
Piccolo Lago · ปิคโคโล ลาโก
Creative, Italian Contemporary · อาหารเชิงสร้างสรรค์, อาหารอิตาลีร่วมสมัย — via Turati 87, al lago di Mergozzo, Fondotoce, 28924, Italy
🎗️ [INTRO] Lago Maggiore เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศอิตาลีประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญโดยเฉพาะ Isole Boromee ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยี่ยมตลอดปี ห่างออกไปเพียงเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Piccolo Lago ซึ่งมีทำเลทองยื่นเข้าไปในทะเลสาบขนาดเล็ก Lago di Mergozzo ที่สวยงามราวกับหลุดมาจากเทพนิยายโดยมีภูเขา Montorfano เป็นฉากหลัง
🎗️ [THE PLACE] Piccolo Lago เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1974 ก่อนจะผันตัวกลายมาเป็นหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่ดีที่สุดในประเทศอิตาลีดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ตัวร้านมีชื่อแปลตรงตัวได้ว่า Mini Lake อันเนื่องมาจากทำเลที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ เราขอแนะนำให้ระบุที่นั่งริมหน้าต่างของ Veranda (The Veranda) โดดเด่นด้วยทัศนียภาพมุมกว้างของทะเลสาบ Lago di Mergozzo นอกจากนี้ระดับของแสงจากโคมไฟที่ออกกแบบโดย Foscarini ยังเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงของวันอีกด้วย ส่วนใครที่ได้นั่ง Sala (Main Dining Room) จะมองออกไปเห็นการบรรจบกันของทะเลสาบ Mergozzo และภูเขา Ossola ซึ่งมีสีสันแตกต่างกันออกไปตามแต่ละฤดูกาล ในส่วนนี้ยังมีการตกแต่งด้วยพรมเปอเซียช่วยสร้างความหรูหรา สุดท้ายคือ Chef Table (The Chefs' Table) ซึ่งตั้งอยู่ติดกันกับบริเวณห้องครัวที่ได้รับการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปี 2008 โดยจะมีทีมเชฟคอยสลับกันมาอธิบายรายละเอียดของอาหารแต่ละจานให้กับลูกค้าด้วยตัวเอง
🎗️ [THE CHEF] Marco Sacco เป็นเชฟนักเดินทางที่กลายมาเป็นหนึ่งในตำนานของวงการอาหารระดับสูงในประเทศอิตาลี เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาโดยมีคุณพ่อ Gastone เปิดห้องอาหาร Piccolo Lago อยู่เดิมจนเกิดแรงบันดาลใจในสายอาชีพพ่อครัวมาตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ เขาเริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์กับเชฟระดับตำนานหลายครเช่น Roger Vergé, Alain Ducasse และพี่น้อง Rimbault ก่อนจะเดินทางกลับมายัง Piccolo Lago และปรับปรุงรูปแบบการนำเสนออาหารทีละเล็กละน้อย ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2004 ก่อนจะขยับสู่การเป็นร้านระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2007 ซึ่งสามารถถือครองมาได้จนถึงคู่มือปี 2024 นอกจากนี้เขายังมีห้องอาหารชื่อดังอีก 2 แห่งคือ Piano35 (🌟 1 MICHELIN Star) ในนคร Turin และ Verbania (Selected by MICHELIN Guide) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Isola Superiore ใจกลางทะเลสาบ Lago Maggiore อีกด้วย
🎗️ [THE FOOD] เราขอแนะนำให้เลือกชิม Tasting Menu ของทางร้านโดยคอร์สปัจจุบันใช้ชื่อว่า Lungolongo (220 €) หรือ Lakefront เป็นเมนูที่เชฟ Marco Sacco และภรรยา Lella ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินไปรอบ ๆ Lago di Mergozzo เป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมงหลังจากจบการให้บริการในมื้อกลางวันของช่วงฤดูใบไม้ผลินำเสนอมาที่จำนวน 8 คอร์ส ห้ามพลาดที่จะ Add-on สุดยอดเมนู Signature Dish อย่าง Carbonarra Au Koque ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเชฟและได้รับการแนะนำลงในรายละเอียดของคู่มือปกแดงในราคาเพียง 20 € นอกจากนี้ยังมีรายการแบบ À La Carte ให้เลือกสั่งกันได้ตามใจชอบโดยลูกค้าแต่ละคนในโต๊ะเดียวกันยังไม่จำเป็นต้องสั่งรูปแบบของอาหารเหมือนกันก็ยังได้ซึ่งหาพบได้ไม่บ่อยนักในห้องอาหารระดับนี้ รายการไวน์มีให้เลือกหลากหลายในราคาเริ่มต้นประมาณขวดละ 40 € เท่านั้น ตัวอย่างอาหารจานที่น่าสนใจอย่างเช่น
✨ LUMACA LUMACA
sea snail, snail, seaweed, parsley, papaya
คอร์สนี้เชฟนำเสนอหอยทากและหอยทากทะเลรวมมาไว้ในจานเดียวกัน องค์ประกอบแรกคือชิ้นมะละกอที่ผ่านการเกลซกับหอยทากทะเล จากนั้นเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสโดยการใส่เทอร์นิปขาวและแครอทเหลืองเข้ามาด้วย ข้าง ๆ กันคือหอยทากที่ปรุงให้สุกด้วย Seaweed Butter หรือเนยสาหร่าย สุดท้ายคือองค์ผระกอบของ Gremolata Powder มีลักษณะเป็นผงที่เตรียมมาจากใบพาสลีย์ กระเทียม และเลมอนเสิร์ฟมาในเปลือกหอยเพื่อให้เทโรยลงไปในจานด้วย (18/20)
✨ BOTARGA?
sheatfish, wheat, plantain, glasswort, coriander
คอร์สนี้เชฟได้รับแรงบันดาลใจมาจากการเดินขึ้นไปบนภูเขา Montorfano ในป่าอันเขียวชอุ่มโดยนำไข่ปลาเทร้าต์และพาสต้า Fregola มาสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน จากนั้นเชื่อมด้วยปลา Sheatfish ซึ่งเป็นปลาแม่น้ำต่างถิ่นที่เข้ามารุกรานสายพันธุ์ปลาแม่น้ำท้องถิ่นโดยไขมันของตัวปลาได้สร้างเทคนิคเฉพาะที่เรียกว่า Mantecatura ให้กับชิ้นพาสต้า เชฟยังนำกล้วยกล้ายดิบมาผ่านกระบวนการหมัก รมควัน และทำให้แห้งคล้ายกันกับกระบวนการทำ Botarga จนสร้างมิติทางเนื้อสัมผัสที่ไม่เหมือนใครแล้วเสิร์ฟมาด้วยกัน สำหรับซุปใสที่เสิร์ฟมาอุ่น ๆ ให้รสชาติเปรี้ยว หวาน อุมามิ และมีอโรมาของกล้วยกล้าย ข้าง ๆ กันคือเจลลี่ที่เตรียมมาจากซุปแบบเดียวกันแต่ใส่รสชาติของผักชีลงไปแล้วเสิร์ฟมาแบบเย็น นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของหญ้าฝรั่น ขิง และสาหร่าย Salicornia ใส่มาอีกด้วย (18/20)
✨ CON IL TE' DI PREMOSELLO
"buratello" eel, tea, rose
บนภูเขา Montorfano ฝั่งตรงข้ามกับทุ่งปลูกข้าวเป็นที่ตั้งของหมู่บ้าน Premosello ที่เชฟ Marco Sacco เกิดและเติบโตขึ้นมาซึ่งมีความพิเศษคือการถูกใช้เป็นแหล่งสำหรับปลูกชาเขียว เป็นจุดแรกในทวีปยุโรป เชฟนำเสนอชาเขียวมาในรูปแบบผงควบคู่ไปกับสมุนไพรต่าง ๆ อย่างเช่นใบ Oyster Leaf สำหรับสร้างมิติทางกลิ่น ดอกและใบของพืชตระกูล Borage นอกจากนี้ยังมีเครื่องในของ Buratello หรือปลาไหลน้ำจืดใส่มาอีกด้วย ส่วนในถ้วยประกอบไปด้วยเนื้อปลาไหลน้ำจืดที่ปรุงสุกกับชาเขียว รอบ ๆ คือซอสที่เตรียมมาจากกระดูกปลาไหล ด้านบนท็อปด้วยซอร์เบท์กุหลาบจากเมือง Ventimiglia ซึ่งไปช่วยสร้างมิติทางกลิ่นกับชาเขียวรวมไปถึงสร้างมิติทางอุณหภูมิให้กับจานได้อย่างไร้ที่ติสมกับเป็นผลงานระดับ Masterpiece ของเชฟ Marco Sacco เลยจริง ๆ (20/20)
✨ CARBONARA AU KOQUE (20 €)
Marco Sacco's Signature Dish
สุดยอดเมนู Signature Dish ของเชฟ Marco Sacco ที่เขาปรับเปลี่ยนวัตถุดิบหลักจาก Roman ต้นตำรับมาใช้เป็นวัตถุดิบท้องถิ่นของแถบ Piedmont ได้อย่างน่าทึ่ง เริ่มต้นจากเส้นพาสต้าที่ปรับจากเส้นแห้งมาเป็นเส้นสด Tagliolini ตามสูตรของคุณ Gastone ซึ่งเป็นคุณพ่อของเชฟ ด้านบนท็อปด้วย Valle Maggia Pepper หรือพริกไทยจาก Valle Maggia ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขาทางตอนใต้ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์โรยมาควบคู่ไปกับแผ่นแฮมจาก Val Vigezzo ที่ผ่านการทำให้แห้งจนมีความกรอบทดแทน Guanciale แบบดั้งเดิม ยังมีแผ่นสีขาวที่เตรียมมาจากนม สุดท้ายคือซอส Au Koque ที่เตรียมมาจากไข่และชีส Grada Padano และเหล้า Gin ที่ผ่านกระบวนการไล่แอลกอฮอล์ออกจนหมดคงเหลือไว้แต่ความครีมมี่ทดแทนซอสคาร์โบนาราแบบเดิมแล้วเสิร์ฟมาในเปลือกไข่นั่นเอง (19/20)
🎗️ [WHY GO] Piccolo Lago เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่เหล่านักชิมควรแวะมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต ตัวร้านมีครบทุกองค์ประกอบทั้งอาหารที่มีเทคนิคอันซับซ้อน รสชาติที่ยังเข้าถึงได้ง่าย ไวน์คุณภาพดีในราคาคุ้มค่า รวมไปถึงทัศนียภาพอันสวยงามชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก ที่สำคัญอย่าลืมระบุขอที่นั่งริมกระจกในช่วงที่ทำการจองกันด้วย !
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 41 รูป

![🎗️ [INTRO] Lago Maggiore เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศอิตาลีประกอบไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวสำคัญโดยเฉพาะ Isole Boromee ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาเยี่ยมตลอดปี ห่างออกไปเพียงเล็กน้อยเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Piccolo Lago ซึ่งมีทำเลทองยื่นเข้าไปในทะเลสาบขนาดเล็ก Lago di Mergozzo ที่สวยงามราวกับหลุดมาจากเทพนิยายโดยมีภูเขา Montorfano เป็นฉากหลัง](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/11/466737216_1110628914053994_8978937464489266524_n.webp)























![🎗️ [THE PLACE] Piccolo Lago เปิดทำการเป็นครั้งแรกในปี 1974 ก่อนจะผันตัวกลายมาเป็นหนึ่งในห้องอาหาร Fine Dining ที่ดีที่สุดในประเทศอิตาลีดังที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ตัวร้านมีชื่อแปลตรงตัวได้ว่า Mini Lake อันเนื่องมาจากทำเลที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/11/466682273_1110628707387348_5752636855521881737_n.webp)


![🎗️ [THE FOOD] เราขอแนะนำให้เลือกชิม Tasting Menu ของทางร้านโดยคอร์สปัจจุบันใช้ชื่อว่า Lungolongo (220 €) หรือ Lakefront เป็นเมนูที่เชฟ Marco Sacco และภรรยา Lella ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินไปรอบ ๆ Lago di Mergozzo เป็นระยะเวลา 2 ชั่วโมงหลังจากจบการให้บริการในมื้อกลางวันของช่วงฤดูใบไม้ผลินำเสนอมาที่จำนวน 8 คอร์ส](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/11/466848164_1110629017387317_5358019685446060493_n.webp)








![🎗️ [THE CHEF] Marco Sacco เป็นเชฟนักเดินทางที่กลายมาเป็นหนึ่งในตำนานของวงการอาหารระดับสูงในประเทศอิตาลี เขาเกิดและเติบโตขึ้นมาโดยมีคุณพ่อ Gastone เปิดห้องอาหาร Piccolo Lago อยู่เดิมจนเกิดแรงบันดาลใจในสายอาชีพพ่อครัวมาตั้งแต่อายุเพียง 9 ขวบ เขาเริ่มต้นสั่งสมประสบการณ์กับเชฟระดับตำนานหลายครเช่น Roger Vergé, Alain Ducasse และพี่น้อง Rimbault ก่อนจะเดินทางกลับมายัง Piccolo Lago และปรับปรุงรูปแบบการนำเสนออาหารทีละเล็กละน้อย ตัวร้านได้รับรางวัล 🌟 1 MICHELIN Star ในปี 2004 ก่อนจะขยับสู่การเป็นร้านระดับ 🌟🌟 2 MICHELIN Stars ในปี 2007 ซึ่งสามารถถือครองมาได้จนถึงคู่มือปี 2024 นอกจากนี้เขายังมีห้องอาหารชื่อดังอีก 2 แห่งคือ Piano35 (🌟 1 MICHELIN Star) ในนคร Turin และ Verbania (Selected by MICHELIN Guide) ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะ Isola Superiore ใจกลางทะเลสาบ Lago Maggiore อีกด้วย](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/11/466875944_1110629184053967_5120394405255625626_n.webp)


![🎗️ [WHY GO] Piccolo Lago เป็นหนึ่งในหมุดหมายที่เหล่านักชิมควรแวะมาสัมผัสให้ได้สักครั้งในชีวิต ตัวร้านมีครบทุกองค์ประกอบทั้งอาหารที่มีเทคนิคอันซับซ้อน รสชาติที่ยังเข้าถึงได้ง่าย ไวน์คุณภาพดีในราคาคุ้มค่า รวมไปถึงทัศนียภาพอันสวยงามชนิดที่หาใครเทียบเคียงได้ยาก ที่สำคัญอย่าลืมระบุขอที่นั่งริมกระจกในช่วงที่ทำการจองกันด้วย !](https://img.gastronomethailand.com/uploads/2024/11/466927364_1110629267387292_6594473462850829719_n.webp)
