไปในน้ำที่สกัดจากหัวหอมแดงจนชุ่มก่อนจะอบในเตาอบจนได้รสชาติเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีรสชาติอันเป็นเอกบักษณ์จาก Montepulciano Wine และ Sage Extraction เติมเต็มให้จานนี้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (18/20)
รูปที่ 17
Red onion, Montepulciano and bread คอร์สนี้เชฟนำเสนอขนมปังที่จุ่มลงไปในน้ำที่สกัดจากหัวหอมแดงจนชุ่มก่อนจะอบในเตาอบจนได้รสชาติเข้มข้น นอกจากนี้ยังมีรสชาติอันเป็นเอกบักษณ์จาก Montepulciano Wine และ Sage Extraction เติมเต็มให้จานนี้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (18/20)
Red onion, Montepulciano and bread ภาพแสดงถึงตรงกลางของขนมปังที่ยังคงนุ่มอยู่ในขณะที่ผิวด้านนอกชุ่มไปด้วย Red Onion Water (18/20)
รูปที่ 18
Red onion, Montepulciano and bread ภาพแสดงถึงตรงกลางของขนมปังที่ยังคงนุ่มอยู่ในขณะที่ผิวด้านนอกชุ่มไปด้วย Red Onion Water (18/20)
Fresh tagliatelle pasta with parmigiano and lemon หนึ่งในเมนูที่มีความเรียบง่ายที่สุดในคอร์สนี้คือพาสต้า Tagliatelle เส้นสดผสมผสานกับ Parmigiano Cream ที่เชฟตั้งใจลดทอนความหนักลงโดยการนำชีสไปผสมกับน้ำโดยไม่มีส่วนผสมของเนยแม้แต่น้อยจนได้อัตราส่วนที่ลงตัว นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมของเลมอนเติมแต่งรสชาติให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (17/20)
รูปที่ 19
Fresh tagliatelle pasta with parmigiano and lemon หนึ่งในเมนูที่มีความเรียบง่ายที่สุดในคอร์สนี้คือพาสต้า Tagliatelle เส้นสดผสมผสานกับ Parmigiano Cream ที่เชฟตั้งใจลดทอนความหนักลงโดยการนำชีสไปผสมกับน้ำโดยไม่มีส่วนผสมของเนยแม้แต่น้อยจนได้อัตราส่วนที่ลงตัว นอกจากนี้ยังมีกลิ่นหอมของเลมอนเติมแต่งรสชาติให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น (17/20)
Radicchio and peanuts จานนี้เป็นการจับคู่วัตถุดิบหลัก 2 ชนิดคือ Radicchio และ Peanuts หรือถั่วลิสง องค์ประกอบด้านล่างคือถั่วลิสงเตรียมมาในรูปแบบของ Peanut Emulsion และ Peanut Water ให้รสชาติหวาน ครีมมี่ ละมุนในขณะที่องค์ประกอบด้านบนคือ Radicchio ที่เชฟนำไปห่อด้วยฟอยด์แล้วปรุงสุกในเตาอบจนได้ความกรอบที่พอเหมาะ นอกจากนี้ตัว Radicchio ยังให้รสชาติที่ขมนำในช่วงแรกแต่จะเปลี่ยนมาเป็นรสชาติหวานเมื่อเคี้ยวต่อ ๆ ไปอีกด้วย (19/20)
รูปที่ 20
Radicchio and peanuts จานนี้เป็นการจับคู่วัตถุดิบหลัก 2 ชนิดคือ Radicchio และ Peanuts หรือถั่วลิสง องค์ประกอบด้านล่างคือถั่วลิสงเตรียมมาในรูปแบบของ Peanut Emulsion และ Peanut Water ให้รสชาติหวาน ครีมมี่ ละมุนในขณะที่องค์ประกอบด้านบนคือ Radicchio ที่เชฟนำไปห่อด้วยฟอยด์แล้วปรุงสุกในเตาอบจนได้ความกรอบที่พอเหมาะ นอกจากนี้ตัว Radicchio ยังให้รสชาติที่ขมนำในช่วงแรกแต่จะเปลี่ยนมาเป็นรสชาติหวานเมื่อเคี้ยวต่อ ๆ ไปอีกด้วย (19/20)
Roasted endive จานนี้คือ Endive ที่เชฟนำไปหมักในน้ำมันฝรั่งก่อนจะนำไปย่างจนสุกพอดี บริเวณส่วนยอดจะมีรสชาติขมน้อยที่สุดในขณะที่ส่วนล่างจะให้รสชาติที่ขมมากที่สุด ส่วนซอสสีเขียวเตรียมมาจาก Black Olive และ Capers นั่นเอง (18/20)
รูปที่ 21
Roasted endive จานนี้คือ Endive ที่เชฟนำไปหมักในน้ำมันฝรั่งก่อนจะนำไปย่างจนสุกพอดี บริเวณส่วนยอดจะมีรสชาติขมน้อยที่สุดในขณะที่ส่วนล่างจะให้รสชาติที่ขมมากที่สุด ส่วนซอสสีเขียวเตรียมมาจาก Black Olive และ Capers นั่นเอง (18/20)
Fresh pumpkin tortelli Tortelli พาสต้าทรงเกี๊ยวเส้นสดทำมือ ด้านในสอดไส้ครีมฟักทองในขณะที่ซอสสีเหลืองด้านนอกก็เตรียมมาจากฟักทองให้รสชาติหวานละมุนล้างรสชาติขมของอาหารสองคอร์สก่อนหน้าได้อย่างหมดจด (16/20)
รูปที่ 22
Fresh pumpkin tortelli Tortelli พาสต้าทรงเกี๊ยวเส้นสดทำมือ ด้านในสอดไส้ครีมฟักทองในขณะที่ซอสสีเหลืองด้านนอกก็เตรียมมาจากฟักทองให้รสชาติหวานละมุนล้างรสชาติขมของอาหารสองคอร์สก่อนหน้าได้อย่างหมดจด (16/20)
Walnut and clementines สำหรับของหวานในเซ็ตเมนูหลักคือ Clementines ให้รสชาติเปรี้ยวนำผสมผสานกับความหวานของถั่ว Walnut ในหลากหลายเนื้อสัมผัส (19/20)
รูปที่ 23
Walnut and clementines สำหรับของหวานในเซ็ตเมนูหลักคือ Clementines ให้รสชาติเปรี้ยวนำผสมผสานกับความหวานของถั่ว Walnut ในหลากหลายเนื้อสัมผัส (19/20)
Licorice granita, white vinegar and white chocolate (30 €) เมนูของหวาน Signature Dish ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 คือ Licorice เสิร์ฟมาในลักษณะของ Granita สีน้ำตาลเข้ม องค์ประกอบรอบ ๆ คือ White Chocolate เสิร์ฟมา 2 เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันโดยมีอโรมาของ White Vinegar ผสมผสานอยู่เบื้องหลัง (18/20)
รูปที่ 24
Licorice granita, white vinegar and white chocolate (30 €) เมนูของหวาน Signature Dish ที่ถูกคิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ปี 2014 คือ Licorice เสิร์ฟมาในลักษณะของ Granita สีน้ำตาลเข้ม องค์ประกอบรอบ ๆ คือ White Chocolate เสิร์ฟมา 2 เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันโดยมีอโรมาของ White Vinegar ผสมผสานอยู่เบื้องหลัง (18/20)
Meringue, raspberry and caramel (30 €) ชิ้นเมอแรงก์ที่ผ่านการเบิร์นบริเวณผิวหน้าจนหอม ทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนและครีมมี่จนเป็นเอกลักษณ์ ด้านล่างผสมผสานรสเปรี้ยวของราสเบอร์รี่และรสเค็มของคาราเมลได้อย่างน่าพึงพอใจ (20/20)
รูปที่ 25
Meringue, raspberry and caramel (30 €) ชิ้นเมอแรงก์ที่ผ่านการเบิร์นบริเวณผิวหน้าจนหอม ทั้งยังให้เนื้อสัมผัสที่ละมุนและครีมมี่จนเป็นเอกลักษณ์ ด้านล่างผสมผสานรสเปรี้ยวของราสเบอร์รี่และรสเค็มของคาราเมลได้อย่างน่าพึงพอใจ (20/20)
Mignardises ปิดท้ายด้วย Lemon Infusion เสิร์ฟมาพร้อมกับองุ่นเขียว, เมลอน และช็อกโกแลตนั่นเอง
รูปที่ 26
Mignardises ปิดท้ายด้วย Lemon Infusion เสิร์ฟมาพร้อมกับองุ่นเขียว, เมลอน และช็อกโกแลตนั่นเอง
อย่าลืมจับคู่ขนมหวานกับกาแฟดี ๆ สักแก้ว
รูปที่ 27
อย่าลืมจับคู่ขนมหวานกับกาแฟดี ๆ สักแก้ว
💰 ราคา 1,200 €
รูปที่ 28
💰 ราคา 1,200 €
🎗 [INTRO] หากจะถามถึงความอัจฉริยะของ Niko Romito คงต้องบอกว่าเขาคือหนึ่งในเชฟไม่กี่คนบนโลกที่เรียนรู้และศึกษาเส้นทางสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองโดยไม่เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหารใด ๆ แต่สามารถคว้าหนึ่งในรางวัลอันสูงสุดในวงการอาหารคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ Tasting Menu ของเขายังมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครโดยการนำเสนออาหาร Vegetarian ทั้งหมดกว่า 14 คอร์สพร้อมกับทิ้งความประทับใจเอาให้กับนักชิมแต่ละคนได้อย่างไม่รู้ลืม
รูปที่ 29
🎗 [INTRO] หากจะถามถึงความอัจฉริยะของ Niko Romito คงต้องบอกว่าเขาคือหนึ่งในเชฟไม่กี่คนบนโลกที่เรียนรู้และศึกษาเส้นทางสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองโดยไม่เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหารใด ๆ แต่สามารถคว้าหนึ่งในรางวัลอันสูงสุดในวงการอาหารคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ Tasting Menu ของเขายังมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครโดยการนำเสนออาหาร Vegetarian ทั้งหมดกว่า 14 คอร์สพร้อมกับทิ้งความประทับใจเอาให้กับนักชิมแต่ละคนได้อย่างไม่รู้ลืม
🎗 [THE PLACE] Ristorante Reale ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Castel di Sangro บริเวณรอยต่อของแคว้น Abruzzo และ Molise ลูกค้าสามารถเดินทางมาโดยรถส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีสำหรับการเดินทางมาจากกรุง Rome และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางมาจากนคร Naples
รูปที่ 30
🎗 [THE PLACE] Ristorante Reale ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Castel di Sangro บริเวณรอยต่อของแคว้น Abruzzo และ Molise ลูกค้าสามารถเดินทางมาโดยรถส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีสำหรับการเดินทางมาจากกรุง Rome และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางมาจากนคร Naples
สำหรับห้องรับประทานอาหารหลักนั้นตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ Minimalism โดยมีโต๊ะทรงกลมวางสลับกันห่าง ๆ กับโต๊ะสี่เหลี่ยม
รูปที่ 31
สำหรับห้องรับประทานอาหารหลักนั้นตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ Minimalism โดยมีโต๊ะทรงกลมวางสลับกันห่าง ๆ กับโต๊ะสี่เหลี่ยม
ทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูกลืนกันไปกับสีของผนัง
รูปที่ 32
ทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูกลืนกันไปกับสีของผนัง
🎗 [THE CHEF] Niko Romito เกิดที่เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Abruzzo อย่าง Castel di Sangro ในปี 1974 โดยมีคุณพ่อประกอบอาชีพเปิดร้านขายขนมปัง ต่อมาตัวเขาตัดสินใจศึกษาเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองก่อนที่จะเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟเต็มตัวเริ่มต้นจากการเดินทางไปฝึกงานที่ห้องอาหาร El Celler de Can Roca (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและเทคนิคการปรุงอาหารยุคใหม่ก่อนจะกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Caino (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Montemerano แคว้น Tuscany เพื่อเรียนรู้การจัดการกับวัตถุดิบท้องถิ่นและการเคารพวัตถุดิบ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Niko Romito ตัดสินใจปรับปรุงร้านขนมปังเก่าของคุณพ่อให้กลายมาเป็นห้องอาหาร Reale ขึ้นในเมืองสกีรีสอร์ท Rivisondoli พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ก่อนจะย้ายห้องอาหารมาเปิดยังเมืองบ้านเกิดของเขาคือ Castel di Sangro ในปี 2011 ทั้งยังสามารถคว้ารางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2014 อีกด้วย
รูปที่ 33
🎗 [THE CHEF] Niko Romito เกิดที่เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Abruzzo อย่าง Castel di Sangro ในปี 1974 โดยมีคุณพ่อประกอบอาชีพเปิดร้านขายขนมปัง ต่อมาตัวเขาตัดสินใจศึกษาเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองก่อนที่จะเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟเต็มตัวเริ่มต้นจากการเดินทางไปฝึกงานที่ห้องอาหาร El Celler de Can Roca (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและเทคนิคการปรุงอาหารยุคใหม่ก่อนจะกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Caino (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Montemerano แคว้น Tuscany เพื่อเรียนรู้การจัดการกับวัตถุดิบท้องถิ่นและการเคารพวัตถุดิบ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Niko Romito ตัดสินใจปรับปรุงร้านขนมปังเก่าของคุณพ่อให้กลายมาเป็นห้องอาหาร Reale ขึ้นในเมืองสกีรีสอร์ท Rivisondoli พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ก่อนจะย้ายห้องอาหารมาเปิดยังเมืองบ้านเกิดของเขาคือ Castel di Sangro ในปี 2011 ทั้งยังสามารถคว้ารางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2014 อีกด้วย
ปัจจุบันเชฟ Niko Romito ได้ร่วมมือกับ Bulgari Hotel ในการเปิดห้องอาหาร Il Ristorante-Niko Romito อีกหลายแห่งโดยมีสาขาที่นครดูไบการันตีด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars, สาขาที่นครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งการันตีด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars, สาขาที่กรุงปารีสและมิลานได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide และสุดท้ายคือห้องอาหาร Casual Dining ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Galleria Vittorio Emanuele II คือ Spazio Niko Romito Milano ก็ได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide อีกเช่นกัน
รูปที่ 34
ปัจจุบันเชฟ Niko Romito ได้ร่วมมือกับ Bulgari Hotel ในการเปิดห้องอาหาร Il Ristorante-Niko Romito อีกหลายแห่งโดยมีสาขาที่นครดูไบการันตีด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars, สาขาที่นครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งการันตีด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars, สาขาที่กรุงปารีสและมิลานได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide และสุดท้ายคือห้องอาหาร Casual Dining ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Galleria Vittorio Emanuele II คือ Spazio Niko Romito Milano ก็ได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide อีกเช่นกัน
🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน
รูปที่ 35
🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars - 3 ดาวมิชลิน
ตัวร้านฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นทัศนียภาพกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของเนินเขาน้อยใหญ่โดยรอบได้อีกด้วย
รูปที่ 36
ตัวร้านฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นทัศนียภาพกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของเนินเขาน้อยใหญ่โดยรอบได้อีกด้วย
พื้นที่บริเวณเทอเรส
รูปที่ 37
พื้นที่บริเวณเทอเรส
ตัวอาคารที่ดัดแปลงมาจาก Casadonna อารามเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 16 บางส่วนได้รับการปรับปรุงเป็น Boutique Hotel สุดหรูจำนวน 9 ห้อง
รูปที่ 38
ตัวอาคารที่ดัดแปลงมาจาก Casadonna อารามเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 16 บางส่วนได้รับการปรับปรุงเป็น Boutique Hotel สุดหรูจำนวน 9 ห้อง
พื้นที่บางส่วนถูกใช้งานเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารระดับมืออาชีพ Accademia Niko Romito
รูปที่ 39
พื้นที่บางส่วนถูกใช้งานเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารระดับมืออาชีพ Accademia Niko Romito
บรรยากาศโดยรอบประกอบไปด้วยเนินเขาน้อยใหญ่ของภูมิภาค Abruzzo
รูปที่ 40
บรรยากาศโดยรอบประกอบไปด้วยเนินเขาน้อยใหญ่ของภูมิภาค Abruzzo
ทันทีที่นำรถเข้าจอดทุกคนจะพบกับไร่ไวน์ทดลองขนาดย่อมที่ความสูง 860 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลอันประกอบไปด้วยองุ่นสายพันธุ์ Pinot Noir, Riesling, Silvaner และ Veltliner ทั้งนี้ด้วยความร่วมมือของเชฟ Niko Romito กับ Feudo Antico ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตไวน์จากเมือง Tollo ทำให้ผลผลิตของไร่ไวน์แห่งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่เบา
รูปที่ 41
ทันทีที่นำรถเข้าจอดทุกคนจะพบกับไร่ไวน์ทดลองขนาดย่อมที่ความสูง 860 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลอันประกอบไปด้วยองุ่นสายพันธุ์ Pinot Noir, Riesling, Silvaner และ Veltliner ทั้งนี้ด้วยความร่วมมือของเชฟ Niko Romito กับ Feudo Antico ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตไวน์จากเมือง Tollo ทำให้ผลผลิตของไร่ไวน์แห่งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่เบา
🎗 [THE FOOD] เชฟ Niko Romito คิดค้นและพัฒนาอาหารแต่ละจานออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ลูกค้าจะสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte แต่เราขอแนะนำอย่างมากให้ลิ้มลอง Tasting Menu ที่เชฟตั้งใจนำเสนอออกมาในรูปแบบ Vegetarian โดยมีราคาต่อคอร์สเพียง 170 € เท่านั้น อาหารทั้ง 14 จานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคการปรุงชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยากแม้กระทั่งห้องอาหารในระดับเดียวกัน ส่วนใครที่ต้องการสัมผัสอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์ยังสามารถสั่งแยกจากรายการแบบ À La Carte ได้มากที่สุดถึง 3 จานต่อคนโดยมีราคาอยู่ที่จานละ 30 € เท่านั้น
รูปที่ 42
🎗 [THE FOOD] เชฟ Niko Romito คิดค้นและพัฒนาอาหารแต่ละจานออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ลูกค้าจะสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte แต่เราขอแนะนำอย่างมากให้ลิ้มลอง Tasting Menu ที่เชฟตั้งใจนำเสนอออกมาในรูปแบบ Vegetarian โดยมีราคาต่อคอร์สเพียง 170 € เท่านั้น อาหารทั้ง 14 จานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคการปรุงชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยากแม้กระทั่งห้องอาหารในระดับเดียวกัน ส่วนใครที่ต้องการสัมผัสอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์ยังสามารถสั่งแยกจากรายการแบบ À La Carte ได้มากที่สุดถึง 3 จานต่อคนโดยมีราคาอยู่ที่จานละ 30 € เท่านั้น
บรรดาคอไวน์สามารถสอบถามกับ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Gianni Sinesi ผู้ร่วมงานกับเชฟ Niko Romito มาตั้งแต่ปี 2004 โดยตัวเขาสามารถคัดสรรไวน์ชั้นดีจำนวนกว่า 9,000 ขวดจากทั่วประเทศอิตาลีและทวีปยุโรปให้เหมาะสมกับงบประมาณและมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี
รูปที่ 43
บรรดาคอไวน์สามารถสอบถามกับ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Gianni Sinesi ผู้ร่วมงานกับเชฟ Niko Romito มาตั้งแต่ปี 2004 โดยตัวเขาสามารถคัดสรรไวน์ชั้นดีจำนวนกว่า 9,000 ขวดจากทั่วประเทศอิตาลีและทวีปยุโรปให้เหมาะสมกับงบประมาณและมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี
🎗 [WHY GO] ห้องอาหาร Reale อาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการนำเสนออาหารแต่ละคอร์สออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย Tasting Menu ซึ่งเป็น Vegetarian ได้รับการรังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจและมีราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตามด้วยตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ลึกเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้งยังไร้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณใกล้เคียงทำให้การเดินทางมาที่นี่จำเป็นต้องอาศัยรถส่วนตัวและความพยายามเป็นอย่างมากนั่นเอง
รูปที่ 44
🎗 [WHY GO] ห้องอาหาร Reale อาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการนำเสนออาหารแต่ละคอร์สออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย Tasting Menu ซึ่งเป็น Vegetarian ได้รับการรังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจและมีราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตามด้วยตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ลึกเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้งยังไร้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณใกล้เคียงทำให้การเดินทางมาที่นี่จำเป็นต้องอาศัยรถส่วนตัวและความพยายามเป็นอย่างมากนั่นเอง