GASTRONOME THAILAND by ตามล่า Fine Dining
Pascucci al Porticciolo
1 MICHELIN Star

ItalyPascucci al Porticciolo · ปาสคูซซี่ อัล พอทิคชิโยโล่

Seafood · อาหารทะเล — Viale Traiano, 85, 00054 Fiumicino RM, Italy

🎗 [INTRO] เชื่อว่านักเดินทางหลาย ๆ คนน่าจะรู้จัก Fiumicino ในฐานะของเมืองเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของสนามบิน Leonardo da Vinci International Airport นำพานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกไปยังกรุง Rome ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน อย่างไรก็ตามตัวเมืองซึ่งมีที่ตั้งอยู่ติดกับชายฝั่งของทะเล Tyrrhenian ยังรับหน้าที่เป็นแหล่งจับและจำหน่ายอาหารทะเลคุณภาพสูงให้กับพื้นที่ใกล้เคียงในแคว้น Lazio อีกด้วย

🎗 [THE PLACE] Pascucci al Porticciolo เป็นห้องอาหาร MICHELIN Star ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินมากที่สุดทำให้ใครก็ตามที่เพิ่งเดินทางมาถึงกรุง Rome หรือมีแผนเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ สามารถแบ่งเวลาแวะมาชิมได้โดยง่าย ตัวร้านตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกว่า Isola Sacra เกือบชิดกับท่าเรือขนาดใหญ่มองจากภายนอกเห็นเป็นอาคารสองชั้นสีขาวสลับฟ้าเด่นสะดุดตา พื้นที่ด้านหน้าถูกเตรียมไว้สำหรับตรวจสอบการจองและรองรับลูกค้าโดยมีโล่ MICHELIN Star และคู่มือปกแดงจำนวนมากวางเรียงรายกันอยู่บนชั้น ถัดเข้ามาคือห้องรับประทานอาหารหลักที่ควบคุมโดยคุณ Vanessa Melis ภรรยาของเชฟผู้สร้างโปรเจ็คห้องอาหารแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นทั้งยังสามารถอธิบายรายละเอียดของอาหารแต่ละจานด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างน่าประทับใจ รอบ ๆ ตกแต่งด้วยประติมากรรมที่เชื่อมโยงกับท้องทะเลโดยเฉพาะรูปปั้นโลมาสี่ตัวขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นจุดดึงดูดสายตาของลูกค้าทุกโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวขนาดใหญ่สำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มอีกด้วย

🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟเจ้าของร้าน Gianfranco Pascucci เกิดในปี 1970 ทั้งยังเป็น Self-taugh Chef ผู้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารใด ๆ ทุกเมนูที่นี่ประกอบขึ้นจากอาหารทะเลเป็นหลักและแน่นอนว่าคำว่าอาหารทะเลไม่ได้หมายถึงเฉพาะปลาหลากชนิดเท่านั้นแต่หมายถึงองค์ประกอบทุกอย่างในทะเลทั้งหมึก กุ้ง หอย สาหร่าย แพลงก์ตอน ไปจนถึงสมุนไพรที่เก็บมาจากสวนของคุณ Roberto เพื่อนของเชฟซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลอีกด้วย ลูกค้าสามารถเลือกชิมได้ระหว่างรายการเมนูแบบ À La Carte หรือเซ็ตเมนู 2 แบบคือ Menù Degustazione Classico (130 €) ซึ่งรวบรวมจานคลาสสิคประจำร้านเข้าไว้ด้วยกันและ Come è profondo il mare... (150 €) ที่เชฟตั้งใจนำเสนอจานที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาล่าสุดโดยมีจานที่โดดเด่นคือ

✨ Red and white prawns, apple gel, seaweed and flowers

คอร์สนี้เชฟแบ่งองค์ประกอบในจานออกเป็นสองส่วนเริ่มจาก Tartare ที่ผสมผสานเนื้อกุ้งขาวและกุ้งแดงเข้าด้วยกันเพื่อบาลานซ์รสชาติและเนื้อสัมผัส ทั้งนี้กุ้งแดงในจานยังได้มาจากชาวประมงท้องถิ่นในเมือง Fiumicino เองโดยตรงอีกด้วย อีกฝั่งหนึ่งเป็นเจลแอปเปิ้ลเขียวให้รสเปรี้ยวที่พอเหมาะมาช่วยดึงรสหวานโดยธรรมชาติของกุ้งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านบนท็อปด้วยดอกไม้และสาหร่ายช่วยเพิ่มอโรมาและกลิ่นอายของทะเลได้อย่างน่าพึงพอใจ องค์ประกอบสุดท้ายคือ Squid หรือหมึกกล้วยที่เสิร์ฟมาให้มีลักษณะคล้าย Nougat ด้านล่างคือหมึกกล้วยแล่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมนุ่มหนึบท็อปด้านบนด้วยถั่วเคี้ยวกรอบช่ววเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัว (17/20)

✨ Rice (S.Massimo Carnaroli) with green herbs, shellfish and plankton

เชฟเลือกใช้ข้าว Carnaroli แบรนด์ Riserva San Massimo ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในยี่ห้อข้าวรีซอตโต้ที่ดีที่สุดในโลกเสิร์ฟมาโดยมีอโรมาเฉพาะตัวของแพลงก์ตอนทะเล ส่วนสีเขียวในซอสได้มาจาก Camone Tomato หรือมะเขือเทศท้องถิ่น เขฟบาลานซ์กลิ่นอายของทะเลและความเขียวที่ได้จากแพลงก์ตอนกับรสชาติเปรี้ยวออกมาได้อย่างไร้ที่ติโดยมีล็อบสเตอร์ที่ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มท็อปอยู่ด้านบน (16/20)

✨ Red tuna with tomato sauce, pecorino, su filindeu

เนื้อปลา Tuna นุ่ม ๆ จับคู่กับความเปรี้ยวอุมามิของซอสมะเขือเทศคุณภาพสูงเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ยังมีรสชาติเค็มของชีส Pecorino และความหอมของใบ Basil อีกหนึ่งไฮไลท์ของจานคือ Su Filindeu พาสต้าโฮมเมดหาชิมยากที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Sardinia มีลักษณะเป็นเส้นเรียวบางคล้ายตาข่ายช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับปลา Tuna ให้มีความคล้ายกับเนื้อวัวได้อย่างน่าตกใจ (16/20)

🎗 [WHY GO] ห้องอาหารทะเลคุณภาพดีไม่ไกลจากสนามบิน พนักงานบริการดี ทีม Sommelier สามารถแนะนำรายการไวน์ได้อย่างน่าประทับใจ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเล็กน้อย กล่าวโดยรวมถือว่าเป็นห้องอาหารที่เหมาะกับการใช้แวะพักก่อนจะเดินทางเข้าหรือออกจากกรุง Rome ได้เป็นอย่างดี

ภาพของร้านอาหาร

ทั้งหมด 36 รูป

🇮🇹 Pascucci al Porticciolo - ปาสคูซซี่ อัล พอทิคชิโยโล่ 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Seafood - อาหารทะเล 👨🏻‍🍳 Chef Gianfranco Pascucci - เชฟเจียนฟรังโก้ ปาสคูซซี่
รูปที่ 1
🇮🇹 Pascucci al Porticciolo - ปาสคูซซี่ อัล พอทิคชิโยโล่ 🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน 🍴 Seafood - อาหารทะเล 👨🏻‍🍳 Chef Gianfranco Pascucci - เชฟเจียนฟรังโก้ ปาสคูซซี่
Amuse-bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยแครกเกอร์รูปปลาดาวสีแดงเตรียมมาจากมันฝรั่งให้เนื้อสัมผัสที่เบา ฟู กรอบ ด้านในสอดไส้ปลาทูน่าปรุงแต่งกลิ่นด้วยเคเปอร์ (15/20)
รูปที่ 2
Amuse-bouche เริ่มต้นมื้ออาหารด้วยแครกเกอร์รูปปลาดาวสีแดงเตรียมมาจากมันฝรั่งให้เนื้อสัมผัสที่เบา ฟู กรอบ ด้านในสอดไส้ปลาทูน่าปรุงแต่งกลิ่นด้วยเคเปอร์ (15/20)
Amuse-bouche ถัดมาคือขนมปังกรอบรูปหอยเชลล์ท็อปด้วยฮาเซลนัทครีมรสหวานและไข่ปลาแซลมอน (15/20)
รูปที่ 3
Amuse-bouche ถัดมาคือขนมปังกรอบรูปหอยเชลล์ท็อปด้วยฮาเซลนัทครีมรสหวานและไข่ปลาแซลมอน (15/20)
Amuse-bouche สุดท้ายคือชิ้นหมึกนุ่มหนึบชุบแป้งทอดกรอบ ด้านบนโรยด้วยผงราสเบอร์รี่ช่วยตัดความมันจากการทอดได้อย่างลงตัว (15/20)
รูปที่ 4
Amuse-bouche สุดท้ายคือชิ้นหมึกนุ่มหนึบชุบแป้งทอดกรอบ ด้านบนโรยด้วยผงราสเบอร์รี่ช่วยตัดความมันจากการทอดได้อย่างลงตัว (15/20)
Amuse-bouche ทั้งสามอย่างจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน
รูปที่ 5
Amuse-bouche ทั้งสามอย่างจัดเสิร์ฟมาพร้อมกัน
Bread จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปัง Grissini
รูปที่ 6
Bread จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปัง Grissini
Mare (Sponge of green herbs with anchovy mayonnaise) เมนูจานหลักในคอร์สคือ Mare ที่แปลว่าทะเลนั่นเอง (14/20)
รูปที่ 7
Mare (Sponge of green herbs with anchovy mayonnaise) เมนูจานหลักในคอร์สคือ Mare ที่แปลว่าทะเลนั่นเอง (14/20)
Mare (Sponge of green herbs with anchovy mayonnaise) วิธีรับประทานให้ใช้เค้กปาดลงที่ผงสีเขียวเพื่อให้ได้กลิ่นอายของดอกไม้และทะเลราวกับได้ไปนั่งอยู่บริเวณริมชายหาด (14/20)
รูปที่ 8
Mare (Sponge of green herbs with anchovy mayonnaise) วิธีรับประทานให้ใช้เค้กปาดลงที่ผงสีเขียวเพื่อให้ได้กลิ่นอายของดอกไม้และทะเลราวกับได้ไปนั่งอยู่บริเวณริมชายหาด (14/20)
Mare (Sponge of green herbs with anchovy mayonnaise) สำหรับจานนี้ถือว่ามีความน่าสนใจในแง่ของการนำเสนอแต่ในแง่ของรสชาติถือว่ามีความสุ่มเสี่ยงเนื่องจากทั้งเค้กและผงที่เตรียมมามีกลิ่นของความเป็นทะเลเข้มข้นมากโดยอโรมาของทะเลจะลอยแตะจมูกทันทีที่หยิบขึ้นมาจากจาน (14/20)
รูปที่ 9
Mare (Sponge of green herbs with anchovy mayonnaise) สำหรับจานนี้ถือว่ามีความน่าสนใจในแง่ของการนำเสนอแต่ในแง่ของรสชาติถือว่ามีความสุ่มเสี่ยงเนื่องจากทั้งเค้กและผงที่เตรียมมามีกลิ่นของความเป็นทะเลเข้มข้นมากโดยอโรมาของทะเลจะลอยแตะจมูกทันทีที่หยิบขึ้นมาจากจาน (14/20)
Oyster with almond milk and licorice ถัดมาคือหอยนางรม Regal Oyster สด ๆ จากทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสเสิร์ฟมานมอัลมอนด์หอม ๆ และผง Licorice ซึ่งเป็นเครื่องเทศในกลุ่มชะเอมนั่นเอง รอบ ๆ ตกแต่งด้วยสาหร่ายเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นทะเลนั่นเอง (14/20)
รูปที่ 10
Oyster with almond milk and licorice ถัดมาคือหอยนางรม Regal Oyster สด ๆ จากทางตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสเสิร์ฟมานมอัลมอนด์หอม ๆ และผง Licorice ซึ่งเป็นเครื่องเทศในกลุ่มชะเอมนั่นเอง รอบ ๆ ตกแต่งด้วยสาหร่ายเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นทะเลนั่นเอง (14/20)
Red and white prawns, apple gel, seaweed and flowers คอร์สถัดมาเชฟแบ่งองค์ประกอบในจานออกเป็นสองส่วนเริ่มจากฝั่งซ้ายมือคือ Tartare ที่ผสมผสานเนื้อกุ้งขาวและกุ้งแดงเข้าด้วยกันเพื่อบาลานซ์รสชาติและเนื้อสัมผัส ทั้งนี้กุ้งแดงในจานยังได้มาจากชาวประมงท้องถิ่นในเมือง Fiumicino เองโดยตรงอีกด้วย (17/20)
รูปที่ 11
Red and white prawns, apple gel, seaweed and flowers คอร์สถัดมาเชฟแบ่งองค์ประกอบในจานออกเป็นสองส่วนเริ่มจากฝั่งซ้ายมือคือ Tartare ที่ผสมผสานเนื้อกุ้งขาวและกุ้งแดงเข้าด้วยกันเพื่อบาลานซ์รสชาติและเนื้อสัมผัส ทั้งนี้กุ้งแดงในจานยังได้มาจากชาวประมงท้องถิ่นในเมือง Fiumicino เองโดยตรงอีกด้วย (17/20)
Red and white prawns, apple gel, seaweed and flowers ฝั่งขวามือเป็นเจลแอปเปิ้ลเขียวให้รสเปรี้ยวที่พอเหมาะมาช่วยดึงรสหวานโดยธรรมชาติของกุ้งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านบนท็อปด้วยดอกไม้และสาหร่ายช่วยเพิ่มอโรมาและกลิ่นอายของทะเลได้อย่างน่าพึงพอใจ (17/20)
รูปที่ 12
Red and white prawns, apple gel, seaweed and flowers ฝั่งขวามือเป็นเจลแอปเปิ้ลเขียวให้รสเปรี้ยวที่พอเหมาะมาช่วยดึงรสหวานโดยธรรมชาติของกุ้งให้เด่นชัดมากยิ่งขึ้น ด้านบนท็อปด้วยดอกไม้และสาหร่ายช่วยเพิ่มอโรมาและกลิ่นอายของทะเลได้อย่างน่าพึงพอใจ (17/20)
Red and white prawns, apple gel, seaweed and flowers องค์ประกอบสุดท้ายคือ Squid หรือหมึกกล้วยที่เสิร์ฟมาให้มีลักษณะคล้าย Nougat ด้านล่างคือหมึกกล้วยแล่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมนุ่มหนึบท็อปด้านบนด้วยถั่วเคี้ยวกรอบช่ววเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัว (17/20)
รูปที่ 13
Red and white prawns, apple gel, seaweed and flowers องค์ประกอบสุดท้ายคือ Squid หรือหมึกกล้วยที่เสิร์ฟมาให้มีลักษณะคล้าย Nougat ด้านล่างคือหมึกกล้วยแล่เป็นชิ้นสี่เหลี่ยมนุ่มหนึบท็อปด้านบนด้วยถั่วเคี้ยวกรอบช่ววเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัว (17/20)
Bread and butter จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังจากร้าน Roscioli ในกรุง Rome มาคู่กับเนย Anchovy และ Oregano
รูปที่ 14
Bread and butter จากนั้นพนักงานจะนำเสิร์ฟขนมปังจากร้าน Roscioli ในกรุง Rome มาคู่กับเนย Anchovy และ Oregano
Scallops, artichoke, cabbage, orange and bread foam Saint Jacque หรือหอยเชลล์ยักษ์ย่างมาสุกกำลังดีให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มท็อปด้านบนด้วย Artichoke ทอดกรอบ ด้านล่างรองด้วยซอสสีเขียวที่เตรียมมาจากกะหล่ำปลีตัดด้วยรสเปรี้ยวของซอสสีส้มเตรียมมาจากส้ม นอกจากนี้ยังมีโฟมสีขาวที่เตรียมมาจากขนมปังอีกด้วย (15/20)
รูปที่ 15
Scallops, artichoke, cabbage, orange and bread foam Saint Jacque หรือหอยเชลล์ยักษ์ย่างมาสุกกำลังดีให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มท็อปด้านบนด้วย Artichoke ทอดกรอบ ด้านล่างรองด้วยซอสสีเขียวที่เตรียมมาจากกะหล่ำปลีตัดด้วยรสเปรี้ยวของซอสสีส้มเตรียมมาจากส้ม นอกจากนี้ยังมีโฟมสีขาวที่เตรียมมาจากขนมปังอีกด้วย (15/20)
Rice (S.Massimo Carnaroli) with green herbs, shellfish and plankton เชฟเลือกใช้ข้าว Carnaroli แบรนด์ Riserva San Massimo ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในยี่ห้อข้าวรีซอตโต้ที่ดีที่สุดในโลกเสิร์ฟมาโดยมีอโรมาเฉพาะตัวของแพลงก์ตอนทะเล ส่วนสีเขียวในซอสได้มาจาก Camone Tomato หรือมะเขือเทศท้องถิ่น เขฟบาลานซ์กลิ่นอายของทะเลและความเขียวที่ได้จากแพลงก์ตอนกับรสชาติเปรี้ยวออกมาได้อย่างไร้ที่ติโดยมีล็อบสเตอร์ที่ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มท็อปอยู่ด้านบน (16/20)
รูปที่ 16
Rice (S.Massimo Carnaroli) with green herbs, shellfish and plankton เชฟเลือกใช้ข้าว Carnaroli แบรนด์ Riserva San Massimo ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในยี่ห้อข้าวรีซอตโต้ที่ดีที่สุดในโลกเสิร์ฟมาโดยมีอโรมาเฉพาะตัวของแพลงก์ตอนทะเล ส่วนสีเขียวในซอสได้มาจาก Camone Tomato หรือมะเขือเทศท้องถิ่น เขฟบาลานซ์กลิ่นอายของทะเลและความเขียวที่ได้จากแพลงก์ตอนกับรสชาติเปรี้ยวออกมาได้อย่างไร้ที่ติโดยมีล็อบสเตอร์ที่ให้เนื้อสัมผัสค่อนข้างเฟิร์มท็อปอยู่ด้านบน (16/20)
Pasta in bluefish with aromatic herb, seafood and redfish Fusillo พาสต้าเส้นเกลียวแบรนด์ Mancini ซึ่งเป็นหนึ่งในยี่ห้อพาสต้าที่ดีที่สุดในโลกปรุงและเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Al Dente คลุกเคล้ากับซอสกึ่งซุปที่เตรียมมาจากปลา Bluefish ยังมีองค์ประกอบของปลา Scorfano (Scorpionfish) และอโรมาหอม ๆ ของ Terragon อีกด้วย (15/20)
รูปที่ 17
Pasta in bluefish with aromatic herb, seafood and redfish Fusillo พาสต้าเส้นเกลียวแบรนด์ Mancini ซึ่งเป็นหนึ่งในยี่ห้อพาสต้าที่ดีที่สุดในโลกปรุงและเสิร์ฟมาที่ความสุกแบบ Al Dente คลุกเคล้ากับซอสกึ่งซุปที่เตรียมมาจากปลา Bluefish ยังมีองค์ประกอบของปลา Scorfano (Scorpionfish) และอโรมาหอม ๆ ของ Terragon อีกด้วย (15/20)
Roasted squid served with own mediterranean scented brew เมนู Signature Dish ที่อยู่เคียงข้างกับห้องอาหาร Pascucci al Porticciolo มานานคือปลาหมึกชุบแป้งทอดเสิร์ฟมาในสไตล์ Tempura โดยถึงแม้มอวจากภายนอกจะแลดูคล้ายจาน Amuse-bouche แต่ชิ้นหมึกและตัวแป้งกลับมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและละมุนกว่านั่นเอง (15/20)
รูปที่ 18
Roasted squid served with own mediterranean scented brew เมนู Signature Dish ที่อยู่เคียงข้างกับห้องอาหาร Pascucci al Porticciolo มานานคือปลาหมึกชุบแป้งทอดเสิร์ฟมาในสไตล์ Tempura โดยถึงแม้มอวจากภายนอกจะแลดูคล้ายจาน Amuse-bouche แต่ชิ้นหมึกและตัวแป้งกลับมีเนื้อสัมผัสที่นุ่มและละมุนกว่านั่นเอง (15/20)
Snapper, green herb cracker and sauce, onion reduction ปลา Snapper เสิร์ฟมาคู่กับ Green Herb Cracker หรือแผ่นแครกเกอร์กรอบที่มีอโรมาของสมุนไพร องค์ประกอบรอบ ๆ คือ Green Herb Sauce เนื้อสัมผัสละมุนลิ้นและชิ้น Celery กรอบ ยังมีจุดสีขาวที่เตรียมมาจาก Onion Reduction (15/20)
รูปที่ 19
Snapper, green herb cracker and sauce, onion reduction ปลา Snapper เสิร์ฟมาคู่กับ Green Herb Cracker หรือแผ่นแครกเกอร์กรอบที่มีอโรมาของสมุนไพร องค์ประกอบรอบ ๆ คือ Green Herb Sauce เนื้อสัมผัสละมุนลิ้นและชิ้น Celery กรอบ ยังมีจุดสีขาวที่เตรียมมาจาก Onion Reduction (15/20)
Bread ยังมีขนมปังอีก 1 ก้อนที่เชฟได้มาจากร้านชื่อดังอย่าง Bonchi เจ้าของเดียวกันกับ Bonzi Pizzarium ในนคร Varitan
รูปที่ 20
Bread ยังมีขนมปังอีก 1 ก้อนที่เชฟได้มาจากร้านชื่อดังอย่าง Bonchi เจ้าของเดียวกันกับ Bonzi Pizzarium ในนคร Varitan
Red tuna with tomato sauce, pecorino, su filindeu เนื้อปลา Tuna นุ่ม ๆ จับคู่กับความเปรี้ยวอุมามิของซอสมะเขือเทศคุณภาพสูงเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ยังมีรสชาติเค็มของชีส Pecorino และความหอมของใบ Basil อีกหนึ่งไฮไลท์ของจานคือ Su Filindeu พาสต้าโฮมเมดหาชิมยากที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Sardinia มีลักษณะเป็นเส้นเรียวบางคล้ายตาข่ายช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับปลา Tuna ให้มีความคล้ายกับเนื้อวัวได้อย่างน่าตกใจ (16/20)
รูปที่ 21
Red tuna with tomato sauce, pecorino, su filindeu เนื้อปลา Tuna นุ่ม ๆ จับคู่กับความเปรี้ยวอุมามิของซอสมะเขือเทศคุณภาพสูงเข้ากันได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ยังมีรสชาติเค็มของชีส Pecorino และความหอมของใบ Basil อีกหนึ่งไฮไลท์ของจานคือ Su Filindeu พาสต้าโฮมเมดหาชิมยากที่มีต้นกำเนิดมาจากภูมิภาค Sardinia มีลักษณะเป็นเส้นเรียวบางคล้ายตาข่ายช่วยเพิ่มมิติทางเนื้อสัมผัสให้กับปลา Tuna ให้มีความคล้ายกับเนื้อวัวได้อย่างน่าตกใจ (16/20)
ก่อนเข้าสู่ของหวานพนักงานจะพ่นน้ำหอมที่มีอโรมาของ Juniper ร่วมกับผลไม้จำพวก Citrus และเกลือทะเลเพื่อล้างกลิ่นปลาออกจากมือและจมูกจนหมด
รูปที่ 22
ก่อนเข้าสู่ของหวานพนักงานจะพ่นน้ำหอมที่มีอโรมาของ Juniper ร่วมกับผลไม้จำพวก Citrus และเกลือทะเลเพื่อล้างกลิ่นปลาออกจากมือและจมูกจนหมด
Mandarin sorbet with elderflower powder ล้างปากด้วย Mandarin Sorbet รสเปรี้ยวท็อปด้านบนด้วยผง Elderflower หอม ๆ (14/20)
รูปที่ 23
Mandarin sorbet with elderflower powder ล้างปากด้วย Mandarin Sorbet รสเปรี้ยวท็อปด้านบนด้วยผง Elderflower หอม ๆ (14/20)
Different texture of lemon and hazelnut สำหรับของหวานเชฟตั้งในนำเสนอ Lemon แบะ Hazelnut ให้มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน องค์ประกอบด้านล่างคือแครกเกอร์กรอบทำมาจากถั่ว Hazelnut Butter เลเยอร์ตรงกลางคือ Citrus Gel ให้รสชาติเปรี้ยวที่ลงตัวในขณะที่ชั้นบนมีความหอมหวานของ White Chocolate (15/20)
รูปที่ 24
Different texture of lemon and hazelnut สำหรับของหวานเชฟตั้งในนำเสนอ Lemon แบะ Hazelnut ให้มีเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกัน องค์ประกอบด้านล่างคือแครกเกอร์กรอบทำมาจากถั่ว Hazelnut Butter เลเยอร์ตรงกลางคือ Citrus Gel ให้รสชาติเปรี้ยวที่ลงตัวในขณะที่ชั้นบนมีความหอมหวานของ White Chocolate (15/20)
Petits fours ปิดท้ายด้วย Bonbon ด้านในสอดไส้ด้วย Pastisserie Cream ด้านบนท็อปด้วยผิวเลมอนและถั่วอัลมอนด์ ขิ้นข้าง ๆ กันคือ Ginger jelly หนึบ ๆ มีกลิ่นของขิงเบา ๆ
รูปที่ 25
Petits fours ปิดท้ายด้วย Bonbon ด้านในสอดไส้ด้วย Pastisserie Cream ด้านบนท็อปด้วยผิวเลมอนและถั่วอัลมอนด์ ขิ้นข้าง ๆ กันคือ Ginger jelly หนึบ ๆ มีกลิ่นของขิงเบา ๆ
💰 ราคา 583 €
รูปที่ 26
💰 ราคา 583 €
🎗 [INTRO] เชื่อว่านักเดินทางหลาย ๆ คนน่าจะรู้จัก Fiumicino ในฐานะของเมืองเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของสนามบิน Leonardo da Vinci International Airport นำพานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกไปยังกรุง Rome ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน อย่างไรก็ตามตัวเมืองซึ่งมีที่ตั้งอยู่ติดกับชายฝั่งของทะเล Tyrrhenian ยังรับหน้าที่เป็นแหล่งจับและจำหน่ายอาหารทะเลคุณภาพสูงให้กับพื้นที่ใกล้เคียงในแคว้น Lazio อีกด้วย
รูปที่ 27
🎗 [INTRO] เชื่อว่านักเดินทางหลาย ๆ คนน่าจะรู้จัก Fiumicino ในฐานะของเมืองเล็ก ๆ อันเป็นที่ตั้งของสนามบิน Leonardo da Vinci International Airport นำพานักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกไปยังกรุง Rome ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน อย่างไรก็ตามตัวเมืองซึ่งมีที่ตั้งอยู่ติดกับชายฝั่งของทะเล Tyrrhenian ยังรับหน้าที่เป็นแหล่งจับและจำหน่ายอาหารทะเลคุณภาพสูงให้กับพื้นที่ใกล้เคียงในแคว้น Lazio อีกด้วย
🎗 [THE PLACE] Pascucci al Porticciolo เป็นห้องอาหาร MICHELIN Star ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินมากที่สุดทำให้เหล่าใครก็ตามที่เพิ่งเดินทางมายังกรุง Rome หรือมีแผนเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ สามารถแบ่งเวลาแวะมาชิมได้โดยง่าย
รูปที่ 28
🎗 [THE PLACE] Pascucci al Porticciolo เป็นห้องอาหาร MICHELIN Star ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินมากที่สุดทำให้เหล่าใครก็ตามที่เพิ่งเดินทางมายังกรุง Rome หรือมีแผนเดินทางออกไปยังพื้นที่อื่น ๆ สามารถแบ่งเวลาแวะมาชิมได้โดยง่าย
ตัวร้านตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกว่า Isola Sacra เกือบชิดกับท่าเรือขนาดใหญ่มองจากภายนอกเห็นเป็นอาคารสองชั้นสีขาวสลับฟ้าเด่นสะดุดตา
รูปที่ 29
ตัวร้านตั้งอยู่บนพื้นที่ที่เรียกว่า Isola Sacra เกือบชิดกับท่าเรือขนาดใหญ่มองจากภายนอกเห็นเป็นอาคารสองชั้นสีขาวสลับฟ้าเด่นสะดุดตา
รอบ ๆ ตกแต่งด้วยประติมากรรมที่เชื่อมโยงกับท้องทะเลโดยเฉพาะรูปปั้นโลมาสี่ตัวขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นจุดดึงดูดสายตาของลูกค้าทุกโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวขนาดใหญ่สำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มอีกด้วย
รูปที่ 30
รอบ ๆ ตกแต่งด้วยประติมากรรมที่เชื่อมโยงกับท้องทะเลโดยเฉพาะรูปปั้นโลมาสี่ตัวขนาดใหญ่ที่ใช้เป็นจุดดึงดูดสายตาของลูกค้าทุกโต๊ะ นอกจากนี้ยังมีห้องส่วนตัวขนาดใหญ่สำหรับรองรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มอีกด้วย
ห้องรับประทานอาหารหลักที่ควบคุมโดยคุณ Vanessa Melis ภรรยาของเชฟผู้สร้างโปรเจ็คห้องอาหารแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นทั้งยังสามารถอธิบายรายละเอียดของอาหารแต่ละจานด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างน่าประทับใจ
รูปที่ 31
ห้องรับประทานอาหารหลักที่ควบคุมโดยคุณ Vanessa Melis ภรรยาของเชฟผู้สร้างโปรเจ็คห้องอาหารแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นทั้งยังสามารถอธิบายรายละเอียดของอาหารแต่ละจานด้วยภาษาอังกฤษได้อย่างน่าประทับใจ
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟเจ้าของร้าน Gianfranco Pascucci เกิดในปี 1970 ทั้งยังเป็น Self-taugh Chef ผู้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารใด ๆ ทุกเมนูที่นี่ประกอบขึ้นจากอาหารทะเลเป็นหลักและแน่นอนว่าคำว่าอาหารทะเลไม่ได้หมายถึงเฉพาะปลาหลากชนิดเท่านั้นแต่หมายถึงองค์ประกอบทุกอย่างในทะเลทั้งหมึก กุ้ง หอย สาหร่าย แพลงก์ตอน ไปจนถึงสมุนไพรที่เก็บมาจากสวนของคุณ Roberto เพื่อนของเชฟซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลอีกด้วย
รูปที่ 32
🎗 [THE CHEF & THE FOOD] เชฟเจ้าของร้าน Gianfranco Pascucci เกิดในปี 1970 ทั้งยังเป็น Self-taugh Chef ผู้เรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ด้วยตัวเองโดยไม่เคยผ่านโรงเรียนการอาหารใด ๆ ทุกเมนูที่นี่ประกอบขึ้นจากอาหารทะเลเป็นหลักและแน่นอนว่าคำว่าอาหารทะเลไม่ได้หมายถึงเฉพาะปลาหลากชนิดเท่านั้นแต่หมายถึงองค์ประกอบทุกอย่างในทะเลทั้งหมึก กุ้ง หอย สาหร่าย แพลงก์ตอน ไปจนถึงสมุนไพรที่เก็บมาจากสวนของคุณ Roberto เพื่อนของเชฟซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลอีกด้วย
ลูกค้าสามารถเลือกชิมได้ระหว่างรายการเมนูแบบ À La Carte หรือเซ็ตเมนู 2 แบบคือ Menù Degustazione Classico (130 €) ซึ่งรวบรวมจานคลาสสิคประจำร้านเข้าไว้ด้วยกันและ Come è profondo il mare... (150 €) ที่เชฟตั้งใจนำเสนอจานที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาล่าสุด
รูปที่ 33
ลูกค้าสามารถเลือกชิมได้ระหว่างรายการเมนูแบบ À La Carte หรือเซ็ตเมนู 2 แบบคือ Menù Degustazione Classico (130 €) ซึ่งรวบรวมจานคลาสสิคประจำร้านเข้าไว้ด้วยกันและ Come è profondo il mare... (150 €) ที่เชฟตั้งใจนำเสนอจานที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นมาล่าสุด
พื้นที่ด้านหน้าถูกเตรียมไว้สำหรับตรวจสอบการจองและรองรับลูกค้าโดยมีโล่ MICHELIN Star และคู่มือปกแดงจำนวนมากวางเรียงรายกันอยู่บนชั้น
รูปที่ 34
พื้นที่ด้านหน้าถูกเตรียมไว้สำหรับตรวจสอบการจองและรองรับลูกค้าโดยมีโล่ MICHELIN Star และคู่มือปกแดงจำนวนมากวางเรียงรายกันอยู่บนชั้น
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
รูปที่ 35
🌟 1 MICHELIN Star - 1 ดาวมิชลิน
🎗 [WHY GO] ห้องอาหารทะเลคุณภาพดีไม่ไกลจากสนามบิน พนักงานบริการดี ทีม Sommelier สามารถแนะนำรายการไวน์ได้อย่างน่าประทับใจ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเล็กน้อย กล่าวโดยรวมถือว่าเป็นห้องอาหารที่เหมาะกับการใช้แวะพักก่อนจะเดินทางเข้าหรือออกจากกรุง Rome ได้เป็นอย่างดี
รูปที่ 36
🎗 [WHY GO] ห้องอาหารทะเลคุณภาพดีไม่ไกลจากสนามบิน พนักงานบริการดี ทีม Sommelier สามารถแนะนำรายการไวน์ได้อย่างน่าประทับใจ ราคาอาหารค่อนข้างสูงเล็กน้อย กล่าวโดยรวมถือว่าเป็นห้องอาหารที่เหมาะกับการใช้แวะพักก่อนจะเดินทางเข้าหรือออกจากกรุง Rome ได้เป็นอย่างดี

แกลเลอรี