
Reale · รีอาลเล่
Creative, Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารร่วมสมัย — Contrada Piana Santa Liberata, 67031 Castel di Sangro AQ, Italy
🎗 [INTRO] หากจะถามถึงความอัจฉริยะของ Niko Romito คงต้องบอกว่าเขาคือหนึ่งในเชฟไม่กี่คนบนโลกที่เรียนรู้และศึกษาเส้นทางสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองโดยไม่เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหารใด ๆ แต่สามารถคว้าหนึ่งในรางวัลอันสูงสุดในวงการอาหารคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ Tasting Menu ของเขายังมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครโดยการนำเสนออาหาร Vegetarian ทั้งหมดกว่า 14 คอร์สพร้อมกับทิ้งความประทับใจเอาให้กับนักชิมแต่ละคนได้อย่างไม่รู้ลืม
🎗 [THE PLACE] Ristorante Reale ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Castel di Sangro บริเวณรอยต่อของแคว้น Abruzzo และ Molise ลูกค้าสามารถเดินทางมาโดยรถส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีสำหรับการเดินทางมาจากกรุง Rome และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางมาจากนคร Naples ทันทีที่นำรถเข้าจอดทุกคนจะพบกับไร่ไวน์ทดลองขนาดย่อมที่ความสูง 860 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลอันประกอบไปด้วยองุ่นสายพันธุ์ Pinot Noir, Riesling, Silvaner และ Veltliner ทั้งนี้ด้วยความร่วมมือของเชฟ Niko Romito กับ Feudo Antico ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ผลิตไวน์จากเมือง Tollo ทำให้ผลผลิตของไร่ไวน์แห่งนี้ถือว่าน่าสนใจไม่เบา เบื้องหลังคืออาคารที่ดัดแปลงมาจาก Casadonna อารามเก่าแก่สมัยศตวรรษที่ 16 พื้นที่บางส่วนถูกใช้งานเป็นโรงเรียนสอนทำอาหารระดับมืออาชีพ Accademia Niko Romito ในขณะที่บางส่วนได้รับการปรับปรุงเป็น Boutique Hotel สุดหรูจำนวน 9 ห้อง สำหรับห้องรับประทานอาหารหลักนั้นตกแต่งแบบเรียบง่ายสไตล์ Minimalism โดยมีโต๊ะทรงกลมวางสลับกันห่าง ๆ กับโต๊ะสี่เหลี่ยม ทุกตัวปูด้วยผ้าสีขาวดูกลืนกันไปกับสีของผนัง ตัวร้านฝั่งหนึ่งกั้นด้วยกระจกใสบานใหญ่มองออกไปเห็นทัศนียภาพกว้างไกลสุดลูกหูลูกตาของเนินเขาน้อยใหญ่โดยรอบได้อีกด้วย
🎗 [THE CHEF] Niko Romito เกิดที่เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Abruzzo อย่าง Castel di Sangro ในปี 1974 โดยมีคุณพ่อประกอบอาชีพเปิดร้านขายขนมปัง ต่อมาตัวเขาตัดสินใจศึกษาเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองก่อนที่จะเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟเต็มตัวเริ่มต้นจากการเดินทางไปฝึกงานที่ห้องอาหาร El Celler de Can Roca (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและเทคนิคการปรุงอาหารยุคใหม่ก่อนจะกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Caino (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Montemerano แคว้น Tuscany เพื่อเรียนรู้การจัดการกับวัตถุดิบท้องถิ่นและการเคารพวัตถุดิบ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Niko Romito ตัดสินใจปรับปรุงร้านขนมปังเก่าของคุณพ่อให้กลายมาเป็นห้องอาหาร Reale ขึ้นในเมืองสกีรีสอร์ท Rivisondoli พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ก่อนจะย้ายห้องอาหารมาเปิดยังเมืองบ้านเกิดของเขาคือ Castel di Sangro ในปี 2011 ทั้งยังสามารถคว้ารางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2014 อีกด้วย ปัจจุบันเชฟ Niko Romito ได้ร่วมมือกับ Bulgari Hotel ในการเปิดห้องอาหาร Il Ristorante-Niko Romito อีกหลายแห่งโดยมีสาขาที่นครดูไบการันตีด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars, สาขาที่นครเซี่ยงไฮ้และกรุงปักกิ่งการันตีด้วยรางวัล 🌟 1 MICHELIN Stars, สาขาที่กรุงปารีสและมิลานได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide และสุดท้ายคือห้องอาหาร Casual Dining ที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า Galleria Vittorio Emanuele II คือ Spazio Niko Romito Milano ก็ได้รับการคัดเลือกหรือ Selected by MICHELIN Guide อีกเช่นกัน
🎗 [THE FOOD] เชฟ Niko Romito คิดค้นและพัฒนาอาหารแต่ละจานออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ลูกค้าจะสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte แต่เราขอแนะนำอย่างมากให้ลิ้มลอง Tasting Menu ที่เชฟตั้งใจนำเสนอออกมาในรูปแบบ Vegetarian โดยมีราคาต่อคอร์สเพียง 170 € เท่านั้น อาหารทั้ง 14 จานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคการปรุงชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยากแม้กระทั่งห้องอาหารในระดับเดียวกัน ส่วนใครที่ต้องการสัมผัสอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์ยังสามารถสั่งแยกจากรายการแบบ À La Carte ได้มากที่สุดถึง 3 จานต่อคนโดยมีราคาอยู่ที่จานละ 30 € เท่านั้น บรรดาคอไวน์สามารถสอบถามกับ Sommelier ประจำร้านอย่างคุณ Gianni Sinesi ผู้ร่วมงานกับเชฟ Niko Romito มาตั้งแต่ปี 2004 โดยตัวเขาสามารถคัดสรรไวน์ชั้นดีจำนวนกว่า 9,000 ขวดจากทั่วประเทศอิตาลีและทวีปยุโรปให้เหมาะสมกับงบประมาณและมื้ออาหารได้เป็นอย่างดี สำหรับจานที่ได้รับการเตรียมออกมาได้อย่างโดดเด่นในมื้อนี้อย่างเช่น
✨ Onion reduction, parmigiano buttons and toasted saffron (30 €)
เมนู Signature Dish ที่ติดอยู่ในรายการเมนูมาตั้งแต่ปี 2009 คือ L’assoluto di Cipolle หรือชื่อภาษาอังกฤษว่า Absolute Onion ที่เชฟนำหัวหอมมาบีบคั้นน้ำแล้วกรองกากออก เติมน้ำส้มสายชูและกรด Ascorbic ลงไปเล็กน้อย จากนั้นเคี่ยวจนได้น้ำหัวหอมเข้มข้นให้รสชาติที่หวานและเปรี้ยวกลมกล่อมโดยไม่ได้ผสมน้ำเปล่าเพิ่มเติมลงไปแม้แต่น้อย ยังมีองค์ประกอบของ Toasted Saffron เติมแต่งรสชาติด้วย Button หรือเม็ดกระดุมซึ่งในที่นี้มีลักษณะเป็น Ravioli จิ๋วสอดไส้ชีส Parmigiano ให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะลงตัวเสริมให้กับจานนั่นเอง (20/20)
✨ Potato soup
เชฟ Niko Romito นำเสนอซุปมันฝรั่งออกมาในรูปแบบใหม่โดยใช้มันฝรั่ง 2 สายพันธุ์คือ Agria Potato เตรียมมาเป็น Broth หรือซุปใสโดยผสมผสานอโรมาของชาดำลงไปด้วย ถัดมาคือ Red Potato เสิร์ฟมา 3 เนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันคือ Potato Purée เสริมด้วยรสชาติของน้ำเลมอนและผิวเลมอนจนได้รสเปรี้ยวบาง ๆ ประกอบกันไปกับเนื้อสัมผัสมุนละเอียดตัดด้วย Potato Cube ให้เนื้อสัมผัสเคี้ยวนุ่มและผง Potato Powder โรยอยู่ด้านบนสุด จากนั้นจบด้วยการใส่น้ำมันมะกอกลหยดลงไปเป็นอันพร้อมเสิร์ฟ (20/20)
✨ Gratinée cauliflower
หนึ่งในเมนูที่ได้รับการคิดค้นขึ้นในปี 2018 และกลายมาเป็นเมนู Signature Dish ของเชฟ Niko Romito คือกะหล่ำปลีที่ผ่านการ Steam-cooked หรือนึ่งจนสุก จากนั้นทิ้งไว้ในอุณหภูมิและความชื้นที่พอเหมาะนาน 1 อาทิตย์ ทั้งนี้สภาพแวดล้อมที่ใช่ระหว่างการบ่มต้องไม่มีอ๊อกซิเจนเพื่อไม่ให้เกิดกระบวนการเน่าเสีย จากนั้นแบ่งกะหล่ำดอกบางส่วนนำมา Gratinée หรืออบในเตาอบต่อจนได้เนื้อสัมผัสที่น่าพึงพอใจ สำหรับส่วนที่เหลือเชฟนำไปหั่นเต๋าและเคี่ยวหรือ Reduction จนได้น้ำซอสที่เข้มข้น การปรุงรสมีเพียงเกลือและน้ำส้มสายชูเพียงเล็กน้อย ตัวกะหล่ำดอกให้รสชาติที่หวานกลมกล่อมเพิ่มเติมคือเนื้อสัมผัสที่นุ่มละลายจนแทบไม่ต้องเคี้ยวแตกต่างจากกะหล่ำดอกทั่วไปอย่างน่าประทับใจ (20/20)
🎗 [WHY GO] ห้องอาหาร Reale อาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการนำเสนออาหารแต่ละคอร์สออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย Tasting Menu ซึ่งเป็น Vegetarian ได้รับการรังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจและมีราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตามด้วยตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ลึกเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้งยังไร้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณใกล้เคียงทำให้การเดินทางมาที่นี่จำเป็นต้องอาศัยรถส่วนตัวและความพยายามเป็นอย่างมากนั่นเอง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 44 รูป




























![🎗 [INTRO] หากจะถามถึงความอัจฉริยะของ Niko Romito คงต้องบอกว่าเขาคือหนึ่งในเชฟไม่กี่คนบนโลกที่เรียนรู้และศึกษาเส้นทางสายอาชีพเชฟด้วยตัวเองโดยไม่เคยเข้าเรียนที่โรงเรียนการอาหารใด ๆ แต่สามารถคว้าหนึ่งในรางวัลอันสูงสุดในวงการอาหารคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ Tasting Menu ของเขายังมีความโดดเด่นไม่เหมือนใครโดยการนำเสนออาหาร Vegetarian ทั้งหมดกว่า 14 คอร์สพร้อมกับทิ้งความประทับใจเอาให้กับนักชิมแต่ละคนได้อย่างไม่รู้ลืม](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/315707397_8815428935198492_311680335838001893_n.webp)
![🎗 [THE PLACE] Ristorante Reale ตั้งอยู่ในเมืองเล็ก ๆ ที่มีชื่อว่า Castel di Sangro บริเวณรอยต่อของแคว้น Abruzzo และ Molise ลูกค้าสามารถเดินทางมาโดยรถส่วนตัวโดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาทีสำหรับการเดินทางมาจากกรุง Rome และ 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางมาจากนคร Naples](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/316031158_8815429795198406_8549544347304443636_n.webp)


![🎗 [THE CHEF] Niko Romito เกิดที่เมืองเล็ก ๆ ในแคว้น Abruzzo อย่าง Castel di Sangro ในปี 1974 โดยมีคุณพ่อประกอบอาชีพเปิดร้านขายขนมปัง ต่อมาตัวเขาตัดสินใจศึกษาเทคนิคการทำอาหารด้วยตัวเองก่อนที่จะเลือกเส้นทางสายอาชีพเชฟเต็มตัวเริ่มต้นจากการเดินทางไปฝึกงานที่ห้องอาหาร El Celler de Can Roca (2 MICHELIN Stars ในขณะนั้น) เพื่อเรียนรู้เทคโนโลยีและเทคนิคการปรุงอาหารยุคใหม่ก่อนจะกลับมายังประเทศอิตาลีเพื่อร่วมงานกับห้องอาหาร Caino (2 MICHELIN Stars) ในเมือง Montemerano แคว้น Tuscany เพื่อเรียนรู้การจัดการกับวัตถุดิบท้องถิ่นและการเคารพวัตถุดิบ หลังจากสั่งสมประสบการณ์ได้มากพอเชฟ Niko Romito ตัดสินใจปรับปรุงร้านขนมปังเก่าของคุณพ่อให้กลายมาเป็นห้องอาหาร Reale ขึ้นในเมืองสกีรีสอร์ท Rivisondoli พร้อมกับคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2007 ต่อด้วยรางวัล 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2009 ก่อนจะย้ายห้องอาหารมาเปิดยังเมืองบ้านเกิดของเขาคือ Castel di Sangro ในปี 2011 ทั้งยังสามารถคว้ารางวัลอันสูงสุดคือ 🌟🌟🌟 3 MICHELIN Stars มาครองได้ในปี 2014 อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/315963482_8815429461865106_804050624771065169_n.webp)








![🎗 [THE FOOD] เชฟ Niko Romito คิดค้นและพัฒนาอาหารแต่ละจานออกมาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ลูกค้าจะสามารถเลือกอาหารได้จากรายการแบบ À La Carte แต่เราขอแนะนำอย่างมากให้ลิ้มลอง Tasting Menu ที่เชฟตั้งใจนำเสนอออกมาในรูปแบบ Vegetarian โดยมีราคาต่อคอร์สเพียง 170 € เท่านั้น อาหารทั้ง 14 จานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และเทคนิคการปรุงชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยากแม้กระทั่งห้องอาหารในระดับเดียวกัน ส่วนใครที่ต้องการสัมผัสอาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์ยังสามารถสั่งแยกจากรายการแบบ À La Carte ได้มากที่สุดถึง 3 จานต่อคนโดยมีราคาอยู่ที่จานละ 30 € เท่านั้น](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/315962323_8815428918531827_4151328843380057246_n.webp)

![🎗 [WHY GO] ห้องอาหาร Reale อาศัยเทคนิคสมัยใหม่ในการนำเสนออาหารแต่ละคอร์สออกมาในรูปแบบที่เรียบง่าย Tasting Menu ซึ่งเป็น Vegetarian ได้รับการรังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจและมีราคาที่เข้าถึงง่ายเมื่อเทียบกับห้องอาหารชั้นสูงอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน อย่างไรก็ตามด้วยตำแหน่งที่ค่อนข้างห่างไกลจากตัวเมืองใหญ่ลึกเข้ามาในพื้นที่อุทยานแห่งชาติทั้งยังไร้ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญในบริเวณใกล้เคียงทำให้การเดินทางมาที่นี่จำเป็นต้องอาศัยรถส่วนตัวและความพยายามเป็นอย่างมากนั่นเอง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2022/11/316134888_8815430028531716_5910585055447548507_n.webp)
