
Orobianco · โอโรเบียนโค่
Italian Contemporary · อาหารอิตาเลียนร่วมสมัย — Urb. Colina del Sol, 49-A, Calpe, Alicante, España
🎗 [Intro] รีวิวในวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ ไปพบกับห้องอาหารที่โรแมนติคที่สุดในประเทศสเปนจากการจัดอันดับบนเวปไซต์ TripAdvisor ในปี 2019 ทั้งยังเป็นห้องอาหารอิตาเลียนเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลดาวมิชลินอันทรงเกียรติจาก Michelin Guide Spain อีกด้วย
🎗 [The Place] ห้องอาหาร Orobianco มีชื่อแปลตรงตัวได้ว่า “ทองคำขาว” (Oro = ทองคำ, Bianco = สีขาว) ตัวร้านตั้งอยู่บนเนินเขาในเขต Marina Alta จังหวัด Alicante โดดเด่นด้วยทัศนียภาพแบบ Panoramic View ของ Calpe เมืองตากอากาศชื่อดังรวมไปถึงทะเล Mediterranean ที่ทอดโค้งไปตามเปลือกโลกโดยมีภูเขาหินปูน Peñón de Ifach ตั้งสูงเด่นเป็นสง่าตัดกันกับเส้นขอบฟ้าอีกด้วย การเดินทางมายังห้องอาหารให้เริ่มต้นจากเมือง Valencia หรือ Alicante แล้วขับมาตามทางด่วน N-332 จากนั้นมองหาทางออก Urbanización Colina del Sol ซึ่งจะนำเราไปยังห้องอาหารในที่สุด ให้ระวังการขับรถมาตาม Google Maps เพราะเส้นทางที่ได้จะเป็นทางเลาะภูเขาเล็ก ๆ แม้ตัวถนนอาจไม่ได้ยากเกินที่จะขับได้ในช่วงกลางวันแต่ควรระวังอย่างมากสำหรับผู้ที่มาช่วงกลางคืน (เราขับมาตามเส้นทางนี้เจอกระต่ายป่านอนเล่นอยู่กลางถนนด้วย) ลูกค้าสามารถจองออนไลน์ได้ทางเวปไซต์ซึ่งจะมีให้เลือกพื้นที่สำหรับนั่งรับประทานอาหารคือ Restaurante (ภายในห้องอาหาร) และ Terrazza (บริเวณเทอเรสด้านนอก) แน่นอนว่าส่วนเทอเรสมักถูกจองเต็มก่อนเสมอ (แต่ไม่แนะนำสำหรับใครที่มาในช่วงหน้าร้อน)
🎗 [The Chef & The Food] Orobianco คว้ารางวัล 🌟 1 Michelin Star มาครองได้ตั้งแต่ปี 2018 เชฟ Ferdinando Bernardi นำเสนอ Tasting Menu ได้ 3 รูปแบบคือ CLASSIC (85 €/p) ที่ได้รวบรวมเมนูพื้นบ้านมาผสมผสานโดยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นและนำเสนอออกมาให้มีหน้าตาดูร่วมสมัยทั้งยังสามารถขอให้จัดเตรียมเป็นเมนู VERGEL (85 €/p) หรือ Vegetarian ได้อีกด้วย สุดท้ายคือ FESTIVAL (120 €/p) เมนูขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาเสิร์ฟราว 3 ชั่วโมง แต่ละจานทั้งอาหารคาวไปจนถึงของหวานเต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสามแบบสามารถจับคู่ Wine Pairing (65 €, 65 € และ 95 €) เพื่อสัมผัสประสบการณ์ที่ดีที่สุด ในวันนี้เราเลือกชิมเมนู CLASSIC และมีจานที่ประทับใจมาก ๆ คือ
✨ Risotto e Banda
ข้าว Risotto ที่เชฟตั้งใจใช้เป็นตัวเชื่อมวัฒนธรรมการรับประทานข้าวของอิตาลีและสเปนเข้าด้วยกันเริ่มจากการใช้ข้าวปรุงในสไตล์อิตาเลียนคือมีความ Creamy และ Brothy แต่กลับใช้สูตรการปรุงจาก Alicante เมืองใหญ่ทางตอนเหนือไม่ไกลจาก Calpe โดยการใส่เนื้อหมึกสับละเอียดลงไปกับข้าวด้วย เมื่อเคี้ยวข้าวจะสัมผัสได้ถึงเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันของข้าวและหมึก นอกจากนี้เชฟยังตั้งใจนำเสนอ Socarrat ซึ่งก็คือข้าวบริเวณก้นกระทะซึ่งจะมีความกรอบและแข็งมากกว่าข้าวปากกระทะทั้งยังเป็นเอกลักษณ์ของการปรุงข้าวในประเทศสเปนแต่ Socarrat นี้กลับไม่มีในสูตรอาหารอิตาเลียน เชฟจึงนำเสนอออกมาในรูปแบบใหม่เป็นแผ่นกรอบสีเหลืองของข้าวและเลมอนวางเอาไว้ด้านบน องค์ประกอบทั้งหมดถูกนำมาจับคู่กับ White Shrimp หรือกุ้งขาวพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์อยู่ที่เนื้อสัมผัสอันนุ่มเด้งและ Mayonnaise สีเขียวทำมาจาก Spring Onion ช่วยเชื่อมแต่ละองค์ประกอบเข้าด้วยกัน รสชาติโดยรวมจะมีความเข้มข้นของซอส มีความเค็มจาก Matured Cheese มีกลิ่นหอมจากหลาย ๆ องค์ประกอบในจาน ถือเป็นเมนูที่ผสมผสานความเป็นอิตาลีและสเปนออกมาได้อย่างลงตัวโดยไม่เสียรากเหง้าของอาหารทั้งสองสัญชาติ สุดยอดมาก ๆ (17/20)
✨ Steamed Whitefish - Stracciatella Sauce - Mollusks
จานที่ดีที่สุดในมื้อนี้ต้องยกให้กับ Steamed Whitefish ในที่นี้คือปลา Monkfish แล่มาเป็นชิ้น เชฟผสม Burrata Cheese ลงไปแล้วนึ่งมาใน Mussel Water หรือน้ำสต๊อกของหอยแมลงภู่จนเนื้อปลาสุก มีความหนึบพอดีมาก ๆ สิ่งที่ปกคลุมเนื้อปลาด้านนอกคือ Stracciatella Sauce หรือซอสที่ทำมาจากส่วนตรงกลางของ Burrata Cheese ซึ่งเป็นส่วนที่มีความหอม มัน ละมุน และครีมมี่ที่สุดนั่นเอง ตัวซอสเข้ากันดีกับเนื้อปลาได้อย่างไร้ที่ติ ยังมีจุดสีดำเป็น Squid Print ที่ขึ้นมาจาก Stracciatella Sauce เช่นกัน องค์ประกอบด้านล่างใต้ชิ้นปลาเป็นคาเวียร์ทำมาจากมะนาวนิ้วมือให้ความกรึบและรสชาติเปรี้ยวช่วยเบรคความมันของ Stracciatella Sauce ไม่ให้เด่นจนเกินไป (17/20)
✨ Baba - Lemon - Eucalyptus
ส่วนของหวานจานแรกคือ Baba เมนูคลาสสิคที่เชฟปรับรูปแบบการเสิร์ฟโดยใช้ Soy Milk Cream หรือครีมนมถั่วเหลือง Infused ด้วยยูคาลิปตัสจนมีความครีมมี่และกลิ่นหอมเฉพาะตัว ถัดมาคือองค์ประกอบหลักอย่างบาบาที่จุ่มใน Amaro del Capo จนชุ่มแต่น่าแปลกที่เมื่อตักทุกองค์ประกอบรับประทานพร้อมกันแล้วกลับพบว่ากลิ่นแอลกอฮอล์กลับไม่แรงจนเกินไป ด้านบนทอปด้วย Lemon Chiboust ให้รสชาติอมเปรี้ยวช่วยเบรคความครีมมี่ขององค์ประกอบอื่น ๆ ทั้งยังมี White Chocolate Cream ช่วยเชื่อมทุกองค์ประกอบให้เข้ากันอีกด้วย (16/20)
🎗 [Conclusion] หากจะให้นิยามสั้น ๆ Orobianco คือร้านอาหารอิตาเลียนระดับ Haute Cuisine โดดเด่นด้วยทัศนียภาพสุดโรแมนติคในราคาที่จับต้องได้ และควรค่ากระทั่งการขับออกนอกเส้นทางมาแวะชิมด้วยประการทั้งปวง
ภาพของร้านอาหาร
ทั้งหมด 42 รูป










































แกลเลอรี

