GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Paste
Selected

ThailandPaste · เพสต์

Thai · อาหารไทย — ชั้น 3 เกษร วิลเลจ, 999 ถนนเพลินจิต แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

🎗 [INTRO] ย้อนไปราว 10 ปีก่อน Paste จัดเป็นห้องอาหารแรก ๆ ที่สามารถยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เชฟบีเจ้าของร้านสามารถผสมผสานวัตถุดิบทัองถิ่นและวัตถุดิบนำเข้าประกอบกับรสมือชั้นยอดทำให้อาหารที่นี่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

🎗 [THE PLACE] ห้องอาหาร Paste ตั้งอยู่ ณ ชั้น 3 ของเกษร วิลเลจ หน้าร้านเป็นเคาน์เตอร์ยาวตกแต่งด้วยดอกไม้สำหรับตรวจเช็คการจอง ภายในโดดเด่นด้วยประติมากรรมรังไหมหมุนเป็นรูปเกลียวจากพื้นจรดเพดานดูสง่างามอย่างไทย รอบ ๆ เป็นที่นั่งแบบโซฟาและโต๊ะกลมโดยมีผนังเป็นกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา ส่วนใครที่เลือกนั่งอีกมุมหนึ่งเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมพร้อมด้วยแสงไฟสลัว ๆ ก็ดูโรแมนติคไม่เบา ตรงกลางมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและห้องครัวแบบปิดกั้นด้วยกระจกใสทำให้ลูกค้าสามารถมองเข้าไปเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้นั่นเอง

🎗 [THE CHEF] บงกช สระทองอุ่น หรือเชฟบีเติบโตมาในครอบครัวที่มีธุรกิจร้านอาหารริมทางทำให้ชีวิตของเธอผ่านประสบการณ์งานครัวตั้งแต่อายุได้ราว 13 ปี อย่างไรก็ตามชีวิตในช่วงแรกดูจะไม่ค่อยใกล้เคียงกับการเป็นเชฟเท่าไหร่นักเพราะเธอเริ่มต้นด้วยการเรียนจบครุศาสตร์ต่อด้วยการทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศแต่เป็นคุณ Jason Bailey ชายชาวออสเตรเลียผู้ซึ่งกลายมาเป็นทั้งหุ้นส่วนธุรกิจและคู่ชีวิตในเวลาต่อมาได้ชักชวนเธอให้เข้ามารับตำแหน่งแม่ครัวที่ร้านอาหารไทยของสามีในประเทศออสเตรเลียทั้งยังได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนเป็นสาเหตุให้เชฟบีตัดสินใจท้าทายตัวเองครั้งสำคัญโดยการปิดร้านที่ออสเตรเลียและกลับมาเปิดร้านอาหารไทยในประเทศไทยนั่นเอง ห้องอาหาร Paste เปิดทำการเป็นครั้งแรกในซอยสุขุมวิท 49 อยู่ราว 2 ปีก่อนที่เชฟบีจะได้รับการทาบทามให้ย้ายมายังเกษร วิลเลจซึ่งเป็นที่อยู่ ณ ปัจจุบัน ตัวร้านได้กระแสในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากนักชิมท้องถิ่นและต่างชาติทั้งยังสามารถคว้ารางวัล ⭐️ 1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่ Michelin Guide ปี 2018 จนถึงปัจจุบันห้องอาหาร Paste ขยับขยายสาขาออกไปหลากแห่งทั้ง Paste at the Apsara ในเมืองหลวงพระบาง และ Paste Australia ในเมือง Mittagong รวมถึงมีแผนจะเปิดสาขาที่ 4 ขึ้นในกรุงเวียงจันทน์เร็ว ๆ นี้อีกด้วย

🎗 [THE FOOD] อาหารที่ Paste นำเสนอออกมาในสไตล์อาหารโมเดิร์นโดยผสมผสานสมุนไพร เครื่องแกง และวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเข้ากับวัตถุดิบระดับโลกออกมาได้อย่างน่าสนใจ เชฟบีได้นำตำราอาหารโบราณมาแกะสูตรและทดลองรสชาติตามรสมือของตัวเองทำให้อาหารทุกจานมีเอกลักษณ์แตกต่างจากอาหารไทย Fine Dining ร้านอื่น ๆ อย่างชัดเจน ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานอาหารได้จาก Tasting Menu ทั้งมื้อกลางวัน (2,400++/p) และมื้อกลางคืน (3,400++, 3,600++ และ 3,800++) นอกจากนี้ยังมีเมนู À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ สำหรับเมนูที่ทำออกมาได้โดดเด่นเป็นอย่างมากคือ

✨ ยำส้มโอ, ใบชะพลู, กุ้งแม่น้ำอยุธยา, ส้มแก้ว, น้ำพริกเผาสูตรทางร้านและกะปิเคย (1,600++)

Pomelo salad with char-grilled Ayutthaya river prawn, chili jam

& gapi khoei plankton paste

ห้ามพลาดยำส้มโอที่เชฟคัดสรรค์ส้มโอทับทิมสยามจากจังหวัดนครศรีธรรมราชเสิร์ฟมาบนซอสที่ได้จากการผสมผสานน้ำพริกเผาสูตรพิเศษและกะปิเคยชั้นดี ส้มโอหวานฉ่ำ มีรสอมเปรี้ยวเบา ๆ เข้ากันดีกับความหวาน หอม มัน เผ็ด อุมามิของซอสน้ำพริกเผาและกะปิเคย เราขอแนะนำให้ตักมันกุ้งเยิ้ม ๆ ราดลงไปบนตัวซอสด้วย ด้านบนเป็นกุ้งแม่น้ำไซซ์ยักษ์จากจังหวัดอยุธยาย่างมาหอม ๆ สุกพอดีไร้ที่ติ (15/20)

✨ แพนงเนื้อออสเตรเลีย (950++)

Panaeng curry of roasted Australian grain feed-beef cheek,

toasted peanuts & Thai sweet basil

จานที่ดีที่สุดต้องยกให้กับแกงแพนงสูตรโบราณที่ทางร้านทำเอง เชฟเคี่ยวน้ำกะทิในไฟอ่อนจนแตกมันสังเกตได้จากการกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไปกับเครื่องแกง ทั้งยังมีระดับความเข้มข้นพอเหมาะ รสชาติออกหวานนำในขณะที่รสเผ็ดจะค่อย ๆ ตามมาทีหลัง เนื้อแก้มวัวออสเตรเลียผ่านการตุ๋นมาจนนุ่ม ด้านล่างมีถั่วลิสงคั่วช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและมิติทางเนื้อสัมผัสขณะเคี้ยว ด้านบนโรยด้วยใบมะกรูดและใบโหระพาให้กลิ่นหอมและอโรมาเฉพาะตัว (16/20)

✨ แกงปูปักษ์ใต้รมควันใส่ปูจั๊กจั่นออสเตรเลีย, ดอกแค และใบชะครามจากสมุทรสาคร (1,400++)

Smoky southern yellow curry with premium Australian spanner crab, hummingbird flowers, & Thai samphire

เมนู Signature Dish จานนี้คือแกงปูตำรับปักษ์ใต้ที่ผ่านการรมควันมาอย่างดี ตักเข้าปากจะสัมผัสได้ถึงความหอมมันจากกะทิตามมาด้วยความเผ็ดร้อนจากพริกไทย เนื้อปูจั๊กจั่นนำเข้าจากออสเตรเลียให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่แแข็งกระด้าง ด้านบนตกแต่งด้วยดอกแคและดอกไม้รับประทานได้ ยังมีใบชะครามให้ความเป็นกรดรสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อยบาลานซ์ความมันและความเผ็ดไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป (15/20)

🎗 [CONCLUSION] อาหารแต่ละจานที่ Paste ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตสมกับรางวัล 1 ดาวมิชลิน บรรยากาศโดยรวมยังคงมีความเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายแต่ก็ไม่ทิ้งการบริการที่ดีจากพนักงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาอาหารที่นี่จัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านอาหารไทยชั้นสูงในระดับเดียวกันแต่นั่นก็แลกมาด้วยการคัดสรรค์วัตถุดิบคุณภาพดีนำเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก เราคงหาโอกาสแวะกลับมายัง Paste สักปีละครั้งตามโอกาสเพื่อสัมผัสอาหารไทยของเชฟบีที่ผ่านการตีความออกมาโดยมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 25 รูป

🇹🇭 Paste - เพสต์ 🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Thai - อาหารไทย 👨🏻‍🍳 Chef Bongkoch Satongun (Chef Bee) - เชฟบงกช สระทองอุ่น (เชฟบี)
รูปที่ 1
🇹🇭 Paste - เพสต์ 🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Thai - อาหารไทย 👨🏻‍🍳 Chef Bongkoch Satongun (Chef Bee) - เชฟบงกช สระทองอุ่น (เชฟบี)
🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 2
🌟 1 Michelin Star - 1 ดาวมิชลิน
ช่อม่วงโบราณ Amuse-bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยจานเรียน้ำย่อยอย่างช่อม่วงที่พับจับจีบได้อย่างปราณีตสวยงาม แป้งเนื้อนุ่มหนึบ ตกแต่งด้วยดอกไม้รับประทานได้ ด้านในสอดไส้เนื้อปลาเทร้าต์ที่ผ่านการรมควันจนหอม รสชาติละมุนเนียนไปกับแป้งช่อม่วงได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 3
ช่อม่วงโบราณ Amuse-bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยจานเรียน้ำย่อยอย่างช่อม่วงที่พับจับจีบได้อย่างปราณีตสวยงาม แป้งเนื้อนุ่มหนึบ ตกแต่งด้วยดอกไม้รับประทานได้ ด้านในสอดไส้เนื้อปลาเทร้าต์ที่ผ่านการรมควันจนหอม รสชาติละมุนเนียนไปกับแป้งช่อม่วงได้อย่างลงตัว (15/20)
ยำส้มโอ, ใบชะพลู, กุ้งแม่น้ำอยุธยา, ส้มแก้ว, น้ำพริกเผาสูตรทางร้านและกะปิเคย (1,600++) Pomelo salad with char-grilled Ayutthaya river prawn, chili jam & gapi khoei plankton paste ห้ามพลาดยำส้มโอที่เชฟคัดสรรค์ส้มโอทับทิมสยามจากจังหวัดนครศรีธรรมราชเสิร์ฟมาบนซอสที่ได้จากการผสมผสานน้ำพริกเผาสูตรพิเศษและกะปิเคยชั้นดี ด้านบนเป็นกุ้งแม่น้ำไซซ์ยักษ์จากจังหวัดอยุธยาย่างมาหอม ๆ สุกกำลังดี (15/20)
รูปที่ 4
ยำส้มโอ, ใบชะพลู, กุ้งแม่น้ำอยุธยา, ส้มแก้ว, น้ำพริกเผาสูตรทางร้านและกะปิเคย (1,600++) Pomelo salad with char-grilled Ayutthaya river prawn, chili jam & gapi khoei plankton paste ห้ามพลาดยำส้มโอที่เชฟคัดสรรค์ส้มโอทับทิมสยามจากจังหวัดนครศรีธรรมราชเสิร์ฟมาบนซอสที่ได้จากการผสมผสานน้ำพริกเผาสูตรพิเศษและกะปิเคยชั้นดี ด้านบนเป็นกุ้งแม่น้ำไซซ์ยักษ์จากจังหวัดอยุธยาย่างมาหอม ๆ สุกกำลังดี (15/20)
ยำส้มโอ, ใบชะพลู, กุ้งแม่น้ำอยุธยา, ส้มแก้ว, น้ำพริกเผาสูตรทางร้านและกะปิเคย (1,600++) Pomelo salad with char-grilled Ayutthaya river prawn, chili jam & gapi khoei plankton paste ส้มโอหวานฉ่ำ มีรสอมเปรี้ยวเบา ๆ เข้ากันดีกับความหวาน หอม มัน เผ็ด อุมามิของซอสน้ำพริกเผาและกะปิเคย เราขอแนะนำให้ตักมันกุ้งเยิ้ม ๆ ราดลงไปบนตัวซอสด้วย ส่วนเนื้อกุ้งย่างมาได้ไร้ที่ติเช่นกัน (15/20)
รูปที่ 5
ยำส้มโอ, ใบชะพลู, กุ้งแม่น้ำอยุธยา, ส้มแก้ว, น้ำพริกเผาสูตรทางร้านและกะปิเคย (1,600++) Pomelo salad with char-grilled Ayutthaya river prawn, chili jam & gapi khoei plankton paste ส้มโอหวานฉ่ำ มีรสอมเปรี้ยวเบา ๆ เข้ากันดีกับความหวาน หอม มัน เผ็ด อุมามิของซอสน้ำพริกเผาและกะปิเคย เราขอแนะนำให้ตักมันกุ้งเยิ้ม ๆ ราดลงไปบนตัวซอสด้วย ส่วนเนื้อกุ้งย่างมาได้ไร้ที่ติเช่นกัน (15/20)
ต้มยำเม็ดขนุนและขาหมูโบราณใส่หอมแดงเผา (650++) Old style hot & sour soup of crisp pork leg, jackfruit seeds & smoky chicken broth ต้มยำขาหมูเสิร์ฟมาแบบน้ำใสตามตำรับโบราณโดยใช้น้ำสต๊อกไก่ทำให้ตัวซุปค่อนข้างเบา (Light) เพื่อที่จะสามารถชูองค์ประกอบอื่น ๆ ให้โดดเด่นขึ้นมาได้โดยง่าย ส่วนรสชาตินั้นมีระดับความเผ็ดจีดจ้านพอประมาณ มีรสเปรี้ยวอุมิมาจากมะเขือเทศ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของมะเขือเผาและหอมแดงเผาทำให้ตัวน้ำซุปเองมี Smoky Aroma แทรกอยู่มากจนหอมขึ้นจมูก ขาหมูมีความมันและความกรอบนิด ๆ แต่ไม่เหนียวติดฟัน ยังมีเม็ดขนุนใส่ลงไปเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่ดีอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 6
ต้มยำเม็ดขนุนและขาหมูโบราณใส่หอมแดงเผา (650++) Old style hot & sour soup of crisp pork leg, jackfruit seeds & smoky chicken broth ต้มยำขาหมูเสิร์ฟมาแบบน้ำใสตามตำรับโบราณโดยใช้น้ำสต๊อกไก่ทำให้ตัวซุปค่อนข้างเบา (Light) เพื่อที่จะสามารถชูองค์ประกอบอื่น ๆ ให้โดดเด่นขึ้นมาได้โดยง่าย ส่วนรสชาตินั้นมีระดับความเผ็ดจีดจ้านพอประมาณ มีรสเปรี้ยวอุมิมาจากมะเขือเทศ นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของมะเขือเผาและหอมแดงเผาทำให้ตัวน้ำซุปเองมี Smoky Aroma แทรกอยู่มากจนหอมขึ้นจมูก ขาหมูมีความมันและความกรอบนิด ๆ แต่ไม่เหนียวติดฟัน ยังมีเม็ดขนุนใส่ลงไปเพื่อเพิ่มเนื้อสัมผัสที่ดีอีกด้วย (15/20)
ต้มยำเม็ดขนุนและขาหมูโบราณใส่หอมแดงเผา (650++) Old style hot & sour soup of crisp pork leg, jackfruit seeds & smoky chicken broth ขาหมูกรอบ มัน เข้ากันดีกับน้ำซุปมาก ๆ (15/20)
รูปที่ 7
ต้มยำเม็ดขนุนและขาหมูโบราณใส่หอมแดงเผา (650++) Old style hot & sour soup of crisp pork leg, jackfruit seeds & smoky chicken broth ขาหมูกรอบ มัน เข้ากันดีกับน้ำซุปมาก ๆ (15/20)
แกงเปลือกแตงโมกับฟองเต้าหู้ห่อปลากับมันแกว (700++) Watermelon rind and fish roe soup with seabass & jicaman dumplings แกงเปลือกแตงโมให้รสชาติอยู่ระหว่างแกงเลียงและต้มยำ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เปลือกแตงโมมีความนุ่มคล้ายกันกับฟักแต่นุ่มกว่าอยู่เล็กน้อย เชฟเพิ่มความหอมมันโดยการใส่ไข่ปลาลงไปด้วย เ้านบนเป็นฟองเต้าหู้กรอบ ด้านในสอดไส้มันแกวและเนื้อปลากะพงทำให้เกิดมิติเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (15/20)
รูปที่ 8
แกงเปลือกแตงโมกับฟองเต้าหู้ห่อปลากับมันแกว (700++) Watermelon rind and fish roe soup with seabass & jicaman dumplings แกงเปลือกแตงโมให้รสชาติอยู่ระหว่างแกงเลียงและต้มยำ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว เปลือกแตงโมมีความนุ่มคล้ายกันกับฟักแต่นุ่มกว่าอยู่เล็กน้อย เชฟเพิ่มความหอมมันโดยการใส่ไข่ปลาลงไปด้วย เ้านบนเป็นฟองเต้าหู้กรอบ ด้านในสอดไส้มันแกวและเนื้อปลากะพงทำให้เกิดมิติเนื้อสัมผัสที่ลงตัว (15/20)
แพนงเนื้อออสเตรเลีย (950++) Panaeng curry of roasted Australian grain feed-beef cheek, toasted peanuts & Thai sweet basil จานที่ดีที่สุดต้องยกให้กับแกงแพนงสูตรโบราณที่ทางร้านทำเอง เชฟเคี่ยวน้ำกะทิในไฟอ่อนจนแตกมันสังเกตได้จากการกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไปกับเครื่องแกง ทั้งยังมีระดับความเข้มข้นพอเหมาะ รสชาติออกหวานนำในขณะที่รสเผ็ดจะค่อย ๆ ตามมาทีหลัง เนื้อแก้มวัวออสเตรเลียผ่านการตุ๋นมาจนนุ่ม ด้านล่างมีถั่วลิสงคั่วช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและมิติทางเนื้อสัมผัสขณะเคี้ยว ด้านบนโรยด้วยใบมะกรูดและใบโหระพาให้กลิ่นหอมและอโรมาเฉพาะตัว (16/20)
รูปที่ 9
แพนงเนื้อออสเตรเลีย (950++) Panaeng curry of roasted Australian grain feed-beef cheek, toasted peanuts & Thai sweet basil จานที่ดีที่สุดต้องยกให้กับแกงแพนงสูตรโบราณที่ทางร้านทำเอง เชฟเคี่ยวน้ำกะทิในไฟอ่อนจนแตกมันสังเกตได้จากการกลืนเป็นเนื้อเดียวกันไปกับเครื่องแกง ทั้งยังมีระดับความเข้มข้นพอเหมาะ รสชาติออกหวานนำในขณะที่รสเผ็ดจะค่อย ๆ ตามมาทีหลัง เนื้อแก้มวัวออสเตรเลียผ่านการตุ๋นมาจนนุ่ม ด้านล่างมีถั่วลิสงคั่วช่วยเพิ่มกลิ่นหอมและมิติทางเนื้อสัมผัสขณะเคี้ยว ด้านบนโรยด้วยใบมะกรูดและใบโหระพาให้กลิ่นหอมและอโรมาเฉพาะตัว (16/20)
แกงปูปักษ์ใต้รมควันใส่ปูจั๊กจั่นออสเตรเลีย, ดอกแค และใบชะครามจากสมุทรสาคร (1,400++) Smoky southern yellow curry with premium Australian spanner crab, hummingbird flowers, & Thai samphire เมนู Signature Dish จานนี้คือแกงปูตำรับปักษ์ใต้ที่ผ่านการรมควันมาอย่างดี ตักเข้าปากจะสัมผัสได้ถึงความหอมมันจากกะทิตามมาด้วยความเผ็ดร้อนจากพริกไทย เนื้อปูจั๊กจั่นนำเข้าจากออสเตรเลียให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่แแข็งกระด้าง ด้านบนตกแต่งด้วยดอกแคและดอกไม้รับประทานได้ ยังมีใบชะครามให้ความเป็นกรดรสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อยบาลานซ์ความมันและความเผ็ดไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป (15/20)
รูปที่ 10
แกงปูปักษ์ใต้รมควันใส่ปูจั๊กจั่นออสเตรเลีย, ดอกแค และใบชะครามจากสมุทรสาคร (1,400++) Smoky southern yellow curry with premium Australian spanner crab, hummingbird flowers, & Thai samphire เมนู Signature Dish จานนี้คือแกงปูตำรับปักษ์ใต้ที่ผ่านการรมควันมาอย่างดี ตักเข้าปากจะสัมผัสได้ถึงความหอมมันจากกะทิตามมาด้วยความเผ็ดร้อนจากพริกไทย เนื้อปูจั๊กจั่นนำเข้าจากออสเตรเลียให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มแต่ไม่แแข็งกระด้าง ด้านบนตกแต่งด้วยดอกแคและดอกไม้รับประทานได้ ยังมีใบชะครามให้ความเป็นกรดรสชาติอมเปรี้ยวเล็กน้อยบาลานซ์ความมันและความเผ็ดไม่ให้โดดเด่นจนเกินไป (15/20)
ข้าวหอมมะลิจากเชียงรายหุงน้ำลอยดอกมะลิออร์แกนิค (150++/p) Chiang Rai jasmine rice perfumed with organic jasmine flower กระทั่งข้าวของทางร้านก็ผ่านการคัดสรรค์มาอย่างดีโดยใช้ข้าวหอมมะลิจากจังหวัดเชียงรายหุงด้วยน้ำลอยดอกมะลิให้อโรม่าความหอมเด่นชัด ข้าวไรซ์เบอร์รี่จากจังหวัดสุรินทร์ (150++/p) Organic riceberry from Surin province หรือจะเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่จากจังหวัดสุรินทร์ซึ่งจะมีเนื้อสัมผัสที่หนึบแน่นมากขึ้น
รูปที่ 11
ข้าวหอมมะลิจากเชียงรายหุงน้ำลอยดอกมะลิออร์แกนิค (150++/p) Chiang Rai jasmine rice perfumed with organic jasmine flower กระทั่งข้าวของทางร้านก็ผ่านการคัดสรรค์มาอย่างดีโดยใช้ข้าวหอมมะลิจากจังหวัดเชียงรายหุงด้วยน้ำลอยดอกมะลิให้อโรม่าความหอมเด่นชัด ข้าวไรซ์เบอร์รี่จากจังหวัดสุรินทร์ (150++/p) Organic riceberry from Surin province หรือจะเป็นข้าวไรซ์เบอร์รี่จากจังหวัดสุรินทร์ซึ่งจะมีเนื้อสัมผัสที่หนึบแน่นมากขึ้น
ขนมหม้อแกง (550++) Kanom mor gang chestnuts, salted caramel, fried shallots ของหวานอย่างแรกเริ่มต้นด้วยคัสตาร์ดเกาลัดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมหม้อแกงไข่ มีความหอม เนื้อสัมผัสนุ่ม หวานไม่บาดคอ รอบ ๆ เป็นซอสทำมาจากหอมเจียวและ Salted Caramel (15/20)
รูปที่ 12
ขนมหม้อแกง (550++) Kanom mor gang chestnuts, salted caramel, fried shallots ของหวานอย่างแรกเริ่มต้นด้วยคัสตาร์ดเกาลัดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมหม้อแกงไข่ มีความหอม เนื้อสัมผัสนุ่ม หวานไม่บาดคอ รอบ ๆ เป็นซอสทำมาจากหอมเจียวและ Salted Caramel (15/20)
โคโคนัท นู้ดเดิ้ลส์ (550++) Smoked coconut noodles with palm sugar sabayon, lemon basil seed, dried pineapple. อาหารหวานยอดนิยมประจำร้านจานนี้คือเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมประเพณีสี่ภาคคือไข่กบ นกปล่อย บัวลอย อ้ายตื้อโดยนำเสนอมาเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทำมาจากมะพร้าว รอบ ๆ เป็นซอส Sabayon ทำมาจากน้ำตาลมะพร้าวพร้อมรมควันเทียนตำรับชาววัง ด้านบนเป็นเม็ดแมงลักช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส อย่างไรก็ตามด้วยความเราเคยชิม Coconut Noodles จานนี้มาแล้ว 2-3 ครั้งต้องบอกเลยว่าสตรอว์เบอร์รี่สไลด์ที่ทอปมาด้านบนในวันนี้รสชาติค่อนข้างเปรี้ยวโดดและแยกโทนของรสชาติออกจากองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างชัดเจน (15/20)
รูปที่ 13
โคโคนัท นู้ดเดิ้ลส์ (550++) Smoked coconut noodles with palm sugar sabayon, lemon basil seed, dried pineapple. อาหารหวานยอดนิยมประจำร้านจานนี้คือเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากขนมประเพณีสี่ภาคคือไข่กบ นกปล่อย บัวลอย อ้ายตื้อโดยนำเสนอมาเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวที่ทำมาจากมะพร้าว รอบ ๆ เป็นซอส Sabayon ทำมาจากน้ำตาลมะพร้าวพร้อมรมควันเทียนตำรับชาววัง ด้านบนเป็นเม็ดแมงลักช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัส อย่างไรก็ตามด้วยความเราเคยชิม Coconut Noodles จานนี้มาแล้ว 2-3 ครั้งต้องบอกเลยว่าสตรอว์เบอร์รี่สไลด์ที่ทอปมาด้านบนในวันนี้รสชาติค่อนข้างเปรี้ยวโดดและแยกโทนของรสชาติออกจากองค์ประกอบอื่น ๆ อย่างชัดเจน (15/20)
บัวลอยไข่เค็มลาวา (550++) Floating on the Fresh milk infused with longan honey บัวลอยไข่เค็มลาวาจานนี้เชฟนำแป้งมาสอดไส้ด้วยไข่เค็มลาวาที่จะละลายในปากเทื่อเคี้ยว ด้านบนโรยด้วยงาขาว จากนั้นประดับด้วยทองคำเปลวรับประทานได้ เสิร์ฟมาคู่กับมะพร้าวอ่อน และซอสนมสดหอมมัน (15/20)
รูปที่ 14
บัวลอยไข่เค็มลาวา (550++) Floating on the Fresh milk infused with longan honey บัวลอยไข่เค็มลาวาจานนี้เชฟนำแป้งมาสอดไส้ด้วยไข่เค็มลาวาที่จะละลายในปากเทื่อเคี้ยว ด้านบนโรยด้วยงาขาว จากนั้นประดับด้วยทองคำเปลวรับประทานได้ เสิร์ฟมาคู่กับมะพร้าวอ่อน และซอสนมสดหอมมัน (15/20)
ไอศกรีม Ice cream ปิดท้ายมื้ออาหารระหว่างรอเก็บเงินด้วยไอศกรีมโบราณทำมาจากส้ม 3 ชนิดคือส้มจี๊ด ส้มซ่า และส้มเขียวหวานนั่นเอง (12/20)
รูปที่ 15
ไอศกรีม Ice cream ปิดท้ายมื้ออาหารระหว่างรอเก็บเงินด้วยไอศกรีมโบราณทำมาจากส้ม 3 ชนิดคือส้มจี๊ด ส้มซ่า และส้มเขียวหวานนั่นเอง (12/20)
เวลคัม ดริ้งค์ Welcome drink ทางร้านนำเสิร์ฟ Welcome Drink เป็นนำมะตูมผสมกับกับ Elderflower Syrup และโซดาช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
รูปที่ 16
เวลคัม ดริ้งค์ Welcome drink ทางร้านนำเสิร์ฟ Welcome Drink เป็นนำมะตูมผสมกับกับ Elderflower Syrup และโซดาช่วยเรียกความสดชื่นได้เป็นอย่างดี
💰 ราคา 8,427 บาท (ทางร้าน Complementary ขนมหม้อแกงให้)
รูปที่ 17
💰 ราคา 8,427 บาท (ทางร้าน Complementary ขนมหม้อแกงให้)
ภายในโดดเด่นด้วยประติมากรรมรังไหมหมุนเป็นรูปเกลียวจากพื้นจรดเพดานดูสง่างามอย่างไทย รอบ ๆ เป็นที่นั่งแบบโซฟาและโต๊ะกลมโดยมีผนังเป็นกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
รูปที่ 18
ภายในโดดเด่นด้วยประติมากรรมรังไหมหมุนเป็นรูปเกลียวจากพื้นจรดเพดานดูสง่างามอย่างไทย รอบ ๆ เป็นที่นั่งแบบโซฟาและโต๊ะกลมโดยมีผนังเป็นกระจกใสช่วยให้บรรยากาศภายในดูโปร่งไม่อึดอัดตา
ตรงกลางมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและห้องครัวแบบปิดกั้นด้วยกระจกใสทำให้ลูกค้าสามารถมองเข้าไปเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้นั่นเอง
รูปที่ 19
ตรงกลางมีเคาน์เตอร์บาร์สำหรับชงเครื่องดื่มและห้องครัวแบบปิดกั้นด้วยกระจกใสทำให้ลูกค้าสามารถมองเข้าไปเห็นทีมเชฟจัดเตรียมอาหารได้นั่นเอง
ส่วนใครที่เลือกนั่งอีกมุมหนึ่งเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมพร้อมด้วยแสงไฟสลัว ๆ ก็ดูโรแมนติคไม่เบา
รูปที่ 20
ส่วนใครที่เลือกนั่งอีกมุมหนึ่งเป็นโต๊ะสี่เหลี่ยมพร้อมด้วยแสงไฟสลัว ๆ ก็ดูโรแมนติคไม่เบา
ย้อนไปราว 10 ปีก่อน Paste จัดเป็นห้องอาหารแรก ๆ ที่สามารถยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เชฟบีเจ้าของร้านสามารถผสมผสานวัตถุดิบทัองถิ่นและวัตถุดิบนำเข้าประกอบกับรสมือชั้นยอดทำให้อาหารที่นี่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร
รูปที่ 21
ย้อนไปราว 10 ปีก่อน Paste จัดเป็นห้องอาหารแรก ๆ ที่สามารถยกระดับอาหารไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เชฟบีเจ้าของร้านสามารถผสมผสานวัตถุดิบทัองถิ่นและวัตถุดิบนำเข้าประกอบกับรสมือชั้นยอดทำให้อาหารที่นี่มีความโดดเด่นไม่ซ้ำใคร
อาหารที่ Paste นำเสนอออกมาในสไตล์อาหารโมเดิร์นโดยผสมผสานสมุนไพร เครื่องแกง และวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเข้ากับวัตถุดิบระดับโลกออกมาได้อย่างน่าสนใจ เชฟบีได้นำตำราอาหารโบราณมาแกะสูตรและทดลองรสชาติตามรสมือของตัวเองทำให้อาหารทุกจานมีเอกลักษณ์แตกต่างจากอาหารไทย Fine Dining ร้านอื่น ๆ อย่างชัดเจน ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานอาหารได้จาก Tasting Menu ทั้งมื้อกลางวัน (2,400++/p) และมื้อกลางคืน (3,400++, 3,600++ และ 3,800++) นอกจากนี้ยังมีเมนู À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ
รูปที่ 22
อาหารที่ Paste นำเสนอออกมาในสไตล์อาหารโมเดิร์นโดยผสมผสานสมุนไพร เครื่องแกง และวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยเข้ากับวัตถุดิบระดับโลกออกมาได้อย่างน่าสนใจ เชฟบีได้นำตำราอาหารโบราณมาแกะสูตรและทดลองรสชาติตามรสมือของตัวเองทำให้อาหารทุกจานมีเอกลักษณ์แตกต่างจากอาหารไทย Fine Dining ร้านอื่น ๆ อย่างชัดเจน ลูกค้าสามารถเลือกรับประทานอาหารได้จาก Tasting Menu ทั้งมื้อกลางวัน (2,400++/p) และมื้อกลางคืน (3,400++, 3,600++ และ 3,800++) นอกจากนี้ยังมีเมนู À La Carte ให้เลือกกันได้ตามใจชอบ
บงกช สระทองอุ่น หรือเชฟบีเติบโตมาในครอบครัวที่มีธุรกิจร้านอาหารริมทางทำให้ชีวิตของเธอผ่านประสบการณ์งานครัวตั้งแต่อายุได้ราว 13 ปี อย่างไรก็ตามชีวิตในช่วงแรกดูจะไม่ค่อยใกล้เคียงกับการเป็นเชฟเท่าไหร่นักเพราะเธอเริ่มต้นด้วยการเรียนจบครุศาสตร์ต่อด้วยการทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศแต่เป็นคุณ Jason Bailey ชายชาวออสเตรเลียผู้ซึ่งกลายมาเป็นทั้งหุ้นส่วนธุรกิจและคู่ชีวิตในเวลาต่อมาได้ชักชวนเธอให้เข้ามารับตำแหน่งแม่ครัวที่ร้านอาหารไทยของสามีในประเทศออสเตรเลียทั้งยังได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนเป็นสาเหตุให้เชฟบีตัดสินใจท้าทายตัวเองครั้งสำคัญโดยการปิดร้านที่ออสเตรเลียและกลับมาเปิดร้านอาหารไทยในประเทศไทยนั่นเอง ห้องอาหาร Paste เปิดทำการเป็นครั้งแรกในซอยสุขุมวิท 49 อยู่ราว 2 ปีก่อนที่เชฟบีจะได้รับการทาบทามให้ย้ายมายังเกษร วิลเลจซึ่งเป็นที่อยู่ ณ ปัจจุบัน ตัวร้านได้กระแสในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากนักชิมท้องถิ่นและต่างชาติทั้งยังสามารถคว้ารางวัล ⭐️ 1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่ Michelin Guide ปี 2018 จนถึงปัจจุบันห้องอาหาร Paste ขยับขยายสาขาออกไปหลากแห่งทั้ง Paste at the Apsara ในเมืองหลวงพระบาง และ Paste Australia ในเมือง Mittagong รวมถึงมีแผนจะเปิดสาขาที่ 4 ขึ้นในกรุงเวียงจันทน์เร็ว ๆ นี้อีกด้วย
รูปที่ 23
บงกช สระทองอุ่น หรือเชฟบีเติบโตมาในครอบครัวที่มีธุรกิจร้านอาหารริมทางทำให้ชีวิตของเธอผ่านประสบการณ์งานครัวตั้งแต่อายุได้ราว 13 ปี อย่างไรก็ตามชีวิตในช่วงแรกดูจะไม่ค่อยใกล้เคียงกับการเป็นเชฟเท่าไหร่นักเพราะเธอเริ่มต้นด้วยการเรียนจบครุศาสตร์ต่อด้วยการทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศแต่เป็นคุณ Jason Bailey ชายชาวออสเตรเลียผู้ซึ่งกลายมาเป็นทั้งหุ้นส่วนธุรกิจและคู่ชีวิตในเวลาต่อมาได้ชักชวนเธอให้เข้ามารับตำแหน่งแม่ครัวที่ร้านอาหารไทยของสามีในประเทศออสเตรเลียทั้งยังได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจนเป็นสาเหตุให้เชฟบีตัดสินใจท้าทายตัวเองครั้งสำคัญโดยการปิดร้านที่ออสเตรเลียและกลับมาเปิดร้านอาหารไทยในประเทศไทยนั่นเอง ห้องอาหาร Paste เปิดทำการเป็นครั้งแรกในซอยสุขุมวิท 49 อยู่ราว 2 ปีก่อนที่เชฟบีจะได้รับการทาบทามให้ย้ายมายังเกษร วิลเลจซึ่งเป็นที่อยู่ ณ ปัจจุบัน ตัวร้านได้กระแสในเชิงบวกอย่างล้นหลามจากนักชิมท้องถิ่นและต่างชาติทั้งยังสามารถคว้ารางวัล ⭐️ 1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่ Michelin Guide ปี 2018 จนถึงปัจจุบันห้องอาหาร Paste ขยับขยายสาขาออกไปหลากแห่งทั้ง Paste at the Apsara ในเมืองหลวงพระบาง และ Paste Australia ในเมือง Mittagong รวมถึงมีแผนจะเปิดสาขาที่ 4 ขึ้นในกรุงเวียงจันทน์เร็ว ๆ นี้อีกด้วย
ห้องอาหาร Paste ตั้งอยู่ ณ ชั้น 3 ของเกษร วิลเลจ หน้าร้านเป็นเคาน์เตอร์ยาวตกแต่งด้วยดอกไม้สำหรับตรวจเช็คการจอง
รูปที่ 24
ห้องอาหาร Paste ตั้งอยู่ ณ ชั้น 3 ของเกษร วิลเลจ หน้าร้านเป็นเคาน์เตอร์ยาวตกแต่งด้วยดอกไม้สำหรับตรวจเช็คการจอง
อาหารแต่ละจานที่ Paste ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตสมกับรางวัล 1 ดาวมิชลิน บรรยากาศโดยรวมยังคงมีความเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายแต่ก็ไม่ทิ้งการบริการที่ดีจากพนักงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาอาหารที่นี่จัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านอาหารไทยชั้นสูงในระดับเดียวกันแต่นั่นก็แลกมาด้วยการคัดสรรค์วัตถุดิบคุณภาพดีนำเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก เราคงหาโอกาสแวะกลับมายัง Paste สักปีละครั้งตามโอกาสเพื่อสัมผัสอาหารไทยของเชฟบีที่ผ่านการตีความออกมาโดยมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร
รูปที่ 25
อาหารแต่ละจานที่ Paste ได้รับการออกแบบมาอย่างปราณีตสมกับรางวัล 1 ดาวมิชลิน บรรยากาศโดยรวมยังคงมีความเป็นกันเองและเข้าถึงง่ายแต่ก็ไม่ทิ้งการบริการที่ดีจากพนักงาน ปฏิเสธไม่ได้ว่าราคาอาหารที่นี่จัดว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับร้านอาหารไทยชั้นสูงในระดับเดียวกันแต่นั่นก็แลกมาด้วยการคัดสรรค์วัตถุดิบคุณภาพดีนำเข้ามาจากทั่วทุกมุมโลก เราคงหาโอกาสแวะกลับมายัง Paste สักปีละครั้งตามโอกาสเพื่อสัมผัสอาหารไทยของเชฟบีที่ผ่านการตีความออกมาโดยมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร