GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Quattro Passi
2 MICHELIN Stars

ItalyQuattro Passi · ควอตโตร ปาสซี่

Mediterranean Cuisine, Italian · อาหารเมดิเตอร์เรเนียน, อาหารอิตาลี — via Vespucci 13/n, Marina del Cantone, 80061, Italy

🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราขอนำเสนอห้องอาหารเก่าแก่ที่กลายมาเป็นตำนานของพื้นที่แถบ Nerano Bay ทั้งยังมีทำเลเข้าถึงได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทร Sorrento เชฟเจ้าของร้าน Antonio และลูกชายคือ Fabrizio Mellino ยังคงรังสรรค์อาหารที่มีความสมดุลระหว่างความคลาสสิคและร่วมสมัยออกมาได้อย่างต่อเนื่อง

🎗 [THE PLACE] Quattro Passi แปลตรงตัวได้ว่า Four Steps เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1983 ในฐานะของห้องอาหารและร้านพิซซ่าท้องถิ่นเป็นเหตุให้ตัวร้านมักเสิร์ฟ Welcome Aperitif ให้กับลูกค้าเป็นพิซซ่าเชิงสร้างสรรค์ขนาดจิ๋วเพื่อบ่งบอกที่มาของตัวร้านเช่นเดียวกับที่เราได้ชิมในวันนี้ ต่อมาเชฟ Antonio Mellino เริ่มเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารโดยใช้เทคนิคสมัยใหม่และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2000 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2011 มาจนถึงปัจจุบัน สำหรับการเดินทางมานั้นอาจต้องเริ่มต้นขับรถจากเมืองที่ใกล้ที่สุดอย่าง Sorrento ผ่านเส้นทางลัดเลาะเขาอันคดเคี้ยวกว่า 16 กิโลเมตร สองฝั่งข้างทางเต็มไปด้วยสวนมะกอกและเลมอนทั้งยังค่อนข้างเปลี่ยวช่วงกลางคืนชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีห้องอาหารระดับสูงอยู่ ณ ปลายทาง เมื่อขับรถมาถึงจะพบกับห้องอาหารตั้งอยู่ริมถนนฝั่งซ้ายมือโดยเพื่อน ๆ สามารถนำเข้าจอดได้บริเวณลานจอดฝั่งตรงข้าม พื้นที่ชั้นล่างประกอบไปด้วยห้องครัวขนาดใหญ่กั้นด้วยกระจกใสช่วยเรียกความน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้มาเยือน อีกฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยหนังสือ MICHELIN Guide Italia วางเรียงกันอยู่จำนวนมาก ข้างกันคือบันไดวนที่มีพื้นเป็นกระจกนำลูกค้าสู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ชั้น 2 ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย สำหรับใครที่มาช่วงกลางวันสามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของอ่าว Nerano สุดลูกหูลูกตาในขณะที่ช่วงกลางคืนจะมีไฟส่องสว่างสีส้มสลัว ๆ ช่วยเสริมให้บรรยากาศดูโรแมนติคมากยิ่งขึ้น

🎗 [THE CHEF] Antonio Mellino เกิดที่เมือง Buenos Aires ประเทศอาร์เจนตินาในปี 1956 เมื่อมีอายุได้ 6 ปีคุณพ่อของเขา Raffaele ผู้ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงเลือกที่จะเดินทางกลับมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่าง Nerano ในพื้นที่แถบ Amalfi Coast ของประเทศอิตาลีทำให้คุณ Antonio Mellino เกิดความคุ้นเคยเกี่ยวกับงานครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ต่อมาเขาตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Quattro Passi ทั้งยังเริ่มพาสมาชิกในครอบครัวมาร่วมงานในห้องอาหารมากขึ้นอย่างเช่นภรรยาคือคุณ Rita รับหน้าที่ต้อนรับลูกค้าและลูกชายคือคุณ Fabrizio ผู้จบการศึกษาจาก Institut Paul Bocuse ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับโลกอย่าง Le Louis XV - Alain Ducasse à l'Hôtel de Paris (3 MICHELIN Stars) และ Quique Dacosta (3 MICHELIN Stars) มาแล้วอีกด้วย

🎗 [THE FOOD] สไตล์การปรุงของร้านคืออาหาร Mediterranean โดยมีพระเอกคือวัตถุดิบสด ๆ จากท้องทะเล Tyrrhenian และวัตถุดิบขึ้นชื่อของภูมิภาค Campania ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ของร้านที่มักเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามช่วงฤดูกาลอย่างเช่นในวันนี้เชฟได้ให้ชื่อเอาไว้ว่า The Best of Autumn (220 €) นำเสนอมาจำนวนมากถึง 9 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกเช่นกัน สำหรับเมนูที่เตรียมออกมาได้โดดเด่นอย่างเช่น

✨ Squid “Flower”, langoustines tartare, Osietra caviar, green apple water

เริ่มต้นจานหลักในคอร์สด้วยหมึกที่ปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำ จากนั้นนำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ แล้วจัดเรียงทีละชิ้น ๆ จนมีลักษณะคล้ายดอกไม้ที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ด้านล่างเป็นเนื้อกุ้ง Langoustine สับเป็น Tartare ให้รสหวานและเนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุน ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar ให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะ รอบ ๆ คือน้ำซอสสีใสเตรียมมาจากแอปเปิ้ลเขียวช่วยเรียกความสดชื่นในขณะที่ผงสีเขียวรอบ ๆ เตรียมมาจาก Parsley นั่นเอง (17/20)

✨ Fusilli pasta, sea urchin and raw red prawns

Fusilli หรือพาสต้าเส้นเกลียวเสิร์ฟมาที่ความสุก Al Dente พอดิบพอดี รอบ ๆ คือ Crema Pasticcera Salata หรือครีมมันฝรั่งผสมผสานกับซอสสีข้มเข้มข้นหอมมันที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากหอยเม่นโดยอาศัยความหวานจานกุ้งแดงดิบและความขมของผิวส้มที่เสิร์ฟมาคู่กันนั่นเอง (17/20)

✨ Veal escalope “Elephant ear” lemon, baby capers and potatoes

สุดยอดเมนูคลาสสิคที่เชฟเตรียมออกมาได้อย่างไร้ที่ติคือ Veal Escalope หรือเนื้อลูกวัว Fassona ที่คลุกเคล้ามากับซอสสีน้ำตาลเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ Lemon และ Capers ให้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว จากนั้นพนักงานจะนำมาแล่และเตรียมลงจานให้แบบ Tableside ข้าง ๆ โต๊ะ เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Roasted Potato หรือมันฝรั่งย่างปรุงมาใน Noisette Butter หอมมันนั่นเอง (17/20)

🎗 [WHY GO] อาหารที่ Quattro Passi ค่อนข้างบาลานซ์ความคลาสสิคและความร่วมสมัยออกมาได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามอาจมีบางคอร์สที่ดูจะพร่องเรื่องความซับซ้อนไปบ้างเมื่อเทียบกับห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars อื่น ๆ พนักงานบริการอย่างเป็นกันเองและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตำแหน่งและค่าครองชีพในแถบนี้ สุดท้ายคือปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างทำเลที่เข้าถึงได้ค่อนข้างยากทำให้เราอาจแนะนำ Quattro Passi ให้กับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวแถบนคร Sorrento และ Amalfi Coast เท่านั้น

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 50 รูป

🇮🇹 Quattro Passi - ควอตโตร ปาสซี่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 Mediterranean Cuisine, Italian - อาหารเมดิเตอร์เรเนียน, อาหารอิตาลี 👨🏻‍🍳 Chef Antonio & Fabrizio Mellino - เชฟอันโตนิโอ & ฟาบริซิโอ เมลลิโน่
รูปที่ 1
🇮🇹 Quattro Passi - ควอตโตร ปาสซี่ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน 🍴 Mediterranean Cuisine, Italian - อาหารเมดิเตอร์เรเนียน, อาหารอิตาลี 👨🏻‍🍳 Chef Antonio & Fabrizio Mellino - เชฟอันโตนิโอ & ฟาบริซิโอ เมลลิโน่
Welcome Aperitif เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Montanarina มีลักษณะเป็นพิซซ่าทอด ด้านในสอดไส้ชีส Ricotta ผสมผสานไปกับความครีมมี่ของชีส Mozzarella ด้านบนท็อปด้วยเจลมะเขือเทศ พาเมซานชีส และใบเบซิล (15/20)
รูปที่ 2
Welcome Aperitif เริ่มต้นด้วยเมนูเรียกน้ำย่อยอย่าง Montanarina มีลักษณะเป็นพิซซ่าทอด ด้านในสอดไส้ชีส Ricotta ผสมผสานไปกับความครีมมี่ของชีส Mozzarella ด้านบนท็อปด้วยเจลมะเขือเทศ พาเมซานชีส และใบเบซิล (15/20)
Welcome Aperitif ตามมาด้วย Fried Marinara มีลักษณะเป็นแป้งทอดกรอบ ด้านในสอดไส้ Rose Tomato วัตถุดิบขึ้นชื่อของภูมิภาค Campania ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิโดยมีกลิ่นหอมของพริกไทยดำและรสชาติเค็ม Anchovy ที่วางอยู่ด้านบน (15/20)
รูปที่ 3
Welcome Aperitif ตามมาด้วย Fried Marinara มีลักษณะเป็นแป้งทอดกรอบ ด้านในสอดไส้ Rose Tomato วัตถุดิบขึ้นชื่อของภูมิภาค Campania ให้รสชาติเปรี้ยวอุมามิโดยมีกลิ่นหอมของพริกไทยดำและรสชาติเค็ม Anchovy ที่วางอยู่ด้านบน (15/20)
Welcome Aperitif จบด้วย Fried Aubergine หรือมะเขือทอดเสิร์ฟมาคู่กับความเค็มอันแสนกลมกล่อมของ Parmesan Cheese ที่ผ่านการบ่มมานาน 36 เดือนล้อมรอบด้วยความกรอบของเกล็ดขนมปังนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 4
Welcome Aperitif จบด้วย Fried Aubergine หรือมะเขือทอดเสิร์ฟมาคู่กับความเค็มอันแสนกลมกล่อมของ Parmesan Cheese ที่ผ่านการบ่มมานาน 36 เดือนล้อมรอบด้วยความกรอบของเกล็ดขนมปังนั่นเอง (15/20)
Welcome Aperitif ของว่างทั้ง 3 อย่างได้รับการจัดเสิร์ฟมาพร้อม ๆ กัน
รูปที่ 5
Welcome Aperitif ของว่างทั้ง 3 อย่างได้รับการจัดเสิร์ฟมาพร้อม ๆ กัน
Homemade Bread จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟเซ็ตขนมปัง White bread with cereals ต่อด้วยขนมปังที่ทำมาจาก Provalone del Monaco cheese ซึ่งเป็นชีสท้องถิ่นขึ้นชื่อของพื้นที่แถบ Naples (คำว่า Monaco ตั้งชื่อตามคำว่า Monks หรือพระ ไม่ได้ตั้งชื่อตามประเทศ Monaco แต่อย่างใด) และสุดท้ายคือ bread stick with almond, black pepper and salt เสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอก EVO นั่นเอง
รูปที่ 6
Homemade Bread จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟเซ็ตขนมปัง White bread with cereals ต่อด้วยขนมปังที่ทำมาจาก Provalone del Monaco cheese ซึ่งเป็นชีสท้องถิ่นขึ้นชื่อของพื้นที่แถบ Naples (คำว่า Monaco ตั้งชื่อตามคำว่า Monks หรือพระ ไม่ได้ตั้งชื่อตามประเทศ Monaco แต่อย่างใด) และสุดท้ายคือ bread stick with almond, black pepper and salt เสิร์ฟมาคู่กับน้ำมันมะกอก EVO นั่นเอง
Squid “Flower”, langoustines tartare, Osietra caviar, green apple water เริ่มต้นจานหลักในคอร์สด้วยหมึกที่ปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำ จากนั้นนำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ แล้วจัดเรียงทีละชิ้น ๆ จนมีลักษณะคล้ายดอกไม้ที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ด้านล่างเป็นเนื้อกุ้ง Langoustine สับเป็น Tartare ให้รสหวานและเนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุน ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar ให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะ รอบ ๆ คือน้ำซอสสีใสเตรียมมาจากแอปเปิ้ลเขียวช่วยเรียกความสดชื่นในขณะที่ผงสีเขียวรอบ ๆ เตรียมมาจาก Parsley นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 7
Squid “Flower”, langoustines tartare, Osietra caviar, green apple water เริ่มต้นจานหลักในคอร์สด้วยหมึกที่ปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำ จากนั้นนำมาแล่เป็นชิ้นบาง ๆ แล้วจัดเรียงทีละชิ้น ๆ จนมีลักษณะคล้ายดอกไม้ที่ให้เนื้อสัมผัสนุ่มหนึบ ด้านล่างเป็นเนื้อกุ้ง Langoustine สับเป็น Tartare ให้รสหวานและเนื้อสัมผัสอันนุ่มละมุน ด้านบนท็อปด้วย Oscietra Caviar ให้รสชาติเค็มที่พอเหมาะ รอบ ๆ คือน้ำซอสสีใสเตรียมมาจากแอปเปิ้ลเขียวช่วยเรียกความสดชื่นในขณะที่ผงสีเขียวรอบ ๆ เตรียมมาจาก Parsley นั่นเอง (17/20)
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary ถัดมาคือวัตถุดิบล้ำค่าแห่งท้องทะเล Mediterranean อย่างปลา Red Mullet ที่เชฟนำมาจับคู่กับมันฝรั่งนั่นเอง (15/20)
รูปที่ 8
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary ถัดมาคือวัตถุดิบล้ำค่าแห่งท้องทะเล Mediterranean อย่างปลา Red Mullet ที่เชฟนำมาจับคู่กับมันฝรั่งนั่นเอง (15/20)
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary ปลา Red Mullet มีลักษณะเด่นคือผิวสีแดงสดตัดกันกับเนื้อสีขาว เชฟปรุงในอุณหภูมิต่ำจนสุกพอดี เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มตัดกันกับความกรอบของเวเฟอร์ด้านนอก (15/20)
รูปที่ 9
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary ปลา Red Mullet มีลักษณะเด่นคือผิวสีแดงสดตัดกันกับเนื้อสีขาว เชฟปรุงในอุณหภูมิต่ำจนสุกพอดี เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มตัดกันกับความกรอบของเวเฟอร์ด้านนอก (15/20)
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary วิธีรับประทานใช้ใช้เวเฟอร์จิ้มลงในโฟมมันฝรั่ง ด้านล่างมีองค์ประกอบของส้มดอง ส่วนด้านบนเป็นน้ำมันที่มีรสชาติของส้มและโรสแมรี่นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 10
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary วิธีรับประทานใช้ใช้เวเฟอร์จิ้มลงในโฟมมันฝรั่ง ด้านล่างมีองค์ประกอบของส้มดอง ส่วนด้านบนเป็นน้ำมันที่มีรสชาติของส้มและโรสแมรี่นั่นเอง (15/20)
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary พนักงานแนะนำให้ใช้เวเฟอร์กวาดให้ครบทุกองร์ประกอบ อย่างไรก็ตามถึงองค์ประกอบทุกอย่างจะมีระดับความสุกที่พอเหมาะแต่ในแง่ของความซับซ้อนและความคิดสร้างสรรค์อาจจัดว่าน้อยไปนิดสำหรับร้านอาหารระดับนี้นั่นเอง (15/20)
รูปที่ 11
Red Mullet Wafer, potatoes, orange and Rosemary พนักงานแนะนำให้ใช้เวเฟอร์กวาดให้ครบทุกองร์ประกอบ อย่างไรก็ตามถึงองค์ประกอบทุกอย่างจะมีระดับความสุกที่พอเหมาะแต่ในแง่ของความซับซ้อนและความคิดสร้างสรรค์อาจจัดว่าน้อยไปนิดสำหรับร้านอาหารระดับนี้นั่นเอง (15/20)
Oyster and its pearl หอยนางรม Gillardeau สด ๆ นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสรองด้านล่างด้วย Caramelized Onion ให้รสชาติหวานกลมกล่อมเสริมด้วย Earthy Aroma ของ Grilled Artichoke ข้างกันคือไข่มุกกลม ๆ ที่เตรียมมาจากหอยนางรมช่วยชูกลิ่นหอยให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น องค์ประกอบด้านบนคือ Oyster Reduction โรยด้วยผงสาหร่าย Goma Kappa ช่วยบาลานซ์กลิ่นหอยไม่ให้โดดจนเกินไป (16/20)
รูปที่ 12
Oyster and its pearl หอยนางรม Gillardeau สด ๆ นำเข้าจากประเทศฝรั่งเศสรองด้านล่างด้วย Caramelized Onion ให้รสชาติหวานกลมกล่อมเสริมด้วย Earthy Aroma ของ Grilled Artichoke ข้างกันคือไข่มุกกลม ๆ ที่เตรียมมาจากหอยนางรมช่วยชูกลิ่นหอยให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น องค์ประกอบด้านบนคือ Oyster Reduction โรยด้วยผงสาหร่าย Goma Kappa ช่วยบาลานซ์กลิ่นหอยไม่ให้โดดจนเกินไป (16/20)
Fusilli pasta, sea urchin and raw red prawns Fusilli หรือพาสต้าเส้นเกลียวเสิร์ฟมาที่ความสุก Al Dente พอดิบพอดี รอบ ๆ คือ Crema Pasticcera Salata หรือครีมมันฝรั่งผสมผสานกับซอสสีข้มเข้มข้นหอมมันที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากหอยเม่นโดยอาศัยความหวานจานกุ้งแดงดิบและความขมของผิวส้มที่เสิร์ฟมาคู่กันนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 13
Fusilli pasta, sea urchin and raw red prawns Fusilli หรือพาสต้าเส้นเกลียวเสิร์ฟมาที่ความสุก Al Dente พอดิบพอดี รอบ ๆ คือ Crema Pasticcera Salata หรือครีมมันฝรั่งผสมผสานกับซอสสีข้มเข้มข้นหอมมันที่เชฟเตรียมขึ้นมาจากหอยเม่นโดยอาศัยความหวานจานกุ้งแดงดิบและความขมของผิวส้มที่เสิร์ฟมาคู่กันนั่นเอง (17/20)
Mezzamanica pasta glazed with a rock fish extraction and marinated Scorpion fish Mezzamanica เป็นพาสต้าทรงกระบอกทรงสั้น มีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวสู้ฟันคลุกเคล้าไปกับซอสที่สกัดมาจากปลา Rock Fish ด้านบนท็อปด้วยเนื้อปลาที่ผ่านกระบวนการหมักจนนุ่มหนึบตัดกับกับเนื้อสัมผัสของพาสต้าได้อย่างลงตัว (16/20)
รูปที่ 14
Mezzamanica pasta glazed with a rock fish extraction and marinated Scorpion fish Mezzamanica เป็นพาสต้าทรงกระบอกทรงสั้น มีจุดเด่นคือเนื้อสัมผัสที่ต้องเคี้ยวสู้ฟันคลุกเคล้าไปกับซอสที่สกัดมาจากปลา Rock Fish ด้านบนท็อปด้วยเนื้อปลาที่ผ่านกระบวนการหมักจนนุ่มหนึบตัดกับกับเนื้อสัมผัสของพาสต้าได้อย่างลงตัว (16/20)
Risotto with porcini mushrooms and maritime pine ตามมาด้วยรีซอตโต้เห็ดโดยเชฟเลือกใช้ข้าว Carnaroli เกรดพรีเมี่ยมแบรนด์ Acquerello จากพื้นที่แถบเมือง Verona นำมาปรุงกับเห็ด Porcini ได้ได้รสชาติที่ลงตัว ด้านบนท็อปด้วยอโรมาของ Maritime Pine มองเห็นเป็นน้ำมันสีเขียวและองค์ประกอบของ Kaki สีส้มซึ่งเป็นผลไม้ในกลุ่ม Persimmon นั่นเอง (16/20)
รูปที่ 15
Risotto with porcini mushrooms and maritime pine ตามมาด้วยรีซอตโต้เห็ดโดยเชฟเลือกใช้ข้าว Carnaroli เกรดพรีเมี่ยมแบรนด์ Acquerello จากพื้นที่แถบเมือง Verona นำมาปรุงกับเห็ด Porcini ได้ได้รสชาติที่ลงตัว ด้านบนท็อปด้วยอโรมาของ Maritime Pine มองเห็นเป็นน้ำมันสีเขียวและองค์ประกอบของ Kaki สีส้มซึ่งเป็นผลไม้ในกลุ่ม Persimmon นั่นเอง (16/20)
Salted cod with plantain and Chateubriand sauce สำหรับจานปลาเชฟนำเสนอปลา Cod ปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและรสชาติเค็มนำ องค์ประกอบสีเหลืองนวลรอบ ๆ เตรียมขึ้นมาจากมันฝรั่งผสมผสานกับขิงและ Plantain หรือที่ภาษาไทยเรียกว่ากล้วยกล้าย สุดท้ายคือ Chateubriand Sauce ให้รสชาติเข้มข้นอยู่ที่ชั้นนอกสุดนั่นเอง อย่างไรก็ตามรสชาติของกล้วยดูจะโดดเด่นเกินองค์ประกอบอื่น ๆ ไปพอสมควร (14/20)
รูปที่ 16
Salted cod with plantain and Chateubriand sauce สำหรับจานปลาเชฟนำเสนอปลา Cod ปรุงสุกในอุณหภูมิต่ำจนได้เนื้อสัมผัสที่นุ่มละมุนและรสชาติเค็มนำ องค์ประกอบสีเหลืองนวลรอบ ๆ เตรียมขึ้นมาจากมันฝรั่งผสมผสานกับขิงและ Plantain หรือที่ภาษาไทยเรียกว่ากล้วยกล้าย สุดท้ายคือ Chateubriand Sauce ให้รสชาติเข้มข้นอยู่ที่ชั้นนอกสุดนั่นเอง อย่างไรก็ตามรสชาติของกล้วยดูจะโดดเด่นเกินองค์ประกอบอื่น ๆ ไปพอสมควร (14/20)
Guinea fowl, truffle and Jerusalem artichoke เมนคอร์สจานเนื้อในที่นี้คือ Guinea Fowl หรือไก่ต๊อก เชฟเสิร์ฟส่วนอกมาแบบเนื้อนุ่มหนังกรอบราดด้วยซอส Jus เข้มข้น ฝั่งขวาตือคือส่วนต้นขาปรุงสุก 2 ครั้งแล้วเสิร์ฟมาแบบหนังกรอบอีกเช่นกัน ด้านบนสุดของจานคือ Potato Millefeuille วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นสวยงามท็อปด้านบนด้วย Black Truffle หอม ๆ ฝั่งซ้ายมือคือ Tartelette ขนาดจิ๋วที่ภายในบรรจุ Black Truffle และ Jerusalem Artichoke (17/20)
รูปที่ 17
Guinea fowl, truffle and Jerusalem artichoke เมนคอร์สจานเนื้อในที่นี้คือ Guinea Fowl หรือไก่ต๊อก เชฟเสิร์ฟส่วนอกมาแบบเนื้อนุ่มหนังกรอบราดด้วยซอส Jus เข้มข้น ฝั่งขวาตือคือส่วนต้นขาปรุงสุก 2 ครั้งแล้วเสิร์ฟมาแบบหนังกรอบอีกเช่นกัน ด้านบนสุดของจานคือ Potato Millefeuille วางเรียงซ้อนกันเป็นชั้นสวยงามท็อปด้านบนด้วย Black Truffle หอม ๆ ฝั่งซ้ายมือคือ Tartelette ขนาดจิ๋วที่ภายในบรรจุ Black Truffle และ Jerusalem Artichoke (17/20)
Veal escalope “Elephant ear” lemon, baby capers and potatoes สุดยอดเมนูคลาสสิคที่เชฟเตรียมออกมาได้อย่างไร้ที่ติคือ Veal Escalope หรือเนื้อลูกวัว Fassona ที่คลุกเคล้ามากับซอสสีน้ำตาลเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ Lemon และ Capers ให้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว จากนั้นพนักงานจะนำมาแล่และเตรียมลงจานให้แบบ Tableside ข้าง ๆ โต๊ะ (17/20)
รูปที่ 18
Veal escalope “Elephant ear” lemon, baby capers and potatoes สุดยอดเมนูคลาสสิคที่เชฟเตรียมออกมาได้อย่างไร้ที่ติคือ Veal Escalope หรือเนื้อลูกวัว Fassona ที่คลุกเคล้ามากับซอสสีน้ำตาลเข้มข้นที่มีส่วนผสมของ Lemon และ Capers ให้รสชาติที่กลมกล่อมและลงตัว จากนั้นพนักงานจะนำมาแล่และเตรียมลงจานให้แบบ Tableside ข้าง ๆ โต๊ะ (17/20)
Veal escalope “Elephant ear” lemon, baby capers and potatoes เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Roasted Potato หรือมันฝรั่งย่างปรุงมาใน Noisette Butter หอมมัน (17/20)
รูปที่ 19
Veal escalope “Elephant ear” lemon, baby capers and potatoes เชฟเสิร์ฟมาคู่กันกับ Roasted Potato หรือมันฝรั่งย่างปรุงมาใน Noisette Butter หอมมัน (17/20)
Breeze ล้างปากด้วย Pre-dessert ที่มี Sorbet เตรียมจาก Aromatic Herbs รองอยู่ด้านล่าง ปิดด้านบนด้วยแผ่น Xylitol Meringue หอม ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี (15/20)
รูปที่ 20
Breeze ล้างปากด้วย Pre-dessert ที่มี Sorbet เตรียมจาก Aromatic Herbs รองอยู่ด้านล่าง ปิดด้านบนด้วยแผ่น Xylitol Meringue หอม ๆ ช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี (15/20)
Saffron Rice pudding with pistachio pralinè Rice Pudding เป็นของหวานที่ได้จากการนำข้าวไปปรุงสุกในน้ำนมโดยมีกลิ่นหอมของ Saffron หรือหญ้าฝรั่นเสริมอยู่เบื้องหลัง รอบ ๆ คือ Namelaka ที่มีรสชาติของถั่ว Pistachio และองค์ประกอบของ White Chocolate ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 21
Saffron Rice pudding with pistachio pralinè Rice Pudding เป็นของหวานที่ได้จากการนำข้าวไปปรุงสุกในน้ำนมโดยมีกลิ่นหอมของ Saffron หรือหญ้าฝรั่นเสริมอยู่เบื้องหลัง รอบ ๆ คือ Namelaka ที่มีรสชาติของถั่ว Pistachio และองค์ประกอบของ White Chocolate ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว (15/20)
Amalfi's lemon crème Brûlée ของหวานจานที่เด็ดที่สุดคือ Crème Brûlée ที่ได้จากการนำวัตถุดิบสำคัญคือ Amalfi Lemon จากสวนของทางร้านมาใช้นั่นเอง (17/20)
รูปที่ 22
Amalfi's lemon crème Brûlée ของหวานจานที่เด็ดที่สุดคือ Crème Brûlée ที่ได้จากการนำวัตถุดิบสำคัญคือ Amalfi Lemon จากสวนของทางร้านมาใช้นั่นเอง (17/20)
Amalfi's lemon crème Brûlée เชฟนำ Amalfi Lemon มาคว้านเนื้อออกแล้วใส่ไส้ครีมเลมอนหอมมันเข้าไป (17/20)
รูปที่ 23
Amalfi's lemon crème Brûlée เชฟนำ Amalfi Lemon มาคว้านเนื้อออกแล้วใส่ไส้ครีมเลมอนหอมมันเข้าไป (17/20)
Amalfi's lemon crème Brûlée จากนั้นโรยน้ำตาลแล้ว Blow Torch จนผิวด้านหน้าไหม้จนกลายเป็นเลเยอร์บางกรอบ (17/20)
รูปที่ 24
Amalfi's lemon crème Brûlée จากนั้นโรยน้ำตาลแล้ว Blow Torch จนผิวด้านหน้าไหม้จนกลายเป็นเลเยอร์บางกรอบ (17/20)
Amalfi's lemon crème Brûlée ครีมเลมอนด้านล่างให้เนื้อสัมผัสเนียนละมุนทั้งยังให้รสชาติเปรี้ยวหวานเสริมด้วยความขมของน้ำตาลไหม้ที่ด้านบน (17/20)
รูปที่ 25
Amalfi's lemon crème Brûlée ครีมเลมอนด้านล่างให้เนื้อสัมผัสเนียนละมุนทั้งยังให้รสชาติเปรี้ยวหวานเสริมด้วยความขมของน้ำตาลไหม้ที่ด้านบน (17/20)
Soufflè “Capri style” chocolate and almonds served with almonds gelato Soufflè “Capri style” เป็นเมนูที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากของหวานขึ้นชื่อในแถบนี้อย่าง Torta Caprese ที่ผสมผสานรสชาติของ Cacao และถั่ว Almonds ออกมาเป็นเค้กชื่อดังก้องโลกนั่นเอง (17/20)
รูปที่ 26
Soufflè “Capri style” chocolate and almonds served with almonds gelato Soufflè “Capri style” เป็นเมนูที่เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากของหวานขึ้นชื่อในแถบนี้อย่าง Torta Caprese ที่ผสมผสานรสชาติของ Cacao และถั่ว Almonds ออกมาเป็นเค้กชื่อดังก้องโลกนั่นเอง (17/20)
Soufflè “Capri style” chocolate and almonds served with almonds gelato Soufflè เนื้อเบาละมุน มีกลิ่นหอมและรสชาติอันเข้มข้นของ Cacao และอโรมาหอม ๆ ของถั่ว Almonds (17/20)
รูปที่ 27
Soufflè “Capri style” chocolate and almonds served with almonds gelato Soufflè เนื้อเบาละมุน มีกลิ่นหอมและรสชาติอันเข้มข้นของ Cacao และอโรมาหอม ๆ ของถั่ว Almonds (17/20)
Soufflè “Capri style” chocolate and almonds served with almonds gelato ข้างกันคือ Almond Iie Cream หอมมันรับประทานสลับกันเพื่อเพิ่มมิติทางรสชาติและอุณหภูมิได้อย่างลงตัว (17/20)
รูปที่ 28
Soufflè “Capri style” chocolate and almonds served with almonds gelato ข้างกันคือ Almond Iie Cream หอมมันรับประทานสลับกันเพื่อเพิ่มมิติทางรสชาติและอุณหภูมิได้อย่างลงตัว (17/20)
Petits fours ปิดท้ายด้วย Petits fours เซ็ตใหญ่เริ่มต้นจมกช็อกโกแลตรูปไข่เตรียมมาจากวัตถุดิบอันหลากหลายคือ Peperoncino สีแดง, Coffee สีเหลือง, Strega Liquer สีม่วง, Roquefort Cheese สีน้ำเงิน, Rosemary สีเขียวอ่อน, Arucola Caramel สีเขียวเข้มและ Arancia สีส้มนั่นเอง
รูปที่ 29
Petits fours ปิดท้ายด้วย Petits fours เซ็ตใหญ่เริ่มต้นจมกช็อกโกแลตรูปไข่เตรียมมาจากวัตถุดิบอันหลากหลายคือ Peperoncino สีแดง, Coffee สีเหลือง, Strega Liquer สีม่วง, Roquefort Cheese สีน้ำเงิน, Rosemary สีเขียวอ่อน, Arucola Caramel สีเขียวเข้มและ Arancia สีส้มนั่นเอง
Petits fours ยังมีขนมปัง Pandoro รสชาติมาตรฐานโรยด้วยน้ำตาล Icing Sugar
รูปที่ 30
Petits fours ยังมีขนมปัง Pandoro รสชาติมาตรฐานโรยด้วยน้ำตาล Icing Sugar
Petits fours ขนม Sfogliatella กรอบ ๆ เสิร์ฟมากับครีมสีเหลืองหอมมันและ Black Cherries นั่นเอง
รูปที่ 31
Petits fours ขนม Sfogliatella กรอบ ๆ เสิร์ฟมากับครีมสีเหลืองหอมมันและ Black Cherries นั่นเอง
💰 ราคา 734 €
รูปที่ 32
💰 ราคา 734 €
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราขอนำเสนอห้องอาหารเก่าแก่ที่กลายมาเป็นตำนานของพื้นที่แถบ Nerano Bay ทั้งยังมีทำเลเข้าถึงได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทร Sorrento เชฟเจ้าของร้าน Antonio และลูกชายคือ Fabrizio Mellino ยังคงรังสรรค์อาหารที่มีความสมดุลระหว่างความคลาสสิคและร่วมสมัยออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
รูปที่ 33
🎗 [INTRO] บทความในวันนี้เราขอนำเสนอห้องอาหารเก่าแก่ที่กลายมาเป็นตำนานของพื้นที่แถบ Nerano Bay ทั้งยังมีทำเลเข้าถึงได้ยากที่สุดแห่งหนึ่งในคาบสมุทร Sorrento เชฟเจ้าของร้าน Antonio และลูกชายคือ Fabrizio Mellino ยังคงรังสรรค์อาหารที่มีความสมดุลระหว่างความคลาสสิคและร่วมสมัยออกมาได้อย่างต่อเนื่อง
🎗 [THE PLACE] Quattro Passi แปลตรงตัวได้ว่า Four Steps เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1983 ในฐานะของห้องอาหารและร้านพิซซ่าท้องถิ่นเป็นเหตุให้ตัวร้านมักเสิร์ฟ Welcome Aperitif ให้กับลูกค้าเป็นพิซซ่าเชิงสร้างสรรค์ขนาดจิ๋วเพื่อบ่งบอกที่มาของตัวร้านเช่นเดียวกับที่เราได้ชิมในวันนี้
รูปที่ 34
🎗 [THE PLACE] Quattro Passi แปลตรงตัวได้ว่า Four Steps เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1983 ในฐานะของห้องอาหารและร้านพิซซ่าท้องถิ่นเป็นเหตุให้ตัวร้านมักเสิร์ฟ Welcome Aperitif ให้กับลูกค้าเป็นพิซซ่าเชิงสร้างสรรค์ขนาดจิ๋วเพื่อบ่งบอกที่มาของตัวร้านเช่นเดียวกับที่เราได้ชิมในวันนี้
ต่อมาเชฟ Antonio Mellino เริ่มเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารโดยใช้เทคนิคสมัยใหม่และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2000 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2011 มาจนถึงปัจจุบัน
รูปที่ 35
ต่อมาเชฟ Antonio Mellino เริ่มเปลี่ยนรูปแบบมานำเสนออาหารโดยใช้เทคนิคสมัยใหม่และเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์จนสามารถคว้ารางวัล 🌟 1 MICHELIN Star มาครองได้ในปี 2000 ต่อด้วย 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ตั้งแต่ปี 2011 มาจนถึงปัจจุบัน
สำหรับการเดินทางมานั้นอาจต้องเริ่มต้นขับรถจากเมืองที่ใกล้ที่สุดอย่าง Sorrento ผ่านเส้นทางลัดเลาะเขาอันคดเคี้ยวกว่า 16 กิโลเมตร สองฝั่งข้างทางเต็มไปด้วยสวนมะกอกและเลมอนทั้งยังค่อนข้างเปลี่ยวช่วงกลางคืนชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีห้องอาหารระดับสูงอยู่ ณ ปลายทาง
รูปที่ 36
สำหรับการเดินทางมานั้นอาจต้องเริ่มต้นขับรถจากเมืองที่ใกล้ที่สุดอย่าง Sorrento ผ่านเส้นทางลัดเลาะเขาอันคดเคี้ยวกว่า 16 กิโลเมตร สองฝั่งข้างทางเต็มไปด้วยสวนมะกอกและเลมอนทั้งยังค่อนข้างเปลี่ยวช่วงกลางคืนชนิดที่ไม่น่าเชื่อว่าจะมีห้องอาหารระดับสูงอยู่ ณ ปลายทาง
บันไดวนมีพื้นเป็นกระจกนำลูกค้าสู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ชั้น 2
รูปที่ 37
บันไดวนมีพื้นเป็นกระจกนำลูกค้าสู่ห้องรับประทานอาหารหลักที่ชั้น 2
ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย
รูปที่ 38
ภายในตกแต่งแบบเรียบง่าย
สำหรับใครที่มาช่วงกลางวันสามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของอ่าว Nerano สุดลูกหูลูกตา
รูปที่ 39
สำหรับใครที่มาช่วงกลางวันสามารถมองออกไปเห็นทัศนียภาพมุมกว้างของอ่าว Nerano สุดลูกหูลูกตา
ช่วงกลางคืนจะมีไฟส่องสว่างสีส้มสลัว ๆ ช่วยเสริมให้บรรยากาศดูโรแมนติคมากยิ่งขึ้น
รูปที่ 40
ช่วงกลางคืนจะมีไฟส่องสว่างสีส้มสลัว ๆ ช่วยเสริมให้บรรยากาศดูโรแมนติคมากยิ่งขึ้น
พื้นที่ชั้นล่างประกอบไปด้วยห้องครัวขนาดใหญ่กั้นด้วยกระจกใสช่วยเรียกความน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้มาเยือน
รูปที่ 41
พื้นที่ชั้นล่างประกอบไปด้วยห้องครัวขนาดใหญ่กั้นด้วยกระจกใสช่วยเรียกความน่าตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้มาเยือน
🎗 [THE FOOD] สไตล์การปรุงของร้านคืออาหาร Mediterranean โดยมีพระเอกคือวัตถุดิบสด ๆ จากท้องทะเล Tyrrhenian และวัตถุดิบขึ้นชื่อของภูมิภาค Campania
รูปที่ 42
🎗 [THE FOOD] สไตล์การปรุงของร้านคืออาหาร Mediterranean โดยมีพระเอกคือวัตถุดิบสด ๆ จากท้องทะเล Tyrrhenian และวัตถุดิบขึ้นชื่อของภูมิภาค Campania
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ของร้านที่มักเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามช่วงฤดูกาลอย่างเช่นในวันนี้เชฟได้ให้ชื่อเอาไว้ว่า The Best of Autumn (220 €) นำเสนอมาจำนวนมากถึง 9 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกเช่นกัน
รูปที่ 43
ลูกค้าสามารถเลือกชิม Tasting Menu ของร้านที่มักเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ตามช่วงฤดูกาลอย่างเช่นในวันนี้เชฟได้ให้ชื่อเอาไว้ว่า The Best of Autumn (220 €) นำเสนอมาจำนวนมากถึง 9 คอร์ส นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบอีกเช่นกัน
อีกฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยหนังสือ MICHELIN Guide Italia วางเรียงกันอยู่จำนวนมาก
รูปที่ 44
อีกฝั่งหนึ่งตกแต่งด้วยหนังสือ MICHELIN Guide Italia วางเรียงกันอยู่จำนวนมาก
ภายในห้องอาหาร
รูปที่ 45
ภายในห้องอาหาร
🎗 [THE CHEF] Antonio Mellino เกิดที่เมือง Buenos Aires ประเทศอาร์เจนตินาในปี 1956 เมื่อมีอายุได้ 6 ปีคุณพ่อของเขา Raffaele ผู้ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงเลือกที่จะเดินทางกลับมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่าง Nerano ในพื้นที่แถบ Amalfi Coast ของประเทศอิตาลีทำให้คุณ Antonio Mellino เกิดความคุ้นเคยเกี่ยวกับงานครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ต่อมาเขาตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Quattro Passi ทั้งยังเริ่มพาสมาชิกในครอบครัวมาร่วมงานในห้องอาหารมากขึ้น
รูปที่ 46
🎗 [THE CHEF] Antonio Mellino เกิดที่เมือง Buenos Aires ประเทศอาร์เจนตินาในปี 1956 เมื่อมีอายุได้ 6 ปีคุณพ่อของเขา Raffaele ผู้ประกอบอาชีพเป็นชาวประมงเลือกที่จะเดินทางกลับมายังหมู่บ้านเล็ก ๆ อย่าง Nerano ในพื้นที่แถบ Amalfi Coast ของประเทศอิตาลีทำให้คุณ Antonio Mellino เกิดความคุ้นเคยเกี่ยวกับงานครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ต่อมาเขาตัดสินใจเปิดห้องอาหาร Quattro Passi ทั้งยังเริ่มพาสมาชิกในครอบครัวมาร่วมงานในห้องอาหารมากขึ้น
ภรรยาคือคุณ Rita รับหน้าที่ต้อนรับลูกค้าและลูกชายคือคุณ Fabrizio ผู้จบการศึกษาจาก Institut Paul Bocuse ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับโลกอย่าง Le Louis XV - Alain Ducasse à l'Hôtel de Paris (3 MICHELIN Stars) และ Quique Dacosta (3 MICHELIN Stars) มาแล้วอีกด้วย
รูปที่ 47
ภรรยาคือคุณ Rita รับหน้าที่ต้อนรับลูกค้าและลูกชายคือคุณ Fabrizio ผู้จบการศึกษาจาก Institut Paul Bocuse ทั้งยังเคยร่วมงานกับห้องอาหารระดับโลกอย่าง Le Louis XV - Alain Ducasse à l'Hôtel de Paris (3 MICHELIN Stars) และ Quique Dacosta (3 MICHELIN Stars) มาแล้วอีกด้วย
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
รูปที่ 48
🌟🌟 2 MICHELIN Stars - 2 ดาวมิชลิน
เมื่อขับรถมาถึงจะพบกับห้องอาหารตั้งอยู่ริมถนนฝั่งซ้ายมือโดยเพื่อน ๆ สามารถนำเข้าจอดได้บริเวณลานจอดฝั่งตรงข้าม
รูปที่ 49
เมื่อขับรถมาถึงจะพบกับห้องอาหารตั้งอยู่ริมถนนฝั่งซ้ายมือโดยเพื่อน ๆ สามารถนำเข้าจอดได้บริเวณลานจอดฝั่งตรงข้าม
🎗 [WHY GO] อาหารที่ Quattro Passi ค่อนข้างบาลานซ์ความคลาสสิคและความร่วมสมัยออกมาได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามอาจมีบางคอร์สที่ดูจะพร่องเรื่องความซับซ้อนไปบ้างเมื่อเทียบกับห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars อื่น ๆ พนักงานบริการอย่างเป็นกันเองและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตำแหน่งและค่าครองชีพในแถบนี้ สุดท้ายคือปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างทำเลที่เข้าถึงได้ค่อนข้างยากทำให้เราอาจแนะนำ Quattro Passi ให้กับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวแถบนคร Sorrento และ Amalfi Coast เท่านั้น
รูปที่ 50
🎗 [WHY GO] อาหารที่ Quattro Passi ค่อนข้างบาลานซ์ความคลาสสิคและความร่วมสมัยออกมาได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตามอาจมีบางคอร์สที่ดูจะพร่องเรื่องความซับซ้อนไปบ้างเมื่อเทียบกับห้องอาหารระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars อื่น ๆ พนักงานบริการอย่างเป็นกันเองและสื่อสารภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว ราคาอาหารค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับตำแหน่งและค่าครองชีพในแถบนี้ สุดท้ายคือปัจจัยสำคัญที่สุดอย่างทำเลที่เข้าถึงได้ค่อนข้างยากทำให้เราอาจแนะนำ Quattro Passi ให้กับเพื่อน ๆ ที่เดินทางมาท่องเที่ยวแถบนคร Sorrento และ Amalfi Coast เท่านั้น

แกลเลอรี